Wednesday, December 17, 2025

ปวดไหล่ตรงปุ่มกระดูก นอนตะแคงทับไม่ได้... สัญญาณเตือน "ข้อต่อกระดูกไหปลาร้าเสื่อม" ที่หลายคนไม่รู้จัก


ปวดไหล่ตรงปุ่มกระดูก นอนตะแคงทับไม่ได้... สัญญาณเตือน "ข้อต่อกระดูกไหปลาร้าเสื่อม" ที่หลายคนไม่รู้จัก

"หมอครับ ผมปวดไหล่ตรงนี้... ตรงปุ่มกระดูกที่นูนๆ นี่แหละครับ"

คนไข้ชายวัย 55 ปี ท่านหนึ่ง ชี้ไปที่ "ยอดไหล่" หรือปุ่มกระดูกแข็งๆ ด้านบนสุดของไหล่ ไม่ใช่หัวไหล่ด้านข้างหรือด้านหลัง

คุณพี่ท่านนี้เล่าให้หมอฟังว่า อาการปวดเริ่มเป็นมาสักพักใหญ่ๆ แล้ว ตอนแรกนึกว่าเป็นกล้ามเนื้ออักเสบธรรมดา ไปนวดก็ไม่หาย กินยาก็ทุเลาแค่ชั่วคราว

แต่จุดที่ทำให้ตัดสินใจมาหาหมอ คือ "ชีวิตประจำวันเริ่มลำบากครับ"

แค่จะเอื้อมมือไปดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาด ก็เจ็บแปร๊บขึ้นมาที่ยอดไหล่ หรือเวลาอาบน้ำ จะเอามือไปถูสบู่ที่ไหล่อีกข้าง (ท่าไขว้แขน) ก็ทำแทบไม่ได้เพราะมันเจ็บตึงไปหมด

ที่สำคัญที่สุดคือ "นอนตะแคงไม่ได้เลย" พอล้มตัวนอนทับไหล่ข้างนั้น จะปวดตื้อๆ จนตื่น กลายเป็นคนนอนไม่เต็มอิ่ม หงุดหงิดทั้งวัน

หลายคนเข้าใจผิดคิดว่านี่คืออาการของ "ไหล่ติด" หรือ "เส้นเอ็นไหล่อักเสบ" ทั่วไป แต่ความจริงแล้ว อาการที่ชี้จุดเจ็บได้ชัดเจนที่ปุ่มกระดูกด้านบนแบบนี้ มักเกิดจากโรคที่ชื่อว่า "ข้อต่อกระดูกไหปลาร้าเสื่อม" ครับ

วันนี้หมอจะพามาทำความรู้จักกับโรคนี้กันครับ โรคเล็กๆ ที่สร้างความเจ็บปวดได้ไม่เล็กเลย

ข้อต่อกระดูกไหปลาร้า คือตรงไหน?

ลองเอามือคลำที่ไหปลาร้าของเราดูนะครับ ไล่จากตรงคอ ออกไปทางด้านข้างจนสุดปลายกระดูก เราจะเจอปุ่มกระดูกนูนๆ แข็งๆ ตรงหัวไหล่พอดี จุดนั้นแหละครับคือที่ตั้งของ "ข้อต่อกระดูกไหปลาร้า" (หรือทางการแพทย์เรียกว่า AC Joint)

มันเป็นจุดเชื่อมต่อเล็กๆ ระหว่าง "กระดูกไหปลาร้า" กับ "กระดูกสะบัก" ครับ เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมแขนเราเข้ากับลำตัว

ภายในข้อต่อเล็กๆ นี้ จะมีหมอนรองกระดูกบางๆ คั่นกลางอยู่ เพื่อไม่ให้กระดูกสองชิ้นนี้เสียดสีกันเวลาเรายกแขนหรือขยับไหล่

ทำไมมันถึง "เสื่อม" ได้?

โรคนี้เกิดขึ้นได้จาก 2 สาเหตุหลักๆ ครับ

1. การใช้งานและความเสื่อมตามวัย (Wear and Tear):

เจอบ่อยที่สุดครับ เหมือนยางรถยนต์ที่ใช้งานมานาน หมอนรองกระดูกที่คั่นอยู่ตรงกลางมันสึกหรอและบางลง จนกระดูกไหปลาร้ากับกระดูกสะบักมาเสียดสีกันโดยตรง ทำให้เกิดการอักเสบ ปวด และมีหินปูนงอกขึ้นมา

2. เคยได้รับบาดเจ็บมาก่อน:

ใครที่เคยรถล้ม ไหล่กระแทกพื้น หรือเล่นกีฬาปะทะ แล้วมีประวัติ "ข้อไหล่แยก" หรือไหปลาร้าเคลื่อนในอดีต แม้จะรักษาหายแล้ว แต่ข้อต่อนั้นอาจจะไม่มั่นคงเหมือนเดิม ทำให้เสื่อมเร็วกว่าปกติได้ครับ

อาการแบบไหน? ที่เข้าข่ายโรคนี

ลองเช็คตัวเองดูนะครับ ถ้ามีอาการเหล่านี้ อาจไม่ใช่แค่ปวดเมื่อยธรรมดา:

ปวดเจาะจงที่ยอดไหล่: ใช้นิ้วชี้กดลงไปที่ปุ่มกระดูกบนไหล่แล้วเจ็บมาก (จุดกดเจ็บชัดเจน)

เจ็บเมื่อไขว้แขน: ลองยกแขนข้างที่ปวด พาดผ่านหน้าอกไปแตะไหล่อีกข้าง (ท่าเหมือนจะเกาไหล่อีกฝั่ง) ถ้าทำแล้วเจ็บจี๊ดที่ยอดไหล่ ถือเป็นสัญญาณสำคัญครับ

นอนตะแคงทับไม่ได้: อันนี้เป็นปัญหาคลาสสิกเลยครับ เพราะแรงกดทับจะไปลงที่ข้อต่อโดยตรง

มีก้อนนูนแข็ง: ในรายที่เป็นมานาน อาจสังเกตเห็นว่าปุ่มกระดูกบนไหล่มันปูดนูนขึ้นมาชัดเจนกว่าอีกข้าง เพราะมีหินปูนเกาะ

ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัย

เมื่อมาพบหมอ หมอจะทำการตรวจดังนี้ครับ:

1. การตรวจร่างกาย

หมอจะลองกดหาจุดเจ็บ และทำท่าทดสอบพิเศษ เช่น ให้คนไข้ลองไขว้แขนข้ามหน้าอก (Cross-body adduction test) เพื่อดูว่ากระตุ้นให้เกิดอาการปวดหรือไม่ ซึ่งวิธีนี้บอกได้ค่อนข้างแม่นยำครับ

2. เอกซเรย์ (X-ray)

ภาพเอกซเรย์จะโชว์ให้เห็นเลยครับว่า ช่องว่างระหว่างกระดูกไหปลาร้ากับกระดูกสะบักมันแคบลงไหม กระดูกชนกันหรือยัง หรือมีหินปูน (Osteophyte) งอกออกมาทิ่มแทงเนื้อเยื่อรอบๆ หรือเปล่า

ใครบ้างที่มีความเสี่ยง?

  • ผู้สูงอายุ: ตามความเสื่อมของร่างกาย
  • คนที่ทำงานยกของสูง: ช่างทาสี ช่างไฟ หรือคนที่ต้องยกของขึ้นเหนือศีรษะบ่อยๆ
  • นักกีฬา: โดยเฉพาะนักยกน้ำหนัก (Weightlifters) ที่ต้องรับแรงกดที่ไหล่มากๆ หรือนักรักบี้ นักฟุตบอลที่เกิดการปะทะบ่อยๆ

แนวทางการรักษา: จำเป็นต้องผ่าตัดไหม?

ข่าวดีครับ! โรคข้อต่อกระดูกไหปลาร้าเสื่อม "ส่วนใหญ่รักษาหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด" ครับ เราจะเน้นการลดปวดและลดการอักเสบเป็นหลัก

1. พักการใช้งานและปรับพฤติกรรม

ช่วงที่ปวดมาก ให้งดการยกของหนักเหนือศีรษะ และหลีกเลี่ยงท่าทางที่ต้องไขว้แขนเร็วๆ แรงๆ รวมถึงเลี่ยงการนอนตะแคงทับข้างที่เจ็บไปก่อนครับ

2. การใช้ยา

หมอจะให้ยาลดการอักเสบ (NSAIDs) เพื่อลดอาการบวมภายในข้อต่อ และยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการ

3. การฉีดยา (Injection)

วิธีนี้ได้ผลดีมากครับ หากทานยาแล้วไม่ดีขึ้น หมออาจพิจารณาฉีดยาสเตียรอยด์ปริมาณเล็กน้อย เข้าไปในข้อต่อเล็กๆ นี้โดยตรง (อาจใช้ Ultrasound ช่วยนำทางเพื่อให้แม่นยำ) การฉีดยาจะช่วยลดการอักเสบได้รวดเร็ว และยังช่วยยืนยันการวินิจฉัยได้ด้วยว่าปวดจากจุดนี้จริงๆ

4. การผ่าตัด (Surgery)

เราจะเก็บไว้เป็นทางเลือกสุดท้ายจริงๆ ครับ เฉพาะในรายที่เจ็บปวดทรมานมาก รบกวนชีวิตประจำวันสุดๆ และรักษาด้วยวิธีอื่นมา 3-6 เดือนแล้วไม่ดีขึ้น

การผ่าตัดจะเป็นการ "ส่องกล้อง" หรือผ่าตัดเล็ก เพื่อเข้าไป "กรอ" ปลายกระดูกไหปลาร้าส่วนที่เสื่อมออก (Distal Clavicle Resection) เพื่อเปิดช่องว่างไม่ให้กระดูกมันสีกัน อาการปวดก็จะหายไปครับ ผ่าตัดพักฟื้นไม่นาน ก็กลับมาใช้งานได้

สรุป: ดูแลตัวเองอย่างไรดี?

โรคข้อต่อกระดูกไหปลาร้าเสื่อม แม้จะฟังดูไม่คุ้นหู แต่เป็นสาเหตุของอาการปวดไหล่ที่พบบ่อยกว่าที่คิดครับ

หัวใจสำคัญคือ "อย่าฝืนเจ็บ" ครับ

ถ้าท่านรู้ตัวว่าเวลาเอื้อมหยิบของ หรือเวลานอนตะแคง แล้วเจ็บที่ปุ่มกระดูกนี้ ให้รีบพักการใช้งาน อย่าพยายามไปดัด หรือไปนวดเค้นแรงๆ ตรงปุ่มกระดูก เพราะอาจทำให้ข้อต่ออักเสบระบมกว่าเดิมได้

หากดูแลเบื้องต้น พักแขน ประคบอุ่น แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น จนเริ่มรบกวนการนอนหลับ แนะนำให้มาปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจแยกโรคให้ชัดเจนครับ เพราะบางครั้งอาการปวดไหล่ อาจซ่อนโรคอื่นไว้ร่วมด้วย เช่น เอ็นไหล่ฉีก หรือกระดูกคอเสื่อม

รู้เร็ว รักษาตรงจุด หายปวดได้ ไหล่กลับมาเบาสบายแน่นอนครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng

#ปวดไหล่ #เจ็บไหล่ด้านบน #กระดูกไหปลาร้าเสื่อม #ACJoint #นอนตะแคงเจ็บไหล่ #ข้อไหล่เสื่อม #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดไหล่เรื้อรัง #ยกแขนเจ็บ #คลินิกกระดูกและข้อ

No comments:

Post a Comment