Friday, March 6, 2026

ไหล่ติด ยกแขนไม่สุด ปวดทนไม่ไหว... แค่เส้นตึงหรือข้อติดกันแน่?

 



ไหล่ติด ยกแขนไม่สุด ปวดทนไม่ไหว... แค่เส้นตึงหรือข้อติดกันแน่?

คุณเคยเจอความรู้สึกนี้ไหมครับ? ตื่นเช้ามาจะเอื้อมมือไปหยิบของบนชั้น หรือแค่อยากจะสวมเสื้อยืดตามปกติ แต่จู่ๆ ไหล่ก็เกิดอาการแปลกๆ เหมือนมีอะไรมาล็อคไว้ พยายามจะยกแขนขึ้นก็ปวดจี๊ดจนต้องร้องไท้ ยิ่งตอนนอนตะแคงทับไหล่ข้างที่ปวด ยิ่งทำให้สะดุ้งตื่นกลางดึกจนพักผ่อนไม่เพียงพอ


เรื่องเล่าจากคนไข้: เมื่อ "ไหล่" ไม่ยอมขยับตามใจสั่ง

ผมอยากเล่าเรื่องของ คุณป้าพร (นามสมมติ) อายุ 55 ปี เป็นแม่บ้านที่ดูแลครอบครัวอย่างขยันขันแข็งมาตลอด คุณป้ามาหาผมด้วยสีหน้ากังวลมาก บอกว่า "หมอคะ ป้าเอื้อมมือไปรูดซิปชุดข้างหลังไม่ได้เลย แถมเวลาจะหยิบจานบนตู้สูงๆ ก็เจ็บจนน้ำตาเล็ด"

คุณป้าเล่าว่าทีแรกนึกว่าแค่ "ไหล่เคล็ด" จากการยกของหนัก เลยไปซื้อยาหม่องมาทา ไปนวดแผนโบราณมาหลายครั้ง แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น แถมยิ่งนวดแรงไหล่ก็ยิ่งปวดกว่าเดิม จนสุดท้ายขยับแขนแทบไม่ได้เลยครับ


เข้าใจโรค "ไหล่ติด" แบบง่ายๆ

เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพ ผมอยากให้ลองนึกถึง "บานพับประตู" ครับ ปกติบานพับที่หล่อลื่นดีจะเปิดปิดได้ลื่นไหล แต่ถ้าบานพับนั้นเกิดสนิมเกาะหนาเตอะ หรือมีกาวเหนียวๆ ไปหยอดไว้จนแข็งตัว บานพับนั้นก็ขยับไม่ได้

ในข้อไหล่ของเราจะมี "ถุงหุ้มข้อต่อ" ซึ่งปกติจะยืดหยุ่นได้ดีเหมือนผ้ายืด แต่พอเกิดภาวะไหล่ติด ถุงหุ้มข้อนี้จะเกิดการอักเสบ หนาตัวขึ้น และหดรั้งจนตึงเปรี๊ยะ เหมือนเราใส่เสื้อไซส์เล็กเกินไปจนยกแขนไม่ขึ้นนั่นเองครับ


โรคไหล่ติดคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร?

โรคไหล่ติด คือภาวะที่มีการอักเสบของเยื่อบุข้อไหล่และถุงหุ้มข้อไหล่ ทำให้เกิดพังผืดมายึดเกาะ ส่งผลให้พื้นที่ภายในข้อไหล่ลดลง การเคลื่อนไหวของข้อจึงติดขัดและตามมาด้วยอาการปวดอย่างรุนแรง

อาการมักจะค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจาก ระยะปวด (ปวดมากแต่ยังพอขยับได้) ไปสู่ ระยะติด (ปวดน้อยลงแต่ขยับแขนแทบไม่ได้เลย) และสุดท้ายคือ ระยะเริ่มคลายตัว ซึ่งอาจใช้เวลานานเป็นปีถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีครับ


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ไหล่ติด

  1. อายุและการใช้งาน: มักพบในคนวัย 40-60 ปีขึ้นไป จากความเสื่อมตามวัย
  2. โรคเบาหวาน: คนเป็นเบาหวานมีโอกาสไหล่ติดสูงกว่าคนปกติถึง 2-3 เท่า
  3. การบาดเจ็บ: เช่น เคยหกล้มแขนกระแทก หรือผ่าตัดบริเวณหน้าอกและไหล่
  4. การพักใช้งานไหล่นานเกินไป: เช่น แขนหักแล้วต้องใส่เฝือกนานๆ จนข้อแข็ง
  5. โรคประจำตัวอื่นๆ: เช่น โรคไทรอยด์ หรือโรคหัวใจ

การตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์

เมื่อมาพบหมอ ขั้นตอนการตรวจจะเริ่มจาก:

  • การตรวจร่างกาย: หมอจะลองขยับแขนของคนไข้ดูว่าติดขัดในท่าไหนบ้าง (หมอจับขยับเอง) เทียบกับการที่คนไข้ยกแขนเอง
  • เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูว่ามีกระดูกงอกหรือข้อไหล่เสื่อมร่วมด้วยไหม
  • การตรวจด้วย ultrasound เพื่อประเมินสภาพของเส้นเอ็น ได้รวดเร็ว ว่ามีการฉีกขาด การเสื่อมสภาพ ของเส้นเอ็นหรือไม่
  • MRI: ในกรณีที่สงสัยว่ามีเอ็นหัวไหล่ฉีกขาดร่วมด้วย เพื่อให้เห็นภาพพังผืดและเส้นเอ็นชัดเจน
  • การตรวจเลือด: เพื่อคัดกรองโรคเบาหวานหรือโรคพุ่มพวงที่อาจส่งผลต่อข้อ

แนวทางการรักษา: ขยับช้าๆ แต่สม่ำเสมอ

ข่าวดีคือ คนไข้ส่วนใหญ่หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ครับ โดยเราจะเรียงลำดับการรักษาดังนี้:

  1. การปรับพฤติกรรมและท่าบริหาร: นี่คือหัวใจสำคัญที่สุด หมอจะสอนท่าแกว่งแขนและยืดเหยียดข้อไหล่ (ท่าไต่กำแพง) เพื่อสลายพังผืด
  2. กายภาพบำบัด: ใช้เครื่องมือลดปวด เช่น เลเซอร์หรือคลื่นเหนือเสียง (Ultrasound) ร่วมกับการดัดดึงข้อไหล่โดยนักกายภาพ
  3. การใช้ยา: ยาลดอักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ช่วยลดปวดในระยะแรก
  4. การฉีดยาเฉพาะจุด: การใช้เครื่องอัลตราซาวด์ช่วยระบุตำแหน่งเพื่อฉีดยาลดอักเสบเข้าข้อไหล่โดยตรง ช่วยให้คนไข้หายปวดและฝึกบริหารได้ง่ายขึ้นมาก
  5. การผ่าตัดส่องกล้อง: จะใช้ในกรณีที่รักษาด้วยวิธีอื่นนานกว่า 6 เดือนแล้วไม่เห็นผล เพื่อเข้าไปตัดพังผืดที่รัดข้อไหล่ออก

การบริหารในโรคไหล่ติด (Frozen Shoulder) หัวใจสำคัญคือ "ต้องทำให้ถูกระยะ" ครับ เพราะถ้าเราไปดืนหรือดัดแรงๆ ในช่วงที่อักเสบมาก อาการจะยิ่งแย่ลง แต่ถ้าไม่ยอมขยับเลยในช่วงที่ข้อติด พังผืดก็จะยิ่งหนาตัวขึ้น

หมอสรุปท่าบริหารที่เหมาะสมในแต่ละระยะมาให้แบบละเอียด ดังนี้ครับ


ระยะที่ 1: ระยะปวด (Freezing Phase)

เป้าหมาย: ลดการอักเสบ และคงช่วงการเคลื่อนไหวเท่าที่ทำได้ "ห้ามดัดรุนแรง"

ในระยะนี้คนไข้จะปวดมาก แม้แต่ตอนอยู่นิ่งๆ หรือตอนนอน การบริหารต้องทำแบบเบาๆ เพื่อไม่ให้ข้อไหล่ยึดติดมากขึ้น

1. ท่าแกว่งแขนแบบลูกตุ้มนาฬิกา (Pendulum Exercise)

  • วิธีทำ: ยืนโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ใช้มือข้างที่ดีเกาะพนักเก้าอี้หรือโต๊ะเพื่อพยุงตัว ปล่อยแขนข้างที่ปวดลงตามสบายในแนวดิ่ง
  • การเคลื่อนไหว: ค่อยๆ เหวี่ยงแขนเป็นวงกลมเล็กๆ เหมือนลูกตุ้มนาฬิกา หรือเหวี่ยงหน้า-หลัง ซ้าย-ขวา เบาๆ
  • ความบ่อย: ทำ 10-20 รอบต่อครั้ง วันละ 3-5 รอบ
  • ประโยชน์: ช่วยให้ข้อไหล่มีการเคลื่อนไหวโดยไม่ใช้แรงกล้ามเนื้อ ลดการเกร็งตัว

ระยะที่ 2: ระยะติด (Frozen Phase)

เป้าหมาย: "ทลายพังผืด" เพื่อเพิ่มมุมการเคลื่อนไหว ระยะนี้ความปวดจะลดลง แต่ไหล่จะติดแข็งมาก

1. ท่าไต่กำแพง (Wall Crawl)

  • วิธีทำ: ยืนหันหน้าเข้าหากำแพง ใช้นิ้วมือข้างที่ติดค่อยๆ "ไต่" ขึ้นไปบนกำแพงให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้
  • เทคนิค: เมื่อถึงจุดที่ตึงที่สุด ให้ค้างไว้ 10-15 วินาที แล้วค่อยๆ ไต่ลงมา
  • ท่าต่อเนื่อง: ทำเช่นเดียวกันในท่าหันข้างเข้ากำแพง เพื่อเพิ่มมุมการกางแขนออกทางด้านข้าง

2. ท่าใช้ไม้พลองช่วยดัน (Cane/Stick Exercise)

  • วิธีทำ: ถือไม้พลอง (หรือท่อ PVC/ร่ม) ด้วยมือทั้งสองข้าง
  • การเคลื่อนไหว: ใช้มือข้างที่ดี "ออกแรงดัน" ไม้พลองเพื่อให้แขนข้างที่ติดยกขึ้นทางด้านหน้า หรือดันออกไปทางด้านข้าง
  • จุดสำคัญ: แขนข้างที่ติดไม่ต้องออกแรงยกเอง ให้แขนข้างที่ดีเป็นตัวนำทางและออกแรงดันไปจนรู้สึกตึง ค้างไว้ 10-15 วินาที

3. ท่าไขว้หลังดึงผ้าขนหนู (Towel Stretch)

  • วิธีทำ: พาดผ้าขนหนูไว้ที่บ่าข้างดี แล้วอ้อมมือข้างที่ติดไปจับปลายผ้าด้านหลัง (ท่าเหมือนจะถูหลัง)
  • การเคลื่อนไหว: ใช้มือข้างดีดึงผ้าขึ้นด้านบน เพื่อให้แขนข้างที่ติดถูกดึงขึ้นมาด้านหลัง
  • ประโยชน์: เพิ่มมุมการหมุนไหล่เข้าด้านใน ซึ่งเป็นท่าที่คนไหล่ติดมักทำไม่ได้ (เช่น ท่ารูดซิปหลัง)

ระยะที่ 3: ระยะคลายตัว (Thawing Phase)

เป้าหมาย: คืนความยืดหยุ่นให้สุดมุม และ "เริ่มสร้างความแข็งแรง"

ในระยะนี้ไหล่จะเริ่มขยับได้มากขึ้น หมอจะเน้นการยืดให้สุดช่วง และเริ่มออกกำลังกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่

1. ท่ายืดข้ามไหล่ (Cross-body Stretch)

  • วิธีทำ: ยกแขนข้างที่เคยติดพาดข้ามหน้าอกไปทางไหล่อีกข้าง
  • การเคลื่อนไหว: ใช้มืออีกข้างกดบริเวณข้อศอก ดันแขนเข้าหาตัวให้รู้สึกตึงที่หัวไหล่ด้านหลัง ค้างไว้ 20 วินาที

2. การสร้างความแข็งแรงด้วยแรงต้าน (Isometric/Resistance Exercise)

  • วิธีทำ: ใช้ยางยืดออกกำลังกาย หรือแรงต้านจากกำแพง
  • การเคลื่อนไหว: ฝึกออกแรงดันแขนไปข้างหน้า ข้างหลัง หรือกางออก โดยที่แขนอยู่นิ่งๆ (เกร็งกล้ามเนื้อสู้แรงต้าน)
  • ประโยชน์: ช่วยให้กล้ามเนื้อที่ไม่ได้ใช้งานมานานกลับมาแข็งแรง ป้องกันการบาดเจ็บซ้ำ

คำแนะนำเพิ่มเติมจากหมอเก่ง

  • ประคบอุ่นก่อนบริหาร: จะช่วยให้พังผืดยืดหยุ่นตัวได้ดีขึ้น
  • อย่าฝืนจนเจ็บปวดรุนแรง: การยืดที่ถูกต้องคือรู้สึก "ตึงและเจ็บนิดๆ" แต่ไม่ใช่เจ็บจนหน้ามืด
  • ทำสม่ำเสมอ: การบริหารเพียง 5 นาทีแต่ทำทุกวัน ได้ผลดีกว่าการทำหนักๆ เพียงวันเดียวครับ

โรคนี้หายไหม? จะกลับมาเป็นอีกหรือเปล่า?

โรคไหล่ติด สามารถรักษาให้หายขาดได้ ครับ แต่อาจต้องใช้เวลาและความอดทนในการทำกายภาพสม่ำเสมอ ประมาณ 3-6 เดือน ส่วนโอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำในข้างเดิมนั้นค่อนข้างน้อย แต่มีโอกาสที่จะเกิดกับไหล่อีกข้างหนึ่งได้ถ้าเราไม่ดูแลตัวเองให้ดี


ภาวะแทรกซ้อนหากปล่อยทิ้งไว้

หากปล่อยให้ไหล่ติดนานๆ โดยไม่รักษา อาจทำให้ กล้ามเนื้อรอบหัวไหล่ฝ่อลีบ เนื่องจากการไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน และอาจส่งผลเสียต่อบุคลิกภาพ รวมถึงทำให้การใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การแต่งตัวหรือการอาบน้ำ กลายเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก


5 วิธีป้องกันไหล่ติด

  1. บริหารไหล่สม่ำเสมอ: ยืดเหยียดกล้ามเนื้อไหล่บ่อยๆ โดยเฉพาะวัยทำงาน
  2. คุมระดับน้ำตาล: หากเป็นเบาหวาน ต้องควบคุมน้ำตาลให้คงที่
  3. ระวังอุบัติเหตุ: หลีกเลี่ยงการยกของหนักผิดท่าหรือกระชากแขนแรงๆ
  4. ไม่ปล่อยให้ไหล่นิ่งนานๆ: หากเจ็บไหล่เพียงเล็กน้อย ควรขยับเบาๆ อย่าพันแขนไว้เฉยๆ
  5. สังเกตอาการ: หากเริ่มปวดไหล่เกิน 2 สัปดาห์ ควรรีบพบแพทย์

Q&A Section: เรื่องที่คนไข้มักถามหมอ

Q: ไหล่ติดต้องนวดคลายเส้นแรงๆ ไหม? A: หมอไม่แนะนำให้นวดแรงๆ หรือกระชากข้อครับ เพราะจะยิ่งทำให้เกิดการอักเสบซ้ำเติมพังผืดให้หนากว่าเดิม ควรเน้นการยืดเหยียดเบาๆ แต่บ่อยครั้งครับ

Q: ต้องทำ MRI ทุกเคสไหม? A: ไม่จำเป็นครับ ส่วนใหญ่การตรวจร่างกายโดยละเอียดก็เพียงพอในการวินิจฉัย แต่ถ้าทำกายภาพแล้วไม่ดีขึ้น หมออาจสั่งตรวจเพื่อดูว่ามีเอ็นฉีกร่วมด้วยหรือไม่

Q: ปวดไหล่นานแค่ไหนควรมาพบหมอ? A: หากปวดเกิน 1-2 สัปดาห์ โดยที่พักแล้วไม่หาย หรือเริ่มขยับแขนลำบาก ควรมาตรวจเพื่อรักษาตั้งแต่ระยะแรกครับ


สรุป

โรคไหล่ติดไม่ใช่เรื่องน่ากลัวและรักษาให้หายได้ครับ หัวใจสำคัญคือการ "ไม่หยุดนิ่ง" ยิ่งติดยิ่งต้องยืด (ภายใต้ความดูแลของหมอ) การรักษาด้วยการฉีดยาลดอักเสบเข้าข้อโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทาง เป็นวิธีที่เห็นผลไวและช่วยให้คนไข้กลับไปบริหารร่างกายได้เร็วขึ้น เพื่อให้ข้อไหล่กลับมาเคลื่อนไหวได้ 360 องศาเหมือนเดิมครับ


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ไหล่ติด #ปวดไหล่ #ข้อไหล่ติด #กายภาพบำบัด #รักษาโรคไหล่ติด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #FrozenShoulder #ออฟฟิศซินโดรม #ชามือ #ปวดหลัง


References 

  1. Robinson CM, Seabrouck K, Anderson NH, Jenkins PJ. Frozen shoulder. J Bone Joint Surg Br. 2012;94(1):1-9.(อธิบายภาพรวมของโรคไหล่ติด กลไกการเกิด และแนวทางการรักษาที่เป็นมาตรฐานสากล)
  2. Wong CK, Levine WN, Deo K, et al. Natural history of frozen shoulder: fact or fiction? A systematic review. Physiotherapy. 2017;103(1):40-47. (งานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับระยะเวลาของโรคและโอกาสในการหายเองของคนไข้ไหล่ติด)
  3. Page MJ, Green S, Kramer S, et al. Manual therapy and exercise for frozen shoulder (adhesive capsulitis). Cochrane Database Syst Rev. 2014;(8):CD011275. (การศึกษาประสิทธิภาพของการทำกายภาพบำบัดและการออกกำลังกายในการรักษาไหล่ติด)
  4. Sun Y, Zhang P, Liu S, et al. Intra-articular corticosteroid injection and social support for patients with frozen shoulder. JAMA Netw Open. 2021;4(10):e2127183. (ข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาด้วยการฉีดยาสเตียรอยด์เข้าข้อไหล่เพื่อลดปวดและเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหว)
  5. Fields BK, Skalski MR, Patel DB, et al. Adhesive capsulitis: review of imaging findings, pathophysiology, and current concepts. AJR Am J Roentgenol. 2019;213(6):1185-1194. (บทความวิชาการที่อธิบายภาพเอกซเรย์และ MRI เพื่อการวินิจฉัยโรคไหล่ติดอย่างแม่นยำ)

ปวดไหล่ตอนกลางคืน... สัญญาณเตือนที่ปลุกคุณให้ตื่น หรือแค่ท่าขยับที่ไม่เข้าที่?

 



ปวดไหล่ตอนกลางคืน... สัญญาณเตือนที่ปลุกคุณให้ตื่น หรือแค่ท่าขยับที่ไม่เข้าที่?

หลายคนคงเคยเจอปัญหาที่น่ารำคาญใจแบบนี้ใช่ไหมครับ กลางวันทำงานได้ปกติ เดินไปไหนมาไหนก็ไม่เท่าไหร่ แต่พอหัวถึงหมอนกำลังจะเคลิ้มหลับ กลับมีอาการปวดตื้อๆ ลึกๆ ในข้อไหล่ หรือบางคนเผลอไปนอนตะแคงทับข้างที่ปวดเข้าหน่อย ถึงกับต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก อาการปวดไหล่ตอนกลางคืนไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และมักจะเป็นสัญญาณบอกว่า "ภายในข้อไหล่ของคุณกำลังมีบางอย่างประท้วงอยู่" ครับ


เรื่องเล่าจากห้องตรวจ: เมื่อ "คุณป้ามาลี" นอนไม่ได้มาเกือบเดือน

คุณป้ามาลี อายุ 58 ปี มาหาหมอด้วยสีหน้าที่อิดโรยมากครับ แกบอกว่าช่วงเดือนที่ผ่านมาแทบไม่ได้นอนเลย เพราะปวดไหล่ข้างขวามากโดยเฉพาะตอนดึกๆ ตอนแรกคุณป้าคิดว่าแค่ไปถูบ้านเยอะเกินไป เดี๋ยวก็คงหายเอง เลยซื้อยากินบ้าง นวดบ้าง แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น

"หมอคะ ป้าต้องตื่นมานั่งกุมไหล่ตอนตีสองทุกคืนเลยค่ะ พอนอนตะแคงขวาก็เจ็บจี๊ดจนสะดุ้ง พอจะขยับผ้าห่มก็ปวดแปล๊บขึ้นมาที่ต้นแขน" เมื่อหมอได้ยินแบบนี้ จึงเริ่มตรวจเช็กอย่างละเอียด และพบว่าปัญหาของคุณป้าไม่ใช่แค่ความเมื่อยล้า แต่มันมีสาเหตุที่ซ่อนอยู่ภายในข้อไหล่ครับ


ทำไมเราถึงปวดไหล่ตอนกลางคืนมากกว่าตอนกลางวัน?

ลองนึกภาพตามหมอนะครับ ข้อไหล่ของเราเหมือนกับ "ข้อต่อวงกบประตู" ที่มีเส้นเอ็นหลายเส้นช่วยดึงให้หัวกระดูกต้นแขนหมุนอยู่ในเบ้าได้อย่างแม่นยำ ในตอนกลางวันเรามีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา กล้ามเนื้อมีการทำงาน และแรงดึงดูดของโลกช่วยดึงแขนเราลง ทำให้ช่องว่างในข้อไหล่ยังพอมีที่ว่าง

แต่พอเราล้มตัวลงนอน โดยเฉพาะท่านอนหงายหรือนอนตะแคง แรงดึงดูดจะเปลี่ยนทิศทางครับ หัวกระดูกต้นแขนอาจจะเคลื่อนไปเบียดกับช่องว่างเล็กๆ ในไหล่มากขึ้น หากเส้นเอ็นรอบข้อไหล่มีการอักเสบหรือฉีกขาดอยู่แล้ว การไปกดเบียดเพียงนิดเดียวท่ามกลางความเงียบสงัดของกลางคืน ก็จะทำให้เรารู้สึกปวดรุนแรงกว่าปกติหลายเท่าตัวเลยครับ


โรคยอดฮิตที่ทำให้ปวดไหล่ตอนกลางคืน

อาการปวดไหล่ส่วนใหญ่มักเกิดจาก 3 สาเหตุหลักๆ ดังนี้ครับ:

1. เส้นเอ็นหุ้มข้อไหล่อักเสบหรือฉีกขาด: นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งเลยครับ เมื่อเราอายุมากขึ้น เส้นเอ็นจะเริ่มเสื่อมสภาพเหมือนหนังยางที่ใช้งานมานานจนเปื่อย ถ้ามีการใช้งานหนัก หรือไปยกของหนักผิดท่า เส้นเอ็นอาจจะเกิดการอักเสบ หรือถ้าโชคร้ายหน่อยก็อาจจะฉีกขาด ส่งผลให้ปวดมากเวลาขยับแขนขึ้นเหนือศีรษะ

2. ภาวะไหล่ติด: หลายคนเข้าใจผิดว่าไหล่ติดคือปวดเฉยๆ จริงๆ แล้วมันคือการที่เนื้อเยื่อหุ้มข้อไหล่เกิดการหนาตัวและหดตัวลง ทำให้ช่องว่างในข้อลดลงจนขยับแขนไปทางไหนก็ลำบากและปวดตื้อๆ ตลอดเวลา โดยเฉพาะตอนอากาศเย็นๆ ในห้องแอร์ตอนกลางคืน

3. การมีหินปูนเกาะที่เส้นเอ็นไหล่: ร่างกายบางคนมีการสะสมของแคลเซียมที่เส้นเอ็น เมื่อหินปูนก้อนนี้ไปสีกับกระดูกส่วนอื่นเวลาเรานอนตะแคง อาการปวดจะรุนแรงเหมือนมีเข็มมาทิ่มแทงในไหล่เลยครับ


ปัจจัยเสี่ยงที่ควรระวัง

  • อายุ: ส่วนใหญ่จะเริ่มพบในวัย 40-50 ปีขึ้นไป เพราะความเสื่อมตามวัย
  • อาชีพและงานอดิเรก: คนที่ต้องทำงานยกแขนสูงบ่อยๆ เช่น ช่างทาสี ครูที่เขียนกระดาน หรือนักกีฬาแบดมินตัน
  • โรคประจำตัว: โดยเฉพาะโรคเบาหวาน มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะไหล่ติดได้ง่ายกว่าคนทั่วไป
  • อุบัติเหตุในอดีต: เคยล้มกระแทกไหล่ หรือไหล่หลุดมาก่อน
  • พฤติกรรมการนอน: การชอบนอนตะแคงทับไหล่ข้างเดิมซ้ำๆ เป็นเวลานาน

เมื่อมาหาหมอ เราจะตรวจอะไรกันบ้าง?

การวินิจฉัยไม่ใช่เรื่องน่ากลัวครับ หมอจะเริ่มจากการ ตรวจร่างกาย ดูองศาการขยับของแขนว่าติดขัดตรงไหนไหม จากนั้นอาจจะส่งไป เอกซเรย์ เพื่อดูว่ากระดูกผิดปกติหรือมีหินปูนไหม

แต่สิ่งที่สำคัญมากคือการทำ MRI (คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) ครับ เพราะเอกซเรย์ธรรมดาจะเห็นแต่กระดูก แต่ไม่เห็นเส้นเอ็นที่ขาด การทำ MRI จะช่วยให้หมอเห็นความเสียหายของเส้นเอ็นได้อย่างชัดเจนที่สุด เพื่อที่จะวางแผนการรักษาได้ถูกต้องครับ


แนวทางการรักษา: ไม่ต้องกลัวการผ่าตัด

ข่าวดีคือ ผู้ป่วยส่วนใหญ่กว่า 80-90% สามารถหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ โดยหมอจะเรียงลำดับการรักษาดังนี้:

1. การปรับพฤติกรรมและการนอน: เปลี่ยนท่านอน ไม่นอนตะแคงทับข้างที่ปวด อาจจะใช้หมอนใบเล็กๆ มารองใต้แขนข้างที่ปวดขณะนอนหงาย เพื่อลดการดึงรั้งของเส้นเอ็น

2. การทำกายภาพบำบัด: การบริหารไหล่ด้วยท่าที่ถูกต้องจะช่วยลดอาการไหล่ติด และช่วยให้กล้ามเนื้อรอบไหล่แข็งแรงขึ้นมาช่วยพยุงข้อต่อแทนเส้นเอ็นที่บาดเจ็บ

3. การใช้ยา: กินยาในกลุ่มช่วยลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เพื่อคุมอาการปวดในช่วงแรก

4. การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์: ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีที่ช่วยให้หมอเห็นตำแหน่งที่อักเสบชัดเจน และฉีดยาลงไปที่จุดนั้นได้แม่นยำมาก ช่วยลดปวดและลดการอักเสบได้อย่างรวดเร็ว

5. การผ่าตัดผ่านกล้อง: หากรักษาด้วยวิธีข้างต้นแล้ว 3-6 เดือนไม่ดีขึ้น หรือเส้นเอ็นฉีกขาดรุนแรง หมออาจพิจารณาการผ่าตัดผ่านกล้อง ซึ่งแผลเล็กมากเท่ารูกุญแจ ฟื้นตัวไว และไม่ต้องกังวลเรื่องแผลใหญ่เหมือนสมัยก่อนครับ


โรคนี้จะหายไหม และมีโอกาสกลับมาเป็นอีกหรือไม่?

ส่วนใหญ่ถ้ามารักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะมีพยากรณ์โรคที่ดีมากครับ อาการปวดมักจะค่อยๆ ทุเลาลงภายใน 4-8 สัปดาห์ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ "ความสม่ำเสมอในการทำกายภาพ" เพราะถ้าเราหายปวดแล้วหยุดบริหารไหล่ไปเลย โอกาสที่ไหล่จะกลับมาติดหรือเส้นเอ็นกลับมาอักเสบซ้ำก็มีสูงครับ


ภาวะแทรกซ้อนหากปล่อยทิ้งไว้

ถ้าปล่อยให้ปวดเรื้อรังโดยไม่รักษา นอกจากจะทำให้นอนไม่หลับจนเสียสุขภาพจิตแล้ว อาจนำไปสู่ภาวะ "กล้ามเนื้อต้นแขนลีบ" เพราะร่างกายเราจะพยายามเลี่ยงไม่ใช้งานแขนข้างนั้น รวมถึงเส้นเอ็นที่ฉีกขาดเล็กน้อยอาจลุกลามจนขาดใหญ่ขึ้นจนรักษาได้ยากขึ้นในอนาคตครับ


5 วิธีป้องกันอาการปวดไหล่

  1. หลีกเลี่ยงการยกของหนักเกินกำลัง หรือการเอื้อมหยิบของในที่สูงแบบกะทันหัน
  2. ยืดเหยียดกล้ามเนื้อไหล่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะในวัยทำงานที่นั่งหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ
  3. ปรับท่านอนให้เหมาะสม ไม่นอนทับไหล่ข้างใดข้างหนึ่งนานเกินไป
  4. ควบคุมน้ำหนักและรักษาโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ให้คงที่
  5. หากเริ่มมีอาการปวดไหล่ต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ ให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที

Q&A: ถาม-ตอบ ข้อสงสัยยอดฮิต

Q: ปวดไหล่ตอนกลางคืน ต้องตรวจ MRI ทุกคนไหม? A: ไม่จำเป็นครับ ถ้าอาการเพิ่งเริ่มเป็นและไม่รุนแรง หมออาจจะเริ่มจากการทานยากับทำกายภาพก่อน แต่ถ้าปวดมาก นอนไม่ได้ หรือแขนอ่อนแรง การทำ MRI จะช่วยให้การรักษารวดเร็วและตรงจุดที่สุดครับ

Q: นวดแผนไทยช่วยให้อาการปวดไหล่ดีขึ้นไหม? A: การนวดคลายเส้นช่วยลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อได้ครับ แต่ต้องระวัง "การดัดหรือดึงไหล่แรงๆ" เพราะถ้าเส้นเอ็นคุณกำลังขาดอยู่ การนวดรุนแรงอาจทำให้เส้นเอ็นขาดมากขึ้นได้ครับ

Q: ปวดไหล่นานแค่ไหนควรไปหาหมอ? A: ถ้าปวดจนรบกวนการนอนหลับติดต่อกันเกิน 1 สัปดาห์ หรือเริ่มรู้สึกว่ายกแขนขึ้นสระผมไม่สะดวก ใส่เสื้อผ้าลำบาก ควรไปพบหมอได้เลยครับ ไม่ต้องรอให้ปวดจนทนไม่ไหว


สรุปส่งท้าย

อาการปวดไหล่ตอนกลางคืนเป็นเรื่องที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตอย่างมากครับ เพราะร่างกายต้องการการพักผ่อน แต่ถ้าไหล่เจ้ากรรมดันมาประท้วงเสียก่อน ย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและใจในระยะยาว จำไว้เสมอครับว่า "ไหล่มีปัญหา รักษาได้" และส่วนใหญ่ไม่ต้องจบลงที่เตียงผ่าตัดหากเราดูแลตัวเองได้ทันท่วงทีครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #ไหล่ติด #เส้นเอ็นไหล่ฉีกขาด #นอนไม่หลับ #ปวดไหล่ตอนกลางคืน #ออฟฟิศซินโดรม #หมอเก่งกระดูกและข้อ #รักษากระดูกและข้อโดยไม่ต้องผ่าตัด


References (แบบ Vancouver)

  1. Codman EA. The Shoulder: Rupture of the Supraspinatus Tendon and Other Lesions in or about the Subacromial Bursa. Boston: Thomas Todd Company; 1934. (คัมภีร์ดั้งเดิมเรื่องการวิจัยโรคเส้นเอ็นไหล่และอาการปวดไหล่)
  2. Maman E, Yehiam C, Rak K, Beyth S, Mozes G, Agar G, et al. A Randomized Controlled Trial Comparing In-Office Ultrasonography-Guided Versus Anatomical Landmark-Guided Corticosteroid Injection for Shoulder Pain. Arthroscopy. 2016;32(11):2212-2218. (งานวิจัยเปรียบเทียบความแม่นยำของการฉีดยาเข้าข้อไหล่โดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทาง)
  3. Neviaser AS, Hannafin JA. Adhesive capsulitis: a review of current treatment. Am J Sports Med. 2010;38(11):2346-56. (บทความวิชาการที่สรุปแนวทางการรักษาภาวะไหล่ติดในปัจจุบัน)
  4. Kuhn JE, Dunn WR, Sanders R, An Q, Baumgarten KM, Bishop JY, et al. Effectiveness of physical therapy in treating atraumatic full-thickness rotator cuff tears: a multicenter prospective cohort study with five-year follow-up. J Shoulder Elbow Surg. 2013;22(10):1371-9. (งานวิจัยที่ยืนยันว่าการทำกายภาพบำบัดช่วยรักษาเส้นเอ็นไหล่ฉีกขาดได้โดยไม่ต้องผ่าตัด)
  5. Yamaguchi K, Tetro AM, Blam O, Evanoff BA, Teefey SA, Middleton WD. Natural history of asymptomatic rotator cuff tears: a longitudinal analysis of asymptomatic tears detected sonographically. J Shoulder Elbow Surg. 2001;10(3):199-203. (การศึกษาธรรมชาติของโรคเส้นเอ็นไหล่เสื่อมและการดำเนินโรคเมื่ออายุมากขึ้น)

ยกแขนไม่ขึ้น... ไม่ได้แปลว่า "ไหล่ติด" ทุกคน! เช็คให้ชัวร์ก่อนรักษาผิดวิธี

 

ยกแขนไม่ขึ้น... ไม่ได้แปลว่า "ไหล่ติด" ทุกคน! เช็คให้ชัวร์ก่อนรักษาผิดวิธี

คุณเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ไหมครับ? จะหยิบของบนชั้นวางสูงๆ ก็เอื้อมไม่ถึง จะสวมเสื้อยืดเข้าหัวก็ทำไม่ได้ หรือแม้แต่ตอนจะอาบน้ำถูหลัง ก็รู้สึกว่ามือมันเอื้อมไปไม่ถึงจุดเดิม แถมพยายามจะยกแขนขึ้นทีไร ก็มีอาการปวดแปล๊บที่หัวไหล่จนต้องรีบเอามือลง หลายคนพอเจออาการแบบนี้ปุ๊บ ก็มักจะเหมาเอาเองทันทีว่า "สงสัยเราจะเป็นโรคไหล่ติดแน่ๆ" แล้วก็ไปหาวิธีบริหารแบบผิดๆ หรือนวดเค้นแรงๆ จนอาการบานปลาย

วันนี้หมออยากจะบอกว่า อาการ "ยกแขนไม่ขึ้น" เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งครับ ภายใต้อาการที่เหมือนกันนี้ อาจซ่อนโรคที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การรักษาคนละแบบ และถ้าเราแยกไม่ออก การรักษาที่คิดว่า "ช่วย" อาจกลายเป็น "แกล้ง" ให้ไหล่เราพังกว่าเดิมได้ครับ


เรื่องเล่าจากคนไข้: "ป้ามาลี" กับความเข้าใจผิดที่เกือบทำให้เอ็นขาดถาวร

หมอขออนุญาตเล่าเรื่องของ "ป้ามาลี" (นามสมมติ) อายุ 58 ปี ป้ามาลีเป็นแม่บ้านที่ดูแลลูกหลานอย่างขยันขันแข็งครับ วันหนึ่งป้าเริ่มรู้สึกปวดหัวไหล่ข้างซ้าย โดยเฉพาะเวลาต้องยกมือขึ้นเก็บผ้าบนราว ป้ามาลีบอกตัวเองว่า "เออ... สงสัยเราเริ่มแก่แล้ว ไหล่คงติดเหมือนเพื่อนบ้านคนอื่นๆ มั้ง"

ป้ามาลีเลยตัดสินใจไปนวดแผนโบราณแบบ "เปิดประตูลม" และให้หมอนวดช่วย "ดัดไหล่" อย่างรุนแรง เพราะเชื่อว่าต้องดัดให้หายติด แต่ผลปรากฏว่าหลังจากกลับมา ป้ามาลีไม่ได้ปวดน้อยลงเลยครับ กลับปวดจนนอนไม่ได้ทั้งคืน และแขนซ้ายกลับ "ยกไม่ขึ้น" ยิ่งกว่าเดิม จนสุดท้ายต้องให้ลูกสาวพามาหาหมอ

เมื่อหมอตรวจร่างกายอย่างละเอียด พบว่าป้ามาลีไม่ได้เป็น "ข้อไหล่ติด" ครับ แต่ป้ามีอาการ "เส้นเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด" การไปดัดหรือเค้นแรงๆ ในขณะที่เอ็นขาดอยู่แล้ว จึงเหมือนกับการไปฉีกกระดาษที่เกือบขาดให้ขาดออกจากกันมากขึ้นนั่นเองครับ


อธิบายโรคแบบเข้าใจง่าย: "บานพับฝืด" หรือ "มือจับพัง"?

เพื่อให้ทุกคนเข้าใจความต่าง หมอขอเปรียบเทียบหัวไหล่ของเราเหมือนกับ "ประตูบ้าน" ครับ

  1. โรคข้อไหล่ติด (Frozen Shoulder): เปรียบเสมือน "บานพับประตูที่สนิมเกาะจนฝืด" ครับ ไม่ว่าใครจะมาช่วยผลัก หรือเราจะพยายามเปิดเอง ประตูก็จะเปิดได้แค่นิดเดียวแล้วก็ติดขัดไปหมด เพราะถุงหุ้มข้อต่อมันหนาตัวและหดรั้งจนขยับไม่ได้เลย
  2. เส้นเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด (Rotator Cuff Tear): เปรียบเสมือน "มือจับประตูพัง หรือคนที่คอยผลักประตูไม่มีแรง" ครับ ตัวบานพับจริงๆ ยังลื่นดีอยู่ (ถ้าหมอเป็นคนช่วยยกแขนให้ จะยกขึ้นได้สุด) แต่พอให้คนไข้ยกเอง แขนกลับไม่มีแรงส่ง หรือปวดจนยกไม่ไหว เพราะ "สายพาน" หรือเส้นเอ็นที่คอยดึงกระดูกมันขาดไปนั่นเองครับ

เห็นไหมครับว่า สาเหตุคนละเรื่องกันเลย ดังนั้นการรักษาจึงต้องเริ่มจากการแยกสองอย่างนี้ออกจากกันให้ชัดเจนก่อนครับ


ความรู้พื้นฐานของโรค: ทำไมเราถึงยกแขนไม่ขึ้น?

หัวไหล่เป็นข้อต่อที่ขยับได้กว้างที่สุดในร่างกายครับ ความมั่นคงของมันจึงขึ้นอยู่กับเส้นเอ็น 4 เส้นเล็กๆ ที่ล้อมรอบ (หมอเรียกว่า เส้นเอ็นประคองข้อไหล่) และถุงหุ้มข้อที่คอยหล่อลื่น

  • โรคคืออะไร: อาการยกแขนไม่ขึ้นเกิดได้จากหลายสาเหตุหลักๆ คือ ข้อไหล่ติด (ถุงหุ้มข้ออักเสบจนหนาตัว), เส้นเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด (จากการเสื่อมหรืออุบัติเหตุ), และ หินปูนเกาะเส้นเอ็น
  • สาเหตุ: อาจเกิดจากการใช้งานซ้ำๆ การเสื่อมตามอายุ หรือบางครั้งก็เกิดขึ้นเองโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน (โดยเฉพาะในคนที่เป็นโรคเบาหวาน)
  • การเกิดโรค: เมื่อมีการบาดเจ็บหรืออักเสบ ร่างกายจะพยายามซ่อมแซม แต่ถ้าซ่อมไม่ถูกจุดหรือมีการอักเสบเรื้อรัง ก็จะเกิดเป็นพังผืดหรือรอยฉีกขาดตามมา
  • อาการ: ปวดลึกๆ ในไหล่, ปวดตอนกลางคืนนอนตะแคงทับไม่ได้, ยกแขนสระผมหรือเอื้อมมือไปข้างหลังลำบาก

ปัจจัยเสี่ยง: ใครบ้างที่หัวไหล่มีโอกาส "งอแง"?

  1. ผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป: เส้นเอ็นและหมอนรองข้อเริ่มมีความเสื่อมตามธรรมชาติ
  2. โรคประจำตัว โดยเฉพาะเบาหวาน: คนไข้เบาหวานมีโอกาสเกิด "ข้อไหล่ติด" สูงกว่าคนทั่วไปหลายเท่า เพราะน้ำตาลที่สูงทำให้พังผืดแข็งตัวง่าย
  3. ผู้ที่เคยเกิดอุบัติเหตุ: เช่น ล้มมือค้ำพื้น หรือไหล่กระแทก แม้จะนานมาแล้วแต่รอยฉีกขาดเล็กๆ อาจสะสมจนใหญ่ขึ้นได้
  4. อาชีพที่ต้องยกแขนสูงบ่อยๆ: เช่น ช่างทาสี, ครูที่เขียนกระดานนานๆ หรือนักกีฬาว่ายน้ำและแบดมินตัน
  5. การขาดการเคลื่อนไหว: เช่น คนไข้ที่ต้องใส่ผ้าคล้องแขนไว้นานๆ หลังผ่าตัดหรือกระดูกหัก ทำให้ข้อไหล่ไม่ได้ขยับจนเกิดพังผืดรัด

การตรวจวินิจฉัย: ไม่ต้องเดาให้เสียเวลา

เมื่อมาหาหมอ หมอจะมีวิธีเช็คที่ง่ายและแม่นยำครับ:

  • การตรวจร่างกาย (สำคัญที่สุด): หมอจะลองยกแขนคนไข้ดู (Passive movement) ถ้าหมอยกให้แล้วยังติด แปลว่า "ข้อไหล่ติด" แต่ถ้าหมอยกให้แล้วขึ้นสุด แต่คนไข้ยกเองไม่ขึ้น แปลว่า "เส้นเอ็นมีปัญหา" ครับ
  • เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูว่ามีหินปูนเกาะไหม หรือมีกระดูกงอกไปเบียดเส้นเอ็นหรือเปล่า
  • การตรวจด้วยอัลตราซาวด์: วิธีนี้ดีมากครับ เพราะหมอสามารถเห็นเส้นเอ็นได้แบบสดๆ ว่ามีรอยฉีกขาดหรือมีการอักเสบตรงไหนบ้าง
  • MRI: ในกรณีที่สงสัยว่าเอ็นฉีกขาดรุนแรง หรือต้องการดูรายละเอียดก่อนวางแผนผ่าตัด MRI จะให้ภาพที่ชัดเจนที่สุดเหมือนเรามองเข้าไปในหัวไหล่เลยครับ

แนวทางการรักษา: เริ่มจากเบาไปหาหนัก

คนไข้ส่วนใหญ่กังวลเรื่องการผ่าตัด แต่หมอขอยืนยันครับว่า "ส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัด" หากมาหาหมอตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเราจะใช้หลักการรักษาดังนี้:

  1. ปรับพฤติกรรม: เลี่ยงการยกของหนัก หรือการเอื้อมแขนไปเบาะหลังรถ (ท่านี้อันตรายต่อเอ็นไหล่มากครับ) รวมถึงการจัดท่าทางตอนนอน
  2. กายภาพบำบัด: สำหรับคนไหล่ติด เราต้อง "ยืด" ส่วนคนเอ็นขาด เราต้อง "บริหารกล้ามเนื้อรอบข้างให้แข็งแรง" เพื่อทำหน้าที่แทนเส้นเอ็นส่วนที่ขาดไป
  3. การใช้ยา: ยาลดอักเสบและยาคลายกล้ามเนื้อจะช่วยให้ช่วงที่ปวดมากๆ ทุเลาลงจนสามารถทำกายภาพบำบัดได้
  4. การฉีดยาเฉพาะจุด: หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์ช่วยระบุตำแหน่ง แล้วฉีดยาลดอักเสบหรือน้ำเลี้ยงข้อเทียมเข้าไปที่จุดที่มีปัญหาโดยตรง ซึ่งแม่นยำและเจ็บน้อยมาก
  5. การผ่าตัดผ่านกล้อง: หากรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ดีขึ้น หรือเอ็นฉีกขาดจนใช้งานไม่ได้ ปัจจุบันเรามีการผ่าตัดผ่านกล้อง แผลเล็กเท่ารูเข็ม เจ็บน้อย และฟื้นตัวไวมากครับ

พยากรณ์โรค: นานไหมกว่าจะหาย?

  • ข้อไหล่ติด: มักต้องใช้เวลาครับ บางคนอาจนานเป็นเดือนหรือเป็นปี แต่ข่าวดีคือ "มันหายเองได้" ถ้าทำกายภาพอย่างถูกวิธี
  • เส้นเอ็นฉีกขาด: ถ้าขาดไม่มาก การทำกายภาพมักช่วยให้กลับมาใช้งานได้เกือบปกติ แต่ถ้าขาดใหญ่มากอาจต้องอาศัยการผ่าตัดซ่อมแซมเพื่อป้องกันไม่ให้ข้อไหล่เสื่อมถาวรในอนาคตครับ

ภาวะแทรกซ้อน: อย่าปล่อยให้ "แขนลีบ"

หากปล่อยอาการทิ้งไว้นานเกินไป ร่างกายจะเริ่ม "ปิดสวิตช์" แขนข้างนั้นครับ

  • กล้ามเนื้อหัวไหล่ลีบฝ่อ: เพราะไม่ได้ใช้งานนานๆ กล้ามเนื้อจะค่อยๆ เล็กลงจนเห็นกระดูกชัด
  • อาการปวดเรื้อรัง: อาจส่งผลต่อการนอนหลับ ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอและเกิดภาวะเครียดสะสม
  • ข้อไหล่เสื่อม: ในกรณีที่เอ็นขาดขนาดใหญ่ หัวไหล่จะสูญเสียสมดุลจนกระดูกเสียดสีกันเอง

วิธีป้องกัน: บริหารไหล่ให้แข็งแรง

  1. ยืดเหยียดสม่ำเสมอ: ทำท่าไต่ฝาผนัง หรือใช้ผ้าขนหนูช่วยดึงแขนขึ้นลงเบาๆ ทุกเช้า
  2. เลี่ยงท่าเสี่ยง: ไม่เอื้อมหยิบของหนักที่อยู่หลังรถ หรือยกของหนักในท่าที่แขนอยู่ไกลตัว
  3. คุมเบาหวานให้ดี: สำหรับคนที่มีโรคประจำตัว การคุมน้ำตาลช่วยลดความเสี่ยงข้อไหล่ติดได้ชัดเจน
  4. เสริมสร้างกล้ามเนื้อบ่าและไหล่: กล้ามเนื้อรอบๆ ที่แข็งแรงจะช่วยลดภาระของเส้นเอ็นเส้นเล็กๆ ได้ครับ
  5. พักเมื่อปวด: หากเริ่มรู้สึกปวดแปล๊บ ให้พักการใช้งานและประคบเย็นเบาๆ อย่าฝืนใช้งานหนักต่อ

Q&A Section: ตอบข้อสงสัยเรื่องหัวไหล่

Q: ปวดไหล่ตอนกลางคืนมาก นอนไม่หลับเลย เป็นสัญญาณของอะไร? ตอบ: อาการปวดตอนกลางคืนมักสัมพันธ์กับการอักเสบของถุงหุ้มข้อ หรือมีหินปูนเกาะเส้นเอ็นครับ เป็นสัญญาณว่าควรมาพบหมอเพื่อรับยาลดอักเสบได้แล้วครับ

Q: นวดแผนโบราณช่วยให้หายไหล่ติดได้จริงไหม? ตอบ: การนวดช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายได้ครับ แต่ต้อง "ระวัง" การดัดหรือกระชากแรงๆ หากสาเหตุเกิดจากเอ็นฉีกขาด การนวดรุนแรงอาจทำให้แผลฉีกกว้างขึ้นครับ

Q: ยกแขนไม่ขึ้นนานแค่ไหนถึงต้องมาพบหมอ? ตอบ: หากปวดเกิน 1-2 สัปดาห์ หรือเริ่มมีปัญหาในการทำกิจวัตรประจำวัน เช่น ติดกระดุมเสื้อไม่ได้ หรือสระผมลำบาก แนะนำให้มาตรวจเช็คด้วยอัลตราซาวด์เบื้องต้นครับ


สรุป

อาการยกแขนไม่ขึ้นมี "จุดเริ่มต้น" ที่ดูคล้ายกัน แต่ "จุดจบ" และ "วิธีรักษา" ต่างกันลิบลับครับ ไม่ว่าจะเป็นข้อไหล่ติดหรือเอ็นไหล่ฉีกขาด การตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำด้วยการตรวจร่างกายและอัลตราซาวด์ คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้คุณกลับมาโบกมือได้รอบทิศอีกครั้ง อย่าปล่อยให้ความเข้าใจผิดเหมือนป้ามาลีทำให้ไหล่ของคุณต้องเจ็บตัวฟรีนะครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666


References (Vancouver Style):

  1. Wong CK, et al. Natural history of frozen shoulder: fact or fiction? A systematic review. Physiotherapy. 2017;103(1):40-47. (เจาะลึกธรรมชาติของโรคไหล่ติดและระยะเวลาการดำเนินโรค)
  2. Sambandam SN, et al. Rotator cuff tears: An evidence based approach. World J Orthop. 2015;6(11):902-18. (แนวทางการรักษาเส้นเอ็นหัวไหล่ฉีกขาดตามหลักฐานทางการแพทย์)
  3. Redler LH, et al. Management of Rotator Cuff Tears in the Older Patient. J Am Acad Orthop Surg. 2019;27(24):901-909. (การดูแลรักษาปัญหาเส้นเอ็นไหล่ในผู้สูงอายุ)
  4. Dias R, et al. Frozen shoulder. BMJ. 2005;331(7530):1453-6. (บทความวิชาการที่อธิบายกลไกและการรักษาโรคข้อไหล่ติดอย่างเป็นระบบ)
  5. Keener JD, et al. The natural history of asymptomatic rotator cuff tears. A prospective, longitudinal cohort study. J Bone Joint Surg Am. 2013;95(14):1280-5. (งานวิจัยเกี่ยวกับการดำเนินโรคของเส้นเอ็นไหล่ฉีกขาดที่ยังไม่มีอาการ)

#ปวดไหล่ #ไหล่ติด #เส้นเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด #ยกแขนไม่ขึ้น #หมอเก่งกระดูกและข้อ #สุขภาพผู้สูงอายุ #กายภาพบำบัด #ไหล่ปวด