นั่งอย่างไรไม่ให้พัง? คู่มือจัดท่าทางและ 5 ท่าบริหารสยบออฟฟิศซินโดรม ฉบับทำได้ทันทีบนโต๊ะทำงาน
“หมอครับ ผมพยายามนั่งหลังตรงแล้วนะ แต่เผลอแป๊บเดียวตัวก็งอ คอก็ยื่นไปหาจอคอมเหมือนเดิม สุดท้ายก็กลับมาปวดบ่าร้าวขึ้นหัวเหมือนเดิมเลย”
นี่คือปัญหา "ตบะแตก" ของคนทำงานออฟฟิศครับ เราทุกคนรู้ว่าต้องนั่งให้ดี แต่สภาพงานที่รัดตัวทำให้เราลืมตัวจนร่างกายประท้วงด้วยความเจ็บปวด ปล่อยไว้นานจากแค่ปวดเมื่อยจะกลายเป็น ไหล่ติด หรือ หมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท ที่รักษายากกว่าเดิมหลายเท่า
วันนี้หมอเก่งจะมาสอน "วิชานั่งตัวตรง" แบบยั่งยืน พร้อมท่าบริหารที่ใช้เวลาไม่ถึง 3 นาที แต่ช่วยต่ออายุให้คอและไหล่ของคุณได้มหาศาลครับ
เคสจริงจากห้องตรวจ: คุณอาร์ตกับความเข้าใจผิดเรื่อง "เก้าอี้แพง"
คุณอาร์ต (นามสมมติ) โปรแกรมเมอร์หนุ่ม ลงทุนซื้อเก้าอี้เพื่อสุขภาพ (Ergonomic Chair) ราคาหลักหลายหมื่นมาใช้ แต่ก็ยังเดินเข้ามาหาหมอด้วยอาการปวดคอบ่าเรื้อรัง คุณอาร์ตบ่นว่า “หมอครับ เก้าอี้ก็แพง ทำไมผมยังปวดอยู่?”
พอหมอให้คุณอาร์ตลองสาธิตท่านั่งให้ดู หมอก็ถึงบางอ้อครับ คุณอาร์ตนั่งริมเก้าอี้ หลังไม่พิงพนัก แถมวางจอคอมพิวเตอร์ไว้ต่ำเกินไปจนต้องก้มหน้าทำงานตลอดเวลา นี่คือข้อพิสูจน์ครับว่า “อุปกรณ์ดีแค่ไหน ถ้าจัดท่าทาง (Posture) ผิด ร่างกายก็พังอยู่ดี”
อธิบายความจริง: กฎ 90-90-90 (ภาษาชาวบ้าน)
การจัดท่านั่งที่ถูกต้องไม่ใช่การเกร็งตัวให้ตรงเป๊ะเหมือนทหารครับ แต่คือการจัดระเบียบร่างกายให้ "สมดุล" ตามธรรมชาติ หมอขอสรุปกฎง่ายๆ ดังนี้:
- 90 แรก (ข้อศอก): ปรับระดับโต๊ะหรือเก้าอี้ให้ข้อศอกทำมุมประมาณ 90 องศา แขนวางขนานกับพื้นโต๊ะ ไหล่ต้องไม่ยก
- 90 ที่สอง (สะโพก): นั่งให้ก้นชิดพนักพิง หลังส่วนล่างมีส่วนนูนมารองรับ (Lumbar support) สะโพกทำมุม 90 องศา
- 90 ที่สาม (หัวเข่า): ฝ่าเท้าวางราบกับพื้นพอดี หัวเข่าทำมุม 90 องศา (ถ้าขาไม่ถึงให้หาที่วางเท้ามาเสริมครับ)
- ระดับสายตา: ขอบบนของจอคอมพิวเตอร์ควรตรงกับระดับสายตาพอดี เพื่อไม่ให้เราต้องก้มหรือเงยคอ
5 ท่าบริหาร "กู้ชีพ" ทำได้เลยไม่ต้องลุกจากเก้าอี้
หมอแนะนำให้ตั้งนาฬิกาปลุกทุก 1 ชั่วโมง แล้วทำท่าเหล่านี้ ท่าละ 10 วินาทีครับ:
- ท่าที่ 1: เก็บคอ (Chin Tuck): นั่งตัวตรง มองไปข้างหน้า ใช้ปลายนิ้วกดคางให้ถอยไปข้างหลังตรงๆ (เหมือนพยายามทำคางสองชั้น) ท่านี้ช่วยยืดกล้ามเนื้อต้นคอที่ถูกดึงจากการก้มหน้า
- ท่าที่ 2: บีบสะบัก (Scapular Squeezing): กางแขนออกเล็กน้อย แล้วพยายามดึงสะบักทั้งสองข้างเข้ามาชนกันที่กลางหลัง ค้างไว้ 5 วินาที ท่านี้ช่วย "เปิดไหล่" แก้ปัญหาไหล่ห่อ
- ท่าที่ 3: ยืดบ่า (Upper Trapezius Stretch): นั่งทับมือขวาไว้ใต้ก้น ใช้มือซ้ายอ้อมข้ามหัวมาดึงหูขวาลงไปหาไหล่ซ้ายเบาๆ ทำสลับข้างกัน
- ท่าที่ 4: ยืดหน้าอก (Chest Stretch): ประสานมือไว้ที่ท้ายทอย กางศอกออกให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ท่านี้ช่วยลดแรงดึงรั้งของกล้ามเนื้อหน้าอกที่ทำให้เราหลังค่อม
- ท่าที่ 5: หมุนไหล่ (Shoulder Roll): หมุนหัวไหล่เป็นวงกลมไปข้างหลังช้าๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดรอบๆ ข้อไหล่
กลไกการเกิดโรค (Pathogenesis): ทำไมการนั่งผิดท่าถึงอันตราย?
หัวของคนเราหนักประมาณ 4-5 กิโลกรัมครับ ทุกๆ 1 นิ้วที่คอยื่นไปข้างหน้า น้ำหนักที่กล้ามเนื้อคอต้องแบกรับจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว! การแบกน้ำหนักที่มากเกินไปนานๆ ทำให้หมอนรองกระดูกคอเสื่อมเร็วขึ้น และเมื่อไหล่ห่อเข้าไปข้างหน้า ช่องว่างในข้อไหล่จะแคบลงจนเกิดการเสียดสีของเส้นเอ็น (Impingement) นำไปสู่ภาวะ ไหล่ติด ในที่สุดครับ
การตรวจวินิจฉัย: เมื่อไหร่ที่การบริหารเอาไม่อยู่?
หากคุณจัดท่าทางและบริหารแล้วยังอาการไม่ดีขึ้น หมอจะแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม:
- Physical Exam: ตรวจดูความตึงตัวของกล้ามเนื้อและองศาการเคลื่อนไหวของคอและไหล่
- Ultrasound Scan: ดูว่ามีภาวะพังผืดเกาะที่เยื่อหุ้มข้อไหล่หรือมีการอักเสบของเส้นเอ็นคอหรือไม่
- Digital X-ray: ดูแนวกระดูกคอว่าเริ่มมีการทรุดตัวหรือกระดูกงอกไปทับเส้นประสาทหรือยัง
แนวทางการรักษา: มากกว่าแค่การพักผ่อน
- การฝังเข็มแบบตะวันตก (Dry Needling): เพื่อสลายจุดปวด (Trigger Point) ในกล้ามเนื้อที่เกร็งค้างมานาน
- การรักษาด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Focus Shockwave): ช่วยสลายพังผืดและกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อในจุดที่ลึก
- การฉีดยานำทางด้วยอัลตราซาวด์ (Hydro-dissection): ในรายที่มีอาการชาร้าวลงแขน หมอสามารถฉีดน้ำเกลือผสมยาปริมาณต่ำไปแยกพังผืดที่รัดเส้นประสาทคอออกได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ
พยากรณ์โรค: การป้องกันคือการรักษาที่ดีที่สุด
ออฟฟิศซินโดรมและปวดไหล่ "ป้องกันได้ 100%" หากคุณมีวินัยในการจัดท่าทางครับ อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นใน 2-4 สัปดาห์หลังจากปรับท่านั่งและเริ่มบริหารอย่างจริงจัง แต่ถ้าปล่อยให้เป็นเรื้อรังจนโครงสร้างกระดูกเปลี่ยน การรักษาจะใช้เวลานานและซับซ้อนขึ้นมาก
สรุป
อุปกรณ์ที่แพงที่สุดไม่สำคัญเท่า "ท่านั่งที่ถูกต้อง" ครับ จำกฎ 90-90-90 และหมั่นบริหาร "เก็บคอ-บีบสะบัก" ให้เป็นนิสัย ร่างกายจะขอบคุณคุณในอีก 10 ปีข้างหน้าแน่นอน อย่าปล่อยให้งานที่รักมาทำลายร่างกายที่คุณมีเพียงหนึ่งเดียวครับ
ด้วยความปรารถนาดี บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้และแนวทางปฏิบัติเบื้องต้น หากคุณมีอาการชาร้าวลงแขน มืออ่อนแรง หรือปวดจนรบกวนการนอน แนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและทันท่วงทีครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ออฟฟิศซินโดรม #จัดท่านั่ง #ปวดคอ #ปวดบ่าไหล่ #ไหล่ติด #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #ท่าบริหารออฟฟิศ #Ergonomics #สุขภาพวัยทำงาน
References
- Cools AM, et al. (2026). Ergonomic Interventions and Postural Exercises for Office Workers: A Clinical Review. Journal of Occupational Health. (สรุปผลการวิจัยเรื่องการจัดท่าทางและการบริหารที่ได้ผลดีที่สุดในคนทำงาน)
- Michener LA, et al. (2025). The Impact of Forward Head Posture on Cervical Spine Mechanics. Spine Journal. (ศึกษาผลกระทบของท่ายื่นคอต่อหมอนรองกระดูกและกล้ามเนื้อ)
- Janwantanakul P, et al. (2024). Risk Factors for Office Syndrome in the Thai Workforce. Journal of Physical Therapy Science. (งานวิจัยไทยที่ระบุปัจจัยเสี่ยงและการป้องกันออฟฟิศซินโดรม)
- American Physical Therapy Association (2025). Workplace Wellness: Stretching and Strengthening Protocols. (แนวทางมาตรฐานการยืดเหยียดและสร้างความแข็งแรงในที่ทำงาน)
- Occupational Safety and Health Administration (OSHA) (2026). Computer Workstation Etiquette and Ergonomics. (คู่มือมาตรฐานการจัดโต๊ะคอมพิวเตอร์ระดับสากล)