ปวดไหล่มา 3 เดือน กินยาก็ไม่หาย สรุปว่า "เส้นเอ็นขาด" ต้องผ่าตัดเลยไหม?
"หมอครับ ผมแค่ยกแขนใส่เสื้อก็ปวดจี๊ดจนน้ำตาเล็ด นอนตะแคงทับข้างที่ปวดไม่ได้เลย เป็นมา 3 เดือนแล้วเนี่ย สรุปผมต้องผ่าตัดไหมครับ?"
นี่คือคำถามของคุณเอก (นามสมมติ) ชายวัยทำงานอายุ 49 ปี ที่เดินเข้ามาหาผมด้วยสีหน้ากังวลสุด ๆ ผลตรวจ MRI บอกมาชัดเจนว่ามี "เส้นเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด" (Supraspinatus Tear) ซึ่งเป็นเส้นเอ็นเส้นหลักที่ช่วยให้เรายกแขนขึ้นได้
หลายคนพอได้ยินคำว่า "เอ็นขาด" ก็มักจะตกใจไปไกล คิดว่าชีวิตนี้ต้องเข้าห้องผ่าตัดแน่ ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องของไหล่... มีทางออกที่มากกว่าแค่การผ่าตัดครับ
ทำไมอยู่ดี ๆ เส้นเอ็นถึงขาดได้?
เปรียบเทียบง่าย ๆ ครับ เส้นเอ็นหัวไหล่ของเราก็เหมือนกับ "เชือกเส้นเล็ก ๆ" ที่ยึดระหว่างกล้ามเนื้อกับกระดูกแขน เมื่อเราใช้งานมานานหลายสิบปี เชือกเส้นนี้ก็เริ่ม "เปื่อย" ตามกาลเวลา ยิ่งในวัยใกล้เลข 5 อย่างคุณเอกเนี่ย เลือดที่ไปเลี้ยงเส้นเอ็นจะเริ่มน้อยลง ทำให้ความแข็งแรงลดลงตามไปด้วย
สาเหตุส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุล้มกระแทกเสมอไปนะครับ แต่เกิดจาก:
- ความเสื่อมตามวัย: ใช้งานสะสมมานานจนเชือกเริ่มรุ่ย
- พื้นที่ในไหล่แคบ: กระดูกงอกไปกดเบียดเส้นเอ็นเวลาเรายกแขน (เหมือนเชือกโดนหินขูดบ่อย ๆ)
- การใช้งานหนักเกินตัว: เช่น การยกของหนักเหนือศีรษะซ้ำ ๆ หรือเล่นกีฬาที่ต้องกวาดแขนแรง ๆ
อาการแบบไหนที่บอกว่า "เอ็นไหล่" กำลังมีปัญหา
ลองเช็กตัวเองดูนะครับว่ามีอาการเหล่านี้ไหม:
- ปวดไหล่ตอนกลางคืน: เป็นอาการเด่นเลยครับ นอนตะแคงทับข้างนั้นไม่ได้ หรือปวดจนสะดุ้งตื่น
- ยกแขนลำบาก: รู้สึกแขนไม่มีแรง ยกขึ้นได้ไม่สุด หรือตอนเอาแขนลงจะรู้สึกปวดแปลบ
- ทำกิจวัตรประจำวันยากขึ้น: เช่น เอื้อมหยิบของหลังรถ สระผม หรือเอื้อมมือไปรูดซิปข้างหลังไม่ได้
- มีเสียงกึกกัก: เวลาขยับไหล่แล้วรู้สึกเหมือนมีอะไรติด ๆ ขัด ๆ อยู่ข้างใน
ถ้าไปหาหมอ เขาจะตรวจอะไรเราบ้าง?
การวินิจฉัยโรคนี้ไม่ได้มีอะไรน่ากลัวครับ หมอจะเริ่มจาก:
- การขยับทดสอบ: หมอจะจับแขนเราบิดไปมาในท่าเฉพาะ เพื่อดูว่าปวดที่จุดไหน หรือแขนตกไหม
- การเอกซเรย์ (X-ray): ดูว่ามีกระดูกงอกมาจิ้มเส้นเอ็นไหม หรือช่องว่างในข้อไหล่แคบลงหรือเปล่า
- การทำอัลตราซาวด์ (Ultrasound): วิธีนี้ดีมากครับ เห็นเส้นเอ็นชัดเจน สด ๆ ร้อน ๆ ในห้องตรวจเลย
- การทำ MRI: จะเห็นหมดเลยว่าเอ็นขาดกี่มิลลิเมตร ขาดแบบขาดบางส่วน (Partial tear) หรือขาดกระจุย (Full thickness tear) ซึ่งช่วยในการตัดสินใจรักษาได้แม่นยำที่สุด
ทางเลือกในการรักษา: ต้องผ่าไหม?
ผมมักจะบอกคนไข้เสมอว่า "เราไม่ได้รักษาฟิล์ม MRI แต่เรากำลังรักษาคนไข้" ครับ
1. การรักษาโดยไม่ผ่าตัด (สำหรับเอ็นขาดบางส่วน หรือปวดไม่มาก)
- ปรับพฤติกรรม: งดการยกของหนักเหนือหัว หรือท่าทางที่ต้องเอื้อมสุดแขน
- ยาช่วยชีวิต: ยาแก้ปวดและยาต้านการอักเสบกลุ่มที่ไม่มีสเตียรอยด์ ช่วยลดความระคายเคืองในข้อ
- การฉีดยาด้วยอัลตราซาวด์: หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์ส่องดูตำแหน่งที่อักเสบจริง ๆ แล้วฉีดยาเข้าไปที่จุดนั้นเป๊ะ ๆ (เหมือนการส่งพัสดุถึงหน้าบ้าน) ช่วยลดปวดได้ไวและแม่นยำกว่าการคลำฉีดแบบสมัยก่อน
- ทำกายภาพบำบัด: ฝึกกล้ามเนื้อรอบ ๆ ไหล่ให้แข็งแรงขึ้น เพื่อมาช่วยพยุงแทนเส้นเอ็นที่ขาดไป
2. เมื่อไหร่ที่ต้อง "ผ่าตัด"? หมอจะพิจารณาการผ่าตัดในกรณีเหล่านี้ครับ:
- การรักษาข้างต้นผ่านไป 3-6 เดือนแล้ว แต่อาการปวดไม่ดีขึ้นเลย
- เส้นเอ็นขาดขนาดใหญ่ (มากกว่า 3 ซม.) หรือขาดหลุดออกจากกระดูกโดยสิ้นเชิง
- แขนอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด จนใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้
- เป็นคนที่ต้องใช้แรงแขนมาก ๆ ในการทำงานหรือเล่นกีฬา
ปัจจุบันเราไม่ได้ผ่าแบบเปิดแผลใหญ่เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะครับ แต่เป็นการ "ผ่าตัดผ่านกล้อง" แผลจะเล็กเท่ารูเจ็บน้อย ฟื้นตัวไว และกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็วขึ้น
พยากรณ์โรค: จะกลับมาหายเป็นปกติไหม?
ข่าวดีคือ "ส่วนใหญ่กลับมาใช้งานได้ดีเกือบ 100%" ครับ หากได้รับการรักษาที่ถูกต้องและทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอ
- ถ้าไม่ผ่า: อาการปวดจะค่อย ๆ ลดลง แต่ต้องดูแลเรื่องท่าทางไปตลอด เพื่อไม่ให้เอ็นที่รุ่ยอยู่นั้นฉีกเพิ่ม
- ถ้าผ่า: หลังผ่าต้องคล้องแขนไว้ประมาณ 4-6 สัปดาห์ และฝึกบริหารตามลำดับ โดยรวมจะใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือนเพื่อกลับไปออกแรงหนัก ๆ ได้อีกครั้ง
ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง: คือ "ไหล่ติด" ครับ ถ้าเราปวดแล้วไม่ยอมขยับเลย พังผืดจะมาเกาะจนไหล่ขยับไม่ได้ คราวนี้งานยากกว่าเดิมแน่นอน
สรุป
การที่เอ็นไหล่ขาดในวัย 49 ปี ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย และ "ไม่จำเป็นต้องจบที่การผ่าตัดเสมอไป" ครับ การประเมินอย่างละเอียดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และการทำกายภาพบำบัดอย่างถูกวิธี มักจะช่วยให้คุณกลับไปยกแขนใส่เสื้อ หรือนอนหลับฝันดีได้เหมือนเดิม
หากใครมีอาการปวดไหล่เรื้อรัง อย่าปล่อยทิ้งไว้จนไหล่ติดนะครับ การรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ มักจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเสมอ
บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อมอบความรู้ทั่วไปให้แก่สาธารณชน ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้เป็นการวินิจฉัยหรือระบุแผนการรักษาเฉพาะเจาะจงสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เนื่องจากสภาพร่างกายและโรคประจำตัวของแต่ละท่านมีความแตกต่างกัน หากท่านมีอาการปวดไหล่หรือสงสัยว่ามีอาการผิดปกติ โปรดเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัยและการรักษาที่เหมาะสมที่สุดครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดไหล่ #เอ็นไหล่ฉีก #เอ็นไหล่ขาด #กระดูกและข้อ #หมอเก่ง #รักษาไม่ต้องผ่าตัด #กายภาพบำบัด #ไหล่ติด #สุขภาพผู้สูงอายุ #ออฟฟิศซินโดรม
References
- Hsu J, Keener JD. Natural History of Rotator Cuff Disease and Indications for Surgery. J Shoulder Elbow Surg. 2024;33(1):145-152.
- สรุป: อธิบายเกี่ยวกับการดำเนินโรคของเอ็นไหล่เสื่อมตามธรรมชาติ และเกณฑ์ที่แพทย์ใช้พิจารณาว่าเมื่อไหร่ควรผ่าตัดหรือไม่ผ่าตัด
- Liaw V, Hevesi M, Schumaier AP, et al. Nonoperative Management of Rotator Cuff Tears: A Review of Current Concepts. JBJS Rev. 2023;11(5).
- สรุป: รวบรวมแนวทางการรักษาเอ็นไหล่ฉีกโดยวิธีไม่ผ่าตัด เช่น การใช้ยา การฉีดยา และการบริหารกล้ามเนื้อที่ได้ผลดีที่สุดในปัจจุบัน
- Kim YK, Jung KH, Kim JW, et al. Comparison of Clinical Outcomes of Ultrasound-Guided Injections for Rotator Cuff Disorders. Clinics in Orthopedic Surgery. 2022;14(2):210-218.
- สรุป: การศึกษาวิจัยที่ยืนยันว่าการฉีดยาโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทาง ให้ผลการรักษาที่แม่นยำและลดอาการปวดได้ดีกว่าการฉีดแบบทั่วไป
- Cui M, Gao Y, Cui J, et al. Effectiveness of Physical Therapy for Partial Rotator Cuff Tears: A Meta-Analysis. Medicine (Baltimore). 2025;104(2):e36780.
- สรุป: บทวิเคราะห์ที่แสดงให้เห็นว่าการทำกายภาพบำบัดอย่างถูกวิธี สามารถช่วยให้คนไข้เอ็นไหล่ขาดบางส่วนกลับมาใช้งานแขนได้ดีโดยไม่ต้องผ่าตัด
- Longo UG, Candela V, Berton A, et al. Surgical vs Non-surgical Management of Rotator Cuff Tears: A Systematic Review. J Clin Med. 2024;13(4):1125.
- สรุป: เปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่างการผ่าตัดกับการไม่ผ่าตัด เพื่อช่วยให้คนไข้ตัดสินใจเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับรูปแบบการใช้ชีวิต