Monday, February 9, 2026

ไหล่ติด" ขยับนิดก็เจ็บ ยกไม่ขึ้นเหมือนมีกาวดึง: บริหารผิดจังหวะ ระวังพังถาวร!

 

ไหล่ติด" ขยับนิดก็เจ็บ ยกไม่ขึ้นเหมือนมีกาวดึง: บริหารผิดจังหวะ ระวังพังถาวร!

"คุณหมอคะ ทำไมยิ่งบริหารยิ่งเจ็บ เมื่อวานไปพยายามดึงไหล่ตามคลิปในเน็ต วันนี้ไข้ขึ้น ปวดจนนอนไม่ได้เลยค่ะ"

เคสของคุณป้าประนอม (นามสมมติ) วัย 58 ปี เป็นตัวอย่างที่พบบ่อยมากครับ คุณป้าเริ่มมีอาการ "ไหล่ติด" (Frozen Shoulder) แล้วพยายามฝืน "ดัด" ให้หายเร็วๆ โดยไม่รู้ว่าไหล่ติดมีหลายระยะ การไปฝืนดัดในวันที่ไหล่กำลังอักเสบรุนแรง ก็เหมือนเราไปดึงแผลที่กำลังอักเสบให้ฉีกขาดเพิ่มขึ้นนั่นเองครับ

ความลับของโรคไหล่ติดคือ "แต่ละระยะ ต้องบริหารไม่เหมือนกัน" ครับ หากทำถูกช่วง อาการจะค่อยๆ ดีขึ้น แต่ถ้าทำผิดช่วง อาจจะกลายเป็นอักเสบเรื้อรังได้


โรคไหล่ติดคืออะไร? (ภาษาชาวบ้าน)

ลองนึกภาพ "เยื่อหุ้มข้อไหล่" ของเรา ปกติมันจะยืดหยุ่นเหมือนถุงพลาสติกใหม่ๆ ที่ขยายตัวได้ตามการขยับแขน แต่พอเป็นโรคไหล่ติด เยื่อหุ้มนี้จะหนาตัวขึ้น แข็ง และหดตัวลง เหมือนถุงพลาสติกที่โดนไฟลนจนย่นและแข็งกระด้าง ทำให้เรายกแขนไม่ได้ หมุนแขนไปข้างหลังเพื่อเกาหลังหรือรูดซิปเสื้อไม่ได้เลยครับ


เช็กด่วน! คุณอยู่ระยะไหน? และต้องบริหารอย่างไร?

ระยะที่ 1: ระยะปวด (Freezing Stage) – "ปวดนำหน้า ติดตามมา"

ระยะนี้กินเวลาประมาณ 2-9 เดือน คุณจะรู้สึกปวดไหล่มาก โดยเฉพาะตอนกลางคืน หรือตอนที่ขยับแขนกะทันหัน ความปวดยังมากกว่าความติดครับ

  • เป้าหมาย: ลดปวดและป้องกันไม่ให้ติดเพิ่ม
  • การบริหาร: "ห้ามดัด ห้ามดึงแรง" ให้เน้นการแกว่งแขนเบาๆ (Codman’s Exercise) ให้โน้มตัวไปข้างหน้า ใช้มืออีกข้างพิงโต๊ะ แล้วปล่อยแขนข้างที่ปวดลงตามแรงโน้มถ่วง แกว่งเป็นวงกลมเล็กๆ เหมือนลูกตุ้มนาฬิกา เพื่อให้ข้อไหล่ได้ขยับโดยไม่มีแรงกระแทก
  • การรักษา: ช่วงนี้คุณหมอมักจะให้ยาลดอักเสบ หรือฉีดยาลดการอักเสบด้วยอัลตราซาวด์นำทาง เพื่อหยุดวงจรความเจ็บปวดครับ

ระยะที่ 2: ระยะติดแข็ง (Frozen Stage) – "ปวดลดลง แต่แข็งเป๊ก"

ระยะนี้ปวดน้อยลงแล้ว แต่ไหล่จะติดชัดเจน ยกแขนไม่ขึ้น หมุนแขนไม่ได้เลย มักเป็นในช่วงเดือนที่ 4-12

  • เป้าหมาย: "เพิ่มองศาการขยับ" (Gain Range of Motion)
  • การบริหาร: ระยะนี้ต้อง "เน้นการยืด" อย่างจริงจังครับ
    1. ท่าไต่กำแพง: ใช้นิ้วมือไต่กำแพงขึ้นไปเรื่อยๆ จนรู้สึกตึง ค้างไว้ 10-15 วินาที
    2. ท่าใช้ไม้พลอง: ใช้มือข้างที่ดีช่วยดันไม้พลอง เพื่อดันแขนข้างที่ติดไปด้านข้าง หรือขึ้นด้านบน
  • ความรู้สึก: ตอนทำจะรู้สึกตึงมากและเจ็บนิดๆ ในระดับที่ทนได้ (ไม่ใช่เจ็บจนหน้ามืด)

ระยะที่ 3: ระยะเริ่มคลาย (Thawing Stage) – "ฟ้าหลังฝน"

เป็นช่วงที่พังผืดเริ่มคลายตัวลงเองตามธรรมชาติ มักเป็นในช่วง 1-3 ปี

  • เป้าหมาย: "สร้างความแข็งแรง" (Strengthening)
  • การบริหาร: เมื่อไหล่เริ่มขยับได้เกือบปกติ ให้เริ่มออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบหัวไหล่ โดยใช้หนังยางยืด (Resistance Band) เพื่อให้หัวไหล่กลับมาใช้งานหนักได้เหมือนเดิม

การตรวจและรักษาที่แนะนำ

หากปวดไหล่ไม่หาย อย่าเพิ่งเดาเองครับ การตรวจที่เหมาะสมมีดังนี้:

  1. การตรวจร่างกาย: หมอจะทดสอบการหมุนข้อไหล่ในท่าต่างๆ เพื่อแยกจากโรคเอ็นฉีก
  2. อัลตราซาวด์ (Ultrasound): ช่วยดูความหนาของเยื่อหุ้มข้อและเช็กว่ามีหินปูนหรือเอ็นอักเสบร่วมด้วยไหม
  3. การฉีดยาขยายข้อไหล่ (Hydrodilatation): สำหรับคนที่ติดมาก หมออาจใช้การฉีดน้ำเกลือผสมยาเข้าข้อภายใต้อัลตราซาวด์ เพื่อให้แรงดันน้ำไปช่วย "ขยาย" เยื่อหุ้มข้อที่หดตัวให้คลายออกทันที วิธีนี้ช่วยให้หายเร็วขึ้นมากครับ

สรุป

โรคไหล่ติด "หายเองได้แต่ใช้เวลานาน" การบริหารที่ถูกจังหวะจะช่วยลดความทรมานและทำให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติเร็วขึ้นครับ

  • ช่วงปวด: เน้นขยับเบาๆ ไม่ฝืน
  • ช่วงติด: เน้นยืดเหยียดให้สุด
  • ช่วงคลาย: เน้นสร้างความแข็งแรง

หากไม่แน่ใจว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ระยะไหน การปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจด้วยอัลตราซาวด์จะช่วยให้วางแผนการรักษาได้แม่นยำที่สุดครับ


ด้วยความปรารถนาดี หากท่านมีข้อสงสัยหรือความเห็นที่แตกต่าง สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละบุคคลได้ครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ไหล่ติด #ปวดไหล่ #FrozenShoulder #กายภาพบำบัด #เอ็นหัวไหล่อักเสบ #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #สุขภาพผู้สูงอายุ #ออฟฟิศซินโดรม #ความรู้สุขภาพ


References

  1. St Angelo JM, et al. (2023). Adhesive Capsulitis. StatPearls Publishing. (อธิบายกลไกการเกิดโรคและแนวทางการรักษาที่แบ่งตามระยะของอาการอย่างละเอียด)
  2. Millar NL, et al. (2022). Frozen shoulder. Nature Reviews Disease Primers. (สรุปงานวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับการรักษาด้วยการฉีดยาและการบริหารร่างกายในผู้ป่วยไหล่ติด)
  3. Redler LH, et al. (2019, Updated 2024). Adhesive Capsulitis: A Review. American Journal of Orthopedics. (เน้นเรื่องการวินิจฉัยแยกโรคระหว่างไหล่ติดกับเอ็นหัวไหล่ขาด)
  4. Jain TK, et al. (2021). The effectiveness of physical therapy interventions for shoulder pain. Journal of Family Medicine and Primary Care. (ยืนยันว่าการบริหารร่างกายที่เหมาะสมช่วยลดความปวดและเพิ่มองศาการเคลื่อนไหวได้จริง)
  5. Fields BKE, et al. (2023). Evaluation of the Patient with Shoulder Pain. Medical Clinics of North America. (แนวทางการใช้ภาพวินิจฉัย เช่น อัลตราซาวด์ ในการช่วยรักษาโรคไหล่)

ปวดไหล่... บริหารเองได้จริงไหม? หรือยิ่งทำยิ่งพัง: ความต่างที่คุณต้องรู้ก่อนไหล่จะยึดถาวร

 

ปวดไหล่... บริหารเองได้จริงไหม? หรือยิ่งทำยิ่งพัง: ความต่างที่คุณต้องรู้ก่อนไหล่จะยึดถาวร

"คุณหมอครับ ผมปวดไหล่จนยกแขนไม่ขึ้น เพื่อนบอกให้ไปโหนบาร์ บางคนก็บอกให้เหวี่ยงแขนแรงๆ ผมทำตามแล้วทำไมมันยิ่งปวดจนนอนไม่ได้เลยครับ?"

นี่คือประโยคคลาสสิกที่ผมได้ยินบ่อยมากในห้องตรวจ เคสของคุณลุงสมชาย (นามสมมติ) วัย 62 ปี เป็นตัวอย่างที่ดีครับ แกมีอาการปวดไหล่ข้างขวามาสักพัก คิดว่าเป็นแค่ไหล่ตึงธรรมดา เลยไปฝึกโหนบาร์หวังจะให้มัน "ยืด" ออก ผลคือเอ็นหัวไหล่ที่อักเสบอยู่แล้วเกิดฉีกขาดเพิ่ม จนกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องรักษากันยาว

ความจริงที่หลายคนไม่รู้คือ "การบริหารไหล่ไม่ใช่สูตรสำเร็จชุดเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน" โรคไหล่แต่ละอย่างมีจังหวะการบริหารที่ต่างกันเหมือนการปรุงอาหารครับ ใส่เครื่องผิดเวลา รสชาติก็เสีย รักษาผิดจังหวะ ไหล่ก็พังได้


ทำไมไหล่เราถึงมีปัญหาได้สารพัด?

หัวไหล่ของเราเป็นข้อต่อที่มหัศจรรย์ที่สุดในร่างกายครับ เพราะมันสามารถหมุนได้รอบทิศทาง 360 องศา เปรียบเสมือน "ลูกบอลที่วางอยู่บนจานรองใบเล็ก" ความคล่องตัวที่สูงขนาดนี้ต้องแลกมาด้วยความไม่มั่นคงครับ ร่างกายจึงต้องใช้ "กลุ่มเส้นเอ็นหมุนข้อไหล่" 4 เส้นหลักๆ มาช่วยยึดและประคองให้ลูกบอลลูกนี้หมุนได้ราบรื่น

เมื่อเราใช้งานหนัก สะสมมานาน หรือเกิดอุบัติเหตุ เส้นเอ็นเหล่านี้จะเริ่มเสื่อมสภาพ อักเสบ หรือถึงขั้นฉีกขาด และเมื่อเราเจ็บ เราก็จะไม่กล้าขยับ พอไม่ขยับนานๆ เข้า เยื่อหุ้มข้อต่อก็จะมีพังผืดมาเกาะ จนกลายเป็น "ข้อไหล่ติด" ในที่สุดครับ


3 โรคไหล่ยอดฮิต: บริหารต่างกันอย่างไร?

1. ภาวะเอ็นหัวไหล่อักเสบ (Rotator Cuff Tendinitis)

กลุ่มนี้มักจะปวดเวลาเอื้อมหยิบของที่สูง หรือปวดเสียวแปล๊บๆ เวลาใส่เสื้อผ้า แต่แขนยังพอหมุนได้สุดอยู่

  • เป้าหมายการบริหาร: เน้นการ "พัก" ในช่วงแรก และ "สร้างความมั่นคง" ในช่วงหลัง
  • ข้อควรระวัง: ห้ามเหวี่ยงแขนแรงๆ หรือโหนบาร์เด็ดขาด เพราะจะยิ่งไปเสียดสีเอ็นที่อักเสบให้บวมขึ้น
  • วิธีบริหาร: เน้นท่าบริหารที่ใช้กล้ามเนื้อรอบสะบัก และการหมุนแขนเบาๆ โดยใช้หนังยางยืดช่วย (Resistance Band) เพื่อให้กล้ามเนื้อมาช่วยพยุงเส้นเอ็น

2. เอ็นหัวไหล่ขาด (Rotator Cuff Tear)

อันนี้จะรุนแรงขึ้นครับ มักจะมีอาการแขนอ่อนแรง ยกแขนค้างไว้ไม่ได้ หรือปวดลึกๆ ในไหล่ตอนกลางคืนจนสะดุ้งตื่น

  • เป้าหมายการบริหาร: เน้นการใช้กล้ามเนื้อส่วนอื่นมา "ทำงานแทน" เอ็นที่ขาดไป
  • ข้อควรระวัง: หากเอ็นขาดใหญ่มาก การฝืนออกกำลังกายท่าที่ต้องยกแขนข้ามหัวจะยิ่งทำให้กระดูกหัวไหล่ไปกระแทกกันจนเสื่อมเร็วขึ้น
  • วิธีบริหาร: เน้นการบริหารในแนวราบ หรือการใช้แขนอีกข้างช่วยพยุงยกขึ้นไป (Passive ROM) เพื่อรักษาองศาการเคลื่อนไหวไม่ให้ติดแข็ง

3. ข้อไหล่ติด (Frozen Shoulder)

โรคนี้คือ "พระเอกตัวร้าย" ครับ แบ่งเป็น 3 ระยะหลักๆ ซึ่งบริหารไม่เหมือนกันเลย:

  • ระยะที่ 1 (ระยะอักเสบ/ปวด): ปวดมากแม้ไม่ได้ขยับ ห้ามฝืนดัดไหล่เด็ดขาด เพราะจะยิ่งอักเสบ ให้เน้นแกว่งแขนเบาๆ เป็นวงกลมเหมือนลูกตุ้มนาฬิกา (Codman’s exercise)
  • ระยะที่ 2 (ระยะติดแข็ง): ความปวดเริ่มลดลงแต่ไหล่แข็งเป๊กเหมือนมีกาวมาทาไว้ ระยะนี้ต้อง **"เน้นการยืดเหยียด"**อย่างจริงจัง ไต่ฝาผนัง หรือใช้ไม้พลองช่วยดันแขนไปข้างหลัง
  • ระยะที่ 3 (ระยะเริ่มคลาย): ไหล่เริ่มขยับได้มากขึ้น ให้เน้นการออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงเพื่อกลับไปใช้งานตามปกติ

การตรวจวินิจฉัย: รู้ก่อนว่า "เป็นอะไร" สำคัญที่สุด

ก่อนจะเริ่มบริหาร ผมแนะนำให้ตรวจให้ชัดเจนก่อนครับว่าต้นตอคืออะไร:

  1. การตรวจร่างกาย: คุณหมอจะทดสอบแรงของกล้ามเนื้อแต่ละมัด และดูองศาการติดของไหล่
  2. การเอกซเรย์ (X-ray): ดูว่ามีหินปูนเกาะไหม หรือกระดูกงอกไปกดทับเส้นเอ็นหรือเปล่า
  3. อัลตราซาวด์ (Ultrasound): วิธีนี้ดีมากครับ เห็นเส้นเอ็นได้ชัดเจนแบบเรียลไทม์ และไม่มีรังสี
  4. MRI: ใช้ในกรณีที่สงสัยว่าเอ็นขาดลึกหรือมีรอยโรคที่ซับซ้อน เพื่อวางแผนการรักษาที่แม่นยำ

แนวทางการรักษาที่ทันสมัย

  • การปรับพฤติกรรม: เลี่ยงท่าที่ต้องยกแขนสูง หรือการนอนทับไหล่ข้างที่ปวด
  • การใช้ยา: ยาแก้ปวดลดอักเสบช่วยบรรเทาอาการในช่วงแรกเพื่อให้บริหารร่างกายได้ง่ายขึ้น
  • การฉีดยาด้วยอัลตราซาวด์นำทาง: นี่คือเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลกการรักษาไหล่ครับ คุณหมอจะเห็นเข็มและจุดที่อักเสบชัดเจน ทำให้ยาลงไปตรงจุดเป๊ะๆ ลดความปวดได้รวดเร็วและปลอดภัยกว่าการฉีดแบบกะระยะ
  • การผ่าตัดส่องกล้อง: หากเอ็นขาดชัดเจนหรือไหล่ติดรุนแรง การส่องกล้องเข้าไปซ่อมเอ็นหรือเลาะพังผืดจะช่วยให้แผลเล็ก เจ็บน้อย และฟื้นตัวไวมากครับ

พยากรณ์โรค: จะหายไหม?

ข่าวดีคือ "ส่วนใหญ่หายได้ครับ" แต่ต้องใช้เวลาและความใจเย็น โดยเฉพาะโรคไหล่ติดที่อาจใช้เวลาหลายเดือนในการฟื้นฟู หากเราดูแลดี บริหารได้ถูกระยะ และรักษาตรงจุด โอกาสที่โรคจะกลับมาเป็นซ้ำก็น้อยลงมากครับ


สรุป

การบริหารหัวไหล่เปรียบเสมือนดาบสองคม ถ้าทำถูกวิธี ถูกเวลา และถูกโรค ไหล่จะกลับมาพริ้วไหวเหมือนเดิม แต่ถ้าฝืนดัดหรือบริหารผิดท่าท่ามกลางอาการอักเสบ อาจนำไปสู่ความเสื่อมที่รุนแรงกว่าเดิมได้ครับ

หากคุณมีอาการปวดไหล่เรื้อรัง ลองสังเกตตัวเองดูครับว่า "ปวดเพราะอักเสบ" หรือ "ติดเพราะพังผืด" และที่สำคัญ อย่าเพิ่งเชื่อคำแนะนำที่ให้ "หักโหม" จนกว่าจะได้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญนะครับ


ด้วยความปรารถนาดีจากบทความนี้ หากท่านมีข้อสงสัยหรือความเห็นที่แตกต่าง สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละบุคคลได้ครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #ไหล่ติด #เอ็นไหล่อักเสบ #เอ็นไหล่ขาด #กายภาพบำบัด #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #สุขภาพผู้สูงอายุ #ออฟฟิศซินโดรม #ออกกำลังกาย


References

  1. Hsu J, et al. (2020). Management of Rotator Cuff Injuries. Journal of Bone and Joint Surgery. (อธิบายแนวทางการรักษาเส้นเอ็นหัวไหล่ขาดและการใช้กายภาพบำบัดควบคู่กับการรักษาหลัก)
  2. Le HV, et al. (2021). Adhesive Capsulitis of the Shoulder (Frozen Shoulder). American Family Physician. (สรุปขั้นตอนการดำเนินโรคไหล่ติดและการเลือกวิธีบริหารให้เหมาะสมในแต่ละระยะ)
  3. Papadonikolakis A, et al. (2022). The Role of Ultrasound in the Diagnosis of Rotator Cuff Tears. Clinics in Sports Medicine. (อ้างอิงประสิทธิภาพของอัลตราซาวด์ในการวินิจฉัยโรคไหล่ที่แม่นยำเทียบเท่า MRI ในบางกรณี)
  4. Cho CH, et al. (2023). Clinical Practice Guideline for Frozen Shoulder. Clinics in Orthopedic Surgery. (แนวทางเวชปฏิบัติล่าสุดในการรักษาภาวะไหล่ติดทั้งการใช้ยาและการบริหารร่างกาย)
  5. Diercks R, et al. (2014, Updated 2024). *Guideline for diagnosis and treatment of subacromial pain syndrome.*Acta Orthopaedica. (เกณฑ์การแยกแยะอาการปวดใต้จงอยบ่าและการออกกำลังกายที่เน้นความมั่นคงของสะบัก)

Thursday, February 5, 2026

แม่ตกใจมากเลยหมอ อยู่ดีๆ แค่เอื้อมมือไปหยิบของบนหลังตู้ แล้วมันก็มีเสียง 'กึก' ที่ไหล่ หลังจากนั้นขยับแขนไม่ได้เลย เจ็บจนน้ำตาไหล"

 

แม่ตกใจมากเลยหมอ อยู่ดีๆ แค่เอื้อมมือไปหยิบของบนหลังตู้ แล้วมันก็มีเสียง 'กึก' ที่ไหล่ หลังจากนั้นขยับแขนไม่ได้เลย เจ็บจนน้ำตาไหล"

นี่คือคำบอกเล่าจากลูกสาวที่พาคุณแม่อายุ 70 ปีมาหาแพทย์ที่ห้องฉุกเฉินตอนกลางดึก สภาพที่คุณแม่นั่งมาคือมือข้างหนึ่งต้องคอยประคองแขนอีกข้างไว้แนบอก หน้าตาบ่งบอกถึงความเจ็บปวดอย่างมาก และที่สังเกตเห็นได้ชัดคือ "หัวไหล่ดูบุ๋มลงไป" ไม่กลมมนเหมือนอีกข้าง

หลายคนอาจจะคิดว่าอาการ "ไหล่หลุด" เป็นเรื่องของนักกีฬาหรือวัยรุ่นที่เล่นของแรงๆ แต่ความจริงแล้ว ในผู้สูงอายุ อาการนี้เกิดขึ้นได้ง่ายกว่าที่คิด และที่สำคัญคือ "น่ากลัวกว่า" ในคนหนุ่มสาวครับ


ไหล่หลุดในผู้สูงอายุ: เมื่อข้อต่อไม่ได้อยู่กับร่องกับรอย

ถ้าจะให้อธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ ข้อไหล่ของเราเปรียบเสมือน "ลูกกอล์ฟที่วางอยู่บนแท่นที (Tee)" ครับ ลูกกอล์ฟคือหัวกระดูกต้นแขน ส่วนแท่นทีคือเบ้าไหล่ตามธรรมชาติแล้วเบ้าไหล่ของเรามันตื้นมากเพื่อให้เราหมุนแขนได้รอบทิศทาง

แต่สิ่งที่ทำให้ลูกกอล์ฟไม่หล่นจากแท่นก็คือ "เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่" ที่คอยดึงรั้งเอาไว้

ในผู้สูงอายุ เส้นเอ็นเหล่านี้มักจะมีความเสื่อมสภาพตามวัย เปรียบเหมือนยางยืดที่ใช้งานมานานจนเริ่มยุ่ยและขาดความยืดหยุ่น พอมีการขยับที่ผิดจังหวะนิดเดียว หรือเกิดอุบัติเหตุล้มเพียงเล็กน้อย หัวกระดูกที่ควรจะอยู่ในเบ้าก็ "กระเด็น" หลุดออกมาข้างนอกทันที


ทำไมถึงเกิดขึ้นได้? (สาเหตุและกลไกการเกิดโรค)

  1. การเสื่อมสภาพของเอ็นหมุนข้อไหล่: นี่คือสาเหตุหลักเลยครับ เมื่ออายุมากขึ้น เอ็นรอบข้อไหล่จะบางลง บางคนมีแผลฉีกขาดสะสมอยู่แล้วโดยไม่รู้ตัว พอมีแรงมากระทำนิดหน่อย ข้อก็หลุดได้ง่าย
  2. อุบัติเหตุล้ม: ผู้สูงอายุมักจะมีปัญหาเรื่องการทรงตัว พอจะล้มปุ๊บ สัญชาตญาณคือการ "เอาหมอบัง" หรือใช้มือยันพื้น แรงกระแทกจะส่งผ่านแขนขึ้นไปดันให้หัวกระดูกหลุดออกจากเบ้า
  3. การใช้งานผิดจังหวะ: แค่เอื้อมมือไปหยิบของที่เบาะหลังรถ หรือเอื้อมหยิบของจากที่สูงในลักษณะบิดแขน ก็เพียงพอที่จะทำให้ไหล่หลุดได้ในรายที่เอ็นเสื่อมมาก

อาการที่บอกว่า "หลุดแน่แล้ว"

  • เจ็บปวดรุนแรง: เจ็บจนขยับแขนไม่ได้แม้แต่นิดเดียว
  • รูปทรงไหล่เปลี่ยนไป: ไหล่ดูแบนลง หรือเห็นเป็นมุมเหลี่ยม แทนที่จะโค้งมน บางคนจะคลำเจอหัวกระดูกไปปูดอยู่ทางด้านหน้า
  • แขนยาวไม่เท่ากัน: แขนข้างที่หลุดมักจะดูยาวกว่าปกติเล็กน้อย หรืออยู่ในท่าทางที่ผิดธรรมชาติ
  • อาการชา: บางครั้งหัวกระดูกที่หลุดไปอาจไปกดทับเส้นประสาท ทำให้มีอาการชาที่ต้นแขนหรือปลายนิ้วได้

การตรวจวินิจฉัย: หมอทำอะไรบ้าง?

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล สิ่งแรกที่หมอจะทำคือ "การตรวจร่างกาย" เพื่อเช็คว่าเส้นประสาทและเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงแขนยังปกติดีไหม หลังจากนั้นขั้นตอนที่สำคัญมากคือ:

  1. การเอกซเรย์ (X-ray): เพื่อยืนยันว่าหลุดไปทางทิศทางไหน และที่สำคัญคือ "มีกระดูกแตกด้วยหรือไม่" เพราะในผู้สูงอายุกระดูกมักจะบาง (กระดูกพรุน) เวลาหลุดมักจะพาเอาชิ้นส่วนกระดูกเบ้าหรือหัวกระดูกแตกติดไปด้วย
  2. การทำ MRI (คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า): หมอมักจะแนะนำให้ทำหลังจากที่ดึงข้อกลับเข้าที่แล้ว เพื่อดูว่า "เอ็นหมุนข้อไหล่ฉีกขาดไหม" ซึ่งจุดนี้สำคัญมากครับ เพราะในผู้สูงอายุที่ไหล่หลุด เกือบ 80-90% มักจะมีเอ็นฉีกร่วมด้วยเสมอ ซึ่งต่างจากวัยรุ่น

แนวทางการรักษา: ไม่ใช่แค่ดึงเข้าที่แล้วจบ

1. การดึงข้อให้เข้าที่ (Reduction): หมอจะให้ยาแก้ปวดหรือยานอนหลับชนิดออกฤทธิ์สั้น เพื่อให้กล้ามเนื้อที่กำลังเกร็งตัวสุดขีดนั้นคลายตัวลง แล้วจึงค่อยๆ จัดท่าดึงหัวกระดูกให้กลับเข้าเบ้าอย่างนุ่มนวล (ห้ามให้ญาติหรือหมอพื้นบ้านดึงเองเด็ดขาด เพราะอาจทำให้กระดูกหักหรือเส้นประสาทฉีกขาดได้)

2. การใส่อุปกรณ์พยุงแขน: หลังจากเข้าที่แล้ว ต้องใส่ผ้าคล้องแขน (Arm Sling) ไว้ประมาณ 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้เนื้อเยื่อรอบๆ ได้พักและลดอาการอักเสบ

3. การรักษาด้วยยาและการฉีดยา: หมอจะใช้ยาแก้ปวดกลุ่มที่ไม่มีสเตียรอยด์ (NSAIDs) เพื่อลดความทรมาน ในบางรายที่มีการอักเสบเรื้อรัง การใช้ "อัลตราซาวด์นำวิถี" เพื่อระบุตำแหน่งที่ชัดเจนในการฉีดยาลดการอักเสบเข้าในข้อหรือรอบเอ็นที่ฉีกขาด จะช่วยให้แม่นยำและปลอดภัยกว่าการฉีดแบบกะระยะด้วยมือเปล่าครับ

4. การผ่าตัด: ในผู้สูงอายุ เราจะพิจารณาผ่าตัดเมื่อ:

  • มีกระดูกแตกชิ้นใหญ่ที่ส่งผลต่อความมั่นคงของข้อ
  • เอ็นหมุนข้อไหล่ฉีกขาดขนาดใหญ่จนแขนไม่มีแรงขยับ (หลังหายปวดแล้ว)
  • มีอาการหลุดซ้ำซากจนใช้ชีวิตไม่ได้

การพยากรณ์โรค: จะกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมไหม?

///"หมอครับ มันจะหลุดอีกไหม?" คำถามยอดฮิตเลยครับ โอกาสการกลับมาหลุดซ้ำในผู้สูงอายุ "น้อยกว่า" วัยรุ่นครับ แต่ปัญหาที่น่ากังวลกว่าคือ "ภาวะไหล่ติด" และ "แขนไม่มีแรงจากเอ็นขาด"

  • ถ้าดูแลดี: ทำกายภาพตามนัด ฝึกกำลังกล้ามเนื้อสม่ำเสมอ ส่วนใหญ่จะกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน ทำงานบ้าน หรือออกกำลังกายเบาๆ ได้ปกติ
  • ถ้าปล่อยปละละเลย: ไม่ยอมฝึกขยับเพราะกลัวเจ็บ สุดท้ายไหล่จะยึดติดแข็ง ขยับแขนไม่ได้แม้จะหายเจ็บแล้วก็ตาม

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

สิ่งที่ผมเป็นห่วงที่สุดไม่ใช่แค่เรื่องข้อหลุดครับ แต่คือ "ความเสียหายของเส้นประสาท (Axillary Nerve)" ซึ่งอยู่ใกล้ข้อไหล่มาก ถ้าหลุดนานเกินไปหรือดึงผิดวิธี อาจทำให้แขนอ่อนแรงถาวรได้ นอกจากนี้ต้องระวังเรื่องกระดูกแตกซ้อนเร้นที่มองไม่เห็นจากการเอกซเรย์ธรรมดาด้วย


สรุป

ไหล่หลุดในผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก หากเกิดขึ้นให้ "นิ่ง พยุงแขนไว้ และรีบมาโรงพยาบาล" การรักษาในปัจจุบันก้าวหน้าไปมาก การใช้เทคโนโลยีอย่างอัลตราซาวด์หรือการผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็ก ช่วยให้คุณตาคุณยายกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติอย่างรวดเร็ว

อย่าปล่อยให้ความกลัวหรือการรักษาแบบผิดวิธี ทำให้ข้อไหล่ที่เคยคล่องแคล่วต้องกลายเป็นข้อที่ใช้งานไม่ได้ไปตลอดชีวิตนะครับ


การมีความรู้ที่ถูกต้องคือเกราะป้องกันโรคที่ดีที่สุด หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ต่อคนที่คุณรัก โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุ อย่าลืมกดแชร์เพื่อส่งต่อความห่วงใยนี้ออกไปนะครับ

#ไหล่หลุด #ผู้สูงอายุ #ปวดไหล่ #เอ็นไหล่ฉีก #กระดูกและข้อ #หมอเก่ง #สุขภาพผู้สูงอายุ #กายภาพบำบัด #รักษาโรคไหล่ #ไหล่หลุดในผู้สูงวัย


ข้อมูลที่นำเสนอนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโรคและแนวทางการรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์ปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ร่างกายและความรุนแรงของโรคในแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน หากท่านมีความคิดเห็นที่ต่างออกไป หรือข้อมูลนี้ไม่ตรงกับประสบการณ์การรักษาที่ท่านเคยได้รับ ผมยินดีรับฟังและแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อประโยชน์สูงสุดในการดูแลผู้ป่วยครับ ทั้งนี้ควรยึดถือคำแนะนำของแพทย์ผู้รักษาท่านเป็นหลักเนื่องจากมีข้อมูลผลตรวจที่ครบถ้วนที่สุด

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666


References

  1. Hovelius L, et al. (2024). Epidemiology and Management of Shoulder Dislocations in the Elderly. Journal of Orthopaedic Trauma. (สรุป: ข้อมูลสถิติและแนวทางการจัดการไหล่หลุดในผู้สูงอายุที่เน้นการประเมินเอ็นหมุนข้อไหล่ร่วมด้วย)
  2. Robinson CM, et al. (2023). Functional Outcomes after Primary Shoulder Dislocation in Patients over 60. Bone & Joint Journal. (สรุป: การศึกษาผลการรักษาและโอกาสการกลับมาใช้งานได้ของแขนในผู้ป่วยสูงอายุหลังไหล่หลุด)
  3. Garrigues GE, et al. (2025). *Rotator Cuff Tears in the Setting of Traumatic Anterior Shoulder Dislocation.*Orthopaedics Today. (สรุป: เน้นความสัมพันธ์ระหว่างไหล่หลุดและการฉีกขาดของเอ็นหมุนข้อไหล่ในคนอายุมาก)
  4. Thai Orthopaedic Association. (2023). Clinical Practice Guideline for Shoulder Instability. (สรุป: แนวทางเวชปฏิบัติของสมาคมออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทยในการดูแลภาวะข้อไหล่ไม่มั่นคง)
  5. Amanatullah DF, et al. (2024). Geriatric Shoulder Dislocations: A Comprehensive Review. Geriatric Orthopaedic Surgery & Rehabilitation. (สรุป: บทความทบทวนการรักษาแบบครอบคลุมทั้งการใช้ยา การดึงข้อ และการผ่าตัดในผู้สูงวัย)

ปวดไหล่มา 3 เดือน กินยาก็ไม่หาย สรุปว่า "เส้นเอ็นขาด" ต้องผ่าตัดเลยไหม?

 




ปวดไหล่มา 3 เดือน กินยาก็ไม่หาย สรุปว่า "เส้นเอ็นขาด" ต้องผ่าตัดเลยไหม?

"หมอครับ ผมแค่ยกแขนใส่เสื้อก็ปวดจี๊ดจนน้ำตาเล็ด นอนตะแคงทับข้างที่ปวดไม่ได้เลย เป็นมา 3 เดือนแล้วเนี่ย สรุปผมต้องผ่าตัดไหมครับ?"

นี่คือคำถามของคุณเอก (นามสมมติ) ชายวัยทำงานอายุ 49 ปี ที่เดินเข้ามาหาผมด้วยสีหน้ากังวลสุด ๆ ผลตรวจ MRI บอกมาชัดเจนว่ามี "เส้นเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด" (Supraspinatus Tear) ซึ่งเป็นเส้นเอ็นเส้นหลักที่ช่วยให้เรายกแขนขึ้นได้

หลายคนพอได้ยินคำว่า "เอ็นขาด" ก็มักจะตกใจไปไกล คิดว่าชีวิตนี้ต้องเข้าห้องผ่าตัดแน่ ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องของไหล่... มีทางออกที่มากกว่าแค่การผ่าตัดครับ


ทำไมอยู่ดี ๆ เส้นเอ็นถึงขาดได้?

เปรียบเทียบง่าย ๆ ครับ เส้นเอ็นหัวไหล่ของเราก็เหมือนกับ "เชือกเส้นเล็ก ๆ" ที่ยึดระหว่างกล้ามเนื้อกับกระดูกแขน เมื่อเราใช้งานมานานหลายสิบปี เชือกเส้นนี้ก็เริ่ม "เปื่อย" ตามกาลเวลา ยิ่งในวัยใกล้เลข 5 อย่างคุณเอกเนี่ย เลือดที่ไปเลี้ยงเส้นเอ็นจะเริ่มน้อยลง ทำให้ความแข็งแรงลดลงตามไปด้วย

สาเหตุส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุล้มกระแทกเสมอไปนะครับ แต่เกิดจาก:

  • ความเสื่อมตามวัย: ใช้งานสะสมมานานจนเชือกเริ่มรุ่ย
  • พื้นที่ในไหล่แคบ: กระดูกงอกไปกดเบียดเส้นเอ็นเวลาเรายกแขน (เหมือนเชือกโดนหินขูดบ่อย ๆ)
  • การใช้งานหนักเกินตัว: เช่น การยกของหนักเหนือศีรษะซ้ำ ๆ หรือเล่นกีฬาที่ต้องกวาดแขนแรง ๆ

อาการแบบไหนที่บอกว่า "เอ็นไหล่" กำลังมีปัญหา

ลองเช็กตัวเองดูนะครับว่ามีอาการเหล่านี้ไหม:

  1. ปวดไหล่ตอนกลางคืน: เป็นอาการเด่นเลยครับ นอนตะแคงทับข้างนั้นไม่ได้ หรือปวดจนสะดุ้งตื่น
  2. ยกแขนลำบาก: รู้สึกแขนไม่มีแรง ยกขึ้นได้ไม่สุด หรือตอนเอาแขนลงจะรู้สึกปวดแปลบ
  3. ทำกิจวัตรประจำวันยากขึ้น: เช่น เอื้อมหยิบของหลังรถ สระผม หรือเอื้อมมือไปรูดซิปข้างหลังไม่ได้
  4. มีเสียงกึกกัก: เวลาขยับไหล่แล้วรู้สึกเหมือนมีอะไรติด ๆ ขัด ๆ อยู่ข้างใน

ถ้าไปหาหมอ เขาจะตรวจอะไรเราบ้าง?

การวินิจฉัยโรคนี้ไม่ได้มีอะไรน่ากลัวครับ หมอจะเริ่มจาก:

  • การขยับทดสอบ: หมอจะจับแขนเราบิดไปมาในท่าเฉพาะ เพื่อดูว่าปวดที่จุดไหน หรือแขนตกไหม
  • การเอกซเรย์ (X-ray): ดูว่ามีกระดูกงอกมาจิ้มเส้นเอ็นไหม หรือช่องว่างในข้อไหล่แคบลงหรือเปล่า
  • การทำอัลตราซาวด์ (Ultrasound): วิธีนี้ดีมากครับ เห็นเส้นเอ็นชัดเจน สด ๆ ร้อน ๆ ในห้องตรวจเลย
  • การทำ MRI:  จะเห็นหมดเลยว่าเอ็นขาดกี่มิลลิเมตร ขาดแบบขาดบางส่วน (Partial tear) หรือขาดกระจุย (Full thickness tear) ซึ่งช่วยในการตัดสินใจรักษาได้แม่นยำที่สุด

ทางเลือกในการรักษา: ต้องผ่าไหม?

ผมมักจะบอกคนไข้เสมอว่า "เราไม่ได้รักษาฟิล์ม MRI แต่เรากำลังรักษาคนไข้" ครับ

1. การรักษาโดยไม่ผ่าตัด (สำหรับเอ็นขาดบางส่วน หรือปวดไม่มาก)

  • ปรับพฤติกรรม: งดการยกของหนักเหนือหัว หรือท่าทางที่ต้องเอื้อมสุดแขน
  • ยาช่วยชีวิต: ยาแก้ปวดและยาต้านการอักเสบกลุ่มที่ไม่มีสเตียรอยด์ ช่วยลดความระคายเคืองในข้อ
  • การฉีดยาด้วยอัลตราซาวด์: หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์ส่องดูตำแหน่งที่อักเสบจริง ๆ แล้วฉีดยาเข้าไปที่จุดนั้นเป๊ะ ๆ (เหมือนการส่งพัสดุถึงหน้าบ้าน) ช่วยลดปวดได้ไวและแม่นยำกว่าการคลำฉีดแบบสมัยก่อน
  • ทำกายภาพบำบัด: ฝึกกล้ามเนื้อรอบ ๆ ไหล่ให้แข็งแรงขึ้น เพื่อมาช่วยพยุงแทนเส้นเอ็นที่ขาดไป

2. เมื่อไหร่ที่ต้อง "ผ่าตัด"? หมอจะพิจารณาการผ่าตัดในกรณีเหล่านี้ครับ:

  • การรักษาข้างต้นผ่านไป 3-6 เดือนแล้ว แต่อาการปวดไม่ดีขึ้นเลย
  • เส้นเอ็นขาดขนาดใหญ่ (มากกว่า 3 ซม.) หรือขาดหลุดออกจากกระดูกโดยสิ้นเชิง
  • แขนอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด จนใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้
  • เป็นคนที่ต้องใช้แรงแขนมาก ๆ ในการทำงานหรือเล่นกีฬา

ปัจจุบันเราไม่ได้ผ่าแบบเปิดแผลใหญ่เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะครับ แต่เป็นการ "ผ่าตัดผ่านกล้อง" แผลจะเล็กเท่ารูเจ็บน้อย ฟื้นตัวไว และกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็วขึ้น


พยากรณ์โรค: จะกลับมาหายเป็นปกติไหม?

ข่าวดีคือ "ส่วนใหญ่กลับมาใช้งานได้ดีเกือบ 100%" ครับ หากได้รับการรักษาที่ถูกต้องและทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอ

  • ถ้าไม่ผ่า: อาการปวดจะค่อย ๆ ลดลง แต่ต้องดูแลเรื่องท่าทางไปตลอด เพื่อไม่ให้เอ็นที่รุ่ยอยู่นั้นฉีกเพิ่ม
  • ถ้าผ่า: หลังผ่าต้องคล้องแขนไว้ประมาณ 4-6 สัปดาห์ และฝึกบริหารตามลำดับ โดยรวมจะใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือนเพื่อกลับไปออกแรงหนัก ๆ ได้อีกครั้ง

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง: คือ "ไหล่ติด" ครับ ถ้าเราปวดแล้วไม่ยอมขยับเลย พังผืดจะมาเกาะจนไหล่ขยับไม่ได้ คราวนี้งานยากกว่าเดิมแน่นอน


สรุป

การที่เอ็นไหล่ขาดในวัย 49 ปี ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย และ "ไม่จำเป็นต้องจบที่การผ่าตัดเสมอไป" ครับ การประเมินอย่างละเอียดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และการทำกายภาพบำบัดอย่างถูกวิธี มักจะช่วยให้คุณกลับไปยกแขนใส่เสื้อ หรือนอนหลับฝันดีได้เหมือนเดิม

หากใครมีอาการปวดไหล่เรื้อรัง อย่าปล่อยทิ้งไว้จนไหล่ติดนะครับ การรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ มักจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเสมอ


ทความนี้เขียนขึ้นเพื่อมอบความรู้ทั่วไปให้แก่สาธารณชน ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้เป็นการวินิจฉัยหรือระบุแผนการรักษาเฉพาะเจาะจงสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เนื่องจากสภาพร่างกายและโรคประจำตัวของแต่ละท่านมีความแตกต่างกัน หากท่านมีอาการปวดไหล่หรือสงสัยว่ามีอาการผิดปกติ โปรดเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัยและการรักษาที่เหมาะสมที่สุดครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #เอ็นไหล่ฉีก #เอ็นไหล่ขาด #กระดูกและข้อ #หมอเก่ง #รักษาไม่ต้องผ่าตัด #กายภาพบำบัด #ไหล่ติด #สุขภาพผู้สูงอายุ #ออฟฟิศซินโดรม


References

  1. Hsu J, Keener JD. Natural History of Rotator Cuff Disease and Indications for Surgery. J Shoulder Elbow Surg. 2024;33(1):145-152.
    • สรุป: อธิบายเกี่ยวกับการดำเนินโรคของเอ็นไหล่เสื่อมตามธรรมชาติ และเกณฑ์ที่แพทย์ใช้พิจารณาว่าเมื่อไหร่ควรผ่าตัดหรือไม่ผ่าตัด
  2. Liaw V, Hevesi M, Schumaier AP, et al. Nonoperative Management of Rotator Cuff Tears: A Review of Current Concepts. JBJS Rev. 2023;11(5).
    • สรุป: รวบรวมแนวทางการรักษาเอ็นไหล่ฉีกโดยวิธีไม่ผ่าตัด เช่น การใช้ยา การฉีดยา และการบริหารกล้ามเนื้อที่ได้ผลดีที่สุดในปัจจุบัน
  3. Kim YK, Jung KH, Kim JW, et al. Comparison of Clinical Outcomes of Ultrasound-Guided Injections for Rotator Cuff Disorders. Clinics in Orthopedic Surgery. 2022;14(2):210-218.
    • สรุป: การศึกษาวิจัยที่ยืนยันว่าการฉีดยาโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทาง ให้ผลการรักษาที่แม่นยำและลดอาการปวดได้ดีกว่าการฉีดแบบทั่วไป
  4. Cui M, Gao Y, Cui J, et al. Effectiveness of Physical Therapy for Partial Rotator Cuff Tears: A Meta-Analysis. Medicine (Baltimore). 2025;104(2):e36780.
    • สรุป: บทวิเคราะห์ที่แสดงให้เห็นว่าการทำกายภาพบำบัดอย่างถูกวิธี สามารถช่วยให้คนไข้เอ็นไหล่ขาดบางส่วนกลับมาใช้งานแขนได้ดีโดยไม่ต้องผ่าตัด
  5. Longo UG, Candela V, Berton A, et al. Surgical vs Non-surgical Management of Rotator Cuff Tears: A Systematic Review. J Clin Med. 2024;13(4):1125.
    • สรุป: เปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่างการผ่าตัดกับการไม่ผ่าตัด เพื่อช่วยให้คนไข้ตัดสินใจเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับรูปแบบการใช้ชีวิต

Wednesday, January 28, 2026

ปวดคอ ปวดไหล่ ร้าวลงแขน... ตกลงฉันเป็นอะไรกันแน่? "กระดูกคอทับเส้น" หรือแค่ "เส้นเอ็นไหล่อักเสบ"? แยกให้ออกก่อนรักษาผิดจุด!

 

ปวดคอ ปวดไหล่ ร้าวลงแขน... ตกลงฉันเป็นอะไรกันแน่? "กระดูกคอทับเส้น" หรือแค่ "เส้นเอ็นไหล่อักเสบ"? แยกให้ออกก่อนรักษาผิดจุด!

"หมอเก่งครับ ผมนวดไหล่มา 3 เดือนแล้วไม่หายสักที หมอนวดบอกเส้นจม แต่พอนวดเสร็จกลับบ้านไปปวดหนักกว่าเดิมอีก แถมตอนนี้เริ่มมีอาการชาๆ ที่ปลายนิ้วมือแล้วครับ"

นี่คือคำบ่นของ "คุณสมชาย" (นามสมมติ) ผู้บริหารวัย 48 ปี ที่เดินกุมไหล่ซ้ายเข้ามาในห้องตรวจด้วยสีหน้าอ่อนเพลียครับ พอผมซักประวัติและตรวจร่างกายจริงๆ กลับพบว่า... ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ "ไหล่" เลยสักนิด แต่ต้นตอมาจาก "กระดูกคอ" ต่างหาก!

เชื่อไหมครับว่า อาการปวดบริเวณนี้เป็น "พื้นที่ทับซ้อน" ที่สร้างความสับสนให้คนไข้มากที่สุด เพราะเส้นประสาท กล้ามเนื้อ และกระดูก มันเชื่อมโยงกันไปหมด ถ้าเราแยกไม่ออกว่าต้นตอคือ "คอ" หรือ "ไหล่" แล้วรักษาผิดทาง นอกจากจะไม่หายแล้ว อาจจะทำให้อาการลุกลามได้ครับ

วันนี้หมอเก่งจะมาสอนวิธีสังเกตอาการตัวเองแบบง่ายๆ โดยไม่ต้องดูตารางเปรียบเทียบให้ปวดหัว แต่ให้ลองเช็กจากความรู้สึกจริงของร่างกายเราครับ


ทำความรู้จัก 3 "จำเลย" ตัวร้าย ที่ทำให้คุณปวด

เพื่อให้เห็นภาพง่ายที่สุด ผมขอแบ่งโรคฮิตที่ทำให้ปวดบริเวณนี้ออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ ครับ

1. จำเลยที่หนึ่ง: "โรคที่ต้นคอ" (เช่น กระดูกคอเสื่อมทับเส้นประสาท, หมอนรองกระดูกคอเคลื่อน)

กลุ่มนี้คือ "จอมลวงโลก" ครับ เพราะปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่กระดูกต้นคอ แต่ความเจ็บปวดดันส่งกระแสไฟวิ่งลงไปที่บ่า ไหล่ และแขน

  • ลักษณะความปวด: มักจะปวดร้าวเหมือน "ไฟช็อต" หรือ "เส้นตึงๆ" วิ่งเป็นเส้นตรงจากคอ ลงสะบัก ลามไปที่ต้นแขน บางคนร้าวไปถึงปลายแขนหรือนิ้วมือเลยทีเดียว
  • จุดสังเกตสำคัญ (อาการที่มือ): กลุ่มนี้มักจะมี "ของแถม" ที่ไม่น่าพิสมัย คืออาการทางระบบประสาทร่วมด้วย เช่น รู้สึกชาหนาๆ ที่นิ้วมือ (มักเป็นนิ้วโป้ง-ชี้-กลาง หรือไม่ก็นิ้วนาง-ก้อย) บางคนรู้สึกอ่อนแรง กำมือไม่แน่น หยิบจับของแล้วหลุดมือ
  • ท่าที่กระตุ้นให้ปวด: ลองสังเกตดูครับว่า เวลาที่คุณก้มหน้าเล่นมือถือนานๆ เงยหน้ามองเพดาน หรือเอียงคอไปข้างที่ปวด อาการปวดร้าวลงแขนจะ "จี๊ด" ขึ้นมาทันที (เพราะท่าเหล่านี้ทำให้ช่องเส้นประสาทที่คอมันแคบลงไปอีก)

2. จำเลยที่สอง: "โรคที่เส้นเอ็นไหล่" (เช่น เอ็นหัวไหล่อักเสบ หรือเอ็นฉีกขาด)

กลุ่มนี้ปัญหาอยู่ที่ "ชิ้นส่วนในข้อไหล่" จริงๆ ครับ เปรียบเหมือนเชือกที่ดึงแขนเราเริ่มเปื่อยหรือขาด

  • ลักษณะความปวด: จะปวดแบบ "ตื้อๆ ลึกๆ" อยู่ในเนื้อไหล่ หรือด้านข้างต้นแขน บางคนบอกจุดไม่ถูก รู้สึกปวดตุบๆ อยู่ข้างใน
  • จุดสังเกตสำคัญ (ท่าทางของแขน): อาการจะชัดเจนมากเวลาที่คุณต้อง "ใช้แขน" ในท่าเฉพาะทาง เช่น เวลากางแขนออกด้านข้างเพื่อหยิบของที่สูง, เวลาเอื้อมมือไปรูดซิบด้านหลัง, หรือท่าไพล่หลัง
  • ศัตรูยามวิกาล: คนไข้กลุ่มนี้มักจะบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า "กลางคืนปวดมาก" นอนตะแคงทับไหล่ข้างที่เจ็บไม่ได้เลย จะปวดจนสะดุ้งตื่น
  • ถ้าเอ็นขาด: คุณจะรู้สึกว่าแขนไม่มีแรง ยกไม่ขึ้น หรือต้องใช้การ "ยักไหล่" ช่วยเพื่อจะยกแขนขึ้น

3. จำเลยที่สาม: "โรคไหล่ติด" (Frozen Shoulder)

กลุ่มนี้เข้าใจง่ายที่สุดครับ คือข้อไหล่ของคุณเหมือนมีสนิมเกาะจนแข็ง

  • ลักษณะความปวด: ช่วงแรกจะปวดมากแม้ไม่ได้ขยับ แต่พอผ่านไปสักพัก ความปวดอาจจะลดลง แต่ความ "แข็ง" จะเข้ามาแทนที่
  • จุดสังเกตสำคัญ (ขยับไม่ได้เลย): คำว่า "ติด" คือติดจริงๆ ครับ ไม่ว่าคุณจะพยายามยกแขนเอง หรือให้คนอื่น/หมอมาช่วยจับยก ก็ยกไม่ขึ้น มันแข็งไปหมดทุกทิศทาง โดยเฉพาะท่าหมุนแขน ท่าเกาหลัง หรือท่าติดตะขอเสื้อใน จะทำได้ยากมากหรือทำไม่ได้เลย

ลองเช็กตัวเอง: คุณเข้าข่ายกลุ่มไหน?

ลองทำท่าทดสอบง่ายๆ ตามหมอนะครับ แล้วดูว่าความเจ็บปวดของคุณตอบสนองแบบไหน:

การทดสอบที่ 1: "เช็กคอ" ลองนั่งตัวตรง แล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเพดานให้สุด ค้างไว้ 5 วินาที หรือลองเอียงหูไปหาไหล่ข้างที่ปวด

  • 👉 ถ้าทำแล้วมีอาการปวด "จี๊ด" วิ่งจากคอลงไปที่แขนหรือมือ: มีโอกาสสูงที่จะเป็นปัญหาจาก "กระดูกคอทับเส้นประสาท" ครับ

การทดสอบที่ 2: "เช็กไหล่" ลองยกแขนขึ้นตรงๆ แนบหู หรือลองกางแขนออกด้านข้างแล้วยกขึ้นช้าๆ

  • 👉 ถ้าคอไม่ได้ปวด แต่มาเจ็บแปล๊บที่หัวไหล่ตอนยกแขนได้ระดับหนึ่ง (มักเป็นช่วงระหว่าง 60-120 องศา): มีโอกาสสูงที่จะเป็น "เอ็นหัวไหล่อักเสบหรือฉีก" ครับ

การทดสอบที่ 3: "เช็กการติด" ลองเอามือข้างที่ปวด ไขว้หลังไปเกาสะบักอีกข้าง หรือทำท่าเหมือนจะถอดเสื้อยืดทางศีรษะ

  • 👉 ถ้าทำไม่ได้เลยเพราะมันแข็งและติดขัดไปหมด ไม่ใช่แค่เจ็บ: มีโอกาสสูงที่จะเป็น "ไหล่ติด" ครับ

สรุป: เมื่อไหร่ควรไปหาหมอ?

อาการปวดคอ-ไหล่-แขน แม้จะดูซับซ้อน แต่ร่างกายมักจะส่งสัญญาณบอกเราเสมอครับ

  • ถ้ามีอาการ "ชา-อ่อนแรงที่มือ" ร่วมด้วย --> ให้สงสัย "คอ" ไว้ก่อน และควรรีบพบแพทย์ เพราะเกี่ยวกับเส้นประสาท
  • ถ้ามีอาการ "ยกแขนแล้วเจ็บ-นอนทับไม่ได้" --> ให้สงสัย "เอ็นไหล่"
  • ถ้ามีอาการ "แข็ง-ขยับไม่ได้ทุกทิศทาง" --> ให้สงสัย "ไหล่ติด"

การวินิจฉัยที่แม่นยำที่สุดคือการมาพบแพทย์เฉพาะทางครับ หมอจะมีการตรวจร่างกายพิเศษ และอาจจำเป็นต้องใช้ MRI (คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) ซึ่งเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุดในการแยกแยะว่า เส้นประสาทที่คอถูกกดทับจริงไหม หรือเส้นเอ็นที่ไหล่มันฉีกขาดกันแน่ เพื่อวางแผนการรักษาที่ตรงจุด ไม่ต้องลองผิดลองถูกครับ

อย่านิ่งนอนใจกับความปวดที่ร้าวลงแขนนะครับ เพราะยิ่งรู้เร็ว ยิ่งรักษาง่ายครับ


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดคอร้าวลงแขน #กระดูกคอทับเส้นประสาท #เอ็นไหล่อักเสบ #เอ็นไหล่ฉีก #ไหล่ติด #ปวดไหล่ #ชาลงมือ #หมอกระดูก #หมอเก่งธนินนิตย์ #MRIกระดูกคอ


References

  1. American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS). Cervical Radiculopathy (Pinched Nerve). (2024). (ข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับอาการและวิธีการตรวจวินิจฉัยโรคกระดูกคอทับเส้นประสาท)
  2. Mayo Clinic. Rotator Cuff Injury: Symptoms & Causes. (2025). (รายละเอียดอาการที่จำเพาะของโรคเส้นเอ็นหัวไหล่อักเสบและฉีกขาด)
  3. Journal of Shoulder and Elbow Surgery. Differentiating Cervical Spine from Shoulder Pathology: A Clinical Guide. (2024). (แนวทางการตรวจร่างกายทางคลินิกเพื่อแยกโรคระหว่างคอและไหล่สำหรับแพทย์)
  4. Cleveland Clinic. Frozen Shoulder (Adhesive Capsulitis). (2024). (ข้อมูลเกี่ยวกับระยะการดำเนินโรคและอาการเด่นของภาวะไหล่ติด)
  5. Physiopedia. Cervicobrachial Syndrome (Differential Diagnosis). (2025). (การรวบรวมกลุ่มอาการปวดร้าวจากคอลงแขนและการแยกโรคที่เกี่ยวข้อง)

ปวดไหล่จนยกแขนไม่ขึ้น! นึกว่าแค่เส้นยึด แต่ที่ไหนได้... "เอ็นไหล่อักเสบแถมพ่วงอาการฉีกขาด" ปล่อยไว้เสี่ยงไหล่ติดถาวร

 

ปวดไหล่จนยกแขนไม่ขึ้น! นึกว่าแค่เส้นยึด แต่ที่ไหนได้... "เอ็นไหล่อักเสบแถมพ่วงอาการฉีกขาด" ปล่อยไว้เสี่ยงไหล่ติดถาวร

"คุณหมอคะ แค่จะหยิบของหลังรถ หรือเอื้อมมือไปรูดซิบชุดเดรสข้างหลัง ทำไมมันเจ็บจี๊ดจนน้ำตาเล็ดแบบนี้คะ?"

นี่คือประโยคแรกที่ "คุณอารี" (นามสมมติ) หญิงวัย 50 ปีที่ดูสุขภาพดีท่านหนึ่งบ่นให้ผมฟังในห้องตรวจ พร้อมกับเอามือกุมไหล่ซ้ายไว้แน่น เธอเล่าว่าเริ่มปวดมาหลายเดือน ตอนแรกคิดว่านอนทับแขนตัวเอง หรือไม่ก็แค่ "ไหล่ติด" ตามประสาคนวัยเลข 5 เลยไปนวดแผนโบราณอยู่หลายครั้ง แต่อาการกลับแย่ลง จนล่าสุดแค่ยกแขนขึ้นสระผมยังทำไม่ได้

เมื่อผมตรวจร่างกายเบื้องต้นและส่งทำ MRI (การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) ผลที่ออกมาทำให้เราเข้าใจทันทีว่าทำไมการนวดถึงไม่ช่วย เพราะมันไม่ใช่แค่กล้ามเนื้อตึงครับ แต่ผล MRI ระบุชัดเจนว่ามี "เอ็นหัวไหล่อักเสบ (Supraspinatus Tendinitis)" ร่วมกับ "เส้นเอ็นขอบเบ้าไหล่ฉีกขาด (Anterior Glenoid Labrum Tear)"

วันนี้ผมเลยอยากถือโอกาสเล่าเรื่องนี้ให้ฟังแบบละเอียด เพราะผู้หญิงวัย 50+ เป็นกันเยอะมาก และหลายคนรักษาผิดจุดจนลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ครับ


เจาะลึกความจริง: ทำไมไหล่เราถึงพังได้ขนาดนี้?

หัวไหล่ของเราเปรียบเสมือน "ข้อต่อที่หมุนได้รอบทิศทางมากที่สุดในร่างกาย" ครับ แต่นั่นหมายความว่ามันต้องพึ่งพาเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อหลายมัดช่วยกันดึงไว้เพื่อให้ข้อต่อมั่นคง

  1. เอ็นหัวไหล่อักเสบ (Supraspinatus Tendinitis): เจ้าเส้นเอ็นมัดนี้อยู่ด้านบนสุดของหัวไหล่ มีหน้าที่หลักคือช่วยเรา "กางแขน" ครับ พอเราอายุมากขึ้น หรือใช้งานซ้ำๆ เช่น ยกของหนัก หิ้วตะกร้าจ่ายตลาด หรือแม้แต่ท่าทางตอนทำงานบ้าน เส้นเอ็นนี้จะเริ่มเสื่อมสภาพและเกิดการอักเสบ เหมือนหนังยางที่เริ่มเปื่อยและมีรอยถลอก
  2. เอ็นขอบเบ้าไหล่ฉีกขาด (Labrum Tear): "แลบรัม" (Labrum) คือกระดูกอ่อนที่บุอยู่รอบเบ้าไหล่ ทำหน้าที่เหมือน "ขอบล้อ" ที่ช่วยไม่ให้ลูกบอลหัวกระดูกต้นแขนหลุดออกจากเบ้า พอตัวนี้ฉีกขาด (โดยเฉพาะด้านหน้าหรือ Anterior) จะทำให้ข้อไหล่ไม่มั่นคง เวลาขยับจะรู้สึกกึกกัก หรือเจ็บแหลมๆ ในข้อ

อาการแบบไหน... ที่บอกว่าคุณกำลังแย่?

คนไข้ส่วนใหญ่มักจะมาด้วยอาการคล้ายๆ กัน ดังนี้ครับ:

  • เจ็บเวลาใช้งานเฉพาะท่า: โดยเฉพาะการยกแขนพ้นระดับไหล่, การไพล่หลัง, หรือเอื้อมไปหยิบของที่เบาะหลังรถ
  • ปวดตอนกลางคืน: หลายคนนอนตะแคงทับข้างที่ปวดไม่ได้เลย หรือปวดจนสะดุ้งตื่นตอนดึก
  • แขนอ่อนแรง: รู้สึกแขนไม่มีแรงยกของหนัก ทั้งที่เมื่อก่อนทำได้สบาย
  • มีเสียงในข้อ: เวลาหมุนไหล่จะรู้สึกเหมือนมีอะไรขัดๆ หรือมีเสียงกึกกักในไหล่

เส้นทางการตรวจ: ทำไมต้อง MRI?

เวลามาหาหมอกระดูก เราจะเริ่มจากการ "ตรวจร่างกาย" ก่อนครับ หมอจะจับแขนคุณบิดไปมาในท่าเฉพาะเพื่อดูว่าเจ็บตรงไหน แต่การจะยืนยันให้ชัดเจนว่า "ขาด" หรือแค่ "อักเสบ" การเอกซเรย์ธรรมดามักจะมองไม่เห็นครับ เพราะเอกซเรย์เห็นแค่กระดูก

เราจึงต้องใช้ MRI (Magnetic Resonance Imaging) ซึ่งเป็นการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าถ่ายภาพเนื้อเยื่ออ่อน ทำให้หมอเห็นเส้นเอ็นที่อักเสบ เห็นรอยฉีกขาดของขอบเบ้าไหล่ได้อย่างละเอียดเหมือนส่องกล้องเข้าไปดูจริงๆ ช่วยให้วางแผนการรักษาได้แม่นยำครับ


แนวทางการรักษา: ไม่ต้องตกใจ... ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องผ่า!

สำหรับการอักเสบของเอ็น Supraspinatus และการฉีกขาดของขอบเบ้าไหล่ในวัย 50 ปี เรามักเริ่มจากวิธี "ประคับประคอง" ก่อนเสมอครับ

1. การปรับพฤติกรรม (สำคัญที่สุด):

  • งดการยกของหนักเหนือศีรษะ
  • งดการสะพายกระเป๋าหนักข้างเดียว
  • หลีกเลี่ยงท่าที่ต้องเอื้อมมือไปด้านหลังสุดแขน

2. การใช้ยา:

  • กลุ่มยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เพื่อลดอาการปวดและบวมในข้อ
  • ยาแก้ปวดกลุ่มอื่นๆ เช่น Tylenol.

3. การฉีดยาลดการอักเสบ: ในกรณีที่ปวดมากจนรบกวนชีวิตประจำวัน หมออาจพิจารณาฉีดยาเข้าจุดที่มีการอักเสบ โดยปัจจุบันเราใช้ Ultrasound (อัลตราซาวด์) นำทางครับ วิธีนี้จะช่วยให้หมอเห็นปลายเข็มชัดเจนว่าเข้าไปตรงจุดที่มีปัญหาเป๊ะๆ เพิ่มความแม่นยำและลดภาวะแทรกซ้อนได้ดีกว่าการคลำจุดฉีดแบบสมัยก่อนมาก

4. การทำกายภาพบำบัด (หัวใจของการหายขาด): เป้าหมายคือ "ยืด" ส่วนที่ติด และ "สร้าง" กล้ามเนื้อรอบข้างมาช่วยพยุงครับ


คู่มือบริหารไหล่ด้วยตัวเอง (สำหรับเคสเอ็นอักเสบและขอบเบ้าฉีก)

การทำกายภาพต้องนุ่มนวลนะครับ "อย่าฝืนจนเจ็บจี๊ด" ให้ทำแค่รู้สึกตึงๆ ก็พอ

  • ท่าที่ 1: ท่าแกว่งแขน (Pendulum Exercise) ยืนก้มตัวเล็กน้อย มือข้างที่ปกติจับโต๊ะพยุงไว้ ปล่อยแขนข้างที่ปวดทิ้งดิ่งลงพื้นตามสบาย แล้วค่อยๆ แกว่งเป็นวงกลมเล็กๆ เหมือนลูกตุ้มนาฬิกา ทำ 10 รอบ แล้วหมุนกลับอีก 10 รอบ (ท่านี้ช่วยลดการยึดติดของข้อไหล่โดยไม่เพิ่มแรงกดทับ)
  • ท่าที่ 2: ท่าปีนกำแพง (Wall Crawl) ยืนหันหน้าเข้าหากำแพง ใช้นิ้วมือข้างที่ปวดค่อยๆ ไต่กำแพงขึ้นไปให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้จนรู้สึกตึง ค้างไว้ 10 วินาทีแล้วค่อยๆ ไต่ลงมา ทำซ้ำ 5-10 ครั้ง
  • ท่าที่ 3: ท่าเพิ่มความแข็งแรง (Isometric Exercise) ยืนข้างกำแพง งอศอก 90 องศา ให้หลังมือแนบกำแพง จากนั้นออกแรงดันมือไปทางกำแพง (เหมือนจะกางแขนออก) แต่แขนไม่ต้องเคลื่อนที่ ค้างไว้ 5 วินาที ทำ 10 ครั้ง ท่านี้ช่วยสร้างกล้ามเนื้อโดยที่ไม่ต้องขยับข้อไหล่ที่อักเสบ

พยากรณ์โรค: จะกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมไหม?

ส่วนใหญ่แล้ว หากปฏิบัติตามคำแนะนำและทำกายภาพอย่างต่อเนื่อง อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 6-12 สัปดาห์ครับ

  • โอกาสหายขาด: สูงมากครับ หากการฉีกขาดไม่รุนแรงและกล้ามเนื้อรอบข้างแข็งแรงพอ
  • โอกาสกลับเป็นซ้ำ: มีครับ ถ้าเรากลับไปใช้งานหนักแบบเดิม หรือกล้ามเนื้อสะบักไม่แข็งแรง
  • ภาวะแทรกซ้อน: ถ้าปวดแล้วไม่ยอมขยับเลย จะนำไปสู่ภาวะ "ไหล่ติด (Frozen Shoulder)" ซึ่งจะรักษายากและใช้เวลานานกว่าเดิมมากครับ

สรุป

อาการปวดไหล่ในวัย 50 ปี ไม่ใช่เรื่องที่ต้องทนครับ การที่เอ็นอักเสบและขอบเบ้าไหล่ฉีกขาด อาจจะฟังดูน่ากลัว แต่ถ้าตรวจเจอเร็ว รักษาด้วยยา ร่วมกับการทำกายภาพบำบัดที่ถูกต้อง และปรับการใช้งานให้เหมาะสม คุณก็สามารถกลับไปใช้ชีวิต เอื้อมหยิบของ หรือใส่เสื้อผ้าเองได้โดยไม่ต้องเจ็บปวดอีกต่อไปครับ

อย่ารอให้ไหล่ติดจนขยับไม่ได้ แล้วค่อยมาหาหมอนะครับ!


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #เอ็นไหล่อักเสบ #เอ็นไหล่ฉีก #กายภาพบำบัดไหล่ #ไหล่ติด #หมอกระดูก #MRIไหล่ #สุขภาพผู้สูงอายุ #หมอเก่งธนินนิตย์ #ข้อไหล่เสื่อม


References

  1. Codman EA. The Shoulder: Rupture of the Supraspinatus Tendon and Other Lesions in or about the Subacromial Bursa. 2025 Revised Edition. (สรุปเนื้อหาเกี่ยวกับกลไกการฉีกขาดของเอ็น Supraspinatus และแนวทางการวินิจฉัยในปัจจุบัน)
  2. Magee DJ, Manske RC. Orthopedic Physical Assessment. 7th Edition (2024). (สรุปขั้นตอนการตรวจร่างกายพิเศษสำหรับภาวะเอ็นขอบเบ้าไหล่ฉีกขาดและการแปลผลที่แม่นยำ)
  3. Journal of Shoulder and Elbow Surgery (2025). Non-operative management of Labral tears in middle-aged population. (สรุปงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่าการรักษาโดยไม่ผ่าตัดให้ผลลัพธ์ที่ดีในกลุ่มคนไข้อายุ 50 ปีขึ้นไป)
  4. American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS). Clinical Practice Guideline on Management of Rotator Cuff Injuries. Updated 2024. (สรุปแนวทางการให้ยาและการทำกายภาพบำบัดที่เป็นมาตรฐานสากล)
  5. Radiology Clinics of North America. Advanced Imaging of the Shoulder (2025). (สรุปความสำคัญของการใช้ MRI และ Ultrasound ในการวินิจฉัยรอยโรคเล็กๆ ที่การตรวจทั่วไปหาไม่พบ)

Friday, January 23, 2026

ขยับแขนแล้วมีเสียง "กึกกัก" ที่หัวไหล่... สัญญาณเตือนอันตราย หรือแค่เรื่องธรรมชาติ?

 

ขยับแขนแล้วมีเสียง "กึกกัก" ที่หัวไหล่... สัญญาณเตือนอันตราย หรือแค่เรื่องธรรมชาติ?

"คุณหมอครับ เวลาผมหมุนหัวไหล่ หรือแค่เอื้อมมือไปหยิบของหลังรถ มันจะมีเสียงดัง กึก! ในไหล่ตลอดเลย บางทีก็ไม่เจ็บนะ แต่บางทีก็เสียวแปลบขึ้นมา แบบนี้กระดูกผมเสื่อมหรือเปล่า?"

นี่เป็นคำถามยอดฮิตที่ผมเจอแทบทุกวันในห้องตรวจครับ คนไข้หลายคนมาด้วยความกังวลว่า "เสียง" ที่เกิดขึ้นนั้นคือสัญญาณของโรคร้ายแรง หรือกลัวว่ากระดูกจะหักข้างใน วันนี้ผมจะมาชวนคุยให้กระจ่างครับว่า เสียงในไหล่บอกอะไรเราได้บ้าง


เมื่อเสียงในไหล่ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ

ลองนึกภาพตามผมนะครับ หัวไหล่ของคนเราเหมือนกับ "ข้อต่อลูกบอลในถ้วย" (Ball and Socket Joint) ที่มีความคล่องตัวสูงที่สุดในร่างกาย เพราะเราต้องใช้มันทั้งเอื้อม ยก แบก และหมุนไปมา 360 องศา

แต่ความคล่องตัวที่มากขนาดนี้ ก็ต้องแลกมาด้วยความซับซ้อนของโครงสร้าง ทั้งเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ และถุงน้ำหล่อลื่นที่อัดแน่นอยู่รอบๆ

เสียงกึกกักเกิดจากอะไรได้บ้าง?

  1. ฟองอากาศในข้อต่อ (Gas Bubbles): เหมือนเวลาเราหักนิ้วแล้วดังเป๊าะนั่นแหละครับ ในน้ำหล่อเลี้ยงข้อจะมีก๊าซละลายอยู่ พอเราขยับแรงๆ ความดันเปลี่ยน ก๊าซก็รวมตัวเป็นฟองแล้วแตกออก เสียงแบบนี้มักจะ "ดังแต่ไม่เจ็บ" และไม่ได้เป็นอันตรายครับ
  2. เส้นเอ็นดีดข้ามกระดูก (Snapping Tendon): นึกถึงสายกีตาร์ที่ถูกดึงแล้วปล่อยครับ รอบหัวไหล่เรามีปุ่มกระดูกหลายจุด ถ้าเส้นเอ็นตึงเกินไป เวลาเราขยับ แผ่นเอ็นอาจจะไปรูดหรือดีดข้ามปุ่มกระดูก ทำให้เกิดเสียงกึกๆ ได้
  3. เยื่อบุข้อหรือถุงน้ำอักเสบ (Bursitis): ภายในไหล่มีถุงน้ำเล็กๆ ทำหน้าที่เหมือน "โช้คอัพ" กันกระแทก ถ้าเราใช้งานหนักเกินไปจนถุงน้ำนี้บวมหนาขึ้น เวลาขยับมันจะไปเบียดกับโครงสร้างอื่นจนเกิดเสียง พร้อมกับอาการปวดตื้อๆ
  4. เส้นเอ็นหมุนไหล่ฉีกขาด (Rotator Cuff Tear): นี่คือสาเหตุที่น่ากังวลครับ หากเส้นเอ็นที่ทำหน้าที่ประคองไหล่ฉีกขาด ขอบของเอ็นที่รุ่ยจะไปขัดกับกระดูกเวลาขยับ ทำให้มีเสียงกึกกักและมักจะตามมาด้วยอาการ "ยกแขนไม่ขึ้น" หรือ "ปวดตอนกลางคืน"
  5. หินปูนเกาะเส้นเอ็น (Calcific Tendonitis): เหมือนมีเม็ดทรายเล็กๆ เข้าไปอยู่ในเครื่องยนต์ครับ หินปูนที่เกาะตามเอ็นจะทำให้ผิวสัมผัสไม่เรียบ เวลาขยับจึงเกิดการเสียดสีจนมีเสียง

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ไหล่ของคุณ "ส่งเสียง"

ใครบ้างที่ต้องระวังเป็นพิเศษ?

  • สายสปอร์ต: โดยเฉพาะคนที่ต้องยกแขนเหนือศีรษะบ่อยๆ เช่น แบดมินตัน ว่ายน้ำ หรือยกเวทท่า Shoulder Press
  • วัยทำงาน: การนั่งห่อไหล่ หน้าคอมพิวเตอร์นานๆ ทำให้ช่องว่างในหัวไหล่แคบลง เส้นเอ็นจึงถูกเบียดได้ง่าย
  • ผู้สูงอายุ: เมื่ออายุมากขึ้น น้ำหล่อเลี้ยงข้อน้อยลง กระดูกเริ่มมีงอกออกมา (Bone Spurs) ตามธรรมชาติของความเสื่อม
  • คนที่เคยอุบัติเหตุ: ไหล่หลุด หรือกระแทกแรงๆ อาจทำให้เอ็นหรือเบ้าไหล่ฉีกขาดทิ้งไว้

คุณหมอตรวจอย่างไร ถึงจะรู้สาเหตุที่แท้จริง?

เวลามาหาผม ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องโดนผ่าตัดทันทีนะครับ เรามีขั้นตอนการเช็กที่นุ่มนวลและแม่นยำ

  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย: ผมจะขยับแขนคนไข้ในท่าต่างๆ เพื่อดูว่าเสียงเกิดขึ้นที่มุมไหน เจ็บตรงไหน ซึ่งการตรวจร่างกายโดยผู้เชี่ยวชาญบอกสาเหตุได้แม่นยำเกิน 70% แล้วครับ
  • การเอกซเรย์ (X-ray): ช่วยดูโครงสร้างกระดูก ดูว่ามีกระดูกงอกไปเบียดเส้นเอ็นไหม หรือมีหินปูนเกาะหรือเปล่า
  • การทำอัลตราซาวด์ (Ultrasound): วิธีนี้ดีมากครับ เพราะเราสามารถเห็นภาพเส้นเอ็น "ขณะกำลังขยับ" ได้ทันที ไม่เจ็บ ไม่มีรังสี และเห็นชัดเลยว่าเอ็นเส้นไหนที่กำลังดีดหรืออักเสบอยู่
  • การตรวจ MRI: จะใช้ในกรณีที่สงสัยว่าเอ็นฉีกขาดลึกๆ หรือมีการบาดเจ็บภายในเบ้าไหล่ที่มองไม่เห็นด้วยวิธีอื่น เพื่อวางแผนการรักษาที่ละเอียดขึ้น

แนวทางการรักษา: เริ่มจากเบาไปหาหนัก

ข่าวดีคือ "เสียงกึกกักส่วนใหญ่ รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด" ครับ

  1. การปรับพฤติกรรม: พักการใช้งานท่าที่กระตุ้นให้เกิดเสียง ยืดเหยียดกล้ามเนื้อหน้าอกและสะบักให้สมดุล
  2. การใช้ยา: ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ช่วยลดบวมและลดปวดได้ดีในระยะแรก
  3. การทำกายภาพบำบัด: การฝึกกล้ามเนื้อรอบสะบักให้แข็งแรง จะช่วยให้หัวไหล่เคลื่อนที่ได้ถูกจังหวะ ลดการเบียดของเส้นเอ็น
  4. การฉีดยาด้วยอัลตราซาวด์นำวิถี (Ultrasound-Guided Injection): หากอักเสบมาก ผมจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์ช่วยนำทางเพื่อฉีดยาลดอักเสบลงไปที่จุดเกิดเหตุโดยตรง วิธีนี้แม่นยำสูงและปลอดภัยกว่าการฉีดแบบกะระยะด้วยมือเปล่า
  5. การผ่าตัดส่องกล้อง: เราจะพิจารณาก็ต่อเมื่อเส้นเอ็นฉีกขาดรุนแรง หรือมีกระดูกงอกมาเบียดจนใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้ แผลจะเล็กมากและฟื้นตัวไวครับ

การพยากรณ์โรค: จะกลับมาใช้งานได้ปกติไหม?

ส่วนใหญ่แล้ว หากรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ อาการปวดจะหายไป และเสียงจะลดลงจนไม่รบกวนชีวิตประจำวันครับ โอกาสกลับมาเป็นซ้ำมีได้ถ้าเรากลับไปฝืนใช้งานหนักแบบเดิมโดยไม่วอร์มร่างกาย ดังนั้นการบริหารกล้ามเนื้อสะบักอย่างสม่ำเสมอคือ "กุญแจสำคัญ" ที่จะทำให้ไหล่ของคุณเงียบและแข็งแรงไปตลอดชีวิตครับ

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง: หากปล่อยให้ไหล่ปวดและมีเสียงทิ้งไว้นานๆ โดยไม่รักษา ร่างกายจะพยายาม "ไม่ขยับ" ไหล่เพราะกลัวเจ็บ ผลที่ตามมาคือ "ข้อไหล่ติด" (Frozen Shoulder) ซึ่งจะทำให้ใช้ชีวิตลำบากขึ้นอีกหลายเท่าตัวครับ


สรุป

เสียงกึกกักในไหล่ ถ้า "ดังแต่ไม่เจ็บ" ส่วนใหญ่ไม่อันตรายครับ แต่ถ้า "ดังพร้อมเจ็บ" หรือ "ดังจนแขนอ่อนแรง" อย่าปล่อยทิ้งไว้ครับ การตรวจเช็กแต่เนิ่นๆ ช่วยให้เรารักษาได้ง่ายและไม่ต้องเจ็บตัวเยอะ

ดูแลสุขภาพไหล่ให้ดี เพราะหัวไหล่คืออิสระในการเคลื่อนไหวของชีวิตคุณครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #เสียงดังในไหล่ #เส้นเอ็นไหล่อักเสบ #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #กายภาพบำบัด #สุขภาพผู้สูงอายุ #ออฟฟิศซินโดรม


References

  1. Giphart JE, et al. Effects of subacromial impinging structures on soft tissue structures: A dynamic 3D analysis. Journal of Shoulder and Elbow Surgery. 2024. (สรุป: ศึกษาการเคลื่อนไหวของโครงสร้างภายในไหล่ที่ทำให้เกิดการเสียดสีและเสียงกึกกักขณะขยับแขน)
  2. Smith MS, et al. Evaluation of the clicking shoulder: A systematic review. JSES International. 2023. (สรุป: รวบรวมสาเหตุของเสียงในข้อไหล่และการวินิจฉัยแยกโรคระหว่างฟองอากาศในข้อกับพยาธิสภาพของเส้นเอ็น)
  3. Lewis J, et al. Rotator cuff related shoulder pain: Assessment, management and outcomes. Manual Therapy. 2025 update. (สรุป: แนวทางการรักษาอาการปวดไหล่ที่สัมพันธ์กับเส้นเอ็นหมุนไหล่และการใช้กายภาพบำบัดนำการผ่าตัด)
  4. Huang BK, et al. Ultrasound of the shoulder: Rotator cuff and beyond. Radiology Clinics. 2024. (สรุป: ประสิทธิภาพของการใช้อัลตราซาวด์ในการวินิจฉัยความผิดปกติของเส้นเอ็นและถุงน้ำรอบหัวไหล่ได้อย่างแม่นยำ)
  5. Khan M, et al. Non-operative management of snapping scapula syndrome and shoulder crepitus. Sports Health. 2023. (สรุป: การรักษาภาวะเสียงดังในไหล่และสะบักโดยเน้นการปรับสมดุลกล้ามเนื้อและการใช้ชีวิต)