
ปวดไหล่ เส้นเอ็นไหล่ขาด เมื่อไหร่ต้องผ่าตัด
คุณลุงท่านหนึ่งเดินเข้ามาในห้องตรวจของหมอด้วยสีหน้ากังวล แกค่อยๆ นั่งลงแล้วเอามือจับไหล่ขวา พร้อมกับบอกว่า "หมอครับ ผมยกแขนสระผมไม่ได้มาเป็นเดือนแล้ว ตอนกลางคืนยิ่งทรมาน นอนตะแคงทับไม่ได้เลย ปวดจนตื่น"
แกเล่าต่อว่าไปนวดแผนไทยมาหลายครั้งก็แค่ทุเลา เดี๋ยวก็กลับมาปวดใหม่ ลูกหลานพาไปเอกซเรย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หมอบอกว่ากระดูกปกติ แต่กินยาแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น จนแกเริ่มกลัวว่าไหล่แกจะพิการ หรือต้องผ่าตัดใหญ่โต
เรื่องราวของคุณลุงท่านนี้ เป็นเหตุการณ์ที่หมอเจอแทบทุกวันในคลินิกครับ อาการปวดไหล่ที่ดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่กระทบชีวิตประจำวันมหาศาล โดยเฉพาะในวัย 50 ปีขึ้นไป ที่มักกังวลว่า "เส้นเอ็นไหล่ขาดหรือเปล่า?" และ "ต้องผ่าตัดไหม?" วันนี้หมอจะมาไขข้อข้องใจเรื่องนี้ให้ฟังแบบละเอียด เพื่อให้ทุกคนคลายความกังวลและเข้าใจแนวทางการรักษาที่ถูกต้องครับ
เส้นเอ็นไหล่ คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ไหล่ของเราไม่ได้มีแค่กระดูกครับ แต่มีความมหัศจรรย์ของร่างกายที่เรียกว่า "เส้นเอ็นหุ้มข้อไหล่" หรือเปรียบเสมือน "ปลอกแขนเสื้อ" ที่ห่อหุ้มรอบหัวไหล่เอาไว้
เส้นเอ็นกลุ่มนี้ทำหน้าที่หลักในการยกแขน หมุนแขน และสร้างความมั่นคงให้ข้อไหล่ ถ้าเปรียบเทียบง่ายๆ ไหล่ของเราเหมือนลูกบอลที่วางอยู่บนจานตื้นๆ สิ่งที่ทำให้ลูกบอลไม่กลิ้งตก และสามารถหมุนไปมาได้อย่างอิสระ ก็คือเส้นเอ็นกลุ่มนี้นั่นเองครับ
แต่เมื่อเราใช้งานมานาน เปรียบเสมือนเชือกที่ถูกดึงถูกถูอยู่ทุกวัน เชือกเส้นนั้นก็ย่อมมีการเปื่อยยุ่ย หรือฉีกขาดได้ตามกาลเวลา
ทำไมเส้นเอ็นไหล่ถึงขาดได้
สาเหตุหลักๆ ที่หมอพบบ่อย มีอยู่ 2 กลุ่มใหญ่ครับ
กลุ่มแรก คือ "ความเสื่อมตามวัย" เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด เมื่ออายุมากขึ้น เลือดที่มาเลี้ยงเส้นเอ็นจะน้อยลง ทำให้เส้นเอ็นไม่แข็งแรงเหมือนตอนหนุ่มสาว ประกอบกับการใช้งานซ้ำๆ มาหลายสิบปี เกิดหินปูนเกาะที่กระดูกด้านบนแล้วไปครูดกับเส้นเอ็นทุกครั้งที่เรายกแขน นานวันเข้าเส้นเอ็นก็ค่อยๆ สึกหรอจนขาดในที่สุด
กลุ่มที่สอง คือ "อุบัติเหตุ" เช่น หกล้มเอาแขนยันพื้น กระชากแขนแรงๆ หรือยกของหนักผิดจังหวะ ซึ่งมักจะเกิดการฉีกขาดทันที และมีอาการปวดรุนแรง
อาการแบบไหนที่ต้องสงสัยว่าเส้นเอ็นไหล่ฉีกขาด
อาการปวดไหล่มีหลายแบบ แต่ถ้าเป็นเส้นเอ็นไหล่ฉีกขาด มักจะมีสัญญาณเตือนที่ค่อนข้างจำเพาะครับ
- ปวดตอนกลางคืน: นี่เป็นอาการคลาสสิกเลยครับ คนไข้มักบอกว่าปวดตื้อๆ ลึกๆ ในไหล่ นอนตะแคงทับข้างที่เจ็บไม่ได้ หรือบางทีนอนๆ อยู่ก็ปวดจนตื่น ทำให้นอนไม่พอ หงุดหงิดง่าย
- อ่อนแรง: ยกแขนไม่ค่อยขึ้น หรือยกได้แต่ไม่มีแรง โดยเฉพาะท่ากางแขนหรือยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ บางคนเวลาจะหยิบของบนชั้นสูงๆ รู้สึกว่าแขนไม่มีแรงเลย
- ขยับแล้วเจ็บ: จะมีอาการเจ็บแปล๊บๆ เวลาทำกิจกรรมบางอย่าง เช่น เอื้อมมือไปหยิบของที่เบาะหลังรถ สระผม หรือเกาหลัง
ถ้าใครมีอาการครบทั้ง 3 ข้อนี้ โอกาสที่เส้นเอ็นไหล่จะมีปัญหาหรือฉีกขาดนั้นมีสูงมากครับ
การตรวจวินิจฉัย: มากกว่าแค่การเอกซเรย์
หลายคนสงสัยว่า "ทำไมเอกซเรย์แล้วหมอบอกปกติ แต่ยังปวดอยู่?"
คำตอบคือ เอกซเรย์ (X-ray) จะเห็นแค่ "กระดูก" ครับ มันช่วยบอกได้ว่ากระดูกงอกไหม ข้อเสื่อมไหม หรือกระดูกผิดรูปหรือไม่ แต่เอกซเรย์ "ไม่เห็นเส้นเอ็น" ครับ ดังนั้นถ้าเส้นเอ็นขาด แต่กระดูกยังดี ผลเอกซเรย์ก็จะดูเหมือนปกติ
เครื่องมือที่จะช่วยวินิจฉัยเส้นเอ็นได้แม่นยำ คือ
- อัลตราซาวด์ (Ultrasound): ในปัจจุบันการใช้อัลตราซาวด์ช่วยตรวจวินิจฉัยถือเป็นมาตรฐานที่ดีมากครับ เพราะทำได้รวดเร็ว เห็นภาพเส้นเอ็นได้ทันที สามารถขยับแขนเพื่อดูการเคลื่อนไหวของเส้นเอ็นได้ (Dynamic study) และหมอสามารถชี้จุดให้คนไข้เห็นได้เลยว่าขาดตรงไหน ขาดมากหรือน้อย
- เอ็มอาร์ไอ (MRI): เป็นการตรวจที่ละเอียดที่สุด เห็นภาพแบบ 3 มิติ เห็นทั้งกระดูก เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ และถุงน้ำ เหมาะสำหรับวางแผนก่อนการผ่าตัด หรือในรายที่อาการซับซ้อน
เมื่อตรวจเจอแล้วว่า "เส้นเอ็นขาด" ต้องผ่าตัดทุกรายไหม
นี่คือคำถามยอดฮิตที่หมอถูกถามบ่อยที่สุดครับ คำตอบคือ "ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกคน" ครับ การรักษาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นอายุ อาชีพ กิจกรรมที่ทำ และขนาดของรอยขาด
แนวทางการรักษามี 2 ทางหลักๆ ครับ
ทางเลือกที่ 1: การรักษาแบบไม่ผ่าตัด (Conservative Treatment)
สำหรับคนไข้ที่อายุมาก (เช่น 65-70 ปีขึ้นไป) ที่ไม่ได้ใช้งานแขนหนักๆ หรือคนไข้ที่มีรอยขาดขนาดเล็ก เรามักจะเริ่มต้นด้วยวิธีนี้ครับ เพราะจากงานวิจัยพบว่า คนไข้จำนวนมากสามารถกลับมาใช้งานไหล่ได้ใกล้เคียงปกติโดยไม่ต้องเจ็บตัวผ่าตัด
- ปรับพฤติกรรม: หลีกเลี่ยงการยกแขนสูงเหนือศีรษะ ลดการยกของหนัก และเลี่ยงท่านอนทับไหล่
- ยา: การใช้ยาลดการอักเสบ (ไม่ใช่แค่ยาแก้ปวด) จะช่วยลดอาการบวมและปวดของเนื้อเยื่อรอบๆ เส้นเอ็นได้ดี
- กายภาพบำบัด: หัวใจสำคัญคือการบริหารกล้ามเนื้อรอบหัวไหล่ชุดอื่นๆ ให้แข็งแรง เพื่อมาทำหน้าที่แทนเส้นเอ็นที่ขาดไป รวมถึงการยืดเหยียดเพื่อป้องกันข้อไหล่ติด
- การฉีดยา: หากกินยาและกายภาพแล้วยังปวดมาก การฉีดยาลดอักเสบ (สเตียรอยด์) เข้าไปในโพรงข้อไหล่ จะช่วยลดอาการปวดได้ดีมาก แต่หมอขอเน้นย้ำว่า "ต้องฉีดให้ถูกตำแหน่งและปริมาณที่เหมาะสม" การใช้อัลตราซาวด์นำวิถีขณะฉีด จะช่วยให้ยาเข้าสู่จุดที่มีปัญหาได้แม่นยำ เพิ่มประสิทธิภาพและลดผลข้างเคียง
ทางเลือกที่ 2: การผ่าตัด (Surgical Treatment)
แล้วเมื่อไหร่ล่ะ ที่เราควรตัดสินใจผ่าตัด? หมอมีหลักเกณฑ์ง่ายๆ ให้พิจารณาดังนี้ครับ
- รักษาแบบไม่ผ่าตัดมาแล้ว 3-6 เดือน แต่อาการไม่ดีขึ้น: ปวดยังรบกวนชีวิตประจำวัน หรือนอนไม่ได้
- อุบัติเหตุเฉียบพลัน: ในคนที่ไหล่ดีมาตลอด แล้วล้มกระแทกจนเส้นเอ็นขาดทันที แบบนี้ควรรีบผ่าตัดเย็บซ่อม เพราะเนื้อเยื่อยังสดใหม่ คุณภาพดี เย็บติดง่าย
- อ่อนแรงชัดเจน: จนใช้งานแขนไม่ได้ ยกแขนไม่ขึ้น ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต
- คนไข้อายุน้อยและยังแข็งแรง: คนวัยทำงาน (เช่น 40-55 ปี) ที่ยังต้องใช้แรง ยังต้องทำงานหนัก หรือเล่นกีฬา กลุ่มนี้ถ้าปล่อยไว้ รอยขาดมักจะใหญ่ขึ้นตามเวลา การผ่าตัดเย็บซ่อมแต่เนิ่นๆ จะให้ผลดีกว่า
เทคโนโลยีการผ่าตัดในปัจจุบัน: แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว
สมัยก่อนการผ่าตัดไหล่ต้องเปิดแผลใหญ่ ตัดกล้ามเนื้อเข้าไปเย็บเส้นเอ็น ทำให้หลังผ่าตัดเจ็บมากและพักฟื้นนาน แต่ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยี "การผ่าตัดส่องกล้อง (Arthroscopic Surgery)" ครับ
หมอจะเจาะรูเล็กๆ ขนาดเท่ารูดุมเสื้อประมาณ 3-4 รู รอบหัวไหล่ แล้วสอดกล้องขนาดเล็กเข้าไปดูภาพภายในที่ขยายใหญ่ชัดเจน จากนั้นใช้เครื่องมือพิเศษเข้าไปเย็บซ่อมเส้นเอ็นที่ขาดให้กลับไปติดกับกระดูกเหมือนเดิม
ข้อดีของการส่องกล้องคือ ไม่ต้องตัดกล้ามเนื้อที่ดี ทำให้เจ็บน้อยกว่ามาก พักฟื้นที่โรงพยาบาลเพียง 1-2 วันก็กลับบ้านได้ และแผลผ่าตัดเล็กมากจนแทบมองไม่เห็นเมื่อหายดี
พยากรณ์โรค: ผ่าแล้วหายขาดไหม ต้องดูแลตลอดชีวิตหรือเปล่า
หลังการรักษา ไม่ว่าจะผ่าตัดหรือไม่ผ่าตัด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "การดูแลต่อเนื่อง" ครับ
ในกรณีที่ผ่าตัดเย็บซ่อมเส้นเอ็น ช่วงแรกหมอจะให้ใส่ที่คล้องแขนเพื่อพักเส้นเอ็นให้สมานติดกับกระดูก ใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ หลังจากนั้นจะเริ่มทำกายภาพบำบัดเพื่อดึงข้อไหล่ให้เคลื่อนไหวได้สุด และฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
คนส่วนใหญ่ที่ได้รับการผ่าตัดและทำกายภาพอย่างเคร่งครัด จะสามารถกลับมาใช้งานไหล่ได้ดีมาก ไม่มีอาการปวดกวนใจตอนนอน และมีความสุขกับการใช้ชีวิตอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม เส้นเอ็นที่เคยซ่อมแซม ก็เหมือนยางรถยนต์ที่ปะมาแล้ว แม้จะใช้งานได้ดี แต่ก็ต้องทะนุถนอม หมอแนะนำให้หลีกเลี่ยงการยกของหนักเกินความจำเป็น หรือการกระชากแขนแรงๆ ตลอดไป เพื่อยืดอายุการใช้งานของไหล่ให้อยู่กับเราไปนานที่สุดครับ
สรุป
อาการปวดไหล่เรื้อรัง ไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม หรือทนทรมานกับมันครับ หากคุณหรือญาติผู้ใหญ่มีอาการปวดไหล่ตอนกลางคืน ยกแขนลำบาก อย่านิ่งนอนใจ การตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องแม่นยำจะนำไปสู่การรักษาที่ตรงจุด
จำไว้นะครับว่า "เส้นเอ็นไหล่ขาด ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกคน" แต่ถ้าจำเป็นต้องผ่า เทคโนโลยีปัจจุบันก็ช่วยให้มันไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป การได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องจากแพทย์เฉพาะทาง จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกทางเดินที่ดีที่สุดสำหรับคุณภาพชีวิตของคุณเองครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดไหล่ #เส้นเอ็นไหล่ขาด #ผ่าตัดไหล่ส่องกล้อง #ยกแขนไม่ขึ้น #ปวดไหล่ตอนนอน #หมอเก่งกระดูกและข้อ #หมอเก่งเชียงใหม่ #รักษาไหล่ติด #กายภาพบำบัดไหล่ #โรคกระดูกและข้อผู้สูงอายุ
เอกสารอ้างอิง
- American Academy of Orthopaedic Surgeons. Management of Rotator Cuff Injuries Clinical Practice Guideline. Rosemont (IL): AAOS; 2019.
- Cook JL, et al. Conservative management of rotator cuff tears: a literature review. Br J Sports Med. 2021;55(15):828-34.
- Keener JD, et al. Degenerative Rotator Cuff Tears: Refining Surgical Indications. J Am Acad Orthop Surg. 2019;27(5):156-65.
- Moosmayer S, et al. Ultrasound of the shoulder: a study of reliability and comparison with MRI. Acta Orthop. 2020;91(2):189-94.
- Yamamoto A, et al. A comparative study of planned conservative treatment between symptomatic and asymptomatic rotator cuff tears. J Shoulder Elbow Surg. 2022;31(4):682-9.

