Saturday, March 7, 2026

ปวดไหล่... แค่เมื่อย หรือ "เส้นเอ็น" กำลังจะขาด? เช็กสัญญาณอันตรายก่อนไหล่พัง

 



ปวดไหล่... แค่เมื่อย หรือ "เส้นเอ็น" กำลังจะขาด? เช็กสัญญาณอันตรายก่อนไหล่พัง

“ยกแขนสระผมไม่ได้... เอื้อมหยิบของหลังรถแล้วเจ็บแปล๊บ... นอนตะแคงทับไหล่แล้วปวดจนต้องสะดุ้งตื่น”

อาการเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องความเมื่อยล้าจากการทำงานทั่วไปครับ แต่มันคือสัญญาณเตือนจาก เส้นเอ็นรอบข้อไหล่ ว่ากำลังทำงานหนักเกินไปจนเริ่มเกิดการอักเสบหรืออาจจะฉีกขาดไปแล้ว หลายคนปล่อยทิ้งไว้เพราะคิดว่า "เดี๋ยวก็คงดีขึ้น" แต่รู้ไหมครับว่าหากเส้นเอ็นฉีกขาดทิ้งไว้นานๆ กล้ามเนื้อจะเริ่มลีบและรักษายากขึ้นกว่าเดิมมาก วันนี้หมอจะมาสอนวิธีสังเกตอาการให้ชัดๆ กันครับ


เรื่องเล่าจากคนไข้

คุณวิชัย อายุ 55 ปี เป็นคนชอบออกกำลังกายและยังทำงานคล่องแคล่ว วันหนึ่งขณะกำลังยกกระเป๋าเดินทางขึ้นชั้นวางของ เกิดรู้สึกปวดแปล๊บที่หัวไหล่เหมือนมีอะไรฉีกขาด คุณวิชัยคิดว่าแค่ "ไหล่เคล็ด" จึงซื้อยาแก้ปวดมากินและพักการใช้งาน

ผ่านมา 1 เดือน อาการปวดไม่หายไป กลับยิ่งรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะตอนกลางคืน คุณวิชัยเริ่มสังเกตว่า "แขนไม่มีแรง" จะยกแขนขึ้นมาหวีผมก็ทำไม่ได้ ต้องเอาอีกมือช่วยประคอง พอมารักษากับหมอและทำอัลตราซาวด์ดู พบว่าเส้นเอ็นประคองข้อไหล่ขาดไปเกือบครึ่งเส้นแล้วครับ


เส้นเอ็นไหล่... เหมือนเชือกประคองเสากระโดงเรือ

หมออยากให้เปรียบเทียบข้อไหล่เราเหมือนเสากระโดงเรือครับ ตัวกระดูกคือเสา แต่เสาจะตั้งตรงและหมุนไปมาได้ต้องมี "เชือก" 4 เส้นหลักๆ (Rotator Cuff) คอยดึงประคองไว้

ถ้าเชือกเส้นใดเส้นหนึ่งเริ่ม "เปื่อย" (อักเสบ) เวลาเราดึงใช้งานมันจะเจ็บ แต่ถ้าเชือก "ขาด" เสาก็จะแกว่งและไม่มีแรงดึงครับ การที่คนไข้ยกแขนไม่ขึ้นหรือปวดรุนแรง ก็คือภาวะที่เชือกเหล่านี้กำลังเสียหายอยู่นั่นเอง


ความรู้พื้นฐานของโรค (Rotator Cuff Tear & Tendonitis)

โรคเส้นเอ็นไหล่อักเสบหรือฉีกขาด คือการบาดเจ็บของกลุ่มเส้นเอ็นที่ทำหน้าที่ประคองและหมุนข้อไหล่

  • สาเหตุ: เกิดได้จากทั้งอุบัติเหตุ (ล้มกระแทก, ยกของหนักกะทันหัน) และความเสื่อมตามอายุ (เส้นเอ็นขาดเลือดไปเลี้ยงทำให้เปื่อยง่าย)
  • อาการ: ปวดลึกๆ ที่หัวไหล่ บางครั้งร้าวลงไปถึงต้นแขน อาการจะเป็นมากเวลาเคลื่อนไหวแขนในบางท่าทาง

5 สัญญาณเตือน... แบบไหนที่เรียกว่า "เสี่ยง" เอ็นฉีก

  • ปวดตอนกลางคืน: เป็นอาการเด่นมากครับ นอนตะแคงทับไหล่ข้างที่เจ็บไม่ได้ หรือปวดจนตื่นกลางดึก
  • แขนอ่อนแรง (Weakness): พยายามยกแขนขึ้นเองแล้วทำไม่ได้ หรือยกได้แต่ไม่มีแรงค้างไว้ พอมีคนช่วยยกจะยกได้ แต่พอปล่อยมือแขนจะตกลงทันที
  • มีเสียง "กึก" ในข้อไหล่: เวลาขยับแขนจะรู้สึกเหมือนมีอะไรขัดหรือสะดุดอยู่ข้างใน
  • ปวดเวลาทำท่าเฉพาะ: เช่น ท่าสวมเสื้อเชิ้ต, ท่าเอื้อมหยิบกระเป๋าสตางค์ด้านหลัง หรือการสระผม
  • อาการปวดไม่ดีขึ้นเกิน 2 สัปดาห์: แม้จะพักการใช้งานหรือทานยาแก้ปวดแล้วก็ตาม

การตรวจวินิจฉัย (จุดเปลี่ยนสำคัญของการรักษา)

การตรวจที่แม่นยำจะช่วยให้เราไม่ต้องเดาครับ:

  • การตรวจร่างกายโดยละเอียด: หมอจะมีท่าทดสอบเฉพาะ (Special Tests) เพื่อหาว่าเส้นเอ็นเส้นไหนจาก 4 เส้นที่บาดเจ็บ
  • เอกซเรย์ (X-ray): ดูว่ามี "กระดูกงอก" ลงมาเบียดเส้นเอ็นหรือไม่ หรือดูว่าหัวกระดูกไหล่เคลื่อนที่ผิดตำแหน่งไหม
  • อัลตราซาวด์ (Ultrasound): วิธีนี้หมอชอบมากครับ เพราะเห็นเส้นเอ็นแบบเคลื่อนไหวได้ (Real-time) เห็นเลยว่าเส้นเอ็นบวม หรือมีรอยขาดชัดเจนแค่ไหน สะดวกรวดเร็วและแม่นยำสูง
  • MRI: จะทำในรายที่ต้องการความละเอียดสูงมาก หรือเพื่อวางแผนก่อนการผ่าตัด

แนวทางการรักษา

ส่วนใหญ่เน้นการรักษาแบบประคับประคองเพื่อให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองครับ:

  1. การปรับพฤติกรรม: งดการทำงานที่ต้องยกแขนสูง หรือการเขวี้ยงของรุนแรง
  2. กายภาพบำบัด: เน้นการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบๆ เพื่อมาช่วยพยุงแทนเส้นเอ็นที่บาดเจ็บ
  3. การใช้ยา: ยาลดอักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์เพื่อลดบวม
  4. การฉีดยาโดยใช้อัลตราซาวด์นำทาง: หมอจะฉีดยาลดอักเสบ หรือสารสกัดจากเลือด (PRP) เข้าไปที่ตำแหน่งที่เส้นเอ็นฉีกขาดโดยตรง เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมและลดปวดได้อย่างแม่นยำ
  5. การผ่าตัดส่องกล้อง (Arthroscopic Repair): หากเส้นเอ็นฉีกขาดรุนแรงหรือรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ดีขึ้น หมอจะใช้กล้องเจาะรูเล็กๆ เข้าไปเย็บเส้นเอ็นให้กลับมาติดกับกระดูกเหมือนเดิม แผลเล็ก เจ็บน้อย และกลับไปใช้งานได้ดีครับ

พยากรณ์โรค

  • หายไหม? ถ้าเป็นแค่การอักเสบ มักหายขาดได้ใน 4-6 สัปดาห์
  • ถ้าฉีกขาด? ร่างกายอาจซ่อมแซมเองได้หากฉีกไม่เยอะ แต่ต้องอาศัยการทำกายภาพอย่างเคร่งครัด
  • ระยะเวลา? ในรายที่ผ่าตัดเย็บเอ็น อาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูประมาณ 3-6 เดือนจึงจะกลับไปเล่นกีฬาได้เต็มที่ครับ

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

หากปล่อยให้เอ็นฉีกทิ้งไว้นานๆ จะเกิดภาวะ "ไหล่เสื่อมตามมา" (Cuff Tear Arthropathy) เพราะเมื่อไม่มีเส้นเอ็นดึงไว้ หัวกระดูกจะลอยสูงขึ้นไปเบียดกับกระดูกด้านบน จนผิวข้อสึกกร่อน ซึ่งถึงตอนนั้นการรักษาจะยากขึ้นมากครับ


5 วิธีถนอมเส้นเอ็นไหล่

  1. วอร์มอัพก่อนใช้งาน: หากต้องทำงานบ้านหรือเล่นกีฬา ควรหมุนไหล่เบาๆ เพื่อวอร์มเส้นเอ็น
  2. ไม่ยกของหนักเกินกำลัง: โดยเฉพาะการเอื้อมหยิบของหนักที่อยู่ไกลตัว
  3. ฝึกกล้ามเนื้อสะบัก: กล้ามเนื้อสะบักที่แข็งแรงจะช่วยลดภาระของเส้นเอ็นไหล่ได้มหาศาล
  4. พักเมื่อเริ่มเจ็บ: อย่าฝืนทำกิจกรรมต่อหากรู้สึกปวดแปล๊บที่ไหล่
  5. ทานอาหารที่มีโปรตีนและวิตามินซี: เพื่อช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและเส้นเอ็น

Q&A Section

Q: ปวดไหล่แล้วมีเสียงกึกๆ อันตรายไหม? A: ถ้ามีเสียงร่วมกับอาการปวดหรือแขนอ่อนแรง อาจหมายถึงเส้นเอ็นที่ขาดไปขัดอยู่ในข้อ หรือมีหินปูนเกาะครับ ควรให้หมอตรวจดูนะครับ

Q: เส้นเอ็นฉีกขาดต้องผ่าตัดทุกรายไหม? A: ไม่ครับ ในผู้สูงอายุหรือคนที่ฉีกขาดเพียงเล็กน้อย การรักษาด้วยการทำกายภาพและฉีดยามักให้ผลที่ดีเพียงพอต่อการใช้ชีวิตประจำวันครับ

Q: ถ้าทิ้งไว้นานๆ จะเป็นอย่างไร? A: เส้นเอ็นที่ขาดจะหดรั้งตัวกลับเข้าหาลำตัวเรื่อยๆ และกล้ามเนื้อจะกลายเป็นไขมัน (Fatty Infiltration) ทำให้ถ้ามาผ่าตัดภายหลัง ผลการรักษาจะไม่ดีเท่ากับผ่าตอนที่เพิ่งขาดใหม่ๆ ครับ


สรุป

  1. อาการปวดไหล่ตอนกลางคืนและแขนอ่อนแรง คือสัญญาณชัดเจนของเส้นเอ็นอักเสบหรือฉีกขาด
  2. การตรวจด้วยอัลตราซาวด์ช่วยให้เห็นรอยฉีกขาดได้ทันทีในห้องตรวจ
  3. การรักษาเริ่มจากการปรับพฤติกรรมและกายภาพบำบัดเป็นหลัก
  4. การฉีดยาด้วยอัลตราซาวด์นำทางเป็นทางเลือกที่มีความแม่นยำสูงและลดการบาดเจ็บซ้ำได้ดี
  5. หากอาการไม่ดีขึ้น การผ่าตัดส่องกล้องเย็บเอ็นคือมาตรฐานการรักษาที่ช่วยให้กลับมาใช้งานไหล่ได้เหมือนเดิม

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #เส้นเอ็นไหล่ฉีก #เส้นเอ็นไหล่อักเสบ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดกลางคืน #แขนอ่อนแรง #กายภาพบำบัด #ผ่าตัดส่องกล้อง #อัลตราซาวด์กระดูกและข้อ #RotatorCuff


References

  1. Neer CS 2nd. Anterior acromioplasty for the chronic impingement syndrome in the shoulder: a preliminary report. J Bone Joint Surg Am. 1972;54(1):41-50. (งานวิจัยคลาสสิกที่อธิบายกลไกการเบียดทับของเส้นเอ็นไหล่ที่นำไปสู่การฉีกขาด)
  2. Yamaguchi K, Ditsios K, Middleton WD, et al. The demographic and morphological features of rotator cuff disease. A comparison of asymptomatic and symptomatic shoulders. J Bone Joint Surg Am. 2006;88(8):1699-1704. (การศึกษาที่เปรียบเทียบอาการของคนไข้ที่มีเส้นเอ็นไหล่เสื่อมตามช่วงอายุ)
  3. Keener JD, Galatz LM, Teefey SA, et al. A prospective evaluation of survivorship of asymptomatic degenerative rotator cuff tears. J Bone Joint Surg Am. 2015;97(2):89-98. (งานวิจัยที่ติดตามอาการคนไข้ที่มีเส้นเอ็นฉีกขาดแต่ไม่มีอาการในช่วงแรก เพื่อดูพยากรณ์โรค)
  4. Iannotti JP, Ciccone J, Tibone JE, et al. Diagnostic accuracy of magnetic resonance imaging and ultrasonography in patients with suspected rotator cuff tears. J Bone Joint Surg Am. 2005;87(6):1305-1311. (การศึกษาเปรียบเทียบความแม่นยำระหว่าง MRI และ Ultrasound ในการวินิจฉัยเอ็นไหล่ขาด)
  5. Littlewood C, May S, Walters S. A review of systematic reviews of the effectiveness of conservative interventions for rotator cuff tendinopathy. Shoulder Elbow. 2013;5(3):151-167. (การทบทวนความสำเร็จของการรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัดในคนไข้เส้นเอ็นไหล่อักเสบ)

ปวดไหล่... พักเฉย ๆ หรือยิ่งพักยิ่ง "พัง"? (ไหล่ติดและเส้นเอ็นอักเสบ)

 



ปวดไหล่... พักเฉย ๆ หรือยิ่งพักยิ่ง "พัง"? (ไหล่ติดและเส้นเอ็นอักเสบ)

“เดี๋ยวก็หาย... แค่ใช้งานเยอะไปหน่อย พักสักพักก็คงดีขึ้นเอง”

นี่คือคำปลอบใจยอดฮิตที่เรามักบอกตัวเองเวลาเริ่มมีอาการ ปวดไหล่ ครับ แต่ในฐานะหมอกระดูกและข้อ หมออยากบอกว่า "การพัก" เป็นเรื่องดีครับ แต่ถ้า "พักผิดวิธี" หรือ "พักนานเกินไป" จากอาการปวดธรรมดาอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้คุณยกแขนไม่ขึ้นไปอีกหลายเดือนเลยทีเดียว


เรื่องเล่าจากคนไข้

คุณมานพ อายุ 52 ปี เป็นพนักงานบริษัทที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์และยกของบ้างเป็นครั้งคราว วันหนึ่งเริ่มรู้สึกปวดแปล๊บที่หัวไหล่เวลาเอื้อมมือไปหยิบของที่เบาะหลังรถ คุณมานพคิดว่าเป็นแค่กล้ามเนื้ออักเสบจึงตัดสินใจ "พักไหล่" โดยการไม่ใช้งานแขนข้างนั้นเลย พยายามแนบแขนไว้ข้างลำตัวตลอดเวลา

ผ่านไป 2 สัปดาห์ แทนที่อาการปวดจะหายไป คุณมานพกลับพบว่า "ไหล่เริ่มแข็ง" จะหยิบกระเป๋าสตางค์จากกระเป๋าหลังก็ไม่ได้ จะสวมเสื้อเชิ้ตก็ลำบาก แถมตอนกลางคืนยังปวดจนสะดุ้งตื่น จากแค่ "ปวดไหล่" กลายเป็น "ไหล่ติด" ไปเสียแล้วครับ


เมื่อไหล่ไม่ใช่แค่ข้อต่อ แต่มันคือ "ลูกเซรามิกในเบ้า"

หมออยากให้ลองจินตนาการว่า ข้อไหล่ของเราเหมือน "ลูกบอลที่วางอยู่บนประคอง" (Ball and Socket) โดยมีเส้นเอ็นและแคปซูลหุ้มข้อเหมือน "ยางยืด" ที่คอยดึงรั้งไว้ให้มั่นคง

ถ้าเราปวดแล้วหยุดขยับไหล่ไปเลย ยางยืดเหล่านี้จะเริ่ม "แห้งและหดตัว" ครับ เหมือนหนังสติ๊กที่วางทิ้งไว้นาน ๆ จนกรอบ พอเราจะมาขยับอีกที มันก็ดึงรั้งจนเจ็บปวดไปหมด หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่าภาวะ ข้อไหล่ติด นั่นเองครับ


ความรู้พื้นฐานของโรค

อาการปวดไหล่ที่คนส่วนใหญ่เจอ มักเกิดจาก 2 โรคหลัก:

  1. เส้นเอ็นประคองข้อไหล่อักเสบ (Rotator Cuff Tendonitis): เกิดจากการใช้งานซ้ำ ๆ หรือความเสื่อมตามวัย ทำให้เส้นเอ็นเกิดฉีกขาดเล็กน้อยหรืออักเสบ
  2. ข้อไหล่ติด (Frozen Shoulder): คือภาวะที่เยื่อหุ้มข้อไหล่อักเสบและหนาตัวขึ้นจนหดรั้ง ทำให้เคลื่อนไหวแขนได้จำกัด

สาเหตุ: มักเกิดจากการใช้งานหนักเกินกำลัง, อุบัติเหตุ, หรือแม้แต่การเสื่อมสภาพตามอายุ (มักพบในคนวัย 40-60 ปี)อาการ: ปวดลึก ๆ ในหัวไหล่, ปวดเสียวเวลาเอื้อมแขน, ปวดตอนกลางคืนนอนตะแคงทับไม่ได้


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ปวดไหล่เรื้อรัง

  • พฤติกรรมการทำงาน: การยกแขนสูงเหนือศีรษะบ่อย ๆ หรือนั่งห่อไหล่หน้าคอมพิวเตอร์
  • โรคประจำตัว: โดยเฉพาะ "เบาหวาน" และ "โรคไต" มีความสัมพันธ์กับการเกิดข้อไหล่ติดได้ง่ายกว่าคนทั่วไป
  • การหยุดใช้งานนานเกินไป: เช่น หลังอุบัติเหตุแล้วใส่ผ้าคล้องแขน (Arm sling) ไว้นานโดยไม่บริหาร
  • อายุที่มากขึ้น: ทำให้เส้นเอ็นขาดความยืดหยุ่นและเสื่อมสภาพ
  • นักกีฬา: ที่ต้องใช้การเหวี่ยงแขน เช่น แบดมินตัน หรือว่ายน้ำ

การตรวจวินิจฉัย

เมื่อมาพบหมอ หมอจะทำการตรวจสอบดังนี้ครับ:

  • การตรวจร่างกาย: หมอจะขยับแขนของคนไข้ในท่าทางต่าง ๆ เพื่อดูว่าปวดจุดไหน และติดขัดที่มุมไหน
  • เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูว่ามีหินปูนเกาะที่เส้นเอ็น หรือมีกระดูกงอกไปเบียดเส้นเอ็นหรือไม่
  • อัลตราซาวด์ (Ultrasound): วิธีนี้ดีมากครับ เพราะเห็นเส้นเอ็นอักเสบหรือฉีกขาดได้ทันทีในห้องตรวจ
  • MRI: จะทำในกรณีที่สงสัยว่าเส้นเอ็นฉีกขาดรุนแรงและอาจต้องวางแผนผ่าตัด

แนวทางการรักษา (ไม่ต้องผ่าตัดก็หายได้)

ผู้ป่วยกว่า 90% หายได้ด้วยวิธีไม่ต้องผ่าตัดครับ:

  1. ปรับพฤติกรรม: เลิกนอนทับไหล่ข้างที่ปวด ลดการยกของหนักเหนือศีรษะ
  2. กายภาพบำบัด: นี่คือหัวใจสำคัญครับ หมอจะแนะนำท่าบริหาร "ไต่ฝาผนัง" หรือการใช้ไม้พลองช่วยขยับ เพื่อป้องกันไหล่ติด
  3. การใช้ยา: ยากลุ่มต้านการอักเสบ (NSAIDs) เพื่อลดปวดและลดบวม
  4. การฉีดยาโดยใช้เครื่อง Ultrasound นำทาง: หมอจะใช้เครื่องสแกนดูจุดที่อักเสบแม่น ๆ แล้วฉีดยาลดอักเสบเข้าจุดนั้นโดยตรง ช่วยให้หายปวดไวและปลอดภัยกว่าการฉีดแบบสุ่มครับ
  5. การผ่าตัดส่องกล้อง: จะทำเฉพาะกรณีเส้นเอ็นฉีกขาดรุนแรงหรือรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผล แผลจะเล็กมากและฟื้นตัวไวครับ

พยากรณ์โรค

โรคนี้หายได้ครับ! แต่ต้องใช้ "ความใจเย็น"

  • ถ้าเป็นแค่เอ็นอักเสบ อาจใช้เวลา 2-4 สัปดาห์
  • ถ้าถึงขั้นไหล่ติด อาจต้องใช้เวลาทำกายภาพ 3-6 เดือน
  • มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้หากไม่ปรับท่าทางหรือบริหารสม่ำเสมอ

ภาวะแทรกซ้อน

ถ้าปล่อยทิ้งไว้หรือพักเฉย ๆ นานเกินไป อาจเกิด:

  • กล้ามเนื้อลีบ: เพราะแขนไม่ได้ใช้งาน
  • ข้อไหล่ติดถาวร: จนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวัน เช่น สระผม หรือเอื้อมหยิบของได้
  • ปวดเรื้อรัง: จนส่งผลต่อสุขภาพจิตและการนอนหลับ

5 วิธีป้องกันอาการปวดไหล่

  1. ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ: บริหารไหล่เบา ๆ ทุกวันแม้จะไม่ได้ออกกำลังกาย
  2. ปรับสรีระ: นั่งทำงานให้หลังตรง ไหล่ไม่ห่อ
  3. เลี่ยงการยกของหนักเหนือระดับไหล่: หากจำเป็นควรใช้เก้าอี้เสริม
  4. ควบคุมโรคประจำตัว: โดยเฉพาะเบาหวานให้คงที่
  5. ฟังเสียงร่างกาย: ถ้าเริ่มปวดนิด ๆ ให้ลดการใช้งานและประคบเย็น ไม่ควรฝืนจนปวดรุนแรง

Q&A Section

Q: ปวดไหล่พักเฉย ๆ อันตรายไหม? A: พักได้ในช่วง 1-2 วันแรกครับ แต่ถ้าผ่านไป 1 สัปดาห์แล้วยังไม่ดีขึ้น หรือเริ่มขยับแขนได้น้อยลง ต้องรีบตรวจครับ เพราะอาจเป็นสัญญาณของไหล่ติด

Q: ต้องตรวจ MRI ทุกเคสไหม? A: ไม่จำเป็นครับ ส่วนใหญ่การตรวจร่างกายและอัลตราซาวด์ก็เพียงพอที่จะวินิจฉัยและเริ่มการรักษาได้แล้ว

Q: ปวดคอนานแค่ไหนควรพบแพทย์? A: หากปวดไหล่ร่วมกับมีอาการชาลงไปถึงปลายนิ้ว หรือแขนอ่อนแรง อันนี้อาจไม่ใช่แค่เรื่องไหล่ แต่อาจเกี่ยวกับกระดูกคอทับเส้นประสาท ควรพบแพทย์ทันทีครับ


สรุป

  1. การพักเฉย ๆ โดยไม่ขยับเลย เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ "ไหล่ติด"
  2. อาการปวดไหล่ส่วนใหญ่เกิดจากเส้นเอ็นอักเสบ ซึ่งรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
  3. การทำกายภาพบำบัดร่วมกับการใช้ยา มีประสิทธิภาพสูงมากในการรักษา
  4. การฉีดยาด้วยอัลตราซาวด์นำทาง ช่วยลดอาการปวดได้อย่างแม่นยำและตรงจุด
  5. ยิ่งรักษาไว ยิ่งลดโอกาสการติดแข็งของข้อไหล่

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #ไหล่ติด #เส้นเอ็นไหล่อักเสบ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #กายภาพบำบัด #FrozenShoulder #ออฟฟิศซินโดรม #ปวดแขน #ผ่าตัดส่องกล้อง


References

  1. Codman EA. The Shoulder: Rupture of the Supraspinatus Tendon and Other Lesions in or About the Subacromial Bursa. Boston, MA: Thomas Todd Company; 1934. (หนังสือระดับตำนานที่อธิบายกลไกพื้นฐานของโรคเส้นเอ็นไหล่ที่ยังคงใช้อ้างอิงจนถึงปัจจุบัน)
  2. Diercks RL, Stevens M. Gentle thawing of the frozen shoulder: a prospective study of supervised neglect versus intensive physical therapy in seventy-seven patients with frozen shoulder syndrome followed up for two years. J Shoulder Elbow Surg. 2004;13(5):499-502. (งานวิจัยที่เปรียบเทียบการรักษาไหล่ติดและการใช้กายภาพบำบัดอย่างถูกวิธี)
  3. Page MJ, Green S, Kramer S, et al. Electrotherapy modalities for adhesive capsulitis (frozen shoulder). Cochrane Database Syst Rev. 2014;(10):CD011324. (การทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือทางกายภาพในการรักษาภาวะไหล่ติด)
  4. Teefey SA, Middleton WD, Payne WZ, Yamaguchi K. Detection of rotator cuff tears: revised objective of US and MRI in 100 consecutive patients. AJR Am J Roentgenol. 2000;174(1):161-165. (งานวิจัยเปรียบเทียบประสิทธิภาพของการใช้อัลตราซาวด์และ MRI ในการวินิจฉัยเส้นเอ็นไหล่ขาด)
  5. Wong CK, Levine WN, Deo K, et al. Natural history of frozen shoulder: fact or fiction? A systematic review. Physiotherapy. 2017;103(1):40-47. (การศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับพยากรณ์โรคของภาวะไหล่ติดว่าสามารถหายเองได้จริงหรือไม่)

ปวดไหล่จนเอ็นฉีก... กลับมาโหนบาร์อีกครั้ง ต้องเตรียมตัวอย่างไรให้ปลอดภัย?

 

ปวดไหล่จนเอ็นฉีก... กลับมาโหนบาร์อีกครั้ง ต้องเตรียมตัวอย่างไรให้ปลอดภัย?

หลายคนที่มีใจรักในการออกกำลังกาย เมื่อต้องเจอกับอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่ โดยเฉพาะบริเวณเอ็นต้นแขนด้านหน้า (Long head biceps tendon) มักจะมีความกังวลว่า "เราจะยังกลับไปโหนบาร์ได้เหมือนเดิมไหม?" หรือ "โหนไปแล้วมันจะขาดซ้ำหรือเปล่า?"

ลองนึกภาพตามนะครับ คุณเอก (นามสมมติ) วัย 38 ปี เป็นคนที่ชอบออกกำลังกายแบบบอดี้เวทมาก วันหนึ่งขณะกำลังดึงข้อ รู้สึกแปล๊บที่หน้าหัวไหล่ ผลตรวจพบว่าเอ็นต้นแขนอักเสบและฉีกขาดบางส่วน หลังจากรักษาจนหายปวด คุณเอกอยากกลับไปโหนบาร์แต่ก็ยังกลัวๆ กล้าๆ เพราะไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี

เข้าใจ "เอ็นต้นแขน" ในมุมใหม่

เอ็นต้นแขนส่วนยาว (Long head of biceps tendon) เปรียบเสมือน "สายเคเบิล" ที่วิ่งผ่านร่องกระดูกหัวไหล่ไปเกาะอยู่ด้านบนของเบ้าไหล่ หน้าที่ของมันไม่ใช่แค่ช่วยงอแขน แต่ยังช่วยสร้างความมั่นคงให้หัวไหล่เวลาที่เรายกแขนสูงหรือดึงตัวขึ้น เมื่อเอ็นเคยฉีกขาด แม้จะสมานแล้ว แต่ความยืดหยุ่นและการรับแรงกระแทกอาจยังไม่เต็มร้อยเหมือนเดิม

โรคเอ็นต้นแขนอักเสบและฉีกขาด (Biceps Tendinitis and Tear)

คือภาวะที่เส้นเอ็นเกิดการเสื่อมสภาพหรือฉีกขาดจากใช้งานหนักซ้ำๆ หรืออุบัติเหตุ ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการปวดแปล๊บด้านหน้าไหล่ โดยเฉพาะเวลาหมุนแขนหรือยกของหนัก

ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง

  • การเพิ่มแรงต้านหรือความหนักในการฝึกเร็วเกินไป
  • ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อรอบสะบักไม่เพียงพอ
  • ท่าทางในการโหนบาร์ที่ไม่ถูกต้อง (ไหล่ห่อ)
  • อายุที่มากขึ้นทำให้ความยืดหยุ่นของเส้นเอ็นลดลง

การตรวจเช็กความพร้อมก่อนโหนบาร์

ก่อนจะกระโดดขึ้นไปเกาะบาร์ คุณควรผ่านการทดสอบเหล่านี้ก่อน:

  1. การตรวจร่างกาย: กดบริเวณร่องไหล่ด้านหน้าแล้วไม่เจ็บ
  2. ช่วงการเคลื่อนไหว: ยกแขนขึ้นสุดแนบหูได้โดยไม่ปวด
  3. ความแข็งแรงพื้นฐาน: สามารถยกดัมเบลท่า Bicep Curl และ Lateral Raise ได้โดยไม่มีอาการเสียวหรือแปล๊บ

5 ขั้นตอนสร้างความแข็งแรงเพื่อกลับไปโหนบาร์

หัวใจสำคัญของการฟื้นฟูคือการเปลี่ยนจาก "การใช้แขนดึง" มาเป็น "การใช้หลังดึง" และการค่อยๆ เพิ่มแรงเค้น (Stress) ให้เส้นเอ็นอย่างเป็นระบบครับ

1. ปรับพื้นฐานสะบัก: "สร้างฐานรากให้มั่นคง" (Scapular Stability)

ลองนึกภาพว่าหัวไหล่คือปั้นจั่นครับ ถ้าตัวฐานปั้นจั่นไม่แข็งแรง แขนที่ยื่นออกไปย่อมรับน้ำหนักไม่ได้ การฝึก Scapular Retraction คือการฝึกควบคุมกล้ามเนื้อรอบสะบักครับ

  • วิธีฝึก: ยืนตัวตรง อกผายไหล่ผึ่ง จินตนาการว่ามีปากกาหนึ่งแท่งวางอยู่ตรงกลางหลังระหว่างสะบักทั้งสองข้าง ให้คุณพยายามบีบสะบักเข้าหากันเพื่อหนีบปากกาแท่งนั้นไว้ โดยที่ "ไหล่ไม่ห่อขึ้นมาใกล้หู"
  • ทำไมต้องทำ: การหนีบสะบักจะช่วยเปิดช่องว่างในข้อไหล่ ลดการเบียดทับของเอ็นต้นแขน และทำให้กล้ามเนื้อหลัง (Latissimus dorsi) เข้ามาช่วยรับน้ำหนักแทนเอ็นเส้นเล็กๆ ที่เคยบาดเจ็บครับ

2. ฝึกเกร็งค้าง: "ปลุกเส้นเอ็นให้ตื่น" (Isometrics)

เส้นเอ็นที่เคยฉีกขาดจะกลัว "การเสียดสี" ครับ การขยับขึ้นลงเร็วๆ ในช่วงแรกอาจทำให้เกิดการอักเสบซ้ำ เราจึงต้องฝึกแบบ Isometric หรือการออกแรงโดยไม่ขยับข้อต่อ

  • วิธีฝึก: ใช้ยางยืด (Resistance Band) คล้องไว้ที่สูง มือจับยางยืดแล้วดึงลงมาข้างลำตัวในท่าที่แขนตึงหรือศอกงอเล็กน้อย แล้ว "เกร็งค้างไว้" 10–15 วินาที
  • ทำไมต้องทำ: การเกร็งค้างจะช่วยกระตุ้นการเรียงตัวของเส้นใยคอลลาเจนในเส้นเอ็นให้แข็งแรงขึ้นโดยไม่มีการเสียดสีในร่องกระดูก (Bicipital groove) เป็นการทดสอบว่าเส้นเอ็นคุณพร้อมรับแรงดึงต่อเนื่องหรือยัง

3. โหนแบบมีตัวช่วย: "ลดภาระให้ไหล่" (Assisted Hang)

เมื่อผ่านการดึงยางยืดแล้ว เราจะเริ่มสัมผัสบาร์จริง แต่ห้ามทิ้งตัวลงไป 100% ทันทีครับ

  • วิธีฝึก: ใช้เก้าอี้วางใต้บาร์ ยืนบนเก้าอี้แล้วเอามือเกาะบาร์ไว้ จากนั้นค่อยๆ ย่อเข่าลง ให้เท้ายังแตะเก้าอี้อยู่เพื่อช่วยพยุงน้ำหนักตัวไว้สักครึ่งหนึ่ง หรือใช้ยางยืดเส้นใหญ่คล้องที่บาร์แล้วเอาเข่าสอดเข้าไปเพื่อช่วยดีดตัวขึ้น
  • ทำไมต้องทำ: เพื่อให้ร่างกายและระบบประสาทชินกับ "แรงดึงจากเบื้องบน" (Vertical Pull) โดยที่แรงกระทำต่อเอ็นต้นแขนยังไม่เกินขีดจำกัดที่มันจะรับไหว

4. เน้นจังหวะขาลง: "สร้างความแกร่งระดับเซลล์" (Eccentric Training)

นี่คือความลับของนักกายภาพบำบัดครับ จังหวะที่เราค่อยๆ ปล่อยตัวลงช้าๆ คือช่วงที่เส้นเอ็นจะถูกยืดออกภายใต้แรงต้าน ซึ่งกระตุ้นการซ่อมแซมได้ดีที่สุด

  • วิธีฝึก: เมื่อคุณเริ่มดึงตัวขึ้นได้ (หรือใช้เก้าอี้ช่วยเหยียบขึ้นไปจนคางพ้นบาร์) จังหวะที่จะปล่อยตัวลง ให้ค่อยๆ ผ่อนลงอย่างช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ นับ 1... 2... 3... จนแขนตึง
  • ทำไมต้องทำ: การฝึกจังหวะขาลง (Eccentric) จะช่วยเพิ่มความทนทาน (Tensile strength) ให้เส้นเอ็นได้มากกว่าจังหวะดึงขึ้นเพียงอย่างเดียว และช่วยป้องกันการฉีกขาดซ้ำในอนาคต

5. ส่องดูความพร้อม: "มั่นใจด้วยภาพอัลตราซาวนด์" (Ultrasound Evaluation)

บางครั้งความรู้สึกเราอาจบอกว่า "ไหว" แต่เนื้อเยื่อข้างในอาจยังซ่อมแซมไม่สมบูรณ์ 100%

  • วิธีตรวจ: แพทย์จะใช้หัวตรวจอัลตราซาวนด์วางบริเวณหน้าหัวไหล่ เพื่อดูรอยฉีกเดิมว่าสมานกันดีหรือยัง มีแคลเซียมเกาะไหม หรือมีภาวะน้ำในหุ้มเส้นเอ็น (Tenosynovitis) หรือไม่
  • ทำไมต้องทำ: การเห็นภาพจริงจะช่วยให้เราตัดสินใจได้แม่นยำครับว่า "ควรไปต่อ" หรือ "ควรพักก่อน" เพื่อไม่ให้การฝึกที่ผ่านมาต้องเสียเปล่าจากการรีบร้อนเกินไป

พยากรณ์โรคและความคาดหวัง

ส่วนใหญ่หากฝึกอย่างถูกวิธี คุณจะสามารถกลับมาโหนบาร์ได้ปกติภายใน 8-12 สัปดาห์หลังจากหายเจ็บ อาการอาจมีตึงบ้างในช่วงแรก แต่ไม่ควรมีความรู้สึก "ปวดแหลม" เหมือนตอนบาดเจ็บ

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

หากฝืนโหนขณะที่ยังมีอาการเจ็บ อาจนำไปสู่ภาวะเอ็นฉีกขาดถาวร หรือที่เรียกว่า "Popeye Deformity" ที่กล้ามเนื้อต้นแขนกองลงมาเป็นก้อน และส่งผลให้แรงในการบิดแขนลดลง

5 วิธีป้องกันการเจ็บซ้ำ

  • วอร์มอัพหัวไหล่ด้วยยางยืดทุกครั้งก่อนเริ่ม
  • ไม่โหนบาร์ขณะที่กล้ามเนื้อล้าสะสม
  • เน้นท่าทางที่ถูกต้อง (ไม่ปล่อยไหล่ให้หูชิดไหล่)
  • ฝึกกล้ามเนื้อ Rotator Cuff สม่ำเสมอ
  • ฟังเสียงร่างกาย หากปวดแปล๊บให้หยุดทันที

Q&A Section

Q: เคยเอ็นขาดบางส่วน โหนบาร์แล้วจะขาดเพิ่มไหม? A: หากสร้างกล้ามเนื้อรอบสะบักให้แข็งแรงพอ และไม่ใช้การสะบัดตัว (Kipping) ความเสี่ยงจะต่ำมากครับ เพราะกล้ามเนื้ออื่นจะช่วยแชร์แรงไป

Q: ต้องรอให้นานแค่ไหนถึงจะเริ่มโหนได้? A: โดยทั่วไปคือหลังจากหายปวดในชีวิตประจำวันอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ และผ่านการฝึกเสริมกำลัง (Strengthening) เบื้องต้นแล้วครับ

Q: ใช้สายรัดพยุงไหล่ช่วยตอนโหนดีไหม? A: สายรัดช่วยเรื่องความรู้สึกมั่นคง (Proprioception) ได้ครับ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือความแข็งแรงของกล้ามเนื้อตัวเราเอง

สรุป

การกลับไปโหนบาร์หลังเอ็นต้นแขนบาดเจ็บ ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่ต้องอาศัยความใจเย็น เริ่มจากการฝึกสะบัก ใช้ยางยืดช่วยพยุง และเน้นจังหวะผ่อนตัวช้าๆ เพื่อเสริมสร้างเส้นเอ็นให้แกร่งกว่าเดิมครับ

Key Takeaway:

✅ ฝึก "หนีบสะบัก" ให้เป็นก่อนใช้แขนดึง เพื่อลดภาระเส้นเอ็น

✅ เริ่มจากท่าค้าง (Isometric) และจังหวะปล่อยตัวช้าๆ (Eccentric)

✅ ใช้ยางยืดช่วยพยุงในช่วงแรก อย่าเพิ่งรีบทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมด

✅ ฟังเสียงร่างกาย ถ้าปวดแหลมต้องหยุดและถอยกลับไปหนึ่งขั้นเสมอ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #เอ็นหัวไหล่อักเสบ #โหนบาร์ #สร้างกล้ามเนื้อ #กายภาพบำบัด #กระดูกและข้อ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #BicepTendon #ออกกำลังกาย #HealthTips


References

  1. Nho SJ, Strauss EJ, Lenart BA, et al. Long head of the biceps tendon: from anatomy to treatment. Am J Sports Med. 2010;38(12):2545-57. (อธิบายกายวิภาคและการรักษาเอ็นต้นแขนที่เหมาะสมกับนักกีฬา)
  2. Hsu SH, Miller SL, Curtis AS. Long head of biceps tendon pathology: management alternatives. Clin Orthop Relat Res. 2008;466(3):639-46. (แนวทางการจัดการโรคเอ็นต้นแขนที่มีความหลากหลายในการรักษา)
  3. Cools AM, Declercq GA, Cambier DC, et al. Rehabilitative scapular muscle recruitment patterns in isolated shoulder impingement and sports-specific training. J Athl Train. 2007;42(4):511-21. (เน้นความสำคัญของการฝึกกล้ามเนื้อสะบักเพื่อลดแรงกระแทกที่หัวไหล่)
  4. Alfredson H, Cook J. A treatment algorithm for managing Achilles tendinopathy: new treatment options. Br J Sports Med. 2007;41(4):211-6. (หลักการฝึก Eccentric เพื่อฟื้นฟูเส้นเอ็นที่บาดเจ็บเรื้อรัง)
  5. Ejnisman B, Andreoli CV, Soares BG, et al. Interventions for tears of the rotator cuff in adults. Cochrane Database Syst Rev. 2004;(1):CD002758. (การทบทวนงานวิจัยเรื่องการรักษาเส้นเอ็นรอบหัวไหล่ด้วยวิธีไม่ผ่าตัด)

Friday, March 6, 2026

ไหล่ติด ยกแขนไม่สุด ปวดทนไม่ไหว... แค่เส้นตึงหรือข้อติดกันแน่?

 



ไหล่ติด ยกแขนไม่สุด ปวดทนไม่ไหว... แค่เส้นตึงหรือข้อติดกันแน่?

คุณเคยเจอความรู้สึกนี้ไหมครับ? ตื่นเช้ามาจะเอื้อมมือไปหยิบของบนชั้น หรือแค่อยากจะสวมเสื้อยืดตามปกติ แต่จู่ๆ ไหล่ก็เกิดอาการแปลกๆ เหมือนมีอะไรมาล็อคไว้ พยายามจะยกแขนขึ้นก็ปวดจี๊ดจนต้องร้องไท้ ยิ่งตอนนอนตะแคงทับไหล่ข้างที่ปวด ยิ่งทำให้สะดุ้งตื่นกลางดึกจนพักผ่อนไม่เพียงพอ


เรื่องเล่าจากคนไข้: เมื่อ "ไหล่" ไม่ยอมขยับตามใจสั่ง

ผมอยากเล่าเรื่องของ คุณป้าพร (นามสมมติ) อายุ 55 ปี เป็นแม่บ้านที่ดูแลครอบครัวอย่างขยันขันแข็งมาตลอด คุณป้ามาหาผมด้วยสีหน้ากังวลมาก บอกว่า "หมอคะ ป้าเอื้อมมือไปรูดซิปชุดข้างหลังไม่ได้เลย แถมเวลาจะหยิบจานบนตู้สูงๆ ก็เจ็บจนน้ำตาเล็ด"

คุณป้าเล่าว่าทีแรกนึกว่าแค่ "ไหล่เคล็ด" จากการยกของหนัก เลยไปซื้อยาหม่องมาทา ไปนวดแผนโบราณมาหลายครั้ง แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น แถมยิ่งนวดแรงไหล่ก็ยิ่งปวดกว่าเดิม จนสุดท้ายขยับแขนแทบไม่ได้เลยครับ


เข้าใจโรค "ไหล่ติด" แบบง่ายๆ

เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพ ผมอยากให้ลองนึกถึง "บานพับประตู" ครับ ปกติบานพับที่หล่อลื่นดีจะเปิดปิดได้ลื่นไหล แต่ถ้าบานพับนั้นเกิดสนิมเกาะหนาเตอะ หรือมีกาวเหนียวๆ ไปหยอดไว้จนแข็งตัว บานพับนั้นก็ขยับไม่ได้

ในข้อไหล่ของเราจะมี "ถุงหุ้มข้อต่อ" ซึ่งปกติจะยืดหยุ่นได้ดีเหมือนผ้ายืด แต่พอเกิดภาวะไหล่ติด ถุงหุ้มข้อนี้จะเกิดการอักเสบ หนาตัวขึ้น และหดรั้งจนตึงเปรี๊ยะ เหมือนเราใส่เสื้อไซส์เล็กเกินไปจนยกแขนไม่ขึ้นนั่นเองครับ


โรคไหล่ติดคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร?

โรคไหล่ติด คือภาวะที่มีการอักเสบของเยื่อบุข้อไหล่และถุงหุ้มข้อไหล่ ทำให้เกิดพังผืดมายึดเกาะ ส่งผลให้พื้นที่ภายในข้อไหล่ลดลง การเคลื่อนไหวของข้อจึงติดขัดและตามมาด้วยอาการปวดอย่างรุนแรง

อาการมักจะค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจาก ระยะปวด (ปวดมากแต่ยังพอขยับได้) ไปสู่ ระยะติด (ปวดน้อยลงแต่ขยับแขนแทบไม่ได้เลย) และสุดท้ายคือ ระยะเริ่มคลายตัว ซึ่งอาจใช้เวลานานเป็นปีถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีครับ


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ไหล่ติด

  1. อายุและการใช้งาน: มักพบในคนวัย 40-60 ปีขึ้นไป จากความเสื่อมตามวัย
  2. โรคเบาหวาน: คนเป็นเบาหวานมีโอกาสไหล่ติดสูงกว่าคนปกติถึง 2-3 เท่า
  3. การบาดเจ็บ: เช่น เคยหกล้มแขนกระแทก หรือผ่าตัดบริเวณหน้าอกและไหล่
  4. การพักใช้งานไหล่นานเกินไป: เช่น แขนหักแล้วต้องใส่เฝือกนานๆ จนข้อแข็ง
  5. โรคประจำตัวอื่นๆ: เช่น โรคไทรอยด์ หรือโรคหัวใจ

การตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์

เมื่อมาพบหมอ ขั้นตอนการตรวจจะเริ่มจาก:

  • การตรวจร่างกาย: หมอจะลองขยับแขนของคนไข้ดูว่าติดขัดในท่าไหนบ้าง (หมอจับขยับเอง) เทียบกับการที่คนไข้ยกแขนเอง
  • เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูว่ามีกระดูกงอกหรือข้อไหล่เสื่อมร่วมด้วยไหม
  • การตรวจด้วย ultrasound เพื่อประเมินสภาพของเส้นเอ็น ได้รวดเร็ว ว่ามีการฉีกขาด การเสื่อมสภาพ ของเส้นเอ็นหรือไม่
  • MRI: ในกรณีที่สงสัยว่ามีเอ็นหัวไหล่ฉีกขาดร่วมด้วย เพื่อให้เห็นภาพพังผืดและเส้นเอ็นชัดเจน
  • การตรวจเลือด: เพื่อคัดกรองโรคเบาหวานหรือโรคพุ่มพวงที่อาจส่งผลต่อข้อ

แนวทางการรักษา: ขยับช้าๆ แต่สม่ำเสมอ

ข่าวดีคือ คนไข้ส่วนใหญ่หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ครับ โดยเราจะเรียงลำดับการรักษาดังนี้:

  1. การปรับพฤติกรรมและท่าบริหาร: นี่คือหัวใจสำคัญที่สุด หมอจะสอนท่าแกว่งแขนและยืดเหยียดข้อไหล่ (ท่าไต่กำแพง) เพื่อสลายพังผืด
  2. กายภาพบำบัด: ใช้เครื่องมือลดปวด เช่น เลเซอร์หรือคลื่นเหนือเสียง (Ultrasound) ร่วมกับการดัดดึงข้อไหล่โดยนักกายภาพ
  3. การใช้ยา: ยาลดอักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ช่วยลดปวดในระยะแรก
  4. การฉีดยาเฉพาะจุด: การใช้เครื่องอัลตราซาวด์ช่วยระบุตำแหน่งเพื่อฉีดยาลดอักเสบเข้าข้อไหล่โดยตรง ช่วยให้คนไข้หายปวดและฝึกบริหารได้ง่ายขึ้นมาก
  5. การผ่าตัดส่องกล้อง: จะใช้ในกรณีที่รักษาด้วยวิธีอื่นนานกว่า 6 เดือนแล้วไม่เห็นผล เพื่อเข้าไปตัดพังผืดที่รัดข้อไหล่ออก

การบริหารในโรคไหล่ติด (Frozen Shoulder) หัวใจสำคัญคือ "ต้องทำให้ถูกระยะ" ครับ เพราะถ้าเราไปดืนหรือดัดแรงๆ ในช่วงที่อักเสบมาก อาการจะยิ่งแย่ลง แต่ถ้าไม่ยอมขยับเลยในช่วงที่ข้อติด พังผืดก็จะยิ่งหนาตัวขึ้น

หมอสรุปท่าบริหารที่เหมาะสมในแต่ละระยะมาให้แบบละเอียด ดังนี้ครับ


ระยะที่ 1: ระยะปวด (Freezing Phase)

เป้าหมาย: ลดการอักเสบ และคงช่วงการเคลื่อนไหวเท่าที่ทำได้ "ห้ามดัดรุนแรง"

ในระยะนี้คนไข้จะปวดมาก แม้แต่ตอนอยู่นิ่งๆ หรือตอนนอน การบริหารต้องทำแบบเบาๆ เพื่อไม่ให้ข้อไหล่ยึดติดมากขึ้น

1. ท่าแกว่งแขนแบบลูกตุ้มนาฬิกา (Pendulum Exercise)

  • วิธีทำ: ยืนโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ใช้มือข้างที่ดีเกาะพนักเก้าอี้หรือโต๊ะเพื่อพยุงตัว ปล่อยแขนข้างที่ปวดลงตามสบายในแนวดิ่ง
  • การเคลื่อนไหว: ค่อยๆ เหวี่ยงแขนเป็นวงกลมเล็กๆ เหมือนลูกตุ้มนาฬิกา หรือเหวี่ยงหน้า-หลัง ซ้าย-ขวา เบาๆ
  • ความบ่อย: ทำ 10-20 รอบต่อครั้ง วันละ 3-5 รอบ
  • ประโยชน์: ช่วยให้ข้อไหล่มีการเคลื่อนไหวโดยไม่ใช้แรงกล้ามเนื้อ ลดการเกร็งตัว

ระยะที่ 2: ระยะติด (Frozen Phase)

เป้าหมาย: "ทลายพังผืด" เพื่อเพิ่มมุมการเคลื่อนไหว ระยะนี้ความปวดจะลดลง แต่ไหล่จะติดแข็งมาก

1. ท่าไต่กำแพง (Wall Crawl)

  • วิธีทำ: ยืนหันหน้าเข้าหากำแพง ใช้นิ้วมือข้างที่ติดค่อยๆ "ไต่" ขึ้นไปบนกำแพงให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้
  • เทคนิค: เมื่อถึงจุดที่ตึงที่สุด ให้ค้างไว้ 10-15 วินาที แล้วค่อยๆ ไต่ลงมา
  • ท่าต่อเนื่อง: ทำเช่นเดียวกันในท่าหันข้างเข้ากำแพง เพื่อเพิ่มมุมการกางแขนออกทางด้านข้าง

2. ท่าใช้ไม้พลองช่วยดัน (Cane/Stick Exercise)

  • วิธีทำ: ถือไม้พลอง (หรือท่อ PVC/ร่ม) ด้วยมือทั้งสองข้าง
  • การเคลื่อนไหว: ใช้มือข้างที่ดี "ออกแรงดัน" ไม้พลองเพื่อให้แขนข้างที่ติดยกขึ้นทางด้านหน้า หรือดันออกไปทางด้านข้าง
  • จุดสำคัญ: แขนข้างที่ติดไม่ต้องออกแรงยกเอง ให้แขนข้างที่ดีเป็นตัวนำทางและออกแรงดันไปจนรู้สึกตึง ค้างไว้ 10-15 วินาที

3. ท่าไขว้หลังดึงผ้าขนหนู (Towel Stretch)

  • วิธีทำ: พาดผ้าขนหนูไว้ที่บ่าข้างดี แล้วอ้อมมือข้างที่ติดไปจับปลายผ้าด้านหลัง (ท่าเหมือนจะถูหลัง)
  • การเคลื่อนไหว: ใช้มือข้างดีดึงผ้าขึ้นด้านบน เพื่อให้แขนข้างที่ติดถูกดึงขึ้นมาด้านหลัง
  • ประโยชน์: เพิ่มมุมการหมุนไหล่เข้าด้านใน ซึ่งเป็นท่าที่คนไหล่ติดมักทำไม่ได้ (เช่น ท่ารูดซิปหลัง)

ระยะที่ 3: ระยะคลายตัว (Thawing Phase)

เป้าหมาย: คืนความยืดหยุ่นให้สุดมุม และ "เริ่มสร้างความแข็งแรง"

ในระยะนี้ไหล่จะเริ่มขยับได้มากขึ้น หมอจะเน้นการยืดให้สุดช่วง และเริ่มออกกำลังกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่

1. ท่ายืดข้ามไหล่ (Cross-body Stretch)

  • วิธีทำ: ยกแขนข้างที่เคยติดพาดข้ามหน้าอกไปทางไหล่อีกข้าง
  • การเคลื่อนไหว: ใช้มืออีกข้างกดบริเวณข้อศอก ดันแขนเข้าหาตัวให้รู้สึกตึงที่หัวไหล่ด้านหลัง ค้างไว้ 20 วินาที

2. การสร้างความแข็งแรงด้วยแรงต้าน (Isometric/Resistance Exercise)

  • วิธีทำ: ใช้ยางยืดออกกำลังกาย หรือแรงต้านจากกำแพง
  • การเคลื่อนไหว: ฝึกออกแรงดันแขนไปข้างหน้า ข้างหลัง หรือกางออก โดยที่แขนอยู่นิ่งๆ (เกร็งกล้ามเนื้อสู้แรงต้าน)
  • ประโยชน์: ช่วยให้กล้ามเนื้อที่ไม่ได้ใช้งานมานานกลับมาแข็งแรง ป้องกันการบาดเจ็บซ้ำ

คำแนะนำเพิ่มเติมจากหมอเก่ง

  • ประคบอุ่นก่อนบริหาร: จะช่วยให้พังผืดยืดหยุ่นตัวได้ดีขึ้น
  • อย่าฝืนจนเจ็บปวดรุนแรง: การยืดที่ถูกต้องคือรู้สึก "ตึงและเจ็บนิดๆ" แต่ไม่ใช่เจ็บจนหน้ามืด
  • ทำสม่ำเสมอ: การบริหารเพียง 5 นาทีแต่ทำทุกวัน ได้ผลดีกว่าการทำหนักๆ เพียงวันเดียวครับ

โรคนี้หายไหม? จะกลับมาเป็นอีกหรือเปล่า?

โรคไหล่ติด สามารถรักษาให้หายขาดได้ ครับ แต่อาจต้องใช้เวลาและความอดทนในการทำกายภาพสม่ำเสมอ ประมาณ 3-6 เดือน ส่วนโอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำในข้างเดิมนั้นค่อนข้างน้อย แต่มีโอกาสที่จะเกิดกับไหล่อีกข้างหนึ่งได้ถ้าเราไม่ดูแลตัวเองให้ดี


ภาวะแทรกซ้อนหากปล่อยทิ้งไว้

หากปล่อยให้ไหล่ติดนานๆ โดยไม่รักษา อาจทำให้ กล้ามเนื้อรอบหัวไหล่ฝ่อลีบ เนื่องจากการไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน และอาจส่งผลเสียต่อบุคลิกภาพ รวมถึงทำให้การใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การแต่งตัวหรือการอาบน้ำ กลายเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก


5 วิธีป้องกันไหล่ติด

  1. บริหารไหล่สม่ำเสมอ: ยืดเหยียดกล้ามเนื้อไหล่บ่อยๆ โดยเฉพาะวัยทำงาน
  2. คุมระดับน้ำตาล: หากเป็นเบาหวาน ต้องควบคุมน้ำตาลให้คงที่
  3. ระวังอุบัติเหตุ: หลีกเลี่ยงการยกของหนักผิดท่าหรือกระชากแขนแรงๆ
  4. ไม่ปล่อยให้ไหล่นิ่งนานๆ: หากเจ็บไหล่เพียงเล็กน้อย ควรขยับเบาๆ อย่าพันแขนไว้เฉยๆ
  5. สังเกตอาการ: หากเริ่มปวดไหล่เกิน 2 สัปดาห์ ควรรีบพบแพทย์

Q&A Section: เรื่องที่คนไข้มักถามหมอ

Q: ไหล่ติดต้องนวดคลายเส้นแรงๆ ไหม? A: หมอไม่แนะนำให้นวดแรงๆ หรือกระชากข้อครับ เพราะจะยิ่งทำให้เกิดการอักเสบซ้ำเติมพังผืดให้หนากว่าเดิม ควรเน้นการยืดเหยียดเบาๆ แต่บ่อยครั้งครับ

Q: ต้องทำ MRI ทุกเคสไหม? A: ไม่จำเป็นครับ ส่วนใหญ่การตรวจร่างกายโดยละเอียดก็เพียงพอในการวินิจฉัย แต่ถ้าทำกายภาพแล้วไม่ดีขึ้น หมออาจสั่งตรวจเพื่อดูว่ามีเอ็นฉีกร่วมด้วยหรือไม่

Q: ปวดไหล่นานแค่ไหนควรมาพบหมอ? A: หากปวดเกิน 1-2 สัปดาห์ โดยที่พักแล้วไม่หาย หรือเริ่มขยับแขนลำบาก ควรมาตรวจเพื่อรักษาตั้งแต่ระยะแรกครับ


สรุป

โรคไหล่ติดไม่ใช่เรื่องน่ากลัวและรักษาให้หายได้ครับ หัวใจสำคัญคือการ "ไม่หยุดนิ่ง" ยิ่งติดยิ่งต้องยืด (ภายใต้ความดูแลของหมอ) การรักษาด้วยการฉีดยาลดอักเสบเข้าข้อโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทาง เป็นวิธีที่เห็นผลไวและช่วยให้คนไข้กลับไปบริหารร่างกายได้เร็วขึ้น เพื่อให้ข้อไหล่กลับมาเคลื่อนไหวได้ 360 องศาเหมือนเดิมครับ


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ไหล่ติด #ปวดไหล่ #ข้อไหล่ติด #กายภาพบำบัด #รักษาโรคไหล่ติด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #FrozenShoulder #ออฟฟิศซินโดรม #ชามือ #ปวดหลัง


References 

  1. Robinson CM, Seabrouck K, Anderson NH, Jenkins PJ. Frozen shoulder. J Bone Joint Surg Br. 2012;94(1):1-9.(อธิบายภาพรวมของโรคไหล่ติด กลไกการเกิด และแนวทางการรักษาที่เป็นมาตรฐานสากล)
  2. Wong CK, Levine WN, Deo K, et al. Natural history of frozen shoulder: fact or fiction? A systematic review. Physiotherapy. 2017;103(1):40-47. (งานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับระยะเวลาของโรคและโอกาสในการหายเองของคนไข้ไหล่ติด)
  3. Page MJ, Green S, Kramer S, et al. Manual therapy and exercise for frozen shoulder (adhesive capsulitis). Cochrane Database Syst Rev. 2014;(8):CD011275. (การศึกษาประสิทธิภาพของการทำกายภาพบำบัดและการออกกำลังกายในการรักษาไหล่ติด)
  4. Sun Y, Zhang P, Liu S, et al. Intra-articular corticosteroid injection and social support for patients with frozen shoulder. JAMA Netw Open. 2021;4(10):e2127183. (ข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาด้วยการฉีดยาสเตียรอยด์เข้าข้อไหล่เพื่อลดปวดและเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหว)
  5. Fields BK, Skalski MR, Patel DB, et al. Adhesive capsulitis: review of imaging findings, pathophysiology, and current concepts. AJR Am J Roentgenol. 2019;213(6):1185-1194. (บทความวิชาการที่อธิบายภาพเอกซเรย์และ MRI เพื่อการวินิจฉัยโรคไหล่ติดอย่างแม่นยำ)

ปวดไหล่ตอนกลางคืน... สัญญาณเตือนที่ปลุกคุณให้ตื่น หรือแค่ท่าขยับที่ไม่เข้าที่?

 



ปวดไหล่ตอนกลางคืน... สัญญาณเตือนที่ปลุกคุณให้ตื่น หรือแค่ท่าขยับที่ไม่เข้าที่?

หลายคนคงเคยเจอปัญหาที่น่ารำคาญใจแบบนี้ใช่ไหมครับ กลางวันทำงานได้ปกติ เดินไปไหนมาไหนก็ไม่เท่าไหร่ แต่พอหัวถึงหมอนกำลังจะเคลิ้มหลับ กลับมีอาการปวดตื้อๆ ลึกๆ ในข้อไหล่ หรือบางคนเผลอไปนอนตะแคงทับข้างที่ปวดเข้าหน่อย ถึงกับต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก อาการปวดไหล่ตอนกลางคืนไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และมักจะเป็นสัญญาณบอกว่า "ภายในข้อไหล่ของคุณกำลังมีบางอย่างประท้วงอยู่" ครับ


เรื่องเล่าจากห้องตรวจ: เมื่อ "คุณป้ามาลี" นอนไม่ได้มาเกือบเดือน

คุณป้ามาลี อายุ 58 ปี มาหาหมอด้วยสีหน้าที่อิดโรยมากครับ แกบอกว่าช่วงเดือนที่ผ่านมาแทบไม่ได้นอนเลย เพราะปวดไหล่ข้างขวามากโดยเฉพาะตอนดึกๆ ตอนแรกคุณป้าคิดว่าแค่ไปถูบ้านเยอะเกินไป เดี๋ยวก็คงหายเอง เลยซื้อยากินบ้าง นวดบ้าง แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น

"หมอคะ ป้าต้องตื่นมานั่งกุมไหล่ตอนตีสองทุกคืนเลยค่ะ พอนอนตะแคงขวาก็เจ็บจี๊ดจนสะดุ้ง พอจะขยับผ้าห่มก็ปวดแปล๊บขึ้นมาที่ต้นแขน" เมื่อหมอได้ยินแบบนี้ จึงเริ่มตรวจเช็กอย่างละเอียด และพบว่าปัญหาของคุณป้าไม่ใช่แค่ความเมื่อยล้า แต่มันมีสาเหตุที่ซ่อนอยู่ภายในข้อไหล่ครับ


ทำไมเราถึงปวดไหล่ตอนกลางคืนมากกว่าตอนกลางวัน?

ลองนึกภาพตามหมอนะครับ ข้อไหล่ของเราเหมือนกับ "ข้อต่อวงกบประตู" ที่มีเส้นเอ็นหลายเส้นช่วยดึงให้หัวกระดูกต้นแขนหมุนอยู่ในเบ้าได้อย่างแม่นยำ ในตอนกลางวันเรามีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา กล้ามเนื้อมีการทำงาน และแรงดึงดูดของโลกช่วยดึงแขนเราลง ทำให้ช่องว่างในข้อไหล่ยังพอมีที่ว่าง

แต่พอเราล้มตัวลงนอน โดยเฉพาะท่านอนหงายหรือนอนตะแคง แรงดึงดูดจะเปลี่ยนทิศทางครับ หัวกระดูกต้นแขนอาจจะเคลื่อนไปเบียดกับช่องว่างเล็กๆ ในไหล่มากขึ้น หากเส้นเอ็นรอบข้อไหล่มีการอักเสบหรือฉีกขาดอยู่แล้ว การไปกดเบียดเพียงนิดเดียวท่ามกลางความเงียบสงัดของกลางคืน ก็จะทำให้เรารู้สึกปวดรุนแรงกว่าปกติหลายเท่าตัวเลยครับ


โรคยอดฮิตที่ทำให้ปวดไหล่ตอนกลางคืน

อาการปวดไหล่ส่วนใหญ่มักเกิดจาก 3 สาเหตุหลักๆ ดังนี้ครับ:

1. เส้นเอ็นหุ้มข้อไหล่อักเสบหรือฉีกขาด: นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งเลยครับ เมื่อเราอายุมากขึ้น เส้นเอ็นจะเริ่มเสื่อมสภาพเหมือนหนังยางที่ใช้งานมานานจนเปื่อย ถ้ามีการใช้งานหนัก หรือไปยกของหนักผิดท่า เส้นเอ็นอาจจะเกิดการอักเสบ หรือถ้าโชคร้ายหน่อยก็อาจจะฉีกขาด ส่งผลให้ปวดมากเวลาขยับแขนขึ้นเหนือศีรษะ

2. ภาวะไหล่ติด: หลายคนเข้าใจผิดว่าไหล่ติดคือปวดเฉยๆ จริงๆ แล้วมันคือการที่เนื้อเยื่อหุ้มข้อไหล่เกิดการหนาตัวและหดตัวลง ทำให้ช่องว่างในข้อลดลงจนขยับแขนไปทางไหนก็ลำบากและปวดตื้อๆ ตลอดเวลา โดยเฉพาะตอนอากาศเย็นๆ ในห้องแอร์ตอนกลางคืน

3. การมีหินปูนเกาะที่เส้นเอ็นไหล่: ร่างกายบางคนมีการสะสมของแคลเซียมที่เส้นเอ็น เมื่อหินปูนก้อนนี้ไปสีกับกระดูกส่วนอื่นเวลาเรานอนตะแคง อาการปวดจะรุนแรงเหมือนมีเข็มมาทิ่มแทงในไหล่เลยครับ


ปัจจัยเสี่ยงที่ควรระวัง

  • อายุ: ส่วนใหญ่จะเริ่มพบในวัย 40-50 ปีขึ้นไป เพราะความเสื่อมตามวัย
  • อาชีพและงานอดิเรก: คนที่ต้องทำงานยกแขนสูงบ่อยๆ เช่น ช่างทาสี ครูที่เขียนกระดาน หรือนักกีฬาแบดมินตัน
  • โรคประจำตัว: โดยเฉพาะโรคเบาหวาน มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะไหล่ติดได้ง่ายกว่าคนทั่วไป
  • อุบัติเหตุในอดีต: เคยล้มกระแทกไหล่ หรือไหล่หลุดมาก่อน
  • พฤติกรรมการนอน: การชอบนอนตะแคงทับไหล่ข้างเดิมซ้ำๆ เป็นเวลานาน

เมื่อมาหาหมอ เราจะตรวจอะไรกันบ้าง?

การวินิจฉัยไม่ใช่เรื่องน่ากลัวครับ หมอจะเริ่มจากการ ตรวจร่างกาย ดูองศาการขยับของแขนว่าติดขัดตรงไหนไหม จากนั้นอาจจะส่งไป เอกซเรย์ เพื่อดูว่ากระดูกผิดปกติหรือมีหินปูนไหม

แต่สิ่งที่สำคัญมากคือการทำ MRI (คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) ครับ เพราะเอกซเรย์ธรรมดาจะเห็นแต่กระดูก แต่ไม่เห็นเส้นเอ็นที่ขาด การทำ MRI จะช่วยให้หมอเห็นความเสียหายของเส้นเอ็นได้อย่างชัดเจนที่สุด เพื่อที่จะวางแผนการรักษาได้ถูกต้องครับ


แนวทางการรักษา: ไม่ต้องกลัวการผ่าตัด

ข่าวดีคือ ผู้ป่วยส่วนใหญ่กว่า 80-90% สามารถหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ โดยหมอจะเรียงลำดับการรักษาดังนี้:

1. การปรับพฤติกรรมและการนอน: เปลี่ยนท่านอน ไม่นอนตะแคงทับข้างที่ปวด อาจจะใช้หมอนใบเล็กๆ มารองใต้แขนข้างที่ปวดขณะนอนหงาย เพื่อลดการดึงรั้งของเส้นเอ็น

2. การทำกายภาพบำบัด: การบริหารไหล่ด้วยท่าที่ถูกต้องจะช่วยลดอาการไหล่ติด และช่วยให้กล้ามเนื้อรอบไหล่แข็งแรงขึ้นมาช่วยพยุงข้อต่อแทนเส้นเอ็นที่บาดเจ็บ

3. การใช้ยา: กินยาในกลุ่มช่วยลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เพื่อคุมอาการปวดในช่วงแรก

4. การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์: ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีที่ช่วยให้หมอเห็นตำแหน่งที่อักเสบชัดเจน และฉีดยาลงไปที่จุดนั้นได้แม่นยำมาก ช่วยลดปวดและลดการอักเสบได้อย่างรวดเร็ว

5. การผ่าตัดผ่านกล้อง: หากรักษาด้วยวิธีข้างต้นแล้ว 3-6 เดือนไม่ดีขึ้น หรือเส้นเอ็นฉีกขาดรุนแรง หมออาจพิจารณาการผ่าตัดผ่านกล้อง ซึ่งแผลเล็กมากเท่ารูกุญแจ ฟื้นตัวไว และไม่ต้องกังวลเรื่องแผลใหญ่เหมือนสมัยก่อนครับ


โรคนี้จะหายไหม และมีโอกาสกลับมาเป็นอีกหรือไม่?

ส่วนใหญ่ถ้ามารักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะมีพยากรณ์โรคที่ดีมากครับ อาการปวดมักจะค่อยๆ ทุเลาลงภายใน 4-8 สัปดาห์ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ "ความสม่ำเสมอในการทำกายภาพ" เพราะถ้าเราหายปวดแล้วหยุดบริหารไหล่ไปเลย โอกาสที่ไหล่จะกลับมาติดหรือเส้นเอ็นกลับมาอักเสบซ้ำก็มีสูงครับ


ภาวะแทรกซ้อนหากปล่อยทิ้งไว้

ถ้าปล่อยให้ปวดเรื้อรังโดยไม่รักษา นอกจากจะทำให้นอนไม่หลับจนเสียสุขภาพจิตแล้ว อาจนำไปสู่ภาวะ "กล้ามเนื้อต้นแขนลีบ" เพราะร่างกายเราจะพยายามเลี่ยงไม่ใช้งานแขนข้างนั้น รวมถึงเส้นเอ็นที่ฉีกขาดเล็กน้อยอาจลุกลามจนขาดใหญ่ขึ้นจนรักษาได้ยากขึ้นในอนาคตครับ


5 วิธีป้องกันอาการปวดไหล่

  1. หลีกเลี่ยงการยกของหนักเกินกำลัง หรือการเอื้อมหยิบของในที่สูงแบบกะทันหัน
  2. ยืดเหยียดกล้ามเนื้อไหล่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะในวัยทำงานที่นั่งหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ
  3. ปรับท่านอนให้เหมาะสม ไม่นอนทับไหล่ข้างใดข้างหนึ่งนานเกินไป
  4. ควบคุมน้ำหนักและรักษาโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ให้คงที่
  5. หากเริ่มมีอาการปวดไหล่ต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ ให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที

Q&A: ถาม-ตอบ ข้อสงสัยยอดฮิต

Q: ปวดไหล่ตอนกลางคืน ต้องตรวจ MRI ทุกคนไหม? A: ไม่จำเป็นครับ ถ้าอาการเพิ่งเริ่มเป็นและไม่รุนแรง หมออาจจะเริ่มจากการทานยากับทำกายภาพก่อน แต่ถ้าปวดมาก นอนไม่ได้ หรือแขนอ่อนแรง การทำ MRI จะช่วยให้การรักษารวดเร็วและตรงจุดที่สุดครับ

Q: นวดแผนไทยช่วยให้อาการปวดไหล่ดีขึ้นไหม? A: การนวดคลายเส้นช่วยลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อได้ครับ แต่ต้องระวัง "การดัดหรือดึงไหล่แรงๆ" เพราะถ้าเส้นเอ็นคุณกำลังขาดอยู่ การนวดรุนแรงอาจทำให้เส้นเอ็นขาดมากขึ้นได้ครับ

Q: ปวดไหล่นานแค่ไหนควรไปหาหมอ? A: ถ้าปวดจนรบกวนการนอนหลับติดต่อกันเกิน 1 สัปดาห์ หรือเริ่มรู้สึกว่ายกแขนขึ้นสระผมไม่สะดวก ใส่เสื้อผ้าลำบาก ควรไปพบหมอได้เลยครับ ไม่ต้องรอให้ปวดจนทนไม่ไหว


สรุปส่งท้าย

อาการปวดไหล่ตอนกลางคืนเป็นเรื่องที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตอย่างมากครับ เพราะร่างกายต้องการการพักผ่อน แต่ถ้าไหล่เจ้ากรรมดันมาประท้วงเสียก่อน ย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและใจในระยะยาว จำไว้เสมอครับว่า "ไหล่มีปัญหา รักษาได้" และส่วนใหญ่ไม่ต้องจบลงที่เตียงผ่าตัดหากเราดูแลตัวเองได้ทันท่วงทีครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #ไหล่ติด #เส้นเอ็นไหล่ฉีกขาด #นอนไม่หลับ #ปวดไหล่ตอนกลางคืน #ออฟฟิศซินโดรม #หมอเก่งกระดูกและข้อ #รักษากระดูกและข้อโดยไม่ต้องผ่าตัด


References (แบบ Vancouver)

  1. Codman EA. The Shoulder: Rupture of the Supraspinatus Tendon and Other Lesions in or about the Subacromial Bursa. Boston: Thomas Todd Company; 1934. (คัมภีร์ดั้งเดิมเรื่องการวิจัยโรคเส้นเอ็นไหล่และอาการปวดไหล่)
  2. Maman E, Yehiam C, Rak K, Beyth S, Mozes G, Agar G, et al. A Randomized Controlled Trial Comparing In-Office Ultrasonography-Guided Versus Anatomical Landmark-Guided Corticosteroid Injection for Shoulder Pain. Arthroscopy. 2016;32(11):2212-2218. (งานวิจัยเปรียบเทียบความแม่นยำของการฉีดยาเข้าข้อไหล่โดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทาง)
  3. Neviaser AS, Hannafin JA. Adhesive capsulitis: a review of current treatment. Am J Sports Med. 2010;38(11):2346-56. (บทความวิชาการที่สรุปแนวทางการรักษาภาวะไหล่ติดในปัจจุบัน)
  4. Kuhn JE, Dunn WR, Sanders R, An Q, Baumgarten KM, Bishop JY, et al. Effectiveness of physical therapy in treating atraumatic full-thickness rotator cuff tears: a multicenter prospective cohort study with five-year follow-up. J Shoulder Elbow Surg. 2013;22(10):1371-9. (งานวิจัยที่ยืนยันว่าการทำกายภาพบำบัดช่วยรักษาเส้นเอ็นไหล่ฉีกขาดได้โดยไม่ต้องผ่าตัด)
  5. Yamaguchi K, Tetro AM, Blam O, Evanoff BA, Teefey SA, Middleton WD. Natural history of asymptomatic rotator cuff tears: a longitudinal analysis of asymptomatic tears detected sonographically. J Shoulder Elbow Surg. 2001;10(3):199-203. (การศึกษาธรรมชาติของโรคเส้นเอ็นไหล่เสื่อมและการดำเนินโรคเมื่ออายุมากขึ้น)

ยกแขนไม่ขึ้น... ไม่ได้แปลว่า "ไหล่ติด" ทุกคน! เช็คให้ชัวร์ก่อนรักษาผิดวิธี

 

ยกแขนไม่ขึ้น... ไม่ได้แปลว่า "ไหล่ติด" ทุกคน! เช็คให้ชัวร์ก่อนรักษาผิดวิธี

คุณเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ไหมครับ? จะหยิบของบนชั้นวางสูงๆ ก็เอื้อมไม่ถึง จะสวมเสื้อยืดเข้าหัวก็ทำไม่ได้ หรือแม้แต่ตอนจะอาบน้ำถูหลัง ก็รู้สึกว่ามือมันเอื้อมไปไม่ถึงจุดเดิม แถมพยายามจะยกแขนขึ้นทีไร ก็มีอาการปวดแปล๊บที่หัวไหล่จนต้องรีบเอามือลง หลายคนพอเจออาการแบบนี้ปุ๊บ ก็มักจะเหมาเอาเองทันทีว่า "สงสัยเราจะเป็นโรคไหล่ติดแน่ๆ" แล้วก็ไปหาวิธีบริหารแบบผิดๆ หรือนวดเค้นแรงๆ จนอาการบานปลาย

วันนี้หมออยากจะบอกว่า อาการ "ยกแขนไม่ขึ้น" เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งครับ ภายใต้อาการที่เหมือนกันนี้ อาจซ่อนโรคที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การรักษาคนละแบบ และถ้าเราแยกไม่ออก การรักษาที่คิดว่า "ช่วย" อาจกลายเป็น "แกล้ง" ให้ไหล่เราพังกว่าเดิมได้ครับ


เรื่องเล่าจากคนไข้: "ป้ามาลี" กับความเข้าใจผิดที่เกือบทำให้เอ็นขาดถาวร

หมอขออนุญาตเล่าเรื่องของ "ป้ามาลี" (นามสมมติ) อายุ 58 ปี ป้ามาลีเป็นแม่บ้านที่ดูแลลูกหลานอย่างขยันขันแข็งครับ วันหนึ่งป้าเริ่มรู้สึกปวดหัวไหล่ข้างซ้าย โดยเฉพาะเวลาต้องยกมือขึ้นเก็บผ้าบนราว ป้ามาลีบอกตัวเองว่า "เออ... สงสัยเราเริ่มแก่แล้ว ไหล่คงติดเหมือนเพื่อนบ้านคนอื่นๆ มั้ง"

ป้ามาลีเลยตัดสินใจไปนวดแผนโบราณแบบ "เปิดประตูลม" และให้หมอนวดช่วย "ดัดไหล่" อย่างรุนแรง เพราะเชื่อว่าต้องดัดให้หายติด แต่ผลปรากฏว่าหลังจากกลับมา ป้ามาลีไม่ได้ปวดน้อยลงเลยครับ กลับปวดจนนอนไม่ได้ทั้งคืน และแขนซ้ายกลับ "ยกไม่ขึ้น" ยิ่งกว่าเดิม จนสุดท้ายต้องให้ลูกสาวพามาหาหมอ

เมื่อหมอตรวจร่างกายอย่างละเอียด พบว่าป้ามาลีไม่ได้เป็น "ข้อไหล่ติด" ครับ แต่ป้ามีอาการ "เส้นเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด" การไปดัดหรือเค้นแรงๆ ในขณะที่เอ็นขาดอยู่แล้ว จึงเหมือนกับการไปฉีกกระดาษที่เกือบขาดให้ขาดออกจากกันมากขึ้นนั่นเองครับ


อธิบายโรคแบบเข้าใจง่าย: "บานพับฝืด" หรือ "มือจับพัง"?

เพื่อให้ทุกคนเข้าใจความต่าง หมอขอเปรียบเทียบหัวไหล่ของเราเหมือนกับ "ประตูบ้าน" ครับ

  1. โรคข้อไหล่ติด (Frozen Shoulder): เปรียบเสมือน "บานพับประตูที่สนิมเกาะจนฝืด" ครับ ไม่ว่าใครจะมาช่วยผลัก หรือเราจะพยายามเปิดเอง ประตูก็จะเปิดได้แค่นิดเดียวแล้วก็ติดขัดไปหมด เพราะถุงหุ้มข้อต่อมันหนาตัวและหดรั้งจนขยับไม่ได้เลย
  2. เส้นเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด (Rotator Cuff Tear): เปรียบเสมือน "มือจับประตูพัง หรือคนที่คอยผลักประตูไม่มีแรง" ครับ ตัวบานพับจริงๆ ยังลื่นดีอยู่ (ถ้าหมอเป็นคนช่วยยกแขนให้ จะยกขึ้นได้สุด) แต่พอให้คนไข้ยกเอง แขนกลับไม่มีแรงส่ง หรือปวดจนยกไม่ไหว เพราะ "สายพาน" หรือเส้นเอ็นที่คอยดึงกระดูกมันขาดไปนั่นเองครับ

เห็นไหมครับว่า สาเหตุคนละเรื่องกันเลย ดังนั้นการรักษาจึงต้องเริ่มจากการแยกสองอย่างนี้ออกจากกันให้ชัดเจนก่อนครับ


ความรู้พื้นฐานของโรค: ทำไมเราถึงยกแขนไม่ขึ้น?

หัวไหล่เป็นข้อต่อที่ขยับได้กว้างที่สุดในร่างกายครับ ความมั่นคงของมันจึงขึ้นอยู่กับเส้นเอ็น 4 เส้นเล็กๆ ที่ล้อมรอบ (หมอเรียกว่า เส้นเอ็นประคองข้อไหล่) และถุงหุ้มข้อที่คอยหล่อลื่น

  • โรคคืออะไร: อาการยกแขนไม่ขึ้นเกิดได้จากหลายสาเหตุหลักๆ คือ ข้อไหล่ติด (ถุงหุ้มข้ออักเสบจนหนาตัว), เส้นเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด (จากการเสื่อมหรืออุบัติเหตุ), และ หินปูนเกาะเส้นเอ็น
  • สาเหตุ: อาจเกิดจากการใช้งานซ้ำๆ การเสื่อมตามอายุ หรือบางครั้งก็เกิดขึ้นเองโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน (โดยเฉพาะในคนที่เป็นโรคเบาหวาน)
  • การเกิดโรค: เมื่อมีการบาดเจ็บหรืออักเสบ ร่างกายจะพยายามซ่อมแซม แต่ถ้าซ่อมไม่ถูกจุดหรือมีการอักเสบเรื้อรัง ก็จะเกิดเป็นพังผืดหรือรอยฉีกขาดตามมา
  • อาการ: ปวดลึกๆ ในไหล่, ปวดตอนกลางคืนนอนตะแคงทับไม่ได้, ยกแขนสระผมหรือเอื้อมมือไปข้างหลังลำบาก

ปัจจัยเสี่ยง: ใครบ้างที่หัวไหล่มีโอกาส "งอแง"?

  1. ผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป: เส้นเอ็นและหมอนรองข้อเริ่มมีความเสื่อมตามธรรมชาติ
  2. โรคประจำตัว โดยเฉพาะเบาหวาน: คนไข้เบาหวานมีโอกาสเกิด "ข้อไหล่ติด" สูงกว่าคนทั่วไปหลายเท่า เพราะน้ำตาลที่สูงทำให้พังผืดแข็งตัวง่าย
  3. ผู้ที่เคยเกิดอุบัติเหตุ: เช่น ล้มมือค้ำพื้น หรือไหล่กระแทก แม้จะนานมาแล้วแต่รอยฉีกขาดเล็กๆ อาจสะสมจนใหญ่ขึ้นได้
  4. อาชีพที่ต้องยกแขนสูงบ่อยๆ: เช่น ช่างทาสี, ครูที่เขียนกระดานนานๆ หรือนักกีฬาว่ายน้ำและแบดมินตัน
  5. การขาดการเคลื่อนไหว: เช่น คนไข้ที่ต้องใส่ผ้าคล้องแขนไว้นานๆ หลังผ่าตัดหรือกระดูกหัก ทำให้ข้อไหล่ไม่ได้ขยับจนเกิดพังผืดรัด

การตรวจวินิจฉัย: ไม่ต้องเดาให้เสียเวลา

เมื่อมาหาหมอ หมอจะมีวิธีเช็คที่ง่ายและแม่นยำครับ:

  • การตรวจร่างกาย (สำคัญที่สุด): หมอจะลองยกแขนคนไข้ดู (Passive movement) ถ้าหมอยกให้แล้วยังติด แปลว่า "ข้อไหล่ติด" แต่ถ้าหมอยกให้แล้วขึ้นสุด แต่คนไข้ยกเองไม่ขึ้น แปลว่า "เส้นเอ็นมีปัญหา" ครับ
  • เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูว่ามีหินปูนเกาะไหม หรือมีกระดูกงอกไปเบียดเส้นเอ็นหรือเปล่า
  • การตรวจด้วยอัลตราซาวด์: วิธีนี้ดีมากครับ เพราะหมอสามารถเห็นเส้นเอ็นได้แบบสดๆ ว่ามีรอยฉีกขาดหรือมีการอักเสบตรงไหนบ้าง
  • MRI: ในกรณีที่สงสัยว่าเอ็นฉีกขาดรุนแรง หรือต้องการดูรายละเอียดก่อนวางแผนผ่าตัด MRI จะให้ภาพที่ชัดเจนที่สุดเหมือนเรามองเข้าไปในหัวไหล่เลยครับ

แนวทางการรักษา: เริ่มจากเบาไปหาหนัก

คนไข้ส่วนใหญ่กังวลเรื่องการผ่าตัด แต่หมอขอยืนยันครับว่า "ส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัด" หากมาหาหมอตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเราจะใช้หลักการรักษาดังนี้:

  1. ปรับพฤติกรรม: เลี่ยงการยกของหนัก หรือการเอื้อมแขนไปเบาะหลังรถ (ท่านี้อันตรายต่อเอ็นไหล่มากครับ) รวมถึงการจัดท่าทางตอนนอน
  2. กายภาพบำบัด: สำหรับคนไหล่ติด เราต้อง "ยืด" ส่วนคนเอ็นขาด เราต้อง "บริหารกล้ามเนื้อรอบข้างให้แข็งแรง" เพื่อทำหน้าที่แทนเส้นเอ็นส่วนที่ขาดไป
  3. การใช้ยา: ยาลดอักเสบและยาคลายกล้ามเนื้อจะช่วยให้ช่วงที่ปวดมากๆ ทุเลาลงจนสามารถทำกายภาพบำบัดได้
  4. การฉีดยาเฉพาะจุด: หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์ช่วยระบุตำแหน่ง แล้วฉีดยาลดอักเสบหรือน้ำเลี้ยงข้อเทียมเข้าไปที่จุดที่มีปัญหาโดยตรง ซึ่งแม่นยำและเจ็บน้อยมาก
  5. การผ่าตัดผ่านกล้อง: หากรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ดีขึ้น หรือเอ็นฉีกขาดจนใช้งานไม่ได้ ปัจจุบันเรามีการผ่าตัดผ่านกล้อง แผลเล็กเท่ารูเข็ม เจ็บน้อย และฟื้นตัวไวมากครับ

พยากรณ์โรค: นานไหมกว่าจะหาย?

  • ข้อไหล่ติด: มักต้องใช้เวลาครับ บางคนอาจนานเป็นเดือนหรือเป็นปี แต่ข่าวดีคือ "มันหายเองได้" ถ้าทำกายภาพอย่างถูกวิธี
  • เส้นเอ็นฉีกขาด: ถ้าขาดไม่มาก การทำกายภาพมักช่วยให้กลับมาใช้งานได้เกือบปกติ แต่ถ้าขาดใหญ่มากอาจต้องอาศัยการผ่าตัดซ่อมแซมเพื่อป้องกันไม่ให้ข้อไหล่เสื่อมถาวรในอนาคตครับ

ภาวะแทรกซ้อน: อย่าปล่อยให้ "แขนลีบ"

หากปล่อยอาการทิ้งไว้นานเกินไป ร่างกายจะเริ่ม "ปิดสวิตช์" แขนข้างนั้นครับ

  • กล้ามเนื้อหัวไหล่ลีบฝ่อ: เพราะไม่ได้ใช้งานนานๆ กล้ามเนื้อจะค่อยๆ เล็กลงจนเห็นกระดูกชัด
  • อาการปวดเรื้อรัง: อาจส่งผลต่อการนอนหลับ ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอและเกิดภาวะเครียดสะสม
  • ข้อไหล่เสื่อม: ในกรณีที่เอ็นขาดขนาดใหญ่ หัวไหล่จะสูญเสียสมดุลจนกระดูกเสียดสีกันเอง

วิธีป้องกัน: บริหารไหล่ให้แข็งแรง

  1. ยืดเหยียดสม่ำเสมอ: ทำท่าไต่ฝาผนัง หรือใช้ผ้าขนหนูช่วยดึงแขนขึ้นลงเบาๆ ทุกเช้า
  2. เลี่ยงท่าเสี่ยง: ไม่เอื้อมหยิบของหนักที่อยู่หลังรถ หรือยกของหนักในท่าที่แขนอยู่ไกลตัว
  3. คุมเบาหวานให้ดี: สำหรับคนที่มีโรคประจำตัว การคุมน้ำตาลช่วยลดความเสี่ยงข้อไหล่ติดได้ชัดเจน
  4. เสริมสร้างกล้ามเนื้อบ่าและไหล่: กล้ามเนื้อรอบๆ ที่แข็งแรงจะช่วยลดภาระของเส้นเอ็นเส้นเล็กๆ ได้ครับ
  5. พักเมื่อปวด: หากเริ่มรู้สึกปวดแปล๊บ ให้พักการใช้งานและประคบเย็นเบาๆ อย่าฝืนใช้งานหนักต่อ

Q&A Section: ตอบข้อสงสัยเรื่องหัวไหล่

Q: ปวดไหล่ตอนกลางคืนมาก นอนไม่หลับเลย เป็นสัญญาณของอะไร? ตอบ: อาการปวดตอนกลางคืนมักสัมพันธ์กับการอักเสบของถุงหุ้มข้อ หรือมีหินปูนเกาะเส้นเอ็นครับ เป็นสัญญาณว่าควรมาพบหมอเพื่อรับยาลดอักเสบได้แล้วครับ

Q: นวดแผนโบราณช่วยให้หายไหล่ติดได้จริงไหม? ตอบ: การนวดช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายได้ครับ แต่ต้อง "ระวัง" การดัดหรือกระชากแรงๆ หากสาเหตุเกิดจากเอ็นฉีกขาด การนวดรุนแรงอาจทำให้แผลฉีกกว้างขึ้นครับ

Q: ยกแขนไม่ขึ้นนานแค่ไหนถึงต้องมาพบหมอ? ตอบ: หากปวดเกิน 1-2 สัปดาห์ หรือเริ่มมีปัญหาในการทำกิจวัตรประจำวัน เช่น ติดกระดุมเสื้อไม่ได้ หรือสระผมลำบาก แนะนำให้มาตรวจเช็คด้วยอัลตราซาวด์เบื้องต้นครับ


สรุป

อาการยกแขนไม่ขึ้นมี "จุดเริ่มต้น" ที่ดูคล้ายกัน แต่ "จุดจบ" และ "วิธีรักษา" ต่างกันลิบลับครับ ไม่ว่าจะเป็นข้อไหล่ติดหรือเอ็นไหล่ฉีกขาด การตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำด้วยการตรวจร่างกายและอัลตราซาวด์ คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้คุณกลับมาโบกมือได้รอบทิศอีกครั้ง อย่าปล่อยให้ความเข้าใจผิดเหมือนป้ามาลีทำให้ไหล่ของคุณต้องเจ็บตัวฟรีนะครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666


References (Vancouver Style):

  1. Wong CK, et al. Natural history of frozen shoulder: fact or fiction? A systematic review. Physiotherapy. 2017;103(1):40-47. (เจาะลึกธรรมชาติของโรคไหล่ติดและระยะเวลาการดำเนินโรค)
  2. Sambandam SN, et al. Rotator cuff tears: An evidence based approach. World J Orthop. 2015;6(11):902-18. (แนวทางการรักษาเส้นเอ็นหัวไหล่ฉีกขาดตามหลักฐานทางการแพทย์)
  3. Redler LH, et al. Management of Rotator Cuff Tears in the Older Patient. J Am Acad Orthop Surg. 2019;27(24):901-909. (การดูแลรักษาปัญหาเส้นเอ็นไหล่ในผู้สูงอายุ)
  4. Dias R, et al. Frozen shoulder. BMJ. 2005;331(7530):1453-6. (บทความวิชาการที่อธิบายกลไกและการรักษาโรคข้อไหล่ติดอย่างเป็นระบบ)
  5. Keener JD, et al. The natural history of asymptomatic rotator cuff tears. A prospective, longitudinal cohort study. J Bone Joint Surg Am. 2013;95(14):1280-5. (งานวิจัยเกี่ยวกับการดำเนินโรคของเส้นเอ็นไหล่ฉีกขาดที่ยังไม่มีอาการ)

#ปวดไหล่ #ไหล่ติด #เส้นเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด #ยกแขนไม่ขึ้น #หมอเก่งกระดูกและข้อ #สุขภาพผู้สูงอายุ #กายภาพบำบัด #ไหล่ปวด

Sunday, February 22, 2026

หินปูนเกาะเส้นเอ็นไหล่ ไม่ต้องผ่าตัดก็รักษาได้จริงหรือ?"

 

ปวดไหล่จี๊ดเหมือนมีเข็มทิ่ม... หรือคุณกำลังมี ‘ก้อนหิน’ ซ่อนอยู่ในเส้นเอ็น?”

เคยไหมครับ? อยู่ดีๆ ก็ปวดไหล่ขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ปวดจนนอนไม่หลับ ปวดจนขยับแขนไม่ได้แม้แต่นิดเดียว พอไปหาหมอแล้วเอ็กซเรย์ดู หมอกลับบอกว่า “มีหินปูนเกาะที่เส้นเอ็นไหล่ครับ” หลายคนฟังแล้วช็อก คิดไปไกลว่าหินปูนมันเข้าไปอยู่ในเนื้อคนได้ยังไง? แล้วต้องผ่าเอาออกไหม? วันนี้ผมจะมาไขความลับเรื่องนี้ให้ฟังครับว่า เจ้าก้อนหินจิ๋วนี้จัดการได้โดยไม่ต้องเจ็บตัวผ่าตัดจริงหรือเปล่า


“เคสพี่เอก กับความเจ็บปวดที่มาแบบสายฟ้าแลบ”

พี่เอก (นามสมมติ) อายุ 45 ปี เป็นพนักงานออฟฟิศที่ชอบตีเทนนิสเป็นชีวิตจิตใจ วันหนึ่งพี่เอกตื่นมาพร้อมอาการปวดไหล่ที่รุนแรงที่สุดในชีวิต “หมอครับ ผมแค่จะยกแขนหยิบแปรงสีฟันยังทำไม่ได้เลย มันปวดเหมือนใครเอาไฟมาลนที่ไหล่” พี่เอกเล่าด้วยหน้าตาเหยเก

พอผมส่งพี่เอกไปเอ็กซเรย์ ภาพที่ปรากฏคือมีก้อนสีขาวๆ ขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียวฝังอยู่ในเส้นเอ็นไหล่ พี่เอกถามผมคำแรกว่า “หมอครับ ต้องผ่าออกใช่ไหม ผมกลัวการผ่าตัดมาก” ผมเลยบอกพี่เอกไปว่า “ใจเย็นๆ ครับพี่เอก ก้อนหินพวกนี้เรามีวิธีสลายมันได้โดยไม่ต้องใช้มีดหมอครับ”


หินปูนเกาะเส้นเอ็นคืออะไร? มาจากไหน?

ในทางการแพทย์เราเรียกว่า "โรคหินปูนเกาะเส้นเอ็นหมุนข้อไหล่" ครับ มันไม่ใช่หินปูนชนิดเดียวกับที่เกาะฟันนะ แต่มันคือแคลเซียมที่ร่างกายเราสะสมไว้ในเนื้อเยื่อเส้นเอ็นแบบผิดที่ผิดทาง

  1. ระยะสะสม: ร่างกายเริ่มเอาแคลเซียมมาวางทิ้งไว้ในเส้นเอ็น (ช่วงนี้อาจจะยังไม่ปวด)
  2. ระยะอักเสบ (ปวดมาก): เป็นช่วงที่ร่างกายพยายามจะ “ละลาย” หินปูนก้อนนี้ออกเอง กระบวนการนี้แหละครับที่ทำให้เกิดการอักเสบรุนแรง ปวดเหมือนไหล่จะแตก
  3. ระยะซ่อมแซม: เมื่อหินปูนสลายไป เส้นเอ็นจะค่อยๆ สมานตัวกลับมาปกติ

สังเกตอาการ: ปวดแบบไหนคือหินปูน?

  • ปวดไหล่เฉียบพลัน รุนแรงมาก มักปวดตอนกลางคืนจนสะดุ้งตื่น
  • ขยับแขนยกขึ้น หรือเอื้อมไปข้างหลังไม่ได้เลย
  • ปวดจี๊ดๆ บริเวณหัวไหล่ด้านนอก ร้าวลงไปถึงต้นแขน
  • อาการปวดมักไม่สัมพันธ์กับการเกิดอุบัติเหตุ แต่อยู่ดีๆ ก็เป็นขึ้นมาเอง

ตรวจให้ชัด...เห็นหินปูนให้เต็มตา

เวลามาพบหมอ เรามีเครื่องมือพิสูจน์ที่ชัดเจนมากครับ:

  • เอ็กซเรย์ (X-ray): จะเห็นก้อนสีขาวสว่างชัดเจนอยู่ในช่องว่างระหว่างกระดูกหัวไหล่
  • อัลตราซาวด์ (Ultrasound): อันนี้สำคัญมากครับ เพราะหมอจะเห็นเลยว่าหินปูนนั้น "แข็ง" หรือ "นิ่ม" (เหมือนยาสีฟัน) ซึ่งจะมีผลต่อการเลือกวิธีรักษามาก

รักษาได้จริงหรือ? ถ้าไม่ผ่าตัด...ทำยังไง?

คำตอบคือ “รักษาได้จริงและได้ผลดีมากด้วยครับ” ปัจจุบันเรามี 3 วิธีหลักที่ช่วยคนไข้ไม่ต้องผ่าตัด:

  1. การใช้ยา: ทั้งยากินลดอักเสบ และการฉีดยาลดอักเสบเข้าไปที่ถุงน้ำรอบเส้นเอ็นเพื่อระงับความปวดเบื้องต้น
  2. การทำ Shockwave (คลื่นกระแทก): นี่คือพระเอกเลยครับ หมอจะใช้เครื่องส่งคลื่นกระแทกพลังงานสูงไปที่ก้อนหินปูน เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการสร้างหลอดเลือดใหม่และสลายก้อนแคลเซียมให้เล็กลงจนร่างกายดูดซึมกลับไปเองได้
  3. การล้างหินปูนด้วยเข็ม (Barbotage): วิธีนี้หมอจะใช้ “อัลตราซาวด์นำทาง” แทงเข็มเล็กๆ เข้าไปที่ก้อนหินปูน แล้วใช้น้ำเกลือล้างและดูดเศษหินปูนที่ละลายแล้วออกมา วิธีนี้ทำเสร็จแล้วกลับบ้านได้เลย แผลเท่ารูเข็มเท่านั้นครับ

พยากรณ์โรค: หายแล้วจะกลับมาเป็นอีกไหม?

ส่วนใหญ่เมื่อหินปูนสลายไปแล้ว อาการปวดจะหายเป็นปลิดทิ้งครับ และโอกาสกลับมาเป็นซ้ำที่เดิมค่อนข้างน้อย แต่เราต้องดูแลตัวเองด้วยการทำกายภาพบำบัด ยืดเส้นเอ็น และปรับท่าทางการทำงานไม่ให้ไหล่ต้องรับภาระหนักเกินไป

ภาวะแทรกซ้อน: หากปล่อยไว้นานโดยไม่รักษา ความอักเสบเรื้อรังอาจทำให้เกิดภาวะ “ไหล่ติด” ตามมา ซึ่งจะทำให้การรักษายากและใช้เวลานานขึ้นครับ


สรุป

หินปูนเกาะเส้นเอ็นไหล่ ฟังดูน่ากลัวเหมือนต้องผ่าตัดสถานเดียว แต่จริงๆ แล้วด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะการใช้ อัลตราซาวด์ร่วมกับการรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด ช่วยให้เรากลับมาใช้ชีวิตปกติได้เร็วมากครับ หากคุณมีอาการปวดไหล่รุนแรง อย่าทนเจ็บเลยครับ รีบมาตรวจดูว่ามี "ก้อนหิน" ซ่อนอยู่หรือเปล่า

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#หินปูนเกาะเส้นเอ็น #ปวดไหล่ #CalcificTendinitis #ไม่ต้องผ่าตัด #หมอเก่ง #รักษาไหล่ #Shockwave #อัลตราซาวด์ #กระดูกและข้อ #สุขภาพแขนและไหล่


References

  1. Lanza E, et al. (2025). *Ultrasound-guided percutaneous treatment of calcific tendinitis: A 10-year follow-up study.*Radiology Medicine. (สรุป: การใช้เข็มเจาะล้างหินปูนผ่านอัลตราซาวด์ให้ผลลัพธ์ดีเยี่ยมในระยะยาวโดยไม่ต้องผ่าตัด)
  2. Chianca V, et al. (2024). Extracorporeal Shockwave Therapy vs. Barbotage for Rotator Cuff Calcific Tendinopathy. European Radiology. (สรุป: การเปรียบเทียบระหว่างการใช้คลื่นกระแทกและการเจาะล้าง พบว่าทั้งสองวิธีให้ผลดีมากในการลดความปวด)
  3. Moya D, et al. (2023). Current Knowledge on the Pathogenesis of Calcific Tendinitis of the Shoulder. Journal of Bone and Joint Surgery. (สรุป: ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับกลไกการเกิดหินปูนและการสลายตัวของแคลเซียมในร่างกาย)
  4. Sconfienza LM, et al. (2024). Clinical Outcomes of Image-Guided Musculoskeletal Procedures. Skeletal Radiology. (สรุป: การทำหัตถการโดยใช้ภาพนำทางช่วยลดภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มความแม่นยำในการสลายหินปูน)
  5. Gumina S, et al. (2023). Non-operative Management of Calcific Tendinitis. International Orthopaedics. (สรุป: การรักษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัดควรเป็นทางเลือกแรกสำหรับผู้ป่วยหินปูนเกาะเส้นเอ็นไหล่)