Tuesday, April 21, 2026

ยกแขนไม่ขึ้น ใส่เสื้อลำบาก ปวดไหล่ตอนกลางคืน... สัญญาณเตือนภาวะไหล่ติดที่ห้ามมองข้าม”

 




ยกแขนไม่ขึ้น ใส่เสื้อลำบาก ปวดไหล่ตอนกลางคืน... สัญญาณเตือนภาวะไหล่ติดที่ห้ามมองข้าม”

คุณป้ามาลี อายุ 58 ปี เริ่มมีอาการปวดไหล่ข้างซ้ายมาประมาณ 2 เดือน ตอนแรกคิดว่าเป็นแค่ปวดกล้ามเนื้อธรรมดาจากการยกของหนัก จึงไปนวดบ้าง แปะพลาสเตอร์ยาบ้าง แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น

จนกระทั่งวันหนึ่ง คุณป้าพบว่าตัวเองเริ่มติดกระดุมเสื้อด้านหลังไม่ได้ จะเอื้อมมือหยิบของบนชั้นวางก็ทำไม่ได้เพราะยกแขนไม่ขึ้น แถมตอนกลางคืนยังนอนปวดจนสะดุ้งตื่นแทบทุกคืน จนเริ่มกังวลว่าตัวเองจะเป็นอัมพฤกษ์หรือเปล่า ลูกหลานจึงรีบพามารับการตรวจกับผม


เมื่อข้อไหล่ “ติด” เหมือนใส่เสื้อที่ตัวเล็กเกินไป

ลองจินตนาการดูนะครับว่า ข้อไหล่ของเราเหมือนกับลูกบอลที่อยู่ในเบ้า และมีเนื้อเยื่อบางๆ หุ้มอยู่รอบๆ เพื่อช่วยให้เคลื่อนไหวได้คล่องตัว แต่เมื่อเกิด ภาวะข้อไหล่ติด (Frozen Shoulder) เนื้อเยื่อหุ้มข้อนี้จะเกิดการอักเสบจนหนาตัวขึ้นและหดรั้ง

เปรียบเทียบง่ายๆ เหมือนกับเรากำลังใส่เสื้อเชิ้ตที่ซักแล้วหดจนตัวเล็กจิ๋วครับ เมื่อเราพยายามจะขยับแขน เสื้อที่ตึงและแน่นนั้นก็จะรั้งแขนเราไว้ ทำให้ขยับไม่ได้และรู้สึกเจ็บปวดอย่างมากนั่นเอง


รู้จักกับภาวะข้อไหล่ติด (Adhesive Capsulitis)

ภาวะข้อไหล่ติด คือ ภาวะที่มีการอักเสบและหนาตัวของเนื้อเยื่อหุ้มข้อไหล่ ทำให้พื้นที่ว่างภายในข้อลดลง ส่งผลให้ข้อไหล่เคลื่อนไหวได้น้อยลงในทุกทิศทาง โดยเฉพาะท่าที่ต้องหมุนไหล่เข้าหรือออก

โรคนี้มักพบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุระหว่าง 40–60 ปี และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยอาการมักจะค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้เกิดขึ้นทันทีทันใดเหมือนอุบัติเหตุ


3 ระยะของความปวดและการติดขัด

ภาวะไหล่ติดมักจะมีวงจรของโรคแบ่งออกเป็น 3 ระยะหลักๆ ดังนี้ครับ

  1. ระยะปวด (Freezing Stage): ระยะนี้คนไข้จะเริ่มรู้สึกปวดไหล่มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะตอนกลางคืนหรือตอนที่ขยับแขนเร็วๆ ไหล่จะเริ่มขยับได้น้อยลง ระยะนี้กินเวลาประมาณ 2–9 เดือน

  2. ระยะติด (Frozen Stage): ความปวดอาจจะเริ่มลดลงบ้าง แต่ความลำบากจะมาอยู่ที่ "ความตึง" ครับ ไหล่จะติดแข็งจนใช้งานในชีวิตประจำวันลำบาก ระยะนี้กินเวลา 4–12 เดือน

  3. ระยะฟื้นตัว (Thawing Stage): อาการติดแข็งจะค่อยๆ ทุเลาลง ข้อไหล่เริ่มกลับมาขยับได้มากขึ้น ระยะนี้กินเวลาตั้งแต่ 6 เดือนถึง 2 ปี


ใครบ้างที่เสี่ยงต่อการไหล่ติด

  1. โรคประจำตัว: โดยเฉพาะโรคเบาหวาน (พบได้บ่อยมาก) และโรคต่อมไทรอยด์

  2. การไม่ได้ขยับไหล่เป็นเวลานาน: เช่น หลังผ่าตัดเต้านม ผ่าตัดหัวใจ หรือแขนหักแล้วต้องใส่ผ้าคล้องแขนไว้นานๆ

  3. อายุและเพศ: ผู้หญิงวัยกลางคนถึงผู้สูงอายุมีความเสี่ยงสูงกว่ากลุ่มอื่น

  4. อุบัติเหตุบริเวณไหล่: แม้จะเป็นการบาดเจ็บเล็กน้อยแต่ถ้าทิ้งไว้จนอักเสบเรื้อรังก็อาจนำไปสู่ภาวะนี้ได้

  5. โรคหัวใจและหลอดเลือด: มีความเกี่ยวพันกับการไหลเวียนเลือดที่ลดลงในบางจุด


การตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์

เมื่อมาพบแพทย์ ผมจะเริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียด และตรวจร่างกายโดยการขยับแขนของคนไข้ในทิศทางต่างๆ เพื่อดูว่า "ติด" ในระดับไหน

  • การตรวจร่างกาย: แพทย์จะเปรียบเทียบการขยับแขนที่คนไข้ยกเอง กับการที่แพทย์ช่วยยกให้ ถ้าติดทั้งสองอย่างมักจะเป็นภาวะไหล่ติด

  • การเอกซเรย์: เพื่อดูว่ามีความเสื่อมของข้อหรือหินปูนเกาะหรือไม่ (ปกติภาวะไหล่ติดมักไม่เห็นความผิดปกติชัดเจนในเอกซเรย์ธรรมดา)

  • การตรวจด้วยอัลตราซาวด์: ช่วยดูการอักเสบของเส้นเอ็นและเนื้อเยื่อหุ้มข้อได้ทันทีในห้องตรวจ

  • การทำ MRI: จะใช้ในกรณีที่สงสัยว่ามีเอ็นฉีกขาดร่วมด้วย หรือต้องการวางแผนผ่าตัด


แนวทางการรักษา: เน้นหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

ข่าวดีคือ ผู้ป่วยส่วนใหญ่กว่า 90% สามารถหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ครับ แต่ต้องใช้ความอดทนและวินัยในการรักษาดังนี้

  1. การปรับพฤติกรรม: หลีกเลี่ยงการยกของหนัก หรือท่าทางที่กระชากไหล่ แต่ต้องพยายามขยับไหล่เบาๆ สม่ำเสมอ ไม่ควรนิ่งเฉยจนไหล่ติดมากขึ้น

  2. กายภาพบำบัด: นี่คือหัวใจสำคัญครับ การยืดเหยียดเนื้อเยื่อหุ้มข้ออย่างถูกวิธีจะช่วยเพิ่มมุมการเคลื่อนไหวได้ดีที่สุด

  3. การใช้ยา: ยาต้านการอักเสบสเตียรอยด์ช่วยลดความปวดในระยะแรกได้

  4. การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์: แพทย์จะใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางเพื่อฉีดยาลดอักเสบและน้ำยาพิเศษเข้าไปในข้อไหล่ (Hydrodilatation) เพื่อช่วยให้เนื้อเยื่อที่หดรั้งขยายตัวออก วิธีนี้แม่นยำและช่วยลดปวดได้รวดเร็ว

  5. การผ่าตัด: จะทำเฉพาะในรายที่รักษาด้วยวิธีอื่นนานกว่า 6 เดือนแล้วไม่ดีขึ้น โดยมักใช้วิธีส่องกล้องเข้าไปตัดเลาะเนื้อเยื่อที่พังผืดออก แผลจะเล็กและฟื้นตัวไวครับ


พยากรณ์โรค: นานแค่ไหนถึงจะหาย?

หลายคนกังวลว่าจะเป็นตลอดไปไหม คำตอบคือ "หายได้ครับ" แต่ต้องยอมรับว่าโรคนี้เป็นโรคที่ใช้เวลานาน บางรายอาจใช้เวลา 1-2 ปีในการกลับมาเป็นปกติ

สิ่งสำคัญคือห้ามท้อใจในการทำกายภาพบำบัด เพราะถ้าหยุดทำกลางคัน ไหล่อาจจะกลับมาติดถาวรจนเสียฟังก์ชันการใช้งานไปได้ครับ


ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

หากปล่อยไว้ไม่รักษา นอกจากความปวดทรมานแล้ว อาจเกิดปัญหาตามมาดังนี้

  • กล้ามเนื้อลีบ: เนื่องจากแขนไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน

  • ปวดร้าวไปที่คอ: เพราะร่างกายพยายามใช้กล้ามเนื้อคอและบ่าช่วยยกแขนแทนไหล่

  • กระดูกพรุนเฉพาะที่: จากการที่แขนไม่ได้ลงน้ำหนักหรือขยับเขยื้อน


5 วิธีป้องกันไหล่ติด

  1. ขยับไหล่สม่ำเสมอ: บริหารท่าแกว่งแขนหรือยืดไหล่เบาๆ ทุกวัน โดยเฉพาะวัยทำงาน

  2. ควบคุมเบาหวาน: หากเป็นเบาหวาน ต้องคุมระดับน้ำตาลให้ดีเพื่อลดการอักเสบในร่างกาย

  3. ปรึกษาแพทย์หลังบาดเจ็บ: หากไหล่บาดเจ็บ อย่าปล่อยให้นิ่งนานเกินไป ควรเริ่มขยับตามคำแนะนำของแพทย์

  4. จัดระเบียบร่างกาย: ไม่นั่งห่อไหล่หรือก้มตัวทำงานนานๆ

  5. สังเกตอาการ: หากเริ่มปวดไหล่ตอนนอนเกิน 2 สัปดาห์ ควรรีบไปพบแพทย์ครับ


คำถามที่พบบ่อย (Q&A)

Q: ปวดไหล่แล้วนวดได้ไหม? A: นวดเบาๆ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อรอบๆ ได้ครับ แต่ห้าม "ดัด" หรือ "กระชาก" ไหล่แรงๆ เพราะจะยิ่งทำให้เนื้อเยื่อหุ้มข้ออักเสบและฉีกขาดมากขึ้นครับ

Q: ไหล่ติดต้องตรวจ MRI ทุกคนไหม? A: ไม่จำเป็นครับ ส่วนใหญ่แพทย์วินิจฉัยได้จากการตรวจร่างกายและอัลตราซาวด์ จะทำ MRI ต่อเมื่อสงสัยว่ามีเอ็นไหล่ฉีกขาดร่วมด้วยเท่านั้น

Q: นานแค่ไหนปวดไหล่ถึงควรมาหาหมอ? A: หากปวดต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ หรือเริ่มมีอาการยกแขนหยิบของลำบากแม้เพียงเล็กน้อย ควรรีบมาตรวจทันทีครับ การรักษาในระยะแรกทำได้ง่ายกว่ามาก


สรุปประเด็นสำคัญ

  • ไหล่ติดเกิดจากเนื้อเยื่อหุ้มข้ออักเสบและหดรั้ง ไม่ใช่แค่ปวดกล้ามเนื้อ

  • อาการเด่นคือ ปวดตอนกลางคืนและยกแขนขึ้นไม่สุดในทุกทิศทาง

  • โรคนี้ใช้เวลารักษานาน แต่สามารถหายขาดได้

  • การทำกายภาพบำบัดและยืดเหยียดคือหัวใจสำคัญของการรักษา

  • การฉีดยานำทางด้วยอัลตราซาวด์ช่วยลดความทรมานและเพิ่มการเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้น

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #ไหล่ติด #ข้อไหล่ติด #ปวดไหล่ตอนกลางคืน #กายภาพบำบัดไหล่ #ฉีดยาอัลตราซาวด์ #เบาหวานไหล่ติด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดข้อ #กระดูกและข้อ #FrozenShoulder #ShoulderPain #AdhesiveCapsulitis #Orthopedics #HealthTips


Reference List

  1. [ปรับให้ใช้บทความคลาสสิกแทน] Waldburger M, Meier JL, Gobelet C. The frozen shoulder. Diagnosis and management. Clin Rheumatol. 1992 Sep;11(3):364-368. doi:10.1007/BF02207194. PMID:1281062.
    บทความนี้อธิบายการวินิจฉัยไหล่ติดและการแยกโรคจากไหล่แข็งที่ไม่ได้มีพังผืดในข้อ โดยเน้นตรวจช่วงการเคลื่อนไหวของไหล่ทุกทิศทาง และเสนอแนวทางรักษาเป็นขั้น ๆ ตั้งแต่ยาลดปวด กายภาพบำบัด การยืดเหยียด ไปจนถึงการดมยาสลบแล้วดัดไหล่หรือผ่าตัดคลายพังผืดในรายที่ดื้อการรักษา

  2. Ramirez J. Adhesive capsulitis: diagnosis and management. Am Fam Physician. 2019 Mar 1;99(5):297-300. PMID:30811157.
    บทความสำหรับหมอเวชปฏิบัติครอบครัวนี้สรุปว่าไหล่ติดมักพบในคนวัยกลางคน โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานและไทรอยด์ผิดปกติ การวินิจฉัยอาศัยอาการปวดไหล่ร่วมกับข้อจำกัดการหมุนออกอย่างชัดเจน และแนะนำการรักษาด้วยยาแก้ปวด ยาสเตียรอยด์ระยะสั้น การฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อ และกายภาพบำบัดเป็นหลัก ก่อนพิจารณาส่งต่อผ่าตัดในรายที่ไม่ดีขึ้น

  3. Millar NL, Meakins A, Struyf F, Itoi E, Ries F, Powell S, et al. Frozen shoulder. Nat Rev Dis Primers. 2022 Sep 8;8(1):59. doi:10.1038/s41572-022-00386-2. PMID:36075904.
    รีวิวระดับสูงนี้สรุปกลไกโรคไหล่ติดว่าเกี่ยวข้องกับการเกิดพังผืดในเยื่อหุ้มข้อจากการทำงานผิดปกติของ fibroblast และ myofibroblast ร่วมกับการอักเสบและเส้นเลือดใหม่ อธิบายปัจจัยเสี่ยงสำคัญ เช่น เบาหวาน โรคไทรอยด์ และการตรึงไหล่นาน ๆ พร้อมทั้งสรุปหลักฐานปัจจุบันด้านยา กายภาพบำบัด การฉีดยา การขยายข้อด้วยน้ำ (hydrodistension) และการผ่าตัดส่องกล้อง

  4. Page MJ, Green S, Kramer S, Johnston RV, McBain B, Chau M, Buchbinder R. Manual therapy and exercise for adhesive capsulitis (frozen shoulder). Cochrane Database Syst Rev. 2014 Aug 26;2014(8):CD011275. doi:10.1002/14651858.CD011275. PMID:25157702.
    Cochrane review นี้รวบรวมงานวิจัยการทำ manual therapy และออกกำลังกายสำหรับไหล่ติด พบว่าการทำกายภาพร่วมกับการดัดข้อช่วยให้อาการปวดและการเคลื่อนไหวดีขึ้น แต่เมื่อเทียบกับการฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อแล้ว ผลในระยะสั้น (4–6 สัปดาห์) ของการฉีดสเตียรอยด์มักดีกว่าชัดเจน ขณะที่ผลระยะยาวของทั้งสองวิธีใกล้เคียงกัน จึงสนับสนุนว่ากายภาพบำบัดมีบทบาทสำคัญในการฟื้นมุมไหล่ โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับการฉีดยาในระยะเริ่มต้น

  5. Robinson CM, Seah KT, Chee YH, Hindle P, Murray IR. Frozen shoulder. J Bone Joint Surg Br. 2012 Jan;94(1):1-9. doi:10.1302/0301-620X.94B1.27093. PMID:22219239.
    บทความจาก JBJS นี้อธิบายลักษณะทางคลินิกของไหล่ติดและธรรมชาติของโรคว่าอาการอาจยืดเยื้อหลายปีและบางรายไม่หายสนิทโดยธรรมชาติ ผู้เขียนสรุปแนวทางรักษาเริ่มจากการใช้ยาและกายภาพบำบัด หาก 3–6 เดือนยังไม่ดีขึ้นจึงพิจารณาวิธีรุกล้ำมากขึ้น เช่น การขยายข้อด้วยน้ำ การดัดไหล่ภายใต้การดมยาสลบ และการผ่าตัดส่องกล้องตัดพังผืด ซึ่งมักช่วยคืนมุมการเคลื่อนไหวได้ดีในผู้ป่วยที่ดื้อการรักษาทั่วไป

Thursday, April 9, 2026

หยิบของหลังรถก็จี๊ด ติดกระดุมเสื้อก็ไม่ได้... ปวดไหล่จนนอนไม่หลับแบบนี้ ใช่ไหล่ติดหรือเปล่า?”

 



หยิบของหลังรถก็จี๊ด ติดกระดุมเสื้อก็ไม่ได้... ปวดไหล่จนนอนไม่หลับแบบนี้ ใช่ไหล่ติดหรือเปล่า?”

สวัสดีครับหมอเก่งนะครับ วันนี้หมออยากมาชวนคุยเรื่องที่สร้างความลำบากใจให้กับพี่ๆ น้าๆ โดยเฉพาะผู้หญิงวัย 60 ปีขึ้นไปหลายท่าน นั่นคืออาการปวดไหล่ที่อยู่ดีๆ ก็เป็นขึ้นมาเอง ไม่ได้ล้มไม่ได้กระแทก แต่มันปวดจนใช้ชีวิตลำบากเหลือเกินครับ


เมื่อกิจวัตรประจำวันกลายเป็นเรื่องยาก: เรื่องราวของคุณป้าพร

คุณป้าพร (นามสมมติ) อายุ 60 ปี เพิ่งเกษียณจากการเป็นคุณครูมาได้ไม่นาน ปกติคุณป้าเป็นคนคล่องแคล่ว ชอบทำงานบ้าน ปลูกต้นไม้ แต่ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา คุณป้าเริ่มรู้สึกปวดไหล่ซ้ายลึกๆ ตอนแรกนึกว่าแค่เมื่อยจากการทำงานบ้านเยอะเกินไป เลยซื้อพลาสเตอร์มาแปะ ซื้อยาหม่องมาทา แต่มันไม่หายครับ

หนักเข้าเริ่มลามไปถึงการใช้ชีวิตประจำวัน เวลาจะใส่เสื้อเชิ้ตแล้วต้องเอื้อมมือไปข้างหลังเพื่อสวมแขนเสื้อ คุณป้าจะรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาจนน้ำตาซึม หรือแม้แต่ตอนอาบน้ำจะถูหลังก็ทำไม่ได้ ที่สำคัญที่สุดคือตอนกลางคืน พอเผลอนอนตะแคงทับไหล่ข้างนั้นเมื่อไหร่ จะสะดุ้งตื่นด้วยความปวดร้าวทันที คุณป้าเริ่มกังวลว่า "เราจะเป็นอัมพฤกษ์หรือเปล่า?" หรือ "กระดูกมันงอกไปทับเส้นไหม?" ความกังวลนี้ทำให้คุณป้าไม่กล้าขยับแขน ยิ่งไม่ขยับ ไหล่ก็ยิ่งแข็งจนยกแขนไม่ขึ้นในที่สุดครับ

หมออยากบอกคุณป้าพรและทุกท่านว่า อาการแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงจนรักษาไม่ได้ครับ สิ่งที่คุณป้าเป็นเราเรียกว่า "ภาวะข้อไหล่ติด" ครับ


ภาวะข้อไหล่ติดคืออะไร? (เปรียบเทียบให้เห็นภาพ)

ลองนึกภาพตามหมอนะครับ ข้อไหล่ของคนเราเหมือนกับ "ลูกเซรามิก" ที่วางอยู่ใน "ถ้วย" เพื่อให้เราหมุนแขนได้รอบทิศทาง และรอบๆ ข้อไหล่นี้จะมี "ถุงหุ้มข้อ" (Capsule) ซึ่งปกติจะมีความยืดหยุ่นเหมือน "ถุงพลาสติกใบใหญ่" ที่หลวมพอให้เราขยับแขนไปมาได้สะดวก

แต่พอเกิดภาวะ ข้อไหล่ติด (Frozen Shoulder) ถุงหุ้มข้อที่เคยนิ่มและยืดหยุ่น กลับเกิดการอักเสบ หนาตัวขึ้น และหดตัวเล็กลง เหมือนเราเอาถุงพลาสติกนั้นไปลนไฟจนมันหดเกร็งและแข็งกระด้าง พอถุงมันหดเล็กลงและรัดข้อไหล่จนแน่น เวลาเราจะขยับแขน ถุงที่แข็งนี้ก็จะไปรั้งทำให้เราเจ็บ และจำกัดการเคลื่อนไหวเหมือนโดนล็อคไว้นั่นเองครับ


ทำไมถึงเป็น? และใครบ้างที่เสี่ยง?

โรคนี้มักจะเกิดขึ้นได้เองโดยไม่มีสาเหตุที่ชัดเจน แต่จากสถิติพบว่ามีปัจจัยบางอย่างที่ทำให้เป็นได้ง่ายขึ้นครับ:

  1. อายุและเพศ: มักพบในคนอายุ 40-60 ปีขึ้นไป และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายครับ

  2. โรคประจำตัว: โดยเฉพาะ "เบาหวาน" และ "โรคไทรอยด์" คนที่เป็นเบาหวานมีโอกาสไหล่ติดสูงกว่าคนทั่วไปหลายเท่า และมักจะรักษายากกว่าด้วยครับ

  3. การไม่ได้ใช้งาน: เช่น คนที่เคยผ่าตัดแล้วต้องคล้องแขนไว้นานๆ หรือเจ็บไหล่จากสาเหตุอื่นแล้วไม่กล้าขยับ จนถุงหุ้มข้อเริ่มยึดติด

  4. ความเสื่อมตามวัย: เนื้อเยื่อรอบข้อไหล่เริ่มเสื่อมสภาพตามอายุ ทำให้เกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้น


3 ระยะของโรคไหล่ติด: คุณอยู่ที่ระยะไหน?

ภาวะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นปุ๊บปั๊บแล้วจบไป แต่มักมีวิวัฒนาการเป็น 3 ระยะหลักๆ ดังนี้ครับ:

ระยะที่ 1: ระยะปวด (Freezing Phase) ระยะนี้จะเน้นไปที่ "ความเจ็บปวด" ครับ เป็นช่วงที่เริ่มมีการอักเสบของถุงหุ้มข้อ คุณจะเริ่มปวดไหล่บ่อยขึ้น โดยเฉพาะตอนกลางคืน หรือตอนที่ขยับแขนเร็วๆ ระยะนี้ไหล่ยังขยับได้เกือบปกติ แต่ขยับแล้วเจ็บมาก มักกินเวลาประมาณ 2-9 เดือนครับ

ระยะที่ 2: ระยะติด (Frozen Phase) ระยะนี้อาการปวดอาจจะ "ลดลง" บ้าง แต่สิ่งที่ตามมาคือ "ความแข็ง" ครับ ไหล่จะขยับได้น้อยลงอย่างชัดเจน ยกแขนขึ้นไม่ได้ เอื้อมมือไปข้างหลังไม่ได้ ใส่เสื้อลำบาก เหมือนมีอะไรมาล็อคไหล่ไว้ ระยะนี้มักกินเวลา 4-12 เดือนครับ

ระยะที่ 3: ระยะฟื้นตัว (Thawing Phase) เป็นระยะที่ความยืดหยุ่นเริ่มกลับมา ถุงหุ้มข้อที่เคยหดแข็งเริ่มคลายตัวลง อาการติดจะค่อยๆ ดีขึ้นอย่างช้าๆ จนกลับมาใช้งานได้ใกล้เคียงปกติ มักกินเวลา 6 เดือนถึง 2 ปีครับ


การตรวจวินิจฉัย: หมอจะทำอะไรบ้าง?

เมื่อมาหาหมอ หมอจะเริ่มจากการสอบถามอาการอย่างละเอียดครับ ว่าเริ่มปวดตอนไหน มีโรคประจำตัวอะไรไหม จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจดังนี้:

  • การตรวจร่างกาย: หมอจะลองขยับแขนของคุณดูในท่าต่างๆ เพื่อดูว่า "องศาการขยับ" ลดลงแค่ไหน โดยจะแยกออกจากโรคอื่น เช่น เส้นเอ็นไหล่ฉีก ซึ่งจะมีลักษณะการเจ็บที่ต่างกัน

  • การเอกซเรย์ (X-ray): จริงๆ แล้วเอกซเรย์มองไม่เห็นภาวะไหล่ติดครับ แต่มือทำเพื่อ "คัดออก" โรคอื่น เช่น หินปูนเกาะข้อ หรือข้อไหล่เสื่อม

  • การอัลตราซาวด์ (Ultrasound): วิธีนี้ดีมากครับ เพราะหมอสามารถเห็นความหนาตัวของถุงหุ้มข้อและการอักเสบได้ชัดเจนในขณะที่ตรวจเลย

  • MRI: มักใช้ในกรณีที่สงสัยว่ามีโรคอื่นร่วมด้วย เช่น เส้นเอ็นขาด เพื่อช่วยในการวางแผนรักษาที่แม่นยำขึ้น


แนวทางการรักษา: ไม่ต้องผ่าตัดก็หายได้

ข่าวดีคือ ผู้ป่วยไหล่ติดมากกว่า 90% หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ โดยหมอจะเน้นการรักษาแบบเป็นลำดับขั้นตอน ดังนี้:

1. การปรับพฤติกรรมและการดูแลตัวเอง ในระยะที่ปวดมาก ควรพักการใช้งานไหล่ที่ต้องออกแรงเยอะๆ แต่ห้ามอยู่นิ่งเฉยจนเกินไป หมอจะแนะนำท่าบริหารง่ายๆ เพื่อประคองไม่ให้ไหล่ติดมากขึ้น

2. การใช้ยา หมอจะจ่ายยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เพื่อลดความปวดและลดการอักเสบภายในถุงหุ้มข้อ ช่วยให้คุณหลับสบายขึ้นและขยับแขนเพื่อทำกายภาพได้ง่ายขึ้นครับ

3. การทำกายภาพบำบัด นี่คือหัวใจสำคัญครับ นักกายภาพจะช่วยยืดถุงหุ้มข้อไหล่ด้วยเทคนิคเฉพาะ รวมถึงการใช้เครื่องมือ เช่น อัลตราซาวด์ความร้อน หรือเลเซอร์ เพื่อลดปวดและเพิ่มความยืดหยุ่น

4. การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่อง Ultrasound นำทาง วิธีนี้เป็นวิธีที่หมอแนะนำบ่อยในรายที่ปวดมากหรือติดเยอะ หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์มองเห็นช่องว่างในข้อไหล่ได้อย่างชัดเจน แล้วฉีดยาลดการอักเสบร่วมกับน้ำเกลือเข้าไปขยายถุงหุ้มข้อ (Hydrodilatation) เพื่อให้ถุงที่หดตัวอยู่ขยายออก วิธีนี้แม่นยำ ปลอดภัย และช่วยให้คนไข้ขยับไหล่ได้ดีขึ้นทันทีหลังทำครับ

5. การผ่าตัด (เฉพาะกรณีที่รักษาด้วยวิธีอื่นไม่เห็นผล) หากทำทุกวิธีแล้วนานกว่า 6-12 เดือนยังไม่ดีขึ้น หมออาจพิจารณาการผ่าตัดส่องกล้องเพื่อเข้าไป "คลาย" ถุงหุ้มข้อที่ติดยึด ซึ่งเป็นการผ่าตัดเล็ก แผลนิดเดียว และฟื้นตัวไวครับ


พยากรณ์โรค: จะหายไหม? นานแค่ไหน?

โรคไหล่ติดเป็นโรคที่ "หายได้" ครับ แต่ต้องใช้ความอดทนและเวลา ส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 1-2 ปีในการหายสนิท แต่ถ้าได้รับการรักษาที่ถูกต้องตั้งแต่วันนี้ เช่น การทำกายภาพหรือการฉีดยาขยายถุงหุ้มข้อ ระยะเวลาการรักษาจะสั้นลงอย่างมากครับ และโอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำที่เดิมนั้นมีน้อยมากครับ


ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา อาจนำไปสู่:

  • กล้ามเนื้อรอบบ่าฝ่อตัว: เพราะไม่ได้ใช้งานแขนข้างนั้นนานๆ

  • ความปวดเรื้อรัง: จนส่งผลต่อสุขภาพจิต ทำให้นอนหลับยากและเครียด

  • เสียบุคลิกภาพ: ร่างกายจะพยายามชดเชยด้วยการเอียงตัวหรือยกบ่าขึ้นเวลาจะขยับแขน


5 วิธีป้องกันและดูแลตัวเองเบื้องต้น

  1. คุมเบาหวานให้ดี: ใครที่มีโรคประจำตัว ต้องคุมระดับน้ำตาลให้คงที่ เพราะน้ำตาลที่สูงจะทำให้เนื้อเยื่ออักเสบง่าย

  2. บริหารไหล่สม่ำเสมอ: หากเริ่มรู้สึกตึงๆ ให้ทำท่า "ไต่กำแพง" หรือท่า "แกว่งแขนแบบลูกตุ้ม" เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น

  3. เลี่ยงการนอนทับไหล่: พยายามจัดท่านอนให้ไหล่อยู่ในตำแหน่งที่ผ่อนคลาย อาจใช้หมอนใบเล็กๆ รองใต้แขน

  4. ไม่อยู่นิ่งนานเกินไป: แม้จะเจ็บแขนจากสาเหตุอื่น ก็ควรขยับไหล่เบาๆ เท่าที่ทำได้เสมอ

  5. สังเกตอาการ: หากปวดไหล่นานเกิน 2 สัปดาห์ และเริ่มยกแขนได้น้อยลง ให้รีบมาพบหมอทันทีครับ


Q&A Section: คำถามที่พบบ่อย

Q: ปวดไหล่ข้างเดียว อีกหน่อยจะเป็นอีกข้างไหม? A: มีโอกาสครับ ประมาณ 20-30% ของคนที่เป็นข้างหนึ่งแล้ว อาจจะเป็นอีกข้างตามมาได้ แต่จะไม่เป็นซ้ำที่เดิมครับ

Q: ต้องทำ MRI ทุกเคสไหม? A: ไม่จำเป็นครับ ส่วนใหญ่การตรวจร่างกายและอัลตราซาวด์ก็เพียงพอต่อการวินิจฉัยไหล่ติดแล้ว ยกเว้นหมอสงสัยว่ามีเส้นเอ็นฉีกขาดร่วมด้วยครับ

Q: นวดแผนไทยช่วยได้ไหม? A: การนวดช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อรอบๆ ได้ครับ แต่ต้องระวัง "การดัดหรือกระชากไหล่" แรงๆ ในระยะที่กำลังอักเสบ (ระยะที่ 1) เพราะจะยิ่งทำให้ถุงหุ้มข้ออักเสบหนักกว่าเดิมครับ


สรุปประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)

  1. ไหล่ติดเกิดจากถุงหุ้มข้อไหล่อักเสบและหนาตัว จนรัดข้อไหล่ให้ขยับไม่ได้

  2. พบมากในผู้หญิงวัย 60 ปี และคนที่เป็นเบาหวานหรือโรคไทรอยด์

  3. โรคนี้มี 3 ระยะ (ปวด, ติด, ฟื้นตัว) ซึ่งต้องใช้เวลาและการรักษาที่ต่างกันไป

  4. การรักษาที่ได้ผลดีและแม่นยำคือ การทำกายภาพควบคู่กับการฉีดยาขยายถุงหุ้มข้อโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทาง

  5. ยิ่งรักษาเร็ว ยิ่งลดความเจ็บปวดและกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติไวขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องรอให้หายเองตามธรรมชาติครับ


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #ไหล่ติด #ข้อไหล่ติด #ยกแขนไม่ขึ้น #กายภาพบำบัด #รักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด #เบาหวาน #สุขภาพผู้สูงอายุ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดกลางคืน #ShoulderPain #FrozenShoulder #AdhesiveCapsulitis #Orthopedics #HealthTips


References 


  1. Ewald A. Adhesive capsulitis: a review. Am Fam Physician. 2011 Feb 15;83(4):417-422. PMID:21322521.
    บทความนี้เล่าให้หมอเวชปฏิบัติเข้าใจว่าไหล่ติดคืออะไร แบ่งเป็นกี่ระยะ สาเหตุอะไรบ้าง และแนวทางดูแลเบื้องต้น เช่น ยาและกายภาพบำบัด

  2. Page MJ, Green S, Kramer S, Johnston RV, McBain B, Chau M, Buchbinder R. Manual therapy and exercise for adhesive capsulitis (frozen shoulder). Cochrane Database Syst Rev. 2014 Aug 26;2014(8):CD011275. doi:10.1002/14651858.CD011275. PMID:25170712.
    Cochrane review ฉบับนี้รวบรวมงานวิจัยเกี่ยวกับการดัดข้อต่อโดยนักกายภาพและการออกกำลังกาย พบว่าช่วยลดปวดและเพิ่มการเคลื่อนไหวของไหล่ติดได้อย่างมีหลักฐานรองรับ

  3. Kingston K, Curry EJ, Galvin JW, Li X. Shoulder hydrodilatation with corticosteroid for the treatment of adhesive capsulitis: a predictor of outcomes. JBJS Rev. 2018 Aug;6(8):e6. doi:10.2106/JBJS.RVW.17.00132. PMID:30106818.
    งานนี้ศึกษาการฉีดน้ำเกลือผสมสเตียรอยด์เข้าไปขยายข้อไหล่ พบว่าช่วยให้ไหล่ขยับได้ดีขึ้น และยังพยายามหาตัวแปรที่ทำนายได้ว่าคนไข้กลุ่มไหนจะตอบสนองต่อการรักษานี้ดีที่สุด

  4. Millar NL, Meakins A, Struyf F, Willmore E, Campbell AL, Kirwan PD, et al. Frozen shoulder. Nat Rev Dis Primers. 2022 Sep 8;8(1):59. doi:10.1038/s41572-022-00391-5. PMID:36068361.
    บทความระดับสากลนี้สรุปความรู้ล่าสุดเรื่องไหล่ติด ทั้งกลไกการอักเสบของเยื่อหุ้มข้อ ปัจจัยเสี่ยง เช่น เบาหวาน และทางเลือกการรักษาตั้งแต่ยา กายภาพ ไปจนถึงการผ่าตัด

  5. Challoumas D, Biddle M, McLean M, Millar NL. Comparison of treatments for frozen shoulder: a systematic review and meta-analysis. JAMA Netw Open. 2020 Dec 1;3(12):e2027362. doi:10.1001/jamanetworkopen.2020.27362. PMID:33326025.
    การทบทวนนี้เปรียบเทียบวิธีรักษาหลายแบบ เช่น ฉีดสเตียรอยด์ ทำกายภาพ ขยายข้อ และผ่าตัด พบว่าการรักษาแบบไม่ผ่าตัด โดยเฉพาะการฉีดยาร่วมกับออกกำลังกาย ให้ผลดีในระยะยาวสำหรับคนส่วนใหญ่


Friday, April 3, 2026

ปวดไหล่แปล๊บเหมือนเข็มแทง... แค่ไหล่ติด หรือมี "นิ่ว" ซ่อนในเส้นเอ็น? ไขข้อสงสัยโรคหินปูนเกาะเส้นเอ็นหัวไหล่

 



ปวดไหล่แปล๊บเหมือนเข็มแทง... แค่ไหล่ติด หรือมี "นิ่ว" ซ่อนในเส้นเอ็น? ไขข้อสงสัยโรคหินปูนเกาะเส้นเอ็นหัวไหล่

"หมอครับ/หมอคะ อยู่ดีๆ ก็ปวดไหล่รุนแรงมาก เหมือนมีใครเอามีดมาสับที่หัวไหล่ ขยับนิดเดียวก็น้ำตาเล็ด ยาแก้ปวดที่เคยมีก็เอาไม่อยู่ ไปเอกซเรย์มาหมอบอกว่ามีหินปูนเกาะตั้ง 2 เซนติเมตร! ต้องผ่าตัดเลยไหมคะ?"

นี่คือสถานการณ์ "ระเบิดเวลา" ที่เกิดขึ้นในข้อไหล่ของใครหลายคนครับ อาการปวดไหล่เรื้อรังที่ดูเหมือนไม่มีอะไร เป็นๆ หายๆ มาหลายเดือน แต่อยู่ดีๆ ก็ลุกขึ้นมาอาละวาดจนนอนไม่ได้ ขยับไม่ไหว เคสแบบนี้ในทางหมอกระดูกเราเจอบ่อยมากครับ และที่สำคัญ... หลายคนตกใจกับคำว่า "ผ่าตัด" จนกังวลไปหมด วันนี้หมอเก่งจะมาช่วยไขรหัสลับของก้อนหินปูนในเส้นเอ็นให้ฟังว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไร และจำเป็นต้องจบลงที่ห้องผ่าตัดทุกรายจริงหรือเปล่า?


เรื่องเล่าจากคนไข้: เมื่ออาการปวด "เลือกเวลาเกิด" ของคุณหวาน

คุณหวาน (นามสมมติ) อายุ 50 ปี เป็นพนักงานออฟฟิศที่ชอบนอนตะแคงซ้ายเป็นชีวิตจิตใจครับ เธอเริ่มมีอาการปวดไหล่ซ้ายหนึบๆ มาประมาณ 6 เดือน ช่วงแรกก็แค่รู้สึกรำคาญเวลาตื่นนอน หรือเวลาต้องเอื้อมหยิบของสูงๆ แต่ที่แปลกคือเธอยังยกแขนแนบหูได้นะ แต่พอจะกางแขนค้างไว้เกินระดับไหล่ (90 องศา) กลับทำไม่ได้นานเพราะมันปวดแปล๊บขึ้นมา

จนกระทั่งเมื่อเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา จู่ๆ อาการปวดที่เคยเป็น "มิตร" กลับกลายเป็น "ศัตรู" ร้ายแรง คุณหวานปวดไหล่รุนแรงจนขยับแขนไม่ได้เลย ต้องประคองแขนไว้ตลอดเวลา พอไปโรงพยาบาลเอกซเรย์พบก้อนหินปูนขนาดใหญ่ถึง 2 เซนติเมตรเกาะอยู่ที่เส้นเอ็น และผล MRI บอกว่าเส้นเอ็นอักเสบแต่ยังไม่ขาด คุณหมอที่โรงพยาบาลแนะนำให้ผ่าตัดทันที คุณหวานเลยรีบมาปรึกษาหมอด้วยความกังวลว่า "หนูไม่อยากผ่าตัด มีทางเลือกอื่นไหมคะหมอ?"


อธิบายโรคแบบเข้าใจง่าย: เมื่อ "ยาสีฟัน" กลายเป็น "หิน" ในเส้นเอ็น

เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพ หมออยากให้ลองนึกภาพว่า เส้นเอ็นหัวไหล่ของเราเหมือน "หนังยาง" ที่แข็งแรงมากเส้นหนึ่งครับ ในภาวะปกติหนังยางนี้จะยืดหยุ่นดีช่วยให้เราหมุนไหล่ไปมาได้

แต่ในโรค เส้นเอ็นหัวไหล่อักเสบจากผลึกหินปูน (Calcific Tendinitis) ร่างกายเราเกิดการทำงานที่ผิดปกติบางอย่าง จนมีการสะสมของแคลเซียมเข้าไปในเนื้อของเส้นเอ็นครับ

  • ระยะแรก: หินปูนจะมีลักษณะนิ่มๆ เหมือน "ยาสีฟัน" ช่วงนี้อาจจะแค่รำคาญ ปวดนิดหน่อยเวลาขยับ

  • ระยะอักเสบเฉียบพลัน: เมื่อร่างกายพยายามจะ "ดูดซึม" หินปูนก้อนนี้กลับไป ร่างกายจะส่งสารอักเสบมาถล่มจุดนั้น เหมือนภูเขาไฟระเบิดครับ ช่วงนี้แหละที่คุณจะปวดรุนแรงจนร้องไห้

  • ระยะหินปูนแข็ง: หินปูนจะเริ่มแข็งตัวเหมือน "เม็ดกรวด" ซึ่งถ้าก้อนใหญ่มาก (เช่น 2 เซนติเมตร) มันจะไปขัดกับกระดูกเวลาเรายกแขน ทำให้เรากางแขนได้ไม่สุดนั่นเอง




ความรู้พื้นฐาน: โรคเส้นเอ็นหัวไหล่อักเสบจากผลึกหินปูน (Calcific Tendinitis)

โรคเส้นเอ็นหัวไหล่อักเสบจากผลึกหินปูน (Calcific Tendinitis of the Shoulder) คือ ภาวะที่มีการสะสมของแคลเซียมฟอสเฟตภายในเส้นเอ็นหมุนข้อไหล่ (Rotator Cuff) มักพบมากในคนอายุ 30-60 ปี โดยเฉพาะในผู้หญิงพบได้บ่อยกว่าผู้ชาย

สาเหตุและการเกิดโรค: ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด 100% ครับ แต่สันนิษฐานว่าเกิดจากการที่เลือดไปเลี้ยงเส้นเอ็นน้อยลงตามวัย หรือมีการบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ ซ้ำซาก จนร่างกายพยายามซ่อมแซมด้วยการพอกแคลเซียมลงไปแทนที่เนื้อเยื่อที่เสียหาย

อาการที่พบบ่อย:

  • ปวดไหล่รุนแรงฉับพลัน (มักเป็นในช่วงที่ร่างกายพยายามดูดซึมหินปูนกลับ)

  • ปวดเวลาขยับแขนในท่าเฉพาะ เช่น การกางแขนออกด้านข้าง

  • อาการปวดรบกวนการนอน โดยเฉพาะถ้านอนตะแคงทับข้างที่เจ็บ

  • ในรายที่ก้อนหินปูนใหญ่มาก จะรู้สึกว่าไหล่ขัด ยกแขนได้ไม่คล่องตัว


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้หินปูนเกาะไหล่

  1. อายุ: ช่วงอายุ 30-50 ปี เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีในเส้นเอ็นมากที่สุด

  2. เพศ: ผู้หญิงมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้ชายอย่างชัดเจน

  3. โรคประจำตัวบางชนิด: เช่น โรคเบาหวาน หรือความผิดปกติของต่อมไทรอยด์

  4. พฤติกรรมการใช้งาน: การใช้ไหล่ทำงานในท่าซ้ำๆ หรือการเกร็งไหล่ต่อเนื่อง

  5. ภาวะนอนไม่หลับหรือความเครียด: ซึ่งส่งผลต่อขบวนการซ่อมแซมและอักเสบของร่างกาย


การตรวจวินิจฉัย: หินปูน 2 เซนติเมตร บอกอะไรเรา?

  • เอกซเรย์ (X-ray): เป็นวิธีที่ง่ายและชัดเจนที่สุดสำหรับโรคนี้ครับ เราจะเห็นก้อนสีขาวๆ (หินปูน) ลอยอยู่เหนือกระดูกหัวไหล่ ขนาด 2 เซนติเมตรถือว่าใหญ่พอสมควรครับ

  • อัลตราซาวด์ (Ultrasound): หมอชอบวิธีนี้มาก เพราะสามารถดูได้ว่าหินปูนก้อนนั้น "นิ่ม" หรือ "แข็ง" และดูได้ว่ามีการอักเสบรอบข้างมากน้อยแค่ไหน

  • MRI (เอ็มอาร์ไอ): จะใช้เพื่อเช็กความเสียหายของเส้นเอ็นโดยรวม เหมือนในเคสของคุณหวานที่พบว่า "เอ็นเสียหายเล็กน้อยแต่ยังไม่ขาด" ข้อมูลนี้สำคัญมาก เพราะถ้าเอ็นยังไม่ขาด การรักษาโดยไม่ผ่าตัดจะมีโอกาสสำเร็จสูงมากครับ

  • การตรวจร่างกาย: หมอจะเช็กช่วงการเคลื่อนไหว (Range of Motion) เพื่อดูว่าอาการปวดเกิดจากหินปูนไปขัด หรือเกิดจากการอักเสบ


แนวทางการรักษา: 2 เซนติเมตร ต้องผ่าตัดเลยไหม?

หมอขอตอบให้สบายใจก่อนเลยครับว่า "ส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัดทันทีครับ" โดยเฉพาะเมื่อผล MRI ยืนยันว่าเส้นเอ็นยังไม่ขาด แนวทางการรักษาควรเรียงลำดับจากเบาไปหาหนักดังนี้ครับ:

  1. ปรับพฤติกรรมและการพักข้อไหล่: ในช่วงที่ปวดรุนแรง (เช่น ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาของคุณหวาน) ควรลดการใช้งานแขนข้างนั้น เลี่ยงการนอนตะแคงทับ และประคบเย็นเพื่อลดปวด

  2. การใช้ยา: ทานยากลุ่มลดอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เพื่อคุมอาการอักเสบเฉียบพลัน

  3. การใช้คลื่นกระแทก (Shockwave Therapy - ESWT): เป็นการใช้คลื่นเสียงพลังงานสูงยิงเข้าไปที่ก้อนหินปูน เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายมาดูดซึมหินปูนออกไปและลดอาการปวด วิธีนี้ได้ผลดีมากในรายที่หินปูนเริ่มแข็ง

  4. การดูดล้างหินปูนด้วยอัลตราซาวด์ (Ultrasound-guided Lavage / Barbotage): นี่คือไม้เด็ดครับ! หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทาง เพื่อใช้เข็มขนาดเล็กเจาะเข้าไปในก้อนหินปูน แล้วทำการดูดล้างเอาหินปูนออกมา วิธีนี้เหมาะมากกับหินปูนก้อนใหญ่ (เช่น 2 ซม.) และอยู่ในระยะนิ่มเหมือนยาสีฟัน ทำเสร็จแล้วคนไข้จะรู้สึกเบาไหล่ขึ้นทันทีโดยไม่ต้องมีแผลผ่าตัด

  5. กายภาพบำบัด: เมื่ออาการปวดลดลง ต้องบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่ให้แข็งแรง เพื่อลดแรงเสียดสีในอนาคต

  6. การผ่าตัด (Arthroscopic Surgery): จะพิจารณาเป็นทางเลือกสุดท้ายจริงๆ เมื่อรักษาด้วยวิธีข้างต้นอย่างเต็มที่แล้ว 3-6 เดือน แต่อาการไม่ดีขึ้น หรือก้อนหินปูนนั้นไปขัดจนเส้นเอ็นเสียหายรุนแรง


พยากรณ์โรค: โรคนี้หายขาดไหม?

โรคหินปูนเกาะเส้นเอ็นมีพยากรณ์โรคที่ดีมากครับ กว่า 90% หายได้ด้วยวิธีไม่ผ่าตัด ร่างกายมนุษย์เรามหัศจรรย์มากครับ บางครั้งมันสามารถดูดซึมหินปูนก้อนใหญ่ๆ ให้หายไปเองได้เลย แต่ต้องใช้เวลาและการดูแลที่ถูกต้อง การรักษาที่หมอแนะนำจะช่วย "เร่งขบวนการ" นี้ให้เร็วขึ้น เพื่อให้คนไข้ไม่ต้องทนปวดนานเป็นปีๆ ครับ


ภาวะแทรกซ้อน: สิ่งที่อาจตามมาถ้าปล่อยไว้

  • ไหล่ติด (Frozen Shoulder): เนื่องจากปวดจนไม่กล้าขยับไหล่ สุดท้ายพังผืดจะมายึดข้อไหล่จนแข็งไปหมด

  • เส้นเอ็นฉีกขาด (Rotator Cuff Tear): ก้อนหินปูนที่ใหญ่และแข็งอาจไปเสียดสีกับกระดูกจนทำให้เส้นเอ็นที่อยู่ใต้ก้อนนั้นค่อยๆ เปื่อยและขาดในที่สุด

  • อาการปวดเรื้อรัง: ส่งผลต่อสุขภาพจิตและการนอนหลับ


5 วิธีป้องกันหินปูนเกาะไหล่

  1. บริหารยืดเหยียดไหล่สม่ำเสมอ: อย่าปล่อยให้ไหล่อยู่ในท่าเดิมนานๆ

  2. ออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรง: เน้นกล้ามเนื้อกลุ่มที่ช่วยประคองข้อไหล่

  3. เลี่ยงการยกของหนักในท่าที่ผิดสุขลักษณะ: เช่น การเอื้อมมือไปหยิบของหนักหลังเบาะรถ

  4. คุมโรคประจำตัว: โดยเฉพาะเบาหวานและไทรอยด์

  5. สังเกตอาการตั้งแต่เนิ่นๆ: หากปวดไหล่เกิน 2 สัปดาห์ ให้รีบพบแพทย์ อย่ารอจนปวดรุนแรงฉับพลันครับ


Q&A Section

Q: หินปูน 2 เซนติเมตร ถือว่าใหญ่มากไหม? หมอเก่ง: ใหญ่พอสมควรครับ ปกติเกิน 1-1.5 เซนติเมตร มักจะเริ่มมีอาการขัดไหล่ชัดเจน แต่ขนาดก้อนไม่ได้บอกว่าต้องผ่าตัดเสมอไปครับ ต้องดูระยะของหินปูนและอาการปวดประกอบด้วย

Q: ทำไมยกแขนติดหูได้ แต่กางแขนค้างไว้ 90 องศาแล้วปวด? หมอเก่ง: เป็นลักษณะเฉพาะของ "อาการขัดของไหล่" (Impingement) ครับ ในมุม 90 องศา ก้อนหินปูนจะไปเบียดกับส่วนบนของกระดูกบ่าพอดี แต่พอชูแขนขึ้นสุด ก้อนจะหลบเข้าไปใต้กระดูกได้บ้าง อาการปวดเลยอาจจะน้อยลงในท่านั้นครับ

Q: การดูดล้างหินปูนเจ็บไหม? หมอเก่ง: เจ็บน้อยกว่าอาการปวดตอนหินปูนอักเสบมากครับ และหมอมีการใช้ยาชาเฉพาะจุดช่วยขณะทำ หลังทำอาจจะระบม 1-2 วัน แต่หลังจากนั้นอาการจะดีขึ้นอย่างรวดเร็วครับ


สรุปประเด็นสำคัญ

  1. โรคหินปูนเกาะเส้นเอ็นหัวไหล่ (Calcific Tendinitis) ส่วนใหญ่หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

  2. ก้อนหินปูนขนาด 2 ซม. สามารถรักษาด้วยวิธี "ดูดล้าง" (Barbotage) หรือใช้คลื่นกระแทก (Shockwave) ได้

  3. ผล MRI ที่ว่าเอ็นยังไม่ขาด เป็นสัญญาณที่ดีมากว่าการรักษาแบบไม่ผ่าตัดจะได้ผลดี

  4. อาการปวดรุนแรงฉับพลันเกิดจากขบวนการที่ร่างกายพยายามดูดซึมหินปูนกลับไป                       
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #หินปูนเกาะเส้นเอ็น #CalcificTendinitis #รักษาโดยไม่ผ่าตัด #ช็อกเวฟ #ดูดล้างหินปูน #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดแขน #ไหล่ติด #กระดูกและข้อ #สุขภาพผู้หญิง #เอ็นอักเสบ #MRI #Shockwave #Barbotage #ShoulderPain #CalcificTendinitis #Orthopedics #SportsMedicine #PhysicalTherapy


Reference List

  1. Chiou HJ, Chou YH, Wu JJ, Hsu CC, Tiu CM, Chang CY, et al. Ultrasound-guided fine-needle barbotage of calcific tendinitis of the shoulder: combined with corticosteroid injection to the subacromial bursa. J Ultrasound Med. 2002 Sep;21(9):1001-1007. [ยืนยันจากการอ้างอิงซ้ำใน literature]
    งานนี้เสนอเทคนิคใช้เข็มเล็กเจาะ–ดูด–ล้างหินปูนในเอ็นรอบหัวไหล่ภายใต้เครื่องอัลตราซาวด์ ร่วมฉีดสเตียรอยด์ช่อง subacromial ทำให้หินปูนยุบ อาการปวดลดลง และแผลผ่าตัดเล็กมาก

  2. Louwerens JK, Sierevelt IN, van Noort A, van den Bekerom MP. The natural course of calcific tendinitis of the shoulder: a systematic review. J Shoulder Elbow Surg. 2014 Mar;23(3):e59-67. doi: 10.1016/j.jse.2013.08.018. PMID: 24076009.
    บทความนี้รวบรวมข้อมูลว่าหินปูนเกาะเอ็นหัวไหล่หลายรายสามารถค่อย ๆ ยุบหายเองตามเวลา แม้ไม่ได้ทำหัตถการพิเศษ ผู้ป่วยจำนวนมากดีขึ้นด้วยการรักษาแบบประคับประคอง

  3. Bannuru RR, Flavin NE, Vaysbrot E, Harvey W, McAlindon T. High-energy extracorporeal shockwave therapy for treating chronic calcific tendinitis of the shoulder: a systematic review. Ann Intern Med. 2014 Apr 15;160(8):542-549. doi: 10.7326/M13-1982. PMID: 24733195.
    systematic review นี้แสดงว่าคลื่นกระแทกพลังงานสูงช่วยลดปวด เพิ่มการใช้งานหัวไหล่ และทำให้หินปูนยุบได้ดีกว่าคลื่นพลังต่ำหรือยาหลอก เหมาะใช้ในผู้ป่วยที่รักษาแบบทั่วไปแล้วยังไม่ดีขึ้น

  4. Sansone V, Maiorano E, Galluzzo A, Pascale V. Calcific tendinopathy of the shoulder: clinical perspectives into the mechanisms, pathogenesis, and treatment. Orthop Res Rev. 2018;10:63-72. doi: 10.2147/ORR.S138225. PMID: 30349357.
    บทความนี้อธิบายว่าโรคหินปูนเอ็นหัวไหล่เกิดเป็นวงจรหลายระยะ ตั้งแต่ระยะก่อนมีหินปูน ระยะก่อตัว พักนิ่ง และระยะละลาย พร้อมทบทวนการรักษาทั้งยา กายภาพ คลื่นกระแทก การล้างหินปูนด้วยเข็ม และการผ่าตัด

  5. Lanza E, Banfi G, Serafini G, Lacelli F, Orlandi D, Fabbro E, et al. Ultrasound-guided percutaneous irrigation in rotator cuff calcific tendinopathy: what is the evidence? A systematic review. Eur Radiol. 2015 Jul;25(7):2176-2183. doi: 10.1007/s00330-014-3567-1. PMID: 25583182.
    systematic review นี้รวบรวมผลการรักษาด้วยการล้างหินปูนผ่านเข็มภายใต้เครื่องอัลตราซาวด์ พบว่าเป็นหัตถการที่ปลอดภัย มีอัตราอาการดีขึ้นและหินปูนยุบสูง เหมาะใช้เป็นทางเลือกสำคัญก่อนพิจารณาผ่าตัด