Friday, December 26, 2025

ข้อควรปฏิบัติและสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง สำหรับผู้ที่มีอาการปวดไหล่จากปัญหาเส้นเอ็น

 


ข้อควรปฏิบัติและสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง สำหรับผู้ที่มีอาการปวดไหล่จากปัญหาเส้นเอ็น

“แค่เอื้อมมือไปหยิบของหลังรถ ร้าวไปทั้งแขน”

“ตอนกลางวันยังพอทน แต่พอกลางคืนนอนแทบไม่ได้ ปวดจนตื่น”

ประโยคเหล่านี้คือสิ่งที่หมอได้ยินจนชินหู จากคนไข้ที่เดินกุมไหล่เข้ามาในห้องตรวจครับ หลายคนคิดว่าตัวเองแค่นอนตกหมอน หรือแค่ “เส้นจม” เดี๋ยวไปนวดก็หาย แต่ยิ่งนวดกลับยิ่งระบม ยิ่งปล่อยไว้ยิ่งยกแขนไม่ขึ้น

เรื่องราวของ “คุณป้าสมศรี” (นามสมมติ) วัย 62 ปี เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมากครับ ป้าสมศรีชอบทำสวน วันหนึ่งพยายามเอื้อมตัดกิ่งไม้สูงๆ รู้สึกแปล๊บที่ไหล่ แต่ก็ฝืนทำต่อ ตกเย็นเริ่มปวดตุบๆ ลูกหลานซื้อยาแปะให้ก็ไม่ดีขึ้น ผ่านไป 3 เดือน ป้าสมศรีเริ่มใส่เสื้อชั้นในเองไม่ได้ หวีผมลำบาก พอมาหาหมอ ตรวจดูพบว่าเส้นเอ็นไหล่อักเสบเรื้อรังและเริ่มมีการฉีกขาดเล็กน้อย

สิ่งที่น่าเสียดายคือ ถ้าป้าสมศรีรู้ “วิธีปฏิบัติตัว” ตั้งแต่เจ็บวันแรก อาการคงไม่ลุกลามขนาดนี้ วันนี้หมอเลยตั้งใจเขียนบทความนี้ เพื่อให้ทุกคนรู้วิธีดูแลไหล่ของตัวเองอย่างถูกต้องครับ

ทำความเข้าใจ: ทำไม “เส้นเอ็นไหล่” ถึงมีปัญหา?

ข้อไหล่ของเราเป็นข้อต่อที่เคลื่อนไหวได้มากที่สุดในร่างกายครับ ลองจินตนาการถึงลูกกลมๆ ที่กลิ้งอยู่บนจานตื้นๆ สิ่งที่ช่วยยึดลูกกลมๆ นี้ให้อยู่กับที่และขยับได้ คือกลุ่มกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นที่หุ้มรอบไหล่เสมือน “ปลอกแขน” (Rotator Cuff)

เมื่อเราอายุมากขึ้น เส้นเอ็นเหล่านี้จะเริ่มเสื่อมสภาพตามการใช้งาน เปรียบเหมือนเชือกที่ใช้งานมานาน เกลียวเชือกจะเริ่มเปื่อยยุ่ย ยืดหยุ่นน้อยลง พอเราไปใช้งานหนักๆ ยกของสูง กระชาก หรือมีการเสียดสีซ้ำๆ เส้นเอ็นก็จะเกิดการอักเสบ บวม หรือฉีกขาดได้ในที่สุด

อาการสัญญาณเตือน: แบบนี้แหละ เส้นเอ็นไหล่มีปัญหา

อาการของโรคนี้มักจะค่อยเป็นค่อยไปครับ แต่จะมีจุดสังเกตที่ชัดเจน คือ:

  1. ปวดตอนกลางคืน: นี่คืออาการคลาสสิกครับ นอนตะแคงทับข้างที่เจ็บไม่ได้ หรือบางทีนอนเฉยๆ ก็ปวดจนตื่น
  2. องศาการขยับลดลง: โดยเฉพาะท่ายกแขนสูง ท่าไขว้หลัง (เช่น ท่าติดตะขอเสื้อใน หรือท่าล้วงกระเป๋าหลัง)
  3. อ่อนแรง: รู้สึกว่าแขนข้างนั้นไม่มีแรงยกของหนัก หรือยกแขนค้างไว้นานๆ ไม่ได้
  4. เสียงในข้อ: เวลาขยับอาจได้ยินเสียงกึกกัก หรือรู้สึกฝืดๆ ในข้อไหล่

การตรวจวินิจฉัย: หาความจริงให้เจอ

การมาหาหมอ ไม่ใช่แค่การรับยาแก้ปวดครับ แต่คือการหาต้นตอ หมอจะเริ่มต้นด้วยการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อดูมุมการเคลื่อนไหวและจุดกดเจ็บ

หลังจากนั้น เราจะใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย:

  • เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูโครงสร้างกระดูก ว่ามีหินปูนเกาะกระดูก หรือมีกระดูกงอกไปกดทับเส้นเอ็นหรือไม่
  • อัลตราซาวด์ (Ultrasound): ปัจจุบันเครื่องมือนี้เปรียบเสมือนหูฟังของหมอกระดูกครับ ช่วยให้เห็นเส้นเอ็น การอักเสบ หรือรอยฉีกขาดได้ทันทีในห้องตรวจ โดยไม่ต้องรอคิวนาน
  • เอ็มอาร์ไอ (MRI): จะใช้ในกรณีที่ต้องการรายละเอียดสูงมาก หรือวางแผนผ่าตัด เพื่อดูความลึกและความกว้างของรอยฉีกขาด

สิ่งที่ควรทำ และ สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง (Dos and Don’ts)

นี่คือหัวใจสำคัญของบทความนี้ครับ การรักษาที่ดีที่สุดเริ่มที่ “พฤติกรรม” ของตัวเราเอง หมอขอแบ่งเป็นข้อๆ เพื่อให้เข้าใจง่ายนะครับ

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง (พฤติกรรมเสี่ยงทำลายไหล่)

  1. หลีกเลี่ยงการยกแขนสูงเหนือศีรษะ: การเอื้อมหยิบของบนชั้นสูง การตากผ้าที่ราวสูงเกินไป หรือการทำความสะอาดเพดาน จะทำให้กระดูกไหล่ไปเสียดสีและหนีบเส้นเอ็นที่กำลังอักเสบอยู่ อาการจะแย่ลงทันที
  2. เลี่ยงท่าไขว้หลัง: ท่าที่ต้องบิดแขนไปด้านหลัง เช่น การเอื้อมหยิบของเบาะหลังรถ การถูหลังขณะอาบน้ำ หรือการติดตะขอเสื้อชั้นในด้วยตัวเอง (สำหรับคุณผู้หญิง แนะนำให้ติดตะขอจากด้านหน้าแล้วหมุน หรือให้คนช่วยครับ)
  3. ไม่ควรนอนทับไหล่ข้างที่เจ็บ: การนอนตะแคงทับข้างที่มีปัญหา จะไปกดทับเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงเส้นเอ็น ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี และเพิ่มแรงดันในข้อไหล่ ทำให้ปวดมากขึ้น
  4. หลีกเลี่ยงการสะบัดหรือเหวี่ยงแขนแรงๆ: การออกกำลังกายที่ต้องเหวี่ยงแขนเร็วๆ หรือการสะบัดผ้าแรงๆ อาจทำให้เส้นเอ็นที่เปราะบางอยู่แล้วฉีกขาดเพิ่มขึ้นได้
  5. ไม่ควรหิ้วของหนักแบบถุงหูหิ้ว: การปล่อยแขนห้อยลงแล้วถือของหนัก จะเกิดแรงดึงที่หัวไหล่โดยตรง ควรเปลี่ยนมาใช้รถเข็น หรืออุ้มของแนบอกแทน
  6. ไม่ควรนวดไหล่บริเวณที่ปวด

สิ่งที่ควรปฏิบัติ (พฤติกรรมช่วยฟื้นฟู)

  1. ปรับท่านอน: ให้นอนหงาย โดยใช้หมอนใบเล็กๆ หรือผ้าขนหนูม้วนรองใต้ศอกข้างที่เจ็บ หรือกอดหมอนข้างไว้ เพื่อพยุงไหล่ให้อยู่ในท่าที่ผ่อนคลายที่สุด

  2. ประคบให้ถูกวิธี:

    ถ้าปวดเฉียบพลัน (บวม แดง ร้อน เพิ่งเจ็บมาใหม่ๆ ภายใน 24-48 ชม.): ให้ ประคบเย็น เพื่อลดการอักเสบ

  3. บริหารไหล่เบาๆ (Pendulum Exercise): ยืนโน้มตัวไปข้างหน้า ใช้มือข้างดีเกาะโต๊ะ ปล่อยแขนข้างที่เจ็บทิ้งดิ่งลงพื้นตามแรงโน้มถ่วง แล้วแกว่งแขนเป็นวงกลมเล็กๆ เบาๆ เหมือนลูกตุ้มนาฬิกา ช่วยลดอาการข้อติดได้ดีมาก

  4. เก็บข้อศอกให้ชิดลำตัว: พยายามทำกิจกรรมต่างๆ โดยให้ข้อศอกอยู่ใกล้ลำตัวมากที่สุด (Keep Elbow Close to Body) จะช่วยลดภาระของเส้นเอ็นไหล่ได้มาก

แนวทางการรักษาทางการแพทย์

เมื่อปรับพฤติกรรมแล้วยังไม่ดีขึ้น หมอมีแนวทางช่วยเหลือดังนี้ครับ

  1. การใช้ยา: ยาลดการอักเสบ (NSAIDs) ช่วยบรรเทาอาการปวดและลดบวมได้ แต่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ไม่ควรซื้อยากินเองต่อเนื่องนานๆ เพราะอาจมีผลต่อกระเพาะและไต
  2. กายภาพบำบัด: การใช้เครื่องมือทางกายภาพ เช่น อัลตราซาวด์บำบัด เลเซอร์ หรือการดัดดึงข้อต่อ เพื่อลดปวดและเพิ่มมุมการเคลื่อนไหว
  3. การฉีดยาด้วยระบบอัลตราซาวด์นำวิถี: ปัจจุบันเราไม่ฉีดยาแบบกะเอา หรือคลำจุดเอาแล้วครับ หมอจะใช้อัลตราซาวด์สแกนหาตำแหน่งที่มีการอักเสบแม่นยำ แล้วฉีดยา (อาจเป็นสเตียรอยด์เพื่อลดอักเสบเฉียบพลัน หรือเกล็ดเลือดเข้มข้น PRP เพื่อซ่อมแซม) เข้าไปที่จุดนั้นโดยตรง ทำให้ได้ผลดีและปลอดภัยสูง
  4. การผ่าตัดส่องกล้อง: เราจะพิจารณาผ่าตัดก็ต่อเมื่อ
    • รักษาด้วยวิธีอื่นมา 3-6 เดือนแล้วไม่ดีขึ้น
    • เส้นเอ็นฉีกขาดขนาดใหญ่ หรือขาดแบบสมบูรณ์
    • มีอาการอ่อนแรงชัดเจนจนรบกวนชีวิตประจำวัน

การผ่าตัดสมัยใหม่เป็นการ “ส่องกล้อง” แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว และกลับมาใช้งานได้ใกล้เคียงปกติมากครับ

บทพยากรณ์โรค: จะหายไหม?

โรคเส้นเอ็นไหล่อักเสบหรือฉีกขาด “สามารถรักษาให้คุณภาพชีวิตกลับมาดีได้” ครับ แต่ต้องใช้ความอดทน เส้นเอ็นเป็นอวัยวะที่เลือดไปเลี้ยงน้อย การซ่อมแซมตัวเองจึงใช้เวลา (เป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน)

ผู้ป่วยส่วนใหญ่ประมาณ 80-90% อาการดีขึ้นได้ด้วยการปรับพฤติกรรม กายภาพ และการใช้ยา โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่หัวใจสำคัญคือ “ความสม่ำเสมอ” และ “การหยุดพฤติกรรมทำร้ายไหล่” ตามที่หมอแนะนำไปข้างต้นครับ

สรุป

อาการปวดไหล่ไม่ใช่เรื่องเล็กที่ควรมองข้าม และไม่ใช่เรื่องของความชราที่ต้องจำยอม การรู้ว่าอะไร “ควรทำ” และอะไร “ควรเลี่ยง” คือยาขนานเอกที่จะช่วยให้ท่านกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง ลองนำวิธีที่หมอแนะนำไปปรับใช้ดูนะครับ ไหล่ของเราจะได้อยู่ใช้งานไปกับเราได้อีกนานๆ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #เส้นเอ็นไหล่อักเสบ #ไหล่ติด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดไหล่ตอนนอน #ยกแขนไม่ขึ้น #รักษาปวดไหล่เชียงใหม่ #RotatorCuff #กายภาพบำบัดไหล่ #ข้อไหล่เสื่อม


Step 2.0 References

  1. American Academy of Orthopaedic Surgeons. Rotator Cuff Tears: Surgical Treatment Options [Internet]. Rosemont (IL): AAOS; 2022 [cited 2024 Jul 18]. Available from: https://orthoinfo.aaos.org/en/treatment/rotator-cuff-tears-surgical-treatment-options/
  2. Dang A, Davies M. Rotator Cuff Tendinopathy: A Review of Current Treatment Evidence. Ann Jt. 2018;3:10.
  3. Kulkarni R, Gibson J, Brownson P, Thomas M, Rangan A, Carr AJ, et al. BESS/BOA Patient Care Pathways: Subacromial shoulder pain. Shoulder Elbow. 2015;7(2):135-43.
  4. Whittle S, Buchbinder R. In the clinic. Rotator cuff disease. Ann Intern Med. 2015;162(1):ITC1-15.
  5. Yamamoto A, Takagishi K, Osawa T, Yanagawa T, Nakajima D, Shitara H, et al. Prevalence and risk factors of a rotator cuff tear in the general population. J Shoulder Elbow Surg. 2010;19(1):116-20.


No comments:

Post a Comment