Monday, March 30, 2026

ยกแขนไม่ขึ้น สระผมลำบาก” ข้อไหล่เสื่อมต้องผ่าตัดไหม? ไม่ผ่าได้หรือเปล่า? เจาะลึกทางเลือกการรักษายุค 2026

 



ยกแขนไม่ขึ้น สระผมลำบาก” ข้อไหล่เสื่อมต้องผ่าตัดไหม? ไม่ผ่าได้หรือเปล่า? เจาะลึกทางเลือกการรักษายุค 2026

คุณเคยรู้สึกไหมครับว่า จู่ๆ กิจวัตรประจำวันที่เคยทำได้ง่ายๆ อย่างการเอื้อมมือไปหยิบของบนหิ้ง การสวมเสื้อเชิ้ต หรือแม้แต่การสระผม กลับกลายเป็นเรื่องยากและทรมาน เพราะอาการปวดที่แปล๊บขึ้นมาในข้อไหล่? บางคนอาจจะคิดว่า "ก็แค่ไหล่ติด เดี๋ยวก็หาย" หรือ "คงเป็นเพราะอายุเยอะแล้ว" แต่ความจริงแล้ว อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ “โรคข้อไหล่เสื่อม” ที่กำลังคืบคลานเข้ามาทำลายคุณภาพชีวิตของคุณครับ

หลายคนพอได้ยินคำว่า “เสื่อม” ก็มักจะตกใจและคำถามแรกที่พุ่งเข้ามาในหัวคือ “ต้องผ่าตัดไหมหมอ?” หรือ “ป้าไม่อยากผ่า มีวิธีอื่นไหม?” วันนี้หมอเก่งจะมาไขข้อข้องใจทั้งหมดนี้แบบละเอียดยิบ พร้อมบอกเคล็ดลับการดูแลตัวเองที่อัปเดตที่สุด เพื่อให้คุณกลับมาขยับแขนได้อย่างมั่นใจอีกครั้งครับ


เรื่องเล่าจากคนไข้: ป้าแดงกับไหล่ที่หายไป

ป้าแดง (นามสมมติ) อายุ 64 ปี อดีตแม่ค้าขายอาหารตามสั่งที่ขยันขันแข็ง ป้าแดงใช้แขนขวาคั่วกระทะและยกหม้อแกงมานานหลายสิบปีครับ จนกระทั่งช่วงปีที่ผ่านมา ป้าเริ่มสังเกตว่าไหล่ขวาเริ่มมีเสียงดัง “กรึ๊บกรับ” เวลาขยับ และเริ่มมีอาการปวดตื้อๆ ในไหล่ โดยเฉพาะตอนกลางคืนที่นอนตะแคงทับแขนตัวเอง ป้าแดงมักจะสะดุ้งตื่นเพราะความปวด

ป้าแดงพยายามไปนวดแผนไทย ไปแปะกอเอี๊ยะ แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น จนกระทั่งป้าเริ่มสระผมเองไม่ได้ เพราะยกแขนขึ้นไม่ถึงศีรษะ ป้ามาพบหมอด้วยใบหน้าที่กังวลมาก และประโยคแรกที่ป้าพูดคือ “หมอคะ อย่าให้ป้าผ่าตัดเลยนะ ป้ากลัว ป้ายังต้องเลี้ยงหลานอยู่” หมอจึงยิ้มและบอกป้าแดงว่า “ใจเย็นๆ ครับป้า การผ่าตัดเป็นทางเลือกสุดท้าย เดี๋ยวหมอจะเล่าให้ฟังว่าเรามีทางออกอื่นอีกเพียบเลยครับ”


ข้อไหล่เสื่อม... เหมือนลูกบอลที่ผิวถลอก

เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพง่ายๆ หมออยากให้ลองจินตนาการว่า “ข้อไหล่” ของเรามีลักษณะเหมือน “ลูกบอลกับถ้วย” ครับ

  • ลูกบอล: คือหัวกระดูกต้นแขนที่กลมมน

  • ถ้วย: คือเบ้ากระดูกสะบักที่รองรับลูกบอลนี้ไว้

ในคนปกติ ผิวของทั้งลูกบอลและถ้วยจะถูกเคลือบด้วย “กระดูกอ่อนผิวข้อ” ซึ่งลื่นเหมือนเทฟลอนที่เคลือบกระทะครับ มันช่วยให้เราหมุนแขนไปมาได้อย่างลื่นไหลไร้แรงเสียดทาน แต่พอเกิดภาวะ “ข้อไหล่เสื่อม” เจ้าเทฟลอนลื่นๆ นี้จะเริ่มเปื่อย เริ่มบาง และหลุดลอกออก จนในที่สุดกระดูกแข็งๆ ใต้ผิวข้อก็ต้องมาเสียดสีกันเอง เหมือนมีเม็ดทรายเข้าไปขัดอยู่ในข้อต่อ ทำให้เกิดอาการปวดและเสียงดังเวลานั่นเองครับ


ความรู้พื้นฐานของโรคข้อไหล่เสื่อม (Shoulder Osteoarthritis)

โรคข้อไหล่เสื่อม (Shoulder Osteoarthritis) คือภาวะที่กระดูกอ่อนผิวข้อไหล่เกิดการสึกหรอและเสื่อมสภาพลงตามกาลเวลาหรือจากการใช้งาน

สาเหตุการเกิดโรค

  1. ความเสื่อมตามวัย: เป็นสาเหตุหลักที่พบบ่อยที่สุด เมื่ออายุมากขึ้น ความสามารถในการซ่อมแซมกระดูกอ่อนจะลดลง

  2. การบาดเจ็บในอดีต: เช่น เคยมีหัวไหล่หลุดซ้ำๆ กระดูกไหล่หัก หรือเส้นเอ็นหัวไหล่ขาดเรื้อรัง

  3. การใช้งานหนัก: อาชีพที่ต้องยกแขนเหนือศีรษะบ่อยๆ หรือนักกีฬาที่ใช้แขนหนักๆ

  4. โรคอักเสบเรื้อรัง: เช่น โรครูมาตอยด์ ซึ่งทำให้เยื่อหุ้มข้ออักเสบและไปทำลายกระดูกอ่อน

อาการที่พบได้บ่อย

  • อาการปวด: มักปวดลึกๆ ในไหล่ ปวดมากขึ้นเวลาใช้งาน และปวดเด่นชัดตอนกลางคืน

  • เสียงในข้อ: มีเสียงดังกรอบแกรบเวลาหมุนไหล่

  • ข้อติดแข็ง: ช่วงการเคลื่อนไหวลดลง เอื้อมมือไปข้างหลังหรือยกแขนสูงไม่ได้

  • กล้ามเนื้อฝ่อ: หากปวดจนไม่ยอมขยับแขน กล้ามเนื้อรอบไหล่จะเริ่มเล็กลง


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ไหล่พังเร็ว

  1. อายุ: โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป

  2. อาชีพ: งานช่าง งานก่อสร้าง หรือแม่ค้าที่ต้องสะบัดแขนหรือยกของหนักต่อเนื่อง

  3. ประวัติอุบัติเหตุ: เคยไหล่กระแทกพื้นหรือตกจากที่สูง

  4. ความผิดปกติของเส้นเอ็น: เส้นเอ็นหัวไหล่ขาด (Rotator Cuff Tear) ซึ่งหากทิ้งไว้นานจะทำให้ข้อไหล่เสื่อมตามมา

  5. พันธุกรรม: บางครอบครัวมีสภาพผิวข้อที่เสื่อมเร็วกว่าคนปกติ


การตรวจวินิจฉัย: หมอตรวจอะไรบ้าง?

เพื่อให้ทราบระดับความรุนแรง หมอจำเป็นต้องใช้ข้อมูลหลายด้านครับ:

  • การตรวจร่างกาย: หมอจะขยับแขนคุณไปในทิศทางต่างๆ เพื่อดูช่วงการเคลื่อนไหวและจุดที่กดเจ็บ

  • เอกซเรย์ (X-ray): เป็นวิธีพื้นฐานที่สำคัญที่สุด เพื่อดูว่าช่องว่างระหว่างข้อแคบลงไหม หรือมีกระดูกงอกเกิดขึ้นหรือยัง

  • MRI (Magnetic Resonance Imaging): ในกรณีที่หมอสงสัยว่ามีเส้นเอ็นหัวไหล่ขาดร่วมด้วย หรือต้องการดูความละเอียดของกระดูกอ่อน

  • การอัลตราซาวด์ (Ultrasound): ช่วยดูการอักเสบของถุงน้ำรอบข้อและสภาพเส้นเอ็นแบบเรียลไทม์


แนวทางการรักษา: ไม่ผ่าได้ไหม?

หมอขอเน้นย้ำเลยครับว่า คนไข้ข้อไหล่เสื่อมส่วนใหญ่สามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด หากอาการยังไม่อยู่ในระยะท้ายๆ โดยเราจะเรียงลำดับการรักษาดังนี้ครับ:

1. การปรับพฤติกรรมและการกำจัดความเสี่ยง

  • เลี่ยงการยกของหนักเหนือศีรษะ

  • ปรับท่าทางการทำงาน ไม่ก้มตัวหรือห่อไหล่มากเกินไป

  • พักการใช้งานเมื่อเริ่มมีอาการปวด

2. กายภาพบำบัด

นี่คือหัวใจสำคัญครับ การทำกายภาพไม่ใช่แค่การนวด แต่คือการฝึกกล้ามเนื้อรอบสะบักและกล้ามเนื้อหมุนหัวไหล่ (Rotator Cuff) ให้แข็งแรง เพื่อให้กล้ามเนื้อเหล่านี้มาทำหน้าที่ “พยุงข้อ” แทนกระดูกที่เสื่อมไป

3. การใช้ยา

  • ยากลุ่มลดอักเสบ (NSAIDs) เพื่อคุมอาการปวดในช่วงที่อักเสบเฉียบพลัน

  • ยาทาภายนอก เพื่อลดผลข้างเคียงจากการกินยา

4. การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่อง Ultrasound ช่วยระบุตำแหน่ง

หากการกินยาและทำกายภาพยังเอาไม่อยู่ หมอมีทางเลือกที่แม่นยำขึ้นครับ:

  • การฉีดน้ำเลี้ยงข้อ (Hyaluronic Acid): เพื่อเพิ่มความลื่นและลดแรงเสียดทานในข้อไหล่

  • การฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP): เพื่อใช้ปัจจัยการซ่อมแซมจากเลือดตัวเองมาช่วยลดการอักเสบ

  • การฉีดสเตียรอยด์ (เฉพาะกรณี): เพื่อลดการอักเสบที่รุนแรงมาก

  • สำคัญ: หมอจะใช้ เครื่องอัลตราซาวด์ นำทางเข็มเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่ายาลงไปในข้อไหล่ที่แคบลงจริงๆ ไม่ใช่ไปอยู่แค่ชั้นไขมันครับ

5. การผ่าตัด (เฉพาะกรณีที่จำเป็นจริงๆ)

หากลองทุกวิธีข้างต้นแล้ว 6-12 เดือนอาการไม่ดีขึ้น หรือปวดจนใช้ชีวิตไม่ได้ หมอจึงจะคุยเรื่องผ่าตัดครับ:

  • การส่องกล้อง (Arthroscopy): เพื่อเข้าไปทำความสะอาดข้อ ตัดกระดูกงอก หรือซ่อมแซมเส้นเอ็นที่ฉีกขาด

  • การผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่เทียม (Shoulder Arthroplasty): มีทั้งแบบเปลี่ยนเฉพาะส่วนหัว และแบบเปลี่ยนทั้งหมด ปัจจุบันมีเทคโนโลยี Reverse Shoulder Arthroplasty ซึ่งเหมาะมากสำหรับผู้สูงอายุที่เส้นเอ็นขาดถัดไปด้วย ช่วยให้กลับมาใช้แขนได้เกือบปกติเลยครับ


พยากรณ์โรค: จะกลับมาปกติไหม?

โรคข้อไหล่เสื่อมหากได้รับการดูแลที่ถูกต้องตั้งแต่ระยะแรก อาการปวดจะหายไปได้และกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติครับ แม้ความเสื่อมของกระดูกจะไม่ได้หายไป 100% แต่เราสามารถ "อยู่กับมันอย่างมีความสุข" ได้ โรคนี้อาจกลับมาปวดซ้ำได้หากเรากลับไปใช้งานหนักเกินไป ดังนั้นการบริหารกล้ามเนื้อสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องที่ต้องทำตลอดไปครับ


ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

  • ไหล่ติดแข็ง (Frozen Shoulder): พอปวดแล้วไม่กล้าขยับ เยื่อหุ้มข้อจะหนาตัวจนไหล่ติดตาย

  • กล้ามเนื้อรอบไหล่ฝ่อ: ทำให้แขนไม่มีแรง ยกของหนักไม่ได้

  • กระดูกต้นแขนผิดรูป: จากการเสียดสีกันเป็นเวลานานจนกระดูกแหว่งหรือบิดเบี้ยว


5 วิธีป้องกันข้อไหล่เสื่อมลุกลาม

  1. ออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อไหล่: เช่น การใช้ยางยืดออกกำลังกายเบาๆ

  2. จัดท่านั่งทำงานให้ถูกต้อง: ไหล่ต้องไม่ห่อ คอต้องไม่ยื่น

  3. หลีกเลี่ยงการสะพายกระเป๋าหนักข้างเดียวเป็นเวลานาน

  4. วอร์มอัพร่างกาย: โดยเฉพาะการหมุนไหล่เบาๆ ก่อนเริ่มทำงานหรือเล่นกีฬา

  5. รีบพบแพทย์เมื่อเริ่มปวด: อย่ารอจนยกแขนไม่ได้ เพราะการรักษาในระยะแรกทำได้ง่ายกว่ามากครับ


Q&A Section: คำถามที่คนค้นหาบ่อย

Q: ปวดไหล่ตอนนอนตะแคง เป็นอาการของไหล่เสื่อมใช่ไหม? A: เป็นสัญญาณหนึ่งที่พบบ่อยมากครับ เพราะการนอนตะแคงจะไปกดเบียดข้อที่อักเสบอยู่ แต่ต้องแยกจากอาการเส้นเอ็นอักเสบหรือถุงน้ำอักเสบด้วยครับ

Q: ต้องตรวจ MRI ทุกรายไหมถ้าสงสัยไหล่เสื่อม? A: ไม่จำเป็นครับ ส่วนใหญ่แค่การตรวจร่างกายร่วมกับเอกซเรย์ก็วินิจฉัยได้แล้ว MRI จะทำเมื่อหมอสงสัยว่ามีเส้นเอ็นฉีกขาดร่วมด้วย หรือเพื่อวางแผนผ่าตัดครับ

Q: ปวดไหล่นานแค่ไหนควรไปหาหมอ? A: หากปวดต่อเนื่องเกิน 2-4 สัปดาห์ แม้จะพักแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือเริ่มมีอาการชาร้าวลงแขน ควรรีบมาพบหมอเพื่อตรวจเช็กครับ


สรุป

  1. ข้อไหล่เสื่อมคือภาวะกระดูกอ่อนสึกหรอ ทำให้กระดูกเสียดสีกันจนปวดและติดแข็ง

  2. ปัจจัยสำคัญคืออายุ การใช้งานหนัก และประวัติอุบัติเหตุในอดีต

  3. การรักษาเริ่มต้นด้วยการปรับพฤติกรรม ทำกายภาพ และใช้ยา ซึ่งได้ผลดีในคนส่วนใหญ่

  4. การฉีดยานำทางด้วยอัลตราซาวด์ช่วยเพิ่มความแม่นยำและลดอาการปวดได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

  5. การผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่เป็นทางเลือกสุดท้ายที่ให้ผลลัพธ์ดีเยี่ยมในรายที่เป็นรุนแรง

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #ข้อไหล่เสื่อม #ไหล่ติด #เส้นเอ็นหัวไหล่ขาด #เปลี่ยนข้อไหล่เทียม #กายภาพบำบัด #ฉีดน้ำเลี้ยงข้อ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ออฟฟิศซินโดรม #สุขภาพผู้สูงอายุ #ShoulderOA #ShoulderSurgery #Orthopedics #JointHealth #PhysicalTherapy


References 


  1. Arner JW, Elrick BP, Nolte P-C, Haber DB, Horan MP, Millett PJ. Survivorship and patient-reported outcomes after comprehensive arthroscopic management of glenohumeral osteoarthritis: minimum 10-year follow-up. Am J Sports Med. 2021;49(1):130-136. PMID: 33175562. doi: 10.1177/0363546520962756.
    งานนี้ติดตามผู้ป่วยข้อไหล่เสื่อมที่รักษาด้วยการส่องกล้องแบบ CAM อย่างน้อย 10 ปี พบว่าคะแนนปวดและการใช้งานแขนดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และประมาณ 60% ยังไม่ต้องไปถึงการเปลี่ยนข้อไหล่เทียม เหมาะใช้ยืนยันว่าการส่องกล้องเป็นทางเลือกก่อนผ่าตัดเปลี่ยนข้อสำหรับคนไข้ยังอายุไม่มาก

  2. Neer CS 2nd. Replacement arthroplasty for glenohumeral osteoarthritis. J Bone Joint Surg Am. 1974;56(1):1-13.
    บทความคลาสสิกที่ถือเป็นรากฐานของการผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่เทียม อธิบายลักษณะข้อไหล่เสื่อม การออกแบบข้อเทียมยุคแรก และผลการผ่าตัดในระยะยาว ซึ่งถูกอ้างอิงต่อมาในแนวทางและบททบทวนหลายฉบับ

  3. Sanchez-Sotelo J. Total shoulder arthroplasty. Mayo Clin Proc. 2011;86(4):337-346. PMID: 21454739. doi: 10.4065/mcp.2010.0563.
    บทความจาก Mayo Clinic ที่สรุปการรักษาข้อไหล่เสื่อมด้วยการเปลี่ยนข้อเทียม ตั้งแต่ข้อบ่งชี้ การเตรียมตัวผู้ป่วย เทคนิคผ่าตัด ชนิดของข้อเทียม ไปจนถึงผลลัพธ์และภาวะแทรกซ้อน ช่วยให้เข้าใจภาพรวมของ TSA อย่างเป็นระบบ

  4. Izquierdo R, Voloshin I, Edwards S, Khazzam M, Schiferl J, Sperling J, et al. American Academy of Orthopaedic Surgeons Clinical Practice Guideline Summary: Management of Glenohumeral Joint Osteoarthritis. J Am Acad Orthop Surg. 2021;29(2):e80-e87. PMID: 32986386. doi: 10.5435/JAAOS-D-20-00404.
    บทสรุปแนวทาง AAOS เกี่ยวกับการดูแลรักษาข้อไหล่เสื่อม ตั้งแต่การรักษาไม่ผ่าตัด เช่น ยา กายภาพ การฉีดยา ไปจนถึงการเลือกชนิดการผ่าตัดเปลี่ยนข้อ และข้อแนะนำเชิงหลักฐานสำหรับ TSA, hemiarthroplasty และ reverse TSA

  5. Rockwood CA Jr, Wirth MA. Subtotal shoulder arthroplasty for glenohumeral osteoarthritis. J Shoulder Elbow Surg. 2011;20(2 Suppl):S123-S131. PMID: 21281995. doi: 10.1016/j.jse.2010.12.008.
    รายงานประสบการณ์การใช้ subtotal shoulder arthroplasty ในผู้ป่วยข้อไหล่เสื่อม ซึ่งเป็นการเปลี่ยนข้อแบบบางส่วน เน้นการเลือกผู้ป่วยที่เหมาะสม และเปรียบเทียบข้อดีข้อจำกัดเมื่อเทียบกับการเปลี่ยนข้อเต็ม ช่วยประกอบการตัดสินใจเลือกเทคนิคผ่าตัดให้สอดคล้องกับสภาพข้อและความต้องการของคนไข้

Wednesday, March 18, 2026

ปวดไหล่เรื้อรังจากการยกน้ำหนัก... กล้ามเนื้ออักเสบธรรมดา หรือมีอะไรฉีกขาดกันแน่?

 



ปวดไหล่เรื้อรังจากการยกน้ำหนัก... กล้ามเนื้ออักเสบธรรมดา หรือมีอะไรฉีกขาดกันแน่?

“หมอครับ ผมแค่อยากแข็งแรงขึ้น เลยไปเริ่มยกเวทได้สักพัก แต่ทำไมตอนนี้แค่ยกแขนใส่เสื้อยังเจ็บจี๊ดที่หัวไหล่เลยครับ?” นี่คือประโยคแรกที่คุณเอก (นามสมมติ) ชายวัย 40 ปีที่มีใจรักสุขภาพบอกกับหมอในห้องตรวจ หลังจากพยายามฝืนอาการปวดมานานกว่า 2 เดือน

คุณเอกเล่าว่าเขาเริ่มเข้ายิมเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ โดยเน้นท่าบริหารช่วงอกและไหล่เป็นหลัก แรกๆ ก็ดูเหมือนจะปกติ แต่ผ่านไปสักพักเริ่มรู้สึกเสียวที่หัวไหล่ด้านหน้าและด้านข้าง อาการค่อยๆ ชัดเจนขึ้นจนนอนตะแคงทับข้างที่ปวดไม่ได้ แม้จะหยุดพักไป 2 สัปดาห์ แต่อาการปวดก็ยังวนเวียนไม่หายไปเสียที จนเริ่มกังวลว่ากระดูกหรือเส้นเอ็นข้างในจะมีปัญหาหรือไม่

อาการของคุณเอกเป็นตัวอย่างที่คลาสสิกมากครับสำหรับคนวัย 40 ปีที่ใจยังสู้แต่สภาพร่างกายเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง หลายคนอาจคิดว่าแค่พักหรือนวดก็คงหาย แต่ในความเป็นจริง “ไหล่” เป็นข้อต่อที่ซับซ้อนที่สุดแห่งหนึ่งในร่างกาย และความลับของอาการปวดเรื้อรังมักซ่อนอยู่ลึกกว่าที่ผิวหนังครับ


เมื่อไหล่ประท้วง... เข้าใจต้นเหตุของความเจ็บปวด

เปรียบเทียบง่ายๆ ครับ หัวไหล่เราเหมือนกับ “ลูกบอลที่วางอยู่บนถ้วยตื้นๆ” เพื่อให้เราหมุนแขนไปได้รอบทิศทาง แต่การที่ลูกบอลจะเกาะอยู่บนถ้วยได้มั่นคง ต้องมี “เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ” ช่วยดึงรั้งไว้รอบๆ เหมือนเชือกที่ขึงเสากระโดงเรือครับ

ในวัย 40 ปี เส้นเอ็นเหล่านี้เริ่มสูญเสียความยืดหยุ่นไปตามกาลเวลา เมื่อเราไปยกน้ำหนักที่หนักเกินไป หรือใช้ท่าทางที่ไม่ถูกต้อง เช่น การยกดัมเบลขึ้นเหนือศีรษะซ้ำๆ เชือกหรือเส้นเอ็นเหล่านี้จะเริ่มเสียดสีกับกระดูกด้านบน จนเกิดการอักเสบเรื้อรัง หรือในบางรายอาจเกิดการฉีกขาดทีละเล็กทีละน้อยเหมือนเชือกที่เริ่มเปื่อยครับ


โรคนี้คืออะไร? (รู้จักกับกลุ่มอาการปวดไหล่)

อาการที่คุณเอกและหลายคนเป็น มักจะหนีไม่พ้นโรคหลักๆ คือ กลุ่มโรคเอ็นหัวไหล่อักเสบหรือฉีกขาด (Rotator Cuff Tendonitis or Tear)

สาเหตุหลักเกิดจากการใช้งานที่หนักเกินกำลัง (Overuse) จนทำให้เส้นเอ็นที่ทำหน้าที่หมุนและยกไหล่เกิดความเสียหาย อาการที่พบบ่อยคือ ปวดลึกๆ ในหัวไหล่ ปวดเสียวเวลาเอื้อมมือไปหยิบของที่เบาะหลังรถ หรือปวดมากในช่วงกลางคืนจนสะดุ้งตื่น ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะไม่หายเองหากไม่ได้รับการรักษาที่ต้นเหตุ


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้คนวัย 40+ ปวดไหล่จากการยกเวท

  1. อายุที่มากขึ้น: เส้นเอ็นมีความเสื่อมตามธรรมชาติและการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงน้อยลง

  2. ท่าทางที่ไม่ถูกต้อง: การฝืนยกน้ำหนักในท่าที่หัวไหล่ถูกบีบอัด เช่น ท่า Shoulder Press ที่ลึกเกินไป

  3. การเพิ่มน้ำหนักเร็วเกินไป: กล้ามเนื้ออาจจะรับไหว แต่เส้นเอ็นยังปรับตัวตามไม่ทัน

  4. ความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อ: เน้นเล่นแต่กล้ามเนื้อด้านหน้า (อก) จนไหล่ห่อ ทำให้พื้นที่ในข้อไหล่แคบลง

  5. ขาดการยืดเหยียด: กล้ามเนื้อรอบไหล่ที่ตึงรั้งจะดึงให้ข้อไหล่ทำงานผิดจังหวะ


เมื่อมาถึงมือหมอ... เราตรวจอะไรบ้าง?

เมื่อคุณมาปรึกษาหมอ ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดคือ การตรวจร่างกาย ครับ หมอจะทำการทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแต่ละมัด และกดหาจุดเจ็บเพื่อแยกแยะว่าปัญหาอยู่ที่เอ็นหรือข้อต่อ

  • การเอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูว่ามีกระดูกงอกมาเบียดเส้นเอ็นหรือไม่ หรือดูระยะห่างของข้อไหล่

  • การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI): เป็นวิธีที่ชัดเจนที่สุดในการดูว่าเส้นเอ็น "อักเสบ" "เปื่อย" หรือ "ฉีกขาด" ไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ เพื่อวางแผนการรักษาที่แม่นยำ

  • การใช้เครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound): หมอสามารถเห็นภาพเส้นเอ็นได้ทันทีในขณะที่ขยับไหล่ ช่วยในการวินิจฉัยที่รวดเร็ว


แนวทางการรักษา: ไม่ต้องกลัวการผ่าตัด

เชื่อไหมครับว่า ผู้ป่วยกว่า 80-90% สามารถหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด หากมารักษาอย่างถูกวิธีแต่เนิ่นๆ ครับ

  1. ปรับพฤติกรรม: ลดน้ำหนักที่ยก หลีกเลี่ยงท่าที่ต้องยกแขนสูงเหนือไหล่ชั่วคราว แต่ไม่ได้แปลว่าต้องเลิกออกกำลังกายนะครับ เราแค่ปรับให้เหมาะสม

  2. กายภาพบำบัด: เน้นการยืดกล้ามเนื้อที่ตึงและสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อชั้นลึกที่ช่วยพยุงข้อไหล่

  3. การใช้ยา: ทานยาลดอักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์เพื่อช่วยลดอาการปวดในช่วงแรก

  4. การฉีดยาเฉพาะจุด: หากปวดมาก หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางเพื่อฉีดยาลดอักเสบหรือน้ำเลี้ยงข้อเข้าไปที่จุดเกิดเหตุโดยตรง ซึ่งมีความแม่นยำสูงและลดความเสี่ยงจากการฉีดผิดตำแหน่ง

  5. การผ่าตัดส่องกล้อง: เราจะพิจารณาก็ต่อเมื่อเส้นเอ็นฉีกขาดรุนแรงหรือรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลเกิน 6 เดือน ซึ่งแผลจะเล็กมากและฟื้นตัวได้ไว


คำถามที่พบบ่อย (Q&A)

Q: ปวดไหล่แบบนี้ ปล่อยไว้จะหายเองไหม? A: หากเป็นแค่กล้ามเนื้อล้าอาจหายเองได้ใน 1-2 สัปดาห์ แต่ถ้าปวดต่อเนื่องเกิน 1 เดือน มักมีเรื่องเส้นเอ็นอักเสบซ่อนอยู่ การปล่อยไว้นานอาจกลายเป็น "ไหล่ติด" จนขยับไม่ได้ในที่สุดครับ

Q: ยังยกเวทต่อได้ไหมถ้ามีอาการปวด? A: แนะนำให้พักท่าที่ปวดทันทีครับ และเปลี่ยนมาเล่นกล้ามเนื้อส่วนอื่นแทน เช่น ขาหรือหน้าท้อง จนกว่าจะได้รับการประเมินจากแพทย์

Q: นวดแผนไทยช่วยได้ไหม? A: การนวดช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายได้ครับ แต่ต้องระวัง "การดัดหรือดึงไหล่" แรงๆ เพราะถ้าเส้นเอ็นฉีกขาดอยู่แล้ว การนวดที่รุนแรงอาจทำให้แผลฉีกกว้างขึ้นได้


สรุปประเด็นสำคัญเพื่อไหล่ที่แข็งแรง

  • อาการปวดไหล่เรื้อรังเกิน 2 เดือนในวัย 40 ปี มักเกิดจากเส้นเอ็นอักเสบหรือเสื่อมสภาพ

  • การนอนตะแคงทับไม่ได้ หรือยกแขนใส่เสื้อลำบาก เป็นสัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์

  • การตรวจด้วยอัลตราซาวด์หรือ MRI ช่วยให้ทราบความรุนแรงของโรคได้อย่างแม่นยำ

  • ส่วนใหญ่รักษาหายได้ด้วยการทำกายภาพ ปรับท่าทาง และการรักษาโดยไม่ผ่าตัด

  • การป้องกันที่ดีที่สุดคือ การวอร์มอัพและการจัดท่าทางการยกเวทให้ถูกต้องตามสรีระ


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #เอ็นหัวไหล่อักเสบ #ยกเวทแล้วปวดไหล่ #หมอนรองกระดูกทับเส้น #กายภาพบำบัด #ไหล่ติด #บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา #วัยทอง #สุขภาพชาย #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ShoulderPain #RotatorCuffInjury #SportsMedicine #Orthopedics #WeightLiftingInjury

References 

  1. Varacallo MA, El Bitar Y, Mair SD. Rotator Cuff Tendonitis. In: StatPearls [Internet]. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2025 Jan–. Updated 2023 Aug 4.

  2. [Sambandam SN, Khanna V, Gul A, Mounasamy V. Rotator cuff tears: an evidence based approach. World J Orthop. 2015 Dec 18;6(11):902-18. doi:10.5312/wjo.v6.i11.902.

  3. Kuhn JE, Dunn WR, Sanders R, et al. Effectiveness of physical therapy in treating atraumatic full-thickness rotator cuff tears: a multicenter prospective cohort study. J Shoulder Elbow Surg. 2013 Oct;22(10):1371-9. doi:10.1016/j.jse.2013.01.026.

Sunday, March 15, 2026

ปวดไหล่จี๊ด ลามขึ้นคอ ลงแขน: สัญญาณเตือนจาก "เส้นเอ็นไหล่อักเสบ" ในชาวสวนยาง

 


ปวดไหล่จี๊ด ลามขึ้นคอ ลงแขน: สัญญาณเตือนจาก "เส้นเอ็นไหล่อักเสบ" ในชาวสวนยาง

ปวดไหล่จนยกแขนไม่ขึ้น… แค่เมื่อยจากการกรีดยาง หรือร่างกายกำลังประท้วง?

ลองนึกภาพตามหมอนะครับ หลายคนคงเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางที่ต้องตรากตรำทำงานหนักมานาน วันหนึ่งขณะที่กำลังเอื้อมมือไปกรีดหน้ายางที่อยู่สูงกว่าหัว จู่ๆ ก็รู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาที่หัวไหล่เหมือนมีเข็มแท่งใหญ่มาทิ่ม บางครั้งความเจ็บนั้นยังลามขึ้นไปถึงต้นคอ หรือร้าวลงไปที่แขนจนแทบไม่มีแรงถือมีดกรีดยาง แม้จะหยุดพักไปนานเป็นเดือนๆ แต่อาการเหล่านั้นก็ยังไม่หายไป แถมเวลาขยับแขนยังมีเสียงดัง "กร็อบแกร็บ" อยู่ข้างในหัวไหล่จนน่ากังวลใจ


เรื่องเล่าจากคนไข้: "น้าใจ" กับอาการเจ็บไหล่ที่เกือบทำให้ถอดใจ

หมอมีคนไข้สมมติรายหนึ่งชื่อ "น้าใจ" ครับ น้าใจอายุ 50 ปี ทำอาชีพกรีดยางมาค่อนชีวิต ช่วงหลังมานี้น้าใจต้องกรีดหน้ายางที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ต้องเขย่งและเอื้อมแขนจนสุดวงบ่อยครั้ง น้าใจเริ่มมีอาการเจ็บจี๊ดที่หัวไหล่ขวาที่เป็นข้างถนัด ต่อมาอาการเริ่มลามไปปวดต้นคอและชาลงแขน น้าใจพยายามรักษาตัวเองด้วยการซื้อยาม่องประเภทร้อนมาทา จนหมดไปหลายกระปุก ผิวหนังเริ่มแดงแสบ แต่ข้างในไหล่ก็ยังเจ็บเหมือนเดิม น้าใจกลัวการไปโรงพยาบาลเพราะคิดว่าต้องผ่าตัดแน่ๆ เลยทนเจ็บมานานกว่า 3 เดือน จนกระทั่งทนไม่ไหวเพราะแม้แต่จะใส่เสื้อผ้าเองยังทำได้ลำบาก


หัวไหล่ของเราก็เหมือน "บานพับประตู" ที่ต้องการสารหล่อลื่น

เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น หมออยากให้ลองเปรียบเทียบหัวไหล่ของเราเหมือนกับ "บานพับประตู" ที่ต้องเปิดปิดอยู่ตลอดเวลาครับ ภายในหัวไหล่จะมีเส้นเอ็นเล็กๆ หลายเส้นทำหน้าที่ช่วยพยุงและขยับแขน หากเราใช้งานหนักเกินไป เช่น การเอื้อมกรีดหน้ายางสูงๆ ซ้ำๆ เป็นเวลานาน เส้นเอ็นเหล่านี้จะเกิดการเสียดสีกับกระดูกด้านบน จนเกิดการอักเสบหรือฉีกขาดได้

เมื่อเส้นเอ็นอักเสบ ร่างกายจะสร้างพังผืดขึ้นมาเกาะ หรือบางครั้งอาจมีหินปูนไปเกาะที่เส้นเอ็น ทำให้เวลาเราหมุนแขนจึงรู้สึกเหมือนมีอะไรติดขัดและมีเสียงดัง "กร็อบแกร็บ" เหมือนบานพับที่ขึ้นสนิมนั่นเองครับ


ทำความรู้จักกับ "กลุ่มอาการเส้นเอ็นรอบข้อไหล่อักเสบ" (Rotator Cuff Tendinitis)

โรคนี้ทางการแพทย์เรียกว่า กลุ่มอาการเส้นเอ็นรอบข้อไหล่อักเสบ (Rotator Cuff Tendinitis) ซึ่งเกิดจากการใช้งานข้อไหล่ในท่าทางซ้ำๆ โดยเฉพาะท่ายกแขนเหนือศีรษะ

สาเหตุและการเกิดโรค: เมื่อเรายกแขนสูงๆ เส้นเอ็นรอบข้อไหล่จะถูกกดเบียดกับกระดูกหุ้มหัวไหล่ หากทำบ่อยครั้งจะเกิดการบาดเจ็บเล็กน้อยสะสม จนกลายเป็นการอักเสบเรื้อรัง และอาจลามไปถึงการอักเสบของถุงน้ำหล่อเลี้ยงข้อไหล่ ส่งผลให้มีอาการปวดร้าวขึ้นไปที่คอเพราะกล้ามเนื้อคอต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อช่วยพยุงแขนที่บาดเจ็บ

อาการที่พบบ่อย:

  • เจ็บจี๊ดที่หัวไหล่ โดยเฉพาะเวลาเอื้อมมือไปด้านหลังหรือยกแขนขึ้นสูง

  • ปวดร้าวลามไปถึงต้นคอ แขน หรือบางครั้งชาลงถึงปลายนิ้ว

  • มีเสียงดังในข้อไหล่เวลาขยับ

  • อาการมักจะเป็นมากในช่วงกลางคืน หรือเวลานอนตะแคงทับไหล่ข้างที่เจ็บ


ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ชาวสวนยางเป็นโรคนี้

  • การกรีดหน้ายางที่สูงเกินระดับหัวไหล่

  • การแบกหามน้ำยางหรืองานที่ต้องใช้แรงแขนมาก

  • อายุที่มากขึ้น ทำให้เส้นเอ็นมีความยืดหยุ่นลดลง

  • พฤติกรรมการก้มเงยคอซ้ำๆ ขณะทำงาน

  • การพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้ร่างกายซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ช้า


การตรวจวินิจฉัย: ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

การมาพบหมอกระดูกไม่ได้หมายความว่าต้องผ่าตัดเสมอไปครับ ขั้นตอนการตรวจประกอบด้วย:

  • การตรวจร่างกาย: หมอจะทดสอบการขยับแขนในท่าทางต่างๆ เพื่อหาว่าจุดไหนที่เจ็บที่สุด

  • เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูว่ามีกระดูกงอกหรือหินปูนไปเบียดเส้นเอ็นหรือไม่

  • อัลตราซาวด์ (Ultrasound): ช่วยให้เห็นการอักเสบหรือการฉีกขาดของเส้นเอ็นได้ชัดเจนโดยไม่ต้องเจ็บตัว

  • MRI: ในรายที่มีอาการรุนแรงหรือรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ดีขึ้น เพื่อดูรายละเอียดเชิงลึกของเส้นเอ็นและเนื้อเยื่อ


แนวทางการรักษา: รักษาได้...โดยไม่ต้องผ่าตัด

ผู้ป่วยส่วนใหญ่กว่า 90% สามารถหายได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดครับ หากได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

  1. การปรับพฤติกรรม: นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดครับ ควรหลีกเลี่ยงการยกแขนสูงเหนือไหล่ หากต้องกรีดหน้ายางสูง ควรใช้บันไดหรืออุปกรณ์ต่อพ่วงเพื่อลดการเอื้อม

  2. กายภาพบำบัด: การยืดกล้ามเนื้อและบริหารสร้างความแข็งแรงให้เส้นเอ็นรอบข้อไหล่จะช่วยให้ "บานพับ" กลับมาทำงานได้ลื่นไหลขึ้น

  3. การใช้ยา: หมออาจจ่ายยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์เพื่อลดความปวดและการบวมข้างใน

  4. การฉีดยาเฉพาะจุด: หากกินยาแล้วไม่ดีขึ้น หมอสามารถใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางเพื่อฉีดยาลดอักเสบเข้าไปที่จุดที่เจ็บโดยตรงได้อย่างแม่นยำ ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดได้อย่างรวดเร็ว

  5. การผ่าตัด: จะทำต่อเมื่อเส้นเอ็นฉีกขาดรุนแรง หรือรักษาด้วยวิธีอื่นๆ นาน 6-12 เดือนแล้วไม่เป็นผล ปัจจุบันสามารถผ่าตัดผ่านกล้อง แผลเล็ก และฟื้นตัวไวครับ


คำถามที่พบบ่อย (Q&A)

Q: ทายาร้อนหรือน้ำมันมวยบ่อยๆ ช่วยให้หายไหม? A: ยานวดประเภทร้อนช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นและรู้สึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อชั้นนอกครับ แต่ในกรณีที่เส้นเอ็นข้างในอักเสบ การทายาร้อนแรงๆ อาจทำให้ผิวหนังระคายเคืองแต่ไม่สามารถลงไปรักษาถึงเส้นเอ็นที่อยู่ลึกได้ หากทาแล้วไม่ดีขึ้นใน 1-2 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์ครับ

Q: มีเสียงกร็อบแกร็บในไหล่ อันตรายไหม? A: หากมีเสียงร่วมกับอาการปวด มักเกิดจากเส้นเอ็นหนาตัวขึ้นหรือมีหินปูนเกาะ ทำให้ขัดกับกระดูก ควรได้รับการตรวจเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นเอ็นฉีกขาดในอนาคตครับ

Q: ต้องพักงานนานแค่ไหนถึงจะหาย? A: ขึ้นอยู่กับความรุนแรงครับ หากเริ่มรักษาเร็ว การพักและปรับท่าทางการทำงานอาจใช้เวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์อาการจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


สรุปหัวใจสำคัญเพื่อไหล่ที่แข็งแรง

  1. อาการปวดไหล่จี๊ดๆ ร้าวไปคอในชาวสวนยาง มักเกิดจากเส้นเอ็นอักเสบจากการทำงานเกินกำลัง

  2. การทายาร้อนช่วยบรรเทาอาการภายนอกเท่านั้น ไม่ได้รักษาการอักเสบของเส้นเอ็นที่อยู่ลึกด้านใน

  3. เสียงดังในข้อไหล่ขณะขยับ คือสัญญาณเตือนว่าข้อไหล่เริ่มมีการติดขัดหรือมีหินปูนเกาะ

  4. ควรปรับพฤติกรรมการทำงาน หลีกเลี่ยงการเอื้อมมือสูง และหมั่นยืดกล้ามเนื้อบ่อยๆ

  5. การพบแพทย์เฉพาะทางช่วยให้รักษาได้ตรงจุด และส่วนใหญ่หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #เส้นเอ็นไหล่อักเสบ #ชาวสวนยาง #กรีดยาง #เจ็บไหล่ร้าวลงแขน #เสียงดังในข้อไหล่ #ไหล่ติด #ปวดคอ #รักษาอาการปวด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ShoulderPain #RotatorCuff #Orthopedics #HealthTips #PhysicalTherapy

References:

  1. Varacallo M, El Bitar Y, Mair SD. Rotator Cuff Tendonitis. [Updated 2023 Sep 4]. In: StatPearls [Internet]. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2024 Jan-. ให้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับกลไกการเกิดโรคเส้นเอ็นไหล่อักเสบและการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

  2. Maruvada S, Madrazo-Ibarra A, Varacallo M. Anatomy, Shoulder and Upper Limb, Thoracic Outlet. [Updated 2023 Jul 24]. In: StatPearls [Internet]. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2024 Jan-. อธิบายความเชื่อมโยงของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อระหว่างช่วงคอไปจนถึงไหล่และแขน

  3. Ryu RK, Pedowitz RA, Yamaguchi K. Physical examination of the shoulder. American Academy of Orthopaedic Surgeons; 2022. แนวทางการตรวจร่างกายเพื่อแยกแยะอาการปวดไหล่จากการใช้งานหนักในกลุ่มอาชีพต่างๆ

  4. Factor D, Dale B. Current concepts in reconditioning the overhead athlete, part 1: physical characteristics and injury prevention. Int J Sports Phys Ther. 2014;9(3):365-378. รวบรวมวิธีป้องกันและการปรับพฤติกรรมสำหรับผู้ที่ต้องใช้งานแขนเหนือศีรษะเป็นประจำ

  5. Diercks R, Bron C, Dorrestijn O, et al. Guideline for diagnosis and treatment of subacromial pain syndrome. Acta Orthop. 2014;85(3):314-322. แนวทางการรักษาภาวะปวดไหล่โดยเน้นการรักษาแบบไม่ผ่าตัดและการทำกายภาพบำบัด

Saturday, March 14, 2026

ปวดไหล่... สรุปจะประคบ “ร้อน” หรือ “เย็น” ถึงจะถูก? ไขข้อข้องใจให้หายสงสัย

 



ปวดไหล่... สรุปจะประคบ “ร้อน” หรือ “เย็น” ถึงจะถูก? ไขข้อข้องใจให้หายสงสัย

“คุณหมอคะ ปวดไหล่จนยกแขนไม่ขึ้น บางคนบอกให้ประคบน้ำแข็ง บางคนบอกให้เอาผ้าชุบน้ำอุ่นมาประคบ สรุปแล้วควรใช้ความร้อนหรือความเย็นกันแน่คะ? กลัวทำผิดแล้วมันจะอักเสบหนักกว่าเดิมค่ะ”

นี่คือคำถามสุดคลาสสิกที่หมอได้ยินทุกวันครับ การประคบผิดวิธีเปรียบเสมือนการเติมเชื้อไฟลงในกองเพลิง หรือบางครั้งก็เหมือนการราดน้ำลงบนกองขี้เถ้าที่กำลังจะดับ วันนี้หมอจะมาสรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ว่า ปวดแบบไหนต้อง "ใจเย็น" และปวดแบบไหนต้อง "ใช้ความร้อน" เข้าสู้ครับ


เรื่องเล่าจากคนไข้: ประคบผิด... ชีวิตเปลี่ยน

ขอเล่าเคสสมมติของคุณ "ลุงสมชาย" อายุ 58 ปี ครับ ลุงไปยกกระสอบข้าวแล้วเกิดอาการเจ็บจี๊ดที่หัวไหล่ทันที พอกลับบ้านมาไหล่เริ่มบวมแดงและร้อน ลุงคิดว่าการประคบอุ่นจะช่วยให้เส้นคลาย เลยเอาถุงน้ำร้อนมาประคบจัดเต็ม

ผลปรากฏว่า เช้าวันรุ่งขึ้นไหล่ลุงสมชายบวมเป่งจนใส่เสื้อไม่ได้ ปวดจนน้ำตาซึม เพราะความร้อนไปเพิ่มการไหลเวียนเลือดในขณะที่แผลข้างในกำลังอักเสบสดๆ ร้อนๆ นี่คือตัวอย่างของการ "ประคบผิดเวลา" ครับ


อธิบายโรคแบบเข้าใจง่าย: "น้ำแข็งดับไฟ" vs "ความร้อนคลายเส้น"

ลองเปรียบเทียบอาการปวดไหล่เหมือนกับ "อุบัติเหตุบนถนน" ครับ

  • ถ้าเพิ่งเกิดเหตุใหม่ๆ (เจ็บปวดเฉียบพลัน): เหมือนไฟกำลังไหม้รถ เราต้องใช้ "น้ำแข็ง" มาดับไฟและลดการบวมครับ ถ้าเอาความร้อนไปใส่ ไฟก็จะยิ่งลาม

  • ถ้าเหตุการณ์ผ่านไปนานแล้ว (เจ็บเรื้อรัง): เหมือนรถติดเพราะถนนขรุขระขยับยาก เราต้องใช้ "ความร้อน" เพื่อให้เลือดไหลเวียนมาหล่อเลี้ยง ล้างสิ่งสกปรก และทำให้ถนน (เส้นเอ็น) ยืดหยุ่นขยับได้ง่ายขึ้นครับ


ความรู้พื้นฐานของโรค: ปวดไหล่ (Shoulder Pain)

อาการปวดไหล่มีหลายสาเหตุ แต่หลักการประคบจะขึ้นอยู่กับ "ระยะเวลา" และ "ลักษณะอาการ" เป็นหลักครับ

  1. ระยะอักเสบเฉียบพลัน (Acute): มักเกิดจากการบาดเจ็บทันที มีอาการ ปวด บวม แดง ร้อน

  2. ระยะเรื้อรัง (Chronic): ปวดตื้อๆ ปวดมานานเกิน 2-4 สัปดาห์ มีอาการไหล่ติด ขยับได้ไม่สุด


5 ปัจจัยเชี่ยงที่ทำให้ปวดไหล่รุนแรงขึ้น

  • การฝืนใช้งาน: เมื่อปวดแล้วยังพยายามยกของหนักหรือขยับแรงๆ

  • ท่าทางการนอน: นอนตะแคงทับไหล่ข้างที่ปวดบ่อยๆ

  • ความเครียด: ทำให้กล้ามเนื้อบ่าและไหล่เกร็งตัวตลอดเวลา

  • การประคบผิดวิธี: ใช้ความร้อนในระยะที่กำลังบวมแดง

  • ขาดการบริหาร: ทำให้เส้นเอ็นยึดติดจนกลายเป็นโรคไหล่ติด


การตรวจวินิจฉัย: ปวดแบบไหนถึงต้องมาหาหมอ

หากประคบแล้วยังไม่ดีขึ้น หมอจะใช้วิธีตรวจดังนี้:

  • การตรวจร่างกาย: ทดสอบการหมุนไหล่และจุดที่เจ็บ

  • X-ray: ดูว่ามีกระดูกงอกหรือหินปูนเกาะที่เส้นเอ็นไหม

  • Ultrasound: ดูการฉีกขาดของเส้นเอ็นและอาการบวมในข้อ

  • MRI: หากสงสัยว่าเอ็นหมุนข้อไหล่ฉีกขาดรุนแรง


แนวทางการรักษา: สรุปชัดๆ "ร้อน" หรือ "เย็น"

  1. ประคบเย็น (Cold Pack): * ใช้เมื่อ: ปวดทันที อุบัติเหตุ บวม แดง ร้อน (ช่วง 24–48 ชั่วโมงแรก)

    • ช่วยอะไร: ลดการบวม หดหลอดเลือด และลดอาการปวดจี๊ดๆ

  2. ประคบร้อน (Hot Pack):

    • ใช้เมื่อ: ปวดเรื้อรังมานาน ปวดตื้อๆ ไหล่ติด ตึงบ่าไหล่ (หลังผ่าน 48 ชั่วโมงไปแล้ว)

    • ช่วยอะไร: ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น คลายพังผืดที่ยึดติด

  3. กายภาพบำบัด: ฝึกท่าบริหารไหล่เพื่อป้องกันไหล่ติด

  4. การใช้ยา: ยาลดอักเสบเพื่อลดความเจ็บปวด

  5. การฉีดยานำวิถีด้วย Ultrasound: เพื่อลดการอักเสบในจุดที่ลึกและเข้าถึงยาก


พยากรณ์โรค: นานไหมกว่าจะหาย?

ถ้าประคบและดูแลตัวเองได้ถูกวิธีตั้งแต่ต้น อาการมักดีขึ้นใน 1–2 สัปดาห์ครับ แต่หากเป็นกรณีไหล่ติดหรือเอ็นฉีก อาจต้องใช้เวลาดูแลต่อเนื่อง 3–6 เดือน ความสม่ำเสมอในการบริหารคือหัวใจสำคัญครับ


ภาวะแทรกซ้อน: หากประคบผิดบ่อยๆ

  • บวมเรื้อรัง: จากการใช้ความร้อนในระยะอักเสบ

  • ไหล่ติดแข็ง: จากการที่ปวดจนไม่ยอมขยับแขนเลย

  • ผิวหนังไหม้: จากการประคบร้อนที่นานหรือร้อนจนเกินไป


5 วิธีป้องกันและดูแลไหล่ให้ถูกวิธี

  1. จำสูตร 48 ชั่วโมง: สองวันแรกปวดบวมให้ใช้เย็น หลังจากนั้นค่อยใช้ร้อน

  2. ใช้ผ้าพันเสมอ: อย่าประคบน้ำแข็งหรือแผ่นร้อนลงบนผิวหนังโดยตรง

  3. ประคบครั้งละ 15–20 นาที: ไม่ควรนานกว่านี้เพราะอาจทำให้ผิวเสียหรือเลือดไหลเวียนผิดปกติ

  4. ยืดเหยียดเบาๆ: หลังจากประคบร้อน ให้ลองบริหารไหล่เบาๆ จะช่วยให้ขยับได้ดีขึ้น

  5. สังเกตอาการ: หากประคบแล้วปวดมากขึ้น ให้หยุดทันทีและปรึกษาแพทย์


Q&A Section: คำถามที่คนสงสัยที่สุด

Q: สรุปว่าถ้าปวดไหล่เรื้อรังตอนตื่นนอน ควรประคบอะไร? หมอเก่ง: ถ้าเป็นปวดตื้อๆ ตึงๆ มานาน ไม่มีรอยบวมแดง หมอแนะนำ "ประคบร้อน" ครับ เพื่อช่วยคลายกล้ามเนื้อที่เกร็งตัวตอนนอน

Q: ประคบเย็นนานเท่าไหร่ถึงจะพอ? หมอเก่ง: ในช่วง 2 วันแรกที่บาดเจ็บ ควรประคบเย็นบ่อยๆ ทุก 2–3 ชั่วโมง ครั้งละ 15 นาทีครับ

Q: ถ้ามีอาการทั้งปวดทั้งบวมแต่เป็นมาหลายวันแล้วล่ะ? หมอเก่ง: ให้เน้น "ประคบเย็น" เป็นหลักจนกว่าอาการบวมจะหายไปครับ แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นความร้อนเพื่อฟื้นฟู


สรุปประเด็นสำคัญ

  • ประคบเย็น: สำหรับอาการปวดเฉียบพลัน บวม แดง ร้อน (ดับไฟ)

  • ประคบร้อน: สำหรับอาการปวดเรื้อรัง ตึง ไหล่ติด (คลายเส้น)

  • ระยะเวลาตัดสินใจคือ 48 ชั่วโมงแรกหลังบาดเจ็บ

  • การประคบผิดวิธีอาจทำให้อาการอักเสบรุนแรงขึ้นได้

  • หากปวดไม่หายภายใน 1 สัปดาห์ หรือยกแขนไม่ขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อตรวจ MRI หรือ Ultrasound

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #ประคบร้อน #ประคบเย็น #ไหล่ติด #เอ็นไหล่อักเสบ #กายภาพบำบัด #วิธีปฐมพยาบาล #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดบ่า #ออฟฟิศซินโดรม #ShoulderPain #HotOrCold #PhysicalTherapy #Orthopedics #HealthTips

  1. Wang JX, et al. Effects of Cold and Hot Compress on Pain and Swelling. Journal of Clinical Nursing. 2018. งานวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพของการประคบร้อนและเย็นในการลดอาการปวดและบวม

  2. French SD, et al. A systematic review of the evidence for the effectiveness of superficial heat or cold for low back pain. Cochrane Database Syst Rev. 2006. การทบทวนงานวิจัยระดับสากลเกี่ยวกับผลของความร้อนและความเย็นต่ออาการปวดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ

  3. Malanga GA, et al. Mechanisms and efficacy of heat and cold therapies for musculoskeletal injury. Postgrad Med. 2015. อธิบายกลไกการทำงานของความร้อนและความเย็นในการรักษาอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ

  4. Hubbard TJ, Denegar CR. Does Cryotherapy Improve Outcomes With Soft Tissue Injury? J Athl Train. 2004. การศึกษาผลของการประคบเย็นต่อการบาดเจ็บของเนื้อเยื่ออ่อน

  5. Nadler SF, et al. Continuous low-level heat wrap therapy for treating outcomes of acute back pain. Arch Phys Med Rehabil. 2003. การศึกษาผลของการใช้ความร้อนในการรักษาอาการปวดแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง

Friday, March 13, 2026

เอ็นหัวไหล่ฉีก... ไม่ผ่าตัดได้ไหม? ทางออกสำหรับวัย 50+ ที่อยากกลับมายกแขนได้คล่องตัว

 



เอ็นหัวไหล่ฉีก... ไม่ผ่าตัดได้ไหม? ทางออกสำหรับวัย 50+ ที่อยากกลับมายกแขนได้คล่องตัว

“คุณหมอคะ แค่เอื้อมมือไปหยิบของหลังรถ แป๊บเดียวเหมือนไฟฟ้าช็อตที่ไหล่ หลังจากนั้นก็ยกแขนสระผมไม่ได้เลย นอนตะแคงก็ปวดจนสะดุ้งตื่น ไปตรวจ MRI มาแล้วคุณหมอบอกว่าเอ็นไหล่ฉีก แบบนี้ต้องผ่าตัดอย่างเดียวเลยไหมคะ?”

นี่คือคำถามยอดฮิตที่คุณหมอมักเจอในห้องตรวจ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใหญ่ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป วันนี้หมอจะมาชวนคุยให้เข้าใจครับว่า อาการเอ็นหัวไหล่ฉีกขาดนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร และทำไมบางคนทำกายภาพแล้วยังไม่ดีขึ้น รวมถึงคำถามที่หลายคนกังวลว่า "ต้องผ่าตัดเท่านั้นหรือเปล่า"


เรื่องเล่าจากคนไข้: เมื่อ "ไหล่ติด" อาจไม่ใช่แค่เรื่องเมื่อยล้า

ขออนุญาตยกตัวอย่างเคสสมมติที่คล้ายกับหลายๆ ท่านนะครับ คือ "ป้านวล" อายุ 57 ปี เป็นแม่บ้านที่ขยันมาก วันหนึ่งป้านวลพยายามยกกระถางต้นไม้แล้วเกิดอาการเจ็บจี๊ดที่หัวไหล่ ตอนแรกคิดว่าแค่กล้ามเนื้ออักเสบธรรมดา จึงไปนวดบ้าง ทายาบ้าง แต่อาการกลับแย่ลงเรื่อยๆ

ผ่านมา 2 เดือน ป้านวลเริ่มยกแขนขึ้นใส่เสื้อผ้าลำบาก เวลาจะเอื้อมมือไปติดตะขอเสื้อชั้นในข้างหลังก็ทำไม่ได้ แถมตอนกลางคืนยังปวดจนนอนหลับไม่สนิท เมื่อไปทำ MRI ผลออกมาพบว่า "เอ็นหมุนข้อไหล่ฉีกขาด" ป้านวลทำกายภาพบำบัดต่อเนื่องมา 2 เดือน แต่อาการปวดและการเคลื่อนไหวยังไม่ดีขึ้นจนเริ่มถอดใจและกังวลเรื่องการผ่าตัด


เอ็นไหล่ฉีกคืออะไร? อธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ

ลองนึกภาพตามหมอนะครับ "ข้อไหล่" ของเราเหมือนกับ "ลูกบอล" ที่วางอยู่บน "ถ้วย" เล็กๆ เพื่อให้เราหมุนแขนได้รอบทิศทาง แต่เนื่องจากถ้วยมันตื้นมาก ร่างกายจึงต้องมี "เส้นเอ็น" ทั้งหมด 4 เส้นมาช่วยยึดและประคองลูกบอลนี้ไว้ให้มั่นคง

เอ็นกลุ่มนี้เปรียบเสมือน "ยางยืด" หรือ "เนื้อผ้า" ที่ช่วยดึงแขนเราขึ้นครับ เมื่อเราใช้งานมานานตามวัย (ความเสื่อม) หรือเกิดอุบัติเหตุ ยางยืดนี้อาจจะเริ่ม "เปื่อย" จนกระทั่ง "ฉีกขาด" เหมือนเนื้อผ้าที่ขาดออกจากกัน เมื่อผ้าขาด รูโหว่นั้นก็ทำให้กำลังในการดึงแขนลดลง และเกิดการอักเสบจนเราปวดนั่นเองครับ


รู้จักกับโรคเอ็นหมุนข้อไหล่ฉีกขาด (Rotator Cuff Tear)

โรคเอ็นหมุนข้อไหล่ฉีกขาด (Rotator Cuff Tear) คือการบาดเจ็บของกลุ่มเส้นเอ็นที่ทำหน้าที่ประคองข้อไหล่ โดยส่วนใหญ่รอยฉีกซื้อมักจะเกิดขึ้นที่เส้นเอ็นเส้นบนสุด ซึ่งเป็นจุดที่รับแรงมากที่สุดเวลาเรายกแขน

สาเหตุหลักๆ แบ่งเป็น 2 อย่างครับ:

  1. ความเสื่อมตามวัย: เมื่ออายุมากขึ้น เลือดไปเลี้ยงเส้นเอ็นน้อยลง ทำให้เส้นเอ็นบางลงและฉีกขาดได้ง่าย แม้จะใช้งานเพียงเล็กน้อย

  2. อุบัติเหตุหรือการใช้งานซ้ำๆ: เช่น การยกของหนักเกินตัว การหกล้มมือค้ำพื้น หรือการทำงานที่ต้องยกแขนเหนือศีรษะบ่อยๆ เป็นเวลานาน


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เอ็นไหล่ฉีกได้ง่าย

  • อายุ: ส่วนใหญ่พบมากในผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป เนื่องจากความเสื่อมตามธรรมชาติ

  • อาชีพหรือกิจกรรม: งานที่ต้องยกแขนสูงบ่อยๆ เช่น ช่างทาสี ครูที่เขียนกระดาน หรือนักกีฬาแบดมินตัน

  • โครงสร้างกระดูกไหล่: บางคนมีกระดูกงอกที่จงอยไหล่ ซึ่งไปเบียดกดทับเส้นเอ็นทุกครั้งที่ยกแขน

  • การสูบบุหรี่: สารในบุหรี่ทำให้เลือดไปเลี้ยงเส้นเอ็นได้ไม่ดี ทำให้เอ็นซ่อมแซมตัวเองยาก

  • พันธุกรรม: หากคนในครอบครัวมีประวัติเอ็นไหล่ฉีก ก็มีโอกาสเสี่ยงมากขึ้นครับ


จะรู้ได้อย่างไรว่าฉีกจริง? ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัย

เมื่อมาพบแพทย์ หมอจะเริ่มจากการ ซักประวัติและตรวจร่างกาย โดยการทดสอบกำลังแขนในท่าทางต่างๆ เพื่อดูว่าเอ็นเส้นไหนที่มีปัญหา จากนั้นอาจมีการส่งตรวจเพิ่มเติมดังนี้ครับ:

  • เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูว่ามีกระดูกงอกไหม หรือหัวกระดูกเคลื่อนผิดตำแหน่งหรือเปล่า (แต่เอกซเรย์จะมองไม่เห็นเส้นเอ็นนะครับ)

  • อัลตราซาวด์ (Ultrasound): เป็นวิธีที่สะดวก รวดเร็ว ช่วยให้หมอเห็นรอยฉีกขาดของเส้นเอ็นได้ในทันที

  • การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI): เป็นวิธีที่แม่นยำที่สุด เพราะจะบอกได้ชัดเจนว่าเอ็นฉีกขนาดไหน (กี่เซนติเมตร) ฉีกขาดทั้งหมดหรือขาดแค่บางส่วน และมีกล้ามเนื้อฝ่อตัวร่วมด้วยหรือไม่


แนวทางการรักษา: ต้องผ่าตัดทุกคนไหม?

หมอขอยืนยันให้สบายใจก่อนครับว่า "ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไป" โดยเราจะพิจารณาตามความรุนแรงครับ

  1. การปรับพฤติกรรม: หลีกเลี่ยงการยกของหนัก การเอื้อมหยิบของจากเบาะหลังรถ หรือท่าทางที่กระตุ้นให้ปวด

  2. กายภาพบำบัด: เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและสร้างกล้ามเนื้อรอบๆ ไหล่ให้แข็งแรงขึ้นมาช่วยทำงานแทนเอ็นที่ฉีก (ในกรณีที่ฉีกไม่ขาดกระจุย)

  3. การใช้ยา: ยาลดอักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์เพื่อบรรเทาอาการในช่วงแรก

  4. การฉีดยาเฉพาะจุด: ปัจจุบันหมอจะใช้ เครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound Guided Injection) ช่วยระบุตำแหน่ง เพื่อฉีดยาลดอักเสบ หรือสารสกัดจากเกล็ดเลือด (PRP) เข้าไปที่รอยฉีกได้อย่างแม่นยำ ช่วยลดความเสี่ยงจากการฉีดโดนเส้นเอ็นโดยตรง

  5. การผ่าตัด: หากทำกายภาพมา 3-6 เดือนแล้วไม่ดีขึ้น แขนยังอ่อนแรง หรือรอยฉีกมีขนาดใหญ่มาก หมอจะแนะนำการ ผ่าตัดส่องกล้อง ซึ่งเป็นการเจาะรูเล็กๆ เพื่อเข้าไปเย็บซ่อมเส้นเอ็น แผลเล็ก เจ็บน้อย และฟื้นตัวไวครับ


พยากรณ์โรค: จะกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมไหม?

หลายท่านกังวลว่าผ่าแล้วจะคุ้มไหม แขนจะกลับมาใช้ได้เท่าเดิมหรือเปล่า? คำตอบคือ "มีโอกาสกลับมาใช้งานได้ใกล้เคียงปกติสูงมากครับ" แต่ต้องเข้าใจว่าเส้นเอ็นที่เย็บไปต้องใช้เวลาสมานตัว (ประมาณ 3-6 เดือน)

โรคนี้หายได้ครับ แต่ต้องอาศัย "ความอดทน" ในการทำกายภาพหลังผ่าตัดอย่างเคร่งครัด ส่วนโอกาสกลับมาเป็นซ้ำมีไหม? มีครับ หากเรากลับไปใช้งานหนักเกินกำลัง หรือไม่ได้บริหารกล้ามเนื้อให้แข็งแรงต่อเนื่อง


ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา หรือรอยฉีกขาดกว้างขึ้นเรื่อยๆ อาจนำไปสู่:

  • ไหล่ติดถาวร: ข้อไหล่จะแข็ง ยึดติด จนขยับไม่ได้เลย

  • กล้ามเนื้อฝ่อตัว: เมื่อแขนไม่ได้ใช้งาน กล้ามเนื้อหัวไหล่จะลีบเล็กลง ซึ่งถ้าลีบมากแล้ว การผ่าตัดเย็บซ่อมภายหลังจะได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร

  • ข้อไหล่เสื่อมตามมา: เนื่องจากสมดุลของข้อไหล่เสียไป


5 วิธีป้องกันและดูแลข้อไหล่ให้แข็งแรง

  1. บริหารกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่: ฝึกท่าออกกำลังกายเบาๆ เพื่อสร้างเกราะป้องกันให้เส้นเอ็น

  2. หลีกเลี่ยงท่าทางเสี่ยง: ไม่ยกของหนักเหนือศีรษะ หรือเอื้อมหยิบของในที่แคบแรงๆ

  3. พักเมื่อเริ่มเจ็บ: อย่าฝืนใช้งานต่อเมื่อมีอาการปวดไหล่ เพราะจะทำให้รอยฉีกกว้างขึ้น

  4. จัดระเบียบร่างกาย: นั่งตัวตรง ไม่ห่อไหล่ เพื่อให้ช่องว่างในข้อไหล่ไม่ถูกบีบแคบ

  5. ทานอาหารที่มีประโยชน์: เน้นโปรตีนและวิตามินซี เพื่อช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ


Q&A Section: คำถามที่พบบ่อย

Q: กายภาพมา 2 เดือนแล้วไม่ดีขึ้นเลย ควรทำอย่างไรต่อดี? หมอเก่ง: ในกรณีที่ทำกายภาพอย่างถูกต้องสม่ำเสมอแล้ว 2 เดือนยังไม่ดีขึ้น หมอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินอีกครั้งครับ อาจจะต้องพิจารณาเรื่องขนาดของรอยฉีก (ถ้าฉีกขาดแยกจากกันโดยสิ้นเชิง กายภาพอย่างเดียวอาจไม่ช่วยให้เอ็นติดกันได้) หรืออาจใช้การรักษาเสริม เช่น การฉีดสารเพื่อลดการอักเสบและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อครับ

Q: ผ่าตัดส่องกล้องไหล่ น่ากลัวไหม? หมอเก่ง: ไม่น่ากลัวครับ ปัจจุบันเทคโนโลยีการส่องกล้องก้าวหน้ามาก แผลมีขนาดเล็กเพียงไม่กี่มิลลิเมตร การเสียเลือดน้อย และคนไข้สามารถเริ่มทำกายภาพเบาๆ ได้ตั้งแต่วันแรกๆ หลังผ่าตัดครับ

Q: ถ้าไม่ผ่าตัด แขนจะพิการไหม? หมอเก่ง: ไม่ถึงขั้นพิการจนขยับไม่ได้ครับ แต่แขนจะอ่อนแรง ยกของหนักไม่ได้ และอาจมีอาการปวดเรื้อรังรบกวนการนอนและการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมากครับ


สรุปประเด็นสำคัญ

  • เอ็นไหล่ฉีกในวัย 50+ มักเกิดจากความเสื่อมร่วมกับการใช้งาน

  • อาการเด่นคือ ปวดไหล่ตอนกลางคืนและยกแขนสระผมหรือเอื้อมมือไปข้างหลังลำบาก

  • การตรวจ MRI ช่วยบอกขนาดรอยฉีกได้แม่นยำที่สุด

  • การรักษาเริ่มจากวิธีไม่ผ่าตัดก่อนเสมอ เช่น ยา กายภาพ และการฉีดยานำวิถีด้วยอัลตราซาวด์

  • หากกายภาพ 2-3 เดือนไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาการรักษาขั้นต่อไป เพื่อป้องกันกล้ามเนื้อลีบฝ่อ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #เอ็นไหล่ฉีก #กระดูกไหล่เสื่อม #ไหล่ติด #หมอนรองกระดูกทับเส้น #ปวดแขน #ยกแขนไม่ขึ้น #กายภาพบำบัด #ผ่าตัดส่องกล้อง #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ShoulderPain #RotatorCuffTear #ShoulderSurgery #Orthopedics #HealthCare

  1. Sambandam SN, Khanna V, Gul A, Mounasamy V. Rotator cuff tears: An evidence based approach to diagnosis and management. World J Orthop. 2015;6(11):902-918. Published 2015 Dec 18. การวินิจฉัยและการจัดการโรคเอ็นหมุนข้อไหล่ฉีกขาดตามหลักฐานทางการแพทย์ ซึ่งช่วยยืนยันแนวทางการรักษาร่วมกับการทำกายภาพบำบัด

  2. Keener JD, Patterson BM, Orvets N, Chamberlain AM. Degenerative Rotator Cuff Tears: Refining Surgical Indications Based on Natural History Data. J Am Acad Orthop Surg. 2019;27(5):156-165. ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติทางธรรมชาติของโรคเอ็นไหล่เสื่อมและการพิจารณาข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดในผู้สูงอายุ

  3. Ryösä A, Laimi K, Äärimaa V, et al. Surgery or conservative treatment for rotator cuff tear: a meta-analysis. BMC Musculoskelet Disord. 2017;18(1):357. การวิเคราะห์เปรียบเทียบระหว่างการผ่าตัดและการรักษาแบบประคับประคอง (ไม่ผ่าตัด) สำหรับผู้ป่วยเอ็นไหล่ฉีก

  4. Lin MT, Chiang CF, Wu CH, et al. Comparative Effectiveness of Injection Therapies for Rotator Cuff Tendinopathy: A Systematic Review and Network Meta-analysis. Arch Phys Med Rehabil. 2020;101(2):336-346.การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพของการรักษาด้วยการฉีดยารูปแบบต่างๆ รวมถึงการใช้เครื่องอัลตราซาวด์ช่วย

  5. Carr A, Cooper C, Campbell MK, et al. Effectiveness of surgery for rotator cuff tears (UKUFF): a randomised controlled trial. Bone Joint J. 2017;99-B(1):107-115. งานวิจัยขนาดใหญ่ที่ศึกษาผลลัพธ์ของการผ่าตัดเย็บซ่อมเอ็นไหล่เปรียบเทียบกับการรักษาทางเลือกอื่นๆ