หยิบของหลังรถก็จี๊ด ติดกระดุมเสื้อก็ไม่ได้... ปวดไหล่จนนอนไม่หลับแบบนี้ ใช่ไหล่ติดหรือเปล่า?”
สวัสดีครับหมอเก่งนะครับ วันนี้หมออยากมาชวนคุยเรื่องที่สร้างความลำบากใจให้กับพี่ๆ น้าๆ โดยเฉพาะผู้หญิงวัย 60 ปีขึ้นไปหลายท่าน นั่นคืออาการปวดไหล่ที่อยู่ดีๆ ก็เป็นขึ้นมาเอง ไม่ได้ล้มไม่ได้กระแทก แต่มันปวดจนใช้ชีวิตลำบากเหลือเกินครับ
เมื่อกิจวัตรประจำวันกลายเป็นเรื่องยาก: เรื่องราวของคุณป้าพร
คุณป้าพร (นามสมมติ) อายุ 60 ปี เพิ่งเกษียณจากการเป็นคุณครูมาได้ไม่นาน ปกติคุณป้าเป็นคนคล่องแคล่ว ชอบทำงานบ้าน ปลูกต้นไม้ แต่ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา คุณป้าเริ่มรู้สึกปวดไหล่ซ้ายลึกๆ ตอนแรกนึกว่าแค่เมื่อยจากการทำงานบ้านเยอะเกินไป เลยซื้อพลาสเตอร์มาแปะ ซื้อยาหม่องมาทา แต่มันไม่หายครับ
หนักเข้าเริ่มลามไปถึงการใช้ชีวิตประจำวัน เวลาจะใส่เสื้อเชิ้ตแล้วต้องเอื้อมมือไปข้างหลังเพื่อสวมแขนเสื้อ คุณป้าจะรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาจนน้ำตาซึม หรือแม้แต่ตอนอาบน้ำจะถูหลังก็ทำไม่ได้ ที่สำคัญที่สุดคือตอนกลางคืน พอเผลอนอนตะแคงทับไหล่ข้างนั้นเมื่อไหร่ จะสะดุ้งตื่นด้วยความปวดร้าวทันที คุณป้าเริ่มกังวลว่า "เราจะเป็นอัมพฤกษ์หรือเปล่า?" หรือ "กระดูกมันงอกไปทับเส้นไหม?" ความกังวลนี้ทำให้คุณป้าไม่กล้าขยับแขน ยิ่งไม่ขยับ ไหล่ก็ยิ่งแข็งจนยกแขนไม่ขึ้นในที่สุดครับ
หมออยากบอกคุณป้าพรและทุกท่านว่า อาการแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงจนรักษาไม่ได้ครับ สิ่งที่คุณป้าเป็นเราเรียกว่า "ภาวะข้อไหล่ติด" ครับ
ภาวะข้อไหล่ติดคืออะไร? (เปรียบเทียบให้เห็นภาพ)
ลองนึกภาพตามหมอนะครับ ข้อไหล่ของคนเราเหมือนกับ "ลูกเซรามิก" ที่วางอยู่ใน "ถ้วย" เพื่อให้เราหมุนแขนได้รอบทิศทาง และรอบๆ ข้อไหล่นี้จะมี "ถุงหุ้มข้อ" (Capsule) ซึ่งปกติจะมีความยืดหยุ่นเหมือน "ถุงพลาสติกใบใหญ่" ที่หลวมพอให้เราขยับแขนไปมาได้สะดวก
แต่พอเกิดภาวะ ข้อไหล่ติด (Frozen Shoulder) ถุงหุ้มข้อที่เคยนิ่มและยืดหยุ่น กลับเกิดการอักเสบ หนาตัวขึ้น และหดตัวเล็กลง เหมือนเราเอาถุงพลาสติกนั้นไปลนไฟจนมันหดเกร็งและแข็งกระด้าง พอถุงมันหดเล็กลงและรัดข้อไหล่จนแน่น เวลาเราจะขยับแขน ถุงที่แข็งนี้ก็จะไปรั้งทำให้เราเจ็บ และจำกัดการเคลื่อนไหวเหมือนโดนล็อคไว้นั่นเองครับ
ทำไมถึงเป็น? และใครบ้างที่เสี่ยง?
โรคนี้มักจะเกิดขึ้นได้เองโดยไม่มีสาเหตุที่ชัดเจน แต่จากสถิติพบว่ามีปัจจัยบางอย่างที่ทำให้เป็นได้ง่ายขึ้นครับ:
อายุและเพศ: มักพบในคนอายุ 40-60 ปีขึ้นไป และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายครับ
โรคประจำตัว: โดยเฉพาะ "เบาหวาน" และ "โรคไทรอยด์" คนที่เป็นเบาหวานมีโอกาสไหล่ติดสูงกว่าคนทั่วไปหลายเท่า และมักจะรักษายากกว่าด้วยครับ
การไม่ได้ใช้งาน: เช่น คนที่เคยผ่าตัดแล้วต้องคล้องแขนไว้นานๆ หรือเจ็บไหล่จากสาเหตุอื่นแล้วไม่กล้าขยับ จนถุงหุ้มข้อเริ่มยึดติด
ความเสื่อมตามวัย: เนื้อเยื่อรอบข้อไหล่เริ่มเสื่อมสภาพตามอายุ ทำให้เกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้น
3 ระยะของโรคไหล่ติด: คุณอยู่ที่ระยะไหน?
ภาวะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นปุ๊บปั๊บแล้วจบไป แต่มักมีวิวัฒนาการเป็น 3 ระยะหลักๆ ดังนี้ครับ:
ระยะที่ 1: ระยะปวด (Freezing Phase) ระยะนี้จะเน้นไปที่ "ความเจ็บปวด" ครับ เป็นช่วงที่เริ่มมีการอักเสบของถุงหุ้มข้อ คุณจะเริ่มปวดไหล่บ่อยขึ้น โดยเฉพาะตอนกลางคืน หรือตอนที่ขยับแขนเร็วๆ ระยะนี้ไหล่ยังขยับได้เกือบปกติ แต่ขยับแล้วเจ็บมาก มักกินเวลาประมาณ 2-9 เดือนครับ
ระยะที่ 2: ระยะติด (Frozen Phase) ระยะนี้อาการปวดอาจจะ "ลดลง" บ้าง แต่สิ่งที่ตามมาคือ "ความแข็ง" ครับ ไหล่จะขยับได้น้อยลงอย่างชัดเจน ยกแขนขึ้นไม่ได้ เอื้อมมือไปข้างหลังไม่ได้ ใส่เสื้อลำบาก เหมือนมีอะไรมาล็อคไหล่ไว้ ระยะนี้มักกินเวลา 4-12 เดือนครับ
ระยะที่ 3: ระยะฟื้นตัว (Thawing Phase) เป็นระยะที่ความยืดหยุ่นเริ่มกลับมา ถุงหุ้มข้อที่เคยหดแข็งเริ่มคลายตัวลง อาการติดจะค่อยๆ ดีขึ้นอย่างช้าๆ จนกลับมาใช้งานได้ใกล้เคียงปกติ มักกินเวลา 6 เดือนถึง 2 ปีครับ
การตรวจวินิจฉัย: หมอจะทำอะไรบ้าง?
เมื่อมาหาหมอ หมอจะเริ่มจากการสอบถามอาการอย่างละเอียดครับ ว่าเริ่มปวดตอนไหน มีโรคประจำตัวอะไรไหม จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจดังนี้:
การตรวจร่างกาย: หมอจะลองขยับแขนของคุณดูในท่าต่างๆ เพื่อดูว่า "องศาการขยับ" ลดลงแค่ไหน โดยจะแยกออกจากโรคอื่น เช่น เส้นเอ็นไหล่ฉีก ซึ่งจะมีลักษณะการเจ็บที่ต่างกัน
การเอกซเรย์ (X-ray): จริงๆ แล้วเอกซเรย์มองไม่เห็นภาวะไหล่ติดครับ แต่มือทำเพื่อ "คัดออก" โรคอื่น เช่น หินปูนเกาะข้อ หรือข้อไหล่เสื่อม
การอัลตราซาวด์ (Ultrasound): วิธีนี้ดีมากครับ เพราะหมอสามารถเห็นความหนาตัวของถุงหุ้มข้อและการอักเสบได้ชัดเจนในขณะที่ตรวจเลย
MRI: มักใช้ในกรณีที่สงสัยว่ามีโรคอื่นร่วมด้วย เช่น เส้นเอ็นขาด เพื่อช่วยในการวางแผนรักษาที่แม่นยำขึ้น
แนวทางการรักษา: ไม่ต้องผ่าตัดก็หายได้
ข่าวดีคือ ผู้ป่วยไหล่ติดมากกว่า 90% หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ โดยหมอจะเน้นการรักษาแบบเป็นลำดับขั้นตอน ดังนี้:
1. การปรับพฤติกรรมและการดูแลตัวเอง ในระยะที่ปวดมาก ควรพักการใช้งานไหล่ที่ต้องออกแรงเยอะๆ แต่ห้ามอยู่นิ่งเฉยจนเกินไป หมอจะแนะนำท่าบริหารง่ายๆ เพื่อประคองไม่ให้ไหล่ติดมากขึ้น
2. การใช้ยา หมอจะจ่ายยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เพื่อลดความปวดและลดการอักเสบภายในถุงหุ้มข้อ ช่วยให้คุณหลับสบายขึ้นและขยับแขนเพื่อทำกายภาพได้ง่ายขึ้นครับ
3. การทำกายภาพบำบัด นี่คือหัวใจสำคัญครับ นักกายภาพจะช่วยยืดถุงหุ้มข้อไหล่ด้วยเทคนิคเฉพาะ รวมถึงการใช้เครื่องมือ เช่น อัลตราซาวด์ความร้อน หรือเลเซอร์ เพื่อลดปวดและเพิ่มความยืดหยุ่น
4. การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่อง Ultrasound นำทาง วิธีนี้เป็นวิธีที่หมอแนะนำบ่อยในรายที่ปวดมากหรือติดเยอะ หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์มองเห็นช่องว่างในข้อไหล่ได้อย่างชัดเจน แล้วฉีดยาลดการอักเสบร่วมกับน้ำเกลือเข้าไปขยายถุงหุ้มข้อ (Hydrodilatation) เพื่อให้ถุงที่หดตัวอยู่ขยายออก วิธีนี้แม่นยำ ปลอดภัย และช่วยให้คนไข้ขยับไหล่ได้ดีขึ้นทันทีหลังทำครับ
5. การผ่าตัด (เฉพาะกรณีที่รักษาด้วยวิธีอื่นไม่เห็นผล) หากทำทุกวิธีแล้วนานกว่า 6-12 เดือนยังไม่ดีขึ้น หมออาจพิจารณาการผ่าตัดส่องกล้องเพื่อเข้าไป "คลาย" ถุงหุ้มข้อที่ติดยึด ซึ่งเป็นการผ่าตัดเล็ก แผลนิดเดียว และฟื้นตัวไวครับ
พยากรณ์โรค: จะหายไหม? นานแค่ไหน?
โรคไหล่ติดเป็นโรคที่ "หายได้" ครับ แต่ต้องใช้ความอดทนและเวลา ส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 1-2 ปีในการหายสนิท แต่ถ้าได้รับการรักษาที่ถูกต้องตั้งแต่วันนี้ เช่น การทำกายภาพหรือการฉีดยาขยายถุงหุ้มข้อ ระยะเวลาการรักษาจะสั้นลงอย่างมากครับ และโอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำที่เดิมนั้นมีน้อยมากครับ
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา อาจนำไปสู่:
กล้ามเนื้อรอบบ่าฝ่อตัว: เพราะไม่ได้ใช้งานแขนข้างนั้นนานๆ
ความปวดเรื้อรัง: จนส่งผลต่อสุขภาพจิต ทำให้นอนหลับยากและเครียด
เสียบุคลิกภาพ: ร่างกายจะพยายามชดเชยด้วยการเอียงตัวหรือยกบ่าขึ้นเวลาจะขยับแขน
5 วิธีป้องกันและดูแลตัวเองเบื้องต้น
คุมเบาหวานให้ดี: ใครที่มีโรคประจำตัว ต้องคุมระดับน้ำตาลให้คงที่ เพราะน้ำตาลที่สูงจะทำให้เนื้อเยื่ออักเสบง่าย
บริหารไหล่สม่ำเสมอ: หากเริ่มรู้สึกตึงๆ ให้ทำท่า "ไต่กำแพง" หรือท่า "แกว่งแขนแบบลูกตุ้ม" เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น
เลี่ยงการนอนทับไหล่: พยายามจัดท่านอนให้ไหล่อยู่ในตำแหน่งที่ผ่อนคลาย อาจใช้หมอนใบเล็กๆ รองใต้แขน
ไม่อยู่นิ่งนานเกินไป: แม้จะเจ็บแขนจากสาเหตุอื่น ก็ควรขยับไหล่เบาๆ เท่าที่ทำได้เสมอ
สังเกตอาการ: หากปวดไหล่นานเกิน 2 สัปดาห์ และเริ่มยกแขนได้น้อยลง ให้รีบมาพบหมอทันทีครับ
Q&A Section: คำถามที่พบบ่อย
Q: ปวดไหล่ข้างเดียว อีกหน่อยจะเป็นอีกข้างไหม? A: มีโอกาสครับ ประมาณ 20-30% ของคนที่เป็นข้างหนึ่งแล้ว อาจจะเป็นอีกข้างตามมาได้ แต่จะไม่เป็นซ้ำที่เดิมครับ
Q: ต้องทำ MRI ทุกเคสไหม? A: ไม่จำเป็นครับ ส่วนใหญ่การตรวจร่างกายและอัลตราซาวด์ก็เพียงพอต่อการวินิจฉัยไหล่ติดแล้ว ยกเว้นหมอสงสัยว่ามีเส้นเอ็นฉีกขาดร่วมด้วยครับ
Q: นวดแผนไทยช่วยได้ไหม? A: การนวดช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อรอบๆ ได้ครับ แต่ต้องระวัง "การดัดหรือกระชากไหล่" แรงๆ ในระยะที่กำลังอักเสบ (ระยะที่ 1) เพราะจะยิ่งทำให้ถุงหุ้มข้ออักเสบหนักกว่าเดิมครับ
สรุปประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)
ไหล่ติดเกิดจากถุงหุ้มข้อไหล่อักเสบและหนาตัว จนรัดข้อไหล่ให้ขยับไม่ได้
พบมากในผู้หญิงวัย 60 ปี และคนที่เป็นเบาหวานหรือโรคไทรอยด์
โรคนี้มี 3 ระยะ (ปวด, ติด, ฟื้นตัว) ซึ่งต้องใช้เวลาและการรักษาที่ต่างกันไป
การรักษาที่ได้ผลดีและแม่นยำคือ การทำกายภาพควบคู่กับการฉีดยาขยายถุงหุ้มข้อโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทาง
ยิ่งรักษาเร็ว ยิ่งลดความเจ็บปวดและกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติไวขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องรอให้หายเองตามธรรมชาติครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดไหล่ #ไหล่ติด #ข้อไหล่ติด #ยกแขนไม่ขึ้น #กายภาพบำบัด #รักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด #เบาหวาน #สุขภาพผู้สูงอายุ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดกลางคืน #ShoulderPain #FrozenShoulder #AdhesiveCapsulitis #Orthopedics #HealthTips
References
Ewald A. Adhesive capsulitis: a review. Am Fam Physician. 2011 Feb 15;83(4):417-422. PMID:21322521.
บทความนี้เล่าให้หมอเวชปฏิบัติเข้าใจว่าไหล่ติดคืออะไร แบ่งเป็นกี่ระยะ สาเหตุอะไรบ้าง และแนวทางดูแลเบื้องต้น เช่น ยาและกายภาพบำบัดPage MJ, Green S, Kramer S, Johnston RV, McBain B, Chau M, Buchbinder R. Manual therapy and exercise for adhesive capsulitis (frozen shoulder). Cochrane Database Syst Rev. 2014 Aug 26;2014(8):CD011275. doi:10.1002/14651858.CD011275. PMID:25170712.
Cochrane review ฉบับนี้รวบรวมงานวิจัยเกี่ยวกับการดัดข้อต่อโดยนักกายภาพและการออกกำลังกาย พบว่าช่วยลดปวดและเพิ่มการเคลื่อนไหวของไหล่ติดได้อย่างมีหลักฐานรองรับKingston K, Curry EJ, Galvin JW, Li X. Shoulder hydrodilatation with corticosteroid for the treatment of adhesive capsulitis: a predictor of outcomes. JBJS Rev. 2018 Aug;6(8):e6. doi:10.2106/JBJS.RVW.17.00132. PMID:30106818.
งานนี้ศึกษาการฉีดน้ำเกลือผสมสเตียรอยด์เข้าไปขยายข้อไหล่ พบว่าช่วยให้ไหล่ขยับได้ดีขึ้น และยังพยายามหาตัวแปรที่ทำนายได้ว่าคนไข้กลุ่มไหนจะตอบสนองต่อการรักษานี้ดีที่สุดMillar NL, Meakins A, Struyf F, Willmore E, Campbell AL, Kirwan PD, et al. Frozen shoulder. Nat Rev Dis Primers. 2022 Sep 8;8(1):59. doi:10.1038/s41572-022-00391-5. PMID:36068361.
บทความระดับสากลนี้สรุปความรู้ล่าสุดเรื่องไหล่ติด ทั้งกลไกการอักเสบของเยื่อหุ้มข้อ ปัจจัยเสี่ยง เช่น เบาหวาน และทางเลือกการรักษาตั้งแต่ยา กายภาพ ไปจนถึงการผ่าตัดChalloumas D, Biddle M, McLean M, Millar NL. Comparison of treatments for frozen shoulder: a systematic review and meta-analysis. JAMA Netw Open. 2020 Dec 1;3(12):e2027362. doi:10.1001/jamanetworkopen.2020.27362. PMID:33326025.
การทบทวนนี้เปรียบเทียบวิธีรักษาหลายแบบ เช่น ฉีดสเตียรอยด์ ทำกายภาพ ขยายข้อ และผ่าตัด พบว่าการรักษาแบบไม่ผ่าตัด โดยเฉพาะการฉีดยาร่วมกับออกกำลังกาย ให้ผลดีในระยะยาวสำหรับคนส่วนใหญ่
No comments:
Post a Comment