Monday, December 15, 2025

🏸 ตีแบดแล้วเจ็บไหล่! เส้นเอ็นขาด 1 ซม. ต้องผ่าตัดไหม? หรือรักษาหายเองได้?

 

🏸 ตีแบดแล้วเจ็บไหล่! เส้นเอ็นขาด 1 ซม. ต้องผ่าตัดไหม? หรือรักษาหายเองได้?

เมื่อลูกตบทำพิษ ชีวิตคนรักแบดมินตัน

เคยไหมครับ? จังหวะที่กำลังกระโดดลอยตัว เงื้อแขนเตรียมจะตบลูกแบดให้ลงท้ายคอร์ตแบบสวยๆ แต่ทันทีที่เหวี่ยงแขนลงมา กลับมีความรู้สึก "แปล๊บ" เหมือนมีใครเอามีดมาแทงที่หัวไหล่ แขนอ่อนแรงลงทันที จนต้องทิ้งไม้แบด...

หลังจากวันนั้น อาการปวดก็ไม่หายไป ยกแขนใส่เสื้อก็ลำบาก นอนตะแคงทับไหล่ข้างนั้นก็สะดุ้งตื่นกลางดึก

ถ้าคุณกำลังเจอสถานการณ์แบบนี้ หมออยากบอกว่า คุณอาจไม่ได้แค่ "กล้ามเนื้ออักเสบ" ธรรมดา แต่มันอาจจะเป็น "เส้นเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด" (Rotator Cuff Tear) ก็เป็นได้ครับ


เรื่องเล่าจากห้องตรวจ: คุณสมชาย

วันก่อนหมอได้ตรวจคนไข้ท่านหนึ่ง ชื่อคุณสมชาย (นามสมมติ) อายุ 48 ปี เป็นคนแข็งแรงมาก เล่นแบดมินตันสัปดาห์ละ 3 วัน แกเดินเข้ามาในห้องตรวจด้วยท่าทางไหล่ห่อๆ หน้าตาดูมีความกังวลชัดเจน

"หมอครับ ผมตบลูกแบดแรงไปหน่อย ดัง 'ปึ้ก' ที่ไหล่ ตอนแรกนึกว่าเส้นยึดธรรมดา แต่นี่ผ่านมา 2 เดือนแล้ว ผมยกแขนสุดไม่ได้เลย ปวดร้าวลงมาที่ต้นแขน ยิ่งตอนกลางคืนปวดจนนอนไม่หลับ ผมไปทำ MRI มา ผลบอกว่าเส้นเอ็น Supraspinatus ขาดทะลุ 1 เซนติเมตร... แบบนี้ผมต้องผ่าตัดไหมครับ? ผมกลัวผ่าแล้วกลับไปเล่นแบดไม่ได้อีก"

คำถามของคุณสมชาย คือคำถามยอดฮิตที่หมอเจอประจำครับ วันนี้หมอจะมาไขข้อข้องใจให้ฟังกันแบบหมดเปลือก ในภาษาง่ายๆ ครับ


ความจริงของโรค: เส้นเอ็นขาด คืออะไร? (ฉบับเข้าใจง่าย)

เพื่อให้เห็นภาพนะครับ ให้จินตนาการว่าหัวไหล่ของเราเหมือน "ลูกกลมๆ ในเบ้า" (เหมือนลูกกอล์ฟวางบนทีตั้งลูก) เพื่อให้ลูกกลมๆ นี้หมุนไปมาได้โดยไม่หลุด มันต้องมี "ปลอกแขน" หรือเส้นเอ็นมาชุ้มรอบๆ เพื่อดึงรั้งไว้

เส้นเอ็นเจ้าปัญหาที่ฉีกขาดบ่อยที่สุด ชื่อว่า "ซูปราสไปนาตัส" (Supraspinatus) ซึ่งทำหน้าที่เหมือน "เชือกเส้นหลัก" ในการเริ่มยกแขนกางออก

"ขาดแบบ Full Thickness Tear 1 cm" แปลว่าอะไร? แปลว่า เชือกเส้นนี้ไม่ได้แค่ถลอก แต่มี "รูรั่ว" ทะลุจากด้านบนลงด้านล่าง ขนาดประมาณปลายนิ้วก้อย (1 เซนติเมตร) ครับ เหมือนผ้าที่เปื่อยแล้วขาดเป็นรูตรงกลางนั่นเอง


เจาะลึก: ทำไมตีแบดถึงทำให้เอ็นขาด? (Pathogenesis)

หลายคนสงสัยว่า แค่ตีแบดทำไมถึงขาด? สาเหตุจริงๆ มักเกิดจาก 2 ปัจจัยบวกกันครับ:

  1. ความเสื่อมตามวัย (Degeneration): เมื่ออายุเข้าเลข 4 เส้นเอ็นของเราจะเริ่มไม่ยืดหยุ่นเหมือนยางใหม่ๆ แต่จะเหมือน "ยางเก่าที่เริ่มกรอบ" เลือดที่ไปเลี้ยงเส้นเอ็นก็น้อยลง ทำให้ความแข็งแรงลดลงตามธรรมชาติ
  2. การใช้งานซ้ำๆ และรุนแรง (Overuse & Trauma): กีฬาแบดมินตันต้องยกแขนเหนือศีรษะ (Overhead activity) ซ้ำๆ จังหวะที่เราง้างแขนตบ เส้นเอ็นจะถูกบีบอัดและเสียดสีกับกระดูกด้านบน ยิ่งตบแรง ยิ่งกระชากแรง

เมื่อ ยางที่เริ่มกรอบ มาเจอกับ แรงกระชากซ้ำๆ สุดท้ายมันก็ทนไม่ไหว จนเกิดการฉีกขาดขึ้นครับ


อาการสัญญาณเตือน: เช็กด่วน! คุณเป็นแบบนี้ไหม?

ลองสังเกตตัวเองดูนะครับ ถ้ามีอาการเหล่านี้ ต้องรีบระวัง:

  • ปวดตอนนอน: นี่คืออาการคลาสสิก! นอนตะแคงทับข้างที่เจ็บไม่ได้ หรือปวดตุบๆ จนตื่นกลางดึก
  • ยกแขนลำบาก: ยกแขนขึ้นตรงๆ หรือกางแขนออกข้างๆ จะรู้สึกปวดจี๊ด โดยเฉพาะช่วงมุม 60-120 องศา (Painful Arc) แต่พอยกผ่านจุดนั้นไปได้อาจจะหายปวด
  • อ่อนแรง: รู้สึกว่าแขนไม่มีแรงเหมือนเดิม ถือของหนักไม่ได้ หรือตบลูกแบดแล้วลูกไม่พุ่ง
  • เสียงในไหล่: ขยับไหล่แล้วมีเสียงกึกกัก เหมือนกระดูกสีกัน

การตรวจวินิจฉัย: หมอรู้อะไรจากการตรวจบ้าง?

เมื่อมาหาหมอ หมอจะทำสิ่งเหล่านี้ครับ:

  1. ซักประวัติและตรวจร่างกาย: หมอจะจับขยับแขนเพื่อดูมุมองศาการเคลื่อนไหว และทดสอบแรง (Special Tests) เพื่อดูว่าเส้นเอ็นเส้นไหนที่มีปัญหา
  2. เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูโครงสร้างกระดูก ว่ามี "หินปูน" เกาะกระดูก หรือมีกระดูกงอกไปทิ่มแทงเส้นเอ็นหรือไม่ (แต่เอกซเรย์จะมองไม่เห็นเส้นเอ็นที่ขาดนะครับ)
  3. ตรวจ ultrasound เพื่อดูลักษณะของเส้นเอ็น ว่ามีการฉีกขาดหรือไม่
  4. เอ็มอาร์ไอ (MRI): อันนี้สำคัญที่สุด เป็นการตรวจที่ละเอียดที่สุด จะเห็นเลยว่าเส้นเอ็นขาดจริงไหม ขาดกี่เส้น ขนาดกว้างแค่ไหน (ในเคสนี้คือ 1 ซม.) และกล้ามเนื้อลีบไปหรือยัง การทำ MRI จะช่วยวางแผนการรักษาได้แม่นยำที่สุดครับ

ทางเลือกการรักษา: จำเป็นต้องผ่าตัดไหม?

คำตอบคือ "ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งานและอาการของคุณ" ครับ สำหรับการขาดขนาด 1 ซม. (ถือว่าขนาดเล็กถึงปานกลาง) เรามีแนวทางตัดสินใจดังนี้:

ทางเลือกที่ 1: การรักษาแบบไม่ผ่าตัด (Conservative Treatment)

เหมาะกับ: ผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยได้ใช้แขนหนักๆ, คนที่อาการปวดไม่รุนแรง, หรือคนที่กลัวการผ่าตัด

  1. ปรับพฤติกรรม: งดการยกแขนสูง งดตีแบดชั่วคราว (สำคัญมาก!)
  2. กายภาพบำบัด: เพื่อเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อรอบๆ ไหล่ (Deltoid และ Scapular stabilizers) ให้มาทำหน้าที่แทนเส้นเอ็นที่ขาด ช่วยให้ไหล่ไม่ติด
  3. ยารับประทาน: ยาลดอักเสบ (NSAIDs) เพื่อลดอาการปวดในช่วงแรก
  4. การฉีดยา (Injection):
    • สเตียรอยด์: ลดปวดลดอักเสบได้เร็ว แต่อาจทำให้เอ็นเปื่อยหากฉีดบ่อยเกินไป
    • PRP (เกล็ดเลือดเข้มข้น): นำเลือดตัวเองมาปั่นแล้วฉีดกลับเข้าไป เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซม ปัจจุบันหมอใช้การอัลตราซาวนด์ (Ultrasound Guide) นำทางตอนฉีด เพื่อให้ยาเข้าไปตรงจุดที่ขาดเป๊ะๆ เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาครับ

ทางเลือกที่ 2: การผ่าตัดส่องกล้อง (Arthroscopic Repair)

เหมาะกับ: คนไข้อายุน้อย (40-60 ปี) ที่ยัง Active, อยากกลับไปเล่นกีฬา (ตีแบด), รักษาด้วยวิธีแรกแล้ว 3-6 เดือนไม่ดีขึ้น, หรือมีอาการอ่อนแรงชัดเจน

  • วิธีการ: เจาะรูเล็กๆ ประมาณ 0.5 ซม. 3-4 รู รอบหัวไหล่ แล้วสอดกล้องและเครื่องมือเข้าไป "เย็บซ่อม" เส้นเอ็นที่ขาดให้กลับไปติดกับกระดูกเหมือนเดิม
  • ข้อดี: แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว และแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ (ปิดรูรั่ว) รวมถึงสามารถกรอหินปูนที่กดทับเส้นเอ็นออกได้ด้วย

คำตัดสินสำหรับเคส "นักแบดมินตัน"

สำหรับคุณสมชาย หรือท่านที่ยังอยากกลับไปหวดลูกขนไก่: ถ้าเส้นเอ็นขาดแบบ Full Thickness (ขาดทะลุ) แม้จะแค่ 1 ซม. ธรรมชาติของเส้นเอ็นมักจะไม่สามารถสมานกันเองได้สนิท เหมือนผิวหนังครับ รูรั่วนี้มีโอกาสขยายกว้างขึ้นได้ถ้ายังฝืนใช้งานหนักต่อ

คำแนะนำของหมอ:

  1. ถ้า ปวดมาก จนรบกวนชีวิตประจำวัน และ อยากกลับไปตีแบดวิบาก การผ่าตัดส่องกล้องเย็บซ่อมเอ็น มักเป็นทางเลือกที่ให้ผลลัพธ์ระยะยาวดีกว่าครับ เพื่อป้องกันไม่ให้รูกว้างขึ้นจนซ่อมไม่ได้
  2. ถ้า พอทนได้ และ ยอมลดระดับการเล่นกีฬาลง อาจลองทำกายภาพ + ฉีดยาดูก่อน 3 เดือน ถ้าอาการดีขึ้น ก็ไม่ต้องผ่า แต่ต้องระวังท่าทางการเล่นมากๆ

การพยากรณ์โรค: จะหายขาดไหม?

  • กรณีไม่ผ่าตัด: อาการปวดมักจะลดลงได้ แต่ความแข็งแรงอาจไม่กลับมา 100% และมีความเสี่ยงที่เอ็นจะขาดเพิ่มในอนาคต
  • กรณีผ่าตัด: โอกาสประสบความสำเร็จสูงมาก (กว่า 90%) แต่อย่าลืมว่า "การผ่าตัดเป็นแค่ 50% อีก 50% คือการกายภาพหลังผ่าตัด"
    • ต้องใส่ที่คล้องแขน (Sling) ประมาณ 4-6 สัปดาห์
    • เริ่มขยับได้ช่วงเดือนที่ 2
    • กลับไปตีแบดเบาๆ ได้ช่วงเดือนที่ 6
    • ตบเต็มที่อาจต้องรอ 9-12 เดือน

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง:

  • ข้อไหล่ติด (Frozen Shoulder): พบบ่อยถ้าไม่ขยับหลังผ่าตัดตามโปรแกรม
  • เอ็นขาดซ้ำ (Re-tear): ถ้าใช้งานหนักเกินไปก่อนที่เอ็นจะติดกระดูกดี

สรุป

อาการปวดไหล่จากการตีแบด ไม่ใช่เรื่องเล็ก ยิ่งถ้ามีเส้นเอ็นขาด การวินิจฉัยที่ถูกต้องและการตัดสินใจเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้คุณกลับไปมีความสุขในสนามแบดได้อีกครั้งครับ อย่าปล่อยให้ "รูเล็กๆ" กลายเป็น "เรื่องใหญ่" จนยกแขนไม่ขึ้นนะครับ

ด้วยความห่วงใย บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #เส้นเอ็นไหล่ขาด #ตีแบดเจ็บไหล่ #ผ่าตัดส่องกล้องไหล่ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #RotatorCuffTear #ปวดไหล่ตอนนอน #Supraspinatus

No comments:

Post a Comment