Monday, December 15, 2025

🏸 ตีแบดแล้วเจ็บไหล่! เส้นเอ็นขาด 1 ซม. ต้องผ่าตัดไหม? หรือรักษาหายเองได้?

 

🏸 ตีแบดแล้วเจ็บไหล่! เส้นเอ็นขาด 1 ซม. ต้องผ่าตัดไหม? หรือรักษาหายเองได้?

เมื่อลูกตบทำพิษ ชีวิตคนรักแบดมินตัน

เคยไหมครับ? จังหวะที่กำลังกระโดดลอยตัว เงื้อแขนเตรียมจะตบลูกแบดให้ลงท้ายคอร์ตแบบสวยๆ แต่ทันทีที่เหวี่ยงแขนลงมา กลับมีความรู้สึก "แปล๊บ" เหมือนมีใครเอามีดมาแทงที่หัวไหล่ แขนอ่อนแรงลงทันที จนต้องทิ้งไม้แบด...

หลังจากวันนั้น อาการปวดก็ไม่หายไป ยกแขนใส่เสื้อก็ลำบาก นอนตะแคงทับไหล่ข้างนั้นก็สะดุ้งตื่นกลางดึก

ถ้าคุณกำลังเจอสถานการณ์แบบนี้ หมออยากบอกว่า คุณอาจไม่ได้แค่ "กล้ามเนื้ออักเสบ" ธรรมดา แต่มันอาจจะเป็น "เส้นเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด" (Rotator Cuff Tear) ก็เป็นได้ครับ


เรื่องเล่าจากห้องตรวจ: คุณสมชาย

วันก่อนหมอได้ตรวจคนไข้ท่านหนึ่ง ชื่อคุณสมชาย (นามสมมติ) อายุ 48 ปี เป็นคนแข็งแรงมาก เล่นแบดมินตันสัปดาห์ละ 3 วัน แกเดินเข้ามาในห้องตรวจด้วยท่าทางไหล่ห่อๆ หน้าตาดูมีความกังวลชัดเจน

"หมอครับ ผมตบลูกแบดแรงไปหน่อย ดัง 'ปึ้ก' ที่ไหล่ ตอนแรกนึกว่าเส้นยึดธรรมดา แต่นี่ผ่านมา 2 เดือนแล้ว ผมยกแขนสุดไม่ได้เลย ปวดร้าวลงมาที่ต้นแขน ยิ่งตอนกลางคืนปวดจนนอนไม่หลับ ผมไปทำ MRI มา ผลบอกว่าเส้นเอ็น Supraspinatus ขาดทะลุ 1 เซนติเมตร... แบบนี้ผมต้องผ่าตัดไหมครับ? ผมกลัวผ่าแล้วกลับไปเล่นแบดไม่ได้อีก"

คำถามของคุณสมชาย คือคำถามยอดฮิตที่หมอเจอประจำครับ วันนี้หมอจะมาไขข้อข้องใจให้ฟังกันแบบหมดเปลือก ในภาษาง่ายๆ ครับ


ความจริงของโรค: เส้นเอ็นขาด คืออะไร? (ฉบับเข้าใจง่าย)

เพื่อให้เห็นภาพนะครับ ให้จินตนาการว่าหัวไหล่ของเราเหมือน "ลูกกลมๆ ในเบ้า" (เหมือนลูกกอล์ฟวางบนทีตั้งลูก) เพื่อให้ลูกกลมๆ นี้หมุนไปมาได้โดยไม่หลุด มันต้องมี "ปลอกแขน" หรือเส้นเอ็นมาชุ้มรอบๆ เพื่อดึงรั้งไว้

เส้นเอ็นเจ้าปัญหาที่ฉีกขาดบ่อยที่สุด ชื่อว่า "ซูปราสไปนาตัส" (Supraspinatus) ซึ่งทำหน้าที่เหมือน "เชือกเส้นหลัก" ในการเริ่มยกแขนกางออก

"ขาดแบบ Full Thickness Tear 1 cm" แปลว่าอะไร? แปลว่า เชือกเส้นนี้ไม่ได้แค่ถลอก แต่มี "รูรั่ว" ทะลุจากด้านบนลงด้านล่าง ขนาดประมาณปลายนิ้วก้อย (1 เซนติเมตร) ครับ เหมือนผ้าที่เปื่อยแล้วขาดเป็นรูตรงกลางนั่นเอง


เจาะลึก: ทำไมตีแบดถึงทำให้เอ็นขาด? (Pathogenesis)

หลายคนสงสัยว่า แค่ตีแบดทำไมถึงขาด? สาเหตุจริงๆ มักเกิดจาก 2 ปัจจัยบวกกันครับ:

  1. ความเสื่อมตามวัย (Degeneration): เมื่ออายุเข้าเลข 4 เส้นเอ็นของเราจะเริ่มไม่ยืดหยุ่นเหมือนยางใหม่ๆ แต่จะเหมือน "ยางเก่าที่เริ่มกรอบ" เลือดที่ไปเลี้ยงเส้นเอ็นก็น้อยลง ทำให้ความแข็งแรงลดลงตามธรรมชาติ
  2. การใช้งานซ้ำๆ และรุนแรง (Overuse & Trauma): กีฬาแบดมินตันต้องยกแขนเหนือศีรษะ (Overhead activity) ซ้ำๆ จังหวะที่เราง้างแขนตบ เส้นเอ็นจะถูกบีบอัดและเสียดสีกับกระดูกด้านบน ยิ่งตบแรง ยิ่งกระชากแรง

เมื่อ ยางที่เริ่มกรอบ มาเจอกับ แรงกระชากซ้ำๆ สุดท้ายมันก็ทนไม่ไหว จนเกิดการฉีกขาดขึ้นครับ


อาการสัญญาณเตือน: เช็กด่วน! คุณเป็นแบบนี้ไหม?

ลองสังเกตตัวเองดูนะครับ ถ้ามีอาการเหล่านี้ ต้องรีบระวัง:

  • ปวดตอนนอน: นี่คืออาการคลาสสิก! นอนตะแคงทับข้างที่เจ็บไม่ได้ หรือปวดตุบๆ จนตื่นกลางดึก
  • ยกแขนลำบาก: ยกแขนขึ้นตรงๆ หรือกางแขนออกข้างๆ จะรู้สึกปวดจี๊ด โดยเฉพาะช่วงมุม 60-120 องศา (Painful Arc) แต่พอยกผ่านจุดนั้นไปได้อาจจะหายปวด
  • อ่อนแรง: รู้สึกว่าแขนไม่มีแรงเหมือนเดิม ถือของหนักไม่ได้ หรือตบลูกแบดแล้วลูกไม่พุ่ง
  • เสียงในไหล่: ขยับไหล่แล้วมีเสียงกึกกัก เหมือนกระดูกสีกัน

การตรวจวินิจฉัย: หมอรู้อะไรจากการตรวจบ้าง?

เมื่อมาหาหมอ หมอจะทำสิ่งเหล่านี้ครับ:

  1. ซักประวัติและตรวจร่างกาย: หมอจะจับขยับแขนเพื่อดูมุมองศาการเคลื่อนไหว และทดสอบแรง (Special Tests) เพื่อดูว่าเส้นเอ็นเส้นไหนที่มีปัญหา
  2. เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูโครงสร้างกระดูก ว่ามี "หินปูน" เกาะกระดูก หรือมีกระดูกงอกไปทิ่มแทงเส้นเอ็นหรือไม่ (แต่เอกซเรย์จะมองไม่เห็นเส้นเอ็นที่ขาดนะครับ)
  3. ตรวจ ultrasound เพื่อดูลักษณะของเส้นเอ็น ว่ามีการฉีกขาดหรือไม่
  4. เอ็มอาร์ไอ (MRI): อันนี้สำคัญที่สุด เป็นการตรวจที่ละเอียดที่สุด จะเห็นเลยว่าเส้นเอ็นขาดจริงไหม ขาดกี่เส้น ขนาดกว้างแค่ไหน (ในเคสนี้คือ 1 ซม.) และกล้ามเนื้อลีบไปหรือยัง การทำ MRI จะช่วยวางแผนการรักษาได้แม่นยำที่สุดครับ

ทางเลือกการรักษา: จำเป็นต้องผ่าตัดไหม?

คำตอบคือ "ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งานและอาการของคุณ" ครับ สำหรับการขาดขนาด 1 ซม. (ถือว่าขนาดเล็กถึงปานกลาง) เรามีแนวทางตัดสินใจดังนี้:

ทางเลือกที่ 1: การรักษาแบบไม่ผ่าตัด (Conservative Treatment)

เหมาะกับ: ผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยได้ใช้แขนหนักๆ, คนที่อาการปวดไม่รุนแรง, หรือคนที่กลัวการผ่าตัด

  1. ปรับพฤติกรรม: งดการยกแขนสูง งดตีแบดชั่วคราว (สำคัญมาก!)
  2. กายภาพบำบัด: เพื่อเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อรอบๆ ไหล่ (Deltoid และ Scapular stabilizers) ให้มาทำหน้าที่แทนเส้นเอ็นที่ขาด ช่วยให้ไหล่ไม่ติด
  3. ยารับประทาน: ยาลดอักเสบ (NSAIDs) เพื่อลดอาการปวดในช่วงแรก
  4. การฉีดยา (Injection):
    • สเตียรอยด์: ลดปวดลดอักเสบได้เร็ว แต่อาจทำให้เอ็นเปื่อยหากฉีดบ่อยเกินไป
    • PRP (เกล็ดเลือดเข้มข้น): นำเลือดตัวเองมาปั่นแล้วฉีดกลับเข้าไป เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซม ปัจจุบันหมอใช้การอัลตราซาวนด์ (Ultrasound Guide) นำทางตอนฉีด เพื่อให้ยาเข้าไปตรงจุดที่ขาดเป๊ะๆ เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาครับ

ทางเลือกที่ 2: การผ่าตัดส่องกล้อง (Arthroscopic Repair)

เหมาะกับ: คนไข้อายุน้อย (40-60 ปี) ที่ยัง Active, อยากกลับไปเล่นกีฬา (ตีแบด), รักษาด้วยวิธีแรกแล้ว 3-6 เดือนไม่ดีขึ้น, หรือมีอาการอ่อนแรงชัดเจน

  • วิธีการ: เจาะรูเล็กๆ ประมาณ 0.5 ซม. 3-4 รู รอบหัวไหล่ แล้วสอดกล้องและเครื่องมือเข้าไป "เย็บซ่อม" เส้นเอ็นที่ขาดให้กลับไปติดกับกระดูกเหมือนเดิม
  • ข้อดี: แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว และแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ (ปิดรูรั่ว) รวมถึงสามารถกรอหินปูนที่กดทับเส้นเอ็นออกได้ด้วย

คำตัดสินสำหรับเคส "นักแบดมินตัน"

สำหรับคุณสมชาย หรือท่านที่ยังอยากกลับไปหวดลูกขนไก่: ถ้าเส้นเอ็นขาดแบบ Full Thickness (ขาดทะลุ) แม้จะแค่ 1 ซม. ธรรมชาติของเส้นเอ็นมักจะไม่สามารถสมานกันเองได้สนิท เหมือนผิวหนังครับ รูรั่วนี้มีโอกาสขยายกว้างขึ้นได้ถ้ายังฝืนใช้งานหนักต่อ

คำแนะนำของหมอ:

  1. ถ้า ปวดมาก จนรบกวนชีวิตประจำวัน และ อยากกลับไปตีแบดวิบาก การผ่าตัดส่องกล้องเย็บซ่อมเอ็น มักเป็นทางเลือกที่ให้ผลลัพธ์ระยะยาวดีกว่าครับ เพื่อป้องกันไม่ให้รูกว้างขึ้นจนซ่อมไม่ได้
  2. ถ้า พอทนได้ และ ยอมลดระดับการเล่นกีฬาลง อาจลองทำกายภาพ + ฉีดยาดูก่อน 3 เดือน ถ้าอาการดีขึ้น ก็ไม่ต้องผ่า แต่ต้องระวังท่าทางการเล่นมากๆ

การพยากรณ์โรค: จะหายขาดไหม?

  • กรณีไม่ผ่าตัด: อาการปวดมักจะลดลงได้ แต่ความแข็งแรงอาจไม่กลับมา 100% และมีความเสี่ยงที่เอ็นจะขาดเพิ่มในอนาคต
  • กรณีผ่าตัด: โอกาสประสบความสำเร็จสูงมาก (กว่า 90%) แต่อย่าลืมว่า "การผ่าตัดเป็นแค่ 50% อีก 50% คือการกายภาพหลังผ่าตัด"
    • ต้องใส่ที่คล้องแขน (Sling) ประมาณ 4-6 สัปดาห์
    • เริ่มขยับได้ช่วงเดือนที่ 2
    • กลับไปตีแบดเบาๆ ได้ช่วงเดือนที่ 6
    • ตบเต็มที่อาจต้องรอ 9-12 เดือน

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง:

  • ข้อไหล่ติด (Frozen Shoulder): พบบ่อยถ้าไม่ขยับหลังผ่าตัดตามโปรแกรม
  • เอ็นขาดซ้ำ (Re-tear): ถ้าใช้งานหนักเกินไปก่อนที่เอ็นจะติดกระดูกดี

สรุป

อาการปวดไหล่จากการตีแบด ไม่ใช่เรื่องเล็ก ยิ่งถ้ามีเส้นเอ็นขาด การวินิจฉัยที่ถูกต้องและการตัดสินใจเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้คุณกลับไปมีความสุขในสนามแบดได้อีกครั้งครับ อย่าปล่อยให้ "รูเล็กๆ" กลายเป็น "เรื่องใหญ่" จนยกแขนไม่ขึ้นนะครับ

ด้วยความห่วงใย บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #เส้นเอ็นไหล่ขาด #ตีแบดเจ็บไหล่ #ผ่าตัดส่องกล้องไหล่ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #RotatorCuffTear #ปวดไหล่ตอนนอน #Supraspinatus

Saturday, December 13, 2025

ยกแขนไม่สุด ปวดร้าวลงแขน... อย่ารอให้ "ไหล่ติด"! ปรับ 5 พฤติกรรมง่ายๆ กู้คืนไหล่ให้กลับมาเบาสบาย

  


ยกแขนไม่สุด ปวดร้าวลงแขน... อย่ารอให้ "ไหล่ติด"! ปรับ 5 พฤติกรรมง่ายๆ กู้คืนไหล่ให้กลับมาเบาสบาย

"หมอครับ ผมปวดไหล่มากเลย เวลานอนตะแคงทับนี่สะดุ้งตื่นตลอด เอื้อมหยิบของหลังรถก็เจ็บจี๊ด จะสระผมหรือถูสบู่หลังก็ทำไม่ได้เหมือนเดิม... กินยาแล้วก็ดีขึ้นแป๊บเดียว เดี๋ยวก็ปวดใหม่ ผมต้องทำยังไงดีครับ?"

อาการปวดไหล่ เป็นหนึ่งในอาการยอดฮิตที่หมอเจอรองลงมาจากปวดหลังและปวดเข่าเลยครับ โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานออฟฟิศ และวัย 50+ ที่เส้นเอ็นเริ่มเสื่อมสภาพ

หลายคนพยายามกินยาแก้ปวด หรือไปนวดตอกเส้น แต่พอกลับมาใช้ชีวิตแบบเดิมๆ อาการก็กำเริบซ้ำอีก เพราะ "รากเหง้า" ของปัญหา คือ "พฤติกรรมการใช้งานไหล่" ที่เราทำร้ายมันโดยไม่รู้ตัวครับ

วันนี้หมอเก่งขอชวนมาเช็ก 5 พฤติกรรมต้องห้าม และวิธีปรับการใช้ชีวิต เพื่อให้ไหล่ของคุณได้พักฟื้น และกลับมาใช้งานได้คล่องแคล่วอีกครั้งครับ


1. ปรับท่านอน: เลิกนอนทับ "ข้างที่เจ็บ"

ช่วงเวลานอน คือช่วงนรกสำหรับคนปวดไหล่หลายคน (Night Pain) เพราะเลือดไหลเวียนช้าลง และแรงกดทับจากการนอนตะแคง

สิ่งที่ควรทำ:

  • ห้ามนอนตะแคงทับข้างที่ปวด: เพราะจะไปกดทับถุงน้ำและเส้นเอ็นที่กำลังอักเสบ ให้เลือดเดินไม่สะดวก

  • หนุนหมอนช่วย:

    • ถ้านอนหงาย: ให้เอาหมอนใบเล็กๆ หรือผ้าขนหนูม้วน รองใต้ข้อศอก ข้างที่เจ็บ ให้ไหล่ไม่ตกลงไปติดพื้น จะช่วยลดแรงตึงของเส้นเอ็นได้มาก

    • ถ้านอนตะแคง (ทับข้างดี): ให้เอาหมอนข้าง กอดไว้ด้านหน้า แล้ววางแขนข้างที่เจ็บพาดบนหมอน (เหมือนกอดหมอนข้าง) เพื่อไม่ให้ไหล่ห่อตกลงมาด้านหน้าครับ


2. ปรับท่าเอื้อม: อย่า "เอื้อมไกล" เกินตัว

ท่าที่ทำร้ายไหล่ที่สุด คือท่าที่แขนยืดออกไปไกลตัว หรือบิดหมุนไหล่ไปด้านหลังอย่างรุนแรง (ท่าบิดขี้เกียจ หรือเอื้อมหยิบของ)

สิ่งที่ควรทำ:

  • ห้ามเอื้อมหยิบของเบาะหลังรถ: ท่านี้อันตรายสุดยอด! การนั่งเบาะหน้าแล้วเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าที่เบาะหลังรถ คือท่าที่ทำให้ "เอ็นไหล่ฉีก" ได้ง่ายที่สุด ให้จอดรถแล้วลงไปหยิบ หรือดึงของมาไว้ใกล้ตัวก่อนครับ

  • ดึงของเข้าหาตัว: เวลาจะยกของ ให้เดินเข้าไปชิดของให้มากที่สุด แล้วใช้สองมือช่วยกันยก อย่าใช้แขนเดียวเหวี่ยงของ

  • จัดโต๊ะทำงาน: เมาส์และคีย์บอร์ดต้องอยู่ใกล้ตัว ศอกควรวางพักบนที่วางแขนได้ ไม่ใช่ต้องยื่นแขนลอยๆ ไปจับเมาส์ตลอดวัน


3. ปรับการยก: "ห้ามยกสูง" เหนือศีรษะ

สำหรับคนที่มีปัญหาเอ็นไหล่อักเสบ หรือมีหินปูนเกาะไหล่ พื้นที่ใต้กระดูกบ่าจะแคบลง การยกแขนสูงเหนือศีรษะ จะทำให้กระดูกไป "หนีบ" เส้นเอ็นจนอักเสบซ้ำ (Impingement)

สิ่งที่ควรทำ:

  • หลีกเลี่ยงงานที่ต้องยกแขนค้าง: เช่น ทาสีเพดาน, เปลี่ยนหลอดไฟ, ตัดแต่งกิ่งไม้สูงๆ หรือตากผ้าบนราวสูงๆ

  • ใช้บันไดช่วย: ถ้าต้องหยิบของสูง ให้ใช้บันไดปีนขึ้นไปให้ตัวเราอยู่ระดับเดียวกับของ แทนการเขย่งแล้วยืดแขนสุดเหยียดครับ


4. ปรับการแบก: ไหล่ไม่ใช่ตะขอแขวนของ

การสะพายกระเป๋าหนักๆ บนไหล่ข้างเดียว จะทำให้กล้ามเนื้อบ่าและไหล่ต้องเกร็งตัวสู้แรงโน้มถ่วงตลอดเวลา ส่งผลให้เลือดไม่เลี้ยงเส้นเอ็น และเกิดพังผืดตามมา

สิ่งที่ควรทำ:

  • สลับข้างสะพาย: หรือเปลี่ยนมาใช้เป้สะพายหลัง (Backpack) เพื่อกระจายน้ำหนัก

  • ถือของแนบลำตัว: ถ้าต้องหิ้วถุงหนัก ให้หิ้วแนบชิดลำตัว อย่ากางแขนออก


5. ปรับการขยับ: "อย่าหยุดขยับ" แต่ต้องขยับให้ถูก

ข้อนี้สำคัญมากครับ! คนไข้หลายคนพอปวดไหล่ ก็จะ "หนีบแขนแนบลำตัว" ไม่ยอมขยับเลย เพราะกลัวเจ็บ ผลคือ... ผ่านไป 2 สัปดาห์ "ไหล่ติดแข็ง" (Frozen Shoulder) ครับ ยกไม่ขึ้นถาวร แก้ยากกว่าเดิมอีก

สิ่งที่ควรทำ:

  • บริหารท่าลูกตุ้ม (Pendulum Exercise):

    • ยืนก้มตัวเล็กน้อย เอามือข้างดีเท้าโต๊ะไว้

    • ปล่อยแขนข้างที่เจ็บห้อยตกลงสู่พื้นตามแรงโน้มถ่วง (ทิ้งแขนให้หนักๆ)

    • แกว่งแขนเป็นวงกลมเล็กๆ หรือแกว่งหน้า-หลัง เบาๆ (ใช้แรงเหวี่ยงจากลำตัว ไม่ใช่เกร็งกล้ามเนื้อไหล่)

    • ทำบ่อยๆ วันละหลายรอบ เพื่อให้ข้อไหล่ขยับและน้ำเลี้ยงไหลเวียน โดยไม่บาดเจ็บ


สัญญาณเตือน: แบบไหนต้องมาหาหมอ?

ถ้าปรับพฤติกรรมแล้ว 2-3 สัปดาห์ยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการ:

  1. ปวดกลางคืนจนนอนไม่ได้ (Night Pain)

  2. แขนไม่มีแรง ยกแก้วน้ำยังสั่น

  3. ยกแขนไม่ขึ้น เหมือนมีอะไรมาล็อกไว้

ให้รีบมาตรวจนะครับ อาจจะต้องอัลตราซาวนด์ดูว่ามีเส้นเอ็นฉีกขาด หรือมีหินปูนเกาะหรือไม่ เพื่อวางแผนการรักษาขั้นต่อไป

ไหล่ของเราเป็นข้อต่อที่เคลื่อนไหวได้มากที่สุดในร่างกาย ดูแลเขาให้ดี ปรับการใช้งานให้นุ่มนวล แล้วเขาจะอยู่ใช้งานกับเราไปอีกนานครับ


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng

#ปวดไหล่ #เอ็นไหล่อักเสบ #ไหล่ติด #FrozenShoulder #RotatorCuff #กายภาพบำบัดไหล่ #นอนปวดไหล่ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ยกแขนไม่ขึ้น #ดูแลตัวเองปวดไหล่

Tuesday, December 9, 2025

เจ็บไหล่ด้านบน… ใช่ AC Joint Injury หรือเปล่า? แล้วถ้าข้อแยกเยอะ ต้องรักษาอย่างไร?

​



เจ็บไหล่ด้านบน… ใช่ AC Joint Injury หรือเปล่า? แล้วถ้าข้อแยกเยอะ ต้องรักษาอย่างไร?


“หมอครับ ผมล้มไหล่กระแทกพื้นแรง ตอนนี้ปวดตรงไหล่ด้านบน ยกแขนไม่ขึ้นเลย เห็นไหล่นูน ๆ เหมือนข้อแยก แบบนี้ร้ายแรงไหมครับ?”


หลายคนอาจไม่เคยได้ยินคำว่า “ข้อ AC” หรือ “AC Joint” แต่จริง ๆ แล้ว มันคือข้อเล็ก ๆ ที่สำคัญมาก เพราะเป็นจุดเชื่อมระหว่าง ไหปลาร้า (Clavicle) กับ หัวไหล่ (Acromion) นั่นเองครับ


AC Joint Injury คืออะไร?


คืออาการบาดเจ็บหรือการแยกตัวของข้อที่อยู่ระหว่างไหปลาร้ากับกระดูกหัวไหล่ โดยมากมักเกิดจาก การหกล้ม ไหล่กระแทก หรือจากกีฬา เช่น ปั่นจักรยาน ล้มจากบันได ชกมวย


ระดับความรุนแรงมีตั้งแต่แค่เคล็ดเล็กน้อย จนถึงข้อแยกแบบชัดเจนที่เห็นเป็นก้อนนูน ๆ ตรงไหล่เลยทีเดียว


อาการที่พบได้


  • ปวดเฉพาะจุดตรงไหล่ด้านบน
  • เจ็บเวลาเอื้อม ยกของ หรือยกแขนสูง ๆ
  • เห็นไหล่ผิดรูป นูนสูงขึ้น ถ้าข้อแยกมาก
  • กดตรงข้อ AC แล้วปวดจี๊ด



การแบ่งระดับความรุนแรงของ AC Joint Injury


AC Joint Injury แบ่งได้ 6 ระดับ (แต่ที่พบทั่วไปคือ Grade 1–3)


Grade 1 – เคล็ดหรือยืดของเอ็น AC ไม่มีการแยกของข้อ


Grade 2 – เอ็นฉีกบางส่วน มีช่องว่างของข้อเล็กน้อย


Grade 3 – เอ็นขาดทั้งหมด ไหปลาร้ายกสูง เห็นนูนชัดเจน


Grade 4 – ไหปลาร้าหลุดไปด้านหลังทะลุกล้ามเนื้อกับดัก (trapezius muscle) ซึ่งพบได้น้อย แต่รุนแรง ต้องผ่าตัด


Grade 5 – ไหปลาร้ายกสูงกว่าปกติมาก มีการฉีกขาดของเนื้อเยื่อรอบข้าง เห็นผิดรูปชัด ต้องผ่าตัด


Grade 6 – ไหปลาร้าหลุดลงใต้กระบอกไหล่ (rare) มักเกิดจากแรงกระแทกรุนแรงสูง ต้องผ่าตัดเช่นกัน


แนวทางการรักษาแต่ละระดับเป็นอย่างไร?


Grade 1–2 (ไม่แยกมาก):


  • รักษาแบบไม่ผ่าตัดได้
  • ประคบเย็นช่วง 48–72 ชม. แรก เพื่อลดบวม
  • ใช้ผ้าคล้องแขนพักไหล่ 1–2 สัปดาห์
  • เริ่มทำกายภาพบำบัดอย่างช้า ๆ หลังอาการปวดลดลง
  • ส่วนใหญ่หายดีใน 4–6 สัปดาห์



Grade 3 (ข้อแยกชัดเจน):


  • ในบางคนอาจรักษาโดยไม่ผ่าตัดได้ ถ้าไม่ใช่นักกีฬา หรืองานที่ใช้ไหล่หนัก
  • เริ่มจากพักข้อ และทำกายภาพ
  • ถ้าอาการไม่ดีขึ้น มีความผิดรูปมาก หรือมีอาการหลวมไหล่เรื้อรัง — อาจต้องผ่าตัด



Grade 4–6 (ข้อแยกมาก):


  • มักจำเป็นต้องผ่าตัด โดยเฉพาะในนักกีฬา หรือผู้ที่ต้องใช้งานไหล่เยอะ
  • การผ่าตัดจะเป็นการเย็บหรือล็อกเอ็นร่วมกับจัดกระดูกให้เข้าที่



หลังการรักษา ต้องดูแลตนเองอย่างไร?


  • งดยกของหนัก หรือเล่นกีฬาที่ใช้ไหล่ อย่างน้อย 6–8 สัปดาห์
  • กายภาพบำบัดเพื่อเสริมกล้ามเนื้อรอบหัวไหล่และปรับการเคลื่อนไหว
  • อย่ารีบกลับไปใช้งานหนักเกินไป เพราะอาจเกิดภาวะข้อหลวมเรื้อรังได้



พยากรณ์โรค


  • ถ้ารักษาถูกวิธี ส่วนใหญ่จะฟื้นตัวดี โดยเฉพาะในระดับ 1–2
  • ข้อแยกมาก (Grade 3 ขึ้นไป) อาจมีไหล่นูนถาวร แต่ไม่กระทบการใช้งานถ้าไม่มีอาการ
  • ในบางคนอาจมีอาการปวดเรื้อรัง หรือไหล่ไม่มั่นคง หากไม่ดูแลอย่างเหมาะสม



หมอฝากไว้ว่า…


AC Joint Injury เป็นอาการที่พบได้บ่อยจากการล้ม หรืออุบัติเหตุเล็กน้อย แต่หากมองข้าม อาจกลายเป็นปัญหาเรื้อรังได้


หากปวดไหล่ด้านบน นานเกิน 1–2 สัปดาห์ หรือเห็นผิดรูป ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจให้แน่ใจ และวางแผนการรักษาให้ถูกต้องครับ


“บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#เจ็บไหล่ด้านบน #ACjointinjury #ไหล่เคลื่อน #ข้อไหล่แยก #หมอกระดูก #หมอเก่ง


Sunday, December 7, 2025

ผ่าตัดเสร็จ กระดูกติดแล้ว...แต่ทำไมไหล่ "แข็งโป๊ก" ยกไม่ขึ้น!? ใครเพิ่งผ่าตัดไหล่ หรือมีญาติผู้ใหญ่กำลังพักฟื้น ต้องอ่าน! อย่าปล่อยให้ "ความกลัวเจ็บ" ทำลายโอกาสหาย พังผืดถามหาแก้ยากกว่ากระดูกหักนะครับ

 


ผ่าตัดเสร็จ กระดูกติดแล้ว...แต่ทำไมไหล่ "แข็งโป๊ก" ยกไม่ขึ้น!? ใครเพิ่งผ่าตัดไหล่ หรือมีญาติผู้ใหญ่กำลังพักฟื้น ต้องอ่าน! อย่าปล่อยให้ "ความกลัวเจ็บ" ทำลายโอกาสหาย พังผืดถามหาแก้ยากกว่ากระดูกหักนะครับ

กระดูกเชื่อมติดดีแล้ว...ทำไมไหล่ยังยกไม่ขึ้น? เรื่องจริงหลังผ่าตัดไหล่หัก ที่หมออยากให้คุณรู้ก่อนจะสายเกินแก้

สวัสดีครับแฟนเพจทุกท่าน วันนี้หมอเก่งมีเรื่องสำคัญที่อยากมาเล่าสู่กันฟัง เป็นเรื่องที่เจอบ่อยมากในคลินิก และมักจะสร้างความกังวลใจให้กับทั้งคนไข้และลูกหลานที่คอยดูแลครับ

ลองจินตนาการดูนะครับ ว่าเราหรือญาติผู้ใหญ่ ประสบอุบัติเหตุหกล้ม "กระดูกหัวไหล่หัก" เจ็บปวดทรมาน จนต้องตัดสินใจผ่าตัดใส่เหล็กดามกระดูก ผ่านไป 3-4 เดือน หมอบอกว่า "ข่าวดีครับ กระดูกติดดีแล้ว"

แต่พอจะยกแขนหวีผม หรือจะเอื้อมหยิบของหลังตู้ กลับทำไม่ได้! แขนติด ยกไม่ขึ้น กางไม่ออก เจ็บจี๊ดขึ้นมาทันที

ความรู้สึกตอนนั้นมันเหมือนตกเหวครับ... "ไหนว่าผ่าตัดแล้วจะหาย?" "หรือหมอผ่าไม่ดี?" "หรือเหล็กมันขัดกันอยู่?"

ถ้าคุณหรือคนที่คุณรักกำลังเจอสถานการณ์นี้ หมอขอบอกเลยว่า "อย่าเพิ่งตกใจ และคุณไม่ได้เป็นคนเดียวครับ" วันนี้หมอจะมาไขข้อข้องใจเรื่อง "ภาวะไหล่ติดหลังผ่าตัดกระดูกไหล่หัก" ให้ฟังกันแบบหมดเปลือกครับ

เรื่องเล่าจากห้องตรวจ: กรณีศึกษา "คุณป้าสมศรี"

เมื่อสัปดาห์ก่อน หมอเจอ "ป้าสมศรี" (นามสมมติ) อายุ 65 ปี เดินกุมไหล่ขวาเข้ามาด้วยสีหน้ากังวลสุดขีด ป้าเล่าว่าผ่าตัดดามเหล็กที่กระดูกต้นแขนขวาส่วนบนมาได้ 4 เดือนแล้ว

"หมอคะ ป้ากลุ้มใจมาก เอ็กซเรย์หมอเจ้าของไข้บอกว่ากระดูกติดสวยเลย แต่ทำไมป้ายังใส่เสื้อเองลำบาก ยกแขนสระผมก็ไม่ได้ มันตึงไปหมด พยายามฝืนยกก็ปวดจนน้ำตาเล็ด ป้าจะเป็นแบบนี้ไปตลอดชีวิตไหมคะ?"

ป้าสมศรีเล่าต่อว่า ช่วงแรกๆ หลังผ่าตัด "ไม่กล้าขยับ" เพราะกลัวเจ็บแผล และกลัวเหล็กจะหลุด เลยใส่ที่คล้องแขน (Arm Sling) ไว้ตลอดเวลาเกือบ 2 เดือน ทั้งตอนนอนและตอนตื่น ถอดเฉพาะตอนอาบน้ำ

พอฟังจบ หมอก็ร้องอ๋อเลยครับ... นี่แหละคือ "จุดเปลี่ยน" ที่ทำให้ป้าสมศรีต้องมาหาหมอในวันนี้

ความจริงที่ต้องรู้: ทำไมกระดูกติด แต่ไหล่ถึงติด?

หมอขออธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ นะครับ ข้อไหล่ของคนเรา เปรียบเสมือน "บานพับประตู" ที่มีความพิเศษ คือหมุนได้รอบทิศทาง แต่บานพับนี้มันมีความละเอียดอ่อนมาก

เมื่อเกิดการบาดเจ็บรุนแรงอย่างกระดูกหัก และมีการผ่าตัด เนื้อเยื่อบริเวณนั้นจะมีการอักเสบ มีเลือดออก และบวม ซึ่งเป็นกระบวนการซ่อมแซมตามธรรมชาติ

แต่สิ่งหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นมาพร้อมกับการซ่อมแซม คือ "พังผืด" (Scar tissue) ครับ

ลองนึกภาพ "กาวตราช้าง" ที่หยดลงไปในบานพับประตูครับ ช่วงแรกกาวมันยังไม่แห้ง เรายังพอขยับได้ แต่ถ้าเรา "ไม่ขยับ" บานพับนั้นเลยเป็นเวลานานๆ กาวก็จะแห้งแข็ง ทำให้บานพับนั้นติดตาย ขยับไม่ได้ หรือขยับได้ยากมาก

ในกรณีของป้าสมศรี การที่ "กลัวเจ็บ" จน "ไม่กล้าขยับ" นานเกินไป ทำให้พังผืดที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด ไปยึดเกาะเนื้อเยื่อรอบข้อไหล่จนแน่นหนา ทำให้ถุงหุ้มข้อไหล่ที่เคยยืดหยุ่น หดตัวเล็กลงและแข็งตัวครับ

นี่คือสาเหตุที่แท้จริง ไม่ใช่เพราะผ่าตัดไม่ดี หรือเหล็กขัดกัน แต่เป็นเพราะ "สนิมเนื้อเยื่อ" ที่เราเผลอสร้างมันขึ้นมาจากการอยู่นิ่งๆ นั่นเองครับ

เจาะลึก: โรคนี้คืออะไรและเกิดขึ้นได้อย่างไร? (Pathogenesis)

ภาวะไหล่ติดหลังผ่าตัด (Post-operative Stiff Shoulder) คือภาวะที่ข้อไหล่มีพิสัยการเคลื่อนไหวลดลง ทั้งการยกแขนไปข้างหน้า การกางแขน หรือการหมุนแขน

กลไกการเกิดโรค:

  1. การบาดเจ็บเริ่มต้น: แรงกระแทกจากการหักและการผ่าตัด ทำให้เนื้อเยื่อบวมและอักเสบ
  2. ระยะพักฟื้น: ร่างกายสร้างคอลลาเจนมาซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
  3. ภาวะขาดการเคลื่อนไหว (Immobilization): หากไม่มีการขยับข้อไหล่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม คอลลาเจนเหล่านั้นจะเรียงตัวสะเปะสะปะ กลายเป็นพังผืดหนาตัว ยึดติดกับถุงหุ้มข้อไหล่ (Capsule)
  4. วงจรความเจ็บปวด: พอเริ่มติด จะขยับก็เจ็บ พอเจ็บก็ไม่อยากขยับ พอไม่ขยับก็ยิ่งติด วนไปเป็นวงจรอุบาทว์ครับ

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นหนักขึ้น:

  • ความกลัว: กลัวเจ็บ กลัวเหล็กหลุด จนไม่ยอมทำกายภาพ
  • อายุ: ผู้สูงอายุ เนื้อเยื่อจะมีความยืดหยุ่นน้อยกว่า
  • โรคประจำตัว: เบาหวาน (ตัวร้ายเลยครับ ทำให้พังผืดหนาตัวง่ายกว่าคนปกติ), โรคไทรอยด์
  • ระยะเวลาใส่ที่คล้องแขน: ใส่นานเกินความจำเป็น (ปกติแพทย์จะให้ใส่เพื่อลดปวดช่วงแรก แต่ต้องถอดมาบริหารดั่งที่แพทย์สั่ง)

อาการสัญญาณเตือน: แบบนี้แหละ "ไหล่ติด"

  1. ยกไม่สุด: ยกแขนขึ้นเหนือศีรษะไม่ได้เหมือนอีกข้าง จะรู้สึกเหมือนมีอะไรมา "ยัน" หรือ "ล็อก" ไว้ที่ไหล่
  2. กางไม่ออก: กางแขนออกด้านข้างได้ไม่ถึงระดับไหล่ เวลาจะหยิบของด้านข้างต้องเอียงตัวช่วย
  3. หมุนไม่ได้: ท่าที่ทำยากที่สุดคือ "เอามาไพล่หลัง" (เช่น ติดตะขอเสื้อใน ล้วงกระเป๋าหลัง) หรือ "หวีผม"
  4. ปวด: จะปวดตื้อๆ ลึกๆ ในไหล่ และจะ "ปวดจี๊ด" รุนแรงเมื่อพยายามขยับเกินจุดที่ติด

การตรวจวินิจฉัย: ต้องทำอะไรบ้าง?

เมื่อมาพบหมอกระดูกและข้อ หมอจะทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ เพื่อความละเอียดรอบคอบ

  1. ซักประวัติและตรวจร่างกาย:
    • หมอจะจับแขนคนไข้ยกดู (Passive motion) เพื่อแยกว่าที่ยกไม่ได้เพราะ "ไม่มีแรง" (เส้นเอ็นขาด/เส้นประสาทบาดเจ็บ) หรือเพราะ "ข้อติด" จริงๆ
    • ถ้าหมอจับยกแล้วมัน "แข็งโป๊ก" ไปต่อไม่ได้เหมือนติดกำแพง แสดงว่าเป็นข้อไหล่ติดครับ
  2. เอกซเรย์ (X-ray):
    • เพื่อดูว่ากระดูกที่หักนั้น เชื่อมติดดีหรือยัง (Union)
    • ดูตำแหน่งของเหล็กดามกระดูก (Plate and Screws) ว่ามีตัวไหนถอน หรือมีหัวสกรูตัวไหนโผล่เข้าไปในข้อไหล่จนไปขัดขวางการเคลื่อนไหวหรือไม่
  3. การตรวจพิเศษ (CT Scan หรือ MRI):
    • CT Scan: มักใช้ในกรณีที่สงสัยว่ากระดูกติดผิดรูป หรือต้องการดูตำแหน่งหัวสกรูให้ชัดเจนแบบ 3 มิติ
    • MRI: จะทำเมื่อสงสัยว่ามี "เส้นเอ็นไหล่ขาด" ร่วมด้วยหรือไม่ แต่ในกรณีไหล่ติดหลังผ่าตัด ส่วนใหญ่การตรวจร่างกายและ X-ray ก็เพียงพอแล้วครับ

แนวทางการรักษา: กู้คืนอิสรภาพให้หัวไหล่

ข่าวดีครับ! ภาวะนี้รักษาได้ แต่ต้องใช้ "ความอดทน" และ "วินัย" สูงมาก หมอแบ่งการรักษาเป็นขั้นบันไดดังนี้ครับ

ขั้นที่ 1: การรักษาแบบไม่ผ่าตัด (หัวใจสำคัญที่สุด)

  • กายภาพบำบัด (Rehabilitation): นี่คือพระเอกตัวจริงครับ
    • Stretching (ยืดเหยียด): ต้องยืดถุงหุ้มข้อให้คลายตัว ท่าที่แนะนำคือ "ท่าไต่ผนัง" (Wall climbing) และ "ท่ารอก" (Pulley)
    • ทำบ่อยแค่ไหน? หมอจะบอกคนไข้เสมอว่า "เหมือนทานยา" คือ เช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน รอบละ 10-15 นาที
    • หลักการ: "เจ็บทนได้" คือต้องดัดให้รู้สึกตึงๆ เจ็บนิดๆ แล้วค้างไว้ 10-20 วินาที ถ้าไม่เจ็บเลย แปลว่าไม่ได้ผลครับ
  • ยารับประทาน:
    • ยาแก้ปวด/ลดอักเสบ (NSAIDs): ทานเพื่อ "ลดปวดให้พอกายภาพไหว" ไม่ใช่ทานให้หายปวดแล้วไปนอนเฉยๆ นะครับ
    • ยาคลายกล้ามเนื้อ ช่วยลดอาการเกร็งตัว
  • การประคบ:
    • ก่อนบริหาร: ประคบ อุ่น เพื่อให้เนื้อเยื่อคลายตัว ยืดหยุ่นดีขึ้น
    • หลังบริหาร (ถ้าปวดระบม): ประคบ เย็น เพื่อลดการอักเสบ

ขั้นที่ 2: การฉีดยา (Intervention)

  • หากกายภาพแล้วยังปวดมาก หรือติดมาก หมออาจพิจารณา ฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อไหล่ (Intra-articular injection) เพื่อลดการอักเสบรุนแรง ลดบวม ทำให้คนไข้สามารถไปทำกายภาพต่อได้ดีขึ้น
  • ปัจจุบันมีการใช้ Ultrasound นำทางในการฉีด เพื่อความแม่นยำ 100% ไม่ไปโดนเส้นเอ็นครับ

ขั้นที่ 3: การดัดข้อไหล่ภายใต้การดมยาสลบ (Manipulation under Anesthesia - MUA)

  • ถ้ากายภาพ 3-6 เดือนแล้วไม่ดีขึ้น หมออาจนัดมาดมยาสลบ (คนไข้จะไม่เจ็บเลย) แล้วหมอจะทำการ "ดัด" ข้อไหล่ให้พังผืดที่ยึดติดอยู่ฉีกขาดออกจากกัน ทำให้ข้อขยับได้ทันที วิธีนี้ได้ผลดีแต่ต้องระวังในคนทีกระดูกยังไม่แข็งแรงมากพอ

ขั้นที่ 4: การผ่าตัดส่องกล้อง (Arthroscopic Capsular Release)

  • เป็นไม้ตายสุดท้ายครับ คือการเจาะรูเล็กๆ ส่องกล้องเข้าไป "เลาะพังผืด" ที่หนาตัวออก และตัดถุงหุ้มข้อส่วนที่หดรั้ง ให้คลายตัว วิธีนี้แผลเล็ก ฟื้นตัวไว และได้ผลดีมากในรายที่เป็นหนักๆ

การพยากรณ์โรค: จะหายขาดไหม?

  • หายได้ครับ: ส่วนใหญ่ 80-90% อาการดีขึ้นได้ด้วยการกายภาพบำบัดที่ถูกวิธี ภายในเวลา 3-6 เดือน
  • อาจไม่ 100%: ในบางรายที่กระดูกหักรุนแรงมาก หรือข้อไหล่เสียรูปไปบ้าง องศาการเคลื่อนไหวอาจกลับมาได้ไม่เท่าข้างปกติเป๊ะๆ แต่จะสามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้ (Functional ROM) เช่น หวีผมได้ ตักข้าวเข้าปากได้ เข้าห้องน้ำได้ ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จในการรักษาครับ

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

  1. Complex Regional Pain Syndrome (CRPS): อาการปวดแสบปวดร้อน มือบวม แดง ผิวหนังเปลี่ยนสี ซึ่งเกิดจากระบบประสาทตื่นตัวผิดปกติหลังผ่าตัด ต้องรีบรักษา
  2. เหล็กหัก/ถอน: หากรีบดัดรุนแรงเกินไปในขณะที่กระดูกยังไม่ติดสนิท
  3. กระดูกต้นแขนหักซ้ำ (Refracture): เกิดจากการดัดข้อไหล่ที่รุนแรงเกินไปในผู้ที่มีกระดูกพรุน

บทส่งท้าย: 

หมออยากบอกว่า การผ่าตัดดามเหล็กเป็นเพียง "จุดเริ่มต้น" ของการรักษาครับ แต่ "ความสำเร็จ" ที่แท้จริง อยู่ที่การดูแลหลังผ่าตัด

การที่ไหล่ติด ไม่ใช่ทางตันครับ มันเป็นเหมือน "สนิม" ที่เกาะบานพับ ถ้าเราหมั่นขยับ หยอดน้ำมัน (กายภาพ) ทุกวัน สนิมก็จะหลุดออก บานพับก็จะกลับมาลื่นไหลได้เหมือนเดิม

อย่ากลัวเจ็บจนเสียโอกาสที่จะหาย... เพราะ "เจ็บตอนดัด ดีกว่าติดไปตลอดชีวิต" นะครับ

ขอเป็นกำลังใจให้คนสู้ชีวิตที่กำลังทำกายภาพทุกท่านครับ สู้ๆ ครับ!

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ไหล่ติด #กระดูกหัก #กายภาพบำบัด #ผ่าตัดไหล่ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดไหล่ #ProximalHumerusFracture #StiffShoulder

Friday, December 5, 2025

เบาหวาน... ทำไมถึงพาลให้ "ไหล่ติด"? (ภัยเงียบที่คนน้ำตาลสูงต้องระวัง!)

 


เบาหวาน... ทำไมถึงพาลให้ "ไหล่ติด"? (ภัยเงียบที่คนน้ำตาลสูงต้องระวัง!)

"หมอครับ ป้าเป็นเบาหวานมานานแล้ว ช่วงนี้ไม่ได้ไปยกของหนักอะไรเลย แต่อยู่ดีๆ ไหล่ขวาก็เจ็บ ยกแขนสระผมแทบไม่ได้ จะเอื้อมมือไปรูดซิปเสื้อด้านหลังนี่ยิ่งทรมาน... ป้าไปทำอะไรผิดมาคะ หรือว่าเบาหวานมันลามมาที่ไหล่?"

คำตอบคือ... "ใช่ครับคุณป้า! เบาหวานมันลามมาที่ไหล่จริงๆ"

นี่คือความจริงที่น่าตกใจครับ ผู้ป่วยเบาหวาน มีโอกาสเป็นโรค "ข้อไหล่ติด" (Frozen Shoulder) มากกว่าคนทั่วไปถึง 5 เท่า!

ความสัมพันธ์ระหว่าง "น้ำตาลในเลือด" กับ "เส้นเอ็นหัวไหล่" ว่ามันไปจับมือกันตอนไหน ถึงทำให้เราเจ็บตัวขนาดนี้ครับ

เรื่องเล่าจากห้องตรวจ: ลุงสมศักดิ์กับเสื้อที่ใส่ไม่ได้

คุณลุงสมศักดิ์ (นามสมมติ) อายุ 58 ปี เป็นเบาหวานมา 15 ปี คุมน้ำตาลบ้างไม่คุมบ้าง วันนี้เดินไหล่ห่อเข้ามาหาหมอ แกบอกว่า "หมอ... ลุงใส่เสื้อยืดไม่ได้มา 3 เดือนแล้ว ต้องให้เมียช่วยใส่ให้ตลอด เพราะมันยกแขนไม่ขึ้น มันติดกึกเลย เจ็บด้วย"

พอลองจับแขนลุงยกดู ปรากฏว่าไหล่แข็งโป๊กเหมือนโดนแช่แข็ง ขยับได้นิดเดียวจริงๆ ครับ เคสนี้ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ แต่เกิดจาก "น้ำตาล" ที่สะสมมานาน เข้าไปทำลายโครงสร้างข้อไหล่จนพังยับเยินครับ

ทำไม "น้ำตาล" ถึงทำให้ "ไหล่ติด"?

ลองจินตนาการดูนะครับ... ปกติข้อไหล่ของเราจะมี "เยื่อหุ้มข้อ" (Capsule) ที่มีความยืดหยุ่นเหมือน "หนังยาง" ทำให้เราหมุนแขนได้รอบทิศ

แต่ในคนที่เป็นเบาหวาน และมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง:

  1. น้ำตาลเชื่อมกาว (Glycation): โมเลกุลน้ำตาลส่วนเกิน จะเข้าไปเกาะติดกับ "คอลลาเจน" ที่อยู่ในเยื่อหุ้มข้อไหล่... เปรียบเหมือนเราเอา "น้ำเชื่อมเหนียวๆ" ไปราดใส่หนังยาง
  2. แข็งและหนาตัว: พอโดนน้ำตาลเกาะนานๆ เยื่อหุ้มข้อที่เคยยืดหยุ่น จะเริ่ม "หนาตัวขึ้น แข็งขึ้น และหดรัดตัว" (เหมือนพลาสติกโดนความร้อนแล้วหด)
  3. ขยับไม่ได้: ผลสุดท้ายคือ ข้อไหล่ถูกรัดแน่นจนขยับไม่ได้ เกิดการอักเสบ และกลายเป็นโรค "ไหล่ติด" ในที่สุดครับ

อาการ 3 ระยะ ของคนไหล่ติด (เช็คด่วน!)

โรคนี้ไม่ได้เป็นปุ๊บติดปั๊บ แต่จะค่อยๆ มาเยือนทีละขั้น:

  • ระยะที่ 1: ระยะเจ็บ (Freezing) ❄️
    • ปวดไหล่มาก โดยเฉพาะตอนกลางคืน หรือตอนนอนทับไหล่
    • เริ่มยกแขนสุดไม่ได้ แต่ยังพอฝืนได้
    • (ระยะนี้คนมักนึกว่านอนผิดท่า กินยาแก้ปวดแล้วเฉยๆ)
  • ระยะที่ 2: ระยะติดแข็ง (Frozen) 🧊
    • ความปวดเริ่มลดลง แต่ "ความแข็ง" เข้ามาแทนที่
    • ไหล่ติดหนึบ! ยกแขนหวีผมไม่ได้ เอื้อมมือเกาหลังไม่ได้ ใส่เสื้อชั้นในลำบาก
    • ชีวิตประจำวันลำบากมาก หงุดหงิดตัวเอง
  • ระยะที่ 3: ระยะคลายตัว (Thawing) ☀️
    • อาการแข็งจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง (แต่ใช้เวลานานมาก เป็นปีๆ หรือบางคนก็ไม่หายขาดถ้าไม่รักษา)

ทางออกของคนเบาหวาน: ทำยังไงให้ไหล่หลุด ?

การรักษาคนเป็นเบาหวาน จะยากกว่าคนทั่วไปนิดหน่อยครับ เพราะตราบใดที่ "น้ำตาลยังสูง" การซ่อมแซมร่างกายจะทำได้ช้า

  1. คุมน้ำตาลให้เป๊ะ (สำคัญที่สุด): 🎯
    • ถ้า HbA1c (น้ำตาลสะสม) ยังสูงปรี๊ด... รักษายังไงก็หายยากครับ เพราะกาวน้ำตาลยังถูกเติมเข้ามาเรื่อยๆ ต้องตัดวงจรนี้ก่อน
  2. กายภาพบำบัด (ต้องอดทน): 🧘‍♂️
    • ต้องหมั่น "ยืดเหยียด" เยื่อหุ้มข้อทุกวัน (ท่าไต่กำแพง, ท่าใช้ไม้พลอง) เพื่อยืดหนังยางที่หดตัวให้คลายออก
    • เจ็บนิดหน่อยต้องทนครับ ถ้ากลัวเจ็บจนไม่ขยับเลย ไหล่จะยิ่งติดถาวร
  3. การรักษาทางการแพทย์:
    • ยา: ยาลดอักเสบ (ต้องระวังโรคไตในคนเป็นเบาหวาน)
    • ฉีดสเตียรอยด์: หมอจะระวังมากในคนเบาหวาน เพราะฉีดแล้วน้ำตาลอาจพุ่งได้ชั่วคราว (แต่ถ้าปวดมากจริงๆ ก็ฉีดได้ โดยต้องติดตามน้ำตาลใกล้ชิด)
    • ผ่าตัดส่องกล้อง: ถ้าทำทุกทางแล้วไม่หาย (ผ่านไป 6 เดือน) หมออาจต้องส่องกล้องเข้าไป "ตัดพังผืด" ที่รัดข้อไหล่ออก เพื่อคืนอิสระให้แขนครับ

บทส่งท้าย

ใครที่เป็นเบาหวาน... อย่ามัวแต่ก้มดูเท้า (กลัวแผล) จนลืมเงยหน้าดูไหล่นะครับ ถ้าเริ่มรู้สึกว่า "ตึงๆ ไหล่" เอื้อมมือหยิบของลำบาก อย่ารอให้ติดหนึบ! รีบมาหาหมอ พร้อมกับคุมอาหารลดน้ำตาลทันที

จำไว้นะครับ... "ลดหวาน ไหล่ก็หายห่วง" ครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng

#ไหล่ติด #FrozenShoulder #เบาหวาน #ข้อไหล่ติด #เบาหวานไหล่ติด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #DoctorKeng

ปวดไหล่... อย่าเพิ่งรีบไป "นวด" ถ้ายังไม่รู้สาเหตุ! วินิจฉัยให้ถูกก่อน ค่อยรักษา (เจ็บน้อยกว่า หายไวกว่า)

 


ปวดไหล่... อย่าเพิ่งรีบไป "นวด" ถ้ายังไม่รู้สาเหตุ! วินิจฉัยให้ถูกก่อน ค่อยรักษา (เจ็บน้อยกว่า หายไวกว่า)

เคยไหมครับ? ยกแขนสระผมก็เจ็บ เอื้อมมือไปรูดซิปด้านหลังก็แปล๊บ หรือแค่นอนตะแคงทับไหล่ก็นอนไม่หลับเพราะปวดตุบๆ

พอปวดปุ๊บ... สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคือ "ร้านนวด" "ไปนวดจับเส้นหน่อย เดี๋ยวก็หาย" "สงสัยเส้นยึด ไปดัดหน่อยน่าจะดี"

หมออยากจะบอกด้วยความห่วงใยว่า "ช้าก่อนครับ!" การนวดหรือทำกายภาพบำบัดเป็นเรื่องดี แต่ถ้าเรายังไม่รู้ว่าข้างในไหล่เราเกิดอะไรขึ้น การไปนวดแรงๆ หรือดัดแขนผิดจังหวะ อาจเปลี่ยนจาก "ไหล่อักเสบ" ให้กลายเป็น "เอ็นฉีกขาด" ได้เลยนะครับ

วันนี้หมอเก่งจะพามาดูว่า ก่อนจะเริ่มรักษา เราควรตรวจเช็คอะไรบ้าง เพื่อให้รู้ลึก รู้จริง และรักษาได้ตรงจุดครับ

เรื่องเล่าจากห้องตรวจ: คุณลุงวินัย นักนวดมาราธอน

คุณลุงวินัย (นามสมมติ) อายุ 60 ปี มาหาหมอด้วยอาการแขนขวายกไม่ขึ้นเลยครับ แขนลีบลงอย่างเห็นได้ชัด คุณลุงเล่าว่า "ปวดไหล่มา 6 เดือนแล้วหมอ นึกว่าเส้นจม เลยไปนวดตอกเส้น ไปดัดไหล่ อาทิตย์ละ 2 ครั้ง นวดทีระบมไปทั้งตัว แรกๆ ก็เหมือนจะเบาลง แต่พอผ่านไปสักพัก มันยกไม่ขึ้นเลย"

พอหมอตรวจละเอียดและอัลตราซาวด์ดู ปรากฏว่า "เส้นเอ็นไหล่ขาดขนาดใหญ่" ครับ... การไปนวดดัดแรงๆ ตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา มันไปกระตุ้นให้รอยฉีกที่อาจจะเล็กนิดเดียวในตอนแรก กลายเป็นรอยขาดกว้างจนต้องผ่าตัดเย็บซ่อม

ถ้าคุณลุงมาตรวจตั้งแต่วันแรก... เรื่องราวอาจจะจบแค่การฉียา หรือกายภาพเบาๆ ก็ได้ครับ

ทำไม "ไหล่" ถึงเป็นอวัยวะที่เจ้าปัญหา?

ข้อไหล่เป็นข้อที่เคลื่อนไหวได้มากที่สุดในร่างกาย (หมุนได้ 360 องศา) แต่ความอิสระนี้ก็แลกมาด้วยความ "เปราะบาง" ครับ ภายในไหล่ไม่ได้มีแค่กล้ามเนื้อ แต่ประกอบด้วย:

  • กระดูก (ที่อาจงอกมาทิ่มตำเอ็น)

  • เส้นเอ็น (ที่เป็นเส้นเล็กๆ เหมือนเชือก คอยยกแขน)

  • ถุงน้ำ (ที่อักเสบได้ง่าย)

อาการ "ปวด" ภายนอกดูเหมือนกันหมด แต่ "ต้นตอ" ข้างในต่างกันคนละขั้ว การรักษาจึงต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ

ขั้นตอนการวินิจฉัย: ไม่ยุ่งยาก ไม่เจ็บ และรู้ผลไว

การหาสาเหตุปวดไหล่สมัยนี้ง่ายมากครับ หมอมีเครื่องมือเหมือน "ตาที่ 3" ที่มองทะลุผิวหนังเข้าไปเห็นปัญหาได้เลย

1. การตรวจร่างกาย (Physical Examination) หมอจะขยับแขนคุณในท่าต่างๆ (ไม่ต้องกลัวเจ็บนะครับ หมอจะทำเบาๆ) เพื่อดูว่า:

  • ติดขัดที่องศาไหน?

  • เจ็บเมื่อออกแรงต้านทิศทางไหน?

  • จุดกดเจ็บอยู่ตรงไหน? การขยับนี้ช่วยบอกได้คร่าวๆ แล้วครับว่า น่าจะเป็นที่ "เส้นเอ็น" หรือ "ข้อไหล่ติด"

2. เอกซเรย์ (X-ray): ดูโครงสร้างบ้าน การเอกซเรย์ เหมือนการถ่ายรูปโครงสร้างบ้านครับ

  • เห็นอะไร? เห็นกระดูก รูปทรงข้อต่อ หินปูนที่เกาะกระดูก หรือกระดูกงอก

  • ไม่เห็นอะไร? ไม่เห็นเส้นเอ็น ไม่เห็นกล้ามเนื้อ

  • เหมาะกับ: คนที่สงสัยว่าข้อเสื่อม กระดูกงอกทิ่มเอ็น หรือมีหินปูนก้อนใหญ่ๆ

3. อัลตราซาวด์ (Ultrasound): ตาที่ 3 ของหมอกระดูก อันนี้คือทีเด็ดครับ! หมอใช้บ่อยมาก เพราะราคาไม่แพง ไม่ต้องนอนอุโมงค์ และเห็นผลทันที

  • เห็นอะไร? เห็น "เนื้อเยื่อ" ครับ เห็นเส้นเอ็นว่าบวมไหม ฉีกหรือเปล่า มีน้ำในข้อไหม หรือมีถุงน้ำอักเสบไหม

  • ข้อดีสุดๆ: คือตรวจแบบ Dynamic ได้ คือหมอสามารถให้คนไข้ขยับแขนไปมาขณะตรวจ เพื่อดูว่าเวลาขยับ เส้นเอ็นมันไปสีกับกระดูกตรงไหน หรือมันติดขัดยังไง ซึ่ง MRI ทำไม่ได้ (เพราะ MRI ต้องนอนนิ่งๆ)

4. MRI (อุโมงค์แม่เหล็ก): เห็นทุกอณู อันนี้คือมาตรฐานสูงสุดครับ (Gold Standard)

  • เห็นอะไร? เห็นทุกอย่างแบบ 3 มิติ ชัดเจนมาก ทั้งกระดูก เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ กระดูกอ่อน

  • เหมาะกับ: คนที่วางแผนจะผ่าตัด หรือเคสยากๆ ที่อัลตราซาวด์แล้วยังไม่แน่ใจ หรือสงสัยรอยโรคที่อยู่ลึกมากๆ

สรุป: ปวดแบบนี้ น่าจะเป็นอะไร? (วินิจฉัยเบื้องต้นด้วยตัวเอง)

  • ปวดตื้อๆ ลึกๆ ยกแขนสุดแล้วเจ็บ + กลางคืนปวดมาก: มักเป็น "ข้อไหล่ติด" (Frozen Shoulder)

  • ปวดแปล๊บเวลาตะแคงทับ หรือยกแขนในท่าเฉพาะ: มักเป็น "เส้นเอ็นไหล่อักเสบ" (Rotator Cuff Tendinitis)

  • แขนไม่มีแรง ยกไม่ขึ้นเลย: ระวัง "เส้นเอ็นไหล่ฉีกขาด" (Rotator Cuff Tear)

  • ปวดจี๊ดเหมือนเข็มทิ่ม ขยับไม่ได้เลย (เป็นทันที): อาจเป็น "หินปูนเกาะเส้นเอ็น" (Calcific Tendinitis)

รักษาให้ตรงจุด... จบปัญหาง่ายกว่าที่คิด

พอเรารู้แล้วว่า "อะไรเสีย" เราก็ซ่อมตรงนั้นครับ

  • ถ้าแค่กล้ามเนื้อตึง: นวดได้ กายภาพได้ ประคบอุ่นได้

  • ถ้าเส้นเอ็นอักเสบ: กินยาลดอักเสบ หรือทำกายภาพด้วยเครื่องมือ (Ultrasound/Laser)

  • ถ้ามีถุงน้ำหรือหินปูน: การ "ฉีดยา" (โดยใช้อัลตราซาวด์นำวิถี) แม่นยำมากครับ จิ้มไปที่จุดอักเสบเป๊ะๆ อาการดีขึ้นทันตาเห็น

  • ถ้าเอ็นขาด: อาจต้องพิจารณา "ผ่าตัดส่องกล้อง" แผลเล็กนิดเดียว เพื่อเย็บซ่อมให้กลับมาใช้งานได้

บทส่งท้ายจากใจหมอ

"ไหล่" คืออวัยวะที่ช่วยให้เราโอบกอดคนที่เรารัก และหยิบจับสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ในชีวิตครับ

ถ้าเริ่มรู้สึกเจ็บ... อย่าฝืน อย่าเดา และอย่าเพิ่งรีบไปนวดแรงๆ จนกว่าจะมั่นใจว่าข้างในไม่ได้ฉีกขาด แวะมาให้หมอตรวจเช็คสักนิด (ใช้เวลาไม่นานครับ) แค่ได้รู้สาเหตุที่แท้จริง ความกังวลก็จะหายไป และการรักษาก็จะง่ายขึ้นเยอะเลยครับ

ดูแลไหล่ให้ดี แล้วไหล่จะอยู่ดูแลเราไปอีกนานครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng

#ปวดไหล่ #เอ็นไหล่ฉีก #ไหล่ติด #อัลตราซาวด์ไหล่ #กายภาพบำบัด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #DoctorKeng

Monday, December 1, 2025

ปวดไหล่ ไหล่ติด เอกซเรย์พบข้อไหล่เสื่อม อัลตราซาวด์พบเส้นเอ็นไหล่ขาด: ทำไมถึงเกิดขึ้นพร้อมกันได้?

 



ปวดไหล่ ไหล่ติด เอกซเรย์พบข้อไหล่เสื่อม อัลตราซาวด์พบเส้นเอ็นไหล่ขาด: ทำไมถึงเกิดขึ้นพร้อมกันได้?

หลายคนเริ่มจากอาการ “ไหล่ตึง ๆ ยกแขนไม่ขึ้น” คิดว่าแค่เมื่อยจากการใช้งาน แต่พอเวลาผ่านไปกลับปวดมากขึ้น ขยับแขนลำบาก จนเสื้อผ้าก็ใส่ยาก จะเอื้อมมือไปหลังตัวก็ไม่ได้ จนกลายเป็นอาการที่หลายคนเรียกว่า “ไหล่ติด”

เมื่อมาตรวจ บางรายพบว่ามีปัญหามากกว่าที่คิด ทั้ง ข้อไหล่เสื่อมจากเอกซเรย์ และ เส้นเอ็นไหล่ขาดจากอัลตราซาวด์ทำให้สงสัยว่า 2–3 โรคนี้เกี่ยวกันอย่างไร และต้องรักษาแบบไหนกันแน่

เคสตัวอย่างที่คล้ายกันในคลินิก

คุณอรวี อายุ 63 ปี ปวดไหล่มาหลายเดือน ยกแขนสูงไม่ขึ้น ตอนแรกคิดว่าแค่นอนทับหรือใช้งานมากไป จึงทายา นวด ประคบเองอยู่หลายเดือน อาการไม่ดีขึ้นจนปวดตอนกลางคืน ต้องลุกขึ้นมาขยับไหล่บ่อย ๆ

เมื่อตรวจพบว่า

  • เอกซเรย์มีภาวะข้อไหล่เสื่อมเริ่มต้น

  • อัลตราซาวด์พบเส้นเอ็นไหล่ส่วนหน้าและส่วนบนขาดบางส่วน

  • มีอาการ “ไหล่ติด” ร่วมด้วย ทำให้ยกแขนไม่สุด

สาเหตุจริง ๆ คือเส้นเอ็นที่ขาดทำให้ข้อไหล่ไม่มั่นคง ขยับแล้วเจ็บจนไม่อยากขยับ พอนานเข้าก็เกิดไหล่ติดตามมา

อธิบายแบบง่าย: ข้อไหล่เสื่อม + เส้นเอ็นขาด + ไหล่ติด เกี่ยวกันอย่างไร?

ลองนึกภาพไหล่เป็น "ลูกกลม ๆ" ที่วางอยู่บน "จานรอง" เส้นเอ็นรอบ ๆ ทำหน้าที่เหมือนเชือกหลายเส้นช่วยดึงให้ลูกบอลอยู่ตรงกลางและหมุนได้ลื่น

  • เมื่อ ข้อไหล่เสื่อม ผิวข้อจะสึก ไม่เรียบ ขยับมีเสียงดัง กรอบแกรบ เจ็บเวลาใช้งาน

  • เมื่อ เส้นเอ็นขาด ลูกบอลจะไม่ถูกดึงให้อยู่ตรงกลาง ทำให้เคลื่อนผิดแนวเวลาใช้งาน และเจ็บทุกครั้งที่ยกแขน

  • เมื่อยิ่งเจ็บ ก็ยิ่ง "ไม่กล้าขยับ" ข้อไหล่จึงแข็ง ตึง กลายเป็น ไหล่ติด ในที่สุด

จึงไม่แปลกที่หลายคนจะเป็นทั้ง 3 เรื่องพร้อมกัน

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้

  • อายุที่มากขึ้นทำให้เส้นเอ็นบางลงและฉีกขาดง่าย

  • ใช้งานไหล่มาก เช่น ยกของ เล่นกีฬา ยกแขนสูงซ้ำ ๆ

  • นั่งทำงานหลังค่อมเป็นเวลานาน ทำให้ไหล่หมุนเข้ามากเกินไป

  • เคยหกล้ม หรือลื่นแล้วเอามือยันพื้นแรง ๆ

  • ข้อไหล่เสื่อมตามอายุ ทำให้เส้นเอ็นถูกเสียดสีเรื่อย ๆ จนขาด

อาการที่บอกว่าอาจมีเส้นเอ็นฉีกหรือไหล่ติดร่วมด้วย

  • ปวดไหล่ตอนยกแขนข้างตัว หรือยกแขนเหนือศีรษะ

  • นอนตะแคงข้างที่เจ็บไม่ได้

  • ขยับไหล่แล้วมีเสียงดังกรอบแกรบ

  • ยกแขนขึ้นได้ครึ่งเดียว หรือติดค้างกลางทาง

  • ปวดมากตอนกลางคืน

  • เอื้อมมือไปด้านหลังไม่ได้ เช่น ติดเสื้อใน ติดกระเป๋าหลัง

ถ้ามีหลายอาการร่วมกัน ควรตรวจทันทีเพื่อแยกว่าเป็นเพราะข้อเสื่อมหรือเส้นเอ็นขาด

การตรวจวินิจฉัยแบบครอบคลุม

1) ตรวจร่างกาย

แพทย์จะทดสอบการยกแขน หมุนไหล่ และดูจุดกดเจ็บเฉพาะตำแหน่ง

2) เอกซเรย์ไหล่

ช่วยดูความเสื่อมของข้อ ดูแนวของกระดูก และหากมีหินปูนเกาะเส้นเอ็น

3) อัลตราซาวด์

ใช้ดูเส้นเอ็นรอบข้อไหล่ว่าขาดบางส่วนหรือขาดเต็มเส้น เห็นได้ชัดเจนแบบเคลื่อนไหวจริง

4) เอ็มอาร์ไอ (เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า)

จำเป็นในบางราย โดยเฉพาะเมื่อสงสัยเส้นเอ็นขาดมากหรือขาดหลายจุด

การรักษาแบบไม่ผ่าตัด (ใช้ได้ในผู้ป่วยส่วนใหญ่)

เป้าหมายคือแก้ปวด ฟื้นการเคลื่อนไหว และทำให้ไหล่กลับมาใช้งานได้

1) ปรับการใช้งานไหล่

  • เลี่ยงยกของหนัก

  • งดยกแขนเหนือศีรษะบ่อย ๆ

  • จัดท่านั่งให้หลังตรง ไม่ค่อม

2) กินยา

  • ยาลดอักเสบ

  • ยาคลายกล้ามเนื้อ

  • ยาทาเฉพาะจุด

3) กายภาพบำบัด

เหมาะสำหรับทั้งไหล่ติด ข้อเสื่อม และเส้นเอ็นขาดบางส่วน

  • ยืดแคปซูลข้อเพื่อให้ไหล่นุ่มขึ้น

  • ฝึกกล้ามเนื้อรอบข้อให้แข็งแรงขึ้น

  • ใช้เครื่องมือเพื่อลดปวดและลดอักเสบ

4) ฉีดยาเข้าข้อแบบระบุตำแหน่งด้วยอัลตราซาวด์

ช่วยลดอักเสบ ลดปวด และเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวของไหล่ เหมาะกับผู้ที่ปวดมากหรือไหล่ติดชัดเจน

5) การติดตามอาการสม่ำเสมอ

เพื่อประเมินว่าเส้นเอ็นขาดดีขึ้นไหม ต้องเสริมกายภาพเพิ่มหรือไม่

เมื่อไหร่ต้องพิจารณาผ่าตัด?

  • เส้นเอ็นขาดเต็มความหนา ทำให้ยกแขนแทบไม่ได้

  • ปวดมากแม้รักษาไม่ผ่าตัดมาแล้ว 2–3 เดือน

  • ข้อไหล่เสื่อมมากร่วมกับเส้นเอ็นขาดหลายจุด

  • เส้นเอ็นขาดจากอุบัติเหตุในคนอายุยังไม่มาก

การผ่าตัดมักเป็นการซ่อมเส้นเอ็นหรือเปลี่ยนข้อไหล่ในบางกรณี

พยากรณ์โรค

ผู้ป่วยส่วนใหญ่ดีขึ้นได้มากเมื่อรักษาต่อเนื่อง ทั้งแบบยา กายภาพ และการฉีดยาลดอักเสบ การฟื้นตัวใช้เวลา 6–12 สัปดาห์ แต่ถ้าปล่อยไว้นานจนไหล่ติดมาก อาจต้องใช้เวลานานขึ้นหลายเดือน

ภาวะแทรกซ้อนที่ควรระวัง

  • ไหล่ติดเรื้อรังจนยกแขนไม่ได้

  • ปวดมากจนทำงานบ้านไม่ได้

  • กล้ามเนื้อรอบไหล่อ่อนแรงลงเรื่อย ๆ

  • ข้อไหล่เสื่อมเพิ่มขึ้น

วิธีดูแลตัวเองแบบทำได้จริง

  • ประคบอุ่นวันละ 1–2 ครั้ง ช่วยให้ไหล่นุ่มขึ้น

  • ออกกำลังกายไหล่แบบเบา ๆ ทุกวัน เช่น ท่ากวาดแขนบนกำแพง

  • นั่งหลังตรง ไม่นั่งค่อม

  • หลีกเลี่ยงการยกของหนักและการเอื้อมสูง

  • เสริมโปรตีนเพื่อช่วยการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ

สรุป

อาการปวดไหล่ ไหล่ติด ข้อไหล่เสื่อม และเส้นเอ็นขาดสามารถเกิดร่วมกันได้ โดยเริ่มจากอักเสบเล็ก ๆ ที่ปล่อยไว้นานจนลุกลาม การตรวจด้วยเอกซเรย์และอัลตราซาวด์ช่วยให้รู้สาเหตุที่แท้จริงและวางแผนรักษาได้ถูกต้อง การดูแลตั้งแต่ระยะแรกทำให้ไหล่กลับมาใช้งานได้ดีขึ้นและลดโอกาสปวดเรื้อรังในอนาคต

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #ไหล่ติด #ข้อไหล่เสื่อม #เส้นเอ็นไหล่ขาด #ปวดไหล่เรื้อรัง