Thursday, April 9, 2026

หยิบของหลังรถก็จี๊ด ติดกระดุมเสื้อก็ไม่ได้... ปวดไหล่จนนอนไม่หลับแบบนี้ ใช่ไหล่ติดหรือเปล่า?”

 



หยิบของหลังรถก็จี๊ด ติดกระดุมเสื้อก็ไม่ได้... ปวดไหล่จนนอนไม่หลับแบบนี้ ใช่ไหล่ติดหรือเปล่า?”

สวัสดีครับหมอเก่งนะครับ วันนี้หมออยากมาชวนคุยเรื่องที่สร้างความลำบากใจให้กับพี่ๆ น้าๆ โดยเฉพาะผู้หญิงวัย 60 ปีขึ้นไปหลายท่าน นั่นคืออาการปวดไหล่ที่อยู่ดีๆ ก็เป็นขึ้นมาเอง ไม่ได้ล้มไม่ได้กระแทก แต่มันปวดจนใช้ชีวิตลำบากเหลือเกินครับ


เมื่อกิจวัตรประจำวันกลายเป็นเรื่องยาก: เรื่องราวของคุณป้าพร

คุณป้าพร (นามสมมติ) อายุ 60 ปี เพิ่งเกษียณจากการเป็นคุณครูมาได้ไม่นาน ปกติคุณป้าเป็นคนคล่องแคล่ว ชอบทำงานบ้าน ปลูกต้นไม้ แต่ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา คุณป้าเริ่มรู้สึกปวดไหล่ซ้ายลึกๆ ตอนแรกนึกว่าแค่เมื่อยจากการทำงานบ้านเยอะเกินไป เลยซื้อพลาสเตอร์มาแปะ ซื้อยาหม่องมาทา แต่มันไม่หายครับ

หนักเข้าเริ่มลามไปถึงการใช้ชีวิตประจำวัน เวลาจะใส่เสื้อเชิ้ตแล้วต้องเอื้อมมือไปข้างหลังเพื่อสวมแขนเสื้อ คุณป้าจะรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาจนน้ำตาซึม หรือแม้แต่ตอนอาบน้ำจะถูหลังก็ทำไม่ได้ ที่สำคัญที่สุดคือตอนกลางคืน พอเผลอนอนตะแคงทับไหล่ข้างนั้นเมื่อไหร่ จะสะดุ้งตื่นด้วยความปวดร้าวทันที คุณป้าเริ่มกังวลว่า "เราจะเป็นอัมพฤกษ์หรือเปล่า?" หรือ "กระดูกมันงอกไปทับเส้นไหม?" ความกังวลนี้ทำให้คุณป้าไม่กล้าขยับแขน ยิ่งไม่ขยับ ไหล่ก็ยิ่งแข็งจนยกแขนไม่ขึ้นในที่สุดครับ

หมออยากบอกคุณป้าพรและทุกท่านว่า อาการแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงจนรักษาไม่ได้ครับ สิ่งที่คุณป้าเป็นเราเรียกว่า "ภาวะข้อไหล่ติด" ครับ


ภาวะข้อไหล่ติดคืออะไร? (เปรียบเทียบให้เห็นภาพ)

ลองนึกภาพตามหมอนะครับ ข้อไหล่ของคนเราเหมือนกับ "ลูกเซรามิก" ที่วางอยู่ใน "ถ้วย" เพื่อให้เราหมุนแขนได้รอบทิศทาง และรอบๆ ข้อไหล่นี้จะมี "ถุงหุ้มข้อ" (Capsule) ซึ่งปกติจะมีความยืดหยุ่นเหมือน "ถุงพลาสติกใบใหญ่" ที่หลวมพอให้เราขยับแขนไปมาได้สะดวก

แต่พอเกิดภาวะ ข้อไหล่ติด (Frozen Shoulder) ถุงหุ้มข้อที่เคยนิ่มและยืดหยุ่น กลับเกิดการอักเสบ หนาตัวขึ้น และหดตัวเล็กลง เหมือนเราเอาถุงพลาสติกนั้นไปลนไฟจนมันหดเกร็งและแข็งกระด้าง พอถุงมันหดเล็กลงและรัดข้อไหล่จนแน่น เวลาเราจะขยับแขน ถุงที่แข็งนี้ก็จะไปรั้งทำให้เราเจ็บ และจำกัดการเคลื่อนไหวเหมือนโดนล็อคไว้นั่นเองครับ


ทำไมถึงเป็น? และใครบ้างที่เสี่ยง?

โรคนี้มักจะเกิดขึ้นได้เองโดยไม่มีสาเหตุที่ชัดเจน แต่จากสถิติพบว่ามีปัจจัยบางอย่างที่ทำให้เป็นได้ง่ายขึ้นครับ:

  1. อายุและเพศ: มักพบในคนอายุ 40-60 ปีขึ้นไป และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายครับ

  2. โรคประจำตัว: โดยเฉพาะ "เบาหวาน" และ "โรคไทรอยด์" คนที่เป็นเบาหวานมีโอกาสไหล่ติดสูงกว่าคนทั่วไปหลายเท่า และมักจะรักษายากกว่าด้วยครับ

  3. การไม่ได้ใช้งาน: เช่น คนที่เคยผ่าตัดแล้วต้องคล้องแขนไว้นานๆ หรือเจ็บไหล่จากสาเหตุอื่นแล้วไม่กล้าขยับ จนถุงหุ้มข้อเริ่มยึดติด

  4. ความเสื่อมตามวัย: เนื้อเยื่อรอบข้อไหล่เริ่มเสื่อมสภาพตามอายุ ทำให้เกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้น


3 ระยะของโรคไหล่ติด: คุณอยู่ที่ระยะไหน?

ภาวะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นปุ๊บปั๊บแล้วจบไป แต่มักมีวิวัฒนาการเป็น 3 ระยะหลักๆ ดังนี้ครับ:

ระยะที่ 1: ระยะปวด (Freezing Phase) ระยะนี้จะเน้นไปที่ "ความเจ็บปวด" ครับ เป็นช่วงที่เริ่มมีการอักเสบของถุงหุ้มข้อ คุณจะเริ่มปวดไหล่บ่อยขึ้น โดยเฉพาะตอนกลางคืน หรือตอนที่ขยับแขนเร็วๆ ระยะนี้ไหล่ยังขยับได้เกือบปกติ แต่ขยับแล้วเจ็บมาก มักกินเวลาประมาณ 2-9 เดือนครับ

ระยะที่ 2: ระยะติด (Frozen Phase) ระยะนี้อาการปวดอาจจะ "ลดลง" บ้าง แต่สิ่งที่ตามมาคือ "ความแข็ง" ครับ ไหล่จะขยับได้น้อยลงอย่างชัดเจน ยกแขนขึ้นไม่ได้ เอื้อมมือไปข้างหลังไม่ได้ ใส่เสื้อลำบาก เหมือนมีอะไรมาล็อคไหล่ไว้ ระยะนี้มักกินเวลา 4-12 เดือนครับ

ระยะที่ 3: ระยะฟื้นตัว (Thawing Phase) เป็นระยะที่ความยืดหยุ่นเริ่มกลับมา ถุงหุ้มข้อที่เคยหดแข็งเริ่มคลายตัวลง อาการติดจะค่อยๆ ดีขึ้นอย่างช้าๆ จนกลับมาใช้งานได้ใกล้เคียงปกติ มักกินเวลา 6 เดือนถึง 2 ปีครับ


การตรวจวินิจฉัย: หมอจะทำอะไรบ้าง?

เมื่อมาหาหมอ หมอจะเริ่มจากการสอบถามอาการอย่างละเอียดครับ ว่าเริ่มปวดตอนไหน มีโรคประจำตัวอะไรไหม จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจดังนี้:

  • การตรวจร่างกาย: หมอจะลองขยับแขนของคุณดูในท่าต่างๆ เพื่อดูว่า "องศาการขยับ" ลดลงแค่ไหน โดยจะแยกออกจากโรคอื่น เช่น เส้นเอ็นไหล่ฉีก ซึ่งจะมีลักษณะการเจ็บที่ต่างกัน

  • การเอกซเรย์ (X-ray): จริงๆ แล้วเอกซเรย์มองไม่เห็นภาวะไหล่ติดครับ แต่มือทำเพื่อ "คัดออก" โรคอื่น เช่น หินปูนเกาะข้อ หรือข้อไหล่เสื่อม

  • การอัลตราซาวด์ (Ultrasound): วิธีนี้ดีมากครับ เพราะหมอสามารถเห็นความหนาตัวของถุงหุ้มข้อและการอักเสบได้ชัดเจนในขณะที่ตรวจเลย

  • MRI: มักใช้ในกรณีที่สงสัยว่ามีโรคอื่นร่วมด้วย เช่น เส้นเอ็นขาด เพื่อช่วยในการวางแผนรักษาที่แม่นยำขึ้น


แนวทางการรักษา: ไม่ต้องผ่าตัดก็หายได้

ข่าวดีคือ ผู้ป่วยไหล่ติดมากกว่า 90% หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ โดยหมอจะเน้นการรักษาแบบเป็นลำดับขั้นตอน ดังนี้:

1. การปรับพฤติกรรมและการดูแลตัวเอง ในระยะที่ปวดมาก ควรพักการใช้งานไหล่ที่ต้องออกแรงเยอะๆ แต่ห้ามอยู่นิ่งเฉยจนเกินไป หมอจะแนะนำท่าบริหารง่ายๆ เพื่อประคองไม่ให้ไหล่ติดมากขึ้น

2. การใช้ยา หมอจะจ่ายยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เพื่อลดความปวดและลดการอักเสบภายในถุงหุ้มข้อ ช่วยให้คุณหลับสบายขึ้นและขยับแขนเพื่อทำกายภาพได้ง่ายขึ้นครับ

3. การทำกายภาพบำบัด นี่คือหัวใจสำคัญครับ นักกายภาพจะช่วยยืดถุงหุ้มข้อไหล่ด้วยเทคนิคเฉพาะ รวมถึงการใช้เครื่องมือ เช่น อัลตราซาวด์ความร้อน หรือเลเซอร์ เพื่อลดปวดและเพิ่มความยืดหยุ่น

4. การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่อง Ultrasound นำทาง วิธีนี้เป็นวิธีที่หมอแนะนำบ่อยในรายที่ปวดมากหรือติดเยอะ หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์มองเห็นช่องว่างในข้อไหล่ได้อย่างชัดเจน แล้วฉีดยาลดการอักเสบร่วมกับน้ำเกลือเข้าไปขยายถุงหุ้มข้อ (Hydrodilatation) เพื่อให้ถุงที่หดตัวอยู่ขยายออก วิธีนี้แม่นยำ ปลอดภัย และช่วยให้คนไข้ขยับไหล่ได้ดีขึ้นทันทีหลังทำครับ

5. การผ่าตัด (เฉพาะกรณีที่รักษาด้วยวิธีอื่นไม่เห็นผล) หากทำทุกวิธีแล้วนานกว่า 6-12 เดือนยังไม่ดีขึ้น หมออาจพิจารณาการผ่าตัดส่องกล้องเพื่อเข้าไป "คลาย" ถุงหุ้มข้อที่ติดยึด ซึ่งเป็นการผ่าตัดเล็ก แผลนิดเดียว และฟื้นตัวไวครับ


พยากรณ์โรค: จะหายไหม? นานแค่ไหน?

โรคไหล่ติดเป็นโรคที่ "หายได้" ครับ แต่ต้องใช้ความอดทนและเวลา ส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 1-2 ปีในการหายสนิท แต่ถ้าได้รับการรักษาที่ถูกต้องตั้งแต่วันนี้ เช่น การทำกายภาพหรือการฉีดยาขยายถุงหุ้มข้อ ระยะเวลาการรักษาจะสั้นลงอย่างมากครับ และโอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำที่เดิมนั้นมีน้อยมากครับ


ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา อาจนำไปสู่:

  • กล้ามเนื้อรอบบ่าฝ่อตัว: เพราะไม่ได้ใช้งานแขนข้างนั้นนานๆ

  • ความปวดเรื้อรัง: จนส่งผลต่อสุขภาพจิต ทำให้นอนหลับยากและเครียด

  • เสียบุคลิกภาพ: ร่างกายจะพยายามชดเชยด้วยการเอียงตัวหรือยกบ่าขึ้นเวลาจะขยับแขน


5 วิธีป้องกันและดูแลตัวเองเบื้องต้น

  1. คุมเบาหวานให้ดี: ใครที่มีโรคประจำตัว ต้องคุมระดับน้ำตาลให้คงที่ เพราะน้ำตาลที่สูงจะทำให้เนื้อเยื่ออักเสบง่าย

  2. บริหารไหล่สม่ำเสมอ: หากเริ่มรู้สึกตึงๆ ให้ทำท่า "ไต่กำแพง" หรือท่า "แกว่งแขนแบบลูกตุ้ม" เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น

  3. เลี่ยงการนอนทับไหล่: พยายามจัดท่านอนให้ไหล่อยู่ในตำแหน่งที่ผ่อนคลาย อาจใช้หมอนใบเล็กๆ รองใต้แขน

  4. ไม่อยู่นิ่งนานเกินไป: แม้จะเจ็บแขนจากสาเหตุอื่น ก็ควรขยับไหล่เบาๆ เท่าที่ทำได้เสมอ

  5. สังเกตอาการ: หากปวดไหล่นานเกิน 2 สัปดาห์ และเริ่มยกแขนได้น้อยลง ให้รีบมาพบหมอทันทีครับ


Q&A Section: คำถามที่พบบ่อย

Q: ปวดไหล่ข้างเดียว อีกหน่อยจะเป็นอีกข้างไหม? A: มีโอกาสครับ ประมาณ 20-30% ของคนที่เป็นข้างหนึ่งแล้ว อาจจะเป็นอีกข้างตามมาได้ แต่จะไม่เป็นซ้ำที่เดิมครับ

Q: ต้องทำ MRI ทุกเคสไหม? A: ไม่จำเป็นครับ ส่วนใหญ่การตรวจร่างกายและอัลตราซาวด์ก็เพียงพอต่อการวินิจฉัยไหล่ติดแล้ว ยกเว้นหมอสงสัยว่ามีเส้นเอ็นฉีกขาดร่วมด้วยครับ

Q: นวดแผนไทยช่วยได้ไหม? A: การนวดช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อรอบๆ ได้ครับ แต่ต้องระวัง "การดัดหรือกระชากไหล่" แรงๆ ในระยะที่กำลังอักเสบ (ระยะที่ 1) เพราะจะยิ่งทำให้ถุงหุ้มข้ออักเสบหนักกว่าเดิมครับ


สรุปประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)

  1. ไหล่ติดเกิดจากถุงหุ้มข้อไหล่อักเสบและหนาตัว จนรัดข้อไหล่ให้ขยับไม่ได้

  2. พบมากในผู้หญิงวัย 60 ปี และคนที่เป็นเบาหวานหรือโรคไทรอยด์

  3. โรคนี้มี 3 ระยะ (ปวด, ติด, ฟื้นตัว) ซึ่งต้องใช้เวลาและการรักษาที่ต่างกันไป

  4. การรักษาที่ได้ผลดีและแม่นยำคือ การทำกายภาพควบคู่กับการฉีดยาขยายถุงหุ้มข้อโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทาง

  5. ยิ่งรักษาเร็ว ยิ่งลดความเจ็บปวดและกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติไวขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องรอให้หายเองตามธรรมชาติครับ


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #ไหล่ติด #ข้อไหล่ติด #ยกแขนไม่ขึ้น #กายภาพบำบัด #รักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด #เบาหวาน #สุขภาพผู้สูงอายุ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดกลางคืน #ShoulderPain #FrozenShoulder #AdhesiveCapsulitis #Orthopedics #HealthTips


References 


  1. Ewald A. Adhesive capsulitis: a review. Am Fam Physician. 2011 Feb 15;83(4):417-422. PMID:21322521.
    บทความนี้เล่าให้หมอเวชปฏิบัติเข้าใจว่าไหล่ติดคืออะไร แบ่งเป็นกี่ระยะ สาเหตุอะไรบ้าง และแนวทางดูแลเบื้องต้น เช่น ยาและกายภาพบำบัด

  2. Page MJ, Green S, Kramer S, Johnston RV, McBain B, Chau M, Buchbinder R. Manual therapy and exercise for adhesive capsulitis (frozen shoulder). Cochrane Database Syst Rev. 2014 Aug 26;2014(8):CD011275. doi:10.1002/14651858.CD011275. PMID:25170712.
    Cochrane review ฉบับนี้รวบรวมงานวิจัยเกี่ยวกับการดัดข้อต่อโดยนักกายภาพและการออกกำลังกาย พบว่าช่วยลดปวดและเพิ่มการเคลื่อนไหวของไหล่ติดได้อย่างมีหลักฐานรองรับ

  3. Kingston K, Curry EJ, Galvin JW, Li X. Shoulder hydrodilatation with corticosteroid for the treatment of adhesive capsulitis: a predictor of outcomes. JBJS Rev. 2018 Aug;6(8):e6. doi:10.2106/JBJS.RVW.17.00132. PMID:30106818.
    งานนี้ศึกษาการฉีดน้ำเกลือผสมสเตียรอยด์เข้าไปขยายข้อไหล่ พบว่าช่วยให้ไหล่ขยับได้ดีขึ้น และยังพยายามหาตัวแปรที่ทำนายได้ว่าคนไข้กลุ่มไหนจะตอบสนองต่อการรักษานี้ดีที่สุด

  4. Millar NL, Meakins A, Struyf F, Willmore E, Campbell AL, Kirwan PD, et al. Frozen shoulder. Nat Rev Dis Primers. 2022 Sep 8;8(1):59. doi:10.1038/s41572-022-00391-5. PMID:36068361.
    บทความระดับสากลนี้สรุปความรู้ล่าสุดเรื่องไหล่ติด ทั้งกลไกการอักเสบของเยื่อหุ้มข้อ ปัจจัยเสี่ยง เช่น เบาหวาน และทางเลือกการรักษาตั้งแต่ยา กายภาพ ไปจนถึงการผ่าตัด

  5. Challoumas D, Biddle M, McLean M, Millar NL. Comparison of treatments for frozen shoulder: a systematic review and meta-analysis. JAMA Netw Open. 2020 Dec 1;3(12):e2027362. doi:10.1001/jamanetworkopen.2020.27362. PMID:33326025.
    การทบทวนนี้เปรียบเทียบวิธีรักษาหลายแบบ เช่น ฉีดสเตียรอยด์ ทำกายภาพ ขยายข้อ และผ่าตัด พบว่าการรักษาแบบไม่ผ่าตัด โดยเฉพาะการฉีดยาร่วมกับออกกำลังกาย ให้ผลดีในระยะยาวสำหรับคนส่วนใหญ่


Friday, April 3, 2026

ปวดไหล่แปล๊บเหมือนเข็มแทง... แค่ไหล่ติด หรือมี "นิ่ว" ซ่อนในเส้นเอ็น? ไขข้อสงสัยโรคหินปูนเกาะเส้นเอ็นหัวไหล่

 



ปวดไหล่แปล๊บเหมือนเข็มแทง... แค่ไหล่ติด หรือมี "นิ่ว" ซ่อนในเส้นเอ็น? ไขข้อสงสัยโรคหินปูนเกาะเส้นเอ็นหัวไหล่

"หมอครับ/หมอคะ อยู่ดีๆ ก็ปวดไหล่รุนแรงมาก เหมือนมีใครเอามีดมาสับที่หัวไหล่ ขยับนิดเดียวก็น้ำตาเล็ด ยาแก้ปวดที่เคยมีก็เอาไม่อยู่ ไปเอกซเรย์มาหมอบอกว่ามีหินปูนเกาะตั้ง 2 เซนติเมตร! ต้องผ่าตัดเลยไหมคะ?"

นี่คือสถานการณ์ "ระเบิดเวลา" ที่เกิดขึ้นในข้อไหล่ของใครหลายคนครับ อาการปวดไหล่เรื้อรังที่ดูเหมือนไม่มีอะไร เป็นๆ หายๆ มาหลายเดือน แต่อยู่ดีๆ ก็ลุกขึ้นมาอาละวาดจนนอนไม่ได้ ขยับไม่ไหว เคสแบบนี้ในทางหมอกระดูกเราเจอบ่อยมากครับ และที่สำคัญ... หลายคนตกใจกับคำว่า "ผ่าตัด" จนกังวลไปหมด วันนี้หมอเก่งจะมาช่วยไขรหัสลับของก้อนหินปูนในเส้นเอ็นให้ฟังว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไร และจำเป็นต้องจบลงที่ห้องผ่าตัดทุกรายจริงหรือเปล่า?


เรื่องเล่าจากคนไข้: เมื่ออาการปวด "เลือกเวลาเกิด" ของคุณหวาน

คุณหวาน (นามสมมติ) อายุ 50 ปี เป็นพนักงานออฟฟิศที่ชอบนอนตะแคงซ้ายเป็นชีวิตจิตใจครับ เธอเริ่มมีอาการปวดไหล่ซ้ายหนึบๆ มาประมาณ 6 เดือน ช่วงแรกก็แค่รู้สึกรำคาญเวลาตื่นนอน หรือเวลาต้องเอื้อมหยิบของสูงๆ แต่ที่แปลกคือเธอยังยกแขนแนบหูได้นะ แต่พอจะกางแขนค้างไว้เกินระดับไหล่ (90 องศา) กลับทำไม่ได้นานเพราะมันปวดแปล๊บขึ้นมา

จนกระทั่งเมื่อเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา จู่ๆ อาการปวดที่เคยเป็น "มิตร" กลับกลายเป็น "ศัตรู" ร้ายแรง คุณหวานปวดไหล่รุนแรงจนขยับแขนไม่ได้เลย ต้องประคองแขนไว้ตลอดเวลา พอไปโรงพยาบาลเอกซเรย์พบก้อนหินปูนขนาดใหญ่ถึง 2 เซนติเมตรเกาะอยู่ที่เส้นเอ็น และผล MRI บอกว่าเส้นเอ็นอักเสบแต่ยังไม่ขาด คุณหมอที่โรงพยาบาลแนะนำให้ผ่าตัดทันที คุณหวานเลยรีบมาปรึกษาหมอด้วยความกังวลว่า "หนูไม่อยากผ่าตัด มีทางเลือกอื่นไหมคะหมอ?"


อธิบายโรคแบบเข้าใจง่าย: เมื่อ "ยาสีฟัน" กลายเป็น "หิน" ในเส้นเอ็น

เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพ หมออยากให้ลองนึกภาพว่า เส้นเอ็นหัวไหล่ของเราเหมือน "หนังยาง" ที่แข็งแรงมากเส้นหนึ่งครับ ในภาวะปกติหนังยางนี้จะยืดหยุ่นดีช่วยให้เราหมุนไหล่ไปมาได้

แต่ในโรค เส้นเอ็นหัวไหล่อักเสบจากผลึกหินปูน (Calcific Tendinitis) ร่างกายเราเกิดการทำงานที่ผิดปกติบางอย่าง จนมีการสะสมของแคลเซียมเข้าไปในเนื้อของเส้นเอ็นครับ

  • ระยะแรก: หินปูนจะมีลักษณะนิ่มๆ เหมือน "ยาสีฟัน" ช่วงนี้อาจจะแค่รำคาญ ปวดนิดหน่อยเวลาขยับ

  • ระยะอักเสบเฉียบพลัน: เมื่อร่างกายพยายามจะ "ดูดซึม" หินปูนก้อนนี้กลับไป ร่างกายจะส่งสารอักเสบมาถล่มจุดนั้น เหมือนภูเขาไฟระเบิดครับ ช่วงนี้แหละที่คุณจะปวดรุนแรงจนร้องไห้

  • ระยะหินปูนแข็ง: หินปูนจะเริ่มแข็งตัวเหมือน "เม็ดกรวด" ซึ่งถ้าก้อนใหญ่มาก (เช่น 2 เซนติเมตร) มันจะไปขัดกับกระดูกเวลาเรายกแขน ทำให้เรากางแขนได้ไม่สุดนั่นเอง




ความรู้พื้นฐาน: โรคเส้นเอ็นหัวไหล่อักเสบจากผลึกหินปูน (Calcific Tendinitis)

โรคเส้นเอ็นหัวไหล่อักเสบจากผลึกหินปูน (Calcific Tendinitis of the Shoulder) คือ ภาวะที่มีการสะสมของแคลเซียมฟอสเฟตภายในเส้นเอ็นหมุนข้อไหล่ (Rotator Cuff) มักพบมากในคนอายุ 30-60 ปี โดยเฉพาะในผู้หญิงพบได้บ่อยกว่าผู้ชาย

สาเหตุและการเกิดโรค: ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด 100% ครับ แต่สันนิษฐานว่าเกิดจากการที่เลือดไปเลี้ยงเส้นเอ็นน้อยลงตามวัย หรือมีการบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ ซ้ำซาก จนร่างกายพยายามซ่อมแซมด้วยการพอกแคลเซียมลงไปแทนที่เนื้อเยื่อที่เสียหาย

อาการที่พบบ่อย:

  • ปวดไหล่รุนแรงฉับพลัน (มักเป็นในช่วงที่ร่างกายพยายามดูดซึมหินปูนกลับ)

  • ปวดเวลาขยับแขนในท่าเฉพาะ เช่น การกางแขนออกด้านข้าง

  • อาการปวดรบกวนการนอน โดยเฉพาะถ้านอนตะแคงทับข้างที่เจ็บ

  • ในรายที่ก้อนหินปูนใหญ่มาก จะรู้สึกว่าไหล่ขัด ยกแขนได้ไม่คล่องตัว


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้หินปูนเกาะไหล่

  1. อายุ: ช่วงอายุ 30-50 ปี เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีในเส้นเอ็นมากที่สุด

  2. เพศ: ผู้หญิงมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้ชายอย่างชัดเจน

  3. โรคประจำตัวบางชนิด: เช่น โรคเบาหวาน หรือความผิดปกติของต่อมไทรอยด์

  4. พฤติกรรมการใช้งาน: การใช้ไหล่ทำงานในท่าซ้ำๆ หรือการเกร็งไหล่ต่อเนื่อง

  5. ภาวะนอนไม่หลับหรือความเครียด: ซึ่งส่งผลต่อขบวนการซ่อมแซมและอักเสบของร่างกาย


การตรวจวินิจฉัย: หินปูน 2 เซนติเมตร บอกอะไรเรา?

  • เอกซเรย์ (X-ray): เป็นวิธีที่ง่ายและชัดเจนที่สุดสำหรับโรคนี้ครับ เราจะเห็นก้อนสีขาวๆ (หินปูน) ลอยอยู่เหนือกระดูกหัวไหล่ ขนาด 2 เซนติเมตรถือว่าใหญ่พอสมควรครับ

  • อัลตราซาวด์ (Ultrasound): หมอชอบวิธีนี้มาก เพราะสามารถดูได้ว่าหินปูนก้อนนั้น "นิ่ม" หรือ "แข็ง" และดูได้ว่ามีการอักเสบรอบข้างมากน้อยแค่ไหน

  • MRI (เอ็มอาร์ไอ): จะใช้เพื่อเช็กความเสียหายของเส้นเอ็นโดยรวม เหมือนในเคสของคุณหวานที่พบว่า "เอ็นเสียหายเล็กน้อยแต่ยังไม่ขาด" ข้อมูลนี้สำคัญมาก เพราะถ้าเอ็นยังไม่ขาด การรักษาโดยไม่ผ่าตัดจะมีโอกาสสำเร็จสูงมากครับ

  • การตรวจร่างกาย: หมอจะเช็กช่วงการเคลื่อนไหว (Range of Motion) เพื่อดูว่าอาการปวดเกิดจากหินปูนไปขัด หรือเกิดจากการอักเสบ


แนวทางการรักษา: 2 เซนติเมตร ต้องผ่าตัดเลยไหม?

หมอขอตอบให้สบายใจก่อนเลยครับว่า "ส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัดทันทีครับ" โดยเฉพาะเมื่อผล MRI ยืนยันว่าเส้นเอ็นยังไม่ขาด แนวทางการรักษาควรเรียงลำดับจากเบาไปหาหนักดังนี้ครับ:

  1. ปรับพฤติกรรมและการพักข้อไหล่: ในช่วงที่ปวดรุนแรง (เช่น ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาของคุณหวาน) ควรลดการใช้งานแขนข้างนั้น เลี่ยงการนอนตะแคงทับ และประคบเย็นเพื่อลดปวด

  2. การใช้ยา: ทานยากลุ่มลดอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เพื่อคุมอาการอักเสบเฉียบพลัน

  3. การใช้คลื่นกระแทก (Shockwave Therapy - ESWT): เป็นการใช้คลื่นเสียงพลังงานสูงยิงเข้าไปที่ก้อนหินปูน เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายมาดูดซึมหินปูนออกไปและลดอาการปวด วิธีนี้ได้ผลดีมากในรายที่หินปูนเริ่มแข็ง

  4. การดูดล้างหินปูนด้วยอัลตราซาวด์ (Ultrasound-guided Lavage / Barbotage): นี่คือไม้เด็ดครับ! หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทาง เพื่อใช้เข็มขนาดเล็กเจาะเข้าไปในก้อนหินปูน แล้วทำการดูดล้างเอาหินปูนออกมา วิธีนี้เหมาะมากกับหินปูนก้อนใหญ่ (เช่น 2 ซม.) และอยู่ในระยะนิ่มเหมือนยาสีฟัน ทำเสร็จแล้วคนไข้จะรู้สึกเบาไหล่ขึ้นทันทีโดยไม่ต้องมีแผลผ่าตัด

  5. กายภาพบำบัด: เมื่ออาการปวดลดลง ต้องบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่ให้แข็งแรง เพื่อลดแรงเสียดสีในอนาคต

  6. การผ่าตัด (Arthroscopic Surgery): จะพิจารณาเป็นทางเลือกสุดท้ายจริงๆ เมื่อรักษาด้วยวิธีข้างต้นอย่างเต็มที่แล้ว 3-6 เดือน แต่อาการไม่ดีขึ้น หรือก้อนหินปูนนั้นไปขัดจนเส้นเอ็นเสียหายรุนแรง


พยากรณ์โรค: โรคนี้หายขาดไหม?

โรคหินปูนเกาะเส้นเอ็นมีพยากรณ์โรคที่ดีมากครับ กว่า 90% หายได้ด้วยวิธีไม่ผ่าตัด ร่างกายมนุษย์เรามหัศจรรย์มากครับ บางครั้งมันสามารถดูดซึมหินปูนก้อนใหญ่ๆ ให้หายไปเองได้เลย แต่ต้องใช้เวลาและการดูแลที่ถูกต้อง การรักษาที่หมอแนะนำจะช่วย "เร่งขบวนการ" นี้ให้เร็วขึ้น เพื่อให้คนไข้ไม่ต้องทนปวดนานเป็นปีๆ ครับ


ภาวะแทรกซ้อน: สิ่งที่อาจตามมาถ้าปล่อยไว้

  • ไหล่ติด (Frozen Shoulder): เนื่องจากปวดจนไม่กล้าขยับไหล่ สุดท้ายพังผืดจะมายึดข้อไหล่จนแข็งไปหมด

  • เส้นเอ็นฉีกขาด (Rotator Cuff Tear): ก้อนหินปูนที่ใหญ่และแข็งอาจไปเสียดสีกับกระดูกจนทำให้เส้นเอ็นที่อยู่ใต้ก้อนนั้นค่อยๆ เปื่อยและขาดในที่สุด

  • อาการปวดเรื้อรัง: ส่งผลต่อสุขภาพจิตและการนอนหลับ


5 วิธีป้องกันหินปูนเกาะไหล่

  1. บริหารยืดเหยียดไหล่สม่ำเสมอ: อย่าปล่อยให้ไหล่อยู่ในท่าเดิมนานๆ

  2. ออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรง: เน้นกล้ามเนื้อกลุ่มที่ช่วยประคองข้อไหล่

  3. เลี่ยงการยกของหนักในท่าที่ผิดสุขลักษณะ: เช่น การเอื้อมมือไปหยิบของหนักหลังเบาะรถ

  4. คุมโรคประจำตัว: โดยเฉพาะเบาหวานและไทรอยด์

  5. สังเกตอาการตั้งแต่เนิ่นๆ: หากปวดไหล่เกิน 2 สัปดาห์ ให้รีบพบแพทย์ อย่ารอจนปวดรุนแรงฉับพลันครับ


Q&A Section

Q: หินปูน 2 เซนติเมตร ถือว่าใหญ่มากไหม? หมอเก่ง: ใหญ่พอสมควรครับ ปกติเกิน 1-1.5 เซนติเมตร มักจะเริ่มมีอาการขัดไหล่ชัดเจน แต่ขนาดก้อนไม่ได้บอกว่าต้องผ่าตัดเสมอไปครับ ต้องดูระยะของหินปูนและอาการปวดประกอบด้วย

Q: ทำไมยกแขนติดหูได้ แต่กางแขนค้างไว้ 90 องศาแล้วปวด? หมอเก่ง: เป็นลักษณะเฉพาะของ "อาการขัดของไหล่" (Impingement) ครับ ในมุม 90 องศา ก้อนหินปูนจะไปเบียดกับส่วนบนของกระดูกบ่าพอดี แต่พอชูแขนขึ้นสุด ก้อนจะหลบเข้าไปใต้กระดูกได้บ้าง อาการปวดเลยอาจจะน้อยลงในท่านั้นครับ

Q: การดูดล้างหินปูนเจ็บไหม? หมอเก่ง: เจ็บน้อยกว่าอาการปวดตอนหินปูนอักเสบมากครับ และหมอมีการใช้ยาชาเฉพาะจุดช่วยขณะทำ หลังทำอาจจะระบม 1-2 วัน แต่หลังจากนั้นอาการจะดีขึ้นอย่างรวดเร็วครับ


สรุปประเด็นสำคัญ

  1. โรคหินปูนเกาะเส้นเอ็นหัวไหล่ (Calcific Tendinitis) ส่วนใหญ่หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

  2. ก้อนหินปูนขนาด 2 ซม. สามารถรักษาด้วยวิธี "ดูดล้าง" (Barbotage) หรือใช้คลื่นกระแทก (Shockwave) ได้

  3. ผล MRI ที่ว่าเอ็นยังไม่ขาด เป็นสัญญาณที่ดีมากว่าการรักษาแบบไม่ผ่าตัดจะได้ผลดี

  4. อาการปวดรุนแรงฉับพลันเกิดจากขบวนการที่ร่างกายพยายามดูดซึมหินปูนกลับไป                       
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #หินปูนเกาะเส้นเอ็น #CalcificTendinitis #รักษาโดยไม่ผ่าตัด #ช็อกเวฟ #ดูดล้างหินปูน #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดแขน #ไหล่ติด #กระดูกและข้อ #สุขภาพผู้หญิง #เอ็นอักเสบ #MRI #Shockwave #Barbotage #ShoulderPain #CalcificTendinitis #Orthopedics #SportsMedicine #PhysicalTherapy


Reference List

  1. Chiou HJ, Chou YH, Wu JJ, Hsu CC, Tiu CM, Chang CY, et al. Ultrasound-guided fine-needle barbotage of calcific tendinitis of the shoulder: combined with corticosteroid injection to the subacromial bursa. J Ultrasound Med. 2002 Sep;21(9):1001-1007. [ยืนยันจากการอ้างอิงซ้ำใน literature]
    งานนี้เสนอเทคนิคใช้เข็มเล็กเจาะ–ดูด–ล้างหินปูนในเอ็นรอบหัวไหล่ภายใต้เครื่องอัลตราซาวด์ ร่วมฉีดสเตียรอยด์ช่อง subacromial ทำให้หินปูนยุบ อาการปวดลดลง และแผลผ่าตัดเล็กมาก

  2. Louwerens JK, Sierevelt IN, van Noort A, van den Bekerom MP. The natural course of calcific tendinitis of the shoulder: a systematic review. J Shoulder Elbow Surg. 2014 Mar;23(3):e59-67. doi: 10.1016/j.jse.2013.08.018. PMID: 24076009.
    บทความนี้รวบรวมข้อมูลว่าหินปูนเกาะเอ็นหัวไหล่หลายรายสามารถค่อย ๆ ยุบหายเองตามเวลา แม้ไม่ได้ทำหัตถการพิเศษ ผู้ป่วยจำนวนมากดีขึ้นด้วยการรักษาแบบประคับประคอง

  3. Bannuru RR, Flavin NE, Vaysbrot E, Harvey W, McAlindon T. High-energy extracorporeal shockwave therapy for treating chronic calcific tendinitis of the shoulder: a systematic review. Ann Intern Med. 2014 Apr 15;160(8):542-549. doi: 10.7326/M13-1982. PMID: 24733195.
    systematic review นี้แสดงว่าคลื่นกระแทกพลังงานสูงช่วยลดปวด เพิ่มการใช้งานหัวไหล่ และทำให้หินปูนยุบได้ดีกว่าคลื่นพลังต่ำหรือยาหลอก เหมาะใช้ในผู้ป่วยที่รักษาแบบทั่วไปแล้วยังไม่ดีขึ้น

  4. Sansone V, Maiorano E, Galluzzo A, Pascale V. Calcific tendinopathy of the shoulder: clinical perspectives into the mechanisms, pathogenesis, and treatment. Orthop Res Rev. 2018;10:63-72. doi: 10.2147/ORR.S138225. PMID: 30349357.
    บทความนี้อธิบายว่าโรคหินปูนเอ็นหัวไหล่เกิดเป็นวงจรหลายระยะ ตั้งแต่ระยะก่อนมีหินปูน ระยะก่อตัว พักนิ่ง และระยะละลาย พร้อมทบทวนการรักษาทั้งยา กายภาพ คลื่นกระแทก การล้างหินปูนด้วยเข็ม และการผ่าตัด

  5. Lanza E, Banfi G, Serafini G, Lacelli F, Orlandi D, Fabbro E, et al. Ultrasound-guided percutaneous irrigation in rotator cuff calcific tendinopathy: what is the evidence? A systematic review. Eur Radiol. 2015 Jul;25(7):2176-2183. doi: 10.1007/s00330-014-3567-1. PMID: 25583182.
    systematic review นี้รวบรวมผลการรักษาด้วยการล้างหินปูนผ่านเข็มภายใต้เครื่องอัลตราซาวด์ พบว่าเป็นหัตถการที่ปลอดภัย มีอัตราอาการดีขึ้นและหินปูนยุบสูง เหมาะใช้เป็นทางเลือกสำคัญก่อนพิจารณาผ่าตัด

ปวดไหล่จนยกแขนไม่ขึ้นมา 6 เดือน... แค่เมื่อยหรือ "ไหล่ติด" ของจริง? พร้อมแนวทางรักษาให้กลับมาขยับพริ้วเหมือนเดิม

 



ปวดไหล่จนยกแขนไม่ขึ้นมา 6 เดือน... แค่เมื่อยหรือ "ไหล่ติด" ของจริง? พร้อมแนวทางรักษาให้กลับมาขยับพริ้วเหมือนเดิม

"หมอครับ ผมปวดไหล่มาครึ่งปีแล้ว ตอนแรกก็นึกว่าแค่พนักงานออฟฟิศปวดเมื่อยทั่วไป แต่หลังๆ มาเริ่มยกแขนสระผมไม่ได้ จะหยิบของหลังรถก็เอื้อมไม่ถึง แถมตอนนอนตะแคงทับไหล่ข้างที่ปวดทีไร สะดุ้งตื่นทุกที แบบนี้เขาเรียกว่าไหล่ติดใช่ไหมครับ?"

นี่คือหนึ่งในคำถามยอดฮิตที่หมอเจอในห้องตรวจบ่อยมากครับ หลายคนทนปวดทนฝืนมานาน เพราะคิดว่าเดี๋ยวก็หายเอง หรือคิดว่าแค่เส้นยึดธรรมดา แต่ความจริงแล้วอาการ "ปวดไหล่เรื้อรัง" โดยเฉพาะที่ปวดมานานเกิน 3-6 เดือน อาจเป็นสัญญาณของโรคที่ทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลงอย่างคาดไม่ถึง วันนี้หมอจะพาไปทำความรู้จักกับโรคนี้ให้ลึกซึ้ง พร้อมวิธีรักษาที่คุณอาจไม่ต้องเจ็บตัวผ่าตัดเลยก็ได้ครับ


เรื่องเล่าจากคนไข้: เมื่อ "ไหล่ติด" เปลี่ยนชีวิตคุณน้ามาลี

คุณน้ามาลี (นามสมมติ) อายุ 55 ปี เป็นแม่บ้านที่ชอบทำอาหารและดูแลสวนมากครับ คุณน้าเริ่มมีอาการปวดไหล่ซ้ายลึกๆ มาประมาณ 6 เดือนที่แล้ว ช่วงแรกๆ คุณน้าคิดว่าคงปวดเพราะขุดดินทำสวนเยอะไปหน่อย เลยไปซื้อยาลูกกลอนและยาแก้ปวดทานเอง แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น

ผ่านไป 3 เดือน อาการปวดเริ่มเปลี่ยนไป คุณน้าบอกหมอว่า "มันไม่ใชแค่ปวด แต่มันแข็งไปหมด" จะใส่เสื้อชั้นในเองก็ติด จะยกแขนขึ้นหยิบเครื่องปรุงบนชั้นสูงๆ ก็ทำไม่ได้ จนล่าสุดนอนไม่หลับมาเป็นเดือนเพราะปวดไหล่ตอนกลางคืน คุณน้ามาหาหมอด้วยสีหน้าที่อ่อนเพลียและกังวลมาก กลัวว่าแขนจะพิการไปตลอดชีวิต แต่หลังจากที่หมอได้ตรวจและวางแผนรักษาอย่างเป็นระบบ วันนี้คุณน้านกลับมาขุดดินปลูกต้นไม้ได้เหมือนเดิมแล้วครับ


เปรียบเปรยโรคไหล่ติด: เมื่อ "บ้าน" ของหัวไหล่แคบลง

เพื่อให้เห็นภาพง่ายๆ หมออยากให้ลองนึกภาพว่า ข้อไหล่ของเราเหมือน "ลูกบอลที่อยู่ในถุง" (ลูกบอลคือหัวกระดูกไหล่ ถุงคือเยื่อหุ้มข้อ)

ในสภาวะปกติ "ถุง" ใบนี้จะมีความยืดหยุ่นสูงมาก ทำให้เราหมุนแขนได้รอบทิศทาง แต่เมื่อเกิดโรค ไหล่ติด (Frozen Shoulder) เยื่อหุ้มข้อไหล่จะเกิดการอักเสบและหนาตัวขึ้นจนกลายเป็นพังผืด เปรียบเหมือนถุงที่เคยนิ่มๆ กลายเป็นถุงหนังแข็งๆ ที่หดตัวเล็กลงเรื่อยๆ จนไปรัดลูกบอลไว้แน่น

เมื่อเราพยายามจะยกแขน ถุงที่แข็งและรัดแน่นนี้ก็จะรั้งไว้ ทำให้เราขยับไม่ได้และเจ็บปวดอย่างรุนแรง เหมือนเราพยายามใส่เสื้อที่ไซส์เล็กกว่าตัวเรามากๆ นั่นเองครับ


ความรู้พื้นฐาน: โรคไหล่ติดคืออะไร?

โรคข้อไหล่ติด (Adhesive Capsulitis) คือ ภาวะที่มีการอักเสบ หนาตัว และการหดตัวของเยื่อหุ้มข้อไหล่ ทำให้พื้นที่ภายในข้อไหล่ลดลง ส่งผลให้คนไข้ปวดและไม่สามารถขยับข้อไหล่ได้ตามปกติ ทั้งในตอนที่พยายามขยับเองหรือมีคนอื่นช่วยขยับให้

สาเหตุของการเกิดโรค: สาเหตุที่แน่ชัดยังไม่ทราบทั้งหมด แต่ส่วนใหญ่มักเกิดจากการอักเสบเรื้อรังในข้อ ซึ่งอาจเกิดจาก:

  • การบาดเจ็บเล็กน้อยแต่สะสมมานาน

  • การไม่ได้ขยับไหล่เป็นเวลานาน (เช่น หลังผ่าตัด หรือใส่ผ้าคล้องแขนนานเกินไป)

  • ความเสื่อมตามวัย

อาการที่พบบ่อย:

  • ปวดไหล่ลึกๆ โดยเฉพาะตอนกลางคืน

  • ยกแขนขึ้นไม่สุด เอื้อมแขนไปข้างหลัง (ท่ารูดซิปหรือใส่บรา) ไม่ได้

  • เมื่อถึงจุดที่ติด จะรู้สึกเจ็บแปล๊บเหมือนถูกเข็มแทง


3 ระยะของโรคไหล่ติด: คุณอยู่ในระยะไหน?

โรคนี้มีวงจรที่ชัดเจน ซึ่งหมออยากให้คนไข้เข้าใจ เพราะการรักษาในแต่ละระยะจะไม่เหมือนกันครับ

  1. ระยะปวด (Freezing Phase): (ประมาณ 0-9 เดือน) ระยะนี้อาการเด่นคือ "ปวด" ปวดมากทั้งตอนขยับและตอนพัก โดยเฉพาะตอนกลางคืน ไหล่จะเริ่มขยับได้น้อยลงเรื่อยๆ

  2. ระยะติด (Frozen Phase): (ประมาณ 4-12 เดือน) อาการปวดจะค่อยๆ ลดลง แต่ความ "แข็ง" จะชัดเจนมาก ขยับแขนไม่ได้เกือบทุกทิศทาง ระยะนี้คนไข้มักจะเริ่มชินกับความปวดแต่จะหงุดหงิดที่ใช้ชีวิตลำบาก

  3. ระยะฟื้นตัว (Thawing Phase): (ประมาณ 6 เดือน - 2 ปี) ข้อไหล่จะค่อยๆ คลายตัวออกเองอย่างช้าๆ ความยืดหยุ่นเริ่มกลับมา แต่ถ้าไม่รักษาอย่างถูกต้อง อาจขยับได้ไม่เท่าเดิม 100%


ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่ควรละเลย

  1. โรคเบาหวาน: ผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสเป็นไหล่ติดสูงกว่าคนทั่วไปถึง 2-4 เท่า และมักจะเป็นทั้งสองข้าง

  2. โรคไทรอยด์: ทั้งไทรอยด์เป็นพิษและไทรอยด์ทำงานต่ำ ส่งผลต่อการอักเสบของเยื่อหุ้มข้อ

  3. อายุและเพศ: มักพบในคนวัย 40-60 ปี และพบในผู้หญิงบ่อยกว่าผู้ชาย

  4. โรคหัวใจหรือการผ่าตัดทรวงอก: การที่แขนไม่ได้เคลื่อนไหวหลังผ่าตัดเป็นปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญ

  5. อุบัติเหตุบริเวณไหล่: เช่น เอ็นหัวไหล่ฉีกขาด หรือกระดูกหักบริเวณใกล้เคียง


การตรวจวินิจฉัย: เมื่อมาหาหมอ หมอจะทำอะไรบ้าง?

  • การซักประวัติ: หมอจะถามระยะเวลาที่เป็น (เช่น เป็นมา 6 เดือนแล้ว) ลักษณะการปวด และข้อจำกัดในการใช้ชีวิต

  • การตรวจร่างกาย (Physical Exam): หมอจะจับไหล่ขยับดูทุกทิศทางเพื่อเช็กว่า "ติดจริงไหม" โดยจะดูการหมุนเข้าหมุนออกและการยกแขนขึ้น

  • เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูว่ามีกระดูกงอกหรือข้อไหล่เสื่อมไหม (โรคไหล่ติดจริงๆ เอกซเรย์มักจะดูปกติครับ)

  • อัลตราซาวด์ (Ultrasound): เพื่อเช็กว่ามีเส้นเอ็นหัวไหล่ฉีกขาดร่วมด้วยหรือไม่ และดูความหนาตัวของเยื่อหุ้มข้อ

  • MRI (เอ็มอาร์ไอ): จะใช้ในรายที่อาการไม่ชัดเจน หรือรักษาแล้วไม่ดีขึ้น เพื่อดูรายละเอียดภายในข้ออย่างละเอียด


แนวทางการรักษา: กู้คืนอิสรภาพให้หัวไหล่

ข่าวดีคือ กว่า 90% ของผู้ป่วยไหล่ติดสามารถรักษาหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ โดยมีลำดับขั้นตอนดังนี้:

  1. การปรับพฤติกรรม: หลีกเลี่ยงการยกของหนักในท่าที่ผิดสุขลักษณะ และหลีกเลี่ยงการนอนตะแคงทับไหล่ข้างที่ปวด

  2. กายภาพบำบัด: นี่คือหัวใจสำคัญครับ หมอจะเน้นการยืดเยื่อหุ้มข้อที่หดรัด (Stretching exercise) เช่น ท่าชักรอก หรือท่ายกแขนไต่กำแพง ต้องทำอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี

  3. การใช้ยา: ยาลดอักเสบกลุ่มที่ไม่มีสเตียรอยด์ (NSAIDs) เพื่อคุมอาการปวดในระยะแรก ช่วยให้คนไข้ทำกายภาพได้ง่ายขึ้น

  4. การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound-Guided Injection): วิธีนี้แม่นยำมากครับ หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางเพื่อฉีดยาลดอักเสบเข้าไปที่เยื่อหุ้มข้อโดยตรง หรือทำวิธีที่เรียกว่า Hydrodilatation คือการใช้ปริมาณน้ำยาและยารวมกันฉีดเข้าไปเพื่อ "ถ่าง" เยื่อหุ้มข้อที่หดรัดให้ขยายออก วิธีนี้เห็นผลเร็วมากในคนไข้ที่เป็นมานาน

  5. การผ่าตัด (Surgery): หมอจะพิจารณาเฉพาะในรายที่รักษาด้วยวิธีข้างต้นนานกว่า 6-9 เดือนแล้วไม่ดีขึ้น โดยจะใช้การส่องกล้องเข้าไปตัดพังผืดที่รัดข้อไหล่ออก (Arthroscopic Capsular Release) แผลจะเล็กมากและฟื้นตัวเร็วครับ


พยากรณ์โรค: ต้องรักษานานไหม?

"โรคนี้รักษาหายไหม?" คำตอบคือ หายได้แน่นอนครับ แต่ต้องอาศัย "ความอดทน" ระยะเวลาการรักษาขึ้นอยู่กับว่าคุณมาหาหมอในระยะไหน หากมาในระยะ 6 เดือน (ระยะติด) การรักษาด้วยการฉีดยาขยายข้อร่วมกับกายภาพมักจะเห็นผลชัดเจนใน 4-8 สัปดาห์ แต่หากปล่อยทิ้งไว้ตามธรรมชาติ โรคนี้อาจใช้เวลา 1-2 ปี กว่าจะคลายตัวออกเอง ซึ่งนานเกินไปและอาจทำให้กล้ามเนื้อไหล่ลีบได้ครับ


ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

  • กล้ามเนื้อลีบฝ่อ: เนื่องจากการไม่ได้ใช้งานแขนข้างนั้นเป็นเวลานาน

  • อาการปวดเรื้อรัง: หากเยื่อหุ้มข้ออักเสบจนกลายเป็นพังผืดที่หนามาก

  • ความผิดปกติของสะบัก: ร่างกายจะพยายามใช้สะบักขยับแทนไหล่ ทำให้ปวดคอและปวดสะบักตามมา


5 วิธีป้องกันไหล่ติดให้ห่างไกล

  1. ขยับไหล่ให้ครบช่วงการเคลื่อนไหว: ฝึกยกแขนขึ้น-ลง หมุนไหล่เป็นประจำทุกวัน วันละ 5-10 นาที

  2. คุมระดับน้ำตาลให้ดี: สำหรับคนที่เป็นเบาหวาน นี่คือวิธีป้องกันที่ดีที่สุด

  3. ออกกำลังกายสร้างความแข็งแรง: เน้นกล้ามเนื้อรอบสะบักและหัวไหล่

  4. อย่านิ่งนาน: หากต้องใส่ผ้าคล้องแขนหลังบาดเจ็บ ควรปรึกษาหมอว่าเริ่มขยับไหล่ได้เมื่อไหร่ ไม่ควรใส่นานเกินจำเป็น

  5. ปรึกษาแพทย์ทันทีเมื่อปวดเกิน 2 สัปดาห์: อย่ารอจนขยับแขนไม่ได้แล้วค่อยมาครับ


Q&A: ถาม-ตอบ เรื่องไหล่ติด

Q: ปวดไหล่มา 6 เดือนแล้ว ต้องตรวจ MRI เลยไหม? หมอเก่ง: ไม่จำเป็นในทุกรายครับ ส่วนใหญ่หมอสามารถวินิจฉัยได้จากการตรวจร่างกายและทำอัลตราซาวด์เบื้องต้น MRI จะเก็บไว้ใช้ในกรณีที่สงสัยว่ามีเอ็นขาดร่วมด้วย หรือรักษาแบบปกติแล้วไม่ดีขึ้นครับ

Q: นวดแผนไทยช่วยให้ไหล่หายติดได้ไหม? หมอเก่ง: การนวดช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายได้ครับ แต่ต้องระวัง "การดัดรุนแรง" เพราะถ้าเยื่อหุ้มข้ออักเสบอยู่ แล้วไปดัดจนฉีกขาด อาการจะแย่ลงกว่าเดิม หมอแนะนำว่าควรทำกายภาพบำบัดที่ถูกวิธีจะปลอดภัยกว่าครับ

Q: การฉีดยาอันตรายไหม และต้องฉีดบ่อยแค่ไหน? หมอเก่ง: การฉีดโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางมีความปลอดภัยสูงมากครับ เพราะหมอเห็นปลายเข็มและตำแหน่งยาตลอดเวลา ส่วนใหญ่มักฉีดเพียง 1-2 ครั้ง ร่วมกับการทำกายภาพอย่างเคร่งครัด อาการก็จะดีขึ้นมากแล้วครับ


สรุปประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)

  1. ไหล่ติดเกิดจากเยื่อหุ้มข้ออักเสบและหนาตัวจนรัดข้อไหล่ ไม่ใช่แค่เส้นยึดทั่วไป

  2. อาการปวดตอนกลางคืนและยกแขนสระผมไม่ได้ คือสัญญาณเตือนที่ชัดเจน

  3. เบาหวานเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เป็นโรคนี้ได้ง่ายและหายช้า

  4. การรักษาด้วยการฉีดยาขยายข้อ (Hydrodilatation) ภายใต้อัลตราซาวด์ เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูง

  5. ความสม่ำเสมอในการทำกายภาพบำบัดคือปัจจัยหลักที่จะทำให้หายขาด

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #ไหล่ติด #ข้อไหล่ติด #FrozenShoulder #ปวดไหล่ตอนกลางคืน #เบาหวาน #กายภาพบำบัด #ฉีดยาข้อไหล่ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #AdhesiveCapsulitis #ออฟฟิศซินโดรม #สุขภาพผู้สูงอายุ #ปวดคอสะบัก #Hydrodilatation #ปวดแขน #ShoulderPain #AdhesiveCapsulitis #FrozenShoulderRecovery #Orthopedics #ShoulderRehab


Reference List

  1. Kelley MJ, Shaffer MA, Kuhn JE, Michener LA, Seitz AL, Uhl TL, et al. Shoulder pain and mobility deficits: adhesive capsulitis. J Orthop Sports Phys Ther. 2013 May;43(5):A1-31. doi: 10.2519/jospt.2013.0302. PMID: 23636125.
    แนวทางนี้สรุปวิธีวินิจฉัยและรักษาโรคไหล่ติดอย่างเป็นระบบ ช่วยให้แพทย์และนักกายภาพเลือกแนวทางรักษาเหมาะกับระยะโรคและความรุนแรงของอาการได้ง่ายขึ้น

  2. Ewald A. Adhesive capsulitis: a review. Am Fam Physician. 2011 Feb 15;83(4):417-22. PMID: 21322517.
    บทความนี้อธิบายโรคไหล่ติดแบบอ่านเข้าใจง่ายสำหรับหมอทั่วไป ครอบคลุมอาการ สาเหตุ วิธีตรวจ และการรักษาตั้งแต่กินยา ฉีดยา กายภาพ ไปจนถึงหัตถการ

  3. Kingston K, Curry EJ, Galvin JW, Li X. Shoulder adhesive capsulitis: epidemiology and predictors of surgery. J Shoulder Elbow Surg. 2018 Aug;27(8):1437-1443. doi: 10.1016/j.jse.2018.04.004. PMID: 29807717.
    งานวิจัยนี้ศึกษาจำนวนผู้ป่วยไหล่ติดและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น โรคอ้วน เบาหวาน รวมถึงดูว่าปัจจัยใดทำให้คนไข้ต้องไปถึงขั้นผ่าตัดมากขึ้น

  4. Redler LH, Dennis ER. Treatment of adhesive capsulitis of the shoulder. J Am Acad Orthop Surg. 2019 Jun 15;27(12):e544-e554. doi: 10.5435/JAAOS-D-17-00606. PMID: 30632986.
    บทความนี้ทบทวนวิธีรักษาไหล่ติดตั้งแต่การไม่ผ่าตัด เช่น ฉีดยา กายภาพบำบัด ไปจนถึงการดัดข้อภายใต้ยาสลบและผ่าตัดส่องกล้อง เหมาะใช้วางแผนแนวทางรักษาแบบขั้นบันได

  5. Page MJ, Green S, Kramer S, Johnston RV, McBain B, Chau M, Buchbinder R. Manual therapy and exercise for adhesive capsulitis (frozen shoulder). Cochrane Database Syst Rev. 2014 Aug 26;(8):CD011275. doi: 10.1002/14651858.CD011275. PMID: 25157702.
    Cochrane review นี้รวบรวมงานวิจัยเรื่องกายภาพบำบัดและการออกกำลังกายสำหรับไหล่ติด เปรียบเทียบกับวิธีอื่น เช่น การฉีดสเตียรอยด์ เพื่อดูว่าอะไรช่วยลดปวดและเพิ่มการเคลื่อนไหวได้ดีที่สุดในช่วงสั้นและยาว