Friday, April 3, 2026

ปวดไหล่จนยกแขนไม่ขึ้นมา 6 เดือน... แค่เมื่อยหรือ "ไหล่ติด" ของจริง? พร้อมแนวทางรักษาให้กลับมาขยับพริ้วเหมือนเดิม

 



ปวดไหล่จนยกแขนไม่ขึ้นมา 6 เดือน... แค่เมื่อยหรือ "ไหล่ติด" ของจริง? พร้อมแนวทางรักษาให้กลับมาขยับพริ้วเหมือนเดิม

"หมอครับ ผมปวดไหล่มาครึ่งปีแล้ว ตอนแรกก็นึกว่าแค่พนักงานออฟฟิศปวดเมื่อยทั่วไป แต่หลังๆ มาเริ่มยกแขนสระผมไม่ได้ จะหยิบของหลังรถก็เอื้อมไม่ถึง แถมตอนนอนตะแคงทับไหล่ข้างที่ปวดทีไร สะดุ้งตื่นทุกที แบบนี้เขาเรียกว่าไหล่ติดใช่ไหมครับ?"

นี่คือหนึ่งในคำถามยอดฮิตที่หมอเจอในห้องตรวจบ่อยมากครับ หลายคนทนปวดทนฝืนมานาน เพราะคิดว่าเดี๋ยวก็หายเอง หรือคิดว่าแค่เส้นยึดธรรมดา แต่ความจริงแล้วอาการ "ปวดไหล่เรื้อรัง" โดยเฉพาะที่ปวดมานานเกิน 3-6 เดือน อาจเป็นสัญญาณของโรคที่ทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลงอย่างคาดไม่ถึง วันนี้หมอจะพาไปทำความรู้จักกับโรคนี้ให้ลึกซึ้ง พร้อมวิธีรักษาที่คุณอาจไม่ต้องเจ็บตัวผ่าตัดเลยก็ได้ครับ


เรื่องเล่าจากคนไข้: เมื่อ "ไหล่ติด" เปลี่ยนชีวิตคุณน้ามาลี

คุณน้ามาลี (นามสมมติ) อายุ 55 ปี เป็นแม่บ้านที่ชอบทำอาหารและดูแลสวนมากครับ คุณน้าเริ่มมีอาการปวดไหล่ซ้ายลึกๆ มาประมาณ 6 เดือนที่แล้ว ช่วงแรกๆ คุณน้าคิดว่าคงปวดเพราะขุดดินทำสวนเยอะไปหน่อย เลยไปซื้อยาลูกกลอนและยาแก้ปวดทานเอง แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น

ผ่านไป 3 เดือน อาการปวดเริ่มเปลี่ยนไป คุณน้าบอกหมอว่า "มันไม่ใชแค่ปวด แต่มันแข็งไปหมด" จะใส่เสื้อชั้นในเองก็ติด จะยกแขนขึ้นหยิบเครื่องปรุงบนชั้นสูงๆ ก็ทำไม่ได้ จนล่าสุดนอนไม่หลับมาเป็นเดือนเพราะปวดไหล่ตอนกลางคืน คุณน้ามาหาหมอด้วยสีหน้าที่อ่อนเพลียและกังวลมาก กลัวว่าแขนจะพิการไปตลอดชีวิต แต่หลังจากที่หมอได้ตรวจและวางแผนรักษาอย่างเป็นระบบ วันนี้คุณน้านกลับมาขุดดินปลูกต้นไม้ได้เหมือนเดิมแล้วครับ


เปรียบเปรยโรคไหล่ติด: เมื่อ "บ้าน" ของหัวไหล่แคบลง

เพื่อให้เห็นภาพง่ายๆ หมออยากให้ลองนึกภาพว่า ข้อไหล่ของเราเหมือน "ลูกบอลที่อยู่ในถุง" (ลูกบอลคือหัวกระดูกไหล่ ถุงคือเยื่อหุ้มข้อ)

ในสภาวะปกติ "ถุง" ใบนี้จะมีความยืดหยุ่นสูงมาก ทำให้เราหมุนแขนได้รอบทิศทาง แต่เมื่อเกิดโรค ไหล่ติด (Frozen Shoulder) เยื่อหุ้มข้อไหล่จะเกิดการอักเสบและหนาตัวขึ้นจนกลายเป็นพังผืด เปรียบเหมือนถุงที่เคยนิ่มๆ กลายเป็นถุงหนังแข็งๆ ที่หดตัวเล็กลงเรื่อยๆ จนไปรัดลูกบอลไว้แน่น

เมื่อเราพยายามจะยกแขน ถุงที่แข็งและรัดแน่นนี้ก็จะรั้งไว้ ทำให้เราขยับไม่ได้และเจ็บปวดอย่างรุนแรง เหมือนเราพยายามใส่เสื้อที่ไซส์เล็กกว่าตัวเรามากๆ นั่นเองครับ


ความรู้พื้นฐาน: โรคไหล่ติดคืออะไร?

โรคข้อไหล่ติด (Adhesive Capsulitis) คือ ภาวะที่มีการอักเสบ หนาตัว และการหดตัวของเยื่อหุ้มข้อไหล่ ทำให้พื้นที่ภายในข้อไหล่ลดลง ส่งผลให้คนไข้ปวดและไม่สามารถขยับข้อไหล่ได้ตามปกติ ทั้งในตอนที่พยายามขยับเองหรือมีคนอื่นช่วยขยับให้

สาเหตุของการเกิดโรค: สาเหตุที่แน่ชัดยังไม่ทราบทั้งหมด แต่ส่วนใหญ่มักเกิดจากการอักเสบเรื้อรังในข้อ ซึ่งอาจเกิดจาก:

  • การบาดเจ็บเล็กน้อยแต่สะสมมานาน

  • การไม่ได้ขยับไหล่เป็นเวลานาน (เช่น หลังผ่าตัด หรือใส่ผ้าคล้องแขนนานเกินไป)

  • ความเสื่อมตามวัย

อาการที่พบบ่อย:

  • ปวดไหล่ลึกๆ โดยเฉพาะตอนกลางคืน

  • ยกแขนขึ้นไม่สุด เอื้อมแขนไปข้างหลัง (ท่ารูดซิปหรือใส่บรา) ไม่ได้

  • เมื่อถึงจุดที่ติด จะรู้สึกเจ็บแปล๊บเหมือนถูกเข็มแทง


3 ระยะของโรคไหล่ติด: คุณอยู่ในระยะไหน?

โรคนี้มีวงจรที่ชัดเจน ซึ่งหมออยากให้คนไข้เข้าใจ เพราะการรักษาในแต่ละระยะจะไม่เหมือนกันครับ

  1. ระยะปวด (Freezing Phase): (ประมาณ 0-9 เดือน) ระยะนี้อาการเด่นคือ "ปวด" ปวดมากทั้งตอนขยับและตอนพัก โดยเฉพาะตอนกลางคืน ไหล่จะเริ่มขยับได้น้อยลงเรื่อยๆ

  2. ระยะติด (Frozen Phase): (ประมาณ 4-12 เดือน) อาการปวดจะค่อยๆ ลดลง แต่ความ "แข็ง" จะชัดเจนมาก ขยับแขนไม่ได้เกือบทุกทิศทาง ระยะนี้คนไข้มักจะเริ่มชินกับความปวดแต่จะหงุดหงิดที่ใช้ชีวิตลำบาก

  3. ระยะฟื้นตัว (Thawing Phase): (ประมาณ 6 เดือน - 2 ปี) ข้อไหล่จะค่อยๆ คลายตัวออกเองอย่างช้าๆ ความยืดหยุ่นเริ่มกลับมา แต่ถ้าไม่รักษาอย่างถูกต้อง อาจขยับได้ไม่เท่าเดิม 100%


ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่ควรละเลย

  1. โรคเบาหวาน: ผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสเป็นไหล่ติดสูงกว่าคนทั่วไปถึง 2-4 เท่า และมักจะเป็นทั้งสองข้าง

  2. โรคไทรอยด์: ทั้งไทรอยด์เป็นพิษและไทรอยด์ทำงานต่ำ ส่งผลต่อการอักเสบของเยื่อหุ้มข้อ

  3. อายุและเพศ: มักพบในคนวัย 40-60 ปี และพบในผู้หญิงบ่อยกว่าผู้ชาย

  4. โรคหัวใจหรือการผ่าตัดทรวงอก: การที่แขนไม่ได้เคลื่อนไหวหลังผ่าตัดเป็นปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญ

  5. อุบัติเหตุบริเวณไหล่: เช่น เอ็นหัวไหล่ฉีกขาด หรือกระดูกหักบริเวณใกล้เคียง


การตรวจวินิจฉัย: เมื่อมาหาหมอ หมอจะทำอะไรบ้าง?

  • การซักประวัติ: หมอจะถามระยะเวลาที่เป็น (เช่น เป็นมา 6 เดือนแล้ว) ลักษณะการปวด และข้อจำกัดในการใช้ชีวิต

  • การตรวจร่างกาย (Physical Exam): หมอจะจับไหล่ขยับดูทุกทิศทางเพื่อเช็กว่า "ติดจริงไหม" โดยจะดูการหมุนเข้าหมุนออกและการยกแขนขึ้น

  • เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูว่ามีกระดูกงอกหรือข้อไหล่เสื่อมไหม (โรคไหล่ติดจริงๆ เอกซเรย์มักจะดูปกติครับ)

  • อัลตราซาวด์ (Ultrasound): เพื่อเช็กว่ามีเส้นเอ็นหัวไหล่ฉีกขาดร่วมด้วยหรือไม่ และดูความหนาตัวของเยื่อหุ้มข้อ

  • MRI (เอ็มอาร์ไอ): จะใช้ในรายที่อาการไม่ชัดเจน หรือรักษาแล้วไม่ดีขึ้น เพื่อดูรายละเอียดภายในข้ออย่างละเอียด


แนวทางการรักษา: กู้คืนอิสรภาพให้หัวไหล่

ข่าวดีคือ กว่า 90% ของผู้ป่วยไหล่ติดสามารถรักษาหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ โดยมีลำดับขั้นตอนดังนี้:

  1. การปรับพฤติกรรม: หลีกเลี่ยงการยกของหนักในท่าที่ผิดสุขลักษณะ และหลีกเลี่ยงการนอนตะแคงทับไหล่ข้างที่ปวด

  2. กายภาพบำบัด: นี่คือหัวใจสำคัญครับ หมอจะเน้นการยืดเยื่อหุ้มข้อที่หดรัด (Stretching exercise) เช่น ท่าชักรอก หรือท่ายกแขนไต่กำแพง ต้องทำอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี

  3. การใช้ยา: ยาลดอักเสบกลุ่มที่ไม่มีสเตียรอยด์ (NSAIDs) เพื่อคุมอาการปวดในระยะแรก ช่วยให้คนไข้ทำกายภาพได้ง่ายขึ้น

  4. การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound-Guided Injection): วิธีนี้แม่นยำมากครับ หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางเพื่อฉีดยาลดอักเสบเข้าไปที่เยื่อหุ้มข้อโดยตรง หรือทำวิธีที่เรียกว่า Hydrodilatation คือการใช้ปริมาณน้ำยาและยารวมกันฉีดเข้าไปเพื่อ "ถ่าง" เยื่อหุ้มข้อที่หดรัดให้ขยายออก วิธีนี้เห็นผลเร็วมากในคนไข้ที่เป็นมานาน

  5. การผ่าตัด (Surgery): หมอจะพิจารณาเฉพาะในรายที่รักษาด้วยวิธีข้างต้นนานกว่า 6-9 เดือนแล้วไม่ดีขึ้น โดยจะใช้การส่องกล้องเข้าไปตัดพังผืดที่รัดข้อไหล่ออก (Arthroscopic Capsular Release) แผลจะเล็กมากและฟื้นตัวเร็วครับ


พยากรณ์โรค: ต้องรักษานานไหม?

"โรคนี้รักษาหายไหม?" คำตอบคือ หายได้แน่นอนครับ แต่ต้องอาศัย "ความอดทน" ระยะเวลาการรักษาขึ้นอยู่กับว่าคุณมาหาหมอในระยะไหน หากมาในระยะ 6 เดือน (ระยะติด) การรักษาด้วยการฉีดยาขยายข้อร่วมกับกายภาพมักจะเห็นผลชัดเจนใน 4-8 สัปดาห์ แต่หากปล่อยทิ้งไว้ตามธรรมชาติ โรคนี้อาจใช้เวลา 1-2 ปี กว่าจะคลายตัวออกเอง ซึ่งนานเกินไปและอาจทำให้กล้ามเนื้อไหล่ลีบได้ครับ


ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

  • กล้ามเนื้อลีบฝ่อ: เนื่องจากการไม่ได้ใช้งานแขนข้างนั้นเป็นเวลานาน

  • อาการปวดเรื้อรัง: หากเยื่อหุ้มข้ออักเสบจนกลายเป็นพังผืดที่หนามาก

  • ความผิดปกติของสะบัก: ร่างกายจะพยายามใช้สะบักขยับแทนไหล่ ทำให้ปวดคอและปวดสะบักตามมา


5 วิธีป้องกันไหล่ติดให้ห่างไกล

  1. ขยับไหล่ให้ครบช่วงการเคลื่อนไหว: ฝึกยกแขนขึ้น-ลง หมุนไหล่เป็นประจำทุกวัน วันละ 5-10 นาที

  2. คุมระดับน้ำตาลให้ดี: สำหรับคนที่เป็นเบาหวาน นี่คือวิธีป้องกันที่ดีที่สุด

  3. ออกกำลังกายสร้างความแข็งแรง: เน้นกล้ามเนื้อรอบสะบักและหัวไหล่

  4. อย่านิ่งนาน: หากต้องใส่ผ้าคล้องแขนหลังบาดเจ็บ ควรปรึกษาหมอว่าเริ่มขยับไหล่ได้เมื่อไหร่ ไม่ควรใส่นานเกินจำเป็น

  5. ปรึกษาแพทย์ทันทีเมื่อปวดเกิน 2 สัปดาห์: อย่ารอจนขยับแขนไม่ได้แล้วค่อยมาครับ


Q&A: ถาม-ตอบ เรื่องไหล่ติด

Q: ปวดไหล่มา 6 เดือนแล้ว ต้องตรวจ MRI เลยไหม? หมอเก่ง: ไม่จำเป็นในทุกรายครับ ส่วนใหญ่หมอสามารถวินิจฉัยได้จากการตรวจร่างกายและทำอัลตราซาวด์เบื้องต้น MRI จะเก็บไว้ใช้ในกรณีที่สงสัยว่ามีเอ็นขาดร่วมด้วย หรือรักษาแบบปกติแล้วไม่ดีขึ้นครับ

Q: นวดแผนไทยช่วยให้ไหล่หายติดได้ไหม? หมอเก่ง: การนวดช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายได้ครับ แต่ต้องระวัง "การดัดรุนแรง" เพราะถ้าเยื่อหุ้มข้ออักเสบอยู่ แล้วไปดัดจนฉีกขาด อาการจะแย่ลงกว่าเดิม หมอแนะนำว่าควรทำกายภาพบำบัดที่ถูกวิธีจะปลอดภัยกว่าครับ

Q: การฉีดยาอันตรายไหม และต้องฉีดบ่อยแค่ไหน? หมอเก่ง: การฉีดโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางมีความปลอดภัยสูงมากครับ เพราะหมอเห็นปลายเข็มและตำแหน่งยาตลอดเวลา ส่วนใหญ่มักฉีดเพียง 1-2 ครั้ง ร่วมกับการทำกายภาพอย่างเคร่งครัด อาการก็จะดีขึ้นมากแล้วครับ


สรุปประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)

  1. ไหล่ติดเกิดจากเยื่อหุ้มข้ออักเสบและหนาตัวจนรัดข้อไหล่ ไม่ใช่แค่เส้นยึดทั่วไป

  2. อาการปวดตอนกลางคืนและยกแขนสระผมไม่ได้ คือสัญญาณเตือนที่ชัดเจน

  3. เบาหวานเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เป็นโรคนี้ได้ง่ายและหายช้า

  4. การรักษาด้วยการฉีดยาขยายข้อ (Hydrodilatation) ภายใต้อัลตราซาวด์ เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูง

  5. ความสม่ำเสมอในการทำกายภาพบำบัดคือปัจจัยหลักที่จะทำให้หายขาด

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #ไหล่ติด #ข้อไหล่ติด #FrozenShoulder #ปวดไหล่ตอนกลางคืน #เบาหวาน #กายภาพบำบัด #ฉีดยาข้อไหล่ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #AdhesiveCapsulitis #ออฟฟิศซินโดรม #สุขภาพผู้สูงอายุ #ปวดคอสะบัก #Hydrodilatation #ปวดแขน #ShoulderPain #AdhesiveCapsulitis #FrozenShoulderRecovery #Orthopedics #ShoulderRehab


Reference List

  1. Kelley MJ, Shaffer MA, Kuhn JE, Michener LA, Seitz AL, Uhl TL, et al. Shoulder pain and mobility deficits: adhesive capsulitis. J Orthop Sports Phys Ther. 2013 May;43(5):A1-31. doi: 10.2519/jospt.2013.0302. PMID: 23636125.
    แนวทางนี้สรุปวิธีวินิจฉัยและรักษาโรคไหล่ติดอย่างเป็นระบบ ช่วยให้แพทย์และนักกายภาพเลือกแนวทางรักษาเหมาะกับระยะโรคและความรุนแรงของอาการได้ง่ายขึ้น

  2. Ewald A. Adhesive capsulitis: a review. Am Fam Physician. 2011 Feb 15;83(4):417-22. PMID: 21322517.
    บทความนี้อธิบายโรคไหล่ติดแบบอ่านเข้าใจง่ายสำหรับหมอทั่วไป ครอบคลุมอาการ สาเหตุ วิธีตรวจ และการรักษาตั้งแต่กินยา ฉีดยา กายภาพ ไปจนถึงหัตถการ

  3. Kingston K, Curry EJ, Galvin JW, Li X. Shoulder adhesive capsulitis: epidemiology and predictors of surgery. J Shoulder Elbow Surg. 2018 Aug;27(8):1437-1443. doi: 10.1016/j.jse.2018.04.004. PMID: 29807717.
    งานวิจัยนี้ศึกษาจำนวนผู้ป่วยไหล่ติดและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น โรคอ้วน เบาหวาน รวมถึงดูว่าปัจจัยใดทำให้คนไข้ต้องไปถึงขั้นผ่าตัดมากขึ้น

  4. Redler LH, Dennis ER. Treatment of adhesive capsulitis of the shoulder. J Am Acad Orthop Surg. 2019 Jun 15;27(12):e544-e554. doi: 10.5435/JAAOS-D-17-00606. PMID: 30632986.
    บทความนี้ทบทวนวิธีรักษาไหล่ติดตั้งแต่การไม่ผ่าตัด เช่น ฉีดยา กายภาพบำบัด ไปจนถึงการดัดข้อภายใต้ยาสลบและผ่าตัดส่องกล้อง เหมาะใช้วางแผนแนวทางรักษาแบบขั้นบันได

  5. Page MJ, Green S, Kramer S, Johnston RV, McBain B, Chau M, Buchbinder R. Manual therapy and exercise for adhesive capsulitis (frozen shoulder). Cochrane Database Syst Rev. 2014 Aug 26;(8):CD011275. doi: 10.1002/14651858.CD011275. PMID: 25157702.
    Cochrane review นี้รวบรวมงานวิจัยเรื่องกายภาพบำบัดและการออกกำลังกายสำหรับไหล่ติด เปรียบเทียบกับวิธีอื่น เช่น การฉีดสเตียรอยด์ เพื่อดูว่าอะไรช่วยลดปวดและเพิ่มการเคลื่อนไหวได้ดีที่สุดในช่วงสั้นและยาว

No comments:

Post a Comment