Tuesday, September 17, 2024

ปวดไหล่ไม่หายสักที!! เมื่อไหร่ต้องพบแพทย์???

“ปวดไหล่ไม่หายสักที!! เมื่อไหร่ต้องพบแพทย์???

 

ใครเคยปวดไหล่แล้วคิดว่า “น่าจะหายเอง” หรือ “แค่นอนผิดท่าเดี๋ยวก็ดีขึ้น”

 

 แต่บางครั้งอาการปวดไหล่ก็อาจเป็นสัญญาณที่บอกว่าคุณควรรีบพบแพทย์เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจร้ายแรงขึ้น มาดูกันว่าเมื่อไหร่ที่เราควรหยุดรอและรีบเข้าพบแพทย์

 

1. ปวดไหล่อย่างรุนแรงและไม่ดีขึ้น

 

หากคุณรู้สึกปวดไหล่จนถึงขั้นทำกิจวัตรประจำวันลำบาก เช่น การยกแขน นอนหลับ หรือทำงาน และอาการไม่ดีขึ้นแม้พักผ่อนหรือใช้ยาบรรเทาปวด อาจเป็นสัญญาณของ การบาดเจ็บรุนแรง เช่น เอ็นไหล่ฉีกขาด หรือการอักเสบเรื้อรัง ที่ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด

 

2. แขนไม่มีแรงหรือยกแขนไม่ขึ้น

 

หากคุณพบว่าแขนไม่มีแรง ยกแขนไม่ขึ้น หรือรู้สึกว่าแขนทำงานไม่เต็มที่ อาจเกิดจากการ กล้ามเนื้อเอ็นไหล่ฉีกขาด หรือ เส้นประสาทถูกกดทับ ซึ่งถ้าไม่รับการรักษาทันท่วงที อาการอาจแย่ลงและส่งผลกระทบต่อการใช้งานไหล่ในระยะยาว

 

3. ไหล่บวมแดงหรือร้อน

 

อาการบวม แดง หรือรู้สึกร้อนในบริเวณไหล่เป็นสัญญาณของ การอักเสบ หรือ การติดเชื้อ ซึ่งเป็นภาวะที่ควรได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันไม่ให้อาการแย่ลง

 

4. อาการปวดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อขยับไหล่

 

หากคุณรู้สึกว่าอาการปวดไหล่แย่ลงเมื่อขยับแขน ไม่ว่าจะหมุนหรือยก อาจเป็นสัญญาณของ ข้อไหล่ติดแข็ง (Frozen Shoulder) หรือ เอ็นอักเสบ (Tendinitis) ซึ่งต้องอาศัยการรักษาอย่างถูกวิธีและการทำกายภาพบำบัดเพื่อช่วยฟื้นฟูการเคลื่อนไหว

 

5. มีเสียง “กร๊อบ” หรือ “กึ๊ก” ในไหล่ขณะเคลื่อนไหว

 

หากคุณได้ยินเสียงกร๊อบหรือกึ๊กขณะเคลื่อนไหวไหล่ และรู้สึกเจ็บหลังจากนั้น อาจเป็นสัญญาณของ การบาดเจ็บในข้อไหล่หรือกระดูก ซึ่งจำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจด้วย Ultrasound หรือ MRI เพื่อดูว่าเกิดความเสียหายที่จุดใด

 

6. ปวดไหล่เป็นเวลานานกว่า 1-2 สัปดาห์

 

ถ้าอาการปวดไหล่ยังไม่หายไปแม้เวลาผ่านไป 1-2 สัปดาห์ หรือแย่ลงเรื่อยๆ ควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และรับคำแนะนำในการรักษาที่ถูกต้อง

 

7. มีประวัติการบาดเจ็บที่ไหล่หรือเคยผ่าตัดไหล่มาก่อน

 

ถ้าคุณเคยมีประวัติการบาดเจ็บที่ไหล่ เช่น ไหล่หลุด ไหล่ฉีกขาด หรือเคยผ่าตัดไหล่มาก่อน และรู้สึกปวดหรือมีปัญหาในการใช้งานไหล่อีกครั้ง ควรรีบพบแพทย์เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำหรือภาวะแทรกซ้อน

 

สรุป

 

การปวดไหล่เป็นเรื่องที่พบได้บ่อย แต่ถ้าสัญญาณดังกล่าวปรากฏขึ้น ควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที อย่าปล่อยให้อาการเล็กๆ กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้คุณไม่สามารถใช้งานไหล่ได้อย่างเต็มที่

 

#ปวดไหล่ #รักษาอาการปวดไหล่ #สุขภาพไหล่ #หมอกระดูกและข้อ #Ultrasound #ควรพบแพทย์เมื่อไหร่ #ไหล่

 

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์

ปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ line ID @doctorkeng ไม่เสียค่าใช้จ่าย

 https://page.line.me/vjn2149j?openQrModal=tru

 

ไหล่ติด!!! ยกไหล่ไม่ขึ้น กางแขนไม่สุด!!! ข้อไหล่ติดแข็ง (Frozen Shoulder): อาการและการรักษา

ไหล่ติด!!! ยกไหล่ไม่ขึ้น กางแขนไม่สุด!!!

ข้อไหล่ติดแข็ง (Frozen Shoulder): อาการและการรักษา

ใครเคยรู้สึกว่าไหล่ของตัวเองขยับไม่ค่อยได้ ยกแขนไม่ขึ้น หรือหมุนแขนแล้วรู้สึกว่าติดอยู่เหมือนกับมันแข็งไปหมด? อาการนี้อาจเป็นสัญญาณของ ข้อไหล่ติดแข็ง หรือที่รู้จักกันในชื่อ Frozen Shoulder นั่นเองครับ! วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับโรคนี้กันให้มากขึ้น ว่าเกิดจากอะไร อาการเป็นยังไง และรักษายังไงให้ไหล่ของเรากลับมาใช้งานได้ปกติ

ข้อไหล่ติดแข็งคืออะไร?

ข้อไหล่ติดแข็งเกิดจากการที่ แคปซูลรอบข้อไหล่เกิดการอักเสบ และหนาตัวขึ้น ทำให้การเคลื่อนไหวของข้อไหล่ยากขึ้นและรู้สึกเจ็บเมื่อพยายามขยับไปทิศทางต่างๆ โดยเฉพาะเมื่อยกแขนขึ้นเหนือศีรษะหรือนำแขนไปทางด้านหลัง

อาการของข้อไหล่ติดแข็ง

อาการของโรคนี้จะค่อยๆ เกิดขึ้นตาม 3 ระยะ ดังนี้:

1. ระยะเจ็บ (Freezing Stage): ระยะนี้จะเริ่มมีอาการปวดและไหล่เริ่มแข็ง โดยการขยับเคลื่อนไหวจะลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ ระยะนี้จะกินเวลา 6-9 เดือน

2. ระยะติดแข็ง (Frozen Stage): ช่วงนี้ไหล่จะรู้สึกแข็งขึ้น การเคลื่อนไหวยากขึ้น แต่ความเจ็บจะลดลง ระยะนี้อาจกินเวลา 4-6 เดือน

3. ระยะฟื้นตัว (Thawing Stage): ไหล่จะค่อยๆ คลายและสามารถเคลื่อนไหวได้มากขึ้น อาการจะดีขึ้นตามลำดับ แต่ก็อาจใช้เวลา 6 เดือนถึง 2 ปีในการฟื้นตัวจนกลับมาขยับได้ใกล้เคียงปกติ

ธรรมชาติของโรคและระยะเวลาในการฟื้นตัว

ข้อไหล่ติดแข็งเป็นโรคที่มีระยะเวลาในการรักษายาวนาน เนื่องจากต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวของแคปซูลรอบข้อไหล่ แม้ว่าโรคจะหายเองได้ตามธรรมชาติ แต่ถ้าไม่ทำการรักษา อาการอาจยืดเยื้อหลายปี การฟื้นฟูให้กลับมาเคลื่อนไหวได้ปกติอาจใช้เวลารวมทั้งหมดตั้งแต่ 1 ถึง 3 ปีเลยทีเดียว

วิธีรักษา

1. การพักผ่อนและกายภาพบำบัด: ในระยะเริ่มต้น แนะนำให้พักการใช้งานไหล่และทำกายภาพบำบัดเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับข้อไหล่ แต่ต้องทำอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้อาการแย่ลง

2. การฉีดยาลดการอักเสบ: หากอาการเจ็บและอักเสบรุนแรง แพทย์อาจแนะนำให้ฉีดยาสเตียรอยด์เพื่อลดการอักเสบและอาการปวด การฉีดยาพร้อมกับการใช้ Ultrasound นำทาง ช่วยให้ฉีดยาไปยังตำแหน่งที่อักเสบได้อย่างแม่นยำ และลดความเสี่ยงของการฉีดผิดตำแหน่ง ทำให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น

3. การขยายแคปซูล (Capsular Distension): การรักษานี้เป็นการฉีดน้ำเกลือหรือสารบางชนิดเข้าไปในแคปซูลข้อไหล่เพื่อขยายให้เกิดความยืดหยุ่นมากขึ้น ช่วยให้การเคลื่อนไหวดีขึ้น ซึ่งการใช้ Ultrasound จะช่วยให้แพทย์ระบุตำแหน่งในการฉีดยาได้อย่างถูกต้องและลดการเจ็บปวดระหว่างการรักษา

4. การผ่าตัด: ในกรณีที่รักษาด้วยวิธีข้างต้นแล้วไม่ดีขึ้น การผ่าตัดเพื่อคลายแคปซูลรอบข้อไหล่จะเป็นทางเลือกสุดท้าย

สรุป

ข้อไหล่ติดแข็งเป็นโรคที่แม้จะใช้เวลารักษานาน แต่ก็สามารถฟื้นตัวได้ ถ้าดูแลและรักษาอย่างถูกวิธี การฉีดยาเพื่อลดอาการอักเสบและการขยายแคปซูลด้วย Ultrasound ช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น การเข้ารับการรักษาเร็วจะช่วยให้เรากลับมาเคลื่อนไหวได้ไวขึ้นและหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อน

: #ข้อไหล่ติดแข็ง #FrozenShoulder #สุขภาพไหล่ #ฉีดยาลดอักเสบ #หมอกระดูกและข้อ #Ultrasound

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์

ปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ line ID @doctorkeng ไม่เสียค่าใช้จ่าย

https://page.line.me/vjn2149j?openQrModal=tru

Monday, September 16, 2024

กล้ามเนื้อเอ็นไหล่ฉีกขาด (Rotator Cuff Tear) คืออะไร และวิธีรักษา

กล้ามเนื้อเอ็นไหล่ฉีกขาด (Rotator Cuff Tear) คืออะไร และวิธีรักษา

: “ปวดไหล่หนักๆ ระวังกล้ามเนื้อเอ็นไหล่ฉีกขาด! มาทำความเข้าใจสาเหตุ อาการ และวิธีรักษาเบื้องต้น พร้อมการตรวจด้วย Ultrasound ที่แม่นยำและการฉีดยารักษาได้อย่างตรงจุด!”

ใครเคยยกแขนแล้วไหล่เจ็บบ้าง? หรือบางทีแค่ยกของเล็กๆ น้อยๆ ก็รู้สึกเหมือนมีอะไรฉีกอยู่ในไหล่ นี่อาจไม่ใช่แค่ความเมื่อยล้าธรรมดานะครับ! นี่อาจเป็นสัญญาณของ “กล้ามเนื้อเอ็นไหล่ฉีกขาด” หรือที่เรียกว่า Rotator Cuff Tear

เอ็นไหล่คืออะไร?

เอ็นไหล่ (Rotator Cuff) เป็นกลุ่มกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นที่ทำหน้าที่ช่วยให้เราเคลื่อนไหวไหล่ได้อย่างอิสระ เช่น การยกแขน ยกของ หรือหมุนแขน เมื่อเกิดการฉีกขาดในส่วนนี้ การเคลื่อนไหวไหล่จะทำได้ยากขึ้นและรู้สึกเจ็บเวลาขยับไหล่

พยาธิสภาพของเอ็นไหล่ฉีกขาด

เอ็นไหล่ประกอบด้วยกล้ามเนื้อ 4 มัดหลัก ได้แก่ Supraspinatus, Infraspinatus, Teres Minor, และ Subscapularis ซึ่งเอ็นเหล่านี้จะยึดต่อกับกระดูกไหล่เพื่อให้ไหล่หมุนและยกแขนได้คล่องตัว การฉีกขาดของ Rotator Cuff มักเกิดขึ้นจากเส้นเอ็นที่เสียหาย อาจเป็นการฉีกขาดบางส่วน (Partial tear) หรือการฉีกขาดเต็มที่ (Complete tear) ส่งผลให้การใช้งานไหล่เสียไป โดยเฉพาะการยกแขนขึ้นหรือนำแขนไปทางด้านหลัง

สาเหตุที่พบบ่อย

• การใช้งานซ้ำๆ: การออกกำลังกาย เช่น ว่ายน้ำ เทนนิส หรือการยกของบ่อยๆ อาจทำให้เกิดการฉีกขาด

• อุบัติเหตุ: การล้ม กระแทก หรือยกของหนักเกินไปสามารถทำให้เอ็นฉีกขาดได้

• อายุที่มากขึ้น: เมื่ออายุมากขึ้น เอ็นกล้ามเนื้อจะเสื่อมสภาพ ทำให้มีโอกาสฉีกขาดง่ายขึ้น

อาการที่บอกว่าคุณอาจมีปัญหา

• ปวดบริเวณไหล่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเวลานอนทับข้างที่เจ็บ

• แขนไม่มีแรง ทำให้ยกของหรือหมุนแขนไม่ได้สะดวก

• อาจมีเสียง “กึ๊ก” หรือรู้สึกไหล่ขัดขณะขยับ

• อาการบวมและอักเสบในบริเวณไหล่

การวินิจฉัยด้วย Ultrasound

Ultrasound เป็นวิธีการตรวจที่ไม่เจ็บปวดและไม่ใช้รังสี สามารถตรวจดูสภาพของเอ็นไหล่ได้อย่างละเอียด โดยเฉพาะการหาการฉีกขาดของเอ็น รวมถึงการอักเสบของถุงน้ำหรือกล้ามเนื้ออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง Ultrasound สามารถใช้ตรวจหาขนาดและตำแหน่งของการฉีกขาดได้แม่นยำ และยังสามารถใช้เพื่อติดตามผลการรักษาหลังทำการผ่าตัดหรือกายภาพบำบัดได้อีกด้วย

การรักษา

1. การพักผ่อนพักการใช้งาน: หากอาการไม่รุนแรงมาก การพักใช้งานไหล่และการประคบเย็นสามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดได้

2. กายภาพบำบัด: การทำกายภาพบำบัดเป็นการฟื้นฟูความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นในบริเวณไหล่ ช่วยลดการอักเสบและฟื้นฟูการเคลื่อนไหว แต่ก่อนทำกายภาพบำบัด ต้องได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องก่อน เช่น การตรวจด้วย ultrasound เพื่อประเมินสภาพของเส้นเอ็น

3. การฉีดยาด้วย Ultrasound นำทาง: ในบางกรณีที่อาการอักเสบหรือปวดรุนแรง แพทย์อาจแนะนำการฉีดยาสเตียรอยด์หรือยาชาเฉพาะจุด ซึ่งการฉีดยาในบริเวณที่มีการอักเสบหรือการฉีกขาดต้องใช้ความแม่นยำสูง การใช้ Ultrasound นำทาง จะช่วยให้แพทย์สามารถระบุตำแหน่งที่เหมาะสมและแม่นยำมากขึ้นในการฉีดยาไปยังบริเวณที่ต้องการรักษา การนำ Ultrasound มาช่วยนำทางทำให้ลดโอกาสการฉีดยาในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้องและลดผลข้างเคียงได้อย่างมาก รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา

4. การผ่าตัด: สำหรับการฉีกขาดรุนแรงหรือกรณีที่รักษาแบบไม่ผ่าตัดแล้วไม่ดีขึ้น การผ่าตัดเพื่อซ่อมแซมเอ็นไหล่ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด การผ่าตัดสามารถช่วยให้เอ็นฟื้นฟูกลับมาใกล้เคียงกับสภาพปกติและช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้งานไหล่ได้ดีขึ้น

สรุป

อาการปวดไหล่จากเอ็นไหล่ฉีกขาดอาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่ใช้งานไหล่มากเป็นพิเศษหรืออายุมากขึ้น การวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ เช่น การใช้ Ultrasound ในการตรวจและนำทางการฉีดยา จะช่วยให้การรักษาแม่นยำและฟื้นฟูได้เร็วขึ้น

#ปวดไหล่ #เอ็นไหล่ฉีกขาด #RotatorCuffTear #สุขภาพไหล่ #Ultrasound #หมอกระดูกและข้อ #ฉีดยาด้วยUltrasound


ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์

ปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ line ID @doctorkeng ไม่เสียค่าใช้จ่าย

https://page.line.me/vjn2149j?openQrModal=tru

สาเหตุของอาการปวดไหล่ที่พบบ่อย และการวินิจฉัยง่ายๆด้วย Ultrasound

สาเหตุของอาการปวดไหล่ที่พบบ่อย และการวินิจฉัยง่ายๆด้วย Ultrasound

“ปวดไหล่บ่อยๆ อย่าปล่อยไว้! มาทำความรู้จักสาเหตุที่พบบ่อยและการวินิจฉัยด้วย Ultrasound เพื่อแก้ปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆ”

อาการปวดไหล่เป็นเรื่องที่หลายๆ คนประสบพบเจอได้บ่อย ทั้งจากการใช้งานไหล่หนักเกินไปหรือจากการบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน เรามาทำความรู้จักสาเหตุที่พบบ่อยของอาการปวดไหล่และวิธีวินิจฉัยง่ายๆ ด้วยเครื่อง Ultrasound กันครับ

สาเหตุของอาการปวดไหล่ที่พบบ่อย

1. กล้ามเนื้อเอ็นไหล่ฉีกขาด (Rotator Cuff Tear): เกิดจากการใช้งานไหล่ซ้ำๆ เป็นเวลานาน หรือการยกของหนัก ทำให้เอ็นกล้ามเนื้อรอบไหล่เกิดการฉีกขาด อาจทำให้รู้สึกเจ็บหรือไหล่ไม่ค่อยมีแรง

2. ข้อไหล่ติดแข็ง (Frozen Shoulder): เมื่อใช้ไหล่น้อยเกินไปหรือเกิดการอักเสบ ทำให้เกิดข้อไหล่ติดขัด เคลื่อนไหวได้ยาก

3. เอ็นไหล่อักเสบ (Tendinitis): เป็นอาการอักเสบของเอ็นไหล่ ซึ่งอาจเกิดจากการออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่ใช้แรงไหล่มากเกินไป

4. ข้อไหล่อักเสบ (Arthritis): ปัญหาที่เกิดจากการเสื่อมของกระดูกอ่อนบริเวณข้อไหล่ ทำให้เกิดอาการเจ็บและเคลื่อนไหวลำบาก

การวินิจฉัยด้วย Ultrasound

Ultrasound เป็นวิธีการตรวจที่ง่ายและไม่เจ็บปวด สามารถตรวจดูรายละเอียดของเอ็นและกล้ามเนื้อบริเวณไหล่ได้อย่างชัดเจน ทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัยปัญหาได้เร็วและแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจหาการฉีกขาดของเอ็นกล้ามเนื้อ หรือการอักเสบต่างๆ ซึ่งการใช้ Ultrasound ยังช่วยในการประเมินสภาพของไหล่โดยไม่ต้องใช้รังสี และสามารถทำได้ภายในเวลาไม่นาน

: #ปวดไหล่ #สุขภาพไหล่ #วินิจฉัยด้วยUltrasound #หมอกระดูกและข้อ #ใส่ใจสุขภาพไหล่ #หมอเก่งกระดูกและข้อ

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์

ปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ line ID @doctorkeng ไม่เสียค่าใช้จ่าย

https://page.line.me/vjn2149j?openQrModal=tru