Thursday, April 30, 2026

เอ็นไหล่ขาด 60% แถมไหล่ติด... ฝันร้ายที่กู้คืนได้ ถ้าเข้าใจ "จังหวะ" ของร่างกาย

 




เอ็นไหล่ขาด 60% แถมไหล่ติด... ฝันร้ายที่กู้คืนได้ ถ้าเข้าใจ "จังหวะ" ของร่างกาย

"คุณหมอครับ ผมยกแขนไม่ขึ้นเลย แค่จะเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าตังค์ที่กระเป๋าหลังก็ปวดจนน้ำตาเล็ด ผลตรวจบอกว่าเอ็นขาดไป 60% แถมไหล่ยังติดอีก ผมจะกลับมาขยับได้เหมือนเดิมไหมครับ? ต้องผ่าตัดอย่างเดียวเลยหรือเปล่า?"

นี่คือคำถามยอดฮิตที่ผมมักจะได้รับจากคนไข้ที่มีอาการปวดไหล่เรื้อรังครับ โดยเฉพาะในกลุ่มที่เริ่มมีอายุมากขึ้น หรือคนที่เคยใช้งานไหล่หนักๆ มาก่อน ความรู้สึกที่เหมือนมีอะไรมาล็อคแขนเราไว้ แถมพยายามจะขยับก็ปวดเหมือนมีเข็มทิ่มลึกๆ อยู่ข้างใน มันบั่นทอนคุณภาพชีวิตมากนะครับ บางคนถึงกับนอนไม่หลับมาเป็นเดือนๆ เพราะปวดตอนกลางคืน

วันนี้ผมจะมาถอดรหัสให้ฟังครับว่า อาการ "เอ็นไหล่ขาด" ที่มาพร้อมกับ "ไหล่ติด" มันคืออะไรกันแน่ และมีทางออกอย่างไรโดยที่เราไม่ต้องกังวลใจจนเกินไป


เรื่องเล่าจากคนไข้: "น้าบุญกับไหล่ที่ถูกแช่แข็ง"

น้าบุญ (นามสมมติ) อายุ 58 ปี อดีตช่างซ่อมเครื่องจักรที่เคยใช้งานไหล่มาอย่างโชกโชน น้าบุญเริ่มจากอาการปวดไหล่ตุบๆ เวลาทำงาน แต่เขาก็คิดว่าแค่ "ปวดเมื่อยตามวัย" จึงหาซื้อยาแก้ปวดมากินเองและไปนวดคลายเส้นบ่อยๆ

แต่ผ่านไป 3 เดือน อาการกลับแย่ลง น้าบุญเริ่มสระผมลำบาก ใส่เสื้อเชิ้ตไม่ได้ เพราะแขนมัน "ติด" ขยับไปข้างหลังไม่ได้เลย และที่น่ากลัวคืออาการปวดร้าวที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนต้องมาพบผม

ผลการตรวจ MRI พบว่า เอ็นหมุนข้อไหล่ขาดไปประมาณ 60% และมีภาวะ ข้อไหล่ติดอักเสบ ร่วมด้วย น้าบุญถามผมด้วยแววตาที่กังวลมากว่า "หมอเก่งครับ ผมจะกลับมาใช้งานแขนข้างนี้ได้อีกไหม? ผมไม่อยากผ่าตัดเลย"


เข้าใจ "เอ็นไหล่" และ "ไหล่ติด" ผ่านภาพจำง่ายๆ

เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพ ผมอยากให้ลองนึกภาพตามนะครับ

  1. เอ็นหมุนข้อไหล่ (Rotator Cuff): เปรียบเสมือน "เชือก" สี่เส้นที่คอยดึงใบเรือ (ต้นแขน) ให้หมุนและยกขึ้นลงได้ ถ้าเชือกขาดไป 60% ก็เหมือนเชือกที่เปื่อยและขาดวิ่นไปมากกว่าครึ่ง แรงดึงก็น้อยลง และเชือกที่เหลืออยู่ต้องรับภาระหนักขึ้นจนเกิดอาการปวด

  2. ภาวะไหล่ติด (Frozen Shoulder): เปรียบเสมือน "สนิม" หรือ "กาว" ที่ไปพอกอยู่ตามข้อต่อและเยื่อหุ้มข้อ ทำให้ลูกบอลในเบ้าไหล่ขยับไม่ได้ มันจึง "ติด" และ "แข็ง"

ทำไมถึงเกิดพร้อมกัน? บ่อยครั้งเมื่อเอ็นไหล่เริ่มขาด (เชือกเริ่มเปื่อย) เราจะปวดจนไม่อยากขยับแขน พอเราไม่ขยับนานๆ ร่างกายก็สร้างพังผืดมาหุ้มข้อไว้จนกลายเป็นไหล่ติด (สนิมขึ้น) กลายเป็นปัญหาซ้อนปัญหานั่นเองครับ


ความรู้พื้นฐานของโรค: เอ็นหมุนข้อไหล่ฉีกขาด (Rotator Cuff Tear) และไหล่ติด (Adhesive Capsulitis)

โรคเอ็นหมุนข้อไหล่ฉีกขาด (Rotator Cuff Tear): คือการบาดเจ็บของกลุ่มเอ็น 4 เส้นที่ล้อมรอบข้อไหล่ ซึ่งทำหน้าที่ให้ความมั่นคงและช่วยในการเคลื่อนไหว การขาด 60% จัดอยู่ในกลุ่ม การขาดแบบหนา (High-grade Partial Tear) ซึ่งเป็นระยะที่ต้องพิจารณาการรักษาอย่างละเอียด

ภาวะไหล่ติด (Adhesive Capsulitis): คือภาวะที่เยื่อหุ้มข้อไหล่อักเสบ หนาตัวขึ้น และหดรั้ง ทำให้พื้นที่ภายในข้อไหล่ลดลง ส่งผลให้การเคลื่อนไหวของข้อไหล่ลดลงในทุกทิศทาง

อาการที่ต้องสังเกต:

  • ปวดลึกๆ ในไหล่ โดยเฉพาะเวลาพยายามยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ

  • ปวดมากในตอนกลางคืน จนบางครั้งต้องสะดุ้งตื่น

  • แขนอ่อนแรง ยกแขนไม่ขึ้น หรือแขนตกลงเอง

  • ขยับแขนไปด้านหลังเพื่อเกาหลังหรือใส่เสื้อผ้าลำบาก (อาการเด่นของไหล่ติด)


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ "ไหล่พัง"

  1. อายุที่เพิ่มขึ้น: เมื่ออายุมากกว่า 40-50 ปี ความยืดหยุ่นของเอ็นจะลดลงตามธรรมชาติ

  2. งานที่ต้องใช้แขนเหนือศีรษะซ้ำๆ: เช่น ช่างทาสี, นักกีฬาแบดมินตัน, หรือช่างซ่อมที่ต้องยกแขนตลอดเวลา

  3. อุบัติเหตุ: การล้มเอามือยันพื้น หรือการกระชากของแขนอย่างกะทันหัน

  4. โรคประจำตัว: โดยเฉพาะ "เบาหวาน" และ "โรคไทรอยด์" ซึ่งมีความสัมพันธ์ชัดเจนกับการเกิดภาวะไหล่ติด

  5. การขาดการออกกำลังกายที่เหมาะสม: ทำให้กล้ามเนื้อรอบสะบักอ่อนแรง จนเอ็นไหล่ต้องรับภาระหนักเกินไป


การตรวจวินิจฉัย: หมอหาคำตอบได้อย่างไร?

เมื่อคนไข้มาพบหมอ ขั้นตอนการตรวจจะมีดังนี้ครับ:

  1. การตรวจร่างกาย (Physical Examination): หมอจะทดสอบกำลังของกล้ามเนื้อแต่ละเส้น และดูช่วงการขยับของข้อไหล่เพื่อแยกแยะระหว่าง "เอ็นขาด" กับ "ไหล่ติด"

  2. เอกซเรย์ (X-ray): ดูโครงสร้างกระดูกว่ามีกระดูกงอกไปจิ้มเอ็นไหม หรือมีหินปูนเกาะที่เอ็นหรือไม่

  3. อัลตราซาวด์ (Musculoskeletal Ultrasound): วิธีนี้ดีมากครับ เพราะหมอสามารถเห็นการทำงานของเอ็นขณะเคลื่อนไหวได้ทันที และเห็นรอยฉีกขาดได้ชัดเจน

  4. การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI): เป็นมาตรฐานสูงสุดที่ช่วยบอกได้ว่าเอ็นขาดไปกี่เปอร์เซ็นต์ (เช่น 60% ในเคสนี) และสภาพกล้ามเนื้อที่เหลือเป็นอย่างไร


แนวทางการรักษา: "ละลายน้ำแข็ง" ก่อน "ซ่อมเชือก"

ในกรณีที่ "ไหล่ติด" ร่วมกับ "เอ็นขาด" เราต้องมีกลยุทธ์ครับ เพราะถ้าเราไปฝืนกายภาพบำบัดแรงๆ เพื่อให้ไหล่หายติด ในขณะที่เอ็นยังอักเสบและขาดอยู่ คนไข้จะปวดมากจนทนไม่ไหว

ลำดับการรักษาที่ผมแนะนำ:

  1. ปรับพฤติกรรม: งดการยกของหนัก งดการเหวี่ยงแขนแรงๆ และจัดท่านอนให้เหมาะสมโดยใช้หมอนรองใต้ศอก

  2. การใช้ยา: ทานยาลดอักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เพื่อคุมอาการปวดและลดการอักเสบในเยื่อหุ้มข้อ

  3. การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่อง Ultrasound นำทาง: นี่คือจุดเปลี่ยนครับ! หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์ส่องดูช่องว่างในข้อไหล่ และฉีดยาเข้าไปที่จุดอักเสบได้อย่างแม่นยำ เพื่อ "ละลายน้ำแข็ง" หรือลดการอักเสบที่ทำให้ไหล่ติด นอกจากนี้อาจมีการฉีด เกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP) เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมของเอ็นที่ขาด 60% นั้นให้แข็งแรงขึ้น

  4. กายภาพบำบัด: เมื่ออาการปวดลดลงจากการฉีดยาแล้ว เราจะเริ่มบริหารเพื่อเพิ่มพิสัยการเคลื่อนไหว (Range of Motion) ท่าที่แนะนำคือ "ท่าไต่กำแพง" หรือ "ท่าแกว่งแขนแบบลูกตุ้ม"

  5. การผ่าตัด (เฉพาะกรณี): หากรักษาด้วยวิธีข้างต้นอย่างเต็มที่แล้ว 3-6 เดือน แต่อาการยังไม่ดีขึ้น หรือเอ็นขาดลุกลามจนแขนไม่มีแรง หมออาจพิจารณา การผ่าตัดส่องกล้อง (Arthroscopic Repair) เพื่อเย็บซ่อมเอ็นและลอกพังผืด ซึ่งปัจจุบันแผลเล็กมากและฟื้นตัวไวครับ


พยากรณ์โรค: โรคนี้หายไหม?

คำถามสำคัญที่น้าบุญถามผมคือ "หายไหม?"

คำตอบคือ "มีโอกาสหายและกลับมาใช้งานได้ปกติสูงมากครับ" โดยเฉพาะในกลุ่มที่เอ็นขาด 60% (ซึ่งยังไม่ขาดทั้งหมด) ร่างกายมีความสามารถในการซ่อมแซมและปรับตัวได้ดี แต่ต้องใช้ "เวลา" และ "วินัย"

โดยทั่วไป กระบวนการรักษาแบบไม่ผ่าตัดจะใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน อาการปวดจะค่อยๆ หายไปก่อน ตามด้วยการที่ไหล่จะค่อยๆ หายติด และกำลังแขนจะกลับมาในที่สุดครับ


ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา หรือฝืนใช้งานหนักต่อ:

  • เอ็นขาดถาวร: จาก 60% อาจกลายเป็นขาด 100% ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อลีบฝ่อและซ่อมแซมยากขึ้น

  • ข้อไหล่เสื่อมตามมา (Rotator Cuff Arthropathy): เมื่อไม่มีเอ็นคอยประคอง หัวกระดูกแขนจะเคลื่อนไปถูกับเบ้าจนเกิดข้อเสื่อมรุนแรง

  • อาการปวดเรื้อรัง: ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพจิต ทำให้นอนไม่หลับและซึมเศร้าได้


5 วิธีป้องกันไม่ให้ไหล่กลับมาพังซ้ำ

  1. บริหารกล้ามเนื้อรอบสะบัก: เพราะสะบักคือฐานของไหล่ ถ้าฐานแข็งแรง เอ็นไหล่ก็ทำงานน้อยลง

  2. วอร์มอัพก่อนใช้งาน: หากต้องทำงานช่างหรือเล่นกีฬา ต้องยืดเหยียดไหล่ก่อนเสมอ

  3. หลีกเลี่ยงท่าอันตราย: เช่น การยกแขนขึ้นสูงค้างไว้นานๆ หรือการสะพายเป้หนักข้างเดียว

  4. คุมเบาหวานให้ดี: เพื่อลดโอกาสการเกิดพังผืดในข้อไหล่

  5. ฟังเสียงเตือนของร่างกาย: ถ้าเริ่มปวดไหล่เกิน 2 สัปดาห์ ให้รีบพบหมอทันที อย่ารอจนไหล่ติด


Q&A Section: เรื่องที่คนอยากรู้ที่สุด

Q: เอ็นขาด 60% ร่างกายต่อเองได้ไหม? A: เอ็นที่ขาดไปแล้วอาจไม่ได้เชื่อมติดกันเองเหมือนเดิม 100% ในเชิงโครงสร้าง แต่ร่างกายสามารถสร้าง "เนื้อเยื่อพังผืดที่แข็งแรง" มาทดแทน และกล้ามเนื้อส่วนที่เหลือสามารถรับหน้าที่แทนได้ถ้าเราบริหารให้ดีครับ

Q: ทำกายภาพทุกวันทำไมยังปวดอยู่? A: อาจเป็นเพราะ "จังหวะ" ยังไม่ได้ครับ ถ้าไหล่ยังอักเสบรุนแรงอยู่ การไปฝืนยืดจะยิ่งทำให้บวมและปวดมากขึ้น ควรปรึกษาหมอเพื่อลดการอักเสบ (เช่น การฉีดยานำทางด้วยอัลตราซาวด์) ก่อนจะทำกายภาพเข้มข้นครับ

Q: ต้องกินคอลลาเจนช่วยไหม? A: คอลลาเจนเป็นส่วนประกอบของเอ็นจริงครับ แต่การกินเข้าไปอาจไม่ได้ไปที่ไหล่โดยตรง สิ่งสำคัญกว่าคือสารอาหารที่ครบถ้วนและการไหลเวียนเลือดที่ดีจากการเคลื่อนไหวเบาๆ ครับ


สรุปประเด็นสำคัญสำหรับคนไหล่ติดและเอ็นขาด

  1. อย่าเพิ่งตกใจกับตัวเลข 60%: การขาดระดับนี้ส่วนใหญ่สามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด หากรับการรักษาที่ถูกต้อง

  2. ลำดับสำคัญมาก: ต้องลดการอักเสบและอาการปวดก่อน (ลดน้ำแข็ง) แล้วค่อยฝึกยืดเหยียด (ละลายสนิม)

  3. การฉีดยาด้วยอัลตราซาวด์ช่วยได้เยอะ: เป็นวิธีที่แม่นยำและช่วยลดความทรมานได้ทันทีในจุดที่ต้นเหตุ

  4. วินัยคือกุญแจ: การทำกายภาพบำบัดอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอคือหัวใจของการหายขาด

  5. ให้เวลากับร่างกาย: กระดูกและเอ็นต้องใช้เวลาซ่อมแซม อย่าใจร้อนฝืนใช้งานหนักเร็วเกินไป

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #ไหล่ติด #เอ็นไหล่ขาด #เอ็นหมุนข้อไหล่ฉีกขาด #กายภาพบำบัด #ไม่ต้องผ่าตัด #ฉีดยาด้วยอัลตราซาวด์ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #สุขภาพผู้สูงอายุ #ออฟฟิศซินโดรม #RotatorCuffTear #FrozenShoulder #ShoulderPain #Orthopedics #PRP


Reference List

  1. Kuhn JE, Dunn WR, Sanders R, An Q, Baumgarten KM, Bishop JY, et al. Effectiveness of physical therapy in treating atraumatic full-thickness rotator cuff tears: a multicenter prospective cohort study. J Shoulder Elbow Surg. 2013 Oct;22(10):1371–1379. doi:10.1016/j.jse.2013.01.026. PMID: 23540577.
    งานวิจัยนี้ติดตามผู้ป่วยเอ็นไหล่ขาดเต็มความหนา แต่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุรุนแรง แล้วให้ทำกายภาพบำบัดตามโปรแกรมมาตรฐาน พบว่าประมาณสามในสี่ของคนไข้สามารถลดปวดและกลับไปใช้งานแขนได้ดีโดยไม่ต้องผ่าตัด แสดงให้เห็นว่าการกายภาพอย่างถูกวิธีเป็นทางเลือกแรกที่มีประสิทธิภาพมากในหลายกรณี.

  2. Page MJ, Green S, Kramer S, Johnston RV, McBain B, Chau M, Buchbinder R. Manual therapy and exercise for adhesive capsulitis (frozen shoulder). Cochrane Database Syst Rev. 2014 Aug 26;2014(8):CD011275. doi:10.1002/14651858.CD011275.pub2. PMID: 25157702.
    Cochrane review นี้รวบรวมงานวิจัยเกี่ยวกับการดัดข้อโดยนักกายภาพ (manual therapy) ร่วมกับการออกกำลังกายสำหรับไหล่ติด พบว่าช่วยเพิ่มมุมการยกแขนและลดปวดได้จริง แม้คุณภาพหลักฐานปานกลาง–ต่ำ แต่อย่างน้อยแสดงให้เห็นว่าการขยับไหล่อย่างถูกวิธีและการรักษาด้วยมือเป็นหัวใจสำคัญของการฟื้นตัว ทั้งในคนทั่วไปและผู้ป่วยเบาหวานที่มีไหล่ติดร่วมด้วย.

  3. Keener JD, Galatz LM, Teefey SA, Middleton WD, Steger-May K, Stobbs-Cucchi G, et al. A prospective evaluation of survivorship of asymptomatic degenerative rotator cuff tears. J Bone Joint Surg Am. 2015 Jan 21;97(2):89–98. doi:10.2106/JBJS.N.00099. PMID: 25609434.
    การศึกษานี้ติดตามคนที่ตรวจพบเอ็นไหล่เสื่อมขาดจาก MRI แต่ตอนเริ่ม “ยังไม่ปวด” พบว่าเมื่อเวลาผ่านไปบางส่วนจะเริ่มมีอาการปวด และรอยขาดมีแนวโน้มขยายใหญ่ขึ้น โดยปัจจัยเสี่ยงเช่นอายุและงานที่ต้องยกแขนสูงมีส่วนเกี่ยวข้อง ช่วยให้เข้าใจว่าในผู้ป่วยที่ยังไม่ปวดอาจเลือกเฝ้าระวังได้ แต่ควรติดตามอาการและภาพถ่ายเมื่อจำเป็น.

  4. Maman E, Harris C, White L, Tomlinson G, Shashank M, Boynton E. Outcome of non-operative treatment of partial-thickness rotator cuff tears. Bone Joint J. 2016 Feb;98‑B(2):205–210. doi:10.1302/0301-620X.98B2.36191. PMID: 26850431.
    งานนี้ศึกษาคนไข้เอ็นไหล่ขาดบางส่วนที่ได้รับการรักษาแบบไม่ผ่าตัด เช่น ยา กายภาพบำบัด และการปรับการใช้งาน พบว่าคนไข้อีกจำนวนไม่น้อยสามารถลดปวดและใช้แขนได้ดีโดยไม่ต้องผ่าตัด และมีเพียงบางส่วนที่รอยขาดลุกลามจนต้องเย็บซ่อม จึงสนับสนุนแนวทางที่ว่าในกรณีเอ็นขาดบางส่วน (เช่น ~60%) มักควรเริ่มจากการรักษาแบบประคับประคองก่อน.

  5. Sahu D, Agrawal V, Gidwani S. Rotator cuff tears associated with frozen shoulder. Int J Shoulder Surg. 2014 Jul;8(3):91–96. doi:10.4103/0973-6042.140117. PMID: 25229056.
    บทความนี้อธิบายว่าคนไข้จำนวนหนึ่งมีทั้ง “เอ็นไหล่ขาด” และ “ไหล่ติด” ร่วมกัน ทำให้ปวดและยกแขนลำบากมาก แนวทางรักษาต้องวางลำดับให้ดี เช่น อาจต้องคลายไหล่ติดหรือเพิ่มมุมการเคลื่อนไหวก่อน แล้วจึงพิจารณาเย็บซ่อมเอ็นภายหลัง เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุดและลดโอกาสไหล่ติดซ้ำหลังผ่าตัด.

Sunday, April 26, 2026

ล้วงกระเป๋ากางเกงก็เจ็บ เอื้อมหยิบของหลังรถก็ปวด... หรือหัวไหล่ของคุณกำลังถูก 'แช่แข็ง' จนขยับไม่ได้?

 



ล้วงกระเป๋ากางเกงก็เจ็บ เอื้อมหยิบของหลังรถก็ปวด... หรือหัวไหล่ของคุณกำลังถูก 'แช่แข็ง' จนขยับไม่ได้?"

สวัสดีครับ หมอเก่งนะครับ เชื่อไหมครับว่าหนึ่งในอาการที่คนไข้มาหาหมอมากที่สุดรองจากปวดหลังและปวดเข่า ก็คืออาการ "ปวดไหล่" นี่แหละครับ หลายคนมักจะคิดว่า "สงสัยแค่ออฟฟิศซินโดรมมั้ง" หรือ "สงสัยไหล่จะอักเสบนิดหน่อย เดี๋ยวก็หาย" แต่พอปล่อยไปนานๆ เข้า จากที่แค่เจ็บแปล๊บ กลายเป็นว่าแขนเริ่มยกไม่ขึ้น จะสวมเสื้อก็ลำบาก จะเกาหลังก็ไม่ได้ ความรู้สึกเหมือนมีใครเอากาวมาหยอดไว้ที่ข้อไหล่ หรือเหมือนหัวไหล่ถูกสตัฟฟ์ไว้จนขยับไม่ได้ อาการนี้แหละครับที่ทางการแพทย์เราเรียกว่า "โรคข้อไหล่ติด"

วันนี้หมอจะมาอธิบายให้ฟังอย่างเจาะลึกว่า โรคนี้เกิดจากอะไร และที่สำคัญที่สุดคือ "จะบริหารอย่างไรให้ไหล่หายติด"โดยที่ไม่ต้องเจ็บตัวมากครับ


เรื่องเล่าจากคนไข้: เมื่อ "ชุดชั้นวันนั้น" กลายเป็นปัญหาใหญ่

หมอขอเล่าเรื่องของคุณน้ามาลี (นามสมมติ) อายุ 54 ปีนะครับ คุณน้ามาลีทำงานเป็นพนักงานบัญชีที่ต้องนั่งใช้คอมพิวเตอร์และยกแฟ้มเอกสารบ่อยๆ เริ่มแรกคุณน้าบอกหมอว่า "มันเริ่มจากปวดรำคาญๆ ที่ไหล่ขวาค่ะหมอ" ตอนแรกคุณน้าก็ซื้อยาพ่นแก้ปวดมาฉีดเอง คิดว่าคงหาย

แต่ผ่านไป 3 เดือน อาการกลับแย่ลง คุณน้ามาหาหมอด้วยสีหน้ากังวลมาก และบอกหมอว่า "ตอนนี้มันไม่ใช่แค่ปวดแล้วค่ะหมอ แต่น้าใส่เสื้อชั้นในเองไม่ได้แล้ว เพราะเอื้อมมือไปข้างหลังไม่ได้เลย จะยกแขนหวีผมก็เจ็บจนน้ำตาเล็ด" คุณน้ากังวลมากว่าไหล่จะพิการไหม หรือต้องผ่าตัดหรือเปล่า?

หมอบอกคุณน้าไปว่า "ใจเย็นๆ ครับน้ามาลี โรคนี้รักษาได้ และคนไข้ส่วนใหญ่หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ"


อธิบายโรคไหล่ติดให้เข้าใจง่ายๆ: "เสื้อที่หดตัว" ในหัวไหล่

หมออยากให้ลองนึกภาพว่าหัวไหล่ของเราเหมือนกับ "บานพับประตู" ครับ แต่บานพับนี้ไม่ได้มีแค่เหล็ก แต่มันมี "ถุงหุ้มข้อ" (Capsule) ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อเหนียวๆ หุ้มอยู่รอบๆ เพื่อให้ไหล่ขยับได้รอบทิศทาง

ในภาวะปกติ ถุงหุ้มข้อนี้จะมีความยืดหยุ่นเหมือน "เสื้อยืดเนื้อนุ่ม" ที่เราใส่แล้วขยับแขนขาได้สบาย แต่พอเป็น โรคไหล่ติดถุงหุ้มข้อนี้จะเกิดการอักเสบ หนาตัวขึ้น และหดรั้ง จนมันกลายเป็นเหมือน "เสื้อที่ถูกซักจนหดจนคับเปรี๊ยะ" หรือเหมือนมีคนเอาพลาสติกแรป (Wrap) มาพันรอบหัวไหล่เราไว้หลายๆ ชั้น จนเราขยับแขนไปทางไหนก็ติดขัดและเจ็บปวดไปหมดนั่นเองครับ


ความรู้พื้นฐานของโรค: โรคข้อไหล่ติด (Frozen Shoulder หรือ Adhesive Capsulitis)

โรคข้อไหล่ติด (Adhesive Capsulitis) คือ ภาวะที่ถุงหุ้มข้อไหล่อักเสบและหนาตัวขึ้น จนไปจำกัดการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ทั้งในการขยับเองและการที่ผู้อื่นช่วยขยับให้

ระยะของโรค (สำคัญมากในการรักษา):

  1. ระยะปวด (Freezing Stage): ช่วง 2-9 เดือนแรก จะปวดมากโดยเฉพาะตอนกลางคืน ไหล่เริ่มขยับได้น้อยลง

  2. ระยะติด (Frozen Stage): ช่วง 4-12 เดือน อาการปวดอาจจะลดลงบ้าง แต่ "ไหล่จะติดแข็ง" มากขึ้นอย่างชัดเจน เอื้อมมือไปข้างหลังหรือยกแขนไม่ได้เลย

  3. ระยะเริ่มคลาย (Thawing Stage): ช่วง 1-3 ปี ไหล่จะค่อยๆ ขยับได้มากขึ้นจนกลับมาเกือบปกติ (ถ้าได้รับการดูแลที่ถูกต้อง)

สาเหตุ: ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน แต่บางครั้งอาจตามหลังอุบัติเหตุ หรือการที่ไม่ได้ขยับไหล่นานๆ เช่น หลังเข้าเฝือกแขน หรือหลังการผ่าตัดหน้าอกครับ


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ไหล่ "แช่แข็ง"

  1. อายุและเพศ: พบมากในคนอายุ 40-60 ปี และผู้หญิงเป็นบ่อยกว่าผู้ชายครับ

  2. โรคเบาหวาน: คนเป็นเบาหวานมีโอกาสไหล่ติดสูงกว่าคนปกติถึง 2-4 เท่า และมักจะเป็นทั้งสองข้าง

  3. โรคต่อมไทรอยด์: ทั้งไทรอยด์เป็นพิษและไทรอยด์ทำงานต่ำ

  4. การบาดเจ็บที่ไหล่: เช่น เอ็นหัวไหล่อักเสบหรือฉีกขาดแล้วไม่ได้บริหาร จนพังผืดขึ้นมายึด

  5. โรคหัวใจหรือการผ่าตัดทรวงอก: ซึ่งทำให้คนไข้เลี่ยงการขยับแขนข้างนั้น


การตรวจวินิจฉัย: หมอจะเช็คอย่างไร?

  • การตรวจร่างกาย: นี่คือหัวใจสำคัญครับ หมอจะลองยกแขนคนไข้ไปในทิศทางต่างๆ ถ้าคนไข้ "ไหล่ติดจริง" หมอจะไม่สามารถยกแขนคนไข้ขึ้นได้สุด แม้คนไข้จะทิ้งน้ำหนักแขนตามหมอแล้วก็ตาม (Passive ROM Limitation)

  • เอกซเรย์ (X-ray): ส่วนใหญ่มักจะปกติครับ แต่ทำเพื่อเช็คว่าไม่มีหินปูนเกาะหนาเกินไป หรือไม่มีกระดูกงอกเบียดเอ็นไหล่

  • MRI (คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า): จะทำในกรณีที่หมอสงสัยว่ามี "เอ็นหัวไหล่ฉีกขาด" ร่วมด้วย เพราะอาการปวดคล้ายกันมากครับ

  • Ultrasound: ใช้ดูการอักเสบของถุงหุ้มข้อและดูว่ามีน้ำในข้อไหล่มากผิดปกติไหม


แนวทางการรักษา: คืนชีวิตให้หัวไหล่

หมอเน้นย้ำเสมอครับว่า 90% ของคนไข้ไหล่ติด ไม่ต้องผ่าตัด! แต่ต้องใช้ความอดทนและวินัยในการบริหารครับ

  1. การใช้ยา: ทานยาลดอักเสบ (NSAIDs) เพื่อช่วยให้คนไข้หายปวดพอที่จะ "กล้า" เริ่มบริหารไหล่ได้

  2. การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่อง Ultrasound: วิธีนี้หมอชอบมากและได้ผลดีมากครับ หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางเพื่อฉีดยาลดอักเสบเข้าในข้อไหล่อย่างแม่นยำ หรือที่เรียกว่า "การปั๊มน้ำขยายข้อไหล่" (Hydrodilatation) คือการฉีดน้ำเกลือผสมยาเข้าไปเพื่อให้ถุงหุ้มข้อที่หดรั้งอยู่นั้นขยายตัวออก เหมือนเราเติมลมเข้าไปในลูกโป่งที่แบนๆ ให้มันพองออกนั่นเองครับ

  3. กายภาพบำบัด: การใช้ความร้อนนำทางและการทำอัลตราซาวด์บำบัดเพื่อลดปวด

  4. การบริหารร่างกาย (หัวใจสำคัญ): ต้องทำทุกวัน วันละหลายๆ รอบ (รายละเอียดด้านล่างครับ)

  5. การผ่าตัด: จะพิจารณาเฉพาะในรายที่รักษาด้วยวิธีอื่นนานกว่า 6 เดือนแล้วไม่ได้ผล โดยการส่องกล้องเข้าไปตัดเลาะพังผืดที่ยึดข้อไหล่ครับ


6 ท่าบริหารแก้ไหล่ติด (ทำเองได้ที่บ้าน)

คำแนะนำจากหมอ: ควรประคบอุ่นที่ไหล่ประมาณ 10-15 นาทีก่อนเริ่มบริหาร เพื่อให้เนื้อเยื่อคลายตัวครับ

  1. ท่าแกว่งแขนแบบลูกตุ้มนาฬิกา (Codman’s Pendulum): ก้มตัวลงเล็กน้อย มือข้างที่ปกติจับโต๊ะประคองไว้ ปล่อยแขนข้างที่เจ็บลงตามสบาย แล้วค่อยๆ แกว่งเป็นวงกลมเล็กๆ เหมือนลูกตุ้มนาฬิกา ท่านี้จะช่วยให้ข้อไหล่แยกห่างจากกันลดการเสียดสี

  2. ท่าไต่กำแพง (Wall Crawling): ยืนหันหน้าเข้าหาผนัง ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางค่อยๆ "ไต่" ขึ้นไปตามผนังให้สูงที่สุดเท่าที่ทนไหว ค้างไว้ 10 วินาทีแล้วค่อยๆ ไต่ลง ทำซ้ำ 10 ครั้ง

  3. ท่าใช้ผ้าขนหนูถูหลัง (Towel Stretch): ใช้ผ้าขนหนูผืนยาวๆ มือข้างดีอยู่ด้านบน (ข้ามหัว) มือข้างที่ติดอยู่ด้านล่าง (อยู่หลังเอว) แล้วใช้มือข้างบนค่อยๆ ดึงผ้าขึ้นเพื่อดึงแขนข้างที่ติดให้ขึ้นไปข้างบน ทำเท่าที่ไหวครับ

  4. ท่าดึงแขนข้ามตัว (Cross-body Stretch): ใช้แขนข้างดีดึงศอกข้างที่เจ็บข้ามไปทางฝั่งตรงข้าม จนรู้สึกตึงที่หัวไหล่ด้านหลัง ค้างไว้ 15-20 วินาที

  5. ท่าหมุนไหล่ออกนอก (Passive External Rotation): ถือไม้กวาดหรือไม้พลองด้วยมือทั้งสองข้าง งอศอก 90 องศา แล้วใช้มือข้างดีดันไม้ให้แขนข้างที่ติดหมุนออกไปด้านนอก (โดยที่ศอกยังแนบลำตัวอยู่)

  6. ท่ามือดันขอบประตู: ยืนข้างประตู งอศอก 90 องศา เอาฝ่ามือวางที่ขอบประตูแล้วค่อยๆ บิดตัวออกไปฝั่งตรงข้ามเพื่อยืดถุงหุ้มข้อด้านหน้า


พยากรณ์โรค: โรคนี้จะหายเมื่อไหร่?

โรคไหล่ติดเป็นโรคที่ "หายได้เอง" แต่นานครับ (อาจใช้เวลา 1-3 ปี) แต่ข่าวดีคือถ้าเรามาพบหมอเพื่อฉีดยาลดอักเสบและขยายข้อ (Hydrodilatation) ร่วมกับการบริหารอย่างถูกวิธี ระยะเวลา 1-3 ปี จะลดลงเหลือเพียง 3-6 เดือน เท่านั้นครับ และมักไม่ค่อยกลับมาเป็นซ้ำที่ข้างเดิมอีก


ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

  • กล้ามเนื้อหัวไหล่ฝ่อ: เพราะเจ็บจนไม่กล้ายกแขน กล้ามเนื้อจึงลีบลง

  • กระดูกบาง (Osteopenia): จากการไม่ได้ใช้งานแขนข้างนั้นเป็นเวลานาน

  • อาการปวดร้าวไปถึงคอ: เพราะร่างกายต้องใช้กล้ามเนื้อบ่าช่วยยกแขนแทนข้อไหล่ที่ติด ทำให้ปวดบ่าและคอตามมา


5 วิธีป้องกันข้อไหล่ติด

  1. อย่าปล่อยให้อาการปวดไหล่เรื้อรัง: ถ้าปวดเกิน 2 สัปดาห์ควรมาตรวจ เพื่อไม่ให้ลุกลามจนไหล่ติด

  2. บริหารไหล่สม่ำเสมอ: โดยเฉพาะคนที่ต้องนั่งทำงานนานๆ ควรยืดเหยียดไหล่ทุก 1 ชั่วโมง

  3. ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด: หากคุณเป็นเบาหวาน ต้องคุมให้ดีเพื่อลดความเสี่ยง

  4. ขยับแขนหลังผ่าตัด: หากมีการผ่าตัดบริเวณหน้าอกหรือแขน ควรปรึกษาหมอเพื่อเริ่มทำกายภาพโดยเร็ว

  5. นอนในท่าที่ถูกต้อง: หลีกเลี่ยงการนอนตะแคงทับหัวไหล่ข้างเดิมซ้ำๆ เป็นเวลานาน


Q&A: คำถามที่พบบ่อย

Q: เจ็บตอนบริหารมาก ควรทำต่อไหม? A: การบริหารไหล่ติดจะมีความรู้สึก "เจ็บตึง" ได้บ้างครับ แต่ไม่ควรเจ็บจนทนไม่ได้ ถ้าเจ็บมากหลังทำ ให้ลดความแรงลงและประคบเย็นหลังบริหารครับ

Q: ไปนวดแผนไทยให้หมอนวด "กระชากไหล่" ให้หายติดได้ไหม? A: หมอขอเตือนว่าห้ามทำเด็ดขาดครับ! การกระชากแรงๆ อาจทำให้เอ็นไหล่ฉีกขาดหรือกระดูกหักได้ การรักษาต้องค่อยเป็นค่อยไปครับ

Q: นอนไม่หลับเพราะปวดไหล่ตอนกลางคืน ทำอย่างไรดี? A: ลองใช้หมอนรองใต้ข้อศอกและแขนข้างที่เจ็บเวลานอนหงาย เพื่อให้ข้อไหล่อยู่ในท่าที่ผ่อนคลายที่สุดครับ


สรุป 5 ประเด็นสำคัญเรื่องข้อไหล่ติด

  1. ไหล่ติดเกิดจากถุงหุ้มข้ออักเสบและหดรั้ง เหมือนใส่เสื้อที่ตัวเล็กเกินไป

  2. สัญญาณเตือนคือ เอื้อมมือไปข้างหลังไม่ได้ และปวดมากตอนกลางคืน

  3. การฉีดยาขยายข้อด้วย Ultrasound (Hydrodilatation) ช่วยย่นระยะเวลาการรักษาได้มหาศาล

  4. วินัยในการบริหาร คือกุญแจสำคัญที่สุดที่จะทำให้ไหล่กลับมาขยับได้ 100%

  5. อย่าปล่อยให้ไหล่ติดจนกล้ามเนื้อลีบ เพราะการรักษาจะซับซ้อนและนานขึ้นมากครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #ข้อไหล่ติด #ไหล่ติด #บริหารไหล่ติด #FrozenShoulder #หมอเก่งกระดูกและข้อ #รักษากระดูกแบบไม่ผ่าตัด #กายภาพบำบัด #เบาหวานไหล่ติด #Hydrodilatation #Orthopedics #ShoulderPain #PhysicalTherapy #HealthTips #OfficeSyndrome


References 


  1. Wong CK, Levine WN, Deo K, Kesting RS, Mercer EA, Schram GA, et al. Natural history of frozen shoulder: fact or fiction? A systematic review. Physiotherapy. 2017 Mar;103(1):40–47. doi:10.1016/j.physio.2016.05.009. PMID: 27641499.
    งานทบทวนนี้รวบรวมงานวิจัยเกี่ยวกับ “ธรรมชาติการหายเอง” ของไหล่ติด พบว่าความเชื่อว่าโรคนี้จะดีขึ้นเองหมดทุกคนภายในไม่กี่ปีไม่ค่อยตรงกับความจริง หลายคนยังเหลือการเคลื่อนไหวจำกัดอยู่ ทำให้เห็นว่าการปล่อยทิ้งไว้เฉย ๆ อาจไม่เพียงพอสำหรับผู้ป่วยทุกคน.

  2. Page MJ, Green S, Kramer S, et al. Manual therapy and exercise for adhesive capsulitis (frozen shoulder). Cochrane Database Syst Rev. 2014 Aug 26;2014(8):CD011275. doi:10.1002/14651858.CD011275.pub2. PMID: 25157702.
    Cochrane review นี้วิเคราะห์งานวิจัยหลายฉบับเกี่ยวกับการดัดข้อโดยนักกายภาพ (manual therapy) ร่วมกับการออกกำลังกาย พบว่าช่วยลดปวดและเพิ่มการยกแขนได้จริง แต่อาจได้ผลช้ากว่าการฉีดสเตียรอยด์ในช่วงแรก อย่างไรก็ตามเป็นวิธีรักษาที่ปลอดภัย ใช้ร่วมกับการรักษาอื่นได้ดี.

  3. Neviaser AS, Neviaser RJ. Adhesive capsulitis of the shoulder. J Am Acad Orthop Surg. 2011 Sep;19(9):536–542. doi:10.5435/00124635-201109000-00004. PMID: 21885699.
    บทความนี้อธิบายโรคข้อไหล่ติดว่าเกิดจากเยื่อหุ้มข้อไหล่หนาและหดตัว ทำให้ไหล่แข็งและเจ็บเมื่อยกแขน พร้อมแนะนำการแบ่งระยะของโรค (ระยะปวด ระยะติด และระยะฟื้นตัว) และการเลือกวิธีรักษาให้เหมาะ เช่น ช่วงปวดมากเน้นยาและฉีดยา ช่วงติดมากเน้นกายภาพและดัดข้อ.

  4. Koh KH. Management of adhesive capsulitis of the shoulder. Clin Orthop Surg. 2014 Jun;6(2):111–121. doi:10.4055/cios.2014.6.2.111. PMID: 24900912.
    บทความนี้สรุปแนวทางดูแลไหล่ติดอย่างเป็นขั้นตอน ตั้งแต่การใช้ยาแก้อักเสบ การฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อ การดัดข้อติดภายใต้ยาสลบ ไปจนถึงการผ่าตัดส่องกล้องตัดพังผืด ช่วยให้แพทย์เข้าใจว่าควรเริ่มจากวิธีอนุรักษ์ก่อน และเมื่อไหร่จึงควรพิจารณาวิธีที่รุกรานมากขึ้น.

  5. Le HV, Lee SJ, Nazarian A, Rodriguez EK. Adhesive capsulitis of the shoulder: review of pathophysiology and current clinical treatments. Shoulder Elbow. 2017 Apr;9(2):75–84. doi:10.1177/1758573216676786. PMID: 28405218.
    งานทบทวนนี้อธิบายกลไกการเกิดไหล่ติด ตั้งแต่การอักเสบของเยื่อหุ้มข้อและการสร้างพังผืด ไปจนถึงผลที่ทำให้ข้อไหล่แข็งและเจ็บ นอกจากนี้ยังสรุปวิธีรักษาในปัจจุบัน ทั้งยา กายภาพบำบัด การฉีดยา ขยายข้อด้วยน้ำ (hydrodilatation) และการผ่าตัดส่องกล้อง.