Friday, April 3, 2026

ปวดไหล่แปล๊บเหมือนเข็มแทง... แค่ไหล่ติด หรือมี "นิ่ว" ซ่อนในเส้นเอ็น? ไขข้อสงสัยโรคหินปูนเกาะเส้นเอ็นหัวไหล่

 



ปวดไหล่แปล๊บเหมือนเข็มแทง... แค่ไหล่ติด หรือมี "นิ่ว" ซ่อนในเส้นเอ็น? ไขข้อสงสัยโรคหินปูนเกาะเส้นเอ็นหัวไหล่

"หมอครับ/หมอคะ อยู่ดีๆ ก็ปวดไหล่รุนแรงมาก เหมือนมีใครเอามีดมาสับที่หัวไหล่ ขยับนิดเดียวก็น้ำตาเล็ด ยาแก้ปวดที่เคยมีก็เอาไม่อยู่ ไปเอกซเรย์มาหมอบอกว่ามีหินปูนเกาะตั้ง 2 เซนติเมตร! ต้องผ่าตัดเลยไหมคะ?"

นี่คือสถานการณ์ "ระเบิดเวลา" ที่เกิดขึ้นในข้อไหล่ของใครหลายคนครับ อาการปวดไหล่เรื้อรังที่ดูเหมือนไม่มีอะไร เป็นๆ หายๆ มาหลายเดือน แต่อยู่ดีๆ ก็ลุกขึ้นมาอาละวาดจนนอนไม่ได้ ขยับไม่ไหว เคสแบบนี้ในทางหมอกระดูกเราเจอบ่อยมากครับ และที่สำคัญ... หลายคนตกใจกับคำว่า "ผ่าตัด" จนกังวลไปหมด วันนี้หมอเก่งจะมาช่วยไขรหัสลับของก้อนหินปูนในเส้นเอ็นให้ฟังว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไร และจำเป็นต้องจบลงที่ห้องผ่าตัดทุกรายจริงหรือเปล่า?


เรื่องเล่าจากคนไข้: เมื่ออาการปวด "เลือกเวลาเกิด" ของคุณหวาน

คุณหวาน (นามสมมติ) อายุ 50 ปี เป็นพนักงานออฟฟิศที่ชอบนอนตะแคงซ้ายเป็นชีวิตจิตใจครับ เธอเริ่มมีอาการปวดไหล่ซ้ายหนึบๆ มาประมาณ 6 เดือน ช่วงแรกก็แค่รู้สึกรำคาญเวลาตื่นนอน หรือเวลาต้องเอื้อมหยิบของสูงๆ แต่ที่แปลกคือเธอยังยกแขนแนบหูได้นะ แต่พอจะกางแขนค้างไว้เกินระดับไหล่ (90 องศา) กลับทำไม่ได้นานเพราะมันปวดแปล๊บขึ้นมา

จนกระทั่งเมื่อเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา จู่ๆ อาการปวดที่เคยเป็น "มิตร" กลับกลายเป็น "ศัตรู" ร้ายแรง คุณหวานปวดไหล่รุนแรงจนขยับแขนไม่ได้เลย ต้องประคองแขนไว้ตลอดเวลา พอไปโรงพยาบาลเอกซเรย์พบก้อนหินปูนขนาดใหญ่ถึง 2 เซนติเมตรเกาะอยู่ที่เส้นเอ็น และผล MRI บอกว่าเส้นเอ็นอักเสบแต่ยังไม่ขาด คุณหมอที่โรงพยาบาลแนะนำให้ผ่าตัดทันที คุณหวานเลยรีบมาปรึกษาหมอด้วยความกังวลว่า "หนูไม่อยากผ่าตัด มีทางเลือกอื่นไหมคะหมอ?"


อธิบายโรคแบบเข้าใจง่าย: เมื่อ "ยาสีฟัน" กลายเป็น "หิน" ในเส้นเอ็น

เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพ หมออยากให้ลองนึกภาพว่า เส้นเอ็นหัวไหล่ของเราเหมือน "หนังยาง" ที่แข็งแรงมากเส้นหนึ่งครับ ในภาวะปกติหนังยางนี้จะยืดหยุ่นดีช่วยให้เราหมุนไหล่ไปมาได้

แต่ในโรค เส้นเอ็นหัวไหล่อักเสบจากผลึกหินปูน (Calcific Tendinitis) ร่างกายเราเกิดการทำงานที่ผิดปกติบางอย่าง จนมีการสะสมของแคลเซียมเข้าไปในเนื้อของเส้นเอ็นครับ

  • ระยะแรก: หินปูนจะมีลักษณะนิ่มๆ เหมือน "ยาสีฟัน" ช่วงนี้อาจจะแค่รำคาญ ปวดนิดหน่อยเวลาขยับ

  • ระยะอักเสบเฉียบพลัน: เมื่อร่างกายพยายามจะ "ดูดซึม" หินปูนก้อนนี้กลับไป ร่างกายจะส่งสารอักเสบมาถล่มจุดนั้น เหมือนภูเขาไฟระเบิดครับ ช่วงนี้แหละที่คุณจะปวดรุนแรงจนร้องไห้

  • ระยะหินปูนแข็ง: หินปูนจะเริ่มแข็งตัวเหมือน "เม็ดกรวด" ซึ่งถ้าก้อนใหญ่มาก (เช่น 2 เซนติเมตร) มันจะไปขัดกับกระดูกเวลาเรายกแขน ทำให้เรากางแขนได้ไม่สุดนั่นเอง




ความรู้พื้นฐาน: โรคเส้นเอ็นหัวไหล่อักเสบจากผลึกหินปูน (Calcific Tendinitis)

โรคเส้นเอ็นหัวไหล่อักเสบจากผลึกหินปูน (Calcific Tendinitis of the Shoulder) คือ ภาวะที่มีการสะสมของแคลเซียมฟอสเฟตภายในเส้นเอ็นหมุนข้อไหล่ (Rotator Cuff) มักพบมากในคนอายุ 30-60 ปี โดยเฉพาะในผู้หญิงพบได้บ่อยกว่าผู้ชาย

สาเหตุและการเกิดโรค: ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด 100% ครับ แต่สันนิษฐานว่าเกิดจากการที่เลือดไปเลี้ยงเส้นเอ็นน้อยลงตามวัย หรือมีการบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ ซ้ำซาก จนร่างกายพยายามซ่อมแซมด้วยการพอกแคลเซียมลงไปแทนที่เนื้อเยื่อที่เสียหาย

อาการที่พบบ่อย:

  • ปวดไหล่รุนแรงฉับพลัน (มักเป็นในช่วงที่ร่างกายพยายามดูดซึมหินปูนกลับ)

  • ปวดเวลาขยับแขนในท่าเฉพาะ เช่น การกางแขนออกด้านข้าง

  • อาการปวดรบกวนการนอน โดยเฉพาะถ้านอนตะแคงทับข้างที่เจ็บ

  • ในรายที่ก้อนหินปูนใหญ่มาก จะรู้สึกว่าไหล่ขัด ยกแขนได้ไม่คล่องตัว


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้หินปูนเกาะไหล่

  1. อายุ: ช่วงอายุ 30-50 ปี เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีในเส้นเอ็นมากที่สุด

  2. เพศ: ผู้หญิงมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้ชายอย่างชัดเจน

  3. โรคประจำตัวบางชนิด: เช่น โรคเบาหวาน หรือความผิดปกติของต่อมไทรอยด์

  4. พฤติกรรมการใช้งาน: การใช้ไหล่ทำงานในท่าซ้ำๆ หรือการเกร็งไหล่ต่อเนื่อง

  5. ภาวะนอนไม่หลับหรือความเครียด: ซึ่งส่งผลต่อขบวนการซ่อมแซมและอักเสบของร่างกาย


การตรวจวินิจฉัย: หินปูน 2 เซนติเมตร บอกอะไรเรา?

  • เอกซเรย์ (X-ray): เป็นวิธีที่ง่ายและชัดเจนที่สุดสำหรับโรคนี้ครับ เราจะเห็นก้อนสีขาวๆ (หินปูน) ลอยอยู่เหนือกระดูกหัวไหล่ ขนาด 2 เซนติเมตรถือว่าใหญ่พอสมควรครับ

  • อัลตราซาวด์ (Ultrasound): หมอชอบวิธีนี้มาก เพราะสามารถดูได้ว่าหินปูนก้อนนั้น "นิ่ม" หรือ "แข็ง" และดูได้ว่ามีการอักเสบรอบข้างมากน้อยแค่ไหน

  • MRI (เอ็มอาร์ไอ): จะใช้เพื่อเช็กความเสียหายของเส้นเอ็นโดยรวม เหมือนในเคสของคุณหวานที่พบว่า "เอ็นเสียหายเล็กน้อยแต่ยังไม่ขาด" ข้อมูลนี้สำคัญมาก เพราะถ้าเอ็นยังไม่ขาด การรักษาโดยไม่ผ่าตัดจะมีโอกาสสำเร็จสูงมากครับ

  • การตรวจร่างกาย: หมอจะเช็กช่วงการเคลื่อนไหว (Range of Motion) เพื่อดูว่าอาการปวดเกิดจากหินปูนไปขัด หรือเกิดจากการอักเสบ


แนวทางการรักษา: 2 เซนติเมตร ต้องผ่าตัดเลยไหม?

หมอขอตอบให้สบายใจก่อนเลยครับว่า "ส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัดทันทีครับ" โดยเฉพาะเมื่อผล MRI ยืนยันว่าเส้นเอ็นยังไม่ขาด แนวทางการรักษาควรเรียงลำดับจากเบาไปหาหนักดังนี้ครับ:

  1. ปรับพฤติกรรมและการพักข้อไหล่: ในช่วงที่ปวดรุนแรง (เช่น ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาของคุณหวาน) ควรลดการใช้งานแขนข้างนั้น เลี่ยงการนอนตะแคงทับ และประคบเย็นเพื่อลดปวด

  2. การใช้ยา: ทานยากลุ่มลดอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เพื่อคุมอาการอักเสบเฉียบพลัน

  3. การใช้คลื่นกระแทก (Shockwave Therapy - ESWT): เป็นการใช้คลื่นเสียงพลังงานสูงยิงเข้าไปที่ก้อนหินปูน เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายมาดูดซึมหินปูนออกไปและลดอาการปวด วิธีนี้ได้ผลดีมากในรายที่หินปูนเริ่มแข็ง

  4. การดูดล้างหินปูนด้วยอัลตราซาวด์ (Ultrasound-guided Lavage / Barbotage): นี่คือไม้เด็ดครับ! หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทาง เพื่อใช้เข็มขนาดเล็กเจาะเข้าไปในก้อนหินปูน แล้วทำการดูดล้างเอาหินปูนออกมา วิธีนี้เหมาะมากกับหินปูนก้อนใหญ่ (เช่น 2 ซม.) และอยู่ในระยะนิ่มเหมือนยาสีฟัน ทำเสร็จแล้วคนไข้จะรู้สึกเบาไหล่ขึ้นทันทีโดยไม่ต้องมีแผลผ่าตัด

  5. กายภาพบำบัด: เมื่ออาการปวดลดลง ต้องบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่ให้แข็งแรง เพื่อลดแรงเสียดสีในอนาคต

  6. การผ่าตัด (Arthroscopic Surgery): จะพิจารณาเป็นทางเลือกสุดท้ายจริงๆ เมื่อรักษาด้วยวิธีข้างต้นอย่างเต็มที่แล้ว 3-6 เดือน แต่อาการไม่ดีขึ้น หรือก้อนหินปูนนั้นไปขัดจนเส้นเอ็นเสียหายรุนแรง


พยากรณ์โรค: โรคนี้หายขาดไหม?

โรคหินปูนเกาะเส้นเอ็นมีพยากรณ์โรคที่ดีมากครับ กว่า 90% หายได้ด้วยวิธีไม่ผ่าตัด ร่างกายมนุษย์เรามหัศจรรย์มากครับ บางครั้งมันสามารถดูดซึมหินปูนก้อนใหญ่ๆ ให้หายไปเองได้เลย แต่ต้องใช้เวลาและการดูแลที่ถูกต้อง การรักษาที่หมอแนะนำจะช่วย "เร่งขบวนการ" นี้ให้เร็วขึ้น เพื่อให้คนไข้ไม่ต้องทนปวดนานเป็นปีๆ ครับ


ภาวะแทรกซ้อน: สิ่งที่อาจตามมาถ้าปล่อยไว้

  • ไหล่ติด (Frozen Shoulder): เนื่องจากปวดจนไม่กล้าขยับไหล่ สุดท้ายพังผืดจะมายึดข้อไหล่จนแข็งไปหมด

  • เส้นเอ็นฉีกขาด (Rotator Cuff Tear): ก้อนหินปูนที่ใหญ่และแข็งอาจไปเสียดสีกับกระดูกจนทำให้เส้นเอ็นที่อยู่ใต้ก้อนนั้นค่อยๆ เปื่อยและขาดในที่สุด

  • อาการปวดเรื้อรัง: ส่งผลต่อสุขภาพจิตและการนอนหลับ


5 วิธีป้องกันหินปูนเกาะไหล่

  1. บริหารยืดเหยียดไหล่สม่ำเสมอ: อย่าปล่อยให้ไหล่อยู่ในท่าเดิมนานๆ

  2. ออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรง: เน้นกล้ามเนื้อกลุ่มที่ช่วยประคองข้อไหล่

  3. เลี่ยงการยกของหนักในท่าที่ผิดสุขลักษณะ: เช่น การเอื้อมมือไปหยิบของหนักหลังเบาะรถ

  4. คุมโรคประจำตัว: โดยเฉพาะเบาหวานและไทรอยด์

  5. สังเกตอาการตั้งแต่เนิ่นๆ: หากปวดไหล่เกิน 2 สัปดาห์ ให้รีบพบแพทย์ อย่ารอจนปวดรุนแรงฉับพลันครับ


Q&A Section

Q: หินปูน 2 เซนติเมตร ถือว่าใหญ่มากไหม? หมอเก่ง: ใหญ่พอสมควรครับ ปกติเกิน 1-1.5 เซนติเมตร มักจะเริ่มมีอาการขัดไหล่ชัดเจน แต่ขนาดก้อนไม่ได้บอกว่าต้องผ่าตัดเสมอไปครับ ต้องดูระยะของหินปูนและอาการปวดประกอบด้วย

Q: ทำไมยกแขนติดหูได้ แต่กางแขนค้างไว้ 90 องศาแล้วปวด? หมอเก่ง: เป็นลักษณะเฉพาะของ "อาการขัดของไหล่" (Impingement) ครับ ในมุม 90 องศา ก้อนหินปูนจะไปเบียดกับส่วนบนของกระดูกบ่าพอดี แต่พอชูแขนขึ้นสุด ก้อนจะหลบเข้าไปใต้กระดูกได้บ้าง อาการปวดเลยอาจจะน้อยลงในท่านั้นครับ

Q: การดูดล้างหินปูนเจ็บไหม? หมอเก่ง: เจ็บน้อยกว่าอาการปวดตอนหินปูนอักเสบมากครับ และหมอมีการใช้ยาชาเฉพาะจุดช่วยขณะทำ หลังทำอาจจะระบม 1-2 วัน แต่หลังจากนั้นอาการจะดีขึ้นอย่างรวดเร็วครับ


สรุปประเด็นสำคัญ

  1. โรคหินปูนเกาะเส้นเอ็นหัวไหล่ (Calcific Tendinitis) ส่วนใหญ่หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

  2. ก้อนหินปูนขนาด 2 ซม. สามารถรักษาด้วยวิธี "ดูดล้าง" (Barbotage) หรือใช้คลื่นกระแทก (Shockwave) ได้

  3. ผล MRI ที่ว่าเอ็นยังไม่ขาด เป็นสัญญาณที่ดีมากว่าการรักษาแบบไม่ผ่าตัดจะได้ผลดี

  4. อาการปวดรุนแรงฉับพลันเกิดจากขบวนการที่ร่างกายพยายามดูดซึมหินปูนกลับไป                       
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #หินปูนเกาะเส้นเอ็น #CalcificTendinitis #รักษาโดยไม่ผ่าตัด #ช็อกเวฟ #ดูดล้างหินปูน #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดแขน #ไหล่ติด #กระดูกและข้อ #สุขภาพผู้หญิง #เอ็นอักเสบ #MRI #Shockwave #Barbotage #ShoulderPain #CalcificTendinitis #Orthopedics #SportsMedicine #PhysicalTherapy


Reference List

  1. Chiou HJ, Chou YH, Wu JJ, Hsu CC, Tiu CM, Chang CY, et al. Ultrasound-guided fine-needle barbotage of calcific tendinitis of the shoulder: combined with corticosteroid injection to the subacromial bursa. J Ultrasound Med. 2002 Sep;21(9):1001-1007. [ยืนยันจากการอ้างอิงซ้ำใน literature]
    งานนี้เสนอเทคนิคใช้เข็มเล็กเจาะ–ดูด–ล้างหินปูนในเอ็นรอบหัวไหล่ภายใต้เครื่องอัลตราซาวด์ ร่วมฉีดสเตียรอยด์ช่อง subacromial ทำให้หินปูนยุบ อาการปวดลดลง และแผลผ่าตัดเล็กมาก

  2. Louwerens JK, Sierevelt IN, van Noort A, van den Bekerom MP. The natural course of calcific tendinitis of the shoulder: a systematic review. J Shoulder Elbow Surg. 2014 Mar;23(3):e59-67. doi: 10.1016/j.jse.2013.08.018. PMID: 24076009.
    บทความนี้รวบรวมข้อมูลว่าหินปูนเกาะเอ็นหัวไหล่หลายรายสามารถค่อย ๆ ยุบหายเองตามเวลา แม้ไม่ได้ทำหัตถการพิเศษ ผู้ป่วยจำนวนมากดีขึ้นด้วยการรักษาแบบประคับประคอง

  3. Bannuru RR, Flavin NE, Vaysbrot E, Harvey W, McAlindon T. High-energy extracorporeal shockwave therapy for treating chronic calcific tendinitis of the shoulder: a systematic review. Ann Intern Med. 2014 Apr 15;160(8):542-549. doi: 10.7326/M13-1982. PMID: 24733195.
    systematic review นี้แสดงว่าคลื่นกระแทกพลังงานสูงช่วยลดปวด เพิ่มการใช้งานหัวไหล่ และทำให้หินปูนยุบได้ดีกว่าคลื่นพลังต่ำหรือยาหลอก เหมาะใช้ในผู้ป่วยที่รักษาแบบทั่วไปแล้วยังไม่ดีขึ้น

  4. Sansone V, Maiorano E, Galluzzo A, Pascale V. Calcific tendinopathy of the shoulder: clinical perspectives into the mechanisms, pathogenesis, and treatment. Orthop Res Rev. 2018;10:63-72. doi: 10.2147/ORR.S138225. PMID: 30349357.
    บทความนี้อธิบายว่าโรคหินปูนเอ็นหัวไหล่เกิดเป็นวงจรหลายระยะ ตั้งแต่ระยะก่อนมีหินปูน ระยะก่อตัว พักนิ่ง และระยะละลาย พร้อมทบทวนการรักษาทั้งยา กายภาพ คลื่นกระแทก การล้างหินปูนด้วยเข็ม และการผ่าตัด

  5. Lanza E, Banfi G, Serafini G, Lacelli F, Orlandi D, Fabbro E, et al. Ultrasound-guided percutaneous irrigation in rotator cuff calcific tendinopathy: what is the evidence? A systematic review. Eur Radiol. 2015 Jul;25(7):2176-2183. doi: 10.1007/s00330-014-3567-1. PMID: 25583182.
    systematic review นี้รวบรวมผลการรักษาด้วยการล้างหินปูนผ่านเข็มภายใต้เครื่องอัลตราซาวด์ พบว่าเป็นหัตถการที่ปลอดภัย มีอัตราอาการดีขึ้นและหินปูนยุบสูง เหมาะใช้เป็นทางเลือกสำคัญก่อนพิจารณาผ่าตัด

No comments:

Post a Comment