Friday, May 22, 2026

หินปูนเกาะเส้นเอ็นไหล่ และเอ็นข้อไหล่ฉีกบางส่วน — เรื่องที่ผู้หญิงวัย 40-50 ปีต้องรู้

 



ผู้หญิงวัย 45 ที่เคยยกของง่ายๆ ทุกวัน ตอนนี้แค่จะสระผมยังยกแขนไม่ขึ้น


นี่ไม่ใช่เรื่องเล่าจินตนาการ แต่คือสิ่งที่หมอเจอบ่อยมากในห้องตรวจ ผู้ป่วยปวดไหล่ขวารุนแรง กางแขนได้ไม่ถึงครึ่ง สวมเสื้อก็เจ็บ นอนตะแคงทับก็ไม่ได้ ตื่นมากลางดึกเพราะปวด


หลายคนคิดว่าเป็นไหล่ติด แต่จริงๆ อาจเป็นโรคที่ชื่อ “หินปูนเกาะเส้นเอ็น” และซ้ำร้ายกว่านั้น คือมีเส้นเอ็นข้อไหล่ฉีกขาดบางส่วนร่วมด้วย


ข่าวดีคือ โรคนี้ส่วนใหญ่รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด


―――――――――――――――――――――――


หินปูนเกาะเส้นเอ็นไหล่ และเอ็นข้อไหล่ฉีกบางส่วน — เรื่องที่ผู้หญิงวัย 40-50 ปีต้องรู้


―――――――――――――――――――――――


คุณสุภา (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี ทำงานออฟฟิศ ปวดไหล่ขวารุนแรงมา 3 เดือน ตอนแรกคิดว่าแค่กล้ามเนื้ออักเสบ ซื้อยาแก้ปวดกินเอง พักก็แล้ว ประคบร้อนก็แล้ว แต่อาการกลับแย่ลง


ตอนมาพบหมอ คุณสุภากางแขนได้ไม่เกิน 90 องศา (คือยกขึ้นได้แค่ระดับไหล่ ไม่สามารถยกเหนือศีรษะ) ขยับเล็กน้อยก็เจ็บมาก จนไม่กล้าขยับ


หมอตรวจด้วยอัลตราซาวด์ที่ห้องตรวจ พบ “ก้อนหินปูน” สีขาวสว่างเกาะอยู่ที่เส้นเอ็นข้อไหล่ ขนาดประมาณ 8 มิลลิเมตร และยังเห็นรอยฉีกขาดบางส่วนของเส้นเอ็นด้านบน


ภาพที่หมอเห็น บอกเรื่องราวได้ทันทีว่าทำไมคุณสุภาเจ็บมากขนาดนี้


―――――――――――――――――――――――


“หินปูนเกาะเส้นเอ็น” คืออะไร


หินปูนเกาะเส้นเอ็น (ชื่อทางการแพทย์ Calcific Tendinitis) เป็นภาวะที่มีผลึกแคลเซียมมาเกาะสะสมอยู่ในเส้นเอ็นที่หุ้มข้อไหล่ ทำให้เส้นเอ็นนั้นมีก้อนแข็งคล้ายเม็ดทรายหรือยาสีฟันแห้งฝังอยู่


ลองนึกภาพง่ายๆ ว่า เส้นเอ็นที่ปกติเหมือนยางยืดเรียบลื่น แต่ตอนนี้มีก้อนหินเล็กๆ ฝังอยู่ข้างใน เวลายืดหรือเลื่อนก็จะเกิดการเสียดสี อักเสบ และเจ็บ


โรคนี้ “พบบ่อยถึง 10-42%” ของผู้ป่วยที่มาด้วยอาการปวดไหล่ตามข้อมูลทางการแพทย์สากล [2] โดยพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะอายุ 40-60 ปี [1]


―――――――――――――――――――――――


ระยะของโรค — เข้าใจให้ถูก จะรักษาตรงจุด


โรคนี้แบ่งเป็น 3 ระยะใหญ่ๆ [1]


ระยะที่ “1” ก่อตัว


ร่างกายเริ่มสร้างผลึกแคลเซียมในเส้นเอ็น มักไม่มีอาการ หรือปวดเล็กน้อย


ระยะที่ “2” ก้อนคงตัว


ก้อนหินปูนมีขนาดคงที่ ปวดเรื้อรัง ขยับลำบาก ระยะนี้กินเวลาเป็นเดือนถึงเป็นปี


ระยะที่ “3” สลายตัว


ร่างกายเริ่มดูดซับก้อนหินปูนกลับ ระยะนี้ “ปวดรุนแรงที่สุด” เพราะเกิดการอักเสบสูงรอบเส้นเอ็น แต่เป็นระยะที่โรค “กำลังจะหาย”


เข้าใจเรื่องนี้สำคัญมาก เพราะคนไข้จำนวนไม่น้อยมาพบหมอตอนระยะที่ 3 ซึ่งปวดมาก แต่จริงๆ ร่างกายกำลังจัดการตัวเอง


―――――――――――――――――――――――


แล้ว “เอ็นข้อไหล่ฉีกบางส่วน” คืออะไร


เส้นเอ็นข้อไหล่ (ชื่อทางการแพทย์ Rotator Cuff) คือกลุ่มเส้นเอ็น 4 เส้นที่หุ้มหัวกระดูกต้นแขน ทำหน้าที่ยกแขน หมุนแขน และยึดข้อไหล่ให้มั่นคง


“ฉีกบางส่วน” หมายความว่า เส้นเอ็นไม่ได้ขาดหมดทั้งเส้น แต่ขาดแค่บางส่วน เหมือนเชือกที่เปื่อยเป็นรอยลึก แต่ยังไม่ขาดทั้งเส้น [5]


ในกรณีของคุณสุภา การมีหินปูนเกาะร่วมกับเอ็นฉีกบางส่วน เป็นสิ่งที่พบได้บ่อย เพราะหินปูนเกาะนานๆ ก็จะค่อยๆ บั่นทอนเส้นเอ็นให้อ่อนแอลง


―――――――――――――――――――――――


อาการที่ต้องสงสัย


[1]  ปวดไหล่รุนแรง โดยเฉพาะตอนกลางคืน


[2]  ปวดร้าวลงต้นแขนด้านนอก


[3]  ยกแขนได้จำกัด กางแขนได้ไม่ถึง 90 องศา


[4]  ปวดเวลาสวมเสื้อ ใส่ชุดชั้นใน หรือสางผม


[5]  นอนตะแคงทับข้างที่ปวดไม่ได้


[6]  อาการอาจค่อยๆ เป็นทีละน้อย หรือปวดรุนแรงทันทีในตอนเช้า


―――――――――――――――――――――――


ใครเสี่ยงเป็นโรคนี้


[1]  ผู้หญิงอายุ 40-60 ปี (พบบ่อยที่สุด)


[2]  คนทำงานใช้แขนเหนือศีรษะบ่อย เช่น ครู ช่างซ่อม จิตรกร


[3]  คนเป็นโรคเบาหวาน หรือไทรอยด์ทำงานผิดปกติ


[4]  คนที่ใช้ไหล่ผิดท่าซ้ำๆ เป็นเวลานาน [2]


―――――――――――――――――――――――


การวินิจฉัย — ทำไมอัลตราซาวด์ถึงสำคัญ


สำหรับโรคนี้ การตรวจด้วยอัลตราซาวด์เป็นเครื่องมือสำคัญ เพราะ


[1]  เห็นก้อนหินปูนได้ชัดเจน ขนาดเท่าไหร่ อยู่ที่เส้นเอ็นใด


[2]  เห็นรอยฉีกของเส้นเอ็นว่าฉีกลึกแค่ไหน


[3]  เห็นการอักเสบรอบๆ ได้ทันที


[4]  ไม่ต้องฉายรังสี ไม่เจ็บ ทำได้ในห้องตรวจ


[5]  ที่สำคัญที่สุด สามารถใช้นำทางในการรักษาได้เลย


การเอกซเรย์ปกติก็ช่วยได้ในการดูขนาดและตำแหน่งของหินปูน แต่อัลตราซาวด์ให้ภาพที่ละเอียดกว่าและเห็นเส้นเอ็นได้พร้อมกัน


―――――――――――――――――――――――


แนวทางการรักษา — เริ่มจากเบาไปหนัก


การรักษาโรคนี้มีหลายขั้น เริ่มจากวิธีที่เบาที่สุดก่อน [1] [2]


ขั้นแรก ใช้ยาและกายภาพ


ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ กายภาพบำบัด การประคบ การออกกำลังกายเฉพาะ ใช้เวลา 6-12 สัปดาห์


ขั้นที่สอง ฉีดยาเข้าข้อไหล่โดยใช้อัลตราซาวด์นำทาง


ฉีดสเตียรอยด์เข้าถุงน้ำที่หุ้มเส้นเอ็น เพื่อลดอักเสบและบรรเทาปวด


ขั้นที่สาม “ดูดและล้างก้อนหินปูน” ด้วยเข็มผ่านอัลตราซาวด์


วิธีนี้ภาษาทางการแพทย์เรียก “Barbotage” คือใช้เข็มเจาะเข้าไปที่ก้อนหินปูนภายใต้การมองเห็นด้วยอัลตราซาวด์ แล้วฉีดน้ำเข้า-ดูดออก เพื่อล้างก้อนหินปูนออกมา


งานวิจัยขนาดใหญ่จากเนเธอร์แลนด์พบว่า การดูดล้างหินปูนด้วยอัลตราซาวด์นำทาง ร่วมกับการฉีดสเตียรอยด์ “ให้ผลดีกว่าฉีดสเตียรอยด์อย่างเดียว” ที่ 1 ปี ทั้งเรื่องอาการปวดและการขยับไหล่ [3]


ขั้นที่สี่ คลื่นกระแทกพลังงานสูง


ใช้คลื่นเสียงพลังงานสูงยิงเข้าไปที่ก้อนหินปูน ช่วยให้ก้อนหินปูนแตกและร่างกายดูดซับกลับได้เร็วขึ้น


งานวิจัยจากวารสาร Annals of Internal Medicine รวบรวมการศึกษาหลายชิ้นพบว่า คลื่นกระแทกพลังงานสูง “มีประสิทธิภาพในการลดปวดและสลายก้อนหินปูน” ในผู้ป่วยเรื้อรัง [4]


ขั้นสุดท้าย ผ่าตัดส่องกล้อง


สงวนไว้สำหรับกรณีที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาทุกวิธีข้างต้น หรือมีเอ็นฉีกขาดที่ต้องซ่อม


―――――――――――――――――――――――


เมื่อไหร่ควรพิจารณาผ่าตัด


ไม่ใช่ทุกคนต้องผ่าตัด แต่จะพิจารณาเมื่อ


[1]  รักษาไม่ผ่าตัดมา 6 เดือนแล้วไม่ดีขึ้น


[2]  เอ็นฉีกขาดในระดับสูง หรือฉีกเกือบขาด


[3]  ก้อนหินปูนใหญ่และไม่ตอบสนองต่อการดูดล้าง


[4]  อาการรบกวนชีวิตประจำวันมาก จนไม่สามารถทำงาน


สำหรับเอ็นไหล่ฉีกบางส่วน งานวิจัยล่าสุดชี้ว่าการรักษาแบบไม่ผ่าตัด เช่น กายภาพและฉีดยาเฉพาะที่ ให้ผลที่น่าพอใจในระยะสั้นถึงปานกลาง [5]


―――――――――――――――――――――――


พยากรณ์โรค — ข่าวดีสำหรับคนไข้


โรคหินปูนเกาะเส้นเอ็นไหล่ “ส่วนใหญ่หายเองได้” หรือหายด้วยการรักษาไม่ผ่าตัด [1] [2] หินปูนจะค่อยๆ ถูกร่างกายดูดซับกลับเอง


สำหรับคุณสุภาในเรื่องของเรา หลังการดูดล้างหินปูนด้วยอัลตราซาวด์นำทาง ร่วมกับฉีดยาลดอักเสบ และทำกายภาพต่อเนื่อง 8 สัปดาห์ คุณสุภาสามารถยกแขนได้เกือบเป็นปกติ ปวดเหลือน้อยมาก


―――――――――――――――――――――――


ถ้าปล่อยไว้ไม่รักษา จะเป็นอย่างไร


ถ้าปล่อยทิ้งไว้นาน อาจเกิดปัญหา


[1]  ไหล่ติด ขยับแทบไม่ได้ในที่สุด


[2]  เอ็นฉีกขาดเพิ่มขึ้น จากบางส่วนกลายเป็นขาดทั้งหมด


[3]  กล้ามเนื้อรอบไหล่ฝ่อ จากการไม่ได้ใช้งาน


[4]  คุณภาพชีวิตแย่ลง นอนไม่หลับ ทำงานไม่ได้


―――――――――――――――――――――――


วิธีดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน


[1]  หลีกเลี่ยงการยกของหนักเหนือศีรษะ


[2]  ประคบเย็น 15-20 นาทีเมื่อปวดเฉียบพลัน ประคบอุ่นเมื่อตึงเรื้อรัง


[3]  ทำท่ายืดเส้นเอ็นไหล่เบาๆ ทุกวัน ไม่ฝืน


[4]  ปรับท่านอน นอนหงาย หนุนหมอนใต้แขน


[5]  กินยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่ง อย่าซื้อสเตียรอยด์มากินเอง


[6]  ออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบไหล่ตามที่นักกายภาพแนะนำ


―――――――――――――――――――――――


คำถามที่พบบ่อย


ถาม หินปูนเกาะเส้นเอ็นต้องผ่าตัดไหม


ตอบ ส่วนใหญ่ไม่ต้องครับ การรักษาด้วยยา กายภาพ ฉีดยา หรือดูดล้างหินปูนด้วยอัลตราซาวด์ มักได้ผลดีในผู้ป่วยส่วนใหญ่


ถาม หินปูนจะหายไปเองได้ไหม


ตอบ ได้ครับ ร่างกายมีกลไกดูดซับหินปูนกลับเอง แต่อาจใช้เวลาเป็นเดือนถึงเป็นปี และระหว่างนั้นจะปวด


ถาม ฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อไหล่อันตรายไหม


ตอบ ถ้าฉีดในปริมาณและความถี่ที่เหมาะสมโดยแพทย์เฉพาะทาง ปลอดภัยครับ การฉีดผ่านอัลตราซาวด์นำทางจะแม่นยำมากขึ้น ลดผลข้างเคียง


ถาม การดูดล้างหินปูนด้วยเข็มเจ็บไหม


ตอบ หมอจะฉีดยาชาเฉพาะที่ก่อน ส่วนใหญ่รู้สึกตึงๆ มากกว่าเจ็บ ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที


ถาม เป็นข้างหนึ่งแล้วจะเป็นอีกข้างไหม


ตอบ มีโอกาสครับ ประมาณ 10-25% ของผู้ป่วยจะเป็นสองข้าง [1] จึงต้องดูแลตัวเองและออกกำลังกายไหล่อีกข้างด้วย


―――――――――――――――――――――――


สรุปสำคัญ


[1]  หินปูนเกาะเส้นเอ็นไหล่ พบบ่อยในผู้หญิงวัย 40-60 ปี


[2]  อาการเด่นคือ ปวดไหล่รุนแรง ยกแขนได้จำกัด ปวดกลางคืน


[3]  วินิจฉัยได้แม่นยำด้วยอัลตราซาวด์ในห้องตรวจ


[4]  รักษาได้หลายขั้น เริ่มจากยา กายภาพ ไปจนถึงการดูดล้างด้วยเข็ม


[5]  ส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัด


[6]  ถ้ามีเอ็นฉีกร่วมด้วย การวินิจฉัยที่แม่นยำจะช่วยเลือกการรักษาที่เหมาะสม


―――――――――――――――――――――――


บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจโรคหินปูนเกาะเส้นเอ็นไหล่ และเอ็นข้อไหล่ฉีกบางส่วน

ไม่สามารถใช้ทดแทนการตรวจวินิจฉัยและรักษาจากแพทย์ผู้ดูแล

หากท่านมีอาการปวดไหล่รุนแรง ยกแขนได้จำกัด สงสัยว่าเป็นโรคหินปูนเกาะเส้นเอ็นกำเริบ

หรือต้องการคำปรึกษาเรื่องการรักษาอาการปวดไหล่ระยะยาว

แนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อ


ปรึกษาหมอเก่ง กระดูกและข้อ ธนินนิตย์คลินิก

Line OA @doctorkeng

เว็บไซต์ doctorkeng.com


“ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ” หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง


―――――――――――――――――――――――


#ปวดไหล่ #หินปูนเกาะเส้นเอ็น #เอ็นไหล่ฉีก #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ธนินนิตย์คลินิก #รักษาปวดไม่ผ่าตัด #อัลตราซาวด์ #ฉีดยาข้อไหล่ #กระดูกและข้อเชียงใหม่ #ดูแลสุขภาพ #shoulderpain #calcifictendinitis #rotatorcuff #ultrasoundinjection #orthopedicchiangmai


―――――――――――――――――――――――


เอกสารอ้างอิง


[1]  Merolla G, Singh S, Paladini P, Porcellini G. Calcific tendinitis of the rotator cuff: state of the art in diagnosis and treatment. J Orthop Traumatol. 2016;17(1):7-14. doi:10.1007/s10195-015-0367-6


[2]  Catapano M, Robinson DM, Schowalter S, McInnis KC. Clinical evaluation and management of calcific tendinopathy: an evidence-based review. J Osteopath Med. 2022;122(3):141-51. doi:10.1515/jom-2021-0213


[3]  de Witte PB, Selten JW, Navas A, Nagels J, Visser CP, Nelissen RG, et al. Calcific tendinitis of the rotator cuff: a randomized controlled trial of ultrasound-guided needling and lavage versus subacromial corticosteroids. Am J Sports Med. 2013;41(7):1665-73. doi:10.1177/0363546513487066


[4]  Bannuru RR, Flavin NE, Vaysbrot E, Harvey W, McAlindon T. High-energy extracorporeal shock-wave therapy for treating chronic calcific tendinitis of the shoulder: a systematic review. Ann Intern Med. 2014;160(8):542-9. doi:10.7326/M13-1982


[5]  Plancher KD, Shanmugam J, Briggs K, Petterson SC. Diagnosis and management of partial thickness rotator cuff tears: a comprehensive review. J Am Acad Orthop Surg. 2021;29(24):1031-43. doi:10.5435/JAAOS-D-20-01092

No comments:

Post a Comment