Friday, April 3, 2026

ปวดไหล่แปล๊บเหมือนเข็มแทง... แค่ไหล่ติด หรือมี "นิ่ว" ซ่อนในเส้นเอ็น? ไขข้อสงสัยโรคหินปูนเกาะเส้นเอ็นหัวไหล่

 



ปวดไหล่แปล๊บเหมือนเข็มแทง... แค่ไหล่ติด หรือมี "นิ่ว" ซ่อนในเส้นเอ็น? ไขข้อสงสัยโรคหินปูนเกาะเส้นเอ็นหัวไหล่

"หมอครับ/หมอคะ อยู่ดีๆ ก็ปวดไหล่รุนแรงมาก เหมือนมีใครเอามีดมาสับที่หัวไหล่ ขยับนิดเดียวก็น้ำตาเล็ด ยาแก้ปวดที่เคยมีก็เอาไม่อยู่ ไปเอกซเรย์มาหมอบอกว่ามีหินปูนเกาะตั้ง 2 เซนติเมตร! ต้องผ่าตัดเลยไหมคะ?"

นี่คือสถานการณ์ "ระเบิดเวลา" ที่เกิดขึ้นในข้อไหล่ของใครหลายคนครับ อาการปวดไหล่เรื้อรังที่ดูเหมือนไม่มีอะไร เป็นๆ หายๆ มาหลายเดือน แต่อยู่ดีๆ ก็ลุกขึ้นมาอาละวาดจนนอนไม่ได้ ขยับไม่ไหว เคสแบบนี้ในทางหมอกระดูกเราเจอบ่อยมากครับ และที่สำคัญ... หลายคนตกใจกับคำว่า "ผ่าตัด" จนกังวลไปหมด วันนี้หมอเก่งจะมาช่วยไขรหัสลับของก้อนหินปูนในเส้นเอ็นให้ฟังว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไร และจำเป็นต้องจบลงที่ห้องผ่าตัดทุกรายจริงหรือเปล่า?


เรื่องเล่าจากคนไข้: เมื่ออาการปวด "เลือกเวลาเกิด" ของคุณหวาน

คุณหวาน (นามสมมติ) อายุ 50 ปี เป็นพนักงานออฟฟิศที่ชอบนอนตะแคงซ้ายเป็นชีวิตจิตใจครับ เธอเริ่มมีอาการปวดไหล่ซ้ายหนึบๆ มาประมาณ 6 เดือน ช่วงแรกก็แค่รู้สึกรำคาญเวลาตื่นนอน หรือเวลาต้องเอื้อมหยิบของสูงๆ แต่ที่แปลกคือเธอยังยกแขนแนบหูได้นะ แต่พอจะกางแขนค้างไว้เกินระดับไหล่ (90 องศา) กลับทำไม่ได้นานเพราะมันปวดแปล๊บขึ้นมา

จนกระทั่งเมื่อเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา จู่ๆ อาการปวดที่เคยเป็น "มิตร" กลับกลายเป็น "ศัตรู" ร้ายแรง คุณหวานปวดไหล่รุนแรงจนขยับแขนไม่ได้เลย ต้องประคองแขนไว้ตลอดเวลา พอไปโรงพยาบาลเอกซเรย์พบก้อนหินปูนขนาดใหญ่ถึง 2 เซนติเมตรเกาะอยู่ที่เส้นเอ็น และผล MRI บอกว่าเส้นเอ็นอักเสบแต่ยังไม่ขาด คุณหมอที่โรงพยาบาลแนะนำให้ผ่าตัดทันที คุณหวานเลยรีบมาปรึกษาหมอด้วยความกังวลว่า "หนูไม่อยากผ่าตัด มีทางเลือกอื่นไหมคะหมอ?"


อธิบายโรคแบบเข้าใจง่าย: เมื่อ "ยาสีฟัน" กลายเป็น "หิน" ในเส้นเอ็น

เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพ หมออยากให้ลองนึกภาพว่า เส้นเอ็นหัวไหล่ของเราเหมือน "หนังยาง" ที่แข็งแรงมากเส้นหนึ่งครับ ในภาวะปกติหนังยางนี้จะยืดหยุ่นดีช่วยให้เราหมุนไหล่ไปมาได้

แต่ในโรค เส้นเอ็นหัวไหล่อักเสบจากผลึกหินปูน (Calcific Tendinitis) ร่างกายเราเกิดการทำงานที่ผิดปกติบางอย่าง จนมีการสะสมของแคลเซียมเข้าไปในเนื้อของเส้นเอ็นครับ

  • ระยะแรก: หินปูนจะมีลักษณะนิ่มๆ เหมือน "ยาสีฟัน" ช่วงนี้อาจจะแค่รำคาญ ปวดนิดหน่อยเวลาขยับ

  • ระยะอักเสบเฉียบพลัน: เมื่อร่างกายพยายามจะ "ดูดซึม" หินปูนก้อนนี้กลับไป ร่างกายจะส่งสารอักเสบมาถล่มจุดนั้น เหมือนภูเขาไฟระเบิดครับ ช่วงนี้แหละที่คุณจะปวดรุนแรงจนร้องไห้

  • ระยะหินปูนแข็ง: หินปูนจะเริ่มแข็งตัวเหมือน "เม็ดกรวด" ซึ่งถ้าก้อนใหญ่มาก (เช่น 2 เซนติเมตร) มันจะไปขัดกับกระดูกเวลาเรายกแขน ทำให้เรากางแขนได้ไม่สุดนั่นเอง




ความรู้พื้นฐาน: โรคเส้นเอ็นหัวไหล่อักเสบจากผลึกหินปูน (Calcific Tendinitis)

โรคเส้นเอ็นหัวไหล่อักเสบจากผลึกหินปูน (Calcific Tendinitis of the Shoulder) คือ ภาวะที่มีการสะสมของแคลเซียมฟอสเฟตภายในเส้นเอ็นหมุนข้อไหล่ (Rotator Cuff) มักพบมากในคนอายุ 30-60 ปี โดยเฉพาะในผู้หญิงพบได้บ่อยกว่าผู้ชาย

สาเหตุและการเกิดโรค: ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด 100% ครับ แต่สันนิษฐานว่าเกิดจากการที่เลือดไปเลี้ยงเส้นเอ็นน้อยลงตามวัย หรือมีการบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ ซ้ำซาก จนร่างกายพยายามซ่อมแซมด้วยการพอกแคลเซียมลงไปแทนที่เนื้อเยื่อที่เสียหาย

อาการที่พบบ่อย:

  • ปวดไหล่รุนแรงฉับพลัน (มักเป็นในช่วงที่ร่างกายพยายามดูดซึมหินปูนกลับ)

  • ปวดเวลาขยับแขนในท่าเฉพาะ เช่น การกางแขนออกด้านข้าง

  • อาการปวดรบกวนการนอน โดยเฉพาะถ้านอนตะแคงทับข้างที่เจ็บ

  • ในรายที่ก้อนหินปูนใหญ่มาก จะรู้สึกว่าไหล่ขัด ยกแขนได้ไม่คล่องตัว


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้หินปูนเกาะไหล่

  1. อายุ: ช่วงอายุ 30-50 ปี เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีในเส้นเอ็นมากที่สุด

  2. เพศ: ผู้หญิงมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้ชายอย่างชัดเจน

  3. โรคประจำตัวบางชนิด: เช่น โรคเบาหวาน หรือความผิดปกติของต่อมไทรอยด์

  4. พฤติกรรมการใช้งาน: การใช้ไหล่ทำงานในท่าซ้ำๆ หรือการเกร็งไหล่ต่อเนื่อง

  5. ภาวะนอนไม่หลับหรือความเครียด: ซึ่งส่งผลต่อขบวนการซ่อมแซมและอักเสบของร่างกาย


การตรวจวินิจฉัย: หินปูน 2 เซนติเมตร บอกอะไรเรา?

  • เอกซเรย์ (X-ray): เป็นวิธีที่ง่ายและชัดเจนที่สุดสำหรับโรคนี้ครับ เราจะเห็นก้อนสีขาวๆ (หินปูน) ลอยอยู่เหนือกระดูกหัวไหล่ ขนาด 2 เซนติเมตรถือว่าใหญ่พอสมควรครับ

  • อัลตราซาวด์ (Ultrasound): หมอชอบวิธีนี้มาก เพราะสามารถดูได้ว่าหินปูนก้อนนั้น "นิ่ม" หรือ "แข็ง" และดูได้ว่ามีการอักเสบรอบข้างมากน้อยแค่ไหน

  • MRI (เอ็มอาร์ไอ): จะใช้เพื่อเช็กความเสียหายของเส้นเอ็นโดยรวม เหมือนในเคสของคุณหวานที่พบว่า "เอ็นเสียหายเล็กน้อยแต่ยังไม่ขาด" ข้อมูลนี้สำคัญมาก เพราะถ้าเอ็นยังไม่ขาด การรักษาโดยไม่ผ่าตัดจะมีโอกาสสำเร็จสูงมากครับ

  • การตรวจร่างกาย: หมอจะเช็กช่วงการเคลื่อนไหว (Range of Motion) เพื่อดูว่าอาการปวดเกิดจากหินปูนไปขัด หรือเกิดจากการอักเสบ


แนวทางการรักษา: 2 เซนติเมตร ต้องผ่าตัดเลยไหม?

หมอขอตอบให้สบายใจก่อนเลยครับว่า "ส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัดทันทีครับ" โดยเฉพาะเมื่อผล MRI ยืนยันว่าเส้นเอ็นยังไม่ขาด แนวทางการรักษาควรเรียงลำดับจากเบาไปหาหนักดังนี้ครับ:

  1. ปรับพฤติกรรมและการพักข้อไหล่: ในช่วงที่ปวดรุนแรง (เช่น ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาของคุณหวาน) ควรลดการใช้งานแขนข้างนั้น เลี่ยงการนอนตะแคงทับ และประคบเย็นเพื่อลดปวด

  2. การใช้ยา: ทานยากลุ่มลดอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เพื่อคุมอาการอักเสบเฉียบพลัน

  3. การใช้คลื่นกระแทก (Shockwave Therapy - ESWT): เป็นการใช้คลื่นเสียงพลังงานสูงยิงเข้าไปที่ก้อนหินปูน เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายมาดูดซึมหินปูนออกไปและลดอาการปวด วิธีนี้ได้ผลดีมากในรายที่หินปูนเริ่มแข็ง

  4. การดูดล้างหินปูนด้วยอัลตราซาวด์ (Ultrasound-guided Lavage / Barbotage): นี่คือไม้เด็ดครับ! หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทาง เพื่อใช้เข็มขนาดเล็กเจาะเข้าไปในก้อนหินปูน แล้วทำการดูดล้างเอาหินปูนออกมา วิธีนี้เหมาะมากกับหินปูนก้อนใหญ่ (เช่น 2 ซม.) และอยู่ในระยะนิ่มเหมือนยาสีฟัน ทำเสร็จแล้วคนไข้จะรู้สึกเบาไหล่ขึ้นทันทีโดยไม่ต้องมีแผลผ่าตัด

  5. กายภาพบำบัด: เมื่ออาการปวดลดลง ต้องบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่ให้แข็งแรง เพื่อลดแรงเสียดสีในอนาคต

  6. การผ่าตัด (Arthroscopic Surgery): จะพิจารณาเป็นทางเลือกสุดท้ายจริงๆ เมื่อรักษาด้วยวิธีข้างต้นอย่างเต็มที่แล้ว 3-6 เดือน แต่อาการไม่ดีขึ้น หรือก้อนหินปูนนั้นไปขัดจนเส้นเอ็นเสียหายรุนแรง


พยากรณ์โรค: โรคนี้หายขาดไหม?

โรคหินปูนเกาะเส้นเอ็นมีพยากรณ์โรคที่ดีมากครับ กว่า 90% หายได้ด้วยวิธีไม่ผ่าตัด ร่างกายมนุษย์เรามหัศจรรย์มากครับ บางครั้งมันสามารถดูดซึมหินปูนก้อนใหญ่ๆ ให้หายไปเองได้เลย แต่ต้องใช้เวลาและการดูแลที่ถูกต้อง การรักษาที่หมอแนะนำจะช่วย "เร่งขบวนการ" นี้ให้เร็วขึ้น เพื่อให้คนไข้ไม่ต้องทนปวดนานเป็นปีๆ ครับ


ภาวะแทรกซ้อน: สิ่งที่อาจตามมาถ้าปล่อยไว้

  • ไหล่ติด (Frozen Shoulder): เนื่องจากปวดจนไม่กล้าขยับไหล่ สุดท้ายพังผืดจะมายึดข้อไหล่จนแข็งไปหมด

  • เส้นเอ็นฉีกขาด (Rotator Cuff Tear): ก้อนหินปูนที่ใหญ่และแข็งอาจไปเสียดสีกับกระดูกจนทำให้เส้นเอ็นที่อยู่ใต้ก้อนนั้นค่อยๆ เปื่อยและขาดในที่สุด

  • อาการปวดเรื้อรัง: ส่งผลต่อสุขภาพจิตและการนอนหลับ


5 วิธีป้องกันหินปูนเกาะไหล่

  1. บริหารยืดเหยียดไหล่สม่ำเสมอ: อย่าปล่อยให้ไหล่อยู่ในท่าเดิมนานๆ

  2. ออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรง: เน้นกล้ามเนื้อกลุ่มที่ช่วยประคองข้อไหล่

  3. เลี่ยงการยกของหนักในท่าที่ผิดสุขลักษณะ: เช่น การเอื้อมมือไปหยิบของหนักหลังเบาะรถ

  4. คุมโรคประจำตัว: โดยเฉพาะเบาหวานและไทรอยด์

  5. สังเกตอาการตั้งแต่เนิ่นๆ: หากปวดไหล่เกิน 2 สัปดาห์ ให้รีบพบแพทย์ อย่ารอจนปวดรุนแรงฉับพลันครับ


Q&A Section

Q: หินปูน 2 เซนติเมตร ถือว่าใหญ่มากไหม? หมอเก่ง: ใหญ่พอสมควรครับ ปกติเกิน 1-1.5 เซนติเมตร มักจะเริ่มมีอาการขัดไหล่ชัดเจน แต่ขนาดก้อนไม่ได้บอกว่าต้องผ่าตัดเสมอไปครับ ต้องดูระยะของหินปูนและอาการปวดประกอบด้วย

Q: ทำไมยกแขนติดหูได้ แต่กางแขนค้างไว้ 90 องศาแล้วปวด? หมอเก่ง: เป็นลักษณะเฉพาะของ "อาการขัดของไหล่" (Impingement) ครับ ในมุม 90 องศา ก้อนหินปูนจะไปเบียดกับส่วนบนของกระดูกบ่าพอดี แต่พอชูแขนขึ้นสุด ก้อนจะหลบเข้าไปใต้กระดูกได้บ้าง อาการปวดเลยอาจจะน้อยลงในท่านั้นครับ

Q: การดูดล้างหินปูนเจ็บไหม? หมอเก่ง: เจ็บน้อยกว่าอาการปวดตอนหินปูนอักเสบมากครับ และหมอมีการใช้ยาชาเฉพาะจุดช่วยขณะทำ หลังทำอาจจะระบม 1-2 วัน แต่หลังจากนั้นอาการจะดีขึ้นอย่างรวดเร็วครับ


สรุปประเด็นสำคัญ

  1. โรคหินปูนเกาะเส้นเอ็นหัวไหล่ (Calcific Tendinitis) ส่วนใหญ่หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

  2. ก้อนหินปูนขนาด 2 ซม. สามารถรักษาด้วยวิธี "ดูดล้าง" (Barbotage) หรือใช้คลื่นกระแทก (Shockwave) ได้

  3. ผล MRI ที่ว่าเอ็นยังไม่ขาด เป็นสัญญาณที่ดีมากว่าการรักษาแบบไม่ผ่าตัดจะได้ผลดี

  4. อาการปวดรุนแรงฉับพลันเกิดจากขบวนการที่ร่างกายพยายามดูดซึมหินปูนกลับไป                       
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #หินปูนเกาะเส้นเอ็น #CalcificTendinitis #รักษาโดยไม่ผ่าตัด #ช็อกเวฟ #ดูดล้างหินปูน #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดแขน #ไหล่ติด #กระดูกและข้อ #สุขภาพผู้หญิง #เอ็นอักเสบ #MRI #Shockwave #Barbotage #ShoulderPain #CalcificTendinitis #Orthopedics #SportsMedicine #PhysicalTherapy


Reference List

  1. Chiou HJ, Chou YH, Wu JJ, Hsu CC, Tiu CM, Chang CY, et al. Ultrasound-guided fine-needle barbotage of calcific tendinitis of the shoulder: combined with corticosteroid injection to the subacromial bursa. J Ultrasound Med. 2002 Sep;21(9):1001-1007. [ยืนยันจากการอ้างอิงซ้ำใน literature]
    งานนี้เสนอเทคนิคใช้เข็มเล็กเจาะ–ดูด–ล้างหินปูนในเอ็นรอบหัวไหล่ภายใต้เครื่องอัลตราซาวด์ ร่วมฉีดสเตียรอยด์ช่อง subacromial ทำให้หินปูนยุบ อาการปวดลดลง และแผลผ่าตัดเล็กมาก

  2. Louwerens JK, Sierevelt IN, van Noort A, van den Bekerom MP. The natural course of calcific tendinitis of the shoulder: a systematic review. J Shoulder Elbow Surg. 2014 Mar;23(3):e59-67. doi: 10.1016/j.jse.2013.08.018. PMID: 24076009.
    บทความนี้รวบรวมข้อมูลว่าหินปูนเกาะเอ็นหัวไหล่หลายรายสามารถค่อย ๆ ยุบหายเองตามเวลา แม้ไม่ได้ทำหัตถการพิเศษ ผู้ป่วยจำนวนมากดีขึ้นด้วยการรักษาแบบประคับประคอง

  3. Bannuru RR, Flavin NE, Vaysbrot E, Harvey W, McAlindon T. High-energy extracorporeal shockwave therapy for treating chronic calcific tendinitis of the shoulder: a systematic review. Ann Intern Med. 2014 Apr 15;160(8):542-549. doi: 10.7326/M13-1982. PMID: 24733195.
    systematic review นี้แสดงว่าคลื่นกระแทกพลังงานสูงช่วยลดปวด เพิ่มการใช้งานหัวไหล่ และทำให้หินปูนยุบได้ดีกว่าคลื่นพลังต่ำหรือยาหลอก เหมาะใช้ในผู้ป่วยที่รักษาแบบทั่วไปแล้วยังไม่ดีขึ้น

  4. Sansone V, Maiorano E, Galluzzo A, Pascale V. Calcific tendinopathy of the shoulder: clinical perspectives into the mechanisms, pathogenesis, and treatment. Orthop Res Rev. 2018;10:63-72. doi: 10.2147/ORR.S138225. PMID: 30349357.
    บทความนี้อธิบายว่าโรคหินปูนเอ็นหัวไหล่เกิดเป็นวงจรหลายระยะ ตั้งแต่ระยะก่อนมีหินปูน ระยะก่อตัว พักนิ่ง และระยะละลาย พร้อมทบทวนการรักษาทั้งยา กายภาพ คลื่นกระแทก การล้างหินปูนด้วยเข็ม และการผ่าตัด

  5. Lanza E, Banfi G, Serafini G, Lacelli F, Orlandi D, Fabbro E, et al. Ultrasound-guided percutaneous irrigation in rotator cuff calcific tendinopathy: what is the evidence? A systematic review. Eur Radiol. 2015 Jul;25(7):2176-2183. doi: 10.1007/s00330-014-3567-1. PMID: 25583182.
    systematic review นี้รวบรวมผลการรักษาด้วยการล้างหินปูนผ่านเข็มภายใต้เครื่องอัลตราซาวด์ พบว่าเป็นหัตถการที่ปลอดภัย มีอัตราอาการดีขึ้นและหินปูนยุบสูง เหมาะใช้เป็นทางเลือกสำคัญก่อนพิจารณาผ่าตัด

ปวดไหล่จนยกแขนไม่ขึ้นมา 6 เดือน... แค่เมื่อยหรือ "ไหล่ติด" ของจริง? พร้อมแนวทางรักษาให้กลับมาขยับพริ้วเหมือนเดิม

 



ปวดไหล่จนยกแขนไม่ขึ้นมา 6 เดือน... แค่เมื่อยหรือ "ไหล่ติด" ของจริง? พร้อมแนวทางรักษาให้กลับมาขยับพริ้วเหมือนเดิม

"หมอครับ ผมปวดไหล่มาครึ่งปีแล้ว ตอนแรกก็นึกว่าแค่พนักงานออฟฟิศปวดเมื่อยทั่วไป แต่หลังๆ มาเริ่มยกแขนสระผมไม่ได้ จะหยิบของหลังรถก็เอื้อมไม่ถึง แถมตอนนอนตะแคงทับไหล่ข้างที่ปวดทีไร สะดุ้งตื่นทุกที แบบนี้เขาเรียกว่าไหล่ติดใช่ไหมครับ?"

นี่คือหนึ่งในคำถามยอดฮิตที่หมอเจอในห้องตรวจบ่อยมากครับ หลายคนทนปวดทนฝืนมานาน เพราะคิดว่าเดี๋ยวก็หายเอง หรือคิดว่าแค่เส้นยึดธรรมดา แต่ความจริงแล้วอาการ "ปวดไหล่เรื้อรัง" โดยเฉพาะที่ปวดมานานเกิน 3-6 เดือน อาจเป็นสัญญาณของโรคที่ทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลงอย่างคาดไม่ถึง วันนี้หมอจะพาไปทำความรู้จักกับโรคนี้ให้ลึกซึ้ง พร้อมวิธีรักษาที่คุณอาจไม่ต้องเจ็บตัวผ่าตัดเลยก็ได้ครับ


เรื่องเล่าจากคนไข้: เมื่อ "ไหล่ติด" เปลี่ยนชีวิตคุณน้ามาลี

คุณน้ามาลี (นามสมมติ) อายุ 55 ปี เป็นแม่บ้านที่ชอบทำอาหารและดูแลสวนมากครับ คุณน้าเริ่มมีอาการปวดไหล่ซ้ายลึกๆ มาประมาณ 6 เดือนที่แล้ว ช่วงแรกๆ คุณน้าคิดว่าคงปวดเพราะขุดดินทำสวนเยอะไปหน่อย เลยไปซื้อยาลูกกลอนและยาแก้ปวดทานเอง แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น

ผ่านไป 3 เดือน อาการปวดเริ่มเปลี่ยนไป คุณน้าบอกหมอว่า "มันไม่ใชแค่ปวด แต่มันแข็งไปหมด" จะใส่เสื้อชั้นในเองก็ติด จะยกแขนขึ้นหยิบเครื่องปรุงบนชั้นสูงๆ ก็ทำไม่ได้ จนล่าสุดนอนไม่หลับมาเป็นเดือนเพราะปวดไหล่ตอนกลางคืน คุณน้ามาหาหมอด้วยสีหน้าที่อ่อนเพลียและกังวลมาก กลัวว่าแขนจะพิการไปตลอดชีวิต แต่หลังจากที่หมอได้ตรวจและวางแผนรักษาอย่างเป็นระบบ วันนี้คุณน้านกลับมาขุดดินปลูกต้นไม้ได้เหมือนเดิมแล้วครับ


เปรียบเปรยโรคไหล่ติด: เมื่อ "บ้าน" ของหัวไหล่แคบลง

เพื่อให้เห็นภาพง่ายๆ หมออยากให้ลองนึกภาพว่า ข้อไหล่ของเราเหมือน "ลูกบอลที่อยู่ในถุง" (ลูกบอลคือหัวกระดูกไหล่ ถุงคือเยื่อหุ้มข้อ)

ในสภาวะปกติ "ถุง" ใบนี้จะมีความยืดหยุ่นสูงมาก ทำให้เราหมุนแขนได้รอบทิศทาง แต่เมื่อเกิดโรค ไหล่ติด (Frozen Shoulder) เยื่อหุ้มข้อไหล่จะเกิดการอักเสบและหนาตัวขึ้นจนกลายเป็นพังผืด เปรียบเหมือนถุงที่เคยนิ่มๆ กลายเป็นถุงหนังแข็งๆ ที่หดตัวเล็กลงเรื่อยๆ จนไปรัดลูกบอลไว้แน่น

เมื่อเราพยายามจะยกแขน ถุงที่แข็งและรัดแน่นนี้ก็จะรั้งไว้ ทำให้เราขยับไม่ได้และเจ็บปวดอย่างรุนแรง เหมือนเราพยายามใส่เสื้อที่ไซส์เล็กกว่าตัวเรามากๆ นั่นเองครับ


ความรู้พื้นฐาน: โรคไหล่ติดคืออะไร?

โรคข้อไหล่ติด (Adhesive Capsulitis) คือ ภาวะที่มีการอักเสบ หนาตัว และการหดตัวของเยื่อหุ้มข้อไหล่ ทำให้พื้นที่ภายในข้อไหล่ลดลง ส่งผลให้คนไข้ปวดและไม่สามารถขยับข้อไหล่ได้ตามปกติ ทั้งในตอนที่พยายามขยับเองหรือมีคนอื่นช่วยขยับให้

สาเหตุของการเกิดโรค: สาเหตุที่แน่ชัดยังไม่ทราบทั้งหมด แต่ส่วนใหญ่มักเกิดจากการอักเสบเรื้อรังในข้อ ซึ่งอาจเกิดจาก:

  • การบาดเจ็บเล็กน้อยแต่สะสมมานาน

  • การไม่ได้ขยับไหล่เป็นเวลานาน (เช่น หลังผ่าตัด หรือใส่ผ้าคล้องแขนนานเกินไป)

  • ความเสื่อมตามวัย

อาการที่พบบ่อย:

  • ปวดไหล่ลึกๆ โดยเฉพาะตอนกลางคืน

  • ยกแขนขึ้นไม่สุด เอื้อมแขนไปข้างหลัง (ท่ารูดซิปหรือใส่บรา) ไม่ได้

  • เมื่อถึงจุดที่ติด จะรู้สึกเจ็บแปล๊บเหมือนถูกเข็มแทง


3 ระยะของโรคไหล่ติด: คุณอยู่ในระยะไหน?

โรคนี้มีวงจรที่ชัดเจน ซึ่งหมออยากให้คนไข้เข้าใจ เพราะการรักษาในแต่ละระยะจะไม่เหมือนกันครับ

  1. ระยะปวด (Freezing Phase): (ประมาณ 0-9 เดือน) ระยะนี้อาการเด่นคือ "ปวด" ปวดมากทั้งตอนขยับและตอนพัก โดยเฉพาะตอนกลางคืน ไหล่จะเริ่มขยับได้น้อยลงเรื่อยๆ

  2. ระยะติด (Frozen Phase): (ประมาณ 4-12 เดือน) อาการปวดจะค่อยๆ ลดลง แต่ความ "แข็ง" จะชัดเจนมาก ขยับแขนไม่ได้เกือบทุกทิศทาง ระยะนี้คนไข้มักจะเริ่มชินกับความปวดแต่จะหงุดหงิดที่ใช้ชีวิตลำบาก

  3. ระยะฟื้นตัว (Thawing Phase): (ประมาณ 6 เดือน - 2 ปี) ข้อไหล่จะค่อยๆ คลายตัวออกเองอย่างช้าๆ ความยืดหยุ่นเริ่มกลับมา แต่ถ้าไม่รักษาอย่างถูกต้อง อาจขยับได้ไม่เท่าเดิม 100%


ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่ควรละเลย

  1. โรคเบาหวาน: ผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสเป็นไหล่ติดสูงกว่าคนทั่วไปถึง 2-4 เท่า และมักจะเป็นทั้งสองข้าง

  2. โรคไทรอยด์: ทั้งไทรอยด์เป็นพิษและไทรอยด์ทำงานต่ำ ส่งผลต่อการอักเสบของเยื่อหุ้มข้อ

  3. อายุและเพศ: มักพบในคนวัย 40-60 ปี และพบในผู้หญิงบ่อยกว่าผู้ชาย

  4. โรคหัวใจหรือการผ่าตัดทรวงอก: การที่แขนไม่ได้เคลื่อนไหวหลังผ่าตัดเป็นปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญ

  5. อุบัติเหตุบริเวณไหล่: เช่น เอ็นหัวไหล่ฉีกขาด หรือกระดูกหักบริเวณใกล้เคียง


การตรวจวินิจฉัย: เมื่อมาหาหมอ หมอจะทำอะไรบ้าง?

  • การซักประวัติ: หมอจะถามระยะเวลาที่เป็น (เช่น เป็นมา 6 เดือนแล้ว) ลักษณะการปวด และข้อจำกัดในการใช้ชีวิต

  • การตรวจร่างกาย (Physical Exam): หมอจะจับไหล่ขยับดูทุกทิศทางเพื่อเช็กว่า "ติดจริงไหม" โดยจะดูการหมุนเข้าหมุนออกและการยกแขนขึ้น

  • เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูว่ามีกระดูกงอกหรือข้อไหล่เสื่อมไหม (โรคไหล่ติดจริงๆ เอกซเรย์มักจะดูปกติครับ)

  • อัลตราซาวด์ (Ultrasound): เพื่อเช็กว่ามีเส้นเอ็นหัวไหล่ฉีกขาดร่วมด้วยหรือไม่ และดูความหนาตัวของเยื่อหุ้มข้อ

  • MRI (เอ็มอาร์ไอ): จะใช้ในรายที่อาการไม่ชัดเจน หรือรักษาแล้วไม่ดีขึ้น เพื่อดูรายละเอียดภายในข้ออย่างละเอียด


แนวทางการรักษา: กู้คืนอิสรภาพให้หัวไหล่

ข่าวดีคือ กว่า 90% ของผู้ป่วยไหล่ติดสามารถรักษาหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ โดยมีลำดับขั้นตอนดังนี้:

  1. การปรับพฤติกรรม: หลีกเลี่ยงการยกของหนักในท่าที่ผิดสุขลักษณะ และหลีกเลี่ยงการนอนตะแคงทับไหล่ข้างที่ปวด

  2. กายภาพบำบัด: นี่คือหัวใจสำคัญครับ หมอจะเน้นการยืดเยื่อหุ้มข้อที่หดรัด (Stretching exercise) เช่น ท่าชักรอก หรือท่ายกแขนไต่กำแพง ต้องทำอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี

  3. การใช้ยา: ยาลดอักเสบกลุ่มที่ไม่มีสเตียรอยด์ (NSAIDs) เพื่อคุมอาการปวดในระยะแรก ช่วยให้คนไข้ทำกายภาพได้ง่ายขึ้น

  4. การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound-Guided Injection): วิธีนี้แม่นยำมากครับ หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางเพื่อฉีดยาลดอักเสบเข้าไปที่เยื่อหุ้มข้อโดยตรง หรือทำวิธีที่เรียกว่า Hydrodilatation คือการใช้ปริมาณน้ำยาและยารวมกันฉีดเข้าไปเพื่อ "ถ่าง" เยื่อหุ้มข้อที่หดรัดให้ขยายออก วิธีนี้เห็นผลเร็วมากในคนไข้ที่เป็นมานาน

  5. การผ่าตัด (Surgery): หมอจะพิจารณาเฉพาะในรายที่รักษาด้วยวิธีข้างต้นนานกว่า 6-9 เดือนแล้วไม่ดีขึ้น โดยจะใช้การส่องกล้องเข้าไปตัดพังผืดที่รัดข้อไหล่ออก (Arthroscopic Capsular Release) แผลจะเล็กมากและฟื้นตัวเร็วครับ


พยากรณ์โรค: ต้องรักษานานไหม?

"โรคนี้รักษาหายไหม?" คำตอบคือ หายได้แน่นอนครับ แต่ต้องอาศัย "ความอดทน" ระยะเวลาการรักษาขึ้นอยู่กับว่าคุณมาหาหมอในระยะไหน หากมาในระยะ 6 เดือน (ระยะติด) การรักษาด้วยการฉีดยาขยายข้อร่วมกับกายภาพมักจะเห็นผลชัดเจนใน 4-8 สัปดาห์ แต่หากปล่อยทิ้งไว้ตามธรรมชาติ โรคนี้อาจใช้เวลา 1-2 ปี กว่าจะคลายตัวออกเอง ซึ่งนานเกินไปและอาจทำให้กล้ามเนื้อไหล่ลีบได้ครับ


ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

  • กล้ามเนื้อลีบฝ่อ: เนื่องจากการไม่ได้ใช้งานแขนข้างนั้นเป็นเวลานาน

  • อาการปวดเรื้อรัง: หากเยื่อหุ้มข้ออักเสบจนกลายเป็นพังผืดที่หนามาก

  • ความผิดปกติของสะบัก: ร่างกายจะพยายามใช้สะบักขยับแทนไหล่ ทำให้ปวดคอและปวดสะบักตามมา


5 วิธีป้องกันไหล่ติดให้ห่างไกล

  1. ขยับไหล่ให้ครบช่วงการเคลื่อนไหว: ฝึกยกแขนขึ้น-ลง หมุนไหล่เป็นประจำทุกวัน วันละ 5-10 นาที

  2. คุมระดับน้ำตาลให้ดี: สำหรับคนที่เป็นเบาหวาน นี่คือวิธีป้องกันที่ดีที่สุด

  3. ออกกำลังกายสร้างความแข็งแรง: เน้นกล้ามเนื้อรอบสะบักและหัวไหล่

  4. อย่านิ่งนาน: หากต้องใส่ผ้าคล้องแขนหลังบาดเจ็บ ควรปรึกษาหมอว่าเริ่มขยับไหล่ได้เมื่อไหร่ ไม่ควรใส่นานเกินจำเป็น

  5. ปรึกษาแพทย์ทันทีเมื่อปวดเกิน 2 สัปดาห์: อย่ารอจนขยับแขนไม่ได้แล้วค่อยมาครับ


Q&A: ถาม-ตอบ เรื่องไหล่ติด

Q: ปวดไหล่มา 6 เดือนแล้ว ต้องตรวจ MRI เลยไหม? หมอเก่ง: ไม่จำเป็นในทุกรายครับ ส่วนใหญ่หมอสามารถวินิจฉัยได้จากการตรวจร่างกายและทำอัลตราซาวด์เบื้องต้น MRI จะเก็บไว้ใช้ในกรณีที่สงสัยว่ามีเอ็นขาดร่วมด้วย หรือรักษาแบบปกติแล้วไม่ดีขึ้นครับ

Q: นวดแผนไทยช่วยให้ไหล่หายติดได้ไหม? หมอเก่ง: การนวดช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายได้ครับ แต่ต้องระวัง "การดัดรุนแรง" เพราะถ้าเยื่อหุ้มข้ออักเสบอยู่ แล้วไปดัดจนฉีกขาด อาการจะแย่ลงกว่าเดิม หมอแนะนำว่าควรทำกายภาพบำบัดที่ถูกวิธีจะปลอดภัยกว่าครับ

Q: การฉีดยาอันตรายไหม และต้องฉีดบ่อยแค่ไหน? หมอเก่ง: การฉีดโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางมีความปลอดภัยสูงมากครับ เพราะหมอเห็นปลายเข็มและตำแหน่งยาตลอดเวลา ส่วนใหญ่มักฉีดเพียง 1-2 ครั้ง ร่วมกับการทำกายภาพอย่างเคร่งครัด อาการก็จะดีขึ้นมากแล้วครับ


สรุปประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)

  1. ไหล่ติดเกิดจากเยื่อหุ้มข้ออักเสบและหนาตัวจนรัดข้อไหล่ ไม่ใช่แค่เส้นยึดทั่วไป

  2. อาการปวดตอนกลางคืนและยกแขนสระผมไม่ได้ คือสัญญาณเตือนที่ชัดเจน

  3. เบาหวานเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เป็นโรคนี้ได้ง่ายและหายช้า

  4. การรักษาด้วยการฉีดยาขยายข้อ (Hydrodilatation) ภายใต้อัลตราซาวด์ เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูง

  5. ความสม่ำเสมอในการทำกายภาพบำบัดคือปัจจัยหลักที่จะทำให้หายขาด

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #ไหล่ติด #ข้อไหล่ติด #FrozenShoulder #ปวดไหล่ตอนกลางคืน #เบาหวาน #กายภาพบำบัด #ฉีดยาข้อไหล่ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #AdhesiveCapsulitis #ออฟฟิศซินโดรม #สุขภาพผู้สูงอายุ #ปวดคอสะบัก #Hydrodilatation #ปวดแขน #ShoulderPain #AdhesiveCapsulitis #FrozenShoulderRecovery #Orthopedics #ShoulderRehab


Reference List

  1. Kelley MJ, Shaffer MA, Kuhn JE, Michener LA, Seitz AL, Uhl TL, et al. Shoulder pain and mobility deficits: adhesive capsulitis. J Orthop Sports Phys Ther. 2013 May;43(5):A1-31. doi: 10.2519/jospt.2013.0302. PMID: 23636125.
    แนวทางนี้สรุปวิธีวินิจฉัยและรักษาโรคไหล่ติดอย่างเป็นระบบ ช่วยให้แพทย์และนักกายภาพเลือกแนวทางรักษาเหมาะกับระยะโรคและความรุนแรงของอาการได้ง่ายขึ้น

  2. Ewald A. Adhesive capsulitis: a review. Am Fam Physician. 2011 Feb 15;83(4):417-22. PMID: 21322517.
    บทความนี้อธิบายโรคไหล่ติดแบบอ่านเข้าใจง่ายสำหรับหมอทั่วไป ครอบคลุมอาการ สาเหตุ วิธีตรวจ และการรักษาตั้งแต่กินยา ฉีดยา กายภาพ ไปจนถึงหัตถการ

  3. Kingston K, Curry EJ, Galvin JW, Li X. Shoulder adhesive capsulitis: epidemiology and predictors of surgery. J Shoulder Elbow Surg. 2018 Aug;27(8):1437-1443. doi: 10.1016/j.jse.2018.04.004. PMID: 29807717.
    งานวิจัยนี้ศึกษาจำนวนผู้ป่วยไหล่ติดและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น โรคอ้วน เบาหวาน รวมถึงดูว่าปัจจัยใดทำให้คนไข้ต้องไปถึงขั้นผ่าตัดมากขึ้น

  4. Redler LH, Dennis ER. Treatment of adhesive capsulitis of the shoulder. J Am Acad Orthop Surg. 2019 Jun 15;27(12):e544-e554. doi: 10.5435/JAAOS-D-17-00606. PMID: 30632986.
    บทความนี้ทบทวนวิธีรักษาไหล่ติดตั้งแต่การไม่ผ่าตัด เช่น ฉีดยา กายภาพบำบัด ไปจนถึงการดัดข้อภายใต้ยาสลบและผ่าตัดส่องกล้อง เหมาะใช้วางแผนแนวทางรักษาแบบขั้นบันได

  5. Page MJ, Green S, Kramer S, Johnston RV, McBain B, Chau M, Buchbinder R. Manual therapy and exercise for adhesive capsulitis (frozen shoulder). Cochrane Database Syst Rev. 2014 Aug 26;(8):CD011275. doi: 10.1002/14651858.CD011275. PMID: 25157702.
    Cochrane review นี้รวบรวมงานวิจัยเรื่องกายภาพบำบัดและการออกกำลังกายสำหรับไหล่ติด เปรียบเทียบกับวิธีอื่น เช่น การฉีดสเตียรอยด์ เพื่อดูว่าอะไรช่วยลดปวดและเพิ่มการเคลื่อนไหวได้ดีที่สุดในช่วงสั้นและยาว

Monday, March 30, 2026

ยกแขนไม่ขึ้น สระผมลำบาก” ข้อไหล่เสื่อมต้องผ่าตัดไหม? ไม่ผ่าได้หรือเปล่า? เจาะลึกทางเลือกการรักษายุค 2026

 



ยกแขนไม่ขึ้น สระผมลำบาก” ข้อไหล่เสื่อมต้องผ่าตัดไหม? ไม่ผ่าได้หรือเปล่า? เจาะลึกทางเลือกการรักษายุค 2026

คุณเคยรู้สึกไหมครับว่า จู่ๆ กิจวัตรประจำวันที่เคยทำได้ง่ายๆ อย่างการเอื้อมมือไปหยิบของบนหิ้ง การสวมเสื้อเชิ้ต หรือแม้แต่การสระผม กลับกลายเป็นเรื่องยากและทรมาน เพราะอาการปวดที่แปล๊บขึ้นมาในข้อไหล่? บางคนอาจจะคิดว่า "ก็แค่ไหล่ติด เดี๋ยวก็หาย" หรือ "คงเป็นเพราะอายุเยอะแล้ว" แต่ความจริงแล้ว อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ “โรคข้อไหล่เสื่อม” ที่กำลังคืบคลานเข้ามาทำลายคุณภาพชีวิตของคุณครับ

หลายคนพอได้ยินคำว่า “เสื่อม” ก็มักจะตกใจและคำถามแรกที่พุ่งเข้ามาในหัวคือ “ต้องผ่าตัดไหมหมอ?” หรือ “ป้าไม่อยากผ่า มีวิธีอื่นไหม?” วันนี้หมอเก่งจะมาไขข้อข้องใจทั้งหมดนี้แบบละเอียดยิบ พร้อมบอกเคล็ดลับการดูแลตัวเองที่อัปเดตที่สุด เพื่อให้คุณกลับมาขยับแขนได้อย่างมั่นใจอีกครั้งครับ


เรื่องเล่าจากคนไข้: ป้าแดงกับไหล่ที่หายไป

ป้าแดง (นามสมมติ) อายุ 64 ปี อดีตแม่ค้าขายอาหารตามสั่งที่ขยันขันแข็ง ป้าแดงใช้แขนขวาคั่วกระทะและยกหม้อแกงมานานหลายสิบปีครับ จนกระทั่งช่วงปีที่ผ่านมา ป้าเริ่มสังเกตว่าไหล่ขวาเริ่มมีเสียงดัง “กรึ๊บกรับ” เวลาขยับ และเริ่มมีอาการปวดตื้อๆ ในไหล่ โดยเฉพาะตอนกลางคืนที่นอนตะแคงทับแขนตัวเอง ป้าแดงมักจะสะดุ้งตื่นเพราะความปวด

ป้าแดงพยายามไปนวดแผนไทย ไปแปะกอเอี๊ยะ แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น จนกระทั่งป้าเริ่มสระผมเองไม่ได้ เพราะยกแขนขึ้นไม่ถึงศีรษะ ป้ามาพบหมอด้วยใบหน้าที่กังวลมาก และประโยคแรกที่ป้าพูดคือ “หมอคะ อย่าให้ป้าผ่าตัดเลยนะ ป้ากลัว ป้ายังต้องเลี้ยงหลานอยู่” หมอจึงยิ้มและบอกป้าแดงว่า “ใจเย็นๆ ครับป้า การผ่าตัดเป็นทางเลือกสุดท้าย เดี๋ยวหมอจะเล่าให้ฟังว่าเรามีทางออกอื่นอีกเพียบเลยครับ”


ข้อไหล่เสื่อม... เหมือนลูกบอลที่ผิวถลอก

เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพง่ายๆ หมออยากให้ลองจินตนาการว่า “ข้อไหล่” ของเรามีลักษณะเหมือน “ลูกบอลกับถ้วย” ครับ

  • ลูกบอล: คือหัวกระดูกต้นแขนที่กลมมน

  • ถ้วย: คือเบ้ากระดูกสะบักที่รองรับลูกบอลนี้ไว้

ในคนปกติ ผิวของทั้งลูกบอลและถ้วยจะถูกเคลือบด้วย “กระดูกอ่อนผิวข้อ” ซึ่งลื่นเหมือนเทฟลอนที่เคลือบกระทะครับ มันช่วยให้เราหมุนแขนไปมาได้อย่างลื่นไหลไร้แรงเสียดทาน แต่พอเกิดภาวะ “ข้อไหล่เสื่อม” เจ้าเทฟลอนลื่นๆ นี้จะเริ่มเปื่อย เริ่มบาง และหลุดลอกออก จนในที่สุดกระดูกแข็งๆ ใต้ผิวข้อก็ต้องมาเสียดสีกันเอง เหมือนมีเม็ดทรายเข้าไปขัดอยู่ในข้อต่อ ทำให้เกิดอาการปวดและเสียงดังเวลานั่นเองครับ


ความรู้พื้นฐานของโรคข้อไหล่เสื่อม (Shoulder Osteoarthritis)

โรคข้อไหล่เสื่อม (Shoulder Osteoarthritis) คือภาวะที่กระดูกอ่อนผิวข้อไหล่เกิดการสึกหรอและเสื่อมสภาพลงตามกาลเวลาหรือจากการใช้งาน

สาเหตุการเกิดโรค

  1. ความเสื่อมตามวัย: เป็นสาเหตุหลักที่พบบ่อยที่สุด เมื่ออายุมากขึ้น ความสามารถในการซ่อมแซมกระดูกอ่อนจะลดลง

  2. การบาดเจ็บในอดีต: เช่น เคยมีหัวไหล่หลุดซ้ำๆ กระดูกไหล่หัก หรือเส้นเอ็นหัวไหล่ขาดเรื้อรัง

  3. การใช้งานหนัก: อาชีพที่ต้องยกแขนเหนือศีรษะบ่อยๆ หรือนักกีฬาที่ใช้แขนหนักๆ

  4. โรคอักเสบเรื้อรัง: เช่น โรครูมาตอยด์ ซึ่งทำให้เยื่อหุ้มข้ออักเสบและไปทำลายกระดูกอ่อน

อาการที่พบได้บ่อย

  • อาการปวด: มักปวดลึกๆ ในไหล่ ปวดมากขึ้นเวลาใช้งาน และปวดเด่นชัดตอนกลางคืน

  • เสียงในข้อ: มีเสียงดังกรอบแกรบเวลาหมุนไหล่

  • ข้อติดแข็ง: ช่วงการเคลื่อนไหวลดลง เอื้อมมือไปข้างหลังหรือยกแขนสูงไม่ได้

  • กล้ามเนื้อฝ่อ: หากปวดจนไม่ยอมขยับแขน กล้ามเนื้อรอบไหล่จะเริ่มเล็กลง


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ไหล่พังเร็ว

  1. อายุ: โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป

  2. อาชีพ: งานช่าง งานก่อสร้าง หรือแม่ค้าที่ต้องสะบัดแขนหรือยกของหนักต่อเนื่อง

  3. ประวัติอุบัติเหตุ: เคยไหล่กระแทกพื้นหรือตกจากที่สูง

  4. ความผิดปกติของเส้นเอ็น: เส้นเอ็นหัวไหล่ขาด (Rotator Cuff Tear) ซึ่งหากทิ้งไว้นานจะทำให้ข้อไหล่เสื่อมตามมา

  5. พันธุกรรม: บางครอบครัวมีสภาพผิวข้อที่เสื่อมเร็วกว่าคนปกติ


การตรวจวินิจฉัย: หมอตรวจอะไรบ้าง?

เพื่อให้ทราบระดับความรุนแรง หมอจำเป็นต้องใช้ข้อมูลหลายด้านครับ:

  • การตรวจร่างกาย: หมอจะขยับแขนคุณไปในทิศทางต่างๆ เพื่อดูช่วงการเคลื่อนไหวและจุดที่กดเจ็บ

  • เอกซเรย์ (X-ray): เป็นวิธีพื้นฐานที่สำคัญที่สุด เพื่อดูว่าช่องว่างระหว่างข้อแคบลงไหม หรือมีกระดูกงอกเกิดขึ้นหรือยัง

  • MRI (Magnetic Resonance Imaging): ในกรณีที่หมอสงสัยว่ามีเส้นเอ็นหัวไหล่ขาดร่วมด้วย หรือต้องการดูความละเอียดของกระดูกอ่อน

  • การอัลตราซาวด์ (Ultrasound): ช่วยดูการอักเสบของถุงน้ำรอบข้อและสภาพเส้นเอ็นแบบเรียลไทม์


แนวทางการรักษา: ไม่ผ่าได้ไหม?

หมอขอเน้นย้ำเลยครับว่า คนไข้ข้อไหล่เสื่อมส่วนใหญ่สามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด หากอาการยังไม่อยู่ในระยะท้ายๆ โดยเราจะเรียงลำดับการรักษาดังนี้ครับ:

1. การปรับพฤติกรรมและการกำจัดความเสี่ยง

  • เลี่ยงการยกของหนักเหนือศีรษะ

  • ปรับท่าทางการทำงาน ไม่ก้มตัวหรือห่อไหล่มากเกินไป

  • พักการใช้งานเมื่อเริ่มมีอาการปวด

2. กายภาพบำบัด

นี่คือหัวใจสำคัญครับ การทำกายภาพไม่ใช่แค่การนวด แต่คือการฝึกกล้ามเนื้อรอบสะบักและกล้ามเนื้อหมุนหัวไหล่ (Rotator Cuff) ให้แข็งแรง เพื่อให้กล้ามเนื้อเหล่านี้มาทำหน้าที่ “พยุงข้อ” แทนกระดูกที่เสื่อมไป

3. การใช้ยา

  • ยากลุ่มลดอักเสบ (NSAIDs) เพื่อคุมอาการปวดในช่วงที่อักเสบเฉียบพลัน

  • ยาทาภายนอก เพื่อลดผลข้างเคียงจากการกินยา

4. การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่อง Ultrasound ช่วยระบุตำแหน่ง

หากการกินยาและทำกายภาพยังเอาไม่อยู่ หมอมีทางเลือกที่แม่นยำขึ้นครับ:

  • การฉีดน้ำเลี้ยงข้อ (Hyaluronic Acid): เพื่อเพิ่มความลื่นและลดแรงเสียดทานในข้อไหล่

  • การฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP): เพื่อใช้ปัจจัยการซ่อมแซมจากเลือดตัวเองมาช่วยลดการอักเสบ

  • การฉีดสเตียรอยด์ (เฉพาะกรณี): เพื่อลดการอักเสบที่รุนแรงมาก

  • สำคัญ: หมอจะใช้ เครื่องอัลตราซาวด์ นำทางเข็มเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่ายาลงไปในข้อไหล่ที่แคบลงจริงๆ ไม่ใช่ไปอยู่แค่ชั้นไขมันครับ

5. การผ่าตัด (เฉพาะกรณีที่จำเป็นจริงๆ)

หากลองทุกวิธีข้างต้นแล้ว 6-12 เดือนอาการไม่ดีขึ้น หรือปวดจนใช้ชีวิตไม่ได้ หมอจึงจะคุยเรื่องผ่าตัดครับ:

  • การส่องกล้อง (Arthroscopy): เพื่อเข้าไปทำความสะอาดข้อ ตัดกระดูกงอก หรือซ่อมแซมเส้นเอ็นที่ฉีกขาด

  • การผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่เทียม (Shoulder Arthroplasty): มีทั้งแบบเปลี่ยนเฉพาะส่วนหัว และแบบเปลี่ยนทั้งหมด ปัจจุบันมีเทคโนโลยี Reverse Shoulder Arthroplasty ซึ่งเหมาะมากสำหรับผู้สูงอายุที่เส้นเอ็นขาดถัดไปด้วย ช่วยให้กลับมาใช้แขนได้เกือบปกติเลยครับ


พยากรณ์โรค: จะกลับมาปกติไหม?

โรคข้อไหล่เสื่อมหากได้รับการดูแลที่ถูกต้องตั้งแต่ระยะแรก อาการปวดจะหายไปได้และกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติครับ แม้ความเสื่อมของกระดูกจะไม่ได้หายไป 100% แต่เราสามารถ "อยู่กับมันอย่างมีความสุข" ได้ โรคนี้อาจกลับมาปวดซ้ำได้หากเรากลับไปใช้งานหนักเกินไป ดังนั้นการบริหารกล้ามเนื้อสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องที่ต้องทำตลอดไปครับ


ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

  • ไหล่ติดแข็ง (Frozen Shoulder): พอปวดแล้วไม่กล้าขยับ เยื่อหุ้มข้อจะหนาตัวจนไหล่ติดตาย

  • กล้ามเนื้อรอบไหล่ฝ่อ: ทำให้แขนไม่มีแรง ยกของหนักไม่ได้

  • กระดูกต้นแขนผิดรูป: จากการเสียดสีกันเป็นเวลานานจนกระดูกแหว่งหรือบิดเบี้ยว


5 วิธีป้องกันข้อไหล่เสื่อมลุกลาม

  1. ออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อไหล่: เช่น การใช้ยางยืดออกกำลังกายเบาๆ

  2. จัดท่านั่งทำงานให้ถูกต้อง: ไหล่ต้องไม่ห่อ คอต้องไม่ยื่น

  3. หลีกเลี่ยงการสะพายกระเป๋าหนักข้างเดียวเป็นเวลานาน

  4. วอร์มอัพร่างกาย: โดยเฉพาะการหมุนไหล่เบาๆ ก่อนเริ่มทำงานหรือเล่นกีฬา

  5. รีบพบแพทย์เมื่อเริ่มปวด: อย่ารอจนยกแขนไม่ได้ เพราะการรักษาในระยะแรกทำได้ง่ายกว่ามากครับ


Q&A Section: คำถามที่คนค้นหาบ่อย

Q: ปวดไหล่ตอนนอนตะแคง เป็นอาการของไหล่เสื่อมใช่ไหม? A: เป็นสัญญาณหนึ่งที่พบบ่อยมากครับ เพราะการนอนตะแคงจะไปกดเบียดข้อที่อักเสบอยู่ แต่ต้องแยกจากอาการเส้นเอ็นอักเสบหรือถุงน้ำอักเสบด้วยครับ

Q: ต้องตรวจ MRI ทุกรายไหมถ้าสงสัยไหล่เสื่อม? A: ไม่จำเป็นครับ ส่วนใหญ่แค่การตรวจร่างกายร่วมกับเอกซเรย์ก็วินิจฉัยได้แล้ว MRI จะทำเมื่อหมอสงสัยว่ามีเส้นเอ็นฉีกขาดร่วมด้วย หรือเพื่อวางแผนผ่าตัดครับ

Q: ปวดไหล่นานแค่ไหนควรไปหาหมอ? A: หากปวดต่อเนื่องเกิน 2-4 สัปดาห์ แม้จะพักแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือเริ่มมีอาการชาร้าวลงแขน ควรรีบมาพบหมอเพื่อตรวจเช็กครับ


สรุป

  1. ข้อไหล่เสื่อมคือภาวะกระดูกอ่อนสึกหรอ ทำให้กระดูกเสียดสีกันจนปวดและติดแข็ง

  2. ปัจจัยสำคัญคืออายุ การใช้งานหนัก และประวัติอุบัติเหตุในอดีต

  3. การรักษาเริ่มต้นด้วยการปรับพฤติกรรม ทำกายภาพ และใช้ยา ซึ่งได้ผลดีในคนส่วนใหญ่

  4. การฉีดยานำทางด้วยอัลตราซาวด์ช่วยเพิ่มความแม่นยำและลดอาการปวดได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

  5. การผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่เป็นทางเลือกสุดท้ายที่ให้ผลลัพธ์ดีเยี่ยมในรายที่เป็นรุนแรง

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #ข้อไหล่เสื่อม #ไหล่ติด #เส้นเอ็นหัวไหล่ขาด #เปลี่ยนข้อไหล่เทียม #กายภาพบำบัด #ฉีดน้ำเลี้ยงข้อ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ออฟฟิศซินโดรม #สุขภาพผู้สูงอายุ #ShoulderOA #ShoulderSurgery #Orthopedics #JointHealth #PhysicalTherapy


References 


  1. Arner JW, Elrick BP, Nolte P-C, Haber DB, Horan MP, Millett PJ. Survivorship and patient-reported outcomes after comprehensive arthroscopic management of glenohumeral osteoarthritis: minimum 10-year follow-up. Am J Sports Med. 2021;49(1):130-136. PMID: 33175562. doi: 10.1177/0363546520962756.
    งานนี้ติดตามผู้ป่วยข้อไหล่เสื่อมที่รักษาด้วยการส่องกล้องแบบ CAM อย่างน้อย 10 ปี พบว่าคะแนนปวดและการใช้งานแขนดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และประมาณ 60% ยังไม่ต้องไปถึงการเปลี่ยนข้อไหล่เทียม เหมาะใช้ยืนยันว่าการส่องกล้องเป็นทางเลือกก่อนผ่าตัดเปลี่ยนข้อสำหรับคนไข้ยังอายุไม่มาก

  2. Neer CS 2nd. Replacement arthroplasty for glenohumeral osteoarthritis. J Bone Joint Surg Am. 1974;56(1):1-13.
    บทความคลาสสิกที่ถือเป็นรากฐานของการผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่เทียม อธิบายลักษณะข้อไหล่เสื่อม การออกแบบข้อเทียมยุคแรก และผลการผ่าตัดในระยะยาว ซึ่งถูกอ้างอิงต่อมาในแนวทางและบททบทวนหลายฉบับ

  3. Sanchez-Sotelo J. Total shoulder arthroplasty. Mayo Clin Proc. 2011;86(4):337-346. PMID: 21454739. doi: 10.4065/mcp.2010.0563.
    บทความจาก Mayo Clinic ที่สรุปการรักษาข้อไหล่เสื่อมด้วยการเปลี่ยนข้อเทียม ตั้งแต่ข้อบ่งชี้ การเตรียมตัวผู้ป่วย เทคนิคผ่าตัด ชนิดของข้อเทียม ไปจนถึงผลลัพธ์และภาวะแทรกซ้อน ช่วยให้เข้าใจภาพรวมของ TSA อย่างเป็นระบบ

  4. Izquierdo R, Voloshin I, Edwards S, Khazzam M, Schiferl J, Sperling J, et al. American Academy of Orthopaedic Surgeons Clinical Practice Guideline Summary: Management of Glenohumeral Joint Osteoarthritis. J Am Acad Orthop Surg. 2021;29(2):e80-e87. PMID: 32986386. doi: 10.5435/JAAOS-D-20-00404.
    บทสรุปแนวทาง AAOS เกี่ยวกับการดูแลรักษาข้อไหล่เสื่อม ตั้งแต่การรักษาไม่ผ่าตัด เช่น ยา กายภาพ การฉีดยา ไปจนถึงการเลือกชนิดการผ่าตัดเปลี่ยนข้อ และข้อแนะนำเชิงหลักฐานสำหรับ TSA, hemiarthroplasty และ reverse TSA

  5. Rockwood CA Jr, Wirth MA. Subtotal shoulder arthroplasty for glenohumeral osteoarthritis. J Shoulder Elbow Surg. 2011;20(2 Suppl):S123-S131. PMID: 21281995. doi: 10.1016/j.jse.2010.12.008.
    รายงานประสบการณ์การใช้ subtotal shoulder arthroplasty ในผู้ป่วยข้อไหล่เสื่อม ซึ่งเป็นการเปลี่ยนข้อแบบบางส่วน เน้นการเลือกผู้ป่วยที่เหมาะสม และเปรียบเทียบข้อดีข้อจำกัดเมื่อเทียบกับการเปลี่ยนข้อเต็ม ช่วยประกอบการตัดสินใจเลือกเทคนิคผ่าตัดให้สอดคล้องกับสภาพข้อและความต้องการของคนไข้