Saturday, March 7, 2026

ปวดไหล่... พักเฉย ๆ หรือยิ่งพักยิ่ง "พัง"? (ไหล่ติดและเส้นเอ็นอักเสบ)

 



ปวดไหล่... พักเฉย ๆ หรือยิ่งพักยิ่ง "พัง"? (ไหล่ติดและเส้นเอ็นอักเสบ)

“เดี๋ยวก็หาย... แค่ใช้งานเยอะไปหน่อย พักสักพักก็คงดีขึ้นเอง”

นี่คือคำปลอบใจยอดฮิตที่เรามักบอกตัวเองเวลาเริ่มมีอาการ ปวดไหล่ ครับ แต่ในฐานะหมอกระดูกและข้อ หมออยากบอกว่า "การพัก" เป็นเรื่องดีครับ แต่ถ้า "พักผิดวิธี" หรือ "พักนานเกินไป" จากอาการปวดธรรมดาอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้คุณยกแขนไม่ขึ้นไปอีกหลายเดือนเลยทีเดียว


เรื่องเล่าจากคนไข้

คุณมานพ อายุ 52 ปี เป็นพนักงานบริษัทที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์และยกของบ้างเป็นครั้งคราว วันหนึ่งเริ่มรู้สึกปวดแปล๊บที่หัวไหล่เวลาเอื้อมมือไปหยิบของที่เบาะหลังรถ คุณมานพคิดว่าเป็นแค่กล้ามเนื้ออักเสบจึงตัดสินใจ "พักไหล่" โดยการไม่ใช้งานแขนข้างนั้นเลย พยายามแนบแขนไว้ข้างลำตัวตลอดเวลา

ผ่านไป 2 สัปดาห์ แทนที่อาการปวดจะหายไป คุณมานพกลับพบว่า "ไหล่เริ่มแข็ง" จะหยิบกระเป๋าสตางค์จากกระเป๋าหลังก็ไม่ได้ จะสวมเสื้อเชิ้ตก็ลำบาก แถมตอนกลางคืนยังปวดจนสะดุ้งตื่น จากแค่ "ปวดไหล่" กลายเป็น "ไหล่ติด" ไปเสียแล้วครับ


เมื่อไหล่ไม่ใช่แค่ข้อต่อ แต่มันคือ "ลูกเซรามิกในเบ้า"

หมออยากให้ลองจินตนาการว่า ข้อไหล่ของเราเหมือน "ลูกบอลที่วางอยู่บนประคอง" (Ball and Socket) โดยมีเส้นเอ็นและแคปซูลหุ้มข้อเหมือน "ยางยืด" ที่คอยดึงรั้งไว้ให้มั่นคง

ถ้าเราปวดแล้วหยุดขยับไหล่ไปเลย ยางยืดเหล่านี้จะเริ่ม "แห้งและหดตัว" ครับ เหมือนหนังสติ๊กที่วางทิ้งไว้นาน ๆ จนกรอบ พอเราจะมาขยับอีกที มันก็ดึงรั้งจนเจ็บปวดไปหมด หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่าภาวะ ข้อไหล่ติด นั่นเองครับ


ความรู้พื้นฐานของโรค

อาการปวดไหล่ที่คนส่วนใหญ่เจอ มักเกิดจาก 2 โรคหลัก:

  1. เส้นเอ็นประคองข้อไหล่อักเสบ (Rotator Cuff Tendonitis): เกิดจากการใช้งานซ้ำ ๆ หรือความเสื่อมตามวัย ทำให้เส้นเอ็นเกิดฉีกขาดเล็กน้อยหรืออักเสบ
  2. ข้อไหล่ติด (Frozen Shoulder): คือภาวะที่เยื่อหุ้มข้อไหล่อักเสบและหนาตัวขึ้นจนหดรั้ง ทำให้เคลื่อนไหวแขนได้จำกัด

สาเหตุ: มักเกิดจากการใช้งานหนักเกินกำลัง, อุบัติเหตุ, หรือแม้แต่การเสื่อมสภาพตามอายุ (มักพบในคนวัย 40-60 ปี)อาการ: ปวดลึก ๆ ในหัวไหล่, ปวดเสียวเวลาเอื้อมแขน, ปวดตอนกลางคืนนอนตะแคงทับไม่ได้


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ปวดไหล่เรื้อรัง

  • พฤติกรรมการทำงาน: การยกแขนสูงเหนือศีรษะบ่อย ๆ หรือนั่งห่อไหล่หน้าคอมพิวเตอร์
  • โรคประจำตัว: โดยเฉพาะ "เบาหวาน" และ "โรคไต" มีความสัมพันธ์กับการเกิดข้อไหล่ติดได้ง่ายกว่าคนทั่วไป
  • การหยุดใช้งานนานเกินไป: เช่น หลังอุบัติเหตุแล้วใส่ผ้าคล้องแขน (Arm sling) ไว้นานโดยไม่บริหาร
  • อายุที่มากขึ้น: ทำให้เส้นเอ็นขาดความยืดหยุ่นและเสื่อมสภาพ
  • นักกีฬา: ที่ต้องใช้การเหวี่ยงแขน เช่น แบดมินตัน หรือว่ายน้ำ

การตรวจวินิจฉัย

เมื่อมาพบหมอ หมอจะทำการตรวจสอบดังนี้ครับ:

  • การตรวจร่างกาย: หมอจะขยับแขนของคนไข้ในท่าทางต่าง ๆ เพื่อดูว่าปวดจุดไหน และติดขัดที่มุมไหน
  • เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูว่ามีหินปูนเกาะที่เส้นเอ็น หรือมีกระดูกงอกไปเบียดเส้นเอ็นหรือไม่
  • อัลตราซาวด์ (Ultrasound): วิธีนี้ดีมากครับ เพราะเห็นเส้นเอ็นอักเสบหรือฉีกขาดได้ทันทีในห้องตรวจ
  • MRI: จะทำในกรณีที่สงสัยว่าเส้นเอ็นฉีกขาดรุนแรงและอาจต้องวางแผนผ่าตัด

แนวทางการรักษา (ไม่ต้องผ่าตัดก็หายได้)

ผู้ป่วยกว่า 90% หายได้ด้วยวิธีไม่ต้องผ่าตัดครับ:

  1. ปรับพฤติกรรม: เลิกนอนทับไหล่ข้างที่ปวด ลดการยกของหนักเหนือศีรษะ
  2. กายภาพบำบัด: นี่คือหัวใจสำคัญครับ หมอจะแนะนำท่าบริหาร "ไต่ฝาผนัง" หรือการใช้ไม้พลองช่วยขยับ เพื่อป้องกันไหล่ติด
  3. การใช้ยา: ยากลุ่มต้านการอักเสบ (NSAIDs) เพื่อลดปวดและลดบวม
  4. การฉีดยาโดยใช้เครื่อง Ultrasound นำทาง: หมอจะใช้เครื่องสแกนดูจุดที่อักเสบแม่น ๆ แล้วฉีดยาลดอักเสบเข้าจุดนั้นโดยตรง ช่วยให้หายปวดไวและปลอดภัยกว่าการฉีดแบบสุ่มครับ
  5. การผ่าตัดส่องกล้อง: จะทำเฉพาะกรณีเส้นเอ็นฉีกขาดรุนแรงหรือรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผล แผลจะเล็กมากและฟื้นตัวไวครับ

พยากรณ์โรค

โรคนี้หายได้ครับ! แต่ต้องใช้ "ความใจเย็น"

  • ถ้าเป็นแค่เอ็นอักเสบ อาจใช้เวลา 2-4 สัปดาห์
  • ถ้าถึงขั้นไหล่ติด อาจต้องใช้เวลาทำกายภาพ 3-6 เดือน
  • มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้หากไม่ปรับท่าทางหรือบริหารสม่ำเสมอ

ภาวะแทรกซ้อน

ถ้าปล่อยทิ้งไว้หรือพักเฉย ๆ นานเกินไป อาจเกิด:

  • กล้ามเนื้อลีบ: เพราะแขนไม่ได้ใช้งาน
  • ข้อไหล่ติดถาวร: จนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวัน เช่น สระผม หรือเอื้อมหยิบของได้
  • ปวดเรื้อรัง: จนส่งผลต่อสุขภาพจิตและการนอนหลับ

5 วิธีป้องกันอาการปวดไหล่

  1. ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ: บริหารไหล่เบา ๆ ทุกวันแม้จะไม่ได้ออกกำลังกาย
  2. ปรับสรีระ: นั่งทำงานให้หลังตรง ไหล่ไม่ห่อ
  3. เลี่ยงการยกของหนักเหนือระดับไหล่: หากจำเป็นควรใช้เก้าอี้เสริม
  4. ควบคุมโรคประจำตัว: โดยเฉพาะเบาหวานให้คงที่
  5. ฟังเสียงร่างกาย: ถ้าเริ่มปวดนิด ๆ ให้ลดการใช้งานและประคบเย็น ไม่ควรฝืนจนปวดรุนแรง

Q&A Section

Q: ปวดไหล่พักเฉย ๆ อันตรายไหม? A: พักได้ในช่วง 1-2 วันแรกครับ แต่ถ้าผ่านไป 1 สัปดาห์แล้วยังไม่ดีขึ้น หรือเริ่มขยับแขนได้น้อยลง ต้องรีบตรวจครับ เพราะอาจเป็นสัญญาณของไหล่ติด

Q: ต้องตรวจ MRI ทุกเคสไหม? A: ไม่จำเป็นครับ ส่วนใหญ่การตรวจร่างกายและอัลตราซาวด์ก็เพียงพอที่จะวินิจฉัยและเริ่มการรักษาได้แล้ว

Q: ปวดคอนานแค่ไหนควรพบแพทย์? A: หากปวดไหล่ร่วมกับมีอาการชาลงไปถึงปลายนิ้ว หรือแขนอ่อนแรง อันนี้อาจไม่ใช่แค่เรื่องไหล่ แต่อาจเกี่ยวกับกระดูกคอทับเส้นประสาท ควรพบแพทย์ทันทีครับ


สรุป

  1. การพักเฉย ๆ โดยไม่ขยับเลย เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ "ไหล่ติด"
  2. อาการปวดไหล่ส่วนใหญ่เกิดจากเส้นเอ็นอักเสบ ซึ่งรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
  3. การทำกายภาพบำบัดร่วมกับการใช้ยา มีประสิทธิภาพสูงมากในการรักษา
  4. การฉีดยาด้วยอัลตราซาวด์นำทาง ช่วยลดอาการปวดได้อย่างแม่นยำและตรงจุด
  5. ยิ่งรักษาไว ยิ่งลดโอกาสการติดแข็งของข้อไหล่

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #ไหล่ติด #เส้นเอ็นไหล่อักเสบ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #กายภาพบำบัด #FrozenShoulder #ออฟฟิศซินโดรม #ปวดแขน #ผ่าตัดส่องกล้อง


References

  1. Codman EA. The Shoulder: Rupture of the Supraspinatus Tendon and Other Lesions in or About the Subacromial Bursa. Boston, MA: Thomas Todd Company; 1934. (หนังสือระดับตำนานที่อธิบายกลไกพื้นฐานของโรคเส้นเอ็นไหล่ที่ยังคงใช้อ้างอิงจนถึงปัจจุบัน)
  2. Diercks RL, Stevens M. Gentle thawing of the frozen shoulder: a prospective study of supervised neglect versus intensive physical therapy in seventy-seven patients with frozen shoulder syndrome followed up for two years. J Shoulder Elbow Surg. 2004;13(5):499-502. (งานวิจัยที่เปรียบเทียบการรักษาไหล่ติดและการใช้กายภาพบำบัดอย่างถูกวิธี)
  3. Page MJ, Green S, Kramer S, et al. Electrotherapy modalities for adhesive capsulitis (frozen shoulder). Cochrane Database Syst Rev. 2014;(10):CD011324. (การทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือทางกายภาพในการรักษาภาวะไหล่ติด)
  4. Teefey SA, Middleton WD, Payne WZ, Yamaguchi K. Detection of rotator cuff tears: revised objective of US and MRI in 100 consecutive patients. AJR Am J Roentgenol. 2000;174(1):161-165. (งานวิจัยเปรียบเทียบประสิทธิภาพของการใช้อัลตราซาวด์และ MRI ในการวินิจฉัยเส้นเอ็นไหล่ขาด)
  5. Wong CK, Levine WN, Deo K, et al. Natural history of frozen shoulder: fact or fiction? A systematic review. Physiotherapy. 2017;103(1):40-47. (การศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับพยากรณ์โรคของภาวะไหล่ติดว่าสามารถหายเองได้จริงหรือไม่)

No comments:

Post a Comment