เอื้อมหยิบของบนหิ้งไม่ได้
หวีผม สระผม ติดกระดุมเสื้อด้านหลังก็ทำไม่ได้
กลางคืนพลิกตัวไปทับไหล่ข้างนั้นทีไร สะดุ้งตื่นทุกที
คุณป้าวัย 80 เคยทำกับข้าวเลี้ยงหลานได้ทั้งวัน วันหนึ่งเริ่มยกแขนหยิบจานบนตู้ไม่ไหว ลูกหลานบอกว่า "อายุขนาดนี้แล้วก็ต้องเป็นธรรมดา ทนๆ เอาเถอะ" คุณป้าเลยเงียบ ไม่กล้าบอกใครว่าเจ็บแค่ไหน กลัวว่าถ้าไปหาหมอแล้วจะต้องผ่าตัด
แต่ความจริงเรื่องปวดไหล่ในผู้สูงอายุ อาจไม่ได้เป็นอย่างที่หลายคนเข้าใจ
――――――――――――――――――――――――
ปวดไหล่ในวัยสูงอายุ ไม่ได้แปลว่าต้องทนหรือต้องผ่าตัดเสมอไป
――――――――――――――――――――――――
มีความเชื่อหนึ่งที่ฝังลึกในบ้านเรา คือ "แก่แล้วปวดเนื้อปวดตัวเป็นเรื่องธรรมดา ทนเอา" ความเชื่อนี้ทำให้ผู้สูงอายุจำนวนมากทนปวดไหล่อยู่เงียบๆ เป็นเดือนเป็นปี ทั้งที่หลายคนสามารถกลับมาใช้แขนได้ตามปกติ โดยไม่ต้องผ่าตัดเลยด้วยซ้ำ ความจริงคือ การปวดไหล่ที่ทำให้ยกแขนไม่ขึ้น ไม่ใช่เรื่องที่ต้องยอมแพ้ แต่เป็นเรื่องที่ควรหาสาเหตุให้ถูก
เรื่องของคุณป้า
ย้อนกลับไป คุณป้าเคยเป็นคนที่ขยันที่สุดในบ้าน ตื่นเช้ามาก็กวาดบ้าน รดน้ำต้นไม้ ทำกับข้าวเลี้ยงทั้งครอบครัว
ทุกเช้าคุณป้าจะเอื้อมหยิบหม้อใบใหญ่จากชั้นบนของตู้ครัวได้สบายๆ
จนวันหนึ่ง เริ่มรู้สึกเจ็บแปลบที่ไหล่เวลายกแขนสูง ตอนแรกก็คิดว่าเดี๋ยวก็หาย
แต่ผ่านไปหลายเดือน อาการกลับหนักขึ้น จนสระผมเองไม่ได้ ติดกระดุมเสื้อด้านหลังไม่ได้ ต้องให้ลูกหลานช่วย
คุณป้ารู้สึกเป็นภาระ เลยพยายามทนและซ่อนอาการไว้ ไม่กล้าไปหาหมอเพราะกลัวคำว่า "ผ่าตัด"
ทำไมไหล่ถึงปวด อธิบายแบบเข้าใจง่าย
หลายคนไม่รู้ว่า อาการปวดไหล่แบบนี้มีคำอธิบายที่ชัดเจน และมีทางดูแลได้มากกว่าที่คิด ขออธิบายให้เห็นภาพทีละขั้นนะครับ
รอบๆ ข้อไหล่ของเรามีกลุ่มเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อชุดหนึ่งหุ้มอยู่ เปรียบเหมือน "ผ้าคลุมหัวไหล่" ที่ช่วยให้เรายกแขน หมุนแขน และพยุงข้อไหล่ให้อยู่กับที่ ทางการแพทย์เรียกกลุ่มนี้ว่าเอ็นหุ้มข้อไหล่ (rotator cuff)
พอเราอายุมากขึ้น เส้นเอ็นชุดนี้ก็เสื่อมลงตามวัย เหมือนเชือกที่ใช้งานมานาน เส้นใยเริ่มเปื่อย บางลง และเปราะ บางจุดของเส้นเอ็นมีเลือดมาเลี้ยงน้อยอยู่แล้วตั้งแต่แรก เลยยิ่งซ่อมแซมตัวเองได้ช้า นี่คือเหตุผลว่าทำไมยิ่งอายุมาก ยิ่งพบปัญหานี้บ่อย
เมื่อเส้นเอ็นเปื่อยและบางลง การขยับแขนซ้ำๆ ในแต่ละวันก็ค่อยๆ ทำให้เส้นเอ็นเกิดการระคายเคือง อักเสบ และบางรายอาจมีรอยปริหรือฉีกขาดเล็กๆ ขึ้นมา ช่องว่างเหนือเอ็นที่แคบลงตามวัยก็ยิ่งทำให้เอ็นถูกเสียดสีเวลายกแขน
ที่อาการมักเป็นมากตอนยกแขนสูงหรือตอนกลางคืน เพราะท่ายกแขนทำให้เอ็นที่อักเสบถูกบีบและเสียดสีมากขึ้น ส่วนตอนนอนทับ น้ำหนักตัวกดลงบนไหล่ที่อักเสบโดยตรง จึงปวดจนสะดุ้งตื่น
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโรคนี้
โรคเอ็นหุ้มข้อไหล่เสื่อมและฉีกขาด เป็นสาเหตุของอาการปวดไหล่ที่พบบ่อยที่สุดอย่างหนึ่งในผู้สูงอายุ
สาเหตุหลักแบ่งได้เป็น
• การเสื่อมตามวัย ซึ่งเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ในผู้สูงอายุ ค่อยเป็นค่อยไป ไม่มีอุบัติเหตุนำมาก่อน
• การบาดเจ็บเฉียบพลัน เช่น หกล้มเอามือยันพื้น หรือยกของหนักผิดท่า กลุ่มนี้อาการมักมาทันที
อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ปวดเวลายกแขนสูงหรือกางแขน ปวดมากตอนกลางคืนจนรบกวนการนอน ยกแขนได้ไม่สุด และในรายที่เป็นมาก อาจยกแขนต้านแรงโน้มถ่วงไม่ขึ้นเลย
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ คนสูงอายุจำนวนมากมีรอยเสื่อมหรือรอยฉีกของเอ็นไหล่โดยไม่มีอาการปวดเลยก็ได้ ดังนั้นการเจอรอยฉีกจากการตรวจ ไม่ได้แปลว่ารอยนั้นคือต้นเหตุของอาการปวดเสมอไป จึงต้องอาศัยการตรวจร่างกายร่วมด้วยเพื่อหาต้นเหตุที่แท้จริง
ปัจจัยเสี่ยง
[1] อายุที่มากขึ้น เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด
[2] การใช้งานแขนยกของเหนือศีรษะซ้ำๆ เป็นเวลานาน
[3] การสูบบุหรี่
[4] โรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง
[5] เคยมีประวัติบาดเจ็บที่ไหล่มาก่อน
แนวทางการวินิจฉัย
การหาสาเหตุที่ถูกต้องคือหัวใจสำคัญ เพราะอาการปวดไหล่ในผู้สูงอายุเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากเอ็นไหล่เอง จากข้อไหล่เสื่อม จากภาวะไหล่ติด หรือบางครั้งปวดร้าวมาจากกระดูกคอ ขั้นตอนการวินิจฉัยมีดังนี้
• ซักประวัติ อาการเริ่มอย่างไร ปวดตอนไหน มีอุบัติเหตุนำมาก่อนหรือไม่ ทำอะไรไม่ได้บ้าง
• ตรวจร่างกาย ดูพิสัยการเคลื่อนไหวของข้อ ทดสอบกำลังเส้นเอ็น และตรวจกระดูกคอร่วมด้วยเสมอ
• ตรวจด้วยอัลตราซาวด์ (ultrasound) เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มาก ทำได้ในคลินิก เห็นเส้นเอ็นขณะขยับจริง ดูได้ว่ามีการอักเสบ มีรอยฉีก หรือมีหินปูนเกาะหรือไม่ โดยไม่เจ็บและไม่มีรังสี
• เอกซเรย์ ช่วยดูภาวะข้อไหล่เสื่อม รูปร่างกระดูก หินปูน หรือการเลื่อนของหัวกระดูกในรายที่เป็นมานาน
• เอ็มอาร์ไอ (MRI) ใช้เมื่อต้องวางแผนผ่าตัด หรือเมื่อผลตรวจอื่นยังไม่ชัดเจน ช่วยบอกขนาดรอยฉีกและสภาพกล้ามเนื้อได้ละเอียด
แนวทางการรักษา
ข่าวดีคือ ผู้สูงอายุที่ปวดไหล่จากเอ็นไหล่เสื่อมส่วนใหญ่ ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด หลายคนที่เคยยกแขนไม่ขึ้น กลับมาสระผมเอง ใส่เสื้อเองได้อีกครั้ง การดูแลตัวเองให้แข็งแรงและขยับไหล่ได้ ไม่ใช่แค่เรื่องของความสบาย แต่หมายถึงการได้กลับไปดูแลคนที่เรารักและใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี แนวทางรักษาเริ่มจากเบาไปหาหนัก
• ปรับกิจวัตรและบรรเทาอาการ พักการใช้งานท่าที่กระตุ้นอาการ ใช้ยาบรรเทาปวดตามความเหมาะสม โดยระวังเป็นพิเศษในผู้สูงอายุที่มีโรคไตหรือโรคหัวใจ
• กายภาพบำบัดและการออกกำลังกายเฉพาะส่วน เป็นหัวใจของการรักษา การฝึกกล้ามเนื้อรอบสะบักและรอบไหล่อย่างถูกวิธีและต่อเนื่อง ช่วยลดปวดและคืนการใช้งานได้จริง แม้ในรายที่รอยฉีกค่อนข้างใหญ่ก็ตาม โดยทั่วไปใช้เวลาฝึกอย่างน้อยราว 3 เดือน
• การฉีดยาลดการอักเสบเข้าบริเวณข้อไหล่ ในรายที่ปวดมากจนฝึกกายภาพไม่ไหว การฉีดยาช่วยลดการอักเสบเพื่อเปิดช่องให้ฝึกกายภาพได้ มักได้ผลดีในระยะสั้น ส่วนการใช้อัลตราซาวด์นำทางขณะฉีด ช่วยให้ฉีดได้ตรงตำแหน่งมากขึ้น ทำในคลินิกได้ และไม่มีรังสี
• การผ่าตัด เก็บไว้สำหรับรายที่รักษาด้วยวิธีข้างต้นเต็มที่แล้วไม่ดีขึ้น รายที่เอ็นฉีกขาดจากอุบัติเหตุเฉียบพลันในผู้ที่ยังใช้งานแขนมาก หรือรายที่ข้อไหล่เสียหายมากจนต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่ การตัดสินใจผ่าตัดดูที่สภาพของโรค ไม่ใช่ดูที่อายุเพียงอย่างเดียว
พยากรณ์โรค
ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ที่ปวดไหล่จากเอ็นไหล่เสื่อม อาการดีขึ้นได้ด้วยการรักษาแบบไม่ผ่าตัด แต่ต้องเข้าใจว่าการฟื้นตัวใช้เวลาเป็นสัปดาห์ถึงเป็นเดือน ไม่ใช่หายในไม่กี่วัน ความสม่ำเสมอในการฝึกกายภาพคือกุญแจสำคัญ
รอยฉีกของเอ็นอาจค่อยๆ ใหญ่ขึ้นได้ตามเวลาในบางราย ดังนั้นถ้าอาการปวดเริ่มแย่ลงกว่าเดิมอย่างชัดเจน ควรกลับมาให้แพทย์ประเมินซ้ำ เพราะอาจเป็นสัญญาณว่ารอยฉีกเปลี่ยนแปลง
ถ้าปล่อยทิ้งไว้จะเป็นอย่างไร
หากปล่อยอาการไว้นานโดยไม่ดูแล รอยฉีกบางรายอาจขยายใหญ่ขึ้น กล้ามเนื้อรอบไหล่อาจค่อยๆ ลีบและอ่อนแรงลง ทำให้ยกแขนได้น้อยลงเรื่อยๆ ในรายที่เป็นมานานและรอยฉีกใหญ่มาก ข้อไหล่อาจเสื่อมตามมาได้ ซึ่งทำให้การรักษายากขึ้น
นี่ไม่ใช่การขู่ แต่เป็นข้อเท็จจริงที่อยากให้รู้ เพื่อให้ตัดสินใจดูแลตัวเองได้ทันเวลา ยิ่งหาสาเหตุได้เร็วและดูแลถูกวิธี โอกาสกลับมาใช้แขนได้ดีก็ยิ่งมาก
วิธีดูแลและป้องกัน
[1] หลีกเลี่ยงการยกของหนักเหนือศีรษะซ้ำๆ และจัดของที่ใช้บ่อยไว้ในระดับที่เอื้อมถึงง่าย
[2] ออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงกล้ามเนื้อรอบไหล่และสะบักอย่างสม่ำเสมอ คนที่ดูแลกระดูกและกล้ามเนื้อตั้งแต่วันนี้ คือคนที่มองการณ์ไกล
[3] ควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวานและไขมันในเลือด ให้อยู่ในเกณฑ์ดี
[4] งดสูบบุหรี่
[5] ระวังการหกล้ม จัดบ้านให้ปลอดภัย แสงสว่างพอ พื้นไม่ลื่น
คำถามที่พบบ่อย
ถาม ปวดไหล่ตอนแก่ ต้องผ่าตัดทุกคนไหม ตอบ ไม่ใช่ครับ ส่วนใหญ่ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด การผ่าตัดเก็บไว้สำหรับบางรายเท่านั้น
ถาม เจอรอยฉีกของเอ็นจากการตรวจ แปลว่าต้องรีบรักษาเลยไหม ตอบ ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะผู้สูงอายุหลายคนมีรอยฉีกโดยไม่มีอาการ สิ่งสำคัญคือดูว่ารอยนั้นเป็นต้นเหตุของอาการจริงหรือไม่
ถาม ฝึกกายภาพต้องทำนานแค่ไหนถึงเห็นผล ตอบ โดยทั่วไปต้องให้เวลาอย่างน้อยราว 3 เดือน และต้องทำสม่ำเสมอ
ถาม ฉีดยาเข้าไหล่ อันตรายไหม หายขาดเลยหรือเปล่า ตอบ การฉีดช่วยลดการอักเสบและบรรเทาปวดในระยะสั้น เพื่อเปิดทางให้ฝึกกายภาพได้ ไม่ใช่การรักษาให้หายขาดในตัวเอง
สรุปสิ่งที่อยากให้จำ
[1] ปวดไหล่ในผู้สูงอายุพบบ่อยมาก และส่วนใหญ่เกิดจากเอ็นไหล่เสื่อมตามวัย
[2] การเจอรอยฉีกจากการตรวจ ไม่ได้แปลว่ารอยนั้นคือต้นเหตุของอาการเสมอไป จึงต้องตรวจร่างกายร่วมด้วย
[3] ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยการฝึกกายภาพและการดูแลที่ถูกวิธี
[4] ถ้าอาการปวดแย่ลงชัดเจน ควรกลับมาให้แพทย์ประเมินซ้ำ
[5] คุณไม่ได้อยู่คนเดียวกับอาการนี้ และการดูแลให้ไหล่กลับมาใช้ได้ ก็เพื่อให้ได้กลับไปใช้ชีวิตและดูแลคนที่คุณรัก
――――――――――――――――――――――――
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการตรวจวินิจฉัยรายบุคคลได้ หากมีอาการปวดไหล่ที่รบกวนการใช้ชีวิต ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง
ปรึกษาหมอเก่ง กระดูกและข้อ Line ID @doctorkeng โทร 081-5303666
――――――――――――――――――――――――
#ปวดไหล่ #เอ็นไหล่อักเสบ #เอ็นไหล่ฉีกขาด #ผู้สูงอายุ #ปวดไหล่ผู้สูงอายุ #ยกแขนไม่ขึ้น #รักษาปวดไม่ผ่าตัด #อัลตราซาวด์ #กายภาพบำบัด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ธนินนิตย์คลินิก #เชียงใหม่ #กระดูกและข้อ
No comments:
Post a Comment