Sunday, April 26, 2026

ล้วงกระเป๋ากางเกงก็เจ็บ เอื้อมหยิบของหลังรถก็ปวด... หรือหัวไหล่ของคุณกำลังถูก 'แช่แข็ง' จนขยับไม่ได้?

 



ล้วงกระเป๋ากางเกงก็เจ็บ เอื้อมหยิบของหลังรถก็ปวด... หรือหัวไหล่ของคุณกำลังถูก 'แช่แข็ง' จนขยับไม่ได้?"

สวัสดีครับ หมอเก่งนะครับ เชื่อไหมครับว่าหนึ่งในอาการที่คนไข้มาหาหมอมากที่สุดรองจากปวดหลังและปวดเข่า ก็คืออาการ "ปวดไหล่" นี่แหละครับ หลายคนมักจะคิดว่า "สงสัยแค่ออฟฟิศซินโดรมมั้ง" หรือ "สงสัยไหล่จะอักเสบนิดหน่อย เดี๋ยวก็หาย" แต่พอปล่อยไปนานๆ เข้า จากที่แค่เจ็บแปล๊บ กลายเป็นว่าแขนเริ่มยกไม่ขึ้น จะสวมเสื้อก็ลำบาก จะเกาหลังก็ไม่ได้ ความรู้สึกเหมือนมีใครเอากาวมาหยอดไว้ที่ข้อไหล่ หรือเหมือนหัวไหล่ถูกสตัฟฟ์ไว้จนขยับไม่ได้ อาการนี้แหละครับที่ทางการแพทย์เราเรียกว่า "โรคข้อไหล่ติด"

วันนี้หมอจะมาอธิบายให้ฟังอย่างเจาะลึกว่า โรคนี้เกิดจากอะไร และที่สำคัญที่สุดคือ "จะบริหารอย่างไรให้ไหล่หายติด"โดยที่ไม่ต้องเจ็บตัวมากครับ


เรื่องเล่าจากคนไข้: เมื่อ "ชุดชั้นวันนั้น" กลายเป็นปัญหาใหญ่

หมอขอเล่าเรื่องของคุณน้ามาลี (นามสมมติ) อายุ 54 ปีนะครับ คุณน้ามาลีทำงานเป็นพนักงานบัญชีที่ต้องนั่งใช้คอมพิวเตอร์และยกแฟ้มเอกสารบ่อยๆ เริ่มแรกคุณน้าบอกหมอว่า "มันเริ่มจากปวดรำคาญๆ ที่ไหล่ขวาค่ะหมอ" ตอนแรกคุณน้าก็ซื้อยาพ่นแก้ปวดมาฉีดเอง คิดว่าคงหาย

แต่ผ่านไป 3 เดือน อาการกลับแย่ลง คุณน้ามาหาหมอด้วยสีหน้ากังวลมาก และบอกหมอว่า "ตอนนี้มันไม่ใช่แค่ปวดแล้วค่ะหมอ แต่น้าใส่เสื้อชั้นในเองไม่ได้แล้ว เพราะเอื้อมมือไปข้างหลังไม่ได้เลย จะยกแขนหวีผมก็เจ็บจนน้ำตาเล็ด" คุณน้ากังวลมากว่าไหล่จะพิการไหม หรือต้องผ่าตัดหรือเปล่า?

หมอบอกคุณน้าไปว่า "ใจเย็นๆ ครับน้ามาลี โรคนี้รักษาได้ และคนไข้ส่วนใหญ่หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ"


อธิบายโรคไหล่ติดให้เข้าใจง่ายๆ: "เสื้อที่หดตัว" ในหัวไหล่

หมออยากให้ลองนึกภาพว่าหัวไหล่ของเราเหมือนกับ "บานพับประตู" ครับ แต่บานพับนี้ไม่ได้มีแค่เหล็ก แต่มันมี "ถุงหุ้มข้อ" (Capsule) ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อเหนียวๆ หุ้มอยู่รอบๆ เพื่อให้ไหล่ขยับได้รอบทิศทาง

ในภาวะปกติ ถุงหุ้มข้อนี้จะมีความยืดหยุ่นเหมือน "เสื้อยืดเนื้อนุ่ม" ที่เราใส่แล้วขยับแขนขาได้สบาย แต่พอเป็น โรคไหล่ติดถุงหุ้มข้อนี้จะเกิดการอักเสบ หนาตัวขึ้น และหดรั้ง จนมันกลายเป็นเหมือน "เสื้อที่ถูกซักจนหดจนคับเปรี๊ยะ" หรือเหมือนมีคนเอาพลาสติกแรป (Wrap) มาพันรอบหัวไหล่เราไว้หลายๆ ชั้น จนเราขยับแขนไปทางไหนก็ติดขัดและเจ็บปวดไปหมดนั่นเองครับ


ความรู้พื้นฐานของโรค: โรคข้อไหล่ติด (Frozen Shoulder หรือ Adhesive Capsulitis)

โรคข้อไหล่ติด (Adhesive Capsulitis) คือ ภาวะที่ถุงหุ้มข้อไหล่อักเสบและหนาตัวขึ้น จนไปจำกัดการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ทั้งในการขยับเองและการที่ผู้อื่นช่วยขยับให้

ระยะของโรค (สำคัญมากในการรักษา):

  1. ระยะปวด (Freezing Stage): ช่วง 2-9 เดือนแรก จะปวดมากโดยเฉพาะตอนกลางคืน ไหล่เริ่มขยับได้น้อยลง

  2. ระยะติด (Frozen Stage): ช่วง 4-12 เดือน อาการปวดอาจจะลดลงบ้าง แต่ "ไหล่จะติดแข็ง" มากขึ้นอย่างชัดเจน เอื้อมมือไปข้างหลังหรือยกแขนไม่ได้เลย

  3. ระยะเริ่มคลาย (Thawing Stage): ช่วง 1-3 ปี ไหล่จะค่อยๆ ขยับได้มากขึ้นจนกลับมาเกือบปกติ (ถ้าได้รับการดูแลที่ถูกต้อง)

สาเหตุ: ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน แต่บางครั้งอาจตามหลังอุบัติเหตุ หรือการที่ไม่ได้ขยับไหล่นานๆ เช่น หลังเข้าเฝือกแขน หรือหลังการผ่าตัดหน้าอกครับ


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ไหล่ "แช่แข็ง"

  1. อายุและเพศ: พบมากในคนอายุ 40-60 ปี และผู้หญิงเป็นบ่อยกว่าผู้ชายครับ

  2. โรคเบาหวาน: คนเป็นเบาหวานมีโอกาสไหล่ติดสูงกว่าคนปกติถึง 2-4 เท่า และมักจะเป็นทั้งสองข้าง

  3. โรคต่อมไทรอยด์: ทั้งไทรอยด์เป็นพิษและไทรอยด์ทำงานต่ำ

  4. การบาดเจ็บที่ไหล่: เช่น เอ็นหัวไหล่อักเสบหรือฉีกขาดแล้วไม่ได้บริหาร จนพังผืดขึ้นมายึด

  5. โรคหัวใจหรือการผ่าตัดทรวงอก: ซึ่งทำให้คนไข้เลี่ยงการขยับแขนข้างนั้น


การตรวจวินิจฉัย: หมอจะเช็คอย่างไร?

  • การตรวจร่างกาย: นี่คือหัวใจสำคัญครับ หมอจะลองยกแขนคนไข้ไปในทิศทางต่างๆ ถ้าคนไข้ "ไหล่ติดจริง" หมอจะไม่สามารถยกแขนคนไข้ขึ้นได้สุด แม้คนไข้จะทิ้งน้ำหนักแขนตามหมอแล้วก็ตาม (Passive ROM Limitation)

  • เอกซเรย์ (X-ray): ส่วนใหญ่มักจะปกติครับ แต่ทำเพื่อเช็คว่าไม่มีหินปูนเกาะหนาเกินไป หรือไม่มีกระดูกงอกเบียดเอ็นไหล่

  • MRI (คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า): จะทำในกรณีที่หมอสงสัยว่ามี "เอ็นหัวไหล่ฉีกขาด" ร่วมด้วย เพราะอาการปวดคล้ายกันมากครับ

  • Ultrasound: ใช้ดูการอักเสบของถุงหุ้มข้อและดูว่ามีน้ำในข้อไหล่มากผิดปกติไหม


แนวทางการรักษา: คืนชีวิตให้หัวไหล่

หมอเน้นย้ำเสมอครับว่า 90% ของคนไข้ไหล่ติด ไม่ต้องผ่าตัด! แต่ต้องใช้ความอดทนและวินัยในการบริหารครับ

  1. การใช้ยา: ทานยาลดอักเสบ (NSAIDs) เพื่อช่วยให้คนไข้หายปวดพอที่จะ "กล้า" เริ่มบริหารไหล่ได้

  2. การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่อง Ultrasound: วิธีนี้หมอชอบมากและได้ผลดีมากครับ หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางเพื่อฉีดยาลดอักเสบเข้าในข้อไหล่อย่างแม่นยำ หรือที่เรียกว่า "การปั๊มน้ำขยายข้อไหล่" (Hydrodilatation) คือการฉีดน้ำเกลือผสมยาเข้าไปเพื่อให้ถุงหุ้มข้อที่หดรั้งอยู่นั้นขยายตัวออก เหมือนเราเติมลมเข้าไปในลูกโป่งที่แบนๆ ให้มันพองออกนั่นเองครับ

  3. กายภาพบำบัด: การใช้ความร้อนนำทางและการทำอัลตราซาวด์บำบัดเพื่อลดปวด

  4. การบริหารร่างกาย (หัวใจสำคัญ): ต้องทำทุกวัน วันละหลายๆ รอบ (รายละเอียดด้านล่างครับ)

  5. การผ่าตัด: จะพิจารณาเฉพาะในรายที่รักษาด้วยวิธีอื่นนานกว่า 6 เดือนแล้วไม่ได้ผล โดยการส่องกล้องเข้าไปตัดเลาะพังผืดที่ยึดข้อไหล่ครับ


6 ท่าบริหารแก้ไหล่ติด (ทำเองได้ที่บ้าน)

คำแนะนำจากหมอ: ควรประคบอุ่นที่ไหล่ประมาณ 10-15 นาทีก่อนเริ่มบริหาร เพื่อให้เนื้อเยื่อคลายตัวครับ

  1. ท่าแกว่งแขนแบบลูกตุ้มนาฬิกา (Codman’s Pendulum): ก้มตัวลงเล็กน้อย มือข้างที่ปกติจับโต๊ะประคองไว้ ปล่อยแขนข้างที่เจ็บลงตามสบาย แล้วค่อยๆ แกว่งเป็นวงกลมเล็กๆ เหมือนลูกตุ้มนาฬิกา ท่านี้จะช่วยให้ข้อไหล่แยกห่างจากกันลดการเสียดสี

  2. ท่าไต่กำแพง (Wall Crawling): ยืนหันหน้าเข้าหาผนัง ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางค่อยๆ "ไต่" ขึ้นไปตามผนังให้สูงที่สุดเท่าที่ทนไหว ค้างไว้ 10 วินาทีแล้วค่อยๆ ไต่ลง ทำซ้ำ 10 ครั้ง

  3. ท่าใช้ผ้าขนหนูถูหลัง (Towel Stretch): ใช้ผ้าขนหนูผืนยาวๆ มือข้างดีอยู่ด้านบน (ข้ามหัว) มือข้างที่ติดอยู่ด้านล่าง (อยู่หลังเอว) แล้วใช้มือข้างบนค่อยๆ ดึงผ้าขึ้นเพื่อดึงแขนข้างที่ติดให้ขึ้นไปข้างบน ทำเท่าที่ไหวครับ

  4. ท่าดึงแขนข้ามตัว (Cross-body Stretch): ใช้แขนข้างดีดึงศอกข้างที่เจ็บข้ามไปทางฝั่งตรงข้าม จนรู้สึกตึงที่หัวไหล่ด้านหลัง ค้างไว้ 15-20 วินาที

  5. ท่าหมุนไหล่ออกนอก (Passive External Rotation): ถือไม้กวาดหรือไม้พลองด้วยมือทั้งสองข้าง งอศอก 90 องศา แล้วใช้มือข้างดีดันไม้ให้แขนข้างที่ติดหมุนออกไปด้านนอก (โดยที่ศอกยังแนบลำตัวอยู่)

  6. ท่ามือดันขอบประตู: ยืนข้างประตู งอศอก 90 องศา เอาฝ่ามือวางที่ขอบประตูแล้วค่อยๆ บิดตัวออกไปฝั่งตรงข้ามเพื่อยืดถุงหุ้มข้อด้านหน้า


พยากรณ์โรค: โรคนี้จะหายเมื่อไหร่?

โรคไหล่ติดเป็นโรคที่ "หายได้เอง" แต่นานครับ (อาจใช้เวลา 1-3 ปี) แต่ข่าวดีคือถ้าเรามาพบหมอเพื่อฉีดยาลดอักเสบและขยายข้อ (Hydrodilatation) ร่วมกับการบริหารอย่างถูกวิธี ระยะเวลา 1-3 ปี จะลดลงเหลือเพียง 3-6 เดือน เท่านั้นครับ และมักไม่ค่อยกลับมาเป็นซ้ำที่ข้างเดิมอีก


ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

  • กล้ามเนื้อหัวไหล่ฝ่อ: เพราะเจ็บจนไม่กล้ายกแขน กล้ามเนื้อจึงลีบลง

  • กระดูกบาง (Osteopenia): จากการไม่ได้ใช้งานแขนข้างนั้นเป็นเวลานาน

  • อาการปวดร้าวไปถึงคอ: เพราะร่างกายต้องใช้กล้ามเนื้อบ่าช่วยยกแขนแทนข้อไหล่ที่ติด ทำให้ปวดบ่าและคอตามมา


5 วิธีป้องกันข้อไหล่ติด

  1. อย่าปล่อยให้อาการปวดไหล่เรื้อรัง: ถ้าปวดเกิน 2 สัปดาห์ควรมาตรวจ เพื่อไม่ให้ลุกลามจนไหล่ติด

  2. บริหารไหล่สม่ำเสมอ: โดยเฉพาะคนที่ต้องนั่งทำงานนานๆ ควรยืดเหยียดไหล่ทุก 1 ชั่วโมง

  3. ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด: หากคุณเป็นเบาหวาน ต้องคุมให้ดีเพื่อลดความเสี่ยง

  4. ขยับแขนหลังผ่าตัด: หากมีการผ่าตัดบริเวณหน้าอกหรือแขน ควรปรึกษาหมอเพื่อเริ่มทำกายภาพโดยเร็ว

  5. นอนในท่าที่ถูกต้อง: หลีกเลี่ยงการนอนตะแคงทับหัวไหล่ข้างเดิมซ้ำๆ เป็นเวลานาน


Q&A: คำถามที่พบบ่อย

Q: เจ็บตอนบริหารมาก ควรทำต่อไหม? A: การบริหารไหล่ติดจะมีความรู้สึก "เจ็บตึง" ได้บ้างครับ แต่ไม่ควรเจ็บจนทนไม่ได้ ถ้าเจ็บมากหลังทำ ให้ลดความแรงลงและประคบเย็นหลังบริหารครับ

Q: ไปนวดแผนไทยให้หมอนวด "กระชากไหล่" ให้หายติดได้ไหม? A: หมอขอเตือนว่าห้ามทำเด็ดขาดครับ! การกระชากแรงๆ อาจทำให้เอ็นไหล่ฉีกขาดหรือกระดูกหักได้ การรักษาต้องค่อยเป็นค่อยไปครับ

Q: นอนไม่หลับเพราะปวดไหล่ตอนกลางคืน ทำอย่างไรดี? A: ลองใช้หมอนรองใต้ข้อศอกและแขนข้างที่เจ็บเวลานอนหงาย เพื่อให้ข้อไหล่อยู่ในท่าที่ผ่อนคลายที่สุดครับ


สรุป 5 ประเด็นสำคัญเรื่องข้อไหล่ติด

  1. ไหล่ติดเกิดจากถุงหุ้มข้ออักเสบและหดรั้ง เหมือนใส่เสื้อที่ตัวเล็กเกินไป

  2. สัญญาณเตือนคือ เอื้อมมือไปข้างหลังไม่ได้ และปวดมากตอนกลางคืน

  3. การฉีดยาขยายข้อด้วย Ultrasound (Hydrodilatation) ช่วยย่นระยะเวลาการรักษาได้มหาศาล

  4. วินัยในการบริหาร คือกุญแจสำคัญที่สุดที่จะทำให้ไหล่กลับมาขยับได้ 100%

  5. อย่าปล่อยให้ไหล่ติดจนกล้ามเนื้อลีบ เพราะการรักษาจะซับซ้อนและนานขึ้นมากครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #ข้อไหล่ติด #ไหล่ติด #บริหารไหล่ติด #FrozenShoulder #หมอเก่งกระดูกและข้อ #รักษากระดูกแบบไม่ผ่าตัด #กายภาพบำบัด #เบาหวานไหล่ติด #Hydrodilatation #Orthopedics #ShoulderPain #PhysicalTherapy #HealthTips #OfficeSyndrome


References 


  1. Wong CK, Levine WN, Deo K, Kesting RS, Mercer EA, Schram GA, et al. Natural history of frozen shoulder: fact or fiction? A systematic review. Physiotherapy. 2017 Mar;103(1):40–47. doi:10.1016/j.physio.2016.05.009. PMID: 27641499.
    งานทบทวนนี้รวบรวมงานวิจัยเกี่ยวกับ “ธรรมชาติการหายเอง” ของไหล่ติด พบว่าความเชื่อว่าโรคนี้จะดีขึ้นเองหมดทุกคนภายในไม่กี่ปีไม่ค่อยตรงกับความจริง หลายคนยังเหลือการเคลื่อนไหวจำกัดอยู่ ทำให้เห็นว่าการปล่อยทิ้งไว้เฉย ๆ อาจไม่เพียงพอสำหรับผู้ป่วยทุกคน.

  2. Page MJ, Green S, Kramer S, et al. Manual therapy and exercise for adhesive capsulitis (frozen shoulder). Cochrane Database Syst Rev. 2014 Aug 26;2014(8):CD011275. doi:10.1002/14651858.CD011275.pub2. PMID: 25157702.
    Cochrane review นี้วิเคราะห์งานวิจัยหลายฉบับเกี่ยวกับการดัดข้อโดยนักกายภาพ (manual therapy) ร่วมกับการออกกำลังกาย พบว่าช่วยลดปวดและเพิ่มการยกแขนได้จริง แต่อาจได้ผลช้ากว่าการฉีดสเตียรอยด์ในช่วงแรก อย่างไรก็ตามเป็นวิธีรักษาที่ปลอดภัย ใช้ร่วมกับการรักษาอื่นได้ดี.

  3. Neviaser AS, Neviaser RJ. Adhesive capsulitis of the shoulder. J Am Acad Orthop Surg. 2011 Sep;19(9):536–542. doi:10.5435/00124635-201109000-00004. PMID: 21885699.
    บทความนี้อธิบายโรคข้อไหล่ติดว่าเกิดจากเยื่อหุ้มข้อไหล่หนาและหดตัว ทำให้ไหล่แข็งและเจ็บเมื่อยกแขน พร้อมแนะนำการแบ่งระยะของโรค (ระยะปวด ระยะติด และระยะฟื้นตัว) และการเลือกวิธีรักษาให้เหมาะ เช่น ช่วงปวดมากเน้นยาและฉีดยา ช่วงติดมากเน้นกายภาพและดัดข้อ.

  4. Koh KH. Management of adhesive capsulitis of the shoulder. Clin Orthop Surg. 2014 Jun;6(2):111–121. doi:10.4055/cios.2014.6.2.111. PMID: 24900912.
    บทความนี้สรุปแนวทางดูแลไหล่ติดอย่างเป็นขั้นตอน ตั้งแต่การใช้ยาแก้อักเสบ การฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อ การดัดข้อติดภายใต้ยาสลบ ไปจนถึงการผ่าตัดส่องกล้องตัดพังผืด ช่วยให้แพทย์เข้าใจว่าควรเริ่มจากวิธีอนุรักษ์ก่อน และเมื่อไหร่จึงควรพิจารณาวิธีที่รุกรานมากขึ้น.

  5. Le HV, Lee SJ, Nazarian A, Rodriguez EK. Adhesive capsulitis of the shoulder: review of pathophysiology and current clinical treatments. Shoulder Elbow. 2017 Apr;9(2):75–84. doi:10.1177/1758573216676786. PMID: 28405218.
    งานทบทวนนี้อธิบายกลไกการเกิดไหล่ติด ตั้งแต่การอักเสบของเยื่อหุ้มข้อและการสร้างพังผืด ไปจนถึงผลที่ทำให้ข้อไหล่แข็งและเจ็บ นอกจากนี้ยังสรุปวิธีรักษาในปัจจุบัน ทั้งยา กายภาพบำบัด การฉีดยา ขยายข้อด้วยน้ำ (hydrodilatation) และการผ่าตัดส่องกล้อง.


No comments:

Post a Comment