อายุ 70 ปี เอ็นไหล่ขาด... จำเป็นต้องผ่าตัดไหม? ทางเลือกการรักษาที่ลูกหลานต้องรู้
"หมอคะ แม่อายุ 70 แล้ว ปวดไหล่มาก ไปตรวจที่โรงพยาบาลหมอบอกว่า 'เอ็นไหล่ขาด' แม่กลัวการผ่าตัดมากเพราะอายุเยอะ มีโรคประจำตัวด้วย จะรักษาแบบไม่ผ่าได้ไหมคะ?"
นี่คือคำถามยอดฮิตที่หมอเจอบ่อยมากในห้องตรวจครับ ความกังวลของคนเป็นลูกคือไม่อยากให้แม่เจ็บตัว ส่วนความกังวลของคนไข้สูงวัยคือ "กลัวไม่ฟื้น" หรือกลัวการดมยาสลบ
วันนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังแบบหมดเปลือกครับว่า ในวัย 70 ปีที่เอ็นไหล่ขาด เรามีทางเลือกอะไรบ้าง และความจริงแล้ว... การผ่าตัดอาจไม่ใช่คำตอบเดียวเสมอไป
ความจริงที่หมออยากบอกให้สบายใจก่อนเลยคือ "เอ็นไหล่ขาด ไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดทุกคน" โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เราไม่ได้รักษาแค่ "ภาพเอกซเรย์" หรือ "ผล MRI" แต่เรารักษา "คุณภาพชีวิต" ของคนไข้เป็นหลักครับ
มาทำความเข้าใจกันครับว่า ภาวะนี้คืออะไร และจะดูแลกันอย่างไร
เส้นเอ็นไหล่ขาด คืออะไร? ทำไมอยู่ดีๆ ถึงขาด?
ลองจินตนาการถึงเชือกที่ใช้งานมานานครับ เชือกเส้นนี้ถูกดึง ถูกถูไถกับหินทุกวัน วันละหลายร้อยครั้ง เป็นเวลา 70 ปี นานวันเข้า เชือกเส้นนั้นก็จะเริ่มเปื่อย เริ่มลุ่ย และอาจจะขาดในที่สุด
เส้นเอ็นหัวไหล่ของเราก็เหมือนเชือกเส้นนั้นครับ
ในคนหนุ่มสาว เอ็นมักจะขาดจากอุบัติเหตุแรงๆ แต่ในวัย 70 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่เกิดจาก "ความเสื่อมตามวัย"(Degeneration) ครับ กระดูกที่งอกทับเส้นเอ็นค่อยๆ บาดเส้นเอ็นทีละนิด จนวันหนึ่งพอยกของหนัก หรือเอื้อมหยิบของผิดท่า เส้นเอ็นที่เปื่อยอยู่แล้วก็ฉีกขาดออก
อาการที่พบบ่อยจนสังเกตได้คือ:
- ปวดไหล่ตอนกลางคืน: นอนตะแคงทับไหล่ข้างนั้นไม่ได้เลย ปวดจนตื่น
- ยกแขนไม่สุด: รู้สึกว่าแขนไม่มีแรง เหมือนยกได้แค่ระดับไหล่ แต่ยกขึ้นเหนือศีรษะไม่ไหว
- ทำกิจวัตรประจำวันลำบาก: เช่น ติดตะขอเสื้อชั้นในไม่ได้ หวีผมลำบาก หรือเอื้อมหยิบของหลังรถไม่ได้
การตรวจวินิจฉัย: รู้ได้อย่างไรว่าขาดจริง?
เมื่อมาหาหมอ หมอจะเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกายก่อนครับ การขยับแขนในท่าต่างๆ จะบอกได้คร่าวๆ ว่าเส้นเอ็นมัดไหนที่มีปัญหา
จากนั้น เราจะใช้เครื่องมือช่วยยืนยัน:
1. เอกซเรย์ (X-ray):
อันนี้จะดู "กระดูก" เป็นหลักครับ เราจะเห็นว่ามีหินปูนเกาะกระดูกไหล่ไหม หรือหัวกระดูกไหล่ยกตัวสูงขึ้นผิดปกติหรือเปล่า ซึ่งเป็นสัญญาณทางอ้อมว่าเอ็นขาด
2. อัลตราซาวด์ (Ultrasound):
วิธีนี้ดีมากสำหรับดูเส้นเอ็นครับ ไม่เจ็บตัว รวดเร็ว และสามารถเห็นรอยฉีกขาดของเส้นเอ็นได้เลย รวมถึงเห็นถุงน้ำอักเสบด้วย
3. เอ็มอาร์ไอ (MRI):
เป็นการตรวจที่ละเอียดที่สุด เห็นทั้งกระดูก เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อ แต่ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ในเบื้องต้นหากไม่ได้วางแผนจะผ่าตัดทันที อาจจะยังไม่จำเป็นต้องทำ MRI ในวันแรกครับ
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นโรคนี้
นอกจาก "อายุ" ที่เป็นปัจจัยหลักแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่เร่งให้เอ็นเสื่อมเร็วขึ้น:
- การใช้งานหนักในอดีต: อาชีพที่ต้องยกแขนสูงบ่อยๆ เช่น ช่างทาสี ช่างก่อสร้าง ครูที่เขียนกระดาน
- สูบบุหรี่: สารนิโคตินทำให้เลือดไปเลี้ยงเส้นเอ็นน้อยลง ทำให้เอ็นเปื่อยง่ายและซ่อมแซมตัวเองยาก
- โรคเบาหวาน: ทำให้เนื้อเยื่ออักเสบและติดแข็งง่ายกว่าคนทั่วไป
ทางเลือกการรักษา: ไม่ผ่าตัด หายได้ไหม?
คำถามสำคัญคือ "ไม่ผ่าตัดได้ไหม?"
คำตอบคือ "ได้ครับ"
ในผู้ป่วยอายุ 70 ปี เป้าหมายของเราคือ "หายเจ็บ และใช้งานแขนในชีวิตประจำวันได้" เราไม่ได้ต้องการเส้นเอ็นที่สวยงามเหมือนตอนอายุ 20 หากคนไข้สามารถกินข้าว อาบน้ำ แต่งตัว และนอนหลับได้โดยไม่ปวดทรมาน การรักษาแบบไม่ผ่าตัดมักจะได้ผลดีและเพียงพอแล้วครับ
แนวทางการรักษาแบบไม่ผ่าตัด มีดังนี้ครับ:
1. ปรับพฤติกรรม (สำคัญที่สุด)
ต้องหยุดกิจกรรมที่ทำให้เจ็บครับ เช่น งดยกของหนัก งดยกแขนสูงเหนือศีรษะซ้ำๆ และหลีกเลี่ยงท่านอนทับไหล่ข้างที่เจ็บ
2. การใช้ยา
หมออาจจะจ่ายยาแก้ปวดและยาต้านการอักเสบ เพื่อลดอาการปวดในระยะแรก แต่ในผู้สูงอายุ หมอจะระวังเรื่องผลข้างเคียงต่อกระเพาะอาหารและไตเป็นพิเศษครับ
3. การฉีดยา
หากกินยาแล้วไม่ดีขึ้น หรือปวดมากจนทำกายภาพไม่ได้ การฉีดยาเป็นทางเลือกที่ดีครับ ปัจจุบันเรามีการใช้ อัลตราซาวด์นำวิถี (Ultrasound-guided injection) เพื่อระบุตำแหน่งที่อักเสบแม่นยำ แล้วฉีดยาเข้าไปตรงจุดนั้น ยาที่ใช้อาจเป็นสเตียรอยด์ (ฉีดได้จำกัดจำนวนครั้ง) หรือยาฉีดลดการอักเสบกลุ่มอื่นๆ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของหมอ
4. กายภาพบำบัด
เมื่อหายเจ็บแล้ว หัวใจสำคัญคือการบริหารกล้ามเนื้อรอบหัวไหล่ครับ แม้เส้นเอ็นหลักจะขาด แต่เรายังมีกล้ามเนื้อมัดอื่นรอบๆ ไหล่ (เช่น กล้ามเนื้อเดลทอยด์) ที่สามารถฝึกให้แข็งแรง เพื่อทำหน้าที่ "แทน" เส้นเอ็นที่ขาดไปได้ ถ้ากล้ามเนื้อรอบๆ แข็งแรง คนไข้จะยกแขนได้ดีขึ้นมากครับ
เมื่อไหร่ถึง "จำเป็น" ต้องผ่าตัด?
แม้หมอจะเชียร์ให้รักษาแบบประคับประคองก่อน แต่ก็มีบางกรณีที่เราอาจต้องคุยเรื่องผ่าตัดครับ:
- รักษาเต็มที่แล้ว 3-6 เดือน แต่อาการปวดไม่ลดลง จนรบกวนการนอนและการใช้ชีวิตอย่างหนัก
- แขนอ่อนแรงมาก จนยกไม่ขึ้นเลย (Pseudo-paralysis) ทำให้ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
- เป็นแผลฉีกขาดขนาดใหญ่ ที่เกิดขึ้นเฉียบพลันจากอุบัติเหตุ และร่างกายแข็งแรงพอ
การผ่าตัดปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นการ "ส่องกล้องเย็บซ่อมเส้นเอ็น" แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็วกว่าสมัยก่อนมาก แต่ในวัย 70 ปี หมอจะพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ โดยชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงกับผลที่จะได้รับครับ
พยากรณ์โรค: จะหายขาดไหม? ต้องดูแลตลอดชีวิตหรือเปล่า?
ต้องเรียนตามตรงว่า เส้นเอ็นที่ขาดแล้วในผู้สูงอายุ "จะไม่เชื่อมติดกันเอง" เหมือนกระดูกหักครับ รอยขาดก็จะยังคงอยู่แบบนั้น
แต่... "อาการปวดสามารถหายขาดได้" และ "การใช้งานสามารถกลับมาใกล้เคียงปกติได้"
หลายคนที่มีเอ็นไหล่ขาด สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้จนตลอดอายุขัยโดยไม่ต้องผ่าตัด เพียงแต่ต้องดูแลตัวเอง รู้จักหลีกเลี่ยงท่าทางที่อันตราย และหมั่นบริหารไหล่อย่างสม่ำเสมอ
บทสรุปจากหมอ
ถ้าคุณหรือคนที่คุณรักอายุ 70 ปีแล้วตรวจพบว่าเอ็นไหล่ขาด อย่าเพิ่งตกใจกลัวเรื่องผ่าตัดจนไม่กล้ามาหาหมอนะครับ การรักษาทางเลือกมีมากมาย การดูแลแบบประคับประคองในผู้สูงอายุให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจมากในคนไข้ส่วนใหญ่
ขอเพียงเราเข้าใจโรค ปรับพฤติกรรม และร่วมมือกันรักษา ความเจ็บปวดจะหายไป และรอยยิ้มจะกลับมาอีกครั้งครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng
#ปวดไหล่ #เอ็นไหล่ขาด #รักษากระดูกและข้อ #ผู้สูงอายุ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดไหล่ไม่ต้องผ่าตัด #ไหล่ติด #กายภาพบำบัด #โรคกระดูกผู้สูงวัย #ดูแลสุขภาพวัยเกษียณ
No comments:
Post a Comment