ยกแขนหวีผมไม่สุด ต้องเอียงคอเข้าช่วย เอื้อมหยิบของบนตู้ เสียวไหล่ทุกครั้ง นอนตะแคงทับไหล่ข้างนั้นไม่ได้ ตื่นกลางดึกเพราะปวด
คุณมาลี อายุ 45 ปี ปวดไหล่ซ้ายมาหลายเดือน ตัดสินใจไปตรวจ MRI ผลออกมาเขียนยาวเต็มหน้า มีทั้งคำว่า "เอ็นฉีก" "เอ็นเสื่อม" และ "ข้อไหล่ติด" อ่านแล้วใจหาย คิดในใจว่า "แบบนี้คงต้องผ่าตัดแน่ๆ"
แต่ความจริง ผล MRI ที่ดูน่ากลัว ไม่ได้แปลว่าต้องขึ้นเตียงผ่าตัดเสมอไปครับ ลองอ่านบทความด้านล่างนี้ดูครับ
――――――――――――――――――――――――
ทำไมผล MRI ไหล่เขียนยาวเป็นหน้า แต่หมอบอกยังไม่ต้องผ่าตัด
――――――――――――――――――――――――
พอเห็นคำว่า "เอ็นฉีก" ทุกคนคิดอะไร
หลายคนพอเปิดอ่านผล MRI ไหล่แล้วเจอคำว่า "เอ็นฉีก" ก็ใจหายวาบ คิดทันทีว่าต้องผ่าตัด แต่ในความเป็นจริง คนไข้ที่ปวดไหล่ส่วนใหญ่...ไม่ได้ต้องผ่าตัดเลยครับ โดยเฉพาะคนที่เอ็นฉีกเพียงบางส่วน และอาการปวดยังไม่รุนแรง สิ่งสำคัญกว่าคือการเข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับไหล่ของเรา แล้วดูแลให้ถูกทาง
เรื่องของคุณมาลี
ย้อนกลับไป คุณมาลีเคยเป็นคนที่ใช้แขนคล่องมาก ทำงานบ้าน ตากผ้า ยกของ เล่นกับหลานได้สบาย
วันหนึ่งเริ่มรู้สึกปวดตื้อๆ ที่ไหล่ซ้ายเวลายกแขน ตอนแรกคิดว่าเดี๋ยวก็หาย เลยปล่อยไว้
แต่ผ่านไปหลายเดือน อาการกลับเป็นมากขึ้น ยกแขนหวีผมก็ลำบาก ตากผ้าราวสูงก็เสียว นอนตะแคงทับไหล่ข้างนั้นไม่ได้เลย ต้องตื่นกลางดึกบ่อยๆ
สิ่งที่หายไปไม่ใช่แค่ "การยกแขน" แต่คือการได้อุ้มหลาน การทำงานบ้านที่เคยทำเอง และการนอนหลับสนิททั้งคืน
คุณมาลีลังเลอยู่นาน เพราะกลัวว่าถ้าไปหาหมอ คงต้องผ่าตัด จนสุดท้ายตัดสินใจมาตรวจ เพื่อหาคำตอบให้ชัดเจนสักที
ที่จริงแล้วไหล่ของเรากำลังเกิดอะไรขึ้น
หลายคนไม่รู้ว่า อาการปวดไหล่ที่เป็นๆ หายๆ มาเป็นเดือน จริงๆ แล้วมีกลไกซ่อนอยู่เบื้องหลัง และเมื่อเข้าใจแล้ว จะเห็นว่าทำไมการรักษาส่วนใหญ่จึงไม่ต้องเริ่มที่การผ่าตัด
ลองนึกภาพว่ารอบๆ ข้อไหล่ของเรามี "เชือกเอ็น" หลายเส้นคอยพยุงและช่วยหมุนแขน เราเรียกกลุ่มเอ็นนี้ว่าเอ็นหุ้มข้อไหล่ (rotator cuff) เชือกพวกนี้ทำงานทุกครั้งที่เรายกแขนหรือหมุนไหล่ พออายุมากขึ้น บวกกับการใช้งานยกแขนเหนือศีรษะซ้ำๆ เป็นปีๆ เนื้อเอ็นจะค่อยๆ เปื่อยและเสื่อมลง เหมือนเชือกเก่าที่ใช้นานจนเริ่มเป็นขุย นี่คือจุดเริ่มต้น
ทีนี้ เหนือเส้นเอ็นพวกนี้มีกระดูกเป็นเหมือนหลังคาคลุมอยู่ ถ้าหลังคานี้มีรูปร่างที่ลาดเอียงลงมาหรือมีเดือยกระดูกเล็กๆ งอกออกมา ช่องว่างที่เอ็นลอดผ่านจะแคบลง พอเรายกแขนขึ้นแต่ละครั้ง เอ็นก็จะถูกหนีบและเสียดสีกับกระดูก เราเรียกภาวะนี้ว่าการเสียดสีของเอ็น (impingement) ยิ่งเสียดสีนานเข้า เส้นใยเอ็นบางส่วนก็จะเริ่มขาด กลายเป็น "เอ็นฉีกบางส่วน" ซึ่งต่างจากเอ็นขาดทั้งเส้นมาก
ส่วนที่หลายคนสงสัยว่า "ทำไมปวดตอนกลางคืน หรือเวลานอนทับ" คำตอบคือ เวลานอนตะแคงทับ น้ำหนักตัวจะกดลงบนเอ็นที่อักเสบโดยตรง และตอนกลางคืนที่เราไม่ได้ขยับ การไหลเวียนรอบเอ็นจะลดลง ทำให้อาการอักเสบเด่นชัดขึ้น ส่วนอาการ "ยกแขนระดับหัวไหล่แล้วปวด แต่ยกสูงกว่านั้นกลับค่อยยังชั่ว" ก็เพราะช่วงองศานั้นเป็นช่วงที่เอ็นถูกหนีบมากที่สุดพอดี
และในบางคน เยื่อหุ้มข้อไหล่จะอักเสบและหนาตัวขึ้นจนข้อเริ่มฝืดและติด เหมือนยางรัดที่ตึงขึ้นเรื่อยๆ เราเรียกว่าข้อไหล่ติด (frozen shoulder หรือ adhesive capsulitis) ทำให้ขยับไหล่ได้น้อยลงและปวด ซึ่งภาวะนี้ก็มักดีขึ้นได้ด้วยการดูแลที่ถูกต้องเช่นกัน
ความรู้พื้นฐานที่ควรเข้าใจ
อาการปวดไหล่แบบนี้มักรวมหลายอย่างเข้าด้วยกัน ทั้งเอ็นเสื่อม เอ็นฉีกบางส่วน การเสียดสีของเอ็น ถุงน้ำรองเอ็นอักเสบ และบางครั้งมีข้อไหล่ติดร่วมด้วย
อาการที่พบบ่อย มีดังนี้
• ปวดบริเวณด้านนอกหรือด้านบนของไหล่ บางครั้งร้าวลงต้นแขน
• ปวดมากขึ้นเวลายกแขน โดยเฉพาะยกเหนือศีรษะ
• ปวดตอนกลางคืน นอนทับข้างที่เป็นไม่ได้
• รู้สึกแขนอ่อนแรงเล็กน้อย หรือยกได้ไม่สุดเหมือนเดิม
ปัจจัยที่ทำให้เสี่ยงมากขึ้น
• อายุ 40 ปีขึ้นไป เพราะเอ็นเริ่มเสื่อมตามวัย
• งานหรือกิจกรรมที่ต้องยกแขนเหนือศีรษะซ้ำๆ เช่น ตากผ้า ทาสี ยกของขึ้นที่สูง กีฬาที่ใช้ไหล่มาก
• ท่าทางที่ไหล่ห่อ หลังค่อม ทำให้ช่องเอ็นแคบลง
• เคยบาดเจ็บที่ไหล่มาก่อน
• มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หรือไทรอยด์ ซึ่งเพิ่มโอกาสข้อไหล่ติด
หมอวินิจฉัยอย่างไร
การหาสาเหตุที่แท้จริงสำคัญที่สุด เพราะเป็นตัวกำหนดว่าจะรักษาแบบไหน โดยทั่วไปจะทำตามลำดับ
• ซักประวัติ ลักษณะการปวด การใช้งาน
• ตรวจร่างกาย ทดสอบองศาการเคลื่อนไหวและกำลังของเอ็น
• อัลตราซาวด์ (ultrasound) จุดเด่นคือดูเอ็นได้แบบเรียลไทม์ขณะขยับไหล่ ทำให้เห็นการอักเสบและรอยฉีกได้ดี
• เอกซเรย์ ดูรูปร่างกระดูกและเดือยกระดูกที่อาจหนีบเอ็น
• เอ็มอาร์ไอ (MRI) ให้รายละเอียดมากที่สุด บอกระดับการฉีกของเอ็นได้ชัด
แนวทางการรักษา จากเบาไปหาหนัก
ข่าวดีคือ คนไข้ส่วนใหญ่ที่ตั้งใจดูแลตัวเองและทำกายภาพ มักค่อยๆ กลับมายกแขนหวีผม ตากผ้า และอุ้มหลานได้ภายในไม่กี่เดือน โดยไม่ต้องผ่าตัด เป้าหมายของการรักษาคือ การให้คุณกลับไปทำสิ่งที่รักและใช้ชีวิตได้ตามปกติเป็นอันดับแรก การรักษาจะไล่จากเบาไปหาหนัก ดังนี้
[1] ปรับพฤติกรรมและพักการใช้งาน หลีกเลี่ยงท่ายกแขนเหนือศีรษะที่กระตุ้นอาการ ปรับท่าทางการนั่งและทำงาน
[2] ยาแก้ปวดและลดการอักเสบ ตามที่แพทย์แนะนำ เพื่อให้พอขยับและทำกายภาพได้
[3] กายภาพบำบัดและการออกกำลังกาย นี่คือหัวใจสำคัญที่สุดของการรักษา (ดูท่าออกกำลังกายด้านล่าง)
[4] การฉีดยาภายใต้อัลตราซาวด์ (ultrasound-guided injection) ช่วยให้ฉีดยาได้ตรงตำแหน่งที่อักเสบ เหมาะกับบางรายที่ปวดมากจนทำกายภาพไม่ไหว การฉีดสเตียรอยด์ช่วยลดปวดได้เร็วแต่ผลเป็นเพียงชั่วคราว และการฉีดซ้ำบ่อยเกินไปอาจทำให้เอ็นอ่อนแอลง จึงต้องใช้อย่างเหมาะสม
[5] การผ่าตัด เก็บไว้เป็นทางเลือกสุดท้าย เมื่อมีข้อบ่งชี้ชัดเจนเท่านั้น
ท่าออกกำลังกายที่ทำได้เองที่บ้าน
หลักการสำคัญคือ เริ่มจากเบาๆ ทำในช่วงที่ไม่กระตุ้นให้ปวดมาก แล้วค่อยๆ เพิ่มทีละน้อย
[1] ท่าแกว่งแขน (pendulum) ก้มตัวเล็กน้อย ปล่อยแขนข้างที่ปวดห้อยลง แล้วแกว่งเป็นวงกลมเบาๆ ช่วยผ่อนคลายและลดปวดในช่วงแรก
[2] ท่ายืดเพิ่มองศา สำหรับคนที่ไหล่เริ่มฝืดหรือติด เช่น ใช้นิ้วไต่กำแพงขึ้นช้าๆ หรือใช้แขนดีช่วยดึงแขนข้างที่ปวดข้ามลำตัวเพื่อยืดด้านหลังไหล่
[3] ท่าบริหารกล้ามเนื้อสะบัก ดึงสะบักสองข้างเข้าหากันค้างไว้ครู่หนึ่งแล้วปล่อย ช่วยปรับท่าทางและพยุงไหล่
[4] ท่าบริหารเอ็นหุ้มข้อไหล่ด้วยยางยืด หมุนแขนออกด้านนอกและหมุนเข้าด้านในเบาๆ โดยหุบศอกแนบลำตัว เพื่อเสริมความแข็งแรงให้กลุ่มเอ็น
[5] ข้อควรระวัง ถ้าทำแล้วปวดมากขึ้น ปวดร้าวลงแขน หรือชา ให้หยุดและปรึกษาแพทย์ การออกกำลังกายควรรู้สึกตึงพอประมาณ ไม่ใช่เจ็บแปลบ
แล้วเมื่อไหร่ถึงต้องผ่าตัด
การผ่าตัดมีที่ทางของมัน และจะพิจารณาเมื่อมีเหตุผลชัดเจน เช่น เอ็นฉีกขาดทั้งเส้นจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเฉียบพลัน โดยเฉพาะในคนอายุน้อยที่ใช้งานไหล่มาก แขนอ่อนแรงชัดเจนจนยกของหรือทำกิจวัตรไม่ได้ หรือกรณีที่ดูแลด้วยวิธีไม่ผ่าตัดอย่างเต็มที่แล้วหลายเดือนแต่อาการยังไม่ดีขึ้น สำหรับเอ็นฉีกเพียงบางส่วนและปวดไม่มากแบบในเรื่องนี้ มักยังไม่ใช่กรณีที่ต้องผ่าตัด
จะหายไหม ใช้เวลานานแค่ไหน
อาการเอ็นฉีกบางส่วนและการเสียดสีของเอ็น ส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ด้วยวิธีไม่ผ่าตัด มีงานวิจัยขนาดใหญ่ติดตามคนไข้เอ็นไหล่ฉีกชนิดที่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุนานถึง 2 ปี พบว่าประมาณ 3 ใน 4 ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเลย และเมื่อติดตามต่อถึง 10 ปี ก็ยังมีมากกว่า 7 ใน 10 ที่ไม่ต้องผ่าตัด
โดยทั่วไปใช้เวลาเป็นสัปดาห์ถึงเป็นเดือนกว่าอาการจะค่อยๆ ดีขึ้น ถ้ามีข้อไหล่ติดร่วมด้วยอาจใช้เวลานานขึ้น บางคนเป็นเดือนจนถึงเป็นปี แต่ส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ และอาการอาจกลับมาเป็นซ้ำได้ถ้ากลับไปใช้งานผิดท่าหรือละเลยการบริหารกล้ามเนื้อ
ถ้าปล่อยไว้ไม่ดูแลจะเป็นอย่างไร
ข้อมูลนี้ไม่ได้บอกเพื่อให้กังวล แต่เพื่อให้เข้าใจว่าทำไมจึงไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ เอ็นที่ฉีกบางส่วนในบางรายอาจค่อยๆ ขยายจนฉีกมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ถ้ามีข้อไหล่ติดและไม่ได้ขยับ ข้ออาจยิ่งติดแข็งขึ้น และการไม่ได้ใช้งานนานๆ อาจทำให้กล้ามเนื้อรอบไหล่ลีบลง นี่คือเหตุผลที่การดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้ผลลัพธ์ดีกว่า แต่ย้ำว่าไม่ได้แปลว่าต้องรีบผ่าตัด
วิธีป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นอีก
• บริหารกล้ามเนื้อรอบสะบักและไหล่ให้แข็งแรงสม่ำเสมอ
• ปรับท่าทาง ไม่ห่อไหล่ ไม่นั่งหลังค่อมนานๆ
• หลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือยกแขนเหนือศีรษะต่อเนื่องนานๆ
• อบอุ่นร่างกายและยืดเหยียดก่อนออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา
• ดูแลโรคประจำตัว โดยเฉพาะเบาหวาน ให้อยู่ในเกณฑ์ดี
คำถามที่คนไข้ถามบ่อย
[1] ผล MRI บอกว่าเอ็นฉีก ต้องผ่าตัดไหม ไม่เสมอไปครับ โดยเฉพาะเอ็นฉีกบางส่วน ส่วนใหญ่เริ่มด้วยการรักษาแบบไม่ผ่าตัดก่อน
[2] ปวดไม่มาก จำเป็นต้องทำอะไรไหม ควรดูแลและบริหารกล้ามเนื้อ เพื่อไม่ให้อาการลุกลามและช่วยให้ไหล่แข็งแรงขึ้น
[3] ฉีดยาเข้าไหล่อันตรายไหม ช่วยลดปวดได้ในบางกรณี แต่ไม่ควรฉีดสเตียรอยด์ซ้ำบ่อยเกินไป เพราะอาจทำให้เอ็นอ่อนแอ
[4] ออกกำลังกายเองได้ไหม ต้องระวังอะไร ได้ครับ เริ่มจากเบาๆ ถ้าทำแล้วปวดมากขึ้นหรือปวดร้าวลงแขน ให้หยุดและปรึกษาแพทย์
[5] ข้อไหล่ติดหายเองได้ไหม ส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ แต่ใช้เวลา และต้องบริหารยืดอย่างสม่ำเสมอ
สรุปสิ่งที่อยากให้จำ
[1] ผล MRI ที่ดูน่ากลัว ไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัด
[2] เอ็นฉีกบางส่วนและปวดไม่มาก เริ่มด้วยวิธีไม่ผ่าตัดได้
[3] กายภาพบำบัดและการบริหารกล้ามเนื้อ คือหัวใจสำคัญที่สุด
[4] การผ่าตัดเก็บไว้สำหรับกรณีที่มีข้อบ่งชี้ชัด เช่น เอ็นขาดทั้งเส้นจากอุบัติเหตุ อ่อนแรงชัด หรือรักษาไม่ผ่าแล้วไม่ดีขึ้น
[5] ยิ่งเข้าใจและดูแลเร็ว ยิ่งกลับไปทำสิ่งที่รักได้เร็ว
อาการปวดไหล่แบบนี้พบได้บ่อยมาก คุณไม่ได้เผชิญอยู่คนเดียว และส่วนใหญ่ดูแลให้ดีขึ้นได้ครับ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนได้กลับมาขยับไหล่อย่างสบายอีกครั้ง
――――――――――――――――――――――――
ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง
ปรึกษาหมอเก่ง กระดูกและข้อ Line ID @doctorkeng หรือโทร 081-5303666
――――――――――――――――――――――――
#ปวดไหล่ #ปวดสะบัก #เอ็นข้อไหล่ฉีก #ข้อไหล่ติด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #รักษาปวดไม่ผ่าตัด #ultrasoundguidedinjection #กายภาพบําบัดไหล่ #ปวดไหล่เรื้อรัง #ธนินนิตย์คลินิก
No comments:
Post a Comment