Wednesday, December 17, 2025

"เอ็นไหล่ขาด" ต้องผ่าตัด! น่ากลัวไหม? เจาะลึก "การผ่าตัดส่องกล้อง" แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว ฉบับเข้าใจง่าย


 


"เอ็นไหล่ขาด" ต้องผ่าตัด! น่ากลัวไหม? เจาะลึก "การผ่าตัดส่องกล้อง" แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว ฉบับเข้าใจง่าย

"หมอครับ ผมตัดสินใจแล้วว่าจะผ่าตัด เพราะทนปวดไม่ไหว ยกแขนสระผมยังไม่ได้เลย... แต่ผมกลัวครับ ต้องผ่าเปิดแผลยาวๆ เหมือนสมัยก่อนไหม? แล้วต้องพักฟื้นนานแค่ไหนกว่าจะกลับไปทำงานได้?"

นี่คือความกังวลใจของคนไข้ชายวัย 50 กว่า ที่เดินเข้ามาคุยกับหมอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หลังจากพยายามรักษาด้วยการกินยาและกายภาพมาหลายเดือนแต่อาการเอ็นไหล่ขาดไม่ดีขึ้น

หมอยิ้มและบอกคนไข้ไปว่า "สมัยนี้เราไม่ต้องผ่าเปิดแผลยาว 10 เซนติเมตร เหมือนเมื่อก่อนแล้วครับ เดี๋ยวนี้เรามีเทคโนโลยี 'การผ่าตัดส่องกล้อง' ที่เหมือนการส่งทีมช่างเข้าไปซ่อมบ้านผ่านรูกุญแจ แผลเล็กนิดเดียว เจ็บน้อยกว่า และกลับบ้านได้ไวขึ้นเยอะครับ"

วันนี้หมออยากจะมาเล่ากระบวนการทั้งหมดของการ "ผ่าตัดส่องกล้องซ่อมเอ็นไหล่" ให้ฟัง ตั้งแต่ก่อนเข้าห้องผ่าตัด ไปจนถึงวันที่คุณกลับมาใช้งานแขนได้ปกติ เพื่อให้ทุกคนคลายกังวลและเตรียมตัวได้อย่างถูกต้องครับ

การผ่าตัดส่องกล้อง (Arthroscopic Surgery) คืออะไร?

ลองจินตนาการว่าหัวไหล่เราเหมือนห้องๆ หนึ่งที่มีเส้นเอ็นขาดอยู่ข้างใน แทนที่หมอจะทุบกำแพง (กรีดแผลใหญ่) เพื่อเข้าไปซ่อม หมอจะใช้วิธีเจาะรูเล็กๆ ขนาดเท่าหลอดกาแฟ ประมาณ 3-4 รู รอบๆ หัวไหล่

  • รูที่ 1: สอดกล้องขนาดจิ๋วที่มีไฟฉายเข้าไป เพื่อถ่ายทอดภาพภายในข้อไหล่ขึ้นจอทีวีขนาดยักษ์ ทำให้หมอเห็นรอยขาดได้ชัดเจนกว่าตาเปล่ามาก
  • รูที่ 2 และ 3: สอดเครื่องมือพิเศษเข้าไป เพื่อกรอแต่งกระดูกที่งอกกดทับเส้นเอ็น และใช้เครื่องมือจับเส้นเอ็นที่ขาด ดึงกลับมาเย็บติดกับกระดูก

"ตัวยึดเส้นเอ็น" (Suture Anchor) คือพระเอกของงาน ในการเย็บเส้นเอ็นที่ขาดให้ติดกับกระดูก หมอจะใช้หมุดเกลียวเล็กๆ (Anchors) ฝังลงไปในกระดูกหัวไหล่ โดยที่ตัวหมุดจะมีไหมร้อยอยู่ แล้วเราก็ใช้ไหมนั้นเย็บร้อยเส้นเอ็นให้กลับมาแนบสนิทกับกระดูกเหมือนเดิม

ข้อดีคือ: หมุดเหล่านี้มีขนาดเล็กมาก และทำจากวัสดุที่เข้ากับร่างกายได้ดี หรือบางชนิดละลายเองได้ "ไม่ต้องผ่าตัดเอาออก" ในอนาคตครับ

Phase 1: การเตรียมตัว "ก่อน" ผ่าตัด

เมื่อนัดวันผ่าตัดได้แล้ว การเตรียมร่างกายให้พร้อมสำคัญมากครับ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

  1. ตรวจร่างกายชุดใหญ่: หมอจะส่งตรวจเลือด เอกซเรย์ปอด และคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เพื่อให้มั่นใจว่าคุณแข็งแรงพอที่จะดมยาสลบ
  2. งดยาบางชนิด:
    • ยาละลายลิ่มเลือด (เช่น Aspirin, Warfarin, Plavix) ต้องงดล่วงหน้า 7-10 วัน ตามคำแนะนำแพทย์ เพื่อป้องกันเลือดออกไม่หยุด
    • อาหารเสริม/สมุนไพร: น้ำมันปลา แปะก๊วย โสม ควรงดก่อนผ่าตัด 1 สัปดาห์ เพราะอาจทำให้เลือดหยุดยาก
  3. งดน้ำและอาหาร: ต้องงดอาหารและน้ำทุกชนิด (รวมถึงลูกอมและหมากฝรั่ง) หลังเที่ยงคืนก่อนวันผ่าตัด หรืออย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการสำลักลงปอดขณะดมยาสลบ
  4. ทำความสะอาดร่างกาย: อาบน้ำ สระผม ตัดเล็บให้สะอาด คืนก่อนผ่าตัด และเช้าวันผ่าตัด เพื่อลดเชื้อโรคที่ผิวหนัง

Phase 2: "วันผ่าตัด" เกิดอะไรขึ้นบ้าง?

ไม่ต้องกังวลนะครับ วันนี้คุณจะหลับสบายที่สุด

  • วิสัญญีแพทย์จะทำการดมยาสลบ หรือบล็อกเส้นประสาทที่แขน (เพื่อลดปวดหลังผ่าตัด)
  • การผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 1.5 - 2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความยากง่ายและจำนวนเส้นเอ็นที่ขาด
  • หลังผ่าตัด เสร็จแล้วจะมีแผลเล็กๆ 3-4 จุด ปิดด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ และคุณจะตื่นขึ้นมาที่ห้องพักฟื้น พร้อมกับใส่ "หมอนรองแขน" (Arm Sling) ไว้เรียบร้อย

Phase 3: การดูแล "หลัง" ผ่าตัด (ช่วงวัดใจ)

ช่วงเวลานี้สำคัญที่สุดครับ เพราะการผ่าตัดที่ดีคือ 50% อีก 50% คือการดูแลตัวเองและการกายภาพ

1. การจัดการความปวด

  • ช่วง 1-2 วันแรก อาจจะปวดระบมบ้าง หมอจะให้ยาแก้ปวดที่เพียงพอ หรือใช้การประคบเย็นที่ไหล่ (ระวังอย่าให้แผลเปียก) เพื่อลดบวมลดปวด
  • ท่านอน: แนะนำให้นอนท่า "กึ่งนั่งกึ่งนอน" (เอาหมอนหนุนหลังสูงๆ) หรือนอนบนเก้าอี้ปรับเอนได้ จะช่วยลดอาการปวดไหล่ได้ดีกว่านอนราบครับ

2. การใส่ที่ประคองแขน (Arm Sling) นี่คือกฎเหล็ก! หมอจะให้ใส่ที่คล้องแขนชนิดมีหมอนรอง (Abduction Pillow) ตลอดเวลา ประมาณ 4-6 สัปดาห์ (ถอดได้เฉพาะตอนอาบน้ำหรือบริหาร)

  • เหตุผล: เพื่อให้เส้นเอ็นที่เย็บไว้ "นิ่งที่สุด" และเชื่อมติดกับกระดูก ถ้าเราขยับแขนเองเร็วเกินไป ไหมอาจจะขาด หรือเอ็นหลุดจากกระดูกได้ครับ

3. การดูแลแผล

  • ห้ามแผลโดนน้ำเด็ดขาดประมาณ 10-14 วัน (ใช้การเช็ดตัว หรือพลาสเตอร์กันน้ำอย่างดี)
  • เมื่อครบกำหนด หมอจะนัดมาตัดไหม หรือดูแผล ถ้าแผลแห้งดีก็อาบน้ำได้ปกติ

4. การกายภาพบำบัด (Rehabilitation) การฟื้นฟูต้องใจเย็นๆ แบ่งเป็นระยะครับ

  • สัปดาห์ที่ 0-4: "ขยับได้แต่มือและศอก" ห้ามเกร็งยกไหล่เองเด็ดขาด! อาจจะให้ทำท่าแกว่งแขนเบาๆ (Pendulum) ตามคำแนะนำ
  • สัปดาห์ที่ 6-12: เริ่มทำกายภาพ ขยับข้อไหล่โดยใช้อุปกรณ์ช่วย (Passive Motion) เพื่อป้องกันไหล่ติด
  • เดือนที่ 3 ขึ้นไป: เริ่มฝึกเกร็งกล้ามเนื้อ (Active Motion) และยกแขนด้วยตัวเอง
  • เดือนที่ 6: ส่วนใหญ่จะกลับมาใช้งานได้เกือบปกติ เล่นกีฬาเบาๆ ได้

สรุปจากใจหมอ

การผ่าตัดส่องกล้องซ่อมเอ็นไหล่ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดครับ มันคือเทคโนโลยีที่ช่วยคืนคุณภาพชีวิต ให้คุณกลับมาสระผมเองได้ ติดกระดุมเสื้อหลังได้ และนอนหลับได้โดยไม่ปวด

กุญแจความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่ฝีมือหมออย่างเดียว แต่อยู่ที่ "ความอดทนและวินัย" ของคนไข้ ในช่วง 6 สัปดาห์แรกที่ต้องใส่เฝือกอ่อนและห้ามยกแขน

ถ้าคุณทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด อดทนผ่านช่วงแรกไปได้ รางวัลที่ได้คือ "ไหล่ที่แข็งแรง" ที่จะอยู่คู่กับคุณไปอีกนานแสนนานครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng

#ผ่าตัดไหล่ #ส่องกล้องไหล่ #เอ็นไหล่ขาด #RotatorCuffTear #ผ่าตัดส่องกล้อง #ปวดไหล่ #เตรียมตัวผ่าตัด #กายภาพไหล่ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #แผลเล็กเจ็บน้อย

No comments:

Post a Comment