ยกแขนไม่สุด ปวดร้าวลงแขน... อย่ารอให้ "ไหล่ติด"! ปรับ 5 พฤติกรรมง่ายๆ กู้คืนไหล่ให้กลับมาเบาสบาย
"หมอครับ ผมปวดไหล่มากเลย เวลานอนตะแคงทับนี่สะดุ้งตื่นตลอด เอื้อมหยิบของหลังรถก็เจ็บจี๊ด จะสระผมหรือถูสบู่หลังก็ทำไม่ได้เหมือนเดิม... กินยาแล้วก็ดีขึ้นแป๊บเดียว เดี๋ยวก็ปวดใหม่ ผมต้องทำยังไงดีครับ?"
อาการปวดไหล่ เป็นหนึ่งในอาการยอดฮิตที่หมอเจอรองลงมาจากปวดหลังและปวดเข่าเลยครับ โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานออฟฟิศ และวัย 50+ ที่เส้นเอ็นเริ่มเสื่อมสภาพ
หลายคนพยายามกินยาแก้ปวด หรือไปนวดตอกเส้น แต่พอกลับมาใช้ชีวิตแบบเดิมๆ อาการก็กำเริบซ้ำอีก เพราะ "รากเหง้า" ของปัญหา คือ "พฤติกรรมการใช้งานไหล่" ที่เราทำร้ายมันโดยไม่รู้ตัวครับ
วันนี้หมอเก่งขอชวนมาเช็ก 5 พฤติกรรมต้องห้าม และวิธีปรับการใช้ชีวิต เพื่อให้ไหล่ของคุณได้พักฟื้น และกลับมาใช้งานได้คล่องแคล่วอีกครั้งครับ
1. ปรับท่านอน: เลิกนอนทับ "ข้างที่เจ็บ"
ช่วงเวลานอน คือช่วงนรกสำหรับคนปวดไหล่หลายคน (Night Pain) เพราะเลือดไหลเวียนช้าลง และแรงกดทับจากการนอนตะแคง
สิ่งที่ควรทำ:
ห้ามนอนตะแคงทับข้างที่ปวด: เพราะจะไปกดทับถุงน้ำและเส้นเอ็นที่กำลังอักเสบ ให้เลือดเดินไม่สะดวก
หนุนหมอนช่วย:
ถ้านอนหงาย: ให้เอาหมอนใบเล็กๆ หรือผ้าขนหนูม้วน รองใต้ข้อศอก ข้างที่เจ็บ ให้ไหล่ไม่ตกลงไปติดพื้น จะช่วยลดแรงตึงของเส้นเอ็นได้มาก
ถ้านอนตะแคง (ทับข้างดี): ให้เอาหมอนข้าง กอดไว้ด้านหน้า แล้ววางแขนข้างที่เจ็บพาดบนหมอน (เหมือนกอดหมอนข้าง) เพื่อไม่ให้ไหล่ห่อตกลงมาด้านหน้าครับ
2. ปรับท่าเอื้อม: อย่า "เอื้อมไกล" เกินตัว
ท่าที่ทำร้ายไหล่ที่สุด คือท่าที่แขนยืดออกไปไกลตัว หรือบิดหมุนไหล่ไปด้านหลังอย่างรุนแรง (ท่าบิดขี้เกียจ หรือเอื้อมหยิบของ)
สิ่งที่ควรทำ:
ห้ามเอื้อมหยิบของเบาะหลังรถ: ท่านี้อันตรายสุดยอด! การนั่งเบาะหน้าแล้วเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าที่เบาะหลังรถ คือท่าที่ทำให้ "เอ็นไหล่ฉีก" ได้ง่ายที่สุด ให้จอดรถแล้วลงไปหยิบ หรือดึงของมาไว้ใกล้ตัวก่อนครับ
ดึงของเข้าหาตัว: เวลาจะยกของ ให้เดินเข้าไปชิดของให้มากที่สุด แล้วใช้สองมือช่วยกันยก อย่าใช้แขนเดียวเหวี่ยงของ
จัดโต๊ะทำงาน: เมาส์และคีย์บอร์ดต้องอยู่ใกล้ตัว ศอกควรวางพักบนที่วางแขนได้ ไม่ใช่ต้องยื่นแขนลอยๆ ไปจับเมาส์ตลอดวัน
3. ปรับการยก: "ห้ามยกสูง" เหนือศีรษะ
สำหรับคนที่มีปัญหาเอ็นไหล่อักเสบ หรือมีหินปูนเกาะไหล่ พื้นที่ใต้กระดูกบ่าจะแคบลง การยกแขนสูงเหนือศีรษะ จะทำให้กระดูกไป "หนีบ" เส้นเอ็นจนอักเสบซ้ำ (Impingement)
สิ่งที่ควรทำ:
หลีกเลี่ยงงานที่ต้องยกแขนค้าง: เช่น ทาสีเพดาน, เปลี่ยนหลอดไฟ, ตัดแต่งกิ่งไม้สูงๆ หรือตากผ้าบนราวสูงๆ
ใช้บันไดช่วย: ถ้าต้องหยิบของสูง ให้ใช้บันไดปีนขึ้นไปให้ตัวเราอยู่ระดับเดียวกับของ แทนการเขย่งแล้วยืดแขนสุดเหยียดครับ
4. ปรับการแบก: ไหล่ไม่ใช่ตะขอแขวนของ
การสะพายกระเป๋าหนักๆ บนไหล่ข้างเดียว จะทำให้กล้ามเนื้อบ่าและไหล่ต้องเกร็งตัวสู้แรงโน้มถ่วงตลอดเวลา ส่งผลให้เลือดไม่เลี้ยงเส้นเอ็น และเกิดพังผืดตามมา
สิ่งที่ควรทำ:
สลับข้างสะพาย: หรือเปลี่ยนมาใช้เป้สะพายหลัง (Backpack) เพื่อกระจายน้ำหนัก
ถือของแนบลำตัว: ถ้าต้องหิ้วถุงหนัก ให้หิ้วแนบชิดลำตัว อย่ากางแขนออก
5. ปรับการขยับ: "อย่าหยุดขยับ" แต่ต้องขยับให้ถูก
ข้อนี้สำคัญมากครับ! คนไข้หลายคนพอปวดไหล่ ก็จะ "หนีบแขนแนบลำตัว" ไม่ยอมขยับเลย เพราะกลัวเจ็บ ผลคือ... ผ่านไป 2 สัปดาห์ "ไหล่ติดแข็ง" (Frozen Shoulder) ครับ ยกไม่ขึ้นถาวร แก้ยากกว่าเดิมอีก
สิ่งที่ควรทำ:
บริหารท่าลูกตุ้ม (Pendulum Exercise):
ยืนก้มตัวเล็กน้อย เอามือข้างดีเท้าโต๊ะไว้
ปล่อยแขนข้างที่เจ็บห้อยตกลงสู่พื้นตามแรงโน้มถ่วง (ทิ้งแขนให้หนักๆ)
แกว่งแขนเป็นวงกลมเล็กๆ หรือแกว่งหน้า-หลัง เบาๆ (ใช้แรงเหวี่ยงจากลำตัว ไม่ใช่เกร็งกล้ามเนื้อไหล่)
ทำบ่อยๆ วันละหลายรอบ เพื่อให้ข้อไหล่ขยับและน้ำเลี้ยงไหลเวียน โดยไม่บาดเจ็บ
สัญญาณเตือน: แบบไหนต้องมาหาหมอ?
ถ้าปรับพฤติกรรมแล้ว 2-3 สัปดาห์ยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการ:
ปวดกลางคืนจนนอนไม่ได้ (Night Pain)
แขนไม่มีแรง ยกแก้วน้ำยังสั่น
ยกแขนไม่ขึ้น เหมือนมีอะไรมาล็อกไว้
ให้รีบมาตรวจนะครับ อาจจะต้องอัลตราซาวนด์ดูว่ามีเส้นเอ็นฉีกขาด หรือมีหินปูนเกาะหรือไม่ เพื่อวางแผนการรักษาขั้นต่อไป
ไหล่ของเราเป็นข้อต่อที่เคลื่อนไหวได้มากที่สุดในร่างกาย ดูแลเขาให้ดี ปรับการใช้งานให้นุ่มนวล แล้วเขาจะอยู่ใช้งานกับเราไปอีกนานครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng
#ปวดไหล่ #เอ็นไหล่อักเสบ #ไหล่ติด #FrozenShoulder #RotatorCuff #กายภาพบำบัดไหล่ #นอนปวดไหล่ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ยกแขนไม่ขึ้น #ดูแลตัวเองปวดไหล่
No comments:
Post a Comment