Wednesday, March 18, 2026

ปวดไหล่เรื้อรังจากการยกน้ำหนัก... กล้ามเนื้ออักเสบธรรมดา หรือมีอะไรฉีกขาดกันแน่?

 



ปวดไหล่เรื้อรังจากการยกน้ำหนัก... กล้ามเนื้ออักเสบธรรมดา หรือมีอะไรฉีกขาดกันแน่?

“หมอครับ ผมแค่อยากแข็งแรงขึ้น เลยไปเริ่มยกเวทได้สักพัก แต่ทำไมตอนนี้แค่ยกแขนใส่เสื้อยังเจ็บจี๊ดที่หัวไหล่เลยครับ?” นี่คือประโยคแรกที่คุณเอก (นามสมมติ) ชายวัย 40 ปีที่มีใจรักสุขภาพบอกกับหมอในห้องตรวจ หลังจากพยายามฝืนอาการปวดมานานกว่า 2 เดือน

คุณเอกเล่าว่าเขาเริ่มเข้ายิมเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ โดยเน้นท่าบริหารช่วงอกและไหล่เป็นหลัก แรกๆ ก็ดูเหมือนจะปกติ แต่ผ่านไปสักพักเริ่มรู้สึกเสียวที่หัวไหล่ด้านหน้าและด้านข้าง อาการค่อยๆ ชัดเจนขึ้นจนนอนตะแคงทับข้างที่ปวดไม่ได้ แม้จะหยุดพักไป 2 สัปดาห์ แต่อาการปวดก็ยังวนเวียนไม่หายไปเสียที จนเริ่มกังวลว่ากระดูกหรือเส้นเอ็นข้างในจะมีปัญหาหรือไม่

อาการของคุณเอกเป็นตัวอย่างที่คลาสสิกมากครับสำหรับคนวัย 40 ปีที่ใจยังสู้แต่สภาพร่างกายเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง หลายคนอาจคิดว่าแค่พักหรือนวดก็คงหาย แต่ในความเป็นจริง “ไหล่” เป็นข้อต่อที่ซับซ้อนที่สุดแห่งหนึ่งในร่างกาย และความลับของอาการปวดเรื้อรังมักซ่อนอยู่ลึกกว่าที่ผิวหนังครับ


เมื่อไหล่ประท้วง... เข้าใจต้นเหตุของความเจ็บปวด

เปรียบเทียบง่ายๆ ครับ หัวไหล่เราเหมือนกับ “ลูกบอลที่วางอยู่บนถ้วยตื้นๆ” เพื่อให้เราหมุนแขนไปได้รอบทิศทาง แต่การที่ลูกบอลจะเกาะอยู่บนถ้วยได้มั่นคง ต้องมี “เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ” ช่วยดึงรั้งไว้รอบๆ เหมือนเชือกที่ขึงเสากระโดงเรือครับ

ในวัย 40 ปี เส้นเอ็นเหล่านี้เริ่มสูญเสียความยืดหยุ่นไปตามกาลเวลา เมื่อเราไปยกน้ำหนักที่หนักเกินไป หรือใช้ท่าทางที่ไม่ถูกต้อง เช่น การยกดัมเบลขึ้นเหนือศีรษะซ้ำๆ เชือกหรือเส้นเอ็นเหล่านี้จะเริ่มเสียดสีกับกระดูกด้านบน จนเกิดการอักเสบเรื้อรัง หรือในบางรายอาจเกิดการฉีกขาดทีละเล็กทีละน้อยเหมือนเชือกที่เริ่มเปื่อยครับ


โรคนี้คืออะไร? (รู้จักกับกลุ่มอาการปวดไหล่)

อาการที่คุณเอกและหลายคนเป็น มักจะหนีไม่พ้นโรคหลักๆ คือ กลุ่มโรคเอ็นหัวไหล่อักเสบหรือฉีกขาด (Rotator Cuff Tendonitis or Tear)

สาเหตุหลักเกิดจากการใช้งานที่หนักเกินกำลัง (Overuse) จนทำให้เส้นเอ็นที่ทำหน้าที่หมุนและยกไหล่เกิดความเสียหาย อาการที่พบบ่อยคือ ปวดลึกๆ ในหัวไหล่ ปวดเสียวเวลาเอื้อมมือไปหยิบของที่เบาะหลังรถ หรือปวดมากในช่วงกลางคืนจนสะดุ้งตื่น ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะไม่หายเองหากไม่ได้รับการรักษาที่ต้นเหตุ


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้คนวัย 40+ ปวดไหล่จากการยกเวท

  1. อายุที่มากขึ้น: เส้นเอ็นมีความเสื่อมตามธรรมชาติและการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงน้อยลง

  2. ท่าทางที่ไม่ถูกต้อง: การฝืนยกน้ำหนักในท่าที่หัวไหล่ถูกบีบอัด เช่น ท่า Shoulder Press ที่ลึกเกินไป

  3. การเพิ่มน้ำหนักเร็วเกินไป: กล้ามเนื้ออาจจะรับไหว แต่เส้นเอ็นยังปรับตัวตามไม่ทัน

  4. ความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อ: เน้นเล่นแต่กล้ามเนื้อด้านหน้า (อก) จนไหล่ห่อ ทำให้พื้นที่ในข้อไหล่แคบลง

  5. ขาดการยืดเหยียด: กล้ามเนื้อรอบไหล่ที่ตึงรั้งจะดึงให้ข้อไหล่ทำงานผิดจังหวะ


เมื่อมาถึงมือหมอ... เราตรวจอะไรบ้าง?

เมื่อคุณมาปรึกษาหมอ ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดคือ การตรวจร่างกาย ครับ หมอจะทำการทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแต่ละมัด และกดหาจุดเจ็บเพื่อแยกแยะว่าปัญหาอยู่ที่เอ็นหรือข้อต่อ

  • การเอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูว่ามีกระดูกงอกมาเบียดเส้นเอ็นหรือไม่ หรือดูระยะห่างของข้อไหล่

  • การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI): เป็นวิธีที่ชัดเจนที่สุดในการดูว่าเส้นเอ็น "อักเสบ" "เปื่อย" หรือ "ฉีกขาด" ไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ เพื่อวางแผนการรักษาที่แม่นยำ

  • การใช้เครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound): หมอสามารถเห็นภาพเส้นเอ็นได้ทันทีในขณะที่ขยับไหล่ ช่วยในการวินิจฉัยที่รวดเร็ว


แนวทางการรักษา: ไม่ต้องกลัวการผ่าตัด

เชื่อไหมครับว่า ผู้ป่วยกว่า 80-90% สามารถหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด หากมารักษาอย่างถูกวิธีแต่เนิ่นๆ ครับ

  1. ปรับพฤติกรรม: ลดน้ำหนักที่ยก หลีกเลี่ยงท่าที่ต้องยกแขนสูงเหนือไหล่ชั่วคราว แต่ไม่ได้แปลว่าต้องเลิกออกกำลังกายนะครับ เราแค่ปรับให้เหมาะสม

  2. กายภาพบำบัด: เน้นการยืดกล้ามเนื้อที่ตึงและสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อชั้นลึกที่ช่วยพยุงข้อไหล่

  3. การใช้ยา: ทานยาลดอักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์เพื่อช่วยลดอาการปวดในช่วงแรก

  4. การฉีดยาเฉพาะจุด: หากปวดมาก หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางเพื่อฉีดยาลดอักเสบหรือน้ำเลี้ยงข้อเข้าไปที่จุดเกิดเหตุโดยตรง ซึ่งมีความแม่นยำสูงและลดความเสี่ยงจากการฉีดผิดตำแหน่ง

  5. การผ่าตัดส่องกล้อง: เราจะพิจารณาก็ต่อเมื่อเส้นเอ็นฉีกขาดรุนแรงหรือรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลเกิน 6 เดือน ซึ่งแผลจะเล็กมากและฟื้นตัวได้ไว


คำถามที่พบบ่อย (Q&A)

Q: ปวดไหล่แบบนี้ ปล่อยไว้จะหายเองไหม? A: หากเป็นแค่กล้ามเนื้อล้าอาจหายเองได้ใน 1-2 สัปดาห์ แต่ถ้าปวดต่อเนื่องเกิน 1 เดือน มักมีเรื่องเส้นเอ็นอักเสบซ่อนอยู่ การปล่อยไว้นานอาจกลายเป็น "ไหล่ติด" จนขยับไม่ได้ในที่สุดครับ

Q: ยังยกเวทต่อได้ไหมถ้ามีอาการปวด? A: แนะนำให้พักท่าที่ปวดทันทีครับ และเปลี่ยนมาเล่นกล้ามเนื้อส่วนอื่นแทน เช่น ขาหรือหน้าท้อง จนกว่าจะได้รับการประเมินจากแพทย์

Q: นวดแผนไทยช่วยได้ไหม? A: การนวดช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายได้ครับ แต่ต้องระวัง "การดัดหรือดึงไหล่" แรงๆ เพราะถ้าเส้นเอ็นฉีกขาดอยู่แล้ว การนวดที่รุนแรงอาจทำให้แผลฉีกกว้างขึ้นได้


สรุปประเด็นสำคัญเพื่อไหล่ที่แข็งแรง

  • อาการปวดไหล่เรื้อรังเกิน 2 เดือนในวัย 40 ปี มักเกิดจากเส้นเอ็นอักเสบหรือเสื่อมสภาพ

  • การนอนตะแคงทับไม่ได้ หรือยกแขนใส่เสื้อลำบาก เป็นสัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์

  • การตรวจด้วยอัลตราซาวด์หรือ MRI ช่วยให้ทราบความรุนแรงของโรคได้อย่างแม่นยำ

  • ส่วนใหญ่รักษาหายได้ด้วยการทำกายภาพ ปรับท่าทาง และการรักษาโดยไม่ผ่าตัด

  • การป้องกันที่ดีที่สุดคือ การวอร์มอัพและการจัดท่าทางการยกเวทให้ถูกต้องตามสรีระ


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #เอ็นหัวไหล่อักเสบ #ยกเวทแล้วปวดไหล่ #หมอนรองกระดูกทับเส้น #กายภาพบำบัด #ไหล่ติด #บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา #วัยทอง #สุขภาพชาย #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ShoulderPain #RotatorCuffInjury #SportsMedicine #Orthopedics #WeightLiftingInjury

References 

  1. Varacallo MA, El Bitar Y, Mair SD. Rotator Cuff Tendonitis. In: StatPearls [Internet]. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2025 Jan–. Updated 2023 Aug 4.

  2. [Sambandam SN, Khanna V, Gul A, Mounasamy V. Rotator cuff tears: an evidence based approach. World J Orthop. 2015 Dec 18;6(11):902-18. doi:10.5312/wjo.v6.i11.902.

  3. Kuhn JE, Dunn WR, Sanders R, et al. Effectiveness of physical therapy in treating atraumatic full-thickness rotator cuff tears: a multicenter prospective cohort study. J Shoulder Elbow Surg. 2013 Oct;22(10):1371-9. doi:10.1016/j.jse.2013.01.026.

No comments:

Post a Comment