Monday, November 24, 2025

ป้องกันไหล่ติด ต้องทำอย่างไรบ้าง?

​


ป้องกันไหล่ติด ต้องทำอย่างไรบ้าง?

“ไหล่ติด” หรือที่หลายคนเรียกว่า ยกแขนไม่ขึ้น แข็งตึง เจ็บร้าวจนใส่เสื้อผ้ายาก เป็นปัญหาที่พบบ่อยมากโดยเฉพาะในวัย 40–60 ปี และคนที่ต้องใช้แขนซ้ำ ๆ หรือนั่งทำงานนาน ๆ

ข่าวดีคือ… ไหล่ติดป้องกันได้! และถ้ารู้สัญญาณตั้งแต่แรก เริ่มดูแลถูกวิธี จะช่วยให้ไม่ลุกลามจนต้องรักษานานหลายเดือน

บทความนี้หมอเขียนเพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่า ไหล่ติดเกิดจากอะไร และต้องทำอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นครับ

เหตุการณ์จากคนไข้ใกล้ตัว

คุณศศิ อายุ 52 ปี ทำงานหน้าคอมทั้งวัน เริ่มรู้สึกว่าไหล่ซ้ายฝืด ๆ ตอนยกแขนสูงขึ้นก็เจ็บจี๊ดจนต้องเอามือช่วยยก

เธอบอกหมอว่า:

“หมอคะ ช่วงนี้ใส่เสื้อคอต่ำไม่ได้เลย แขนหมุนไปด้านหลังไม่ถึง เจ็บและตึงมาก กลัวว่าไหล่จะติดค่ะ”

หลังตรวจ หมอพบว่าเธอเริ่มมีสัญญาณไหล่ติดระยะต้นจากกล้ามเนื้อรอบสะบักอ่อนแรง และใช้งานแขนแบบเดิมซ้ำ ๆ

หมอจึงวางแผนให้ยืด–เสริมกล้ามเนื้อเฉพาะทาง และปรับท่าทางเวลานั่งทำงาน เพียง 6–8 สัปดาห์ อาการดีขึ้นจนยกแขนได้เหมือนเดิม และไม่ลุกลามจนกลายเป็นไหล่ติดจริง ๆ

หมอจะเล่าให้ทุกคนเข้าใจวิธีป้องกันแบบเดียวกันนี้ครับ

ไหล่ติดเกิดจากอะไร?

สาเหตุหลักคือ “ข้อไหล่และเยื่อหุ้มข้ออักเสบเรื้อรัง” จนเยื่อหุ้มข้อแข็งและหดตัว ทำให้ไหล่หมุน–ยก–เหยียดได้ไม่เต็มที่

ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่:

  • ไม่ค่อยใช้แขน เช่น ใส่เฝือก นอนพักนาน
  • นั่งทำงานนาน ไม่ขยับหัวไหล่
  • กล้ามเนื้อรอบสะบักอ่อนแรง
  • เบาหวาน (พบร่วมได้บ่อย)
  • โรคไทรอยด์
  • การบาดเจ็บที่ไหล่

ดังนั้นการ “ขยับไหล่ถูกวิธี” สำคัญที่สุดในการป้องกันครับ

อาการเริ่มต้นของไหล่ติดที่ต้องระวัง

  • เจ็บบริเวณไหล่ด้านนอกหรือด้านหน้า
  • ยกแขนสูงไม่สุด
  • หมุนแขนไปด้านหลังลำบาก (เช่น เอื้อมติดตะขอเสื้อชั้นใน)
  • ลุกจากเตียงหรือตะแคงทับไหล่แล้วเจ็บ
  • เริ่มรู้สึกว่าไหล่ “ตึง ๆ” หรือ “ฝืด ๆ”

หากเริ่มมีสัญญาณเหล่านี้ ต้องรีบดูแลทันทีเพื่อไม่ให้ไหล่ติดจริงครับ

วิธีป้องกันไหล่ติดที่ได้ผลจริง (ทำได้ทุกวัน)

✔ 1) ขยับไหล่ให้ครบทุกทิศทางวันละ 3–5 นาที

ช่วยให้ข้อไหล่ลื่นและไม่แข็ง

ตัวอย่างท่า:

  • หมุนไหล่เป็นวงกลมหน้า–หลัง
  • ยกไหล่ขึ้น–ลง
  • ยืดแขนเหนือศีรษะช้า ๆ

ทำเบา ๆ แต่สม่ำเสมอ ได้ผลดีกว่าฝืนทำหนัก ๆ ครับ

✔ 2) ยืดกล้ามเนื้อหน้าอก

คนทำงานหน้าจอมักงอไหล่ไปข้างหน้า ทำให้ไหล่งัดตึง

ท่าง่าย ๆ:

  • กางแขนแตะขอบประตู แล้วก้าวขาหนึ่งข้างไปข้างหน้า
  • ค้าง 15–20 วินาที
  • ทำวันละ 2–3 รอบ

ช่วยเปิดอกและลดแรงดึงไหล่ได้ดีมาก

✔ 3) เสริมกล้ามเนื้อสะบัก (สำคัญมาก)

กล้ามเนื้อสะบักอ่อนแรง → ไหล่ต้องทำงานหนัก → เกิดการอักเสบง่าย

ท่าที่ทำได้เอง:

  • ดึงสะบักเข้าหากัน (scapular squeeze)
  • ยกแขนด้านข้างด้วยหนังยาง
  • พายเรือเบา ๆ ด้วยดัมเบลเบาน้ำหนัก 0.5–1 กก.

เสริมกล้ามเนื้อดี → ไหล่เสี่ยงติดน้อยลง

✔ 4) ลุกยืน–ขยับทุก 45–60 นาที

นั่งนาน ๆ ทำให้กล้ามเนื้อรอบไหล่อ่อนล้าและตึงจนเกิดการอักเสบ

ทำเพียงลุกเดิน เปลี่ยนท่า ยืดแขนบิดไหล่เบา ๆ 1 นาที ก็ช่วยลดความเสี่ยงได้มาก

✔ 5) เลี่ยงท่านอนทับไหล่

การนอนทับด้านเดิมนาน ๆ ทำให้ข้อไหล่และเส้นเอ็นอักเสบ

ควร:

  • สลับข้าง
  • ใช้หมอนข้างพยุงแขนเพื่อให้ไหล่ไม่ห้อย

✔ 6) ควบคุมเบาหวาน

ผู้ที่เป็นเบาหวานมีโอกาสไหล่ติดสูงกว่า 2–3 เท่า

การคุมน้ำตาลดีช่วยลดการอักเสบของเส้นเอ็นและเยื่อหุ้มข้อได้มาก

✔ 7) หากไหล่อักเสบแล้ว ต้องรักษาให้ถูกตั้งแต่ระยะแรก

ถ้าเจ็บมาก ควรพบแพทย์เพื่อประเมินว่าเป็น:

  • เส้นเอ็นอักเสบ
  • เยื่อหุ้มข้ออักเสบ
  • หรือเริ่มไหล่ติดจริง ๆ

หมออาจพิจารณา:

  • ยาลดอักเสบ
  • ฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุดด้วยอัลตราซาวด์
  • กายภาพเฉพาะทาง

การรักษาเร็ว = โอกาสหายเร็วมาก

ไหล่ติดแล้วรักษาได้ไหม?

ได้ครับ แต่ต้องใช้เวลา 3–6 เดือนขึ้นไป

การรักษาประกอบด้วย:

  • กายภาพแบบยืดเหยียด
  • ฉีดยาร่วมกับอัลตราซาวด์
  • ในบางรายที่ติดมากอาจต้องดัดไหล่หรือผ่าตัดส่องกล้อง

ยิ่งเริ่มรักษาเร็ว ยิ่งหายไว ไม่เจ็บมากครับ

หมออยากบอกว่า…

ไหล่ติดเป็นโรคที่ป้องกันได้ง่ายมากถ้ารู้วิธี ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ ไม่ต้องใช้เวลานาน แค่ขยับไหล่ให้ครบทิศทาง เสริมกล้ามเนื้อสะบัก และหลีกเลี่ยงท่าที่ทำให้ไหล่อักเสบ

ถ้ารู้สึกว่าไหล่เริ่มฝืดหรือเจ็บตอนยกแขน อย่าปล่อยทิ้งไว้ เพราะยิ่งปล่อยนาน ไหล่จะยิ่งแข็งและเจ็บมากขึ้น การเริ่มดูแลเร็วจะช่วยให้ไหล่กลับมาลื่นและใช้งานได้ดีเหมือนเดิมครับ 😊

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ไหล่ติด #ปวดไหล่ #เส้นเอ็นอักเสบ #ข้อไหล่อักเสบ #หมอเก่งให้ความรู้ #กระดูกและข้อ

Friday, November 21, 2025

เส้นเอ็นไหล่ขาด ต้องผ่าตัดหรือไม่? เส้นเอ็นจะต่อกันติดไหม?

 



เส้นเอ็นไหล่ขาด ต้องผ่าตัดหรือไม่? เส้นเอ็นจะต่อกันติดไหม? 


อาการปวดไหล่ยกแขนไม่ได้ ยกแขนแล้วเจ็บจี๊ด หรือยกแขนสูงไม่ได้เหมือนเดิม เป็นหนึ่งในอาการที่พบบ่อยมาก โดยเฉพาะคนอายุ 40 ปีขึ้นไป หลายคนไปตรวจแล้วพบว่า “เส้นเอ็นหมุนไหล่ขาด” (กลุ่มเส้นเอ็นรอบหัวไหล่) และมีคำถามยอดฮิตเหมือนกันทุกคนว่า

“ต้องผ่าตัดไหม?”
“ถ้าไม่ผ่า เส้นเอ็นมันจะต่อกันเองได้ไหม?”

หมออยากเขียนบทความนี้เพื่อให้เข้าใจแบบง่าย ๆ ว่าเส้นเอ็นไหล่ทำงานอย่างไร ขาดแล้วเกิดอะไรขึ้น และรักษาแบบไหนจึงได้ผลที่สุดสำหรับแต่ละคนครับ

เหตุการณ์จากคนไข้ใกล้ตัว

คุณกิตติ อายุ 55 ปี เป็นช่างเทคนิคที่ต้องยกแขนซ้ำ ๆ ทุกวัน วันหนึ่งยกของหนักแล้วได้ยินเสียง “ป๊อบ” พร้อมเจ็บไหล่ทันที หลังจากนั้นยกแขนไม่ขึ้นเลย

เขาพูดกับหมอว่า:

“หมอครับ หนูออกแรงยกแขนไม่ได้เลย กลัวว่าเส้นเอ็นจะขาด แล้วมันต่อกันได้ไหมครับ?”

หลังทำอัลตราซาวด์ พบว่าเป็น เส้นเอ็นไหล่ (Rotator cuff) ขาดบางส่วน ไม่ถึงกับขาดเต็มที่ หมอจึงแนะนำการรักษาแบบไม่ผ่าตัดร่วมกับกายภาพและฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุด

3 เดือนต่อมา เขายกแขนได้ดีขึ้นมาก ไม่ต้องผ่าตัด และกลับไปทำงานได้ตามปกติ

แต่ในบางเคส ถ้าขาดมากจริง ๆ ก็ต้องผ่าตัดเพื่อให้กลับมาใช้งานได้ดีที่สุด

หมอจึงอยากอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า เส้นเอ็นไหล่แบบไหนต้องผ่า แบบไหนไม่ต้องผ่า ครับ

เส้นเอ็นไหล่คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญมาก?

เส้นเอ็นหมุนไหล่ (Rotator cuff) คือชุดเส้นเอ็น 4 มัดที่ช่วยให้ไหล่

  • ยกแขน

  • หมุนแขน

  • ประคองข้อไหล่ให้มั่นคง

ถ้าเส้นเอ็นกลุ่มนี้ขาดแม้เพียงเส้นเดียว สมดุลของไหล่จะเสีย ทำให้

  • เจ็บไหล่เวลาใช้แขน

  • ยกแขนไม่ขึ้น

  • กล้ามเนื้อทำงานทดแทนจนปวดเรื้อรัง

และหากปล่อยไว้นาน เส้นเอ็นที่ขาดจะหดตัวและบางรายอาจผ่าตัดได้ยากขึ้นครับ

เส้นเอ็นไหล่ขาด เกิดจากอะไรได้บ้าง?

  • การเสื่อมตามอายุ (พบมากที่สุด)

  • ยกของหนัก ปะทะ แรงดึง

  • อุบัติเหตุล้มแล้วไหล่กระแทก

  • การใช้งานไหล่ซ้ำ ๆ

  • กล้ามเนื้อรอบไหล่อ่อนแรง

อาการบางครั้งเริ่มจากปวดเล็กน้อย แต่ใช้แขนต่อเนื่องแล้วขาดมากขึ้นทีละน้อย

อาการของเส้นเอ็นไหล่ขาด

  • ปวดไหล่ตอนยกแขนหรือเอื้อมหยิบของ

  • ยกแขนไม่ขึ้น แม้พยายามสุดแรง

  • ปวดมากตอนนอนทับไหล่

  • เจ็บเวลากางแขนหรือหมุนแขน

  • บางรายได้ยินเสียง “ป๊อบ” ตอนเส้นเอ็นขาด

ถ้าเริ่มมีอาการเหล่านี้ ควรตรวจให้เร็วเพื่อป้องกันการขาดลุกลาม

ตรวจอย่างไรให้รู้ว่าเส้นเอ็นขาดจริงไหม?

1) ตรวจร่างกาย

ทดสอบแรงยกแขน หมุนแขน และตำแหน่งที่เจ็บ

2) อัลตราซาวด์ไหล่

เห็นเส้นเอ็นได้ชัด ว่าอักเสบ ขาดบางส่วน หรือขาดเต็มความหนา

3) MRI

เหมาะในรายที่สงสัยขาดมากหรือเตรียมผ่าตัด เห็นรายละเอียดของเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ และพังผืด

เส้นเอ็นไหล่ “ต่อกันเองได้ไหม?”

คำตอบคือ ถ้าเส้นเอ็นขาดเต็มความหนา (full-thickness tear) ส่วนใหญ่จะ “ไม่ต่อกันเอง” ครับ เพราะปลายเส้นเอ็นจะหดตัวออกจากกัน

แต่ถ้าเป็นการขาดบางส่วน (partial tear)

  • มีโอกาสฟื้นตัวได้

  • อักเสบลดลงได้

  • กล้ามเนื้อรอบ ๆ ช่วยชดเชยได้ดีขึ้น

ดังนั้นต้องประเมินจากอัลตราซาวด์หรือ MRI เพื่อดูระดับความรุนแรงอย่างชัดเจนครับ

ต้องผ่าตัดไหม? ดูจากอะไร?

หมอจะประเมินจาก 4 ปัจจัยหลัก

✔ 1) ขาดเต็มความหนา หรือขาดหลายเส้นเอ็น

ถ้าปล่อยนาน เส้นเอ็นจะหดตัวจนซ่อมยาก มักแนะนำผ่าตัด

✔ 2) อ่อนแรงมาก ยกแขนไม่ขึ้น

ถ้าทำกายภาพแล้วยังยกแขนไม่ได้ → ต้องพิจารณาผ่าตัด

✔ 3) มีอาการเรื้อรังเกิน 3–6 เดือน

รักษาไม่ผ่าตัดแล้วยังปวดมาก ใช้งานไม่ดีขึ้น

✔ 4) อายุและวิถีชีวิต

  • คนอายุน้อย ใช้งานไหล่เยอะ = พิจารณาผ่าตัดมากกว่า

  • อายุเยอะ ขาดบางส่วน ใช้งานไม่หนัก = รักษาไม่ผ่าตัดได้ดี

สรุปคือ ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องผ่าตัด แต่บางรายก็จำเป็นเพื่อให้กลับมาใช้งานได้เต็มที่

ไม่ผ่าตัด รักษาอย่างไรได้บ้าง?

1) กายภาพบำบัด

หัวใจสำคัญที่สุด

  • เสริมกล้ามเนื้อรอบสะบัก

  • เพิ่มความมั่นคงของไหล่

  • ลดการอักเสบของเส้นเอ็น

2) ฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุดด้วยอัลตราซาวด์

ช่วยลดอาการปวดเรื้อรัง ทำให้ทำกายภาพได้ง่ายขึ้น

3) ยาคลายกล้ามเนื้อ/ยาแก้อักเสบ

ช่วยลดความเจ็บในช่วงแรก

4) ปรับการใช้งาน

  • หลีกเลี่ยงยกของหนัก

  • หลีกเลี่ยงท่าที่ต้องเอี้ยวไหล่ซ้ำ ๆ

  • ปรับท่านอน ไม่ทับไหล่

การรักษาเหล่านี้มักได้ผลดีมากในเคสที่เส้นเอ็นขาดบางส่วนครับ

ถ้าต้องผ่าตัด ทำอะไรบ้าง?

การผ่าตัดส่วนใหญ่เป็นการซ่อมเส้นเอ็นด้วยการส่องกล้อง

  • เย็บเส้นเอ็นกลับไปยังตำแหน่งเดิมที่กระดูก

  • ใช้เทคนิคแผลเล็ก ฟื้นตัวไว

  • ใส่ผ้าพยุงไหล่ประมาณ 4–6 อาทิตย์

  • ทำกายภาพต่ออีก 3–6 เดือน

อัตราความสำเร็จสูงมากในผู้ที่ตรวจพบเร็วและซ่อมทันเวลา

พยากรณ์โรค

  • เส้นเอ็นขาดบางส่วน → มักดีขึ้นได้โดยไม่ผ่าตัด

  • เส้นเอ็นขาดเต็มความหนา → ถ้าซ่อมเร็ว ผลลัพธ์ดีมาก

  • ถ้าปล่อยนานหลายปี → เส้นเอ็นหดตัว กล้ามเนื้อฝ่อ ซ่อมยากขึ้น

ยิ่งตรวจเร็ว ยิ่งมีโอกาสรักษาได้ดีครับ

หมออยากบอกว่า…

เส้นเอ็นไหล่ขาดไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องผ่าตัดทุกราย การรู้ว่าขาดแบบไหน รักษาอย่างไร และทำกายภาพอย่างถูกต้องสำคัญที่สุด

ถ้าปวดไหล่มานาน ยกแขนไม่ขึ้น หรือสงสัยว่าเส้นเอ็นขาด ควรมาตรวจให้เร็ว เพราะการรักษาในช่วงแรกให้ผลดีที่สุดและอาจช่วยเลี่ยงการผ่าตัดได้ครับ


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร

Sunday, November 16, 2025

ไหล่ติดในผู้สูงอายุ 74 ปี เป็นมา 3 ปี รักษายังไงก็ไม่หายสักที จริง ๆ ยังมีทางดีขึ้นไหม?


​


ไหล่ติดในผู้สูงอายุ 74 ปี เป็นมา 3 ปี รักษายังไงก็ไม่หายสักที จริง ๆ ยังมีทางดีขึ้นไหม?


หลายคนอาจรู้สึกเหมือนคุณป้าท่านหนึ่ง (ขอใช้ชื่อสมมติว่า “ป้าเดือน”) อายุ 74 ปี

ยกแขนขวาไม่ขึ้นมาหลายปีแล้ว ปวดร้าวจากหัวไหล่ลงมาแถวหน้าแขน เวลาเอื้อมไปหยิบของสูง ๆ ต้องใช้มืออีกข้างช่วย เวลาเปลี่ยนเสื้อ ใส่เสื้อชั้นใน หรือเอื้อมไปหยิบของด้านหลัง ลำบากมาก ต้องค่อย ๆ ทำทีละนิด กลางคืนบางวันเจ็บจนนอนตะแคงข้างขวาไม่ได้


ป้าเดือนคิดว่า “อายุมากแล้ว เป็นเรื่องธรรมดา” ปล่อยไว้เรื่อย ๆ จนกลายเป็นไหล่ติดเรื้อรังมากว่า 3 ปี ทั้งที่จริง ๆ แล้ว ไหล่ติดในผู้สูงอายุ ถ้ารักษาถูกวิธี ยังมีโอกาสดีขึ้นได้มาก ครับ


บทความนี้หมออยากเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ว่าไหล่ติดคืออะไร ทำไมเป็นเรื้อรังได้นานหลายปี ต้องตรวจอะไรบ้าง และมีวิธีรักษาอะไรที่เหมาะกับคุณป้าอายุ 70+





ไหล่ติดคืออะไร ทำไมยิ่งปล่อยยิ่งแข็ง?



ไหล่ติด (Frozen shoulder) คือภาวะที่ เยื่อบุข้อไหล่ด้านในหนาตัว แข็ง และหดรัด รอบ ๆ หัวกระดูกต้นแขน ทำให้ข้อไหล่เคลื่อนไหวได้น้อยลง ทั้งแบบที่ “คนไข้ขยับเอง” และ “หมอช่วยขยับให้”


ต่างจากแค่กล้ามเนื้อตึงธรรมดา ตรงที่


  • ยกแขนไปข้างหน้าได้ไม่สุด
  • กางแขนออกข้างก็ได้น้อย
  • เอื้อมมือไปด้านหลัง (เช่น แตะตะขอเสื้อชั้นใน) ยิ่งทำไม่ได้



ในผู้สูงอายุ มักไม่ได้มี “ไหล่ติดอย่างเดียว” แต่มี


  • เส้นเอ็นรอบหัวไหล่เสื่อม (rotator cuff เสื่อม)
  • กล้ามเนื้อสะบักอ่อนแรง
  • ข้อคอเสื่อมร่วมด้วย
    ทั้งหมดทำให้ปวดไหล่–ร้าวลงแขน เหมือนกรณีของคุณป้า 74 ปีที่ปวดร้าวลงหน้าแขนด้วย






ทำไมป้า 74 ปีถึงเป็นไหล่ติดเรื้องรัง 3 ปีได้?



มีหลายปัจจัยที่ทำให้ไหล่ติดอยู่นานในผู้สูงอายุ


  1. ตอนเริ่มปวด ไม่กล้าใช้แขน
    เจ็บแล้วหยุดใช้ข้างนั้น → ข้อไม่ถูกขยับ → เยื่อบุข้อยิ่งหดรัดตัว
  2. กลัวเจ็บ เลยไม่กล้ายืด
    มีคนช่วยดึงแรงครั้งหนึ่งแล้วเจ็บมาก → จากนั้นไม่ยอมทำกายภาพอีกเลย → ข้อยิ่งแข็ง
  3. เส้นเอ็น–กล้ามเนื้อเสื่อมตามอายุ
    ทำให้ไหล่ต้องทำงานผิดท่า เช่น ใช้สะบักโก่งแทนการหมุนหัวไหล่
  4. มีโรคร่วม เช่น เบาหวาน หรือข้อเสื่อมอื่น ๆ
    ไหล่ติดในคนเป็นเบาหวานมักเป็นมากและนานกว่าคนทั่วไป



เมื่อปล่อยให้ติดนาน 1–3 ปี พังผืดรอบข้อจะจับแน่นขึ้น ทำให้ไหล่แข็งเหมือนถูกล็อก แต่ ไม่ได้แปลว่าจะแก้ไม่ได้ เพียงแต่ต้องใช้วิธีรักษาที่เข้มข้นและเหมาะกับสภาพข้อในตอนนี้มากขึ้นครับ





อาการแบบไหนเข้าข่าย “ไหล่ติดในผู้สูงอายุ”



สำหรับคุณป้าอายุ 74 ปีที่มีไหล่ติดข้างขวา นาน 3 ปี พร้อมอาการปวดร้าวลงหน้าแขน อาการมักเป็นแบบนี้


  • ยกแขนขวาได้ไม่เท่าข้างซ้าย
  • กางแขนออกข้างจะรู้สึกตึงและเจ็บมาก
  • เอื้อมมือไปข้างหลัง เช่น หยิบของจากกระเป๋าหลัง แทบทำไม่ได้
  • ตอนเริ่มขยับจะเจ็บ แต่ถ้าขยับไปสักพักอาจดีขึ้นเล็กน้อย
  • ถ้าใช้งานมาก ๆ จะปวดมากขึ้นช่วงเย็น
  • บางคนตึงมากจนต้องใช้ลำตัวช่วยเอียงแทนการใช้ไหล่



ปวดร้าวลงหน้าแขน → มักเกี่ยวกับเส้นเอ็น biceps หรือเส้นเอ็นรอบไหล่ที่อักเสบร่วมด้วย





ต้องตรวจอะไรบ้างในไหล่ติดเรื้อรังของผู้สูงอายุ



หมอแนะนำว่าควรตรวจอย่างน้อย 3 ส่วนนี้



1) ตรวจร่างกายไหล่แบบละเอียด



  • ขยับไหล่ไปทุกทิศทาง ดูว่าติดแค่ไหน
  • คลำเส้นเอ็นรอบไหล่ ว่ามีส่วนไหนอักเสบหรือฉีก
  • ดูการทำงานของสะบักว่าโก่งผิดปกติหรือไม่




2) X-ray ไหล่



  • ดูว่ากระดูกหัวไหล่–เบ้าข้อมีข้อเสื่อมมากไหม
  • มีหินปูนเกาะเส้นเอ็น (calcific tendinitis) หรือไม่




3) Ultrasound ไหล่



  • เหมาะมากในผู้สูงอายุ เพราะไม่เจ็บ ไม่โดนรังสี
  • ดูเส้นเอ็น rotator cuff, Bursa, Biceps tendon
  • ดูว่ามีการฉีกขาดหรือแค่เสื่อม–อักเสบ



บางรายที่สงสัยเส้นประสาทจากคอ → อาจต้องตรวจคอเพิ่มเติมด้วย เช่น X-ray หรือ MRI





วิธีรักษาไหล่ติดเรื้อรังในผู้สูงอายุ 74 ปี



แม้เป็นมานาน 3 ปี ก็ยังมีโอกาสดีขึ้นได้มากถ้ารักษาถูกวิธี การรักษาหลัก ๆ คือ



1) กายภาพบำบัดที่ “ถูกท่า” และต่อเนื่อง



สำคัญที่สุด แต่หลายคน “ทำแล้วไม่ดีขึ้น” เพราะ


  • ดัดแรงเกิน → เจ็บ → ไม่กล้ามาอีก
  • ทำแค่ 2–3 ครั้งแล้วหยุด
  • ไม่มีท่าการบ้านให้ทำเองที่บ้าน



หลักของกายภาพคือ


  • ยืดไหล่ทีละนิด ภายในระดับที่ปวด “ทนได้”
  • เสริมกล้ามเนื้อสะบัก–ไหล่ให้ทำงานประคองข้อ
  • ทำทุกวัน วันละ 10–15 นาที จะดีกว่าทำครั้งเดียวหนัก ๆ



ตัวอย่างท่าที่ทำเองได้ (ถ้าแพทย์อนุญาต)


  • ท่าแกว่งแขน (pendulum)
  • ท่ายืดด้วยผ้าเช็ดตัว (towel stretch)
  • ใช้มือดันผนังเพื่อยืดไหล่
  • ใช้ไม้กวาดช่วยพาดไหล่ขึ้น–ลง



ทำทีละนิด แต่สม่ำเสมอ สำคัญที่สุดครับ





2) ฉีดยาลดอักเสบเฉพาะที่ด้วย Ultrasound



สำหรับคุณป้าที่ปวดมาก ๆ ยกไม่ขึ้น หรือมีจุดเจ็บชัดเจนที่


  • ช่วง subacromial space
  • รอบ biceps tendon
  • ในข้อไหล่



การฉีดสเตียรอยด์ปริมาณต่ำเข้า “ตำแหน่งที่อักเสบตรงจุด” ด้วย Ultrasound นำทาง

→ ช่วยลดอักเสบ

→ ลดปวด

→ ทำให้เริ่มกายภาพได้ง่ายขึ้น


โดยทั่วไปฉีด 1–3 ครั้ง ห่างกันเป็นเดือน ๆ ตามแพทย์เห็นสมควร





3) ยาแก้ปวด–ลดอักเสบแบบกินและทา



ควรใช้แบบระยะสั้น


  • พาราเซตามอล
  • NSAIDs (ถ้าไม่มีโรคไต–โรคกระเพาะ–หัวใจ)
  • ยาแก้อักเสบเฉพาะที่แบบเจลทา



ช่วยให้ผ่านช่วงเจ็บได้ แล้วเน้นการฟื้นฟูด้วยการยืด–เสริมแรงแทนการพึ่งยาอย่างเดียว





4) เทคนิคขยายข้อด้วยน้ำ (Hydrodilatation)



ในกรณีที่ไหล่ติดมาก ตรวจแล้วเข้าได้กับ Frozen Shoulder ชัดเจน

สามารถใช้เทคนิค


  • ฉีดน้ำ–ยาชา–สเตียรอยด์ ปริมาณพอเหมาะเข้าในข้อไหล่
    → ช่วย “ดันพังผืด” ให้ยืดออก
    → แล้วตามด้วยกายภาพทันที



เป็นวิธีที่ใช้กันมากในผู้สูงอายุ และมักช่วยให้ขยับได้ดีขึ้นเร็ว





5) ผ่าตัดส่องกล้องเปิดพังผืด (ในรายที่ล้มเหลวจากการรักษาทั้งหมด)



ใช้ในรายที่


  • ไหล่ติดนานหลายปี
  • รักษาทุกวิธีแล้ว ขยับได้น้อยมาก
  • ชีวิตประจำวันแย่ลงอย่างชัดเจน



การส่องกล้องจะ


  • ตัดพังผืดด้านใน
  • ล้างข้อ
  • ดูเส้นเอ็นรอบ ๆ ว่ามีส่วนไหนสมควรซ่อม



หลังผ่าตัดต้องทำกายภาพต่อเนื่อง เพราะถ้าปล่อยเฉย ๆ ไหล่จะติดใหม่ได้





การฟื้นตัวในผู้สูงอายุ 74 ปี ใช้เวลานานแค่ไหน?



โดยทั่วไป


  • 4–6 สัปดาห์แรก: ถ้าฉีดยา–กายภาพอย่างถูกต้อง → ปวดลดลง เริ่มยกแขนได้ดีขึ้น
  • 3 เดือน: ใช้มือทำกิจกรรมส่วนใหญ่ได้ดีขึ้น เช่น แต่งตัว หวีผม
  • 6–12 เดือน: ถ้าทำต่อเนื่อง ไหล่มักคืนตัวได้ใกล้เคียงปกติในระดับอายุ



หัวใจคือ สม่ำเสมอและไม่รุนแรงเกินไป





หมอสรุปสำหรับเคสหญิงอายุ 74 ปี ไหล่ติดมา 3 ปี



  1. ไหล่ติดเรื้อรังในผู้สูงอายุ แม้นาน 3 ปี ก็ยังมีโอกาสดีขึ้นมาก
  2. ต้องแยกว่า “แค่ไหล่ติด” หรือมีเส้นเอ็นฉีก–คอเสื่อมร่วมด้วย
  3. รักษาหลักคือ กายภาพ + ฉีดยาลดอักเสบเฉพาะที่
  4. กรณีที่รุนแรงจริง ๆ ยังมีทางเลือก Hydrodilatation หรือผ่าตัดส่องกล้อง
  5. ยิ่งเริ่มฟื้นฟูเร็ว โอกาสฟื้นตัวของข้อไหล่ยิ่งสูง



ถ้าคุณมีคุณแม่หรือญาติผู้ใหญ่ที่ไหล่ติดเรื้อรังมานาน อยากให้รู้ว่า ไม่จำเป็นต้องทนปวดไปตลอดชีวิต ยังมีวิธีช่วยให้กลับมาใช้มือ–ยกแขน ทำกิจวัตรได้ดีขึ้นได้ครับ




บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666


#ไหล่ติด #ปวดไหล่ #ไหล่ติดผู้สูงอายุ #FrozenShoulder #หมอเก่ง #ปวดแขน #กายภาพบำบัด