เอื้อมมือไปติดตะขอเสื้อชั้นในด้านหลังไม่ได้ สะบัดผมตอนสระไม่ขึ้น หยิบของบนหิ้งสูงแล้วเสียวแปลบจนต้องร้อง นี่ไม่ใช่แค่ "เมื่อยไหล่" แต่อาจเป็นสัญญาณว่าข้อไหล่ของคุณกำลัง "ติด" ทีละน้อยโดยที่คุณไม่รู้ตัว
――――――――――――――――――――――――
ไหล่ที่ค่อยๆแข็งจนขยับไม่ได้ เรื่องจริงของโรคข้อไหล่ติดที่หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นแค่ปวดเมื่อย
――――――――――――――――――――――――
อาการแบบไหนที่เรียกว่าข้อไหล่ติด
โรคข้อไหล่ติด หรือที่เรียกว่า "ฟรอเซน โชลเดอร์ (Frozen Shoulder)" คือภาวะที่เยื่อหุ้มข้อไหล่เกิดการอักเสบ หนาตัวขึ้น และหดรั้ง ทำให้ช่องว่างในข้อแคบลง ไหล่จึงทั้งปวดและขยับได้น้อยลงเรื่อยๆ
จุดที่ทำให้คนไข้สับสนคือ อาการมักค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้เกิดจากการกระแทกหรืออุบัติเหตุชัดเจน หลายคนจึงคิดว่าเป็นแค่ปวดเมื่อยธรรมดา จนวันหนึ่งพบว่ายกแขนไม่สุด หวีผมไม่ได้ หรือเอื้อมไปด้านหลังไม่ได้แล้ว
ลักษณะเด่นที่ช่วยแยกโรคนี้ออกจากอาการปวดไหล่ทั่วไปคือ ไหล่จะขยับได้น้อยลงในทุกทิศทาง ไม่ใช่แค่บางท่า โดยเฉพาะการหมุนแขนออกด้านนอกและการเอื้อมไปด้านหลัง และที่สำคัญคือแม้คนอื่นจะช่วยจับยกแขนให้ ไหล่ก็ยังขยับไม่ได้เท่าเดิม
――――――――――――――――――――――――
ทำไมถึงเป็น และใครเสี่ยงมากกว่าคนอื่น
สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่ากลุ่มคนบางกลุ่มเสี่ยงเป็นมากกว่าคนทั่วไป
• ช่วงอายุที่พบบ่อยที่สุดคือ 40 ถึง 60 ปี พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเล็กน้อย
• ผู้ป่วยเบาหวานเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไปอย่างชัดเจน ในคนทั่วไปพบโรคนี้ประมาณ 2 ถึง 5 คนใน 100 คน แต่ในผู้ป่วยเบาหวานพบสูงขึ้นหลายเท่า และยิ่งคุมน้ำตาลได้ไม่ดีหรือเป็นเบาหวานมานาน ก็ยิ่งเสี่ยงมากขึ้น
• ผู้ที่มีปัญหาต่อมไทรอยด์ก็พบโรคนี้ได้บ่อยกว่าคนทั่วไป
• คนที่ต้องหยุดขยับไหล่นานๆ เช่น หลังผ่าตัด หลังแขนหัก หรือใส่เฝือกนาน ก็มีโอกาสที่ไหล่จะติดตามมาได้
สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ โรคนี้มักเป็นทีละข้าง แต่ประมาณ 1 ใน 5 ของผู้ป่วยจะเป็นที่ไหล่อีกข้างตามมาด้วย
――――――――――――――――――――――――
โรคนี้เดินทางผ่าน 3 ระยะ
สิ่งที่ทำให้ข้อไหล่ติดต่างจากอาการปวดอื่น คือมันมีลำดับการดำเนินโรคที่ค่อนข้างชัดเจน แบ่งเป็น 3 ระยะ
[1] ระยะปวด ช่วงนี้ไหล่จะปวดมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะตอนกลางคืนจนรบกวนการนอน การขยับยังพอทำได้แต่เริ่มเจ็บ ระยะนี้มักกินเวลาหลายเดือน
[2] ระยะติด ความปวดเริ่มลดลง แต่ไหล่กลับแข็งและขยับได้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เป็นช่วงที่คนไข้ทำกิจวัตรประจำวันลำบากที่สุด
[3] ระยะคลาย ไหล่ค่อยๆกลับมาขยับได้มากขึ้นทีละน้อย ความแข็งลดลง
แม้หลายคนจะบอกว่าโรคนี้หายเองได้ แต่ความจริงคือมีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่อาการยืดเยื้อเป็นปีๆ และบางส่วนไหล่ไม่กลับมาเป็นปกติเต็มที่ การปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษาจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเสมอไป
――――――――――――――――――――――――
แพทย์วินิจฉัยอย่างไร
การวินิจฉัยโรคนี้ส่วนใหญ่อาศัยการซักประวัติและตรวจร่างกายเป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องพึ่งเครื่องมือราคาแพงเสมอไป
แพทย์จะตรวจดูพิสัยการขยับของไหล่ทั้งแบบที่คนไข้ขยับเอง และแบบที่แพทย์ช่วยจับขยับให้ จุดสำคัญคือถ้าเป็นข้อไหล่ติดจริง แม้แพทย์จะช่วยจับขยับ ไหล่ก็จะยังขยับได้จำกัดอยู่ดี ซึ่งช่วยแยกออกจากอาการปวดที่เกิดจากเส้นเอ็นหรือกล้ามเนื้อ
การตรวจเพิ่มเติม เช่น เอกซเรย์หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า มักใช้เพื่อตัดโรคอื่นที่มีอาการคล้ายกันออกไป เช่น ข้อไหล่เสื่อม หรือหินปูนเกาะเส้นเอ็น มากกว่าจะใช้ยืนยันโรคโดยตรง
นอกจากนี้แพทย์มักแนะนำให้ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วย เพราะผู้ป่วยข้อไหล่ติดจำนวนหนึ่งตรวจพบเบาหวานหรือภาวะก่อนเบาหวานที่ยังไม่เคยรู้ตัวมาก่อน
――――――――――――――――――――――――
แนวทางการรักษา
ข่าวดีคือผู้ป่วยส่วนใหญ่รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แนวทางการรักษาจะปรับให้เหมาะกับระยะของโรคและความรุนแรงของอาการในแต่ละคน
• การทำกายภาพบำบัด เป็นหัวใจสำคัญของการรักษา การยืดและขยับไหล่อย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอช่วยให้ไหล่ค่อยๆกลับมาขยับได้ แต่ต้องทำให้เหมาะกับระยะของโรค ถ้าฝืนยืดแรงเกินไปในช่วงที่กำลังปวดมาก อาจยิ่งทำให้อักเสบหนักขึ้น
• การกินยาลดปวดและลดการอักเสบ ช่วยบรรเทาอาการในช่วงที่ปวดมาก ทำให้คนไข้ทนทำกายภาพได้ดีขึ้น
• การฉีดยาเข้าข้อไหล่ เป็นวิธีที่มีข้อมูลสนับสนุนว่าช่วยลดปวดและเพิ่มการขยับได้ดี โดยเฉพาะถ้าทำในระยะที่ยังปวดอยู่ ปัจจุบันการใช้เครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound) นำทางขณะฉีด ช่วยให้ยาเข้าสู่ตำแหน่งที่ต้องการได้แม่นยำขึ้น
• สำหรับผู้ป่วยส่วนน้อยที่อาการไม่ดีขึ้นหลังรักษาด้วยวิธีข้างต้นอย่างเต็มที่ แพทย์อาจพิจารณาวิธีอื่นเพิ่มเติม เช่น การขยายข้อด้วยน้ำ หรือการผ่าตัด
――――――――――――――――――――――――
ดูแลตัวเองเบื้องต้นอย่างไร
สิ่งที่ช่วยได้คือ อย่าหยุดขยับไหล่ไปเลยเพราะกลัวเจ็บ การไม่ขยับเลยจะยิ่งทำให้ไหล่ติดเร็วขึ้น ควรขยับไหล่เบาๆในระดับที่พอทนได้เป็นประจำ ประคบอุ่นก่อนขยับเพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัว และถ้าเป็นผู้ป่วยเบาหวาน การคุมระดับน้ำตาลให้ดีก็มีส่วนช่วยให้การรักษาได้ผลดีขึ้น
แต่ถ้าอาการปวดรบกวนการนอน หรือไหล่เริ่มขยับได้น้อยลงจนกระทบกิจวัตรประจำวัน ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นาน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยให้แน่ชัดและเริ่มรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะยิ่งเริ่มเร็ว ผลการรักษามักยิ่งดี
――――――――――――――――――――――――
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความเข้าใจเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ได้ อาการปวดไหล่มีได้จากหลายสาเหตุ การวินิจฉัยที่ถูกต้องจึงต้องอาศัยการตรวจจากแพทย์โดยตรง
ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง
สอบถามหรือปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ หมอเก่ง กระดูกและข้อ ธนินนิตย์คลินิก Line OA @doctorkeng
――――――――――――――――――――――――
#ข้อไหล่ติด #ปวดไหล่ #FrozenShoulder #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ธนินนิตย์คลินิก #อัลตราซาวด์ #ปวดไหล่เรื้อรัง #รักษาปวดไม่ผ่าตัด #กระดูกและข้อ #เบาหวาน
No comments:
Post a Comment