Monday, December 29, 2025

ปวดไหล่ เส้นเอ็นไหล่ขาด เมื่อไหร่ต้องผ่าตัด


ปวดไหล่ เส้นเอ็นไหล่ขาด เมื่อไหร่ต้องผ่าตัด

คุณลุงท่านหนึ่งเดินเข้ามาในห้องตรวจของหมอด้วยสีหน้ากังวล แกค่อยๆ นั่งลงแล้วเอามือจับไหล่ขวา พร้อมกับบอกว่า "หมอครับ ผมยกแขนสระผมไม่ได้มาเป็นเดือนแล้ว ตอนกลางคืนยิ่งทรมาน นอนตะแคงทับไม่ได้เลย ปวดจนตื่น"

แกเล่าต่อว่าไปนวดแผนไทยมาหลายครั้งก็แค่ทุเลา เดี๋ยวก็กลับมาปวดใหม่ ลูกหลานพาไปเอกซเรย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หมอบอกว่ากระดูกปกติ แต่กินยาแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น จนแกเริ่มกลัวว่าไหล่แกจะพิการ หรือต้องผ่าตัดใหญ่โต

เรื่องราวของคุณลุงท่านนี้ เป็นเหตุการณ์ที่หมอเจอแทบทุกวันในคลินิกครับ อาการปวดไหล่ที่ดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่กระทบชีวิตประจำวันมหาศาล โดยเฉพาะในวัย 50 ปีขึ้นไป ที่มักกังวลว่า "เส้นเอ็นไหล่ขาดหรือเปล่า?" และ "ต้องผ่าตัดไหม?" วันนี้หมอจะมาไขข้อข้องใจเรื่องนี้ให้ฟังแบบละเอียด เพื่อให้ทุกคนคลายความกังวลและเข้าใจแนวทางการรักษาที่ถูกต้องครับ

เส้นเอ็นไหล่ คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ไหล่ของเราไม่ได้มีแค่กระดูกครับ แต่มีความมหัศจรรย์ของร่างกายที่เรียกว่า "เส้นเอ็นหุ้มข้อไหล่" หรือเปรียบเสมือน "ปลอกแขนเสื้อ" ที่ห่อหุ้มรอบหัวไหล่เอาไว้

เส้นเอ็นกลุ่มนี้ทำหน้าที่หลักในการยกแขน หมุนแขน และสร้างความมั่นคงให้ข้อไหล่ ถ้าเปรียบเทียบง่ายๆ ไหล่ของเราเหมือนลูกบอลที่วางอยู่บนจานตื้นๆ สิ่งที่ทำให้ลูกบอลไม่กลิ้งตก และสามารถหมุนไปมาได้อย่างอิสระ ก็คือเส้นเอ็นกลุ่มนี้นั่นเองครับ

แต่เมื่อเราใช้งานมานาน เปรียบเสมือนเชือกที่ถูกดึงถูกถูอยู่ทุกวัน เชือกเส้นนั้นก็ย่อมมีการเปื่อยยุ่ย หรือฉีกขาดได้ตามกาลเวลา

ทำไมเส้นเอ็นไหล่ถึงขาดได้

สาเหตุหลักๆ ที่หมอพบบ่อย มีอยู่ 2 กลุ่มใหญ่ครับ

กลุ่มแรก คือ "ความเสื่อมตามวัย" เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด เมื่ออายุมากขึ้น เลือดที่มาเลี้ยงเส้นเอ็นจะน้อยลง ทำให้เส้นเอ็นไม่แข็งแรงเหมือนตอนหนุ่มสาว ประกอบกับการใช้งานซ้ำๆ มาหลายสิบปี เกิดหินปูนเกาะที่กระดูกด้านบนแล้วไปครูดกับเส้นเอ็นทุกครั้งที่เรายกแขน นานวันเข้าเส้นเอ็นก็ค่อยๆ สึกหรอจนขาดในที่สุด

กลุ่มที่สอง คือ "อุบัติเหตุ" เช่น หกล้มเอาแขนยันพื้น กระชากแขนแรงๆ หรือยกของหนักผิดจังหวะ ซึ่งมักจะเกิดการฉีกขาดทันที และมีอาการปวดรุนแรง

อาการแบบไหนที่ต้องสงสัยว่าเส้นเอ็นไหล่ฉีกขาด

อาการปวดไหล่มีหลายแบบ แต่ถ้าเป็นเส้นเอ็นไหล่ฉีกขาด มักจะมีสัญญาณเตือนที่ค่อนข้างจำเพาะครับ

  1. ปวดตอนกลางคืน: นี่เป็นอาการคลาสสิกเลยครับ คนไข้มักบอกว่าปวดตื้อๆ ลึกๆ ในไหล่ นอนตะแคงทับข้างที่เจ็บไม่ได้ หรือบางทีนอนๆ อยู่ก็ปวดจนตื่น ทำให้นอนไม่พอ หงุดหงิดง่าย
  2. อ่อนแรง: ยกแขนไม่ค่อยขึ้น หรือยกได้แต่ไม่มีแรง โดยเฉพาะท่ากางแขนหรือยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ บางคนเวลาจะหยิบของบนชั้นสูงๆ รู้สึกว่าแขนไม่มีแรงเลย
  3. ขยับแล้วเจ็บ: จะมีอาการเจ็บแปล๊บๆ เวลาทำกิจกรรมบางอย่าง เช่น เอื้อมมือไปหยิบของที่เบาะหลังรถ สระผม หรือเกาหลัง

ถ้าใครมีอาการครบทั้ง 3 ข้อนี้ โอกาสที่เส้นเอ็นไหล่จะมีปัญหาหรือฉีกขาดนั้นมีสูงมากครับ

การตรวจวินิจฉัย: มากกว่าแค่การเอกซเรย์

หลายคนสงสัยว่า "ทำไมเอกซเรย์แล้วหมอบอกปกติ แต่ยังปวดอยู่?"

คำตอบคือ เอกซเรย์ (X-ray) จะเห็นแค่ "กระดูก" ครับ มันช่วยบอกได้ว่ากระดูกงอกไหม ข้อเสื่อมไหม หรือกระดูกผิดรูปหรือไม่ แต่เอกซเรย์ "ไม่เห็นเส้นเอ็น" ครับ ดังนั้นถ้าเส้นเอ็นขาด แต่กระดูกยังดี ผลเอกซเรย์ก็จะดูเหมือนปกติ

เครื่องมือที่จะช่วยวินิจฉัยเส้นเอ็นได้แม่นยำ คือ

  1. อัลตราซาวด์ (Ultrasound): ในปัจจุบันการใช้อัลตราซาวด์ช่วยตรวจวินิจฉัยถือเป็นมาตรฐานที่ดีมากครับ เพราะทำได้รวดเร็ว เห็นภาพเส้นเอ็นได้ทันที สามารถขยับแขนเพื่อดูการเคลื่อนไหวของเส้นเอ็นได้ (Dynamic study) และหมอสามารถชี้จุดให้คนไข้เห็นได้เลยว่าขาดตรงไหน ขาดมากหรือน้อย
  2. เอ็มอาร์ไอ (MRI): เป็นการตรวจที่ละเอียดที่สุด เห็นภาพแบบ 3 มิติ เห็นทั้งกระดูก เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ และถุงน้ำ เหมาะสำหรับวางแผนก่อนการผ่าตัด หรือในรายที่อาการซับซ้อน

เมื่อตรวจเจอแล้วว่า "เส้นเอ็นขาด" ต้องผ่าตัดทุกรายไหม

นี่คือคำถามยอดฮิตที่หมอถูกถามบ่อยที่สุดครับ คำตอบคือ "ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกคน" ครับ การรักษาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นอายุ อาชีพ กิจกรรมที่ทำ และขนาดของรอยขาด

แนวทางการรักษามี 2 ทางหลักๆ ครับ

ทางเลือกที่ 1: การรักษาแบบไม่ผ่าตัด (Conservative Treatment)

สำหรับคนไข้ที่อายุมาก (เช่น 65-70 ปีขึ้นไป) ที่ไม่ได้ใช้งานแขนหนักๆ หรือคนไข้ที่มีรอยขาดขนาดเล็ก เรามักจะเริ่มต้นด้วยวิธีนี้ครับ เพราะจากงานวิจัยพบว่า คนไข้จำนวนมากสามารถกลับมาใช้งานไหล่ได้ใกล้เคียงปกติโดยไม่ต้องเจ็บตัวผ่าตัด

  • ปรับพฤติกรรม: หลีกเลี่ยงการยกแขนสูงเหนือศีรษะ ลดการยกของหนัก และเลี่ยงท่านอนทับไหล่
  • ยา: การใช้ยาลดการอักเสบ (ไม่ใช่แค่ยาแก้ปวด) จะช่วยลดอาการบวมและปวดของเนื้อเยื่อรอบๆ เส้นเอ็นได้ดี
  • กายภาพบำบัด: หัวใจสำคัญคือการบริหารกล้ามเนื้อรอบหัวไหล่ชุดอื่นๆ ให้แข็งแรง เพื่อมาทำหน้าที่แทนเส้นเอ็นที่ขาดไป รวมถึงการยืดเหยียดเพื่อป้องกันข้อไหล่ติด
  • การฉีดยา: หากกินยาและกายภาพแล้วยังปวดมาก การฉีดยาลดอักเสบ (สเตียรอยด์) เข้าไปในโพรงข้อไหล่ จะช่วยลดอาการปวดได้ดีมาก แต่หมอขอเน้นย้ำว่า "ต้องฉีดให้ถูกตำแหน่งและปริมาณที่เหมาะสม" การใช้อัลตราซาวด์นำวิถีขณะฉีด จะช่วยให้ยาเข้าสู่จุดที่มีปัญหาได้แม่นยำ เพิ่มประสิทธิภาพและลดผลข้างเคียง

ทางเลือกที่ 2: การผ่าตัด (Surgical Treatment)

แล้วเมื่อไหร่ล่ะ ที่เราควรตัดสินใจผ่าตัด? หมอมีหลักเกณฑ์ง่ายๆ ให้พิจารณาดังนี้ครับ

  1. รักษาแบบไม่ผ่าตัดมาแล้ว 3-6 เดือน แต่อาการไม่ดีขึ้น: ปวดยังรบกวนชีวิตประจำวัน หรือนอนไม่ได้
  2. อุบัติเหตุเฉียบพลัน: ในคนที่ไหล่ดีมาตลอด แล้วล้มกระแทกจนเส้นเอ็นขาดทันที แบบนี้ควรรีบผ่าตัดเย็บซ่อม เพราะเนื้อเยื่อยังสดใหม่ คุณภาพดี เย็บติดง่าย
  3. อ่อนแรงชัดเจน: จนใช้งานแขนไม่ได้ ยกแขนไม่ขึ้น ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต
  4. คนไข้อายุน้อยและยังแข็งแรง: คนวัยทำงาน (เช่น 40-55 ปี) ที่ยังต้องใช้แรง ยังต้องทำงานหนัก หรือเล่นกีฬา กลุ่มนี้ถ้าปล่อยไว้ รอยขาดมักจะใหญ่ขึ้นตามเวลา การผ่าตัดเย็บซ่อมแต่เนิ่นๆ จะให้ผลดีกว่า

เทคโนโลยีการผ่าตัดในปัจจุบัน: แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว

สมัยก่อนการผ่าตัดไหล่ต้องเปิดแผลใหญ่ ตัดกล้ามเนื้อเข้าไปเย็บเส้นเอ็น ทำให้หลังผ่าตัดเจ็บมากและพักฟื้นนาน แต่ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยี "การผ่าตัดส่องกล้อง (Arthroscopic Surgery)" ครับ

หมอจะเจาะรูเล็กๆ ขนาดเท่ารูดุมเสื้อประมาณ 3-4 รู รอบหัวไหล่ แล้วสอดกล้องขนาดเล็กเข้าไปดูภาพภายในที่ขยายใหญ่ชัดเจน จากนั้นใช้เครื่องมือพิเศษเข้าไปเย็บซ่อมเส้นเอ็นที่ขาดให้กลับไปติดกับกระดูกเหมือนเดิม

ข้อดีของการส่องกล้องคือ ไม่ต้องตัดกล้ามเนื้อที่ดี ทำให้เจ็บน้อยกว่ามาก พักฟื้นที่โรงพยาบาลเพียง 1-2 วันก็กลับบ้านได้ และแผลผ่าตัดเล็กมากจนแทบมองไม่เห็นเมื่อหายดี

พยากรณ์โรค: ผ่าแล้วหายขาดไหม ต้องดูแลตลอดชีวิตหรือเปล่า

หลังการรักษา ไม่ว่าจะผ่าตัดหรือไม่ผ่าตัด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "การดูแลต่อเนื่อง" ครับ

ในกรณีที่ผ่าตัดเย็บซ่อมเส้นเอ็น ช่วงแรกหมอจะให้ใส่ที่คล้องแขนเพื่อพักเส้นเอ็นให้สมานติดกับกระดูก ใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ หลังจากนั้นจะเริ่มทำกายภาพบำบัดเพื่อดึงข้อไหล่ให้เคลื่อนไหวได้สุด และฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

คนส่วนใหญ่ที่ได้รับการผ่าตัดและทำกายภาพอย่างเคร่งครัด จะสามารถกลับมาใช้งานไหล่ได้ดีมาก ไม่มีอาการปวดกวนใจตอนนอน และมีความสุขกับการใช้ชีวิตอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม เส้นเอ็นที่เคยซ่อมแซม ก็เหมือนยางรถยนต์ที่ปะมาแล้ว แม้จะใช้งานได้ดี แต่ก็ต้องทะนุถนอม หมอแนะนำให้หลีกเลี่ยงการยกของหนักเกินความจำเป็น หรือการกระชากแขนแรงๆ ตลอดไป เพื่อยืดอายุการใช้งานของไหล่ให้อยู่กับเราไปนานที่สุดครับ

สรุป

อาการปวดไหล่เรื้อรัง ไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม หรือทนทรมานกับมันครับ หากคุณหรือญาติผู้ใหญ่มีอาการปวดไหล่ตอนกลางคืน ยกแขนลำบาก อย่านิ่งนอนใจ การตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องแม่นยำจะนำไปสู่การรักษาที่ตรงจุด

จำไว้นะครับว่า "เส้นเอ็นไหล่ขาด ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกคน" แต่ถ้าจำเป็นต้องผ่า เทคโนโลยีปัจจุบันก็ช่วยให้มันไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป การได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องจากแพทย์เฉพาะทาง จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกทางเดินที่ดีที่สุดสำหรับคุณภาพชีวิตของคุณเองครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #เส้นเอ็นไหล่ขาด #ผ่าตัดไหล่ส่องกล้อง #ยกแขนไม่ขึ้น #ปวดไหล่ตอนนอน #หมอเก่งกระดูกและข้อ #หมอเก่งเชียงใหม่ #รักษาไหล่ติด #กายภาพบำบัดไหล่ #โรคกระดูกและข้อผู้สูงอายุ

เอกสารอ้างอิง

  1. American Academy of Orthopaedic Surgeons. Management of Rotator Cuff Injuries Clinical Practice Guideline. Rosemont (IL): AAOS; 2019.
  2. Cook JL, et al. Conservative management of rotator cuff tears: a literature review. Br J Sports Med. 2021;55(15):828-34.
  3. Keener JD, et al. Degenerative Rotator Cuff Tears: Refining Surgical Indications. J Am Acad Orthop Surg. 2019;27(5):156-65.
  4. Moosmayer S, et al. Ultrasound of the shoulder: a study of reliability and comparison with MRI. Acta Orthop. 2020;91(2):189-94.
  5. Yamamoto A, et al. A comparative study of planned conservative treatment between symptomatic and asymptomatic rotator cuff tears. J Shoulder Elbow Surg. 2022;31(4):682-9.

Sunday, December 28, 2025

ยกแขนไม่สุด ติดตะขอเสื้อในไม่ได้... สัญญาณเตือนภัยเงียบของโรค "ไหล่ติด"

 


ยกแขนไม่สุด ติดตะขอเสื้อในไม่ได้... สัญญาณเตือนภัยเงียบของโรค "ไหล่ติด"

"หมอคะ แค่จะเอื้อมมือไปหยิบของหลังรถ แขนมันก็เจ็บจี๊ดขึ้นมาจนน้ำตาเล็ดเลยค่ะ ยิ่งตอนนอนนะ บางคืนปวดจนตื่น นอนทับไหล่ข้างนั้นไม่ได้เลย"

นี่คือคำบอกเล่าจากคุณป้าสมศรี (นามสมมติ) คนไข้วัย 55 ปี ที่เดินกุมไหล่เข้ามาหาหมอด้วยสีหน้ากังวลใจ แกเล่าต่อว่า ตอนแรกคิดว่าแค่นอนผิดท่า เดี๋ยวก็คงหาย แต่นี่ผ่านไป 3 เดือนแล้ว อาการกลับแย่ลงเรื่อยๆ จนตอนนี้แม้แต่จะสระผม หรือติดตะขอเสื้อชั้นในเองยังทำแทบไม่ได้

หลายท่านที่อ่านอยู่ อาจจะกำลังพยักหน้า เพราะอาการแบบนี้คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับหลายๆ คน และบ่อยครั้งที่เรามักจะปล่อยผ่าน เพราะคิดว่าเป็นเรื่องของความเสื่อมตามวัย

แต่ความจริงแล้ว อาการเหล่านี้คือสัญญาณที่ร่างกายกำลังบอกว่า ไหล่ของคุณกำลัง "แข็ง" และ "ติด" เหมือนกับเสื้อที่ถูกแช่แข็งจนขยับไม่ได้ วันนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังแบบเจาะลึก แต่เข้าใจง่าย ว่าโรคนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร และเราจะกู้คืนการเคลื่อนไหวของไหล่กลับมาได้อย่างไรครับ

โรคไหล่ติด คืออะไร? ทำไมอยู่ดีๆ ถึงขยับไม่ได้

ถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพที่สุด ลองจินตนาการว่าข้อไหล่ของเราเหมือน "ลูกบอลในถุง" ครับ

ลูกบอล คือ หัวกระดูกต้นแขน ส่วนถุง คือ เยื่อหุ้มข้อไหล่ที่ห่อหุ้มลูกบอลนี้ไว้ โดยปกติแล้ว ถุงนี้จะมีความยืดหยุ่นสูง เหมือนถุงผ้าที่หลวมๆ ทำให้ลูกบอลหมุนไปมาได้อิสระ เราจึงแกว่งแขน ยกแขน หมุนแขนได้รอบทิศทาง

แต่ในคนที่เป็นโรคไหล่ติด (Frozen Shoulder) ถุงเยื่อหุ้มข้อนี้เกิดการ "อักเสบ" พออักเสบมากๆ เข้า มันก็จะเริ่มหนาตัวขึ้น หดตัว และแข็งกระด้าง เหมือนถุงพลาสติกที่โดนความร้อนจนหดรัดลูกบอลไว้แน่น

ผลที่ตามมาคือ ลูกบอล (หัวกระดูก) ขยับไม่ได้ จะหมุนไปทางไหนก็ติด ขยับนิดเดียวก็เจ็บ เพราะเยื่อหุ้มข้อมันตึงและรั้งไปหมด นี่คือสาเหตุว่าทำไมคุณถึงยกแขนไม่สุด หรือไพล่มือไปด้านหลังไม่ได้นั่นเองครับ

อาการ 3 ระยะ... รู้ไว้ จะได้ไม่ตกใจ

โรคไหล่ติดนี้มีธรรมชาติของโรคที่ค่อนข้างแปลก คือมันมี "วัฏจักร" ของมันครับ แบ่งออกเป็น 3 ระยะหลักๆ ซึ่งการเข้าใจระยะเหล่านี้สำคัญมาก เพราะจะทำให้เรารู้ว่าเรากำลังเผชิญกับอะไร และต้องรักษายังไง

ระยะที่ 1: ระยะเจ็บปวด (Freezing Stage)

ช่วงนี้เปรียบเสมือนช่วงที่ "น้ำกำลังจะกลายเป็นน้ำแข็ง" เยื่อหุ้มข้อเริ่มมีการอักเสบแดง

  • อาการเด่น: ปวดครับ ปวดมาก โดยเฉพาะเวลาขยับแขนไปจนสุดระยะ หรือขยับเร็วๆ จะเจ็บแปล๊บ
  • จุดสังเกต: อาการปวดมักจะรุนแรงตอนกลางคืน หลายคนนอนไม่หลับ หรือสะดุ้งตื่นเพราะเผลอพลิกตัวทับไหล่ข้างที่เจ็บ
  • ระยะเวลา: มักจะเป็นอยู่ประมาณ 2-9 เดือน ช่วงนี้การเคลื่อนไหวจะเริ่มลดลงช้าๆ เพราะความเจ็บทำให้เราไม่อยากขยับ

ระยะที่ 2: ระยะข้อยึด (Frozen Stage)

ช่วงนี้คือ "แข็งโป๊ก" ครับ อาการปวดอาจจะเริ่มลดลงบ้าง (ไม่ได้หายไปนะ แต่ปวดน้อยกว่าระยะแรก) แต่สิ่งที่มาแทนที่คือ "ความแข็ง"

  • อาการเด่น: ไหล่จะติดแข็งอย่างชัดเจน ยกแขนได้จำกัดมาก กิจวัตรประจำวันจะลำบากสุดๆ เช่น หวีผมไม่ได้ เกาหลังไม่ได้ ใส่เสื้อผ้าลำบาก
  • กลไก: เยื่อหุ้มข้อหนาตัวเต็มที่และหดรัดรอบข้อไหล่แน่นมาก
  • ระยะเวลา: กินเวลาประมาณ 4-12 เดือน เป็นช่วงที่คนไข้จะรู้สึกอึดอัดในการใช้ชีวิตมากที่สุด

ระยะที่ 3: ระยะฟื้นตัว (Thawing Stage)

เป็นช่วง "น้ำแข็งละลาย"

  • อาการเด่น: อาการปวดหายไปเกือบหมด ความยืดหยุ่นของข้อไหล่จะค่อยๆ กลับมาเองอย่างช้าๆ
  • ระยะเวลา: อาจใช้เวลา 6 เดือน ถึง 2 ปี (หรือนานกว่านั้น) ในการที่ไหล่จะกลับมาขยับได้ดีขึ้น

ใครบ้างที่มีความเสี่ยง? ทำไมต้องเป็นเรา?

โรคนี้ไม่ได้เกิดกับทุกคนครับ แต่มีกลุ่มเสี่ยงที่ชัดเจนมากๆ จากข้อมูลทางการแพทย์ล่าสุด พบว่าปัจจัยเหล่านี้กระตุ้นให้เกิดไหล่ติดได้ง่ายขึ้น

  1. อายุและเพศ: พบบ่อยที่สุดในช่วงอายุ 40-60 ปี และผู้หญิงเป็นมากกว่าผู้ชายเล็กน้อย
  2. โรคเบาหวาน: นี่คือตัวการสำคัญเลยครับ คนที่เป็นเบาหวานมีความเสี่ยงจะเป็นไหล่ติดมากกว่าคนทั่วไปถึง 5 เท่า! และถ้าเป็นแล้ว มักจะเป็นรุนแรงกว่า รักษายากกว่าด้วย สาเหตุเพราะระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงไปทำให้คอลลาเจนในเยื่อหุ้มข้อเกิดการเปลี่ยนแปลง แข็งตัวง่ายขึ้น
  3. โรคไทรอยด์: ทั้งไทรอยด์เป็นพิษและไทรอยด์ต่ำ ก็มีความสัมพันธ์กับโรคนี้
  4. การบาดเจ็บหรือไม่ได้ขยับไหล่นานๆ: เช่น คนที่แขนหักต้องใส่เฝือก, คนที่เพิ่งผ่าตัดเต้านม หรือผ่าตัดหัวใจ แล้วไม่ค่อยกล้าขยับแขน พอไหล่อยู่นิ่งๆ นานๆ เยื่อหุ้มข้อก็จะเริ่มยึดติด

การตรวจวินิจฉัย: หมอรู้ได้ยังไงว่าเป็นไหล่ติด ไม่ใช่เอ็นฉีก?

การวินิจฉัยโรคนี้ หัวใจสำคัญคือ "การตรวจร่างกาย" ครับ

หมอจะทำการทดสอบโดยการจับแขนคนไข้ขยับ (Passive Motion) เพื่อดูว่า "ติดจริง" หรือไม่

  • ถ้าเป็น เอ็นไหล่ฉีกหรืออักเสบ: คนไข้ยกเองจะเจ็บและยกไม่ขึ้น แต่ถ้าหมอช่วยจับยก จะยกได้จนสุด (เพราะข้อไม่ได้ติด แต่ไม่มีแรงยก)
  • ถ้าเป็น ไหล่ติด: ไม่ว่าคนไข้จะยกเอง หรือหมอช่วยจับยก มันก็จะไปไม่ได้ มันจะติดกึกเหมือนมีอะไรมาล็อคไว้ เพราะถุงหุ้มข้อมันรั้งไว้จริงๆ

เอกซเรย์ (X-ray): ส่วนใหญ่ภาพจะออกมา "ปกติ" ครับ กระดูกไม่ได้หัก ข้อไม่ได้เสื่อมรุนแรง ซึ่งการเอกซเรย์มีประโยชน์เพื่อ "ตัดโรคอื่นออกไป" เช่น หินปูนเกาะกระดูก หรือข้อไหล่เสื่อม

อัลตราซาวด์ (Ultrasound) และ MRI: จะช่วยให้เห็นรายละเอียดของเนื้อเยื่อครับ ในคนที่เป็นไหล่ติด เราอาจจะเห็นเยื่อหุ้มข้อที่หนาตัวขึ้น หรือเห็นการอักเสบ (มีสีแดงขึ้นในภาพ Doppler) บริเวณ Rotator Interval ซึ่งเป็นการยืนยันการวินิจฉัย และช่วยดูว่ามีเอ็นไหล่ฉีกร่วมด้วยหรือไม่

แนวทางการรักษา: จำเป็นต้องผ่าตัดไหม?

ข่าวดีครับ! "ผู้ป่วยส่วนใหญ่มากกว่า 90% หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด"

เป้าหมายของการรักษา คือ ลดความเจ็บปวด และ เพิ่มองศาการเคลื่อนไหว การรักษาจะขึ้นอยู่กับระยะของโรคที่เป็น

1. การปรับพฤติกรรมและกายภาพบำบัด (หัวใจสำคัญที่สุด) ไม่มียาวิเศษตัวไหนจะดีเท่ากับการยืดเหยียดครับ หมอจะสอนท่าบริหารเพื่อยืดเยื่อหุ้มข้อที่หดรัดให้คลายตัวออก

  • ท่าไต่กำแพง (Wall climbing): ใช้นิ้วค่อยๆ ไต่ผนังขึ้นไปให้สูงที่สุดเท่าที่ทำได้
  • ท่าใช้ไม้พลอง: ใช้แขนข้างดี ช่วยดันแขนข้างที่เจ็บขึ้นไป
  • ท่ายืดหลัง: ใช้ผ้าขนหนูพาดหลัง มือดีดึงขึ้น เพื่อให้มือเจ็บไพล่หลังได้สูงขึ้น
  • เคล็ดลับ: ต้องทำบ่อยๆ ทำทุกวัน วันละหลายๆ รอบ แต่ "ห้ามกระชาก" ให้ยืดจนรู้สึกตึงๆ เจ็บนิดๆ พอทนได้ แล้วค้างไว้

2. การใช้ยา ในระยะที่มีการอักเสบและปวดมาก (ระยะแรก) หมอจะจ่ายยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เพื่อลดปวดและลดบวม ช่วยให้คนไข้ทำกายภาพได้ดีขึ้น

3. การฉีดยา (Ultrasound-guided injection) นี่เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากในปัจจุบัน หากกินยาและกายภาพแล้วยังปวดมาก หรือไหล่ติดแข็งจนทำกายภาพไม่ได้ หมอจะใช้ อัลตราซาวด์นำวิถี เพื่อมองเห็นเข็มและตำแหน่งภายในข้อไหล่อย่างชัดเจน แล้วฉีดยาลดอักเสบ (สเตียรอยด์) เข้าไปในข้อโดยตรง หรือทำการฉีดน้ำเกลือเข้าไปเพื่อขยายถุงหุ้มข้อ (Hydrodilatation)

  • การทำ Hydrodilatation คือการฉีดน้ำเข้าไปดันให้ถุงหุ้มข้อที่หดรัดอยู่นั้น "โป่งพองและยืดออก" จากภายใน วิธีนี้ช่วยเพิ่มองศาการเคลื่อนไหวได้ทันทีในระดับหนึ่ง และลดปวดได้ดีมาก ช่วยให้กลับไปทำกายภาพต่อได้ง่ายขึ้น

4. การดัดไหล่ภายใต้การดมยาสลบ (Manipulation under anesthesia) ถ้าทำทุกวิธีแล้วไม่ดีขึ้น หมออาจพิจารณาวิธีนี้ คือให้คนไข้หลับ แล้วหมอจะทำการดัดข้อไหล่ให้เยื่อหุ้มข้อที่ยึดติดฉีกขาดออก (แบบควบคุมได้) เพื่อให้ข้อขยับได้

5. การผ่าตัดส่องกล้อง (Arthroscopic Capsular Release) เป็นทางเลือกสุดท้าย กรณีที่เป็นมานานมาก รักษามาทุกวิธีแล้วไม่หาย หรือมีพยาธิสภาพอื่นร่วมด้วย หมอจะเจาะรูเล็กๆ แล้วส่องกล้องเข้าไป "ตัด" เยื่อหุ้มข้อส่วนที่หนาและรัดตึงออก ให้ข้อไหล่กลับมาขยับได้อิสระ วิธีนี้แผลเล็ก เจ็บน้อย และฟื้นตัวไว

พยากรณ์โรค: จะกลับมาหายขาดไหม?

โรคไหล่ติดเป็นโรคที่ "หายได้" ครับ แต่ต้องใช้ "ความอดทนและวินัย" สูงมาก

  • โดยธรรมชาติ ถ้าไม่รักษาเลย โรคอาจจะสงบลงได้เองใน 1-3 ปี แต่คนไข้อาจจะเหลืออาการไหล่ติดขัดบางมุม ไม่สามารถกลับมาใช้งานได้ 100% เหมือนเดิม
  • แต่ถ้ารักษาอย่างถูกต้อง ทำกายภาพสม่ำเสมอ หรือได้รับการฉีดยา/ผ่าตัดเมื่อจำเป็น ระยะเวลาทรมานจะสั้นลงมาก และโอกาสที่ไหล่จะกลับมาใช้งานได้ใกล้เคียงปกติมีสูงมากครับ

บทเรียนจากคุณป้าสมศรี

หลังจากที่คุณป้าสมศรีได้รับการตรวจอย่างละเอียด พบว่าเป็นระยะ Freezing คืออักเสบมาก หมอจึงเริ่มด้วยการฉีดยาลดอักเสบแบบใช้อัลตราซาวด์นำทาง เพื่อให้แม่นยำที่สุด หลังจากฉีดไป 1 สัปดาห์ อาการปวดตอนกลางคืนหายไป ป้าสมศรีนอนหลับได้เต็มตื่น

เมื่อหายปวด ป้าสมศรีก็มีกำลังใจทำกายภาพบำบัด "ท่าไต่กำแพง" ตามที่หมอสอนทุกวัน ผ่านไป 4 เดือน วันนี้ป้าสมศรีเดินยิ้มเข้ามาในคลินิก ยกแขนโชว์หมอได้สุด และบอกว่า "ติดตะขอเสื้อในเองได้แล้วค่ะหมอ"

สรุป

โรคไหล่ติด ไม่ใช่แค่ความเสื่อมตามวัยที่ต้องทน แต่มันคือการอักเสบที่รักษาได้ ยิ่งมารักษาเร็ว ยิ่งหายเร็ว การปล่อยทิ้งไว้นานจนไหล่ "แข็ง" ถาวร จะทำให้การรักษายากขึ้นและใช้เวลานานขึ้น

ถ้าคุณหรือคนที่คุณรัก เริ่มมีอาการเจ็บไหล่แปล๊บๆ ตอนเอื้อมหยิบของ หรือปวดไหล่ตอนกลางคืน อย่านิ่งนอนใจครับ ลองเช็คตัวเองง่ายๆ ว่ายกแขนแนบหูได้สุดไหม หรือเอามือไพล่หลังเกาจุดกึ่งกลางหลังได้ไหม ถ้าทำไม่ได้... ให้รีบมาปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยครับ

ไหล่ที่ดี คือประตูสู่อิสระในการใช้ชีวิต อย่าปล่อยให้ความเจ็บปวดมาล็อคชีวิตคุณไว้นะครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ไหล่ติด #ปวดไหล่ #ยกแขนไม่ขึ้น #กายภาพบำบัดไหล่ติด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ฉีดยาไหล่ติด #โรคกระดูกและข้อเชียงใหม่ #FrozenShoulder #ปวดไหล่ตอนนอน #เอ็นไหล่อักเสบ

References

  1. Le HV, Lee SJ, Nazarian A, Rodriguez EK. Adhesive capsulitis of the shoulder: review of pathophysiology and current clinical treatments. Shoulder Elbow. 2017;9(2):75-84.
  2. Mazzocca AD, Arciero RA. Frozen Shoulder. In: AAOS Comprehensive Orthopaedic Review. American Academy of Orthopaedic Surgeons; 2019.
  3. Challoumas D, Biddle M, McLean M, Millar NL. Comparison of corticosteroids and other injections for frozen shoulder: A systematic review and network meta-analysis. JAMA Netw Open. 2020;3(10):e2021640.
  4. Zreik NH, Malik RA, Charalambous CP. Adhesive capsulitis of the shoulder and diabetes: a meta-analysis of prevalence. Muscles Ligaments Tendons J. 2016;6(1):26-34.
  5. American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS). Frozen Shoulder. OrthoInfo. [Internet]. 2022 [cited 2025 Jan]. Available from: https://orthoinfo.aaos.org/en/diseases--conditions/frozen-shoulder/

Friday, December 26, 2025

ข้อควรปฏิบัติและสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง สำหรับผู้ที่มีอาการปวดไหล่จากปัญหาเส้นเอ็น

 


ข้อควรปฏิบัติและสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง สำหรับผู้ที่มีอาการปวดไหล่จากปัญหาเส้นเอ็น

“แค่เอื้อมมือไปหยิบของหลังรถ ร้าวไปทั้งแขน”

“ตอนกลางวันยังพอทน แต่พอกลางคืนนอนแทบไม่ได้ ปวดจนตื่น”

ประโยคเหล่านี้คือสิ่งที่หมอได้ยินจนชินหู จากคนไข้ที่เดินกุมไหล่เข้ามาในห้องตรวจครับ หลายคนคิดว่าตัวเองแค่นอนตกหมอน หรือแค่ “เส้นจม” เดี๋ยวไปนวดก็หาย แต่ยิ่งนวดกลับยิ่งระบม ยิ่งปล่อยไว้ยิ่งยกแขนไม่ขึ้น

เรื่องราวของ “คุณป้าสมศรี” (นามสมมติ) วัย 62 ปี เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมากครับ ป้าสมศรีชอบทำสวน วันหนึ่งพยายามเอื้อมตัดกิ่งไม้สูงๆ รู้สึกแปล๊บที่ไหล่ แต่ก็ฝืนทำต่อ ตกเย็นเริ่มปวดตุบๆ ลูกหลานซื้อยาแปะให้ก็ไม่ดีขึ้น ผ่านไป 3 เดือน ป้าสมศรีเริ่มใส่เสื้อชั้นในเองไม่ได้ หวีผมลำบาก พอมาหาหมอ ตรวจดูพบว่าเส้นเอ็นไหล่อักเสบเรื้อรังและเริ่มมีการฉีกขาดเล็กน้อย

สิ่งที่น่าเสียดายคือ ถ้าป้าสมศรีรู้ “วิธีปฏิบัติตัว” ตั้งแต่เจ็บวันแรก อาการคงไม่ลุกลามขนาดนี้ วันนี้หมอเลยตั้งใจเขียนบทความนี้ เพื่อให้ทุกคนรู้วิธีดูแลไหล่ของตัวเองอย่างถูกต้องครับ

ทำความเข้าใจ: ทำไม “เส้นเอ็นไหล่” ถึงมีปัญหา?

ข้อไหล่ของเราเป็นข้อต่อที่เคลื่อนไหวได้มากที่สุดในร่างกายครับ ลองจินตนาการถึงลูกกลมๆ ที่กลิ้งอยู่บนจานตื้นๆ สิ่งที่ช่วยยึดลูกกลมๆ นี้ให้อยู่กับที่และขยับได้ คือกลุ่มกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นที่หุ้มรอบไหล่เสมือน “ปลอกแขน” (Rotator Cuff)

เมื่อเราอายุมากขึ้น เส้นเอ็นเหล่านี้จะเริ่มเสื่อมสภาพตามการใช้งาน เปรียบเหมือนเชือกที่ใช้งานมานาน เกลียวเชือกจะเริ่มเปื่อยยุ่ย ยืดหยุ่นน้อยลง พอเราไปใช้งานหนักๆ ยกของสูง กระชาก หรือมีการเสียดสีซ้ำๆ เส้นเอ็นก็จะเกิดการอักเสบ บวม หรือฉีกขาดได้ในที่สุด

อาการสัญญาณเตือน: แบบนี้แหละ เส้นเอ็นไหล่มีปัญหา

อาการของโรคนี้มักจะค่อยเป็นค่อยไปครับ แต่จะมีจุดสังเกตที่ชัดเจน คือ:

  1. ปวดตอนกลางคืน: นี่คืออาการคลาสสิกครับ นอนตะแคงทับข้างที่เจ็บไม่ได้ หรือบางทีนอนเฉยๆ ก็ปวดจนตื่น
  2. องศาการขยับลดลง: โดยเฉพาะท่ายกแขนสูง ท่าไขว้หลัง (เช่น ท่าติดตะขอเสื้อใน หรือท่าล้วงกระเป๋าหลัง)
  3. อ่อนแรง: รู้สึกว่าแขนข้างนั้นไม่มีแรงยกของหนัก หรือยกแขนค้างไว้นานๆ ไม่ได้
  4. เสียงในข้อ: เวลาขยับอาจได้ยินเสียงกึกกัก หรือรู้สึกฝืดๆ ในข้อไหล่

การตรวจวินิจฉัย: หาความจริงให้เจอ

การมาหาหมอ ไม่ใช่แค่การรับยาแก้ปวดครับ แต่คือการหาต้นตอ หมอจะเริ่มต้นด้วยการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อดูมุมการเคลื่อนไหวและจุดกดเจ็บ

หลังจากนั้น เราจะใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย:

  • เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูโครงสร้างกระดูก ว่ามีหินปูนเกาะกระดูก หรือมีกระดูกงอกไปกดทับเส้นเอ็นหรือไม่
  • อัลตราซาวด์ (Ultrasound): ปัจจุบันเครื่องมือนี้เปรียบเสมือนหูฟังของหมอกระดูกครับ ช่วยให้เห็นเส้นเอ็น การอักเสบ หรือรอยฉีกขาดได้ทันทีในห้องตรวจ โดยไม่ต้องรอคิวนาน
  • เอ็มอาร์ไอ (MRI): จะใช้ในกรณีที่ต้องการรายละเอียดสูงมาก หรือวางแผนผ่าตัด เพื่อดูความลึกและความกว้างของรอยฉีกขาด

สิ่งที่ควรทำ และ สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง (Dos and Don’ts)

นี่คือหัวใจสำคัญของบทความนี้ครับ การรักษาที่ดีที่สุดเริ่มที่ “พฤติกรรม” ของตัวเราเอง หมอขอแบ่งเป็นข้อๆ เพื่อให้เข้าใจง่ายนะครับ

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง (พฤติกรรมเสี่ยงทำลายไหล่)

  1. หลีกเลี่ยงการยกแขนสูงเหนือศีรษะ: การเอื้อมหยิบของบนชั้นสูง การตากผ้าที่ราวสูงเกินไป หรือการทำความสะอาดเพดาน จะทำให้กระดูกไหล่ไปเสียดสีและหนีบเส้นเอ็นที่กำลังอักเสบอยู่ อาการจะแย่ลงทันที
  2. เลี่ยงท่าไขว้หลัง: ท่าที่ต้องบิดแขนไปด้านหลัง เช่น การเอื้อมหยิบของเบาะหลังรถ การถูหลังขณะอาบน้ำ หรือการติดตะขอเสื้อชั้นในด้วยตัวเอง (สำหรับคุณผู้หญิง แนะนำให้ติดตะขอจากด้านหน้าแล้วหมุน หรือให้คนช่วยครับ)
  3. ไม่ควรนอนทับไหล่ข้างที่เจ็บ: การนอนตะแคงทับข้างที่มีปัญหา จะไปกดทับเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงเส้นเอ็น ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี และเพิ่มแรงดันในข้อไหล่ ทำให้ปวดมากขึ้น
  4. หลีกเลี่ยงการสะบัดหรือเหวี่ยงแขนแรงๆ: การออกกำลังกายที่ต้องเหวี่ยงแขนเร็วๆ หรือการสะบัดผ้าแรงๆ อาจทำให้เส้นเอ็นที่เปราะบางอยู่แล้วฉีกขาดเพิ่มขึ้นได้
  5. ไม่ควรหิ้วของหนักแบบถุงหูหิ้ว: การปล่อยแขนห้อยลงแล้วถือของหนัก จะเกิดแรงดึงที่หัวไหล่โดยตรง ควรเปลี่ยนมาใช้รถเข็น หรืออุ้มของแนบอกแทน
  6. ไม่ควรนวดไหล่บริเวณที่ปวด

สิ่งที่ควรปฏิบัติ (พฤติกรรมช่วยฟื้นฟู)

  1. ปรับท่านอน: ให้นอนหงาย โดยใช้หมอนใบเล็กๆ หรือผ้าขนหนูม้วนรองใต้ศอกข้างที่เจ็บ หรือกอดหมอนข้างไว้ เพื่อพยุงไหล่ให้อยู่ในท่าที่ผ่อนคลายที่สุด

  2. ประคบให้ถูกวิธี:

    ถ้าปวดเฉียบพลัน (บวม แดง ร้อน เพิ่งเจ็บมาใหม่ๆ ภายใน 24-48 ชม.): ให้ ประคบเย็น เพื่อลดการอักเสบ

  3. บริหารไหล่เบาๆ (Pendulum Exercise): ยืนโน้มตัวไปข้างหน้า ใช้มือข้างดีเกาะโต๊ะ ปล่อยแขนข้างที่เจ็บทิ้งดิ่งลงพื้นตามแรงโน้มถ่วง แล้วแกว่งแขนเป็นวงกลมเล็กๆ เบาๆ เหมือนลูกตุ้มนาฬิกา ช่วยลดอาการข้อติดได้ดีมาก

  4. เก็บข้อศอกให้ชิดลำตัว: พยายามทำกิจกรรมต่างๆ โดยให้ข้อศอกอยู่ใกล้ลำตัวมากที่สุด (Keep Elbow Close to Body) จะช่วยลดภาระของเส้นเอ็นไหล่ได้มาก

แนวทางการรักษาทางการแพทย์

เมื่อปรับพฤติกรรมแล้วยังไม่ดีขึ้น หมอมีแนวทางช่วยเหลือดังนี้ครับ

  1. การใช้ยา: ยาลดการอักเสบ (NSAIDs) ช่วยบรรเทาอาการปวดและลดบวมได้ แต่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ไม่ควรซื้อยากินเองต่อเนื่องนานๆ เพราะอาจมีผลต่อกระเพาะและไต
  2. กายภาพบำบัด: การใช้เครื่องมือทางกายภาพ เช่น อัลตราซาวด์บำบัด เลเซอร์ หรือการดัดดึงข้อต่อ เพื่อลดปวดและเพิ่มมุมการเคลื่อนไหว
  3. การฉีดยาด้วยระบบอัลตราซาวด์นำวิถี: ปัจจุบันเราไม่ฉีดยาแบบกะเอา หรือคลำจุดเอาแล้วครับ หมอจะใช้อัลตราซาวด์สแกนหาตำแหน่งที่มีการอักเสบแม่นยำ แล้วฉีดยา (อาจเป็นสเตียรอยด์เพื่อลดอักเสบเฉียบพลัน หรือเกล็ดเลือดเข้มข้น PRP เพื่อซ่อมแซม) เข้าไปที่จุดนั้นโดยตรง ทำให้ได้ผลดีและปลอดภัยสูง
  4. การผ่าตัดส่องกล้อง: เราจะพิจารณาผ่าตัดก็ต่อเมื่อ
    • รักษาด้วยวิธีอื่นมา 3-6 เดือนแล้วไม่ดีขึ้น
    • เส้นเอ็นฉีกขาดขนาดใหญ่ หรือขาดแบบสมบูรณ์
    • มีอาการอ่อนแรงชัดเจนจนรบกวนชีวิตประจำวัน

การผ่าตัดสมัยใหม่เป็นการ “ส่องกล้อง” แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว และกลับมาใช้งานได้ใกล้เคียงปกติมากครับ

บทพยากรณ์โรค: จะหายไหม?

โรคเส้นเอ็นไหล่อักเสบหรือฉีกขาด “สามารถรักษาให้คุณภาพชีวิตกลับมาดีได้” ครับ แต่ต้องใช้ความอดทน เส้นเอ็นเป็นอวัยวะที่เลือดไปเลี้ยงน้อย การซ่อมแซมตัวเองจึงใช้เวลา (เป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน)

ผู้ป่วยส่วนใหญ่ประมาณ 80-90% อาการดีขึ้นได้ด้วยการปรับพฤติกรรม กายภาพ และการใช้ยา โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่หัวใจสำคัญคือ “ความสม่ำเสมอ” และ “การหยุดพฤติกรรมทำร้ายไหล่” ตามที่หมอแนะนำไปข้างต้นครับ

สรุป

อาการปวดไหล่ไม่ใช่เรื่องเล็กที่ควรมองข้าม และไม่ใช่เรื่องของความชราที่ต้องจำยอม การรู้ว่าอะไร “ควรทำ” และอะไร “ควรเลี่ยง” คือยาขนานเอกที่จะช่วยให้ท่านกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง ลองนำวิธีที่หมอแนะนำไปปรับใช้ดูนะครับ ไหล่ของเราจะได้อยู่ใช้งานไปกับเราได้อีกนานๆ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #เส้นเอ็นไหล่อักเสบ #ไหล่ติด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดไหล่ตอนนอน #ยกแขนไม่ขึ้น #รักษาปวดไหล่เชียงใหม่ #RotatorCuff #กายภาพบำบัดไหล่ #ข้อไหล่เสื่อม


Step 2.0 References

  1. American Academy of Orthopaedic Surgeons. Rotator Cuff Tears: Surgical Treatment Options [Internet]. Rosemont (IL): AAOS; 2022 [cited 2024 Jul 18]. Available from: https://orthoinfo.aaos.org/en/treatment/rotator-cuff-tears-surgical-treatment-options/
  2. Dang A, Davies M. Rotator Cuff Tendinopathy: A Review of Current Treatment Evidence. Ann Jt. 2018;3:10.
  3. Kulkarni R, Gibson J, Brownson P, Thomas M, Rangan A, Carr AJ, et al. BESS/BOA Patient Care Pathways: Subacromial shoulder pain. Shoulder Elbow. 2015;7(2):135-43.
  4. Whittle S, Buchbinder R. In the clinic. Rotator cuff disease. Ann Intern Med. 2015;162(1):ITC1-15.
  5. Yamamoto A, Takagishi K, Osawa T, Yanagawa T, Nakajima D, Shitara H, et al. Prevalence and risk factors of a rotator cuff tear in the general population. J Shoulder Elbow Surg. 2010;19(1):116-20.


Monday, December 22, 2025

อายุแค่ 21 แต่ "ไหล่พัง" เหมือนคนแก่! ภัยเงียบของสาวนักตบ-นักชู้ต ที่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ

 



อายุแค่ 21 แต่ "ไหล่พัง" เหมือนคนแก่! ภัยเงียบของสาวนักตบ-นักชู้ต ที่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ

"หมอคะ หนูเพิ่งอายุ 21 เองนะ เพื่อนรุ่นเดียวกันเขาแข็งแรงจะตาย แต่ทำไมไหล่หนูมันปวดเรื้อรังมาเป็นปีแล้ว กินยาก็แค่ทุเลา พอลงแข่งวอลเล่ย์บอล หรือชู้ตบาสหนักๆ กลับมาปวดจนยกแขนแทบไม่ขึ้น

นี่คือประโยคเปิดใจของน้องนักศึกษาสาว นักกีฬามหาวิทยาลัย ที่เดินเข้ามาหาหมอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลและความท้อแท้ครับ เธอรักกีฬามาก แต่ร่างกายกลับส่งสัญญาณประท้วงทุกครั้งที่เธอยกแขน

หลายคนเข้าใจผิดว่า อาการปวดไหล่เรื้อรังต้องเกิดใน "คนแก่" หรือต้องเกิดจาก "อุบัติเหตุหนักๆ" เท่านั้น แต่ความจริงแล้ว ในกลุ่มนักกีฬาสาววัยรุ่น โดยเฉพาะกีฬาที่ต้องใช้แขนเหนือศีรษะ (Overhead Sports) มีความเสี่ยงที่จะเกิดการบาดเจ็บแบบ "สะสม" จนกลายเป็นปัญหาระยะยาวได้

วันนี้หมอจะพามาเจาะลึกเคสของ "น้องเฟรนด์" (นามสมมติ) เพื่อเป็นอุทาหรณ์และแนวทางให้นักกีฬาทุกคนครับ

เรื่องเล่าจาก "น้องเฟรนด์" มือตบทีมมหาวิทยาลัย

น้องเฟรนด์ อายุ 21 ปี เป็นนักกีฬาวอลเล่ย์บอลตัวหลัก และเล่นบาสเก็ตบอลบ้างยามว่าง น้องเฟรนด์เริ่มมีอาการเจ็บแปลบๆ ลึกๆ ในหัวไหล่ขวามาตั้งแต่ปี 1 แต่เธอคิดว่าเป็นแค่ "กล้ามเนื้ออักเสบ" ธรรมดา เลยซื้อยานวดมาทา กินยาแก้ปวด แล้วก็ลงแข่งต่อ

แต่อาการเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ ครับ จากที่เคยปวดแค่ตอนตบลูก กลายเป็นปวดตอนกลางคืน นอนทับไหล่ข้างนั้นไม่ได้ และรู้สึกว่าไหล่มัน "หลวมๆ" เหมือนจะหลุดเวลาเหวี่ยงแขนแรงๆ จนสุดท้ายโค้ชต้องสั่งพักยาวเพราะเธอเสิร์ฟบอลไม่ข้ามเน็ตแล้ว

พอหมอตรวจร่างกาย เช็คความมั่นคงของข้อไหล่ พบว่าน้องเฟรนด์ไม่ได้แค่กล้ามเนื้ออักเสบครับ แต่เธอมีภาวะ "เส้นเอ็นรอบข้อไหล่หลวม" (Multidirectional Instability) ร่วมกับ "ภาวะข้อไหล่หนีบเส้นเอ็น" ซึ่งเป็นผลพวงจากการใช้งานหนักบนโครงสร้างร่างกายที่ยืดหยุ่นเกินไป

ทำไม "ผู้หญิง" ถึงเจ็บไหล่เรื้อรังง่ายกว่าผู้ชาย?

ตรงนี้เป็นเกร็ดความรู้ที่สำคัญมากครับ

  1. ความยืดหยุ่นตามธรรมชาติ (Ligament Laxity): ผู้หญิงมักจะมีเส้นเอ็นที่ยืดหยุ่นกว่าผู้ชายโดยธรรมชาติครับ ลองสังเกตดูว่าผู้หญิงมักจะดัดนิ้วได้เยอะกว่า หรือข้อศอกแอ่นกว่า
  2. ดาบสองคม: ความยืดหยุ่นนี้ดีต่อการเล่นกีฬาที่ต้องใช้ความอ่อนตัว แต่ข้อเสียคือ "ข้อต่อจะไม่นิ่ง"
  3. กลไกการบาดเจ็บ: เปรียบเหมือน "ลูกกอล์ฟ (หัวกระดูก) ที่วางบนทีตั้งลูก (เบ้าไหล่)" ถ้ายางรัด (เส้นเอ็น) มันหย่อน ลูกกอล์ฟก็จะกลิ้งโคลงเคลงไปมา เวลาเราเหวี่ยงแขนตบวอลเล่ย์บอลหรือชู้ตบาส ลูกกอล์ฟจะไป "กระแทก" หรือ "เสียดสี" กับเนื้อเยื่อรอบๆ จนเกิดการอักเสบซ้ำซากครับ

อาการแบบนี้... ใช่เลย! (สัญญาณเตือน)

ถ้าคุณเป็นนักกีฬา หรือคนออกกำลังกาย แล้วมีอาการเหล่านี้ ให้รีบมาเช็คครับ

  • ปวดลึกๆ: ปวดตื้อๆ ในข้อไหล่ หาจุดกดเจ็บที่แน่นอนไม่เจอ
  • ปวดเมื่อยกแขน: เจ็บจี๊ดขึ้นมาเวลากางแขน หรือยกแขนสุด (จังหวะตบบอล/ชู้ตบาส)
  • รู้สึกไม่มั่นคง: รู้สึกไหล่ "หลวม" "กึกกัก" หรือเหมือนจะหลุดเวลาเหวี่ยงแขนเร็วๆ
  • แขนล้า: แรงตบตก หรือชู้ตบอลไม่ถึงห่วง เพราะกล้ามเนื้อล้าจากการพยายามพยุงข้อไหล่

การตรวจวินิจฉัย สำคัญที่สุด : หาต้นตอให้เจอ

หมอต้องตรวจละเอียดหน่อยครับ เพราะอาการปวดไหล่มีสาเหตุได้ร้อยแปด

  1. ตรวจร่างกาย: หมอจะทดสอบความหลวมของข้อไหล่ (Instability Test) และดูการขยับของสะบัก (Scapular Motion) ว่าสัมพันธ์กับการยกแขนไหม
  2. เอกซเรย์ (X-ray): ดูโครงสร้างกระดูกว่ามีหินปูน หรือความผิดปกติแต่กำเนิดไหม
  3. การตรวจด้วย ultrasound เพื่แประเมินสภาพของเส้นเอ็น
  4. เอ็มอาร์ไอ (MRI): จำเป็นมากในเคสเรื้อรัง เพื่อดู "เส้นเอ็นหมุนไหล่" (Rotator Cuff) และ "เบ้าเส้นเอ็น" (Labrum) ว่ามีการฉีกขาดหรืออักเสบตรงไหนบ้าง

การรักษา: ไม่ต้องผ่า ถ้ามาเร็วและ "ฝึก" ถูกวิธี

สำหรับน้องเฟรนด์ และน้องๆ ส่วนใหญ่ การรักษาหลักคือ "การกายภาพบำบัดแบบเฉพาะเจาะจง" ครับ ยาแก้ปวดเป็นแค่ตัวช่วยปลายเหตุ

1. ระยะพักการอักเสบ (1-2 สัปดาห์แรก)

  • งดการเล่นกีฬาที่ใช้แขนเหนือศีรษะทันที
  • ประคบเย็น และทานยาลดการอักเสบ เพื่อดับไฟในข้อไหล่ก่อน

2. สร้างเกราะกล้ามเนื้อ (Rehabilitation) นี่คือหัวใจสำคัญครับ! เนื่องจากเส้นเอ็นเรา "หลวม" เราจึงต้องสร้าง "กล้ามเนื้อ" ให้แข็งแรงมาทำหน้าที่พยุงข้อแทน

  • Rotator Cuff Strengthening: ฝึกกล้ามเนื้อชิ้นเล็กๆ รอบหัวไหล่ ให้แข็งแรงเพื่อดึงหัวไหล่ให้อยู่ในเบ้า

เป้าหมาย: ฝึกกล้ามเนื้อชิ้นเล็กๆ ลึกๆ ให้แข็งแรง เพื่อกดหัวไหล่ไม่ให้หลุดหรือเสียดสี

ท่าที่ 1: นอนตะแคงกางแขน (Side-Lying External Rotation)

ท่านี้คือ The Best ของการฝึกกล้ามเนื้อหมุนไหล่ครับ

  1. จัดท่า: นอนตะแคงทับไหล่ข้างดี (ไหล่ข้างที่เจ็บอยู่ด้านบน)
  2. อุปกรณ์:
    • หา "ผ้าขนหนูม้วนเล็กๆ" หนีบไว้ที่รักแร้ข้างที่เจ็บ (สำคัญมาก! เพื่อให้แนวแขนตรง)
    • มือถือขวดน้ำเล็กๆ (500-600 ml) หรือดัมเบลเบาๆ (0.5 - 1 กก.) ห้ามหนักกว่านี้
  3. การทำ:
    • ศอกงอ 90 องศา แนบชิดลำตัวตลอดเวลา (ห้ามกางศอกออก)

    • ค่อยๆ "หมุนแขนยกขวดน้ำขึ้น" เพดาน ช้าๆ จนสุดเท่าที่ทำได้ (เหมือนเปิดประตู)

    • ค้างไว้ 2 วินาที แล้วค่อยๆ ผ่อนลงช้าๆ

      จำนวน: ทำ 15 ครั้ง / 3 เซต (ถ้ารู้สึกปวดจี๊ด ให้ลดน้ำหนักลง)

  • Scapular Stabilization: ฝึกกล้ามเนื้อสะบักให้แข็งแรง เพราะสะบักคือฐานรากของไหล่ ถ้าฐานไม่แน่น แขนก็ไม่มีแรงครับ

    ดันกำแพงโก่งหลัง (Wall Push-Up Plus)

    ท่านี้ช่วยฝึกกล้ามเนื้อ Serratus Anterior ที่ช่วยล็อกสะบักไม่ให้ปีก

จัดท่า: ยืนหันหน้าเข้ากำแพง ใช้มือยันกำแพงไว้ แขนตึง (เหมือนจะวิดพื้นกับกำแพง)

การทำ:

  • แทนที่จะงอศอกวิดพื้น ให้แขนตึงไว้ แล้วออกแรง "ดันกำแพงให้ตัวถอยออกมา"
  • สังเกตว่าสะบักด้านหลังจะกางออก และหลังจะโก่งขึ้นเล็กน้อย (คล้ายแมวโกรธ)
  • แล้วค่อยๆ ผ่อนตัวกลับไปท่าเริ่มต้น (สะบักหนีบเข้าหากัน)

จำนวน: ทำ 15 ครั้ง / 3 เซต

3. ปรับท่าทาง (Mechanics Adjustment)

  • โค้ชและนักกายภาพต้องช่วยกันดูท่าทางการตบหรือชู้ต ว่ามีการใช้แรงจากไหล่มากเกินไปไหม (ควรส่งแรงจากสะโพกและลำตัวมาช่วย)

เมื่อไหร่ต้องผ่าตัด?

เราจะพิจารณาผ่าตัดก็ต่อเมื่อ:

  • มีการฉีกขาดของเส้นเอ็น หรือเบ้าไหล่ขนาดใหญ่ (ดูจาก MRI)
  • ไหล่หลุดซ้ำๆ จนใช้ชีวิตไม่ได้

พยากรณ์โรค: จะกลับไปเป็นดาวรุ่งได้ไหม?

สำหรับน้องเฟรนด์ หลังจากวินัยเป๊ะ ยอมพักแข่ง 3 เดือน และทำกายภาพทุกวัน อาการปวดหายไปเกือบปลิดทิ้งครับ กล้ามเนื้อรอบไหล่แข็งแรงขึ้น อาการหลวมลดลง

ตอนนี้เธอกลับมาลงสนามได้แล้วครับ แต่ต้องวอร์มอัพให้ถึง และบริหารไหล่เป็นประจำ เพื่อไม่ให้กลับมาเจ็บอีก

บทสรุปจากหมอ

อาการปวดไหล่ในวัยรุ่น ไม่ใช่เรื่องปกติที่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีความยืดหยุ่นของข้อสูง การฝืนเล่นทั้งที่เจ็บ จะยิ่งทำให้โครงสร้างภายในเสียหายจนอาจถึงขั้นต้องผ่าตัด

ถ้ารู้สึกเจ็บ ให้ "พัก" และรีบมา "ตรวจ" ครับ การปรับสมดุลกล้ามเนื้อเพียงเล็กน้อย อาจช่วยให้คุณเล่นกีฬาที่รักได้นานขึ้นอีกหลายสิบปีครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng

#ปวดไหล่ #นักกีฬาวอลเล่ย์บอล #เจ็บไหล่เรื้อรัง #ไหล่หลวม #RotatorCuff #เส้นเอ็นอักเสบ #บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา #หมอเก่งกระดูกและข้อ #กายภาพบำบัดไหล่ #สุขภาพผู้หญิง


References:

  1. Cools AM, et al. Rehabilitation of Scapular Muscle Balance: Which Exercises to Move on to? Am J Sports Med. 2009;37(6):1281-1288.
  2. Baretella G, et al. Multidirectional Instability of the Shoulder: A Narrative Review. Open Access J Sports Med. 2023;14:15-25.
  3. Watson L, et al. The management of multidirectional instability of the shoulder in the young athlete. Int J Sports Phys Ther. 2018;13(4):689-703.
  4. Clement ND, et al. Multidirectional instability of the shoulder: A review of the current concepts. Bone Joint J. 2015;97-B(2):164-173.
  5. Wilk KE, et al. The Athlete's Shoulder: Vol II. Oper Tech Sports Med. 2019.

Wednesday, December 17, 2025

อายุ 70 ปี เอ็นไหล่ขาด... จำเป็นต้องผ่าตัดไหม? ทางเลือกการรักษาที่ลูกหลานต้องรู้

อายุ 70 ปี เอ็นไหล่ขาด... จำเป็นต้องผ่าตัดไหม? ทางเลือกการรักษาที่ลูกหลานต้องรู้

"หมอคะ แม่อายุ 70 แล้ว ปวดไหล่มาก ไปตรวจที่โรงพยาบาลหมอบอกว่า 'เอ็นไหล่ขาด' แม่กลัวการผ่าตัดมากเพราะอายุเยอะ มีโรคประจำตัวด้วย จะรักษาแบบไม่ผ่าได้ไหมคะ?"

นี่คือคำถามยอดฮิตที่หมอเจอบ่อยมากในห้องตรวจครับ ความกังวลของคนเป็นลูกคือไม่อยากให้แม่เจ็บตัว ส่วนความกังวลของคนไข้สูงวัยคือ "กลัวไม่ฟื้น" หรือกลัวการดมยาสลบ

วันนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังแบบหมดเปลือกครับว่า ในวัย 70 ปีที่เอ็นไหล่ขาด เรามีทางเลือกอะไรบ้าง และความจริงแล้ว... การผ่าตัดอาจไม่ใช่คำตอบเดียวเสมอไป

ความจริงที่หมออยากบอกให้สบายใจก่อนเลยคือ "เอ็นไหล่ขาด ไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดทุกคน" โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เราไม่ได้รักษาแค่ "ภาพเอกซเรย์" หรือ "ผล MRI" แต่เรารักษา "คุณภาพชีวิต" ของคนไข้เป็นหลักครับ

มาทำความเข้าใจกันครับว่า ภาวะนี้คืออะไร และจะดูแลกันอย่างไร

เส้นเอ็นไหล่ขาด คืออะไร? ทำไมอยู่ดีๆ ถึงขาด?

ลองจินตนาการถึงเชือกที่ใช้งานมานานครับ เชือกเส้นนี้ถูกดึง ถูกถูไถกับหินทุกวัน วันละหลายร้อยครั้ง เป็นเวลา 70 ปี นานวันเข้า เชือกเส้นนั้นก็จะเริ่มเปื่อย เริ่มลุ่ย และอาจจะขาดในที่สุด

เส้นเอ็นหัวไหล่ของเราก็เหมือนเชือกเส้นนั้นครับ

ในคนหนุ่มสาว เอ็นมักจะขาดจากอุบัติเหตุแรงๆ แต่ในวัย 70 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่เกิดจาก "ความเสื่อมตามวัย"(Degeneration) ครับ กระดูกที่งอกทับเส้นเอ็นค่อยๆ บาดเส้นเอ็นทีละนิด จนวันหนึ่งพอยกของหนัก หรือเอื้อมหยิบของผิดท่า เส้นเอ็นที่เปื่อยอยู่แล้วก็ฉีกขาดออก

อาการที่พบบ่อยจนสังเกตได้คือ:

  • ปวดไหล่ตอนกลางคืน: นอนตะแคงทับไหล่ข้างนั้นไม่ได้เลย ปวดจนตื่น
  • ยกแขนไม่สุด: รู้สึกว่าแขนไม่มีแรง เหมือนยกได้แค่ระดับไหล่ แต่ยกขึ้นเหนือศีรษะไม่ไหว
  • ทำกิจวัตรประจำวันลำบาก: เช่น ติดตะขอเสื้อชั้นในไม่ได้ หวีผมลำบาก หรือเอื้อมหยิบของหลังรถไม่ได้

การตรวจวินิจฉัย: รู้ได้อย่างไรว่าขาดจริง?

เมื่อมาหาหมอ หมอจะเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกายก่อนครับ การขยับแขนในท่าต่างๆ จะบอกได้คร่าวๆ ว่าเส้นเอ็นมัดไหนที่มีปัญหา

จากนั้น เราจะใช้เครื่องมือช่วยยืนยัน:

1. เอกซเรย์ (X-ray):

อันนี้จะดู "กระดูก" เป็นหลักครับ เราจะเห็นว่ามีหินปูนเกาะกระดูกไหล่ไหม หรือหัวกระดูกไหล่ยกตัวสูงขึ้นผิดปกติหรือเปล่า ซึ่งเป็นสัญญาณทางอ้อมว่าเอ็นขาด

2. อัลตราซาวด์ (Ultrasound):

วิธีนี้ดีมากสำหรับดูเส้นเอ็นครับ ไม่เจ็บตัว รวดเร็ว และสามารถเห็นรอยฉีกขาดของเส้นเอ็นได้เลย รวมถึงเห็นถุงน้ำอักเสบด้วย

3. เอ็มอาร์ไอ (MRI):

เป็นการตรวจที่ละเอียดที่สุด เห็นทั้งกระดูก เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อ แต่ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ในเบื้องต้นหากไม่ได้วางแผนจะผ่าตัดทันที อาจจะยังไม่จำเป็นต้องทำ MRI ในวันแรกครับ

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นโรคนี้

นอกจาก "อายุ" ที่เป็นปัจจัยหลักแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่เร่งให้เอ็นเสื่อมเร็วขึ้น:

  • การใช้งานหนักในอดีต: อาชีพที่ต้องยกแขนสูงบ่อยๆ เช่น ช่างทาสี ช่างก่อสร้าง ครูที่เขียนกระดาน
  • สูบบุหรี่: สารนิโคตินทำให้เลือดไปเลี้ยงเส้นเอ็นน้อยลง ทำให้เอ็นเปื่อยง่ายและซ่อมแซมตัวเองยาก
  • โรคเบาหวาน: ทำให้เนื้อเยื่ออักเสบและติดแข็งง่ายกว่าคนทั่วไป

ทางเลือกการรักษา: ไม่ผ่าตัด หายได้ไหม?

คำถามสำคัญคือ "ไม่ผ่าตัดได้ไหม?"

คำตอบคือ "ได้ครับ"

ในผู้ป่วยอายุ 70 ปี เป้าหมายของเราคือ "หายเจ็บ และใช้งานแขนในชีวิตประจำวันได้" เราไม่ได้ต้องการเส้นเอ็นที่สวยงามเหมือนตอนอายุ 20 หากคนไข้สามารถกินข้าว อาบน้ำ แต่งตัว และนอนหลับได้โดยไม่ปวดทรมาน การรักษาแบบไม่ผ่าตัดมักจะได้ผลดีและเพียงพอแล้วครับ

แนวทางการรักษาแบบไม่ผ่าตัด มีดังนี้ครับ:

1. ปรับพฤติกรรม (สำคัญที่สุด)

ต้องหยุดกิจกรรมที่ทำให้เจ็บครับ เช่น งดยกของหนัก งดยกแขนสูงเหนือศีรษะซ้ำๆ และหลีกเลี่ยงท่านอนทับไหล่ข้างที่เจ็บ

2. การใช้ยา

หมออาจจะจ่ายยาแก้ปวดและยาต้านการอักเสบ เพื่อลดอาการปวดในระยะแรก แต่ในผู้สูงอายุ หมอจะระวังเรื่องผลข้างเคียงต่อกระเพาะอาหารและไตเป็นพิเศษครับ

3. การฉีดยา

หากกินยาแล้วไม่ดีขึ้น หรือปวดมากจนทำกายภาพไม่ได้ การฉีดยาเป็นทางเลือกที่ดีครับ ปัจจุบันเรามีการใช้ อัลตราซาวด์นำวิถี (Ultrasound-guided injection) เพื่อระบุตำแหน่งที่อักเสบแม่นยำ แล้วฉีดยาเข้าไปตรงจุดนั้น ยาที่ใช้อาจเป็นสเตียรอยด์ (ฉีดได้จำกัดจำนวนครั้ง) หรือยาฉีดลดการอักเสบกลุ่มอื่นๆ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของหมอ

4. กายภาพบำบัด

เมื่อหายเจ็บแล้ว หัวใจสำคัญคือการบริหารกล้ามเนื้อรอบหัวไหล่ครับ แม้เส้นเอ็นหลักจะขาด แต่เรายังมีกล้ามเนื้อมัดอื่นรอบๆ ไหล่ (เช่น กล้ามเนื้อเดลทอยด์) ที่สามารถฝึกให้แข็งแรง เพื่อทำหน้าที่ "แทน" เส้นเอ็นที่ขาดไปได้ ถ้ากล้ามเนื้อรอบๆ แข็งแรง คนไข้จะยกแขนได้ดีขึ้นมากครับ

เมื่อไหร่ถึง "จำเป็น" ต้องผ่าตัด?

แม้หมอจะเชียร์ให้รักษาแบบประคับประคองก่อน แต่ก็มีบางกรณีที่เราอาจต้องคุยเรื่องผ่าตัดครับ:

  • รักษาเต็มที่แล้ว 3-6 เดือน แต่อาการปวดไม่ลดลง จนรบกวนการนอนและการใช้ชีวิตอย่างหนัก
  • แขนอ่อนแรงมาก จนยกไม่ขึ้นเลย (Pseudo-paralysis) ทำให้ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
  • เป็นแผลฉีกขาดขนาดใหญ่ ที่เกิดขึ้นเฉียบพลันจากอุบัติเหตุ และร่างกายแข็งแรงพอ

การผ่าตัดปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นการ "ส่องกล้องเย็บซ่อมเส้นเอ็น" แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็วกว่าสมัยก่อนมาก แต่ในวัย 70 ปี หมอจะพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ โดยชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงกับผลที่จะได้รับครับ

พยากรณ์โรค: จะหายขาดไหม? ต้องดูแลตลอดชีวิตหรือเปล่า?

ต้องเรียนตามตรงว่า เส้นเอ็นที่ขาดแล้วในผู้สูงอายุ "จะไม่เชื่อมติดกันเอง" เหมือนกระดูกหักครับ รอยขาดก็จะยังคงอยู่แบบนั้น

แต่... "อาการปวดสามารถหายขาดได้" และ "การใช้งานสามารถกลับมาใกล้เคียงปกติได้"

หลายคนที่มีเอ็นไหล่ขาด สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้จนตลอดอายุขัยโดยไม่ต้องผ่าตัด เพียงแต่ต้องดูแลตัวเอง รู้จักหลีกเลี่ยงท่าทางที่อันตราย และหมั่นบริหารไหล่อย่างสม่ำเสมอ

บทสรุปจากหมอ

ถ้าคุณหรือคนที่คุณรักอายุ 70 ปีแล้วตรวจพบว่าเอ็นไหล่ขาด อย่าเพิ่งตกใจกลัวเรื่องผ่าตัดจนไม่กล้ามาหาหมอนะครับ การรักษาทางเลือกมีมากมาย การดูแลแบบประคับประคองในผู้สูงอายุให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจมากในคนไข้ส่วนใหญ่

ขอเพียงเราเข้าใจโรค ปรับพฤติกรรม และร่วมมือกันรักษา ความเจ็บปวดจะหายไป และรอยยิ้มจะกลับมาอีกครั้งครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng

#ปวดไหล่ #เอ็นไหล่ขาด #รักษากระดูกและข้อ #ผู้สูงอายุ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดไหล่ไม่ต้องผ่าตัด #ไหล่ติด #กายภาพบำบัด #โรคกระดูกผู้สูงวัย #ดูแลสุขภาพวัยเกษียณ

ปวดไหล่ตรงปุ่มกระดูก นอนตะแคงทับไม่ได้... สัญญาณเตือน "ข้อต่อกระดูกไหปลาร้าเสื่อม" ที่หลายคนไม่รู้จัก


ปวดไหล่ตรงปุ่มกระดูก นอนตะแคงทับไม่ได้... สัญญาณเตือน "ข้อต่อกระดูกไหปลาร้าเสื่อม" ที่หลายคนไม่รู้จัก

"หมอครับ ผมปวดไหล่ตรงนี้... ตรงปุ่มกระดูกที่นูนๆ นี่แหละครับ"

คนไข้ชายวัย 55 ปี ท่านหนึ่ง ชี้ไปที่ "ยอดไหล่" หรือปุ่มกระดูกแข็งๆ ด้านบนสุดของไหล่ ไม่ใช่หัวไหล่ด้านข้างหรือด้านหลัง

คุณพี่ท่านนี้เล่าให้หมอฟังว่า อาการปวดเริ่มเป็นมาสักพักใหญ่ๆ แล้ว ตอนแรกนึกว่าเป็นกล้ามเนื้ออักเสบธรรมดา ไปนวดก็ไม่หาย กินยาก็ทุเลาแค่ชั่วคราว

แต่จุดที่ทำให้ตัดสินใจมาหาหมอ คือ "ชีวิตประจำวันเริ่มลำบากครับ"

แค่จะเอื้อมมือไปดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาด ก็เจ็บแปร๊บขึ้นมาที่ยอดไหล่ หรือเวลาอาบน้ำ จะเอามือไปถูสบู่ที่ไหล่อีกข้าง (ท่าไขว้แขน) ก็ทำแทบไม่ได้เพราะมันเจ็บตึงไปหมด

ที่สำคัญที่สุดคือ "นอนตะแคงไม่ได้เลย" พอล้มตัวนอนทับไหล่ข้างนั้น จะปวดตื้อๆ จนตื่น กลายเป็นคนนอนไม่เต็มอิ่ม หงุดหงิดทั้งวัน

หลายคนเข้าใจผิดคิดว่านี่คืออาการของ "ไหล่ติด" หรือ "เส้นเอ็นไหล่อักเสบ" ทั่วไป แต่ความจริงแล้ว อาการที่ชี้จุดเจ็บได้ชัดเจนที่ปุ่มกระดูกด้านบนแบบนี้ มักเกิดจากโรคที่ชื่อว่า "ข้อต่อกระดูกไหปลาร้าเสื่อม" ครับ

วันนี้หมอจะพามาทำความรู้จักกับโรคนี้กันครับ โรคเล็กๆ ที่สร้างความเจ็บปวดได้ไม่เล็กเลย

ข้อต่อกระดูกไหปลาร้า คือตรงไหน?

ลองเอามือคลำที่ไหปลาร้าของเราดูนะครับ ไล่จากตรงคอ ออกไปทางด้านข้างจนสุดปลายกระดูก เราจะเจอปุ่มกระดูกนูนๆ แข็งๆ ตรงหัวไหล่พอดี จุดนั้นแหละครับคือที่ตั้งของ "ข้อต่อกระดูกไหปลาร้า" (หรือทางการแพทย์เรียกว่า AC Joint)

มันเป็นจุดเชื่อมต่อเล็กๆ ระหว่าง "กระดูกไหปลาร้า" กับ "กระดูกสะบัก" ครับ เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมแขนเราเข้ากับลำตัว

ภายในข้อต่อเล็กๆ นี้ จะมีหมอนรองกระดูกบางๆ คั่นกลางอยู่ เพื่อไม่ให้กระดูกสองชิ้นนี้เสียดสีกันเวลาเรายกแขนหรือขยับไหล่

ทำไมมันถึง "เสื่อม" ได้?

โรคนี้เกิดขึ้นได้จาก 2 สาเหตุหลักๆ ครับ

1. การใช้งานและความเสื่อมตามวัย (Wear and Tear):

เจอบ่อยที่สุดครับ เหมือนยางรถยนต์ที่ใช้งานมานาน หมอนรองกระดูกที่คั่นอยู่ตรงกลางมันสึกหรอและบางลง จนกระดูกไหปลาร้ากับกระดูกสะบักมาเสียดสีกันโดยตรง ทำให้เกิดการอักเสบ ปวด และมีหินปูนงอกขึ้นมา

2. เคยได้รับบาดเจ็บมาก่อน:

ใครที่เคยรถล้ม ไหล่กระแทกพื้น หรือเล่นกีฬาปะทะ แล้วมีประวัติ "ข้อไหล่แยก" หรือไหปลาร้าเคลื่อนในอดีต แม้จะรักษาหายแล้ว แต่ข้อต่อนั้นอาจจะไม่มั่นคงเหมือนเดิม ทำให้เสื่อมเร็วกว่าปกติได้ครับ

อาการแบบไหน? ที่เข้าข่ายโรคนี

ลองเช็คตัวเองดูนะครับ ถ้ามีอาการเหล่านี้ อาจไม่ใช่แค่ปวดเมื่อยธรรมดา:

ปวดเจาะจงที่ยอดไหล่: ใช้นิ้วชี้กดลงไปที่ปุ่มกระดูกบนไหล่แล้วเจ็บมาก (จุดกดเจ็บชัดเจน)

เจ็บเมื่อไขว้แขน: ลองยกแขนข้างที่ปวด พาดผ่านหน้าอกไปแตะไหล่อีกข้าง (ท่าเหมือนจะเกาไหล่อีกฝั่ง) ถ้าทำแล้วเจ็บจี๊ดที่ยอดไหล่ ถือเป็นสัญญาณสำคัญครับ

นอนตะแคงทับไม่ได้: อันนี้เป็นปัญหาคลาสสิกเลยครับ เพราะแรงกดทับจะไปลงที่ข้อต่อโดยตรง

มีก้อนนูนแข็ง: ในรายที่เป็นมานาน อาจสังเกตเห็นว่าปุ่มกระดูกบนไหล่มันปูดนูนขึ้นมาชัดเจนกว่าอีกข้าง เพราะมีหินปูนเกาะ

ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัย

เมื่อมาพบหมอ หมอจะทำการตรวจดังนี้ครับ:

1. การตรวจร่างกาย

หมอจะลองกดหาจุดเจ็บ และทำท่าทดสอบพิเศษ เช่น ให้คนไข้ลองไขว้แขนข้ามหน้าอก (Cross-body adduction test) เพื่อดูว่ากระตุ้นให้เกิดอาการปวดหรือไม่ ซึ่งวิธีนี้บอกได้ค่อนข้างแม่นยำครับ

2. เอกซเรย์ (X-ray)

ภาพเอกซเรย์จะโชว์ให้เห็นเลยครับว่า ช่องว่างระหว่างกระดูกไหปลาร้ากับกระดูกสะบักมันแคบลงไหม กระดูกชนกันหรือยัง หรือมีหินปูน (Osteophyte) งอกออกมาทิ่มแทงเนื้อเยื่อรอบๆ หรือเปล่า

ใครบ้างที่มีความเสี่ยง?

  • ผู้สูงอายุ: ตามความเสื่อมของร่างกาย
  • คนที่ทำงานยกของสูง: ช่างทาสี ช่างไฟ หรือคนที่ต้องยกของขึ้นเหนือศีรษะบ่อยๆ
  • นักกีฬา: โดยเฉพาะนักยกน้ำหนัก (Weightlifters) ที่ต้องรับแรงกดที่ไหล่มากๆ หรือนักรักบี้ นักฟุตบอลที่เกิดการปะทะบ่อยๆ

แนวทางการรักษา: จำเป็นต้องผ่าตัดไหม?

ข่าวดีครับ! โรคข้อต่อกระดูกไหปลาร้าเสื่อม "ส่วนใหญ่รักษาหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด" ครับ เราจะเน้นการลดปวดและลดการอักเสบเป็นหลัก

1. พักการใช้งานและปรับพฤติกรรม

ช่วงที่ปวดมาก ให้งดการยกของหนักเหนือศีรษะ และหลีกเลี่ยงท่าทางที่ต้องไขว้แขนเร็วๆ แรงๆ รวมถึงเลี่ยงการนอนตะแคงทับข้างที่เจ็บไปก่อนครับ

2. การใช้ยา

หมอจะให้ยาลดการอักเสบ (NSAIDs) เพื่อลดอาการบวมภายในข้อต่อ และยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการ

3. การฉีดยา (Injection)

วิธีนี้ได้ผลดีมากครับ หากทานยาแล้วไม่ดีขึ้น หมออาจพิจารณาฉีดยาสเตียรอยด์ปริมาณเล็กน้อย เข้าไปในข้อต่อเล็กๆ นี้โดยตรง (อาจใช้ Ultrasound ช่วยนำทางเพื่อให้แม่นยำ) การฉีดยาจะช่วยลดการอักเสบได้รวดเร็ว และยังช่วยยืนยันการวินิจฉัยได้ด้วยว่าปวดจากจุดนี้จริงๆ

4. การผ่าตัด (Surgery)

เราจะเก็บไว้เป็นทางเลือกสุดท้ายจริงๆ ครับ เฉพาะในรายที่เจ็บปวดทรมานมาก รบกวนชีวิตประจำวันสุดๆ และรักษาด้วยวิธีอื่นมา 3-6 เดือนแล้วไม่ดีขึ้น

การผ่าตัดจะเป็นการ "ส่องกล้อง" หรือผ่าตัดเล็ก เพื่อเข้าไป "กรอ" ปลายกระดูกไหปลาร้าส่วนที่เสื่อมออก (Distal Clavicle Resection) เพื่อเปิดช่องว่างไม่ให้กระดูกมันสีกัน อาการปวดก็จะหายไปครับ ผ่าตัดพักฟื้นไม่นาน ก็กลับมาใช้งานได้

สรุป: ดูแลตัวเองอย่างไรดี?

โรคข้อต่อกระดูกไหปลาร้าเสื่อม แม้จะฟังดูไม่คุ้นหู แต่เป็นสาเหตุของอาการปวดไหล่ที่พบบ่อยกว่าที่คิดครับ

หัวใจสำคัญคือ "อย่าฝืนเจ็บ" ครับ

ถ้าท่านรู้ตัวว่าเวลาเอื้อมหยิบของ หรือเวลานอนตะแคง แล้วเจ็บที่ปุ่มกระดูกนี้ ให้รีบพักการใช้งาน อย่าพยายามไปดัด หรือไปนวดเค้นแรงๆ ตรงปุ่มกระดูก เพราะอาจทำให้ข้อต่ออักเสบระบมกว่าเดิมได้

หากดูแลเบื้องต้น พักแขน ประคบอุ่น แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น จนเริ่มรบกวนการนอนหลับ แนะนำให้มาปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจแยกโรคให้ชัดเจนครับ เพราะบางครั้งอาการปวดไหล่ อาจซ่อนโรคอื่นไว้ร่วมด้วย เช่น เอ็นไหล่ฉีก หรือกระดูกคอเสื่อม

รู้เร็ว รักษาตรงจุด หายปวดได้ ไหล่กลับมาเบาสบายแน่นอนครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng

#ปวดไหล่ #เจ็บไหล่ด้านบน #กระดูกไหปลาร้าเสื่อม #ACJoint #นอนตะแคงเจ็บไหล่ #ข้อไหล่เสื่อม #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดไหล่เรื้อรัง #ยกแขนเจ็บ #คลินิกกระดูกและข้อ

"เอ็นไหล่ขาด" ต้องผ่าตัด! น่ากลัวไหม? เจาะลึก "การผ่าตัดส่องกล้อง" แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว ฉบับเข้าใจง่าย


 


"เอ็นไหล่ขาด" ต้องผ่าตัด! น่ากลัวไหม? เจาะลึก "การผ่าตัดส่องกล้อง" แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว ฉบับเข้าใจง่าย

"หมอครับ ผมตัดสินใจแล้วว่าจะผ่าตัด เพราะทนปวดไม่ไหว ยกแขนสระผมยังไม่ได้เลย... แต่ผมกลัวครับ ต้องผ่าเปิดแผลยาวๆ เหมือนสมัยก่อนไหม? แล้วต้องพักฟื้นนานแค่ไหนกว่าจะกลับไปทำงานได้?"

นี่คือความกังวลใจของคนไข้ชายวัย 50 กว่า ที่เดินเข้ามาคุยกับหมอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หลังจากพยายามรักษาด้วยการกินยาและกายภาพมาหลายเดือนแต่อาการเอ็นไหล่ขาดไม่ดีขึ้น

หมอยิ้มและบอกคนไข้ไปว่า "สมัยนี้เราไม่ต้องผ่าเปิดแผลยาว 10 เซนติเมตร เหมือนเมื่อก่อนแล้วครับ เดี๋ยวนี้เรามีเทคโนโลยี 'การผ่าตัดส่องกล้อง' ที่เหมือนการส่งทีมช่างเข้าไปซ่อมบ้านผ่านรูกุญแจ แผลเล็กนิดเดียว เจ็บน้อยกว่า และกลับบ้านได้ไวขึ้นเยอะครับ"

วันนี้หมออยากจะมาเล่ากระบวนการทั้งหมดของการ "ผ่าตัดส่องกล้องซ่อมเอ็นไหล่" ให้ฟัง ตั้งแต่ก่อนเข้าห้องผ่าตัด ไปจนถึงวันที่คุณกลับมาใช้งานแขนได้ปกติ เพื่อให้ทุกคนคลายกังวลและเตรียมตัวได้อย่างถูกต้องครับ

การผ่าตัดส่องกล้อง (Arthroscopic Surgery) คืออะไร?

ลองจินตนาการว่าหัวไหล่เราเหมือนห้องๆ หนึ่งที่มีเส้นเอ็นขาดอยู่ข้างใน แทนที่หมอจะทุบกำแพง (กรีดแผลใหญ่) เพื่อเข้าไปซ่อม หมอจะใช้วิธีเจาะรูเล็กๆ ขนาดเท่าหลอดกาแฟ ประมาณ 3-4 รู รอบๆ หัวไหล่

  • รูที่ 1: สอดกล้องขนาดจิ๋วที่มีไฟฉายเข้าไป เพื่อถ่ายทอดภาพภายในข้อไหล่ขึ้นจอทีวีขนาดยักษ์ ทำให้หมอเห็นรอยขาดได้ชัดเจนกว่าตาเปล่ามาก
  • รูที่ 2 และ 3: สอดเครื่องมือพิเศษเข้าไป เพื่อกรอแต่งกระดูกที่งอกกดทับเส้นเอ็น และใช้เครื่องมือจับเส้นเอ็นที่ขาด ดึงกลับมาเย็บติดกับกระดูก

"ตัวยึดเส้นเอ็น" (Suture Anchor) คือพระเอกของงาน ในการเย็บเส้นเอ็นที่ขาดให้ติดกับกระดูก หมอจะใช้หมุดเกลียวเล็กๆ (Anchors) ฝังลงไปในกระดูกหัวไหล่ โดยที่ตัวหมุดจะมีไหมร้อยอยู่ แล้วเราก็ใช้ไหมนั้นเย็บร้อยเส้นเอ็นให้กลับมาแนบสนิทกับกระดูกเหมือนเดิม

ข้อดีคือ: หมุดเหล่านี้มีขนาดเล็กมาก และทำจากวัสดุที่เข้ากับร่างกายได้ดี หรือบางชนิดละลายเองได้ "ไม่ต้องผ่าตัดเอาออก" ในอนาคตครับ

Phase 1: การเตรียมตัว "ก่อน" ผ่าตัด

เมื่อนัดวันผ่าตัดได้แล้ว การเตรียมร่างกายให้พร้อมสำคัญมากครับ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

  1. ตรวจร่างกายชุดใหญ่: หมอจะส่งตรวจเลือด เอกซเรย์ปอด และคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เพื่อให้มั่นใจว่าคุณแข็งแรงพอที่จะดมยาสลบ
  2. งดยาบางชนิด:
    • ยาละลายลิ่มเลือด (เช่น Aspirin, Warfarin, Plavix) ต้องงดล่วงหน้า 7-10 วัน ตามคำแนะนำแพทย์ เพื่อป้องกันเลือดออกไม่หยุด
    • อาหารเสริม/สมุนไพร: น้ำมันปลา แปะก๊วย โสม ควรงดก่อนผ่าตัด 1 สัปดาห์ เพราะอาจทำให้เลือดหยุดยาก
  3. งดน้ำและอาหาร: ต้องงดอาหารและน้ำทุกชนิด (รวมถึงลูกอมและหมากฝรั่ง) หลังเที่ยงคืนก่อนวันผ่าตัด หรืออย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการสำลักลงปอดขณะดมยาสลบ
  4. ทำความสะอาดร่างกาย: อาบน้ำ สระผม ตัดเล็บให้สะอาด คืนก่อนผ่าตัด และเช้าวันผ่าตัด เพื่อลดเชื้อโรคที่ผิวหนัง

Phase 2: "วันผ่าตัด" เกิดอะไรขึ้นบ้าง?

ไม่ต้องกังวลนะครับ วันนี้คุณจะหลับสบายที่สุด

  • วิสัญญีแพทย์จะทำการดมยาสลบ หรือบล็อกเส้นประสาทที่แขน (เพื่อลดปวดหลังผ่าตัด)
  • การผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 1.5 - 2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความยากง่ายและจำนวนเส้นเอ็นที่ขาด
  • หลังผ่าตัด เสร็จแล้วจะมีแผลเล็กๆ 3-4 จุด ปิดด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ และคุณจะตื่นขึ้นมาที่ห้องพักฟื้น พร้อมกับใส่ "หมอนรองแขน" (Arm Sling) ไว้เรียบร้อย

Phase 3: การดูแล "หลัง" ผ่าตัด (ช่วงวัดใจ)

ช่วงเวลานี้สำคัญที่สุดครับ เพราะการผ่าตัดที่ดีคือ 50% อีก 50% คือการดูแลตัวเองและการกายภาพ

1. การจัดการความปวด

  • ช่วง 1-2 วันแรก อาจจะปวดระบมบ้าง หมอจะให้ยาแก้ปวดที่เพียงพอ หรือใช้การประคบเย็นที่ไหล่ (ระวังอย่าให้แผลเปียก) เพื่อลดบวมลดปวด
  • ท่านอน: แนะนำให้นอนท่า "กึ่งนั่งกึ่งนอน" (เอาหมอนหนุนหลังสูงๆ) หรือนอนบนเก้าอี้ปรับเอนได้ จะช่วยลดอาการปวดไหล่ได้ดีกว่านอนราบครับ

2. การใส่ที่ประคองแขน (Arm Sling) นี่คือกฎเหล็ก! หมอจะให้ใส่ที่คล้องแขนชนิดมีหมอนรอง (Abduction Pillow) ตลอดเวลา ประมาณ 4-6 สัปดาห์ (ถอดได้เฉพาะตอนอาบน้ำหรือบริหาร)

  • เหตุผล: เพื่อให้เส้นเอ็นที่เย็บไว้ "นิ่งที่สุด" และเชื่อมติดกับกระดูก ถ้าเราขยับแขนเองเร็วเกินไป ไหมอาจจะขาด หรือเอ็นหลุดจากกระดูกได้ครับ

3. การดูแลแผล

  • ห้ามแผลโดนน้ำเด็ดขาดประมาณ 10-14 วัน (ใช้การเช็ดตัว หรือพลาสเตอร์กันน้ำอย่างดี)
  • เมื่อครบกำหนด หมอจะนัดมาตัดไหม หรือดูแผล ถ้าแผลแห้งดีก็อาบน้ำได้ปกติ

4. การกายภาพบำบัด (Rehabilitation) การฟื้นฟูต้องใจเย็นๆ แบ่งเป็นระยะครับ

  • สัปดาห์ที่ 0-4: "ขยับได้แต่มือและศอก" ห้ามเกร็งยกไหล่เองเด็ดขาด! อาจจะให้ทำท่าแกว่งแขนเบาๆ (Pendulum) ตามคำแนะนำ
  • สัปดาห์ที่ 6-12: เริ่มทำกายภาพ ขยับข้อไหล่โดยใช้อุปกรณ์ช่วย (Passive Motion) เพื่อป้องกันไหล่ติด
  • เดือนที่ 3 ขึ้นไป: เริ่มฝึกเกร็งกล้ามเนื้อ (Active Motion) และยกแขนด้วยตัวเอง
  • เดือนที่ 6: ส่วนใหญ่จะกลับมาใช้งานได้เกือบปกติ เล่นกีฬาเบาๆ ได้

สรุปจากใจหมอ

การผ่าตัดส่องกล้องซ่อมเอ็นไหล่ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดครับ มันคือเทคโนโลยีที่ช่วยคืนคุณภาพชีวิต ให้คุณกลับมาสระผมเองได้ ติดกระดุมเสื้อหลังได้ และนอนหลับได้โดยไม่ปวด

กุญแจความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่ฝีมือหมออย่างเดียว แต่อยู่ที่ "ความอดทนและวินัย" ของคนไข้ ในช่วง 6 สัปดาห์แรกที่ต้องใส่เฝือกอ่อนและห้ามยกแขน

ถ้าคุณทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด อดทนผ่านช่วงแรกไปได้ รางวัลที่ได้คือ "ไหล่ที่แข็งแรง" ที่จะอยู่คู่กับคุณไปอีกนานแสนนานครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng

#ผ่าตัดไหล่ #ส่องกล้องไหล่ #เอ็นไหล่ขาด #RotatorCuffTear #ผ่าตัดส่องกล้อง #ปวดไหล่ #เตรียมตัวผ่าตัด #กายภาพไหล่ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #แผลเล็กเจ็บน้อย

Monday, December 15, 2025

🏸 ตีแบดแล้วเจ็บไหล่! เส้นเอ็นขาด 1 ซม. ต้องผ่าตัดไหม? หรือรักษาหายเองได้?

 

🏸 ตีแบดแล้วเจ็บไหล่! เส้นเอ็นขาด 1 ซม. ต้องผ่าตัดไหม? หรือรักษาหายเองได้?

เมื่อลูกตบทำพิษ ชีวิตคนรักแบดมินตัน

เคยไหมครับ? จังหวะที่กำลังกระโดดลอยตัว เงื้อแขนเตรียมจะตบลูกแบดให้ลงท้ายคอร์ตแบบสวยๆ แต่ทันทีที่เหวี่ยงแขนลงมา กลับมีความรู้สึก "แปล๊บ" เหมือนมีใครเอามีดมาแทงที่หัวไหล่ แขนอ่อนแรงลงทันที จนต้องทิ้งไม้แบด...

หลังจากวันนั้น อาการปวดก็ไม่หายไป ยกแขนใส่เสื้อก็ลำบาก นอนตะแคงทับไหล่ข้างนั้นก็สะดุ้งตื่นกลางดึก

ถ้าคุณกำลังเจอสถานการณ์แบบนี้ หมออยากบอกว่า คุณอาจไม่ได้แค่ "กล้ามเนื้ออักเสบ" ธรรมดา แต่มันอาจจะเป็น "เส้นเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด" (Rotator Cuff Tear) ก็เป็นได้ครับ


เรื่องเล่าจากห้องตรวจ: คุณสมชาย

วันก่อนหมอได้ตรวจคนไข้ท่านหนึ่ง ชื่อคุณสมชาย (นามสมมติ) อายุ 48 ปี เป็นคนแข็งแรงมาก เล่นแบดมินตันสัปดาห์ละ 3 วัน แกเดินเข้ามาในห้องตรวจด้วยท่าทางไหล่ห่อๆ หน้าตาดูมีความกังวลชัดเจน

"หมอครับ ผมตบลูกแบดแรงไปหน่อย ดัง 'ปึ้ก' ที่ไหล่ ตอนแรกนึกว่าเส้นยึดธรรมดา แต่นี่ผ่านมา 2 เดือนแล้ว ผมยกแขนสุดไม่ได้เลย ปวดร้าวลงมาที่ต้นแขน ยิ่งตอนกลางคืนปวดจนนอนไม่หลับ ผมไปทำ MRI มา ผลบอกว่าเส้นเอ็น Supraspinatus ขาดทะลุ 1 เซนติเมตร... แบบนี้ผมต้องผ่าตัดไหมครับ? ผมกลัวผ่าแล้วกลับไปเล่นแบดไม่ได้อีก"

คำถามของคุณสมชาย คือคำถามยอดฮิตที่หมอเจอประจำครับ วันนี้หมอจะมาไขข้อข้องใจให้ฟังกันแบบหมดเปลือก ในภาษาง่ายๆ ครับ


ความจริงของโรค: เส้นเอ็นขาด คืออะไร? (ฉบับเข้าใจง่าย)

เพื่อให้เห็นภาพนะครับ ให้จินตนาการว่าหัวไหล่ของเราเหมือน "ลูกกลมๆ ในเบ้า" (เหมือนลูกกอล์ฟวางบนทีตั้งลูก) เพื่อให้ลูกกลมๆ นี้หมุนไปมาได้โดยไม่หลุด มันต้องมี "ปลอกแขน" หรือเส้นเอ็นมาชุ้มรอบๆ เพื่อดึงรั้งไว้

เส้นเอ็นเจ้าปัญหาที่ฉีกขาดบ่อยที่สุด ชื่อว่า "ซูปราสไปนาตัส" (Supraspinatus) ซึ่งทำหน้าที่เหมือน "เชือกเส้นหลัก" ในการเริ่มยกแขนกางออก

"ขาดแบบ Full Thickness Tear 1 cm" แปลว่าอะไร? แปลว่า เชือกเส้นนี้ไม่ได้แค่ถลอก แต่มี "รูรั่ว" ทะลุจากด้านบนลงด้านล่าง ขนาดประมาณปลายนิ้วก้อย (1 เซนติเมตร) ครับ เหมือนผ้าที่เปื่อยแล้วขาดเป็นรูตรงกลางนั่นเอง


เจาะลึก: ทำไมตีแบดถึงทำให้เอ็นขาด? (Pathogenesis)

หลายคนสงสัยว่า แค่ตีแบดทำไมถึงขาด? สาเหตุจริงๆ มักเกิดจาก 2 ปัจจัยบวกกันครับ:

  1. ความเสื่อมตามวัย (Degeneration): เมื่ออายุเข้าเลข 4 เส้นเอ็นของเราจะเริ่มไม่ยืดหยุ่นเหมือนยางใหม่ๆ แต่จะเหมือน "ยางเก่าที่เริ่มกรอบ" เลือดที่ไปเลี้ยงเส้นเอ็นก็น้อยลง ทำให้ความแข็งแรงลดลงตามธรรมชาติ
  2. การใช้งานซ้ำๆ และรุนแรง (Overuse & Trauma): กีฬาแบดมินตันต้องยกแขนเหนือศีรษะ (Overhead activity) ซ้ำๆ จังหวะที่เราง้างแขนตบ เส้นเอ็นจะถูกบีบอัดและเสียดสีกับกระดูกด้านบน ยิ่งตบแรง ยิ่งกระชากแรง

เมื่อ ยางที่เริ่มกรอบ มาเจอกับ แรงกระชากซ้ำๆ สุดท้ายมันก็ทนไม่ไหว จนเกิดการฉีกขาดขึ้นครับ


อาการสัญญาณเตือน: เช็กด่วน! คุณเป็นแบบนี้ไหม?

ลองสังเกตตัวเองดูนะครับ ถ้ามีอาการเหล่านี้ ต้องรีบระวัง:

  • ปวดตอนนอน: นี่คืออาการคลาสสิก! นอนตะแคงทับข้างที่เจ็บไม่ได้ หรือปวดตุบๆ จนตื่นกลางดึก
  • ยกแขนลำบาก: ยกแขนขึ้นตรงๆ หรือกางแขนออกข้างๆ จะรู้สึกปวดจี๊ด โดยเฉพาะช่วงมุม 60-120 องศา (Painful Arc) แต่พอยกผ่านจุดนั้นไปได้อาจจะหายปวด
  • อ่อนแรง: รู้สึกว่าแขนไม่มีแรงเหมือนเดิม ถือของหนักไม่ได้ หรือตบลูกแบดแล้วลูกไม่พุ่ง
  • เสียงในไหล่: ขยับไหล่แล้วมีเสียงกึกกัก เหมือนกระดูกสีกัน

การตรวจวินิจฉัย: หมอรู้อะไรจากการตรวจบ้าง?

เมื่อมาหาหมอ หมอจะทำสิ่งเหล่านี้ครับ:

  1. ซักประวัติและตรวจร่างกาย: หมอจะจับขยับแขนเพื่อดูมุมองศาการเคลื่อนไหว และทดสอบแรง (Special Tests) เพื่อดูว่าเส้นเอ็นเส้นไหนที่มีปัญหา
  2. เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูโครงสร้างกระดูก ว่ามี "หินปูน" เกาะกระดูก หรือมีกระดูกงอกไปทิ่มแทงเส้นเอ็นหรือไม่ (แต่เอกซเรย์จะมองไม่เห็นเส้นเอ็นที่ขาดนะครับ)
  3. ตรวจ ultrasound เพื่อดูลักษณะของเส้นเอ็น ว่ามีการฉีกขาดหรือไม่
  4. เอ็มอาร์ไอ (MRI): อันนี้สำคัญที่สุด เป็นการตรวจที่ละเอียดที่สุด จะเห็นเลยว่าเส้นเอ็นขาดจริงไหม ขาดกี่เส้น ขนาดกว้างแค่ไหน (ในเคสนี้คือ 1 ซม.) และกล้ามเนื้อลีบไปหรือยัง การทำ MRI จะช่วยวางแผนการรักษาได้แม่นยำที่สุดครับ

ทางเลือกการรักษา: จำเป็นต้องผ่าตัดไหม?

คำตอบคือ "ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งานและอาการของคุณ" ครับ สำหรับการขาดขนาด 1 ซม. (ถือว่าขนาดเล็กถึงปานกลาง) เรามีแนวทางตัดสินใจดังนี้:

ทางเลือกที่ 1: การรักษาแบบไม่ผ่าตัด (Conservative Treatment)

เหมาะกับ: ผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยได้ใช้แขนหนักๆ, คนที่อาการปวดไม่รุนแรง, หรือคนที่กลัวการผ่าตัด

  1. ปรับพฤติกรรม: งดการยกแขนสูง งดตีแบดชั่วคราว (สำคัญมาก!)
  2. กายภาพบำบัด: เพื่อเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อรอบๆ ไหล่ (Deltoid และ Scapular stabilizers) ให้มาทำหน้าที่แทนเส้นเอ็นที่ขาด ช่วยให้ไหล่ไม่ติด
  3. ยารับประทาน: ยาลดอักเสบ (NSAIDs) เพื่อลดอาการปวดในช่วงแรก
  4. การฉีดยา (Injection):
    • สเตียรอยด์: ลดปวดลดอักเสบได้เร็ว แต่อาจทำให้เอ็นเปื่อยหากฉีดบ่อยเกินไป
    • PRP (เกล็ดเลือดเข้มข้น): นำเลือดตัวเองมาปั่นแล้วฉีดกลับเข้าไป เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซม ปัจจุบันหมอใช้การอัลตราซาวนด์ (Ultrasound Guide) นำทางตอนฉีด เพื่อให้ยาเข้าไปตรงจุดที่ขาดเป๊ะๆ เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาครับ

ทางเลือกที่ 2: การผ่าตัดส่องกล้อง (Arthroscopic Repair)

เหมาะกับ: คนไข้อายุน้อย (40-60 ปี) ที่ยัง Active, อยากกลับไปเล่นกีฬา (ตีแบด), รักษาด้วยวิธีแรกแล้ว 3-6 เดือนไม่ดีขึ้น, หรือมีอาการอ่อนแรงชัดเจน

  • วิธีการ: เจาะรูเล็กๆ ประมาณ 0.5 ซม. 3-4 รู รอบหัวไหล่ แล้วสอดกล้องและเครื่องมือเข้าไป "เย็บซ่อม" เส้นเอ็นที่ขาดให้กลับไปติดกับกระดูกเหมือนเดิม
  • ข้อดี: แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว และแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ (ปิดรูรั่ว) รวมถึงสามารถกรอหินปูนที่กดทับเส้นเอ็นออกได้ด้วย

คำตัดสินสำหรับเคส "นักแบดมินตัน"

สำหรับคุณสมชาย หรือท่านที่ยังอยากกลับไปหวดลูกขนไก่: ถ้าเส้นเอ็นขาดแบบ Full Thickness (ขาดทะลุ) แม้จะแค่ 1 ซม. ธรรมชาติของเส้นเอ็นมักจะไม่สามารถสมานกันเองได้สนิท เหมือนผิวหนังครับ รูรั่วนี้มีโอกาสขยายกว้างขึ้นได้ถ้ายังฝืนใช้งานหนักต่อ

คำแนะนำของหมอ:

  1. ถ้า ปวดมาก จนรบกวนชีวิตประจำวัน และ อยากกลับไปตีแบดวิบาก การผ่าตัดส่องกล้องเย็บซ่อมเอ็น มักเป็นทางเลือกที่ให้ผลลัพธ์ระยะยาวดีกว่าครับ เพื่อป้องกันไม่ให้รูกว้างขึ้นจนซ่อมไม่ได้
  2. ถ้า พอทนได้ และ ยอมลดระดับการเล่นกีฬาลง อาจลองทำกายภาพ + ฉีดยาดูก่อน 3 เดือน ถ้าอาการดีขึ้น ก็ไม่ต้องผ่า แต่ต้องระวังท่าทางการเล่นมากๆ

การพยากรณ์โรค: จะหายขาดไหม?

  • กรณีไม่ผ่าตัด: อาการปวดมักจะลดลงได้ แต่ความแข็งแรงอาจไม่กลับมา 100% และมีความเสี่ยงที่เอ็นจะขาดเพิ่มในอนาคต
  • กรณีผ่าตัด: โอกาสประสบความสำเร็จสูงมาก (กว่า 90%) แต่อย่าลืมว่า "การผ่าตัดเป็นแค่ 50% อีก 50% คือการกายภาพหลังผ่าตัด"
    • ต้องใส่ที่คล้องแขน (Sling) ประมาณ 4-6 สัปดาห์
    • เริ่มขยับได้ช่วงเดือนที่ 2
    • กลับไปตีแบดเบาๆ ได้ช่วงเดือนที่ 6
    • ตบเต็มที่อาจต้องรอ 9-12 เดือน

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง:

  • ข้อไหล่ติด (Frozen Shoulder): พบบ่อยถ้าไม่ขยับหลังผ่าตัดตามโปรแกรม
  • เอ็นขาดซ้ำ (Re-tear): ถ้าใช้งานหนักเกินไปก่อนที่เอ็นจะติดกระดูกดี

สรุป

อาการปวดไหล่จากการตีแบด ไม่ใช่เรื่องเล็ก ยิ่งถ้ามีเส้นเอ็นขาด การวินิจฉัยที่ถูกต้องและการตัดสินใจเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้คุณกลับไปมีความสุขในสนามแบดได้อีกครั้งครับ อย่าปล่อยให้ "รูเล็กๆ" กลายเป็น "เรื่องใหญ่" จนยกแขนไม่ขึ้นนะครับ

ด้วยความห่วงใย บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #เส้นเอ็นไหล่ขาด #ตีแบดเจ็บไหล่ #ผ่าตัดส่องกล้องไหล่ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #RotatorCuffTear #ปวดไหล่ตอนนอน #Supraspinatus

Saturday, December 13, 2025

ยกแขนไม่สุด ปวดร้าวลงแขน... อย่ารอให้ "ไหล่ติด"! ปรับ 5 พฤติกรรมง่ายๆ กู้คืนไหล่ให้กลับมาเบาสบาย

  


ยกแขนไม่สุด ปวดร้าวลงแขน... อย่ารอให้ "ไหล่ติด"! ปรับ 5 พฤติกรรมง่ายๆ กู้คืนไหล่ให้กลับมาเบาสบาย

"หมอครับ ผมปวดไหล่มากเลย เวลานอนตะแคงทับนี่สะดุ้งตื่นตลอด เอื้อมหยิบของหลังรถก็เจ็บจี๊ด จะสระผมหรือถูสบู่หลังก็ทำไม่ได้เหมือนเดิม... กินยาแล้วก็ดีขึ้นแป๊บเดียว เดี๋ยวก็ปวดใหม่ ผมต้องทำยังไงดีครับ?"

อาการปวดไหล่ เป็นหนึ่งในอาการยอดฮิตที่หมอเจอรองลงมาจากปวดหลังและปวดเข่าเลยครับ โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานออฟฟิศ และวัย 50+ ที่เส้นเอ็นเริ่มเสื่อมสภาพ

หลายคนพยายามกินยาแก้ปวด หรือไปนวดตอกเส้น แต่พอกลับมาใช้ชีวิตแบบเดิมๆ อาการก็กำเริบซ้ำอีก เพราะ "รากเหง้า" ของปัญหา คือ "พฤติกรรมการใช้งานไหล่" ที่เราทำร้ายมันโดยไม่รู้ตัวครับ

วันนี้หมอเก่งขอชวนมาเช็ก 5 พฤติกรรมต้องห้าม และวิธีปรับการใช้ชีวิต เพื่อให้ไหล่ของคุณได้พักฟื้น และกลับมาใช้งานได้คล่องแคล่วอีกครั้งครับ


1. ปรับท่านอน: เลิกนอนทับ "ข้างที่เจ็บ"

ช่วงเวลานอน คือช่วงนรกสำหรับคนปวดไหล่หลายคน (Night Pain) เพราะเลือดไหลเวียนช้าลง และแรงกดทับจากการนอนตะแคง

สิ่งที่ควรทำ:

  • ห้ามนอนตะแคงทับข้างที่ปวด: เพราะจะไปกดทับถุงน้ำและเส้นเอ็นที่กำลังอักเสบ ให้เลือดเดินไม่สะดวก

  • หนุนหมอนช่วย:

    • ถ้านอนหงาย: ให้เอาหมอนใบเล็กๆ หรือผ้าขนหนูม้วน รองใต้ข้อศอก ข้างที่เจ็บ ให้ไหล่ไม่ตกลงไปติดพื้น จะช่วยลดแรงตึงของเส้นเอ็นได้มาก

    • ถ้านอนตะแคง (ทับข้างดี): ให้เอาหมอนข้าง กอดไว้ด้านหน้า แล้ววางแขนข้างที่เจ็บพาดบนหมอน (เหมือนกอดหมอนข้าง) เพื่อไม่ให้ไหล่ห่อตกลงมาด้านหน้าครับ


2. ปรับท่าเอื้อม: อย่า "เอื้อมไกล" เกินตัว

ท่าที่ทำร้ายไหล่ที่สุด คือท่าที่แขนยืดออกไปไกลตัว หรือบิดหมุนไหล่ไปด้านหลังอย่างรุนแรง (ท่าบิดขี้เกียจ หรือเอื้อมหยิบของ)

สิ่งที่ควรทำ:

  • ห้ามเอื้อมหยิบของเบาะหลังรถ: ท่านี้อันตรายสุดยอด! การนั่งเบาะหน้าแล้วเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าที่เบาะหลังรถ คือท่าที่ทำให้ "เอ็นไหล่ฉีก" ได้ง่ายที่สุด ให้จอดรถแล้วลงไปหยิบ หรือดึงของมาไว้ใกล้ตัวก่อนครับ

  • ดึงของเข้าหาตัว: เวลาจะยกของ ให้เดินเข้าไปชิดของให้มากที่สุด แล้วใช้สองมือช่วยกันยก อย่าใช้แขนเดียวเหวี่ยงของ

  • จัดโต๊ะทำงาน: เมาส์และคีย์บอร์ดต้องอยู่ใกล้ตัว ศอกควรวางพักบนที่วางแขนได้ ไม่ใช่ต้องยื่นแขนลอยๆ ไปจับเมาส์ตลอดวัน


3. ปรับการยก: "ห้ามยกสูง" เหนือศีรษะ

สำหรับคนที่มีปัญหาเอ็นไหล่อักเสบ หรือมีหินปูนเกาะไหล่ พื้นที่ใต้กระดูกบ่าจะแคบลง การยกแขนสูงเหนือศีรษะ จะทำให้กระดูกไป "หนีบ" เส้นเอ็นจนอักเสบซ้ำ (Impingement)

สิ่งที่ควรทำ:

  • หลีกเลี่ยงงานที่ต้องยกแขนค้าง: เช่น ทาสีเพดาน, เปลี่ยนหลอดไฟ, ตัดแต่งกิ่งไม้สูงๆ หรือตากผ้าบนราวสูงๆ

  • ใช้บันไดช่วย: ถ้าต้องหยิบของสูง ให้ใช้บันไดปีนขึ้นไปให้ตัวเราอยู่ระดับเดียวกับของ แทนการเขย่งแล้วยืดแขนสุดเหยียดครับ


4. ปรับการแบก: ไหล่ไม่ใช่ตะขอแขวนของ

การสะพายกระเป๋าหนักๆ บนไหล่ข้างเดียว จะทำให้กล้ามเนื้อบ่าและไหล่ต้องเกร็งตัวสู้แรงโน้มถ่วงตลอดเวลา ส่งผลให้เลือดไม่เลี้ยงเส้นเอ็น และเกิดพังผืดตามมา

สิ่งที่ควรทำ:

  • สลับข้างสะพาย: หรือเปลี่ยนมาใช้เป้สะพายหลัง (Backpack) เพื่อกระจายน้ำหนัก

  • ถือของแนบลำตัว: ถ้าต้องหิ้วถุงหนัก ให้หิ้วแนบชิดลำตัว อย่ากางแขนออก


5. ปรับการขยับ: "อย่าหยุดขยับ" แต่ต้องขยับให้ถูก

ข้อนี้สำคัญมากครับ! คนไข้หลายคนพอปวดไหล่ ก็จะ "หนีบแขนแนบลำตัว" ไม่ยอมขยับเลย เพราะกลัวเจ็บ ผลคือ... ผ่านไป 2 สัปดาห์ "ไหล่ติดแข็ง" (Frozen Shoulder) ครับ ยกไม่ขึ้นถาวร แก้ยากกว่าเดิมอีก

สิ่งที่ควรทำ:

  • บริหารท่าลูกตุ้ม (Pendulum Exercise):

    • ยืนก้มตัวเล็กน้อย เอามือข้างดีเท้าโต๊ะไว้

    • ปล่อยแขนข้างที่เจ็บห้อยตกลงสู่พื้นตามแรงโน้มถ่วง (ทิ้งแขนให้หนักๆ)

    • แกว่งแขนเป็นวงกลมเล็กๆ หรือแกว่งหน้า-หลัง เบาๆ (ใช้แรงเหวี่ยงจากลำตัว ไม่ใช่เกร็งกล้ามเนื้อไหล่)

    • ทำบ่อยๆ วันละหลายรอบ เพื่อให้ข้อไหล่ขยับและน้ำเลี้ยงไหลเวียน โดยไม่บาดเจ็บ


สัญญาณเตือน: แบบไหนต้องมาหาหมอ?

ถ้าปรับพฤติกรรมแล้ว 2-3 สัปดาห์ยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการ:

  1. ปวดกลางคืนจนนอนไม่ได้ (Night Pain)

  2. แขนไม่มีแรง ยกแก้วน้ำยังสั่น

  3. ยกแขนไม่ขึ้น เหมือนมีอะไรมาล็อกไว้

ให้รีบมาตรวจนะครับ อาจจะต้องอัลตราซาวนด์ดูว่ามีเส้นเอ็นฉีกขาด หรือมีหินปูนเกาะหรือไม่ เพื่อวางแผนการรักษาขั้นต่อไป

ไหล่ของเราเป็นข้อต่อที่เคลื่อนไหวได้มากที่สุดในร่างกาย ดูแลเขาให้ดี ปรับการใช้งานให้นุ่มนวล แล้วเขาจะอยู่ใช้งานกับเราไปอีกนานครับ


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng

#ปวดไหล่ #เอ็นไหล่อักเสบ #ไหล่ติด #FrozenShoulder #RotatorCuff #กายภาพบำบัดไหล่ #นอนปวดไหล่ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ยกแขนไม่ขึ้น #ดูแลตัวเองปวดไหล่

Tuesday, December 9, 2025

เจ็บไหล่ด้านบน… ใช่ AC Joint Injury หรือเปล่า? แล้วถ้าข้อแยกเยอะ ต้องรักษาอย่างไร?



เจ็บไหล่ด้านบน… ใช่ AC Joint Injury หรือเปล่า? แล้วถ้าข้อแยกเยอะ ต้องรักษาอย่างไร?


“หมอครับ ผมล้มไหล่กระแทกพื้นแรง ตอนนี้ปวดตรงไหล่ด้านบน ยกแขนไม่ขึ้นเลย เห็นไหล่นูน ๆ เหมือนข้อแยก แบบนี้ร้ายแรงไหมครับ?”


หลายคนอาจไม่เคยได้ยินคำว่า “ข้อ AC” หรือ “AC Joint” แต่จริง ๆ แล้ว มันคือข้อเล็ก ๆ ที่สำคัญมาก เพราะเป็นจุดเชื่อมระหว่าง ไหปลาร้า (Clavicle) กับ หัวไหล่ (Acromion) นั่นเองครับ


AC Joint Injury คืออะไร?


คืออาการบาดเจ็บหรือการแยกตัวของข้อที่อยู่ระหว่างไหปลาร้ากับกระดูกหัวไหล่ โดยมากมักเกิดจาก การหกล้ม ไหล่กระแทก หรือจากกีฬา เช่น ปั่นจักรยาน ล้มจากบันได ชกมวย


ระดับความรุนแรงมีตั้งแต่แค่เคล็ดเล็กน้อย จนถึงข้อแยกแบบชัดเจนที่เห็นเป็นก้อนนูน ๆ ตรงไหล่เลยทีเดียว


อาการที่พบได้


  • ปวดเฉพาะจุดตรงไหล่ด้านบน
  • เจ็บเวลาเอื้อม ยกของ หรือยกแขนสูง ๆ
  • เห็นไหล่ผิดรูป นูนสูงขึ้น ถ้าข้อแยกมาก
  • กดตรงข้อ AC แล้วปวดจี๊ด



การแบ่งระดับความรุนแรงของ AC Joint Injury


AC Joint Injury แบ่งได้ 6 ระดับ (แต่ที่พบทั่วไปคือ Grade 1–3)


Grade 1 – เคล็ดหรือยืดของเอ็น AC ไม่มีการแยกของข้อ


Grade 2 – เอ็นฉีกบางส่วน มีช่องว่างของข้อเล็กน้อย


Grade 3 – เอ็นขาดทั้งหมด ไหปลาร้ายกสูง เห็นนูนชัดเจน


Grade 4 – ไหปลาร้าหลุดไปด้านหลังทะลุกล้ามเนื้อกับดัก (trapezius muscle) ซึ่งพบได้น้อย แต่รุนแรง ต้องผ่าตัด


Grade 5 – ไหปลาร้ายกสูงกว่าปกติมาก มีการฉีกขาดของเนื้อเยื่อรอบข้าง เห็นผิดรูปชัด ต้องผ่าตัด


Grade 6 – ไหปลาร้าหลุดลงใต้กระบอกไหล่ (rare) มักเกิดจากแรงกระแทกรุนแรงสูง ต้องผ่าตัดเช่นกัน


แนวทางการรักษาแต่ละระดับเป็นอย่างไร?


Grade 1–2 (ไม่แยกมาก):


  • รักษาแบบไม่ผ่าตัดได้
  • ประคบเย็นช่วง 48–72 ชม. แรก เพื่อลดบวม
  • ใช้ผ้าคล้องแขนพักไหล่ 1–2 สัปดาห์
  • เริ่มทำกายภาพบำบัดอย่างช้า ๆ หลังอาการปวดลดลง
  • ส่วนใหญ่หายดีใน 4–6 สัปดาห์



Grade 3 (ข้อแยกชัดเจน):


  • ในบางคนอาจรักษาโดยไม่ผ่าตัดได้ ถ้าไม่ใช่นักกีฬา หรืองานที่ใช้ไหล่หนัก
  • เริ่มจากพักข้อ และทำกายภาพ
  • ถ้าอาการไม่ดีขึ้น มีความผิดรูปมาก หรือมีอาการหลวมไหล่เรื้อรัง — อาจต้องผ่าตัด



Grade 4–6 (ข้อแยกมาก):


  • มักจำเป็นต้องผ่าตัด โดยเฉพาะในนักกีฬา หรือผู้ที่ต้องใช้งานไหล่เยอะ
  • การผ่าตัดจะเป็นการเย็บหรือล็อกเอ็นร่วมกับจัดกระดูกให้เข้าที่



หลังการรักษา ต้องดูแลตนเองอย่างไร?


  • งดยกของหนัก หรือเล่นกีฬาที่ใช้ไหล่ อย่างน้อย 6–8 สัปดาห์
  • กายภาพบำบัดเพื่อเสริมกล้ามเนื้อรอบหัวไหล่และปรับการเคลื่อนไหว
  • อย่ารีบกลับไปใช้งานหนักเกินไป เพราะอาจเกิดภาวะข้อหลวมเรื้อรังได้



พยากรณ์โรค


  • ถ้ารักษาถูกวิธี ส่วนใหญ่จะฟื้นตัวดี โดยเฉพาะในระดับ 1–2
  • ข้อแยกมาก (Grade 3 ขึ้นไป) อาจมีไหล่นูนถาวร แต่ไม่กระทบการใช้งานถ้าไม่มีอาการ
  • ในบางคนอาจมีอาการปวดเรื้อรัง หรือไหล่ไม่มั่นคง หากไม่ดูแลอย่างเหมาะสม



หมอฝากไว้ว่า…


AC Joint Injury เป็นอาการที่พบได้บ่อยจากการล้ม หรืออุบัติเหตุเล็กน้อย แต่หากมองข้าม อาจกลายเป็นปัญหาเรื้อรังได้


หากปวดไหล่ด้านบน นานเกิน 1–2 สัปดาห์ หรือเห็นผิดรูป ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจให้แน่ใจ และวางแผนการรักษาให้ถูกต้องครับ


“บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#เจ็บไหล่ด้านบน #ACjointinjury #ไหล่เคลื่อน #ข้อไหล่แยก #หมอกระดูก #หมอเก่ง