Thursday, May 14, 2026

เมื่อแขนที่เคยใช้งานได้ปกติ กลับถูก ‘ล็อค’ ไว้ด้วยกุญแจที่มองไม่เห็น

 



เมื่อแขนที่เคยใช้งานได้ปกติ กลับถูก ‘ล็อค’ ไว้ด้วยกุญแจที่มองไม่เห็น

คุณเคยรู้สึกไหมครับว่า อยู่ดีๆ กิจวัตรประจำวันที่เราเคยทำเป็นปกติ อย่างการเอื้อมมือไปสระผม การใส่เสื้อเชิ้ต หรือแม้แต่การควักกระเป๋าสตางค์ที่กางเกงด้านหลัง กลับกลายเป็นเรื่องยากลำบากและทรมานอย่างไม่น่าเชื่อ บางครั้งความเจ็บปวดก็วิ่งแปลบขึ้นมาจนน้ำตาเล็ด เพียงแค่เราพยายามจะขยับแขนให้สูงขึ้นอีกนิด อาการเหล่านี้มักจะค่อยๆ คืบคลานเข้ามาหาเราอย่างเงียบๆ จนหลายคนคิดว่าเป็นแค่การ ‘นอนทับแขน’ หรือ ‘ไหล่เดาะ’ จากการทำงานหนัก แต่ในความเป็นจริง ร่างกายของคุณกำลังส่งสัญญาณเตือนว่า ‘บ้านของไหล่’ กำลังถูกปิดตาย และหากคุณยิ่งอยู่นิ่งเพื่อเลี่ยงความเจ็บปวด กุญแจดอกนี้ก็จะยิ่งล็อคแน่นขึ้นจนแขนของคุณอาจขยับไม่ได้เลยในที่สุดครับ


เรื่องเล่าจากคนไข้: เมื่อ ‘เสื้อตัวเก่ง’ กลายเป็นบททดสอบความอดทน

คุณรัตนา (นามสมมติ) อายุ 52 ปี เป็นคุณครูที่ต้องใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉงมาตลอด เธอเล่าให้หมอฟังว่า เริ่มรู้สึกปวดตื้อๆ ที่หัวไหล่ข้างซ้ายมาประมาณสองเดือนแล้ว ในตอนแรกเธอคิดว่าแค่สะพายกระเป๋าหนักเกินไป จึงไปหาซื้อพลาสเตอร์มาแปะและไปนวดแผนโบราณ แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น หนำซ้ำความเจ็บปวดกลับรุนแรงขึ้นในช่วงกลางคืนจนแทบไม่ได้นอน

สิ่งที่ทำให้คุณรัตนาตัดสินใจมาหาหมอคือ เช้าวันหนึ่งเธอไม่สามารถเอื้อมมือไปรูดซิปชุดกระโปรงตัวเก่งได้เอง และเมื่อพยายามจะยกแขนขึ้นหวีผม แขนซ้ายกลับค้างอยู่แค่ระดับไหล่และสั่นเทาด้วยความเจ็บ “หมอคะ รัตนากลัวมากค่ะ กลัวว่าจะเป็นอัมพฤกษ์ หรือแขนจะลีบไปเลย เพราะมันขยับไม่ได้จริงๆ เหมือนมีอะไรมาผูกตายไว้ข้างในไหล่” แววตาของคุณรัตนาเต็มไปด้วยความกังวลและความไม่เข้าใจว่า ทำไมร่างกายที่เคยแข็งแรงถึงทรยศเธอได้ขนาดนี้


เมื่อปลอกหุ้มข้อไหล่ ‘หดตัว’ เหมือนเสื้อผ้าที่ซักแล้วหดจนคับ

เพื่อให้ทุกคนเข้าใจกลไกของสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณรัตนา หมออยากให้ลองนึกภาพตามนะครับ ข้อไหล่ของเราเปรียบเสมือน ‘ลูกบอล’ ที่วางอยู่ใน ‘ถ้วย’ และเพื่อให้ลูกบอลนี้หมุนไปมาได้ลื่นไหล มันจะมี ‘ปลอกหุ้มข้อ’ (Joint Capsule) ที่เปรียบเหมือนเสื้อยืดเนื้อดี คอยห่อหุ้มและยืดหยุ่นตามการเคลื่อนไหวของเราครับ

แต่ในโรคที่เรียกว่า ภาวะไหล่ติด (Frozen Shoulder) เสื้อยืดตัวนี้เกิดอาการอักเสบขึ้นมาครับ และเมื่ออักเสบแล้ว ร่างกายจะพยายามซ่อมแซมโดยการสร้างพังผืดขึ้นมาทดแทน ผลที่ตามมาคือเสื้อยืดผืนนี้จะเริ่มหนาตัวขึ้น เหนียวขึ้น และที่สำคัญคือ ‘มันหดตัวลง’ จนคับแน่นไปหมด ลองนึกภาพคุณพยายามจะชูมือขึ้นฟ้าในขณะที่ใส่เสื้อยืดที่ไซส์เล็กกว่าตัวคุณสามระดับดูครับ มันจะตึง รั้ง และเจ็บปวดทุกครั้งที่ขยับ

เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่มันมีจังหวะเวลาของมันครับ ช่วงแรกจะเน้นไปที่ ‘ความปวด’ เพราะมีการอักเสบที่รุนแรง ต่อมาความปวดจะลดลงแต่ ‘ความแข็ง’ จะเข้ามาแทนที่ เพราะพังผืดเกาะแน่นแล้ว และสุดท้ายถึงจะเป็นช่วงที่ร่างกายค่อยๆ คลายล็อคนี้ออกเองตามธรรมชาติครับ


ทำความรู้จักกับภาวะไหล่ติด (Frozen Shoulder)

ในทางการแพทย์ เราเรียกภาวะนี้ว่า โรคข้อไหล่ติด (Adhesive Capsulitis) ครับ มันคือภาวะที่มีการอักเสบของเยื่อบุข้อและพังผืดหุ้มข้อไหล่หนาตัวขึ้น จนพื้นที่ว่างภายในข้อไหล่ลดน้อยลง

  • โรคคืออะไร: คือความผิดปกติที่ทำให้ข้อไหล่ขยับได้น้อยลงในทุกทิศทาง โดยเฉพาะการหมุนแขนออกด้านนอกและการยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ

  • สาเหตุ: ส่วนใหญ่เกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน แต่อาจสัมพันธ์กับการที่ไม่ได้ใช้งานไหล่นานๆ เช่น หลังอุบัติเหตุ หรือในผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคไทรอยด์

  • การเกิดโรค: เริ่มจากการอักเสบที่เยื่อบุข้อไหล่ ตามมาด้วยการสร้างคอลลาเจนที่ผิดปกติจนกลายเป็นพังผืดที่หนาและเหนียวรั้งข้อไหล่ไว้

  • อาการ: แบ่งเป็นสามระยะชัดเจนครับ ระยะแรกคือ ระยะปวด (Freezing stage) จะปวดมากโดยเฉพาะตอนกลางคืน ระยะที่สองคือ ระยะติดแข็ง (Frozen stage) ความปวดลดลงแต่ขยับแขนไม่ได้เลย และระยะสุดท้ายคือ ระยะคลายตัว (Thawing stage) ที่ไหล่จะค่อยๆ กลับมาขยับได้ดีขึ้นครับ


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ไหล่คุณถูกล็อค

  • โรคเบาหวาน: ผู้ป่วยเบาหวานมีความเสี่ยงสูงกว่าคนปกติหลายเท่า และมักจะมีอาการรุนแรงกว่า เนื่องจากน้ำตาลในเลือดที่สูงไปทำปฏิกิริยากับคอลลาเจนในข้อไหล่

  • อายุและเพศ: มักพบในคนที่มีอายุ 40-60 ปี และพบในผู้หญิงบ่อยกว่าผู้ชายครับ

  • การหยุดใช้งานไหล่นานๆ: เช่น คนที่ต้องใส่ผ้าคล้องแขนหลังอุบัติเหตุ หรือหลังผ่าตัดบริเวณหน้าอกและไหล่

  • โรคไทรอยด์: ทั้งภาวะไทรอยด์ทำงานเกินหรือทำงานต่ำกว่าปกติล้วนสัมพันธ์กับโรคนี้ครับ

  • โรคหัวใจและหลอดเลือด: หรือคนที่มีประวัติเป็นโรคหลอดเลือดสมองมาก่อน


การตรวจวินิจฉัย: หมอตรวจอะไรบ้างเพื่อให้รู้ชัด?

เมื่อคุณมาหาหมอ ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือ การตรวจร่างกายอย่างละเอียด ครับ หมอจะทำการขยับแขนของคุณในทิศทางต่างๆ ทั้งในแบบที่คุณออกแรงเองและแบบที่หมอเป็นคนช่วยยก เพื่อแยกแยะว่าอาการติดนี้เกิดจาก ‘พังผืดรั้ง’ (ไหล่ติดจริง) หรือเกิดจาก ‘เอ็นฉีกจนไม่มีแรงยก’ (ไหล่ติดเทียม)

การส่งตรวจเพิ่มเติมอาจมีดังนี้ครับ:

  • เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูว่ามีความเสื่อมของข้อต่อหรือมีหินปูนเกาะผิดปกติหรือไม่ เพื่อคัดออกโรคอื่นๆ ที่อาการคล้ายกัน

  • การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) หรืออัลตราซาวด์: หมอจะใช้ในกรณีที่สงสัยว่ามีเอ็นหมุนข้อไหล่ฉีกขาดร่วมด้วยหรือไม่ เพราะวิธีรักษาจะต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ

  • การตรวจเลือด: เพื่อเช็คระดับน้ำตาลในเลือด หรือค่าไทรอยด์ เพื่อหาปัจจัยเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ครับ


แนวทางการรักษา: การบริหารคือยาขนานเอก

หมอขอย้ำให้มั่นใจครับว่า ผู้ป่วยไหล่ติดเกือบทั้งหมดหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ แต่ต้องอาศัย ‘ความอดทน’ และ ‘วินัย’ อย่างสูง โดยเราจะเน้นตามระยะของโรคดังนี้ครับ

1. การปรับพฤติกรรม: ในระยะแรกที่ปวดมาก หมอจะแนะนำให้หลีกเลี่ยงท่าทางที่ต้องสะบัดแขนแรงๆ หรือการยกของหนัก แต่ห้ามหยุดใช้งานแขนเด็ดขาดนะครับ เพราะจะยิ่งทำให้ไหล่ติดมากขึ้น

2. กายภาพบำบัดและการบริหารไหล่: นี่คือหัวใจหลักครับ ท่าบริหารจะเปลี่ยนไปตามระยะของโรค

  • ระยะปวด: เน้นการแกว่งแขนเบาๆ แบบเพนดูลัม (Pendulum exercise) เพื่อให้ข้อได้ขยับโดยไม่เจ็บ

  • ระยะติดแข็ง: เน้นการยืดเหยียดพังผืด เช่น ท่าไต่กำแพง ท่าใช้ผ้าขนหนูดึงแขนพาดบ่า เพื่อทลายล็อคพังผืดทีละนิด

3. การใช้ยา: หมอจะใช้ยากลุ่มลดการอักเสบและลดปวด เพื่อช่วยให้คุณสามารถทำกายภาพบำบัดได้ดีขึ้นครับ

4. การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่อง Ultrasound: ปัจจุบันเรามีการฉีดยาลดอักเสบ หรือการฉีดน้ำเกลือเข้าไปขยายถุงหุ้มข้อ (Hydrodilatation) โดยใช้อัลตราซาวด์นำทาง วิธีนี้แม่นยำมากและช่วย ‘งัด’ ให้ปลอกหุ้มข้อที่หดตัวขยายออกได้ทันที ช่วยลดปวดและเพิ่มมุมการขยับได้อย่างรวดเร็วครับ

5. การผ่าตัดส่องกล้อง: จะใช้เฉพาะรายที่รักษาด้วยวิธีอื่นอย่างเต็มที่นานกว่า 6 เดือนแล้วไม่ดีขึ้นเลย หมอจะใช้กล้องขนาดเล็กเข้าไปเพื่อตัดเลาะพังผืดที่รัดรอบข้อไหล่ออกครับ


พยากรณ์โรค: โรคนี้จะอยู่กับเรานานไหม?

ภาวะไหล่ติดเป็นโรคที่ต้องการ ‘เวลา’ ครับ โดยปกติถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาการอาจลากยาวได้ถึง 1-3 ปี แต่หากได้รับการรักษาและบริหารอย่างสม่ำเสมอ ระยะเวลาจะสั้นลงอย่างมากครับ โรคนี้มักหายขาดและไม่ค่อยกลับมาเป็นซ้ำที่ไหล่ข้างเดิม แต่มีโอกาสเกิดขึ้นกับไหล่อีกข้างได้ประมาณร้อยละ 10-15 ครับ


ภาวะแทรกซ้อนหากทิ้งไว้ไม่ดูแล

  • กล้ามเนื้อรอบไหล่ลีบตัว: จากการที่ไม่ได้ใช้งานแขนเป็นเวลานาน

  • อาการปวดเรื้อรัง: ที่อาจส่งผลต่อสภาพจิตใจและการนอนหลับ

  • สูญเสียองศาการเคลื่อนไหวถาวร: หากพังผืดแข็งตัวจนไม่สามารถยืดออกได้อีก


5 วิธีป้องกัน เพื่อไหล่ที่พริ้วไหวไปตลอดชีวิต

  • ควบคุมโรคประจำตัว: โดยเฉพาะเบาหวานและไทรอยด์ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติเสมอ

  • ออกกำลังกายยืดเหยียดสม่ำเสมอ: หากคุณเริ่มเข้าสู่วัยกลางคน ควรทำท่าบริหารไหล่เป็นประจำทุกเช้า

  • อย่าปล่อยให้ไหล่นิ่งนานเกินไป: หากมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย ให้พยายามขยับแขนเท่าที่ทำได้เพื่อป้องกันพังผืดเกาะ

  • ปรับท่านั่งทำงาน: ไม่ให้นั่งห่อไหล่หรือเกร็งบ่าต่อเนื่องนานๆ ซึ่งจะนำไปสู่การอักเสบเรื้อรัง

  • สังเกตอาการปวด: หากเริ่มปวดไหล่ตอนกลางคืนและขยับแขนได้น้อยลง ควรรีบมาปรึกษาหมอทันทีครับ


Q&A Section

Q: ไหล่ติดไปนวดแผนโบราณให้เขาช่วยดัดแรงๆ ได้ไหม? A: ต้องระวังอย่างมากครับ การนวดเพื่อผ่อนคลายทำได้ แต่การ ‘ดัดไหล่’ อย่างรุนแรงโดยผู้ที่ไม่เชี่ยวชาญอาจทำให้ปลอกหุ้มข้อฉีกขาดรุนแรงหรือกระดูกหักได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุครับ

Q: ต้องตรวจ MRI ทุกคนหรือไม่? A: ไม่จำเป็นครับ ส่วนใหญ่หมอวินิจฉัยได้จากการตรวจร่างกาย MRI จะใช้ในกรณีที่รักษาแล้วไม่ดีขึ้น หรือหมอสงสัยว่ามีเอ็นขาดร่วมด้วยครับ

Q: ปวดไหล่นานแค่ไหนถึงควรมาพบหมอ? A: หากปวดต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ หรือเริ่มรู้สึกว่าเอื้อมมือไปทำกิจวัตรประจำวันลำบาก ควรรีบมาตรวจครับ การรักษาในระยะแรกให้ผลดีและหายเร็วกว่ามากครับ


สรุปประเด็นสำคัญเพื่อไหล่ที่แข็งแรง

  1. ไหล่ติดเกิดจากการอักเสบและหดตัวของปลอกหุ้มข้อไหล่ ไม่ใช่แค่เรื่องเมื่อยกล้ามเนื้อ

  2. วินัยในการทำกายภาพและบริหารไหล่ตามระยะของโรค คือ ‘ยาวิเศษ’ ที่สุดในการรักษา

  3. ผู้ป่วยเบาหวานและไทรอยด์คือกลุ่มเสี่ยงสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

  4. การรักษาด้วยการฉีดยาโดยใช้อัลตราซาวด์นำทาง ช่วยลดความทรมานและเร่งการฟื้นตัวได้ดี

  5. การรักษาที่รวดเร็วตั้งแต่ระยะแรก ช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนและการสูญเสียสมรรถภาพในระยะยาวครับ


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

“เราเชื่อว่า ‘ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ’

หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง”

#ไหล่ติด #ปวดไหล่ #FrozenShoulder #กายภาพบำบัด #ท่าบริหารไหล่ #เบาหวาน #สุขภาพผู้สูงอายุ #รักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #กระดูกและข้อ #ปวดกลางคืน #ยกแขนไม่ขึ้น #ออฟฟิศซินโดรม #ออกกำลังกาย #อัลตราซาวด์


Reference List

  1. Robinson CM, Seah KTM, Chee YH, Hindle P, Murray IR. Frozen shoulder. J Bone Joint Surg Br. 2012 Jan;94(1):1–9. doi:10.1302/0301-620X.94B1.27093. PMID: 22219239.
    บทความนี้สรุปภาพรวมของไหล่ติด (frozen shoulder) ว่าเป็นภาวะเยื่อหุ้มข้อไหล่อักเสบและหดรัด ทำให้ปวดและเคลื่อนไหวน้อยลงเป็นระยะยาว พร้อมอธิบายกลไก การแบ่งระยะของโรค (ปวดมาก–แข็ง–คลาย) และทางเลือกการรักษาทั้งกายภาพ การฉีดยา และการผ่าตัดดัดหรือเลาะพังผืด.

  2. Binder A, Hazleman BL, Parr G, Roberts S. A controlled study of oral prednisolone in frozen shoulder. Br J Rheumatol. 1986 Aug;25(3):288–292. doi:10.1093/rheumatology/25.3.288. PMID: 3730737.
    งานวิจัยนี้เปรียบเทียบการให้ยาสเตียรอยด์ชนิดรับประทานกับยาหลอกในคนไข้ไหล่ติด พบว่าสเตียรอยด์ช่วยลดปวดและเพิ่มองศาไหล่ได้ดีในช่วงไม่กี่สัปดาห์แรก แม้ผลระยะยาวอาจไม่ต่างมากนัก ช่วยสนับสนุนการใช้ยาสเตียรอยด์ระยะสั้นร่วมกับการทำกายภาพในผู้ป่วยที่ปวดมาก.

  3. Milgrom C, Novack V, Weil Y, Jaber S, Radeva-Petrova D, Finestone A. Risk factors for idiopathic frozen shoulder. Isr Med Assoc J. 2008 May;10(5):361–364. PMID: 18605360.
    การศึกษานี้พบว่าคนที่เป็นไหล่ติดมีอัตราเป็นเบาหวานสูงกว่าคนทั่วไปหลายเท่า และในผู้หญิงยังพบปัญหาไทรอยด์ร่วมด้วยบ่อยขึ้น แสดงว่าโรคเมตาบอลิกบางชนิด โดยเฉพาะเบาหวานและต่อมไทรอยด์ผิดปกติ เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ควรตรวจคัดกรองในคนไข้ไหล่ติด.

  4. Dias R, Cutts S, Massoud S. Frozen shoulder. BMJ. 2005 Dec 17;331(7530):1453–1456. doi:10.1136/bmj.331.7530.1453. PMID: 16356983.
    บทความใน BMJ นี้อธิบายว่าฟรอเซนโชลเดอร์เป็นภาวะไหล่ปวดและติดที่ยาวนาน แต่ส่วนใหญ่มีแนวโน้มดีขึ้นเองในที่สุด แม้อาจไม่คืนช่วงการเคลื่อนไหวได้เต็ม 100% พร้อมให้แนวทางการวินิจฉัยแยกจากโรคไหล่อื่นในเวชปฏิบัติทั่วไป และแนะนำการรักษาตั้งแต่ยา กายภาพ การฉีดสเตียรอยด์ จนถึงการดัดข้อและผ่าตัดในรายดื้อการรักษา.

  5. Page MJ, Green S, Kramer S, Johnston RV, McBain B, Chau M, Buchbinder R. Manual therapy and exercise for adhesive capsulitis (frozen shoulder). Cochrane Database Syst Rev. 2014 Aug 26;(8):CD011275. doi:10.1002/14651858.CD011275. PMID: 25157702.
    Cochrane review นี้ทบทวนงานวิจัยเกี่ยวกับการทำ manual therapy และการออกกำลังกายในคนไข้ไหล่ติด พบว่าการทำกายภาพร่วมกับการขยับข้อช่วยให้ปวดลดลงและเคลื่อนไหวดีขึ้น แต่ในช่วงสั้น ๆ การฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อได้ผลดีกว่า ส่วนระยะ 6–12 เดือนผลลัพธ์ของทั้งสองแนวทางค่อนข้างใกล้กัน ชี้ให้เห็นว่าการกายภาพและบริหารไหล่เป็นส่วนสำคัญของการรักษาร่วมกับหัตถการอื่น.


Wednesday, May 13, 2026

ปวดไหล่จนยกแขนไม่ขึ้น... ผล MRI บอกว่า "เอ็นฉีก" ต้องรีบผ่าตัดจริงหรือ?

 





ปวดไหล่จนยกแขนไม่ขึ้น... ผล MRI บอกว่า "เอ็นฉีก" ต้องรีบผ่าตัดจริงหรือ?

หลายคนคงเคยมีอาการปวดไหล่ตื้อๆ เวลาจะเอื้อมมือไปหยิบของหลังรถ หรือเวลาสระผมแล้วรู้สึกเสียวแปร๊บจนแขนตก อาการเหล่านี้มักถูกมองข้ามว่าเป็นเพียงแค่กล้ามเนื้ออักเสบจากการทำงานหนัก หรือนอนทับแขนตัวเอง แต่เมื่อความเจ็บปวดเริ่มรบกวนการนอนจนต้องตื่นกลางดึก หรือเริ่มใช้ชีวิตประจำวันลำบาก การตัดสินใจไปพบคุณหมอจึงเกิดขึ้น และคำตอบที่ได้รับจากผล MRI ว่า "เอ็นหัวไหล่ฉีกขาด" อาจกลายเป็นสิ่งที่สร้างความกังวลใจอย่างหนัก โดยเฉพาะเมื่อได้รับคำแนะนำว่า "ควรผ่าตัดทันที" ความเป็นจริงแล้ว เส้นทางสู่การหายปวดอาจไม่ได้มีเพียงแค่ห้องผ่าตัดเสมอไป


เรื่องราวของคุณวิภา: เมื่อความกังวลมาพร้อมกับผลฟิล์มเอกซเรย์

คุณวิภา อายุ 50 ปี เป็นพนักงานบัญชีที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์และขยับแขนไปมาตลอดวัน วันหนึ่งเธอเริ่มรู้สึกปวดหนึบๆ ที่หัวไหล่ข้างซ้าย ตอนแรกคิดว่าแค่เมื่อยจากการทำงาน จึงไปพบคุณหมอท่านแรกซึ่งแนะนำให้ทานยาและสังเกตอาการก่อน แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น เธอจึงไปพบคุณหมอท่านที่สองและได้รับการตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือที่เรียกกันว่า MRI

ผลปรากฏว่า "เส้นเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด" คุณหมอแนะนำให้เตรียมตัวผ่าตัดโดยเร็วที่สุด คุณวิภารู้สึกตกใจและสับสน เพราะใจหนึ่งก็กลัวการผ่าตัด แต่อีกใจก็ยังเจ็บจนทนไม่ไหว เธอขอกลับมาตั้งหลักและตั้งคำถามกับตัวเองว่า "เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ หรือ?"


เส้นเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด... เปรียบเสมือนสายเคเบิลที่เริ่มเปื่อย

เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น หมออยากให้ลองนึกภาพหัวไหล่ของเราเหมือนกับ "เต็นท์หลังใหญ่" ครับ กระดูกหัวไหล่คือเสากลาง ส่วนเส้นเอ็นที่ล้อมรอบหัวไหล่หรือที่เราเรียกว่า กลุ่มเอ็นหมุนหัวไหล่ (Rotator Cuff Tear) คือสายเคเบิลที่คอยดึงและยึดเหนี่ยวให้เสานี้ตั้งตรงและขยับได้อย่างมั่นคง

เมื่อเวลาผ่านไปตามอายุการใช้งาน หรือจากการถูกกระแทก สายเคเบิลเหล่านี้อาจจะเริ่มเปื่อยยุ่ยหรือฉีกขาดทีละนิด การที่เคเบิลขาดไปหนึ่งเส้น ไม่ได้แปลว่าเต็นท์จะถล่มลงมาทันที เพราะยังมีเคเบิลเส้นอื่นและโครงสร้างอื่นที่ช่วยกันประคองไว้ได้ ดังนั้นการที่ผล MRI บอกว่ามีรอยฉีก จึงเปรียบเสมือนการตรวจพบว่าสายเคเบิลเริ่มชำรุด ซึ่งเราต้องมาประเมินกันต่อว่าเราจะซ่อมด้วยการ "เย็บใหม่" หรือจะ "เสริมความแข็งแรง" ของสายที่เหลือให้ทำงานแทนกันได้


ทำความรู้จักกับภาวะเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด

ภาวะนี้คือการที่เส้นเอ็นที่ยึดเกาะกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่กับกระดูกหัวไหล่เกิดรอยแยกหรือขาดออกจากกัน สาเหตุหลักมักมาจากความเสื่อมตามวัย ซึ่งเป็นกระบวนการธรรมชาติที่เลือดไปเลี้ยงเส้นเอ็นน้อยลงเมื่อเราอายุมากขึ้น หรือเกิดจากการใช้งานที่ซ้ำซากเกินกำลัง เช่น การยกของหนักเหนือศีรษะบ่อยๆ และอุบัติเหตุจากการล้มกระแทก

อาการเด่นที่คนไข้มักบ่นให้หมอฟังคือ อาการปวดเสียวลึกๆ ในหัวไหล่ ปวดร้าวลงไปถึงต้นแขน และมักจะปวดมากขึ้นในช่วงเวลากลางคืนขณะที่กำลังจะเคลิ้มหลับ นอกจากนี้คนไข้จะรู้สึกแขนไม่มีแรง ยกแขนขึ้นลำบาก หรือมีเสียงดังกรอบแกรบในไหล่เวลาขยับ


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เส้นเอ็นหัวไหล่ฉีกขาดง่ายขึ้น

  • อายุที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไปเนื่องจากความเสื่อมของเนื้อเยื่อ

  • อาชีพหรืองานอดิเรกที่ต้องยกแขนสูงเหนือศีรษะซ้ำๆ เช่น ช่างทาสี นักกีฬารักบี้ หรือนักแบดมินตัน

  • การสูบบุหรี่ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลดปริมาณออกซิเจนในเลือด ทำให้เส้นเอ็นขาดความยืดหยุ่นและหายยาก

  • พันธุกรรม หากคนในครอบครัวมีประวัติเอ็นฉีกขาดง่าย คุณอาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

  • อุบัติเหตุจากการหกล้มโดยเอาแขนข้างนั้นเท้าพื้น หรือถูกกระชากไหล่อย่างรุนแรง


การตรวจวินิจฉัยเพื่อให้รู้ชัดถึงสาเหตุ

เมื่อคุณมาหาหมอ ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดคือการซักประวัติและ การตรวจร่างกายอย่างละเอียด หมอจะทดสอบกำลังของกล้ามเนื้อแต่ละมัดและดูช่วงของการเคลื่อนไหว จากนั้นอาจส่งตรวจเพิ่มเติมดังนี้ครับ

  • การเอกซเรย์: เพื่อดูว่ามีกระดูกงอกไปเบียดเส้นเอ็นหรือไม่ หรือดูระยะห่างของข้อไหล่ที่อาจจะแคบลง

  • การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI): เป็นวิธีที่เห็นรอยฉีกขาดของเส้นเอ็นได้ชัดเจนที่สุด รวมถึงบอกขนาดและตำแหน่งของรอยฉีกได้แม่นยำ

  • การอัลตราซาวด์: เป็นวิธีที่สะดวก รวดเร็ว และสามารถเห็นการทำงานของเอ็นขณะขยับไหล่ได้ทันที


แนวทางการรักษา: ทางเลือกที่มากกว่าการผ่าตัด

หมอขอย้ำให้มั่นใจว่า คนไข้เอ็นหัวไหล่ฉีกขาดส่วนใหญ่ สามารถหายปวดและกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติโดยไม่ต้องผ่าตัดครับโดยเราจะมีขั้นตอนการดูแลรักษาดังนี้

การเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือ การปรับพฤติกรรมและการทำกายภาพบำบัด เราต้องกำจัดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การยกของหนักเหนือศีรษะ และเริ่มฝึกกล้ามเนื้อมัดรอบข้างให้แข็งแรงขึ้นมาช่วยทำงานแทนเอ็นส่วนที่ขาดไป นักกายภาพบำบัดจะช่วยสอนท่าบริหารเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและกำลังแขนอย่างถูกวิธีครับ

ในระยะที่ยังปวดมาก การใช้ยาลดอักเสบ จะช่วยให้คนไข้สบายตัวขึ้นและสามารถทำกายภาพได้ดีขึ้น หากอาการยังไม่ดีขึ้น การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ช่วยนำทาง เป็นเทคโนโลยีที่หมอใช้บ่อยมากในปัจจุบัน เพราะช่วยให้เราส่งยาเข้าไปลดอักเสบที่ตำแหน่งรอบๆ เอ็นที่ฉีกขาดได้แม่นยำ ปลอดภัย และลดความเจ็บปวดได้เห็นผลชัดเจนโดยไม่ต้องเสี่ยงกับการผ่าตัดใหญ่

สำหรับ การผ่าตัด หมอจะพิจารณาเฉพาะในกรณีที่รอยฉีกขาดมีขนาดใหญ่มากจนแขนไม่มีแรงเลย หรือคนไข้ผ่านการรักษาด้วยวิธีอื่นอย่างเต็มที่มานานหลายเดือนแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือในคนไข้กลุ่มวัยรุ่นที่เกิดอุบัติเหตุรุนแรงและต้องใช้แขนนักกีฬาครับ โดยปัจจุบันมักใช้การผ่าตัดส่องกล้องซึ่งแผลเล็กและฟื้นตัวได้ไว


พยากรณ์โรค: โอกาสในการหายและความยั่งยืน

อาการปวดไหล่จากเอ็นฉีกขาดมักจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับเมื่อได้รับการรักษาที่ถูกต้องครับ โดยทั่วไปการทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอจะเริ่มเห็นผลชัดเจนภายในเวลาไม่กี่เดือน โรคนี้มีโอกาสกลับมาปวดซ้ำได้หากเรากลับไปใช้งานแขนผิดวิธีหรือกล้ามเนื้อกลับมาอ่อนแรงอีกครั้ง ดังนั้นการบริหารไหล่อย่างต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเพื่อให้หัวไหล่มั่นคงไปตลอดชีวิตครับ


ภาวะแทรกซ้อนหากปล่อยไว้โดยไม่ดูแล

หากมีรอยฉีกขาดรุนแรงแล้วปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา อาจนำไปสู่ภาวะ ข้อไหล่ติด ซึ่งจะทำให้ขยับแขนไม่ได้เลยและปวดทรมานมาก หรือในระยะยาวอาจเกิดภาวะ ข้อไหล่เสื่อมตามมา จากการที่หัวไหล่ขยับไม่สมดุล จนกระดูกเริ่มเบียดสีกันทำให้นำไปสู่ความพิการของข้อไหล่ได้ครับ


5 วิธีป้องกันเพื่อถนอมหัวไหล่ให้แข็งแรง

  • หลีกเลี่ยงการยกของหนักเหนือหัว หรือการใช้งานแขนซ้ำๆ ในท่าเดิมนานๆ

  • ฝึกบริหารกล้ามเนื้อรอบๆ หัวไหล่และสะบักให้แข็งแรงสม่ำเสมอ

  • ยืดเหยียดกล้ามเนื้อหน้าอกและหัวไหล่เป็นประจำ เพื่อลดแรงดึงรั้ง

  • ปรับท่าทางการนั่งทำงาน ไม่ให้นั่งห่อไหล่หรือยื่นคอไปข้างหน้ามากเกินไป

  • สังเกตอาการตัวเอง หากเริ่มปวดไหล่เกินสองสัปดาห์ ควรรีบปรึกษาคุณหมอทันทีครับ


คำถามที่พบบ่อย (Q&A)

ปวดไหล่แล้วแขนไม่มีแรง อันตรายไหม?

ค่อนข้างอันตรายครับ เพราะอาจบ่งบอกว่าเส้นเอ็นมีการฉีกขาดขนาดใหญ่จนกล้ามเนื้อทำงานไม่ได้ ควรรีบตรวจร่างกายอย่างละเอียดครับ

ถ้าผล MRI บอกว่าเอ็นขาด ต้องผ่าตัดทันทีทุกรายหรือไม่?

ไม่จำเป็นครับ ขนาดของรอยขาดและความสามารถในการใช้งานจริงของแขนเป็นตัวตัดสินใจสำคัญ หลายคนมีรอยขาดแต่ยังแข็งแรงและหายปวดได้ด้วยกายภาพบำบัดและการฉีดยาครับ

ทำกายภาพบำบัดนานแค่ไหนถึงจะเห็นผล?

ส่วนใหญ่มักจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นภายในเวลาประมาณสี่ถึงหกสัปดาห์ และจะเห็นผลชัดเจนเมื่อทำต่อเนื่องไปจนถึงสามเดือนครับ


สรุปประเด็นสำคัญเพื่อหัวไหล่ที่แข็งแรง

การตรวจพบเอ็นหัวไหล่ฉีกขาดจาก MRI ไม่ใช่คำตัดสินว่าต้องจบลงด้วยการผ่าตัดเสมอไป

ส่วนใหญ่สามารถหายได้ด้วยการปรับพฤติกรรมและการทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอ

การรักษาด้วยการฉีดยาโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัย

การสร้างกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่ให้แข็งแรงคือการป้องกันที่ดีที่สุดในระยะยาว

การวินิจฉัยที่ถูกต้องตั้งแต่ระยะแรกช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

ความเจ็บปวดอาจรบกวนชีวิต แต่การเข้าใจและรักษาอย่างถูกวิธีจะช่วยคืนความคล่องตัวให้คุณ


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng

โทร 081-5303666

“เราเชื่อว่า ‘ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ’

หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง”

#ปวดไหล่ #เอ็นหัวไหล่ฉีก #เอ็นหัวไหล่อักเสบ #ยกแขนไม่ขึ้น #กายภาพบำบัด #ไหล่ติด #รักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #OfficeSyndrome #ปวดแขน #ShoulderPain #RotatorCuffTear #Orthopedics #SportsMedicine #HealthyJoints


Reference 


  1. Sambandam SN, Khanna V, Gul A, Mounasamy V. Rotator cuff tears: an evidence based approach. World J Orthop. 2015 Dec 18;6(11):902–918. doi:10.5312/wjo.v6.i11.902. PMID: 26716086.
    บทความนี้รวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับเอ็นหัวไหล่ฉีกขาดแบบครบวงจร ตั้งแต่การวินิจฉัยด้วยตรวจร่างกายและ MRI/อัลตราซาวนด์ ไปจนถึงการรักษาแบบไม่ผ่าตัด (ยา กายภาพ การฉีด) และการผ่าตัดแบบต่าง ๆ ช่วยให้แพทย์เลือกแนวทางรักษาที่เหมาะกับอายุ ขนาดรอยฉีก และระดับการใช้งานของผู้ป่วยแต่ละคนได้อย่างมีเหตุผล.

  2. Keener JD, Galatz LM, Teefey SA, Middleton WD, Steger-May K, Stobbs-Cucchi G, et al. A prospective evaluation of survivorship of asymptomatic degenerative rotator cuff tears. J Bone Joint Surg Am. 2015 Jan 21;97(2):89–98. doi:10.2106/JBJS.N.00099. PMID: 25609434.
    การศึกษานี้ติดตามคนที่ตรวจพบเอ็นหัวไหล่เสื่อมขาดจาก MRI แต่ยังไม่ปวด พบว่าราวครึ่งหนึ่งของรอยฉีกขาดจะขยายใหญ่ขึ้นภายในไม่กี่ปี และเมื่อรอยฉีกใหญ่ขึ้นมักเริ่มมีอาการปวดและกล้ามเนื้อเสื่อมตามมา ทำให้เห็นว่าบางเคสสามารถเฝ้าระวังได้ แต่ต้องติดตามอาการและภาพถ่าย เพราะรอยฉีกอาจค่อย ๆ ลุกลามได้ตามเวลา.

  3. Kuhn JE, Dunn WR, Sanders R, An Q, Baumgarten KM, Bishop JY, et al. Effectiveness of physical therapy in treating nontraumatic full-thickness rotator cuff tears: a multicenter prospective cohort study. J Shoulder Elbow Surg. 2013 Oct;22(10):1371–1379. doi:10.1016/j.jse.2013.01.026. PMID: 23540577.
    งานวิจัยหลายศูนย์นี้ให้คนไข้เอ็นหัวไหล่ฉีกเต็มความหนาที่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุรุนแรง ทำกายภาพบำบัดตามโปรโตคอลมาตรฐาน แล้วติดตามผล พบว่าประมาณ 3 ใน 4 ของผู้ป่วยอาการดีขึ้นจนไม่ต้องผ่าตัดภายใน 2 ปี แสดงให้เห็นว่าการกายภาพบำบัดที่ถูกต้องเป็นทางเลือกแรกที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับเอ็นหัวไหล่ฉีกจำนวนมาก.

  4. Edwards P, Ebert J, Joss B, Bhabra G, Ackland T, Wang A. A systematic review of the outcomes of management of rotator cuff tears. J Orthop Sports Phys Ther. 2016 Dec;46(12):1061–1076. doi:10.2519/jospt.2016.5990. PMID: 27686429.
    systematic review นี้รวบรวมผลลัพธ์ของการรักษาเอ็นหัวไหล่ฉีกทั้งแบบไม่ผ่าตัดและแบบผ่าตัดหลายเทคนิค สรุปว่าทั้งการกายภาพและการผ่าตัดล้วนช่วยให้คนไข้ปวดน้อยลงและใช้แขนได้ดีขึ้น แต่การเลือกรูปแบบการรักษาต้องพิจารณาตามอายุ ระดับการใช้งาน ขนาดรอยฉีก และความคาดหวังของผู้ป่วยเป็นสำคัญ.

  5. Littlewood C, Ashton J, Chance-Larsen K, May S, Sturrock B. Exercise for rotator cuff tendinopathy: a systematic review. Physiotherapy. 2012 Jun;98(2):101–109. doi:10.1016/j.physio.2011.08.002. PMID: 22507359.
    บทความนี้ทบทวนงานวิจัยเกี่ยวกับการออกกำลังกายสำหรับเอ็นหัวไหล่อักเสบเรื้อรัง พบว่าการบริหารกล้ามเนื้อหัวไหล่แบบมีแรงต้านอย่างเหมาะสมช่วยลดอาการปวดและเพิ่มความสามารถในการใช้แขนได้จริง แม้รูปแบบท่าและโปรแกรมแต่ละงานจะต่างกันบ้าง แต่ภาพรวมสนับสนุนว่าการออกกำลังกายเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาเอ็นหัวไหล่มีปัญหา.