กางไหล่ไม่ได้... แค่ไหล่ติด หรือเส้นประสาทคอกำลังถูกกดทับ?
เมื่อคุณเอื้อมมือขึ้นเด็ดใบไม้ หยิบจานบนชั้นวางสูง ๆ หรือแม้แต่เอื้อมมือไปข้างหลังเพื่อจะหยิบกระเป๋าเงิน แล้วจู่ ๆ ก็พบว่าแขนขวาหรือแขนซ้ายขยับยกขึ้นไม่ได้ มันตึงล็อก ปวดเสียวแปลบจนต้องเอามืออีกข้างมาประคอง อาการกางไหล่ไม่ได้นี้เป็นสัญญาณเตือนภัยเงียบที่ทำลายความสุขในการใช้ชีวิตของทั้งคนวัยทำงานและผู้สูงอายุอย่างรุนแรง หลายคนพยายามทนเอาเอง นวดคลึง ซื้อยากิน หรือแม้กระทั่งไปให้หมอนวดแผนโบราณช่วย “ดัดไหล่” เพราะเข้าใจไปเองว่าเป็นแค่โรคไหล่ติดตามวัย แต่รู้ไหมครับว่าความเข้าใจผิดนี้อาจนำมาซึ่งความเสียหายอย่างใหญ่หลวง
ในฐานะแพทย์เฉพาะทางโรคกระดูกและข้อ หมออยากบอกความจริงที่ลึกและตรงไปตรงมาข้อหนึ่งครับว่า การฝืนดัดไหล่ในวันที่คุณยังไม่รู้แน่ชัดว่าปัญหาเกิดจากอะไร อาจทำให้เส้นเอ็นที่เปื่อยยุ่ยอยู่แล้วขาดสะบั้นลงอย่างถาวร หรือหากต้นตอของโรคมาจากระบบประสาทที่คอ การรักษาที่มุ่งเน้นแต่หัวไหล่ก็จะเป็นเพียงการเกาไม่ถูกที่คัน วันนี้หมอจะมาถอดรหัสและเปิดเผยความลับทางการแพทย์ที่จะช่วยให้คุณและครอบครัวแยกแยะได้อย่างชัดเจนว่า อาการกางไหล่ไม่ได้นั้น แท้จริงแล้วเกิดจากเส้นเอ็นฉีก ข้อไหล่ติด หรือหมอนรองกระดูกคอเสื่อมกันแน่ครับ
เรื่องเล่าจากห้องตรวจ: บทเรียนราคาแพงจากความเข้าใจผิด
หมอมีคนไข้รายหนึ่งชื่อคุณนพดล อายุ 52 ปี เป็นพนักงานออฟฟิศระดับผู้บริหารที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์และขับรถทางไกลเป็นประจำ วันหนึ่งคุณนพดลเริ่มรู้สึกปวดตื้อ ๆ ที่หัวไหล่ข้างขวาเวลาเอื้อมหยิบเอกสารด้านหลัง ต่อมาอาการปวดเริ่มรุนแรงขึ้นจนไม่สามารถกางแขนเพื่อสวมเสื้อเชิ้ตได้เอง คุณนพดลปักใจเชื่อทันทีตามข้อมูลที่อ่านในอินเทอร์เน็ตว่าเป็น “โรคไหล่ติด” จึงตัดสินใจไปรับบริการนวดจับเส้นและให้หมอนวดช่วยฝืนดัดไหล่เพื่อหวังให้พังผืดหลุดออก
ในระหว่างที่โดนดัด คุณนพดลเล่าว่ารู้สึกปวดรุนแรงเหมือนกระดูกจะหลุด ทนทรมานอยู่ 2 ครั้ง อาการแทนที่จะดีขึ้น กลับกลายเป็นว่าแขนขวาหมดแรงยกอย่างสิ้นเชิง แม้แต่จะยกแก้วน้ำขึ้นดื่มก็ทำไม่ได้ เมื่อมาตรวจอย่างละเอียดด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หมอพบภาพที่น่าตกใจคือ เส้นเอ็นหมุนข้อไหล่ของคุณนพดลเดิมทีมีแผลฉีกขาดเล็กน้อยอยู่แล้ว แต่การฝืนดัดและกระชากอย่างรุนแรงทำให้เส้นเอ็นนั้นขาดออกจากกระดูกอย่างสิ้นเชิง เคสนี้เป็นอุทาหรณ์ที่ชัดเจนว่า หากเราเริ่มต้นด้วยการวินิจฉัยที่ผิดพลาด การรักษาด้วยความหวังดีอาจกลายเป็นการทำลายอวัยวะของคนไข้โดยไม่รู้ตัว
ไขรหัสเครนยกของ: เปรียบเทียบ 3 กลไกในร่างกายให้เห็นภาพง่าย ๆ
เพื่อให้ทุกคนเข้าใจกลไกการกางไหล่ไม่ได้ หมออยากให้ลองจินตนาการว่า แขนและข้อไหล่ของเราทำงานร่วมกันเหมือนกับ “เครนยกของ” ตัวใหญ่ที่มีกลไกสำคัญ 3 ส่วนประกอบกัน
หากสายเคเบิลหรือเชือกที่ใช้ขึงและดึงแขนเครนเกิดการเปื่อยและฉีกขาดออกจากกัน เมื่อเชือกขาด แม้เครื่องยนต์จะพยายามเร่งเครื่องแรงแค่ไหน แขนเครนก็ไม่สามารถยกตัวขึ้นได้เพราะไม่มีแรงดึง สิ่งนี้เปรียบเสมือน ภาวะเส้นเอ็นที่ไหล่มีการฉีกขาด ที่ตัวโครงสร้างเส้นเอ็นเสียหายโดยตรง
หากบานพับหรือลูกปืนข้อต่อของเครนมีสนิมเขรอะ มีดินโคลนเข้าไปอุดจนแห้งกรังและแข็งตัว ต่อให้สายเคเบิลจะแข็งแรงดี เครื่องยนต์จะแรงแค่ไหน บานพับที่ติดแน่นก็ไม่ยอมขยับ หรือขยับได้เพียงเล็กน้อยพร้อมเสียงเสียดสี สิ่งนี้เปรียบเสมือน ภาวะข้อไหล่ติดอักเสบ ที่เกิดจากเนื้อเยื่อรอบข้อต่อหดตึง
หากสายไฟหลักที่ส่งกระแสไฟฟ้าจากห้องควบคุมใหญ่ไปที่มอเตอร์สั่งการถูกคีมเหล็กหนีบไว้จนกระแสไฟผ่านไปไม่ได้ เมื่อไม่มีกระแสไฟ มอเตอร์ก็ไม่ทำงาน ส่งผลให้แขนเครนอ่อนแรงและยกไม่ขึ้น ทั้ง ๆ ที่ตัวไหล่และเชือกยังปกติดีทุกประการ สิ่งนี้เปรียบเสมือน ภาวะหมอนรองกระดูกคอเสื่อมกดทับเส้นประสาท ที่ต้นตอของปัญหาไม่ได้อยู่ที่ไหล่ แต่อยู่ที่ระบบไฟฟ้าสั่งการจากลำคอ
เจาะลึก 3 โรคตัวการ: รู้จักศัตรูที่ทำให้กางแขนไม่ได้
เมื่อเห็นภาพรวมแล้ว เรามาทำความเข้าใจพยาธิสภาพและอาการเด่นของทั้ง 3 โรคนี้ในเชิงลึกกันครับ
โรคแรกคือ โรคเส้นเอ็นหมุนข้อไหล่ฉีกขาด (Rotator Cuff Tear) กลุ่มเส้นเอ็นนี้ทำหน้าที่เหมือนสายเคเบิลประคองและขยับข้อไหล่ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากความเสื่อมตามอายุการใช้งาน โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป หรือเกิดจากอุบัติเหตุเฉียบพลัน เช่น การลื่นล้มมือค้ำพื้น การยกของหนักเกินตัว อาการเด่นของโรคนี้คือ คนไข้จะปวดเสียวแปลบในหัวไหล่ลึก ๆ เวลาพยายามกางแขนขึ้นในช่วงมุม 60 ถึง 120 องศา และมักมีอาการปวดทรมานมากตอนนอนตะแคงทับไหล่ข้างที่เป็นจนต้องสะดุ้งตื่นกลางดึก
โรคที่สองคือ ภาวะข้อไหล่ติดอักเสบ (Adhesive Capsulitis) หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อโรคไหล่แช่แข็ง โรคนี้เกิดจากการอักเสบของเนื้อเยื่อแคปซูลที่หุ้มอยู่รอบข้อไหล่ เมื่อเกิดการอักเสบเรื้อรัง ร่างกายจะสร้างพังผืดที่หนาและตึงตัวขึ้นมาโอบรัดข้อไหล่ไว้จนแน่นหนา ทำให้ข้อไหล่สูญเสียความยืดหยุ่น อาการจะเริ่มต้นด้วยความปวดเร้าใจก่อนจะกลายเป็นความตึงล็อก คนไข้จะไม่สามารถกางแขนออกไปได้เลย ไม่ว่าจะกางแขนเอง หรือพยายามใช้มืออีกข้างช่วยดัน มันจะติดตึงแน่นเหมือนมีแม่กุญแจมาล็อกข้อต่อไว้ทกทิศทาง
โรคที่สามคือ ภาวะรากประสาทคอถูกกดทับจากกระดูกคอเสื่อม (Cervical Radiculopathy) โรคนี้มีจุดเริ่มต้นที่คอ เกิดจากหมอนรองกระดูกคอทรุดตัวหรือมีกระดูกงอกไปเบียดหนีบรากประสาทส่วนคอ โดยเฉพาะเส้นประสาทข้อที่ 5 และ 6 ซึ่งเป็นสายไฟหลักที่วิ่งไปเลี้ยงกล้ามเนื้อกางไหล่ อาการเด่นคือ อาการปวดเสียวแปลบเหมือนไฟช็อต หรือร้าวเป็นเส้นจากต้นคอลงมาที่บ่า สะบัก และร้าวทะลุลงมาที่หัวไหล่ด้านนอก บางรายอาจมีอาการชาที่ผิวหนังรอบหัวไหล่ร่วมกับอาการกล้ามเนื้อต้นแขนอ่อนแรง ทำให้ยกแขนหรือกางไหล่ไม่ขึ้น โดยที่ตัวข้อไหล่เองไม่ได้มีความตึงล็อกใด ๆ เลย
5 ปัจจัยเสี่ยงเร่งด่วนที่บ่อนทำลายข้อไหล่และลำคอ
หมอได้สรุปปัจจัยเสี่ยงสำคัญ 5 ข้อที่คนไข้ส่วนใหญ่มักมองข้าม ซึ่งเป็นตัวการเร่งให้เกิดภาวะเหล่านี้
พฤติกรรมการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน: การนั่งหลังค่อม คอยื่น จะเพิ่มแรงกดทับที่หมอนรองกระดูกคอมากกว่าปกติหลายเท่า ส่งผลให้กระดูกคอเสื่อมก่อนวัยและไปกดทับเส้นประสาท
การใช้งานข้อไหล่ในท่าเหนือศีรษะซ้ำ ๆ: เช่น ช่างทาสี ช่างไฟ หรือผู้ที่ชอบยกของหนักขึ้นชั้นวางสูง ๆ ท่าเหล่านี้จะทำให้เส้นเอ็นไหล่ถูกเบียดเสียดสีกับกระดูกไหล่จนเปื่อยยับและฉีกขาดได้ง่าย
โรคประจำตัว โดยเฉพาะเบาหวานและโรคไทรอยด์: มีงานวิจัยยืนยันชัดเจนว่า ผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสเกิดภาวะข้อไหล่ติดสูงกว่าคนทั่วไปหลายเท่า เนื่องจากน้ำตาลในเลือดที่สูงจะไปจับกับคอลลาเจนในข้อไหล่ทำให้เนื้อเยื่อแข็งตัว
การขาดการเคลื่อนไหวหรือการบาดเจ็บนำมาก่อน: การใส่เฝือกหรือผ้าคล้องแขนหลังอุบัติเหตุเป็นเวลานานโดยไม่มีการขยับบริหาร จะกระตุ้นให้แคปซูลหุ้มข้อไหล่หดตัวและเกิดพังผืดล็อกอย่างรวดเร็ว
อายุที่มากขึ้นและการขาดการออกกำลังกาย: เมื่ออายุเกิน 40 ปี เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงเส้นเอ็นและหมอนรองกระดูกจะลดลงตามธรรมชาติ หากขาดการออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อ โครงสร้างเหล่านี้จะบาดเจ็บได้ง่ายแม้ใช้งานปกติ
วิธีเช็คเบื้องต้นทางการแพทย์: กางขยับอย่างไรให้รู้ชัด?
เวลาที่คนไข้มาพบหมอด้วยอาการกางไหล่ไม่ได้ หมอมีเทคนิคการตรวจร่างกายเฉพาะทางที่เรียกว่าการประเมินการเคลื่อนไหวข้อไหล่สองรูปแบบ ซึ่งคุณเองก็สามารถให้ญาติช่วยสังเกตเบื้องต้นที่บ้านได้ครับ
รูปแบบแรกคือ การขยับกางแขนด้วยตัวเอง หากคนไข้พยายามยกแขนขึ้นเองแล้วยกไม่ขึ้น ปวดเสียวแปลบ หรือแขนตกไม่มีแรง ปัญหานี้อาจเป็นได้ทั้งสามโรค เพราะกลไกการยกขยับเสียหาย
รูปแบบที่สองซึ่งเป็นจุดตัดสำคัญคือ การให้ผู้อื่นช่วยจับกางแขน โดยให้คนไข้ปล่อยตัวตามสบาย ไม่ต้องออกแรง แล้วให้ญาติหรือหมอช่วยประคองยกแขนขึ้นช้า ๆ
หากให้คนอื่นช่วยจับยกแล้ว แขนสามารถลอยขึ้นไปได้จนสุดหรือเกือบสุด โดยที่คนไข้ไม่รู้สึกว่ามีอะไรติดล็อกข้างใน (แต่อาจจะมีอาการปวดหรืออ่อนแรงเมื่อปล่อยมือ) อาการแบบนี้แปลว่า “ข้อไหล่ไม่ได้ติด” ปัญหาจึงมักเกิดจาก เส้นเอ็นฉีกขาด หรือ เส้นประสาทคอถูกกดทับ เพราะเมื่อเราตัดกลไกการออกแรงของกล้ามเนื้อออก ข้อต่อที่ยังดีอยู่ย่อมขยับได้อิสระ
ในทางตรงกันข้าม หากให้คนอื่นช่วยจับยกแล้ว ยกร่างอย่างไรแขนก็ไม่ขึ้น ติดล็อกแน่นตึงต้านมือผู้ยกอย่างชัดเจน ขยับไปทิศทางไหนก็ติดปวดไปหมด อาการชี้ชัดทันทีครับว่าเป็น ภาวะข้อไหล่ติดอักเสบ แน่นอน เพราะตัวบานพับข้อยึดติดตายไปแล้ว
นอกจากการตรวจร่างกายแล้ว หมอจะส่งตรวจเพิ่มเติมเพื่อความแม่นยำสูงสุด การถ่ายภาพรังสีหรือเอกซเรย์จะช่วยดูโครงสร้างกระดูกและกระดูกงอก ส่วนการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า จะเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้เห็นรอยฉีกขาดของเส้นเอ็นและการกดทับของรากประสาทคได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ ในรายที่มีอาการชาอ่อนแรง หมออาจใช้การตรวจกระแสไฟฟ้าของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อเพิ่มเติมเพื่อเช็คการทำงานของระบบประสาทครับ
แนวทางการรักษาอย่างเป็นระบบ: ฟื้นฟูได้โดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอ
หมออยากให้คนไข้ทุกคนเบาใจได้ข้อหนึ่งครับว่า ผู้ป่วยมากกว่า 80-90% ที่มีอาการกางไหล่ไม่ได้ สามารถรักษาให้กลับมาใช้งานได้ดีเป็นปกติโดยไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ครับ หากเราได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องตั้งแต่แรก โดยแนวทางการรักษาจะเรียงลำดับจากเบาไปหาหนักดังนี้
ขั้นตอนแรกคือ การปรับพฤติกรรมและการกำจัดความเสี่ยง ปรับท่าทางการทำงาน หลีกเลี่ยงการก้มหน้าเล่นมือถือหรือนั่งคอยื่น งดการยกของหนักเหนือศีรษะชั่วคราว เพื่อลดแรงกดทับที่กระดูกคอและลดการเสียดสีที่ข้อไหล่
ขั้นตอนต่อมาคือ การทำกายภาพบำบัดอย่างถูกวิธี ซึ่งจะแตกต่างกันตามโรคอย่างสิ้นเชิง หากเป็นข้อไหล่ติด จะเน้นการยืดเหยียดเพื่อสลายพังผืดรอบข้อต่อ แต่หากเป็นเส้นเอ็นไหล่ฉีกขาด การฝืนดัดคือสิ่งต้องห้าม ทว่าเราจะเน้นการบริหารเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบสะบักชิ้นอื่น ๆ ให้แข็งแกร่งขึ้นเพื่อทำหน้าที่ดึงยกแขนทดแทนเอ็นส่วนที่ขาดไป ส่วนกรณีคอเสื่อมทับเส้นประสาท จะเน้นการทำกายภาพดึงคอเพื่อเพิ่มช่องว่างระหว่างข้อกระดูกลดการเบียดทับ
ขั้นตอนที่สามคือ การใช้ยารักษาโรค การทานยากลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ยาสมานประสาท หรือยาคลายกล้ามเนื้ออย่างเหมาะสม จะช่วยควบคุมความปวดและการอักเสบในระยะเฉียบพลัน เพื่อให้คนไข้สามารถขยับแขนทำกายภาพบำบัดได้อย่างราบรื่น
ขั้นตอนที่สี่ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยและได้ผลดีมากในปัจจุบันคือ การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางในอดีตการฉีดยารอบข้อไหล่หรือรากประสาทจะเป็นการฉีดแบบคลำตำแหน่ง ซึ่งอาจมีความคลาดเคลื่อน แต่ในปัจจุบัน หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์ความละเอียดสูงสแกนส่องมองเห็นเส้นเอ็น ข้อต่อ และเส้นประสาทของคนไข้สด ๆ บนหน้าจอ ทำให้หมอสามารถเดินเข็มนำยาต้านการอักเสบเข้าไปปล่อยตรงจุดที่มีรอยโรคได้อย่างแม่นยำระดับมิลลิเมตร วิธีนี้ปลอดภัยสูงมาก ลดความเจ็บปวด และช่วยให้เนื้อเยื่อฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว
ขั้นตอนสุดท้ายคือ การผ่าตัด หมอจะพิจารณาในกรณีที่คนไข้ได้รับการรักษาด้วยวิธีข้างต้นอย่างเต็มที่แล้วนาน 3-6 เดือนแต่อาการไม่ดีขึ้น หรือตรวจพบเส้นเอ็นฉีกขาดขนาดใหญ่มากจนแขนตกขยับไม่ได้เลย ซึ่งปัจจุบันเราจะใช้การผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็ก เจ็บน้อย และคนไข้ฟื้นตัวกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ไวมากครับ
พยากรณ์โรค: โอกาสหายขาดและการกลับมาเป็นซ้ำ
อาการกางไหล่ไม่ได้นี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ครับ ระยะเวลาในการรักษาจะแตกต่างกันไป ภาวะข้อไหล่ติดอาจต้องใช้เวลาทำกายภาพบำบัดต่อนิ้วอย่างมีวินัยนาน 6 เดือนถึง 1 ปี แต่เมื่อหายดีแล้วมักจะไม่ค่อยกลับมาเป็นซ้ำที่ข้างเดิม ส่วนโรคเส้นเอ็นไหล่ฉีกขาดและกระดูกคอเสื่อม แม้จะรักษาจนหายปวดและกลับมากางแขนทำงานได้ปกติแล้ว แต่โครงสร้างความเสื่อมตามอายุยังคงอยู่ หากคนไข้กลับไปใช้งานหักโหม นั่งก้มคอทำงานท่าเดิม ๆ โดยไม่ปรับพฤติกรรม อาการก็มีโอกาสกลับมาเยือนซ้ำได้อีกครับ
ภาวะแทรกซ้อนอันตรายหากปล่อยทิ้งไว้จนสายเกินแก้
การนิ่งนอนใจหรือคิดว่าปล่อยไว้เดี๋ยวก็คงหายเอง อาจนำมาซึ่งความสูญเสียถาวร 3 ประการ
ประการแรกคือ ภาวะกล้ามเนื้อลีบฝ่อถาวร เมื่อกางแขนไม่ได้และคนไข้เลี่ยงไม่ใช้งาน แขนข้างนั้นจะเกิดภาวะกล้ามเนื้อฝ่อลีบเล็กลงอย่างรวดเร็ว ประการต่อมาคือ ข้อไหล่ยึดติดตายในท่าแขนหุบ พังผืดจะหนาตัวจนทำให้ข้อไหล่สูญเสียมุมการเคลื่อนไหวอย่างถาวร และประการที่น่ากลัวที่สุดคือ เส้นประสาทเสียหายรุนแรงจนแขนอ่อนแรง ในเคสกระดูกคอเสื่อมหากปล่อยให้กดทับเส้นประสาทนานเกินไป รากประสาทอาจฝ่อตัว ทำให้สูญเสียการรับรู้และสูญเสียกำลังของแขนอย่างถาวร
5 วิธีป้องกันเพื่อปกป้องข้อไหล่และลำคอให้แข็งแรง
หมอแนะนำให้ทุกคนนำแนวทาง 5 ข้อนี้ไปปฏิบัติเพื่อป้องกันไม่ให้โรคเหล่านี้มาทำร้ายร่างกายครับ
เปลี่ยนท่าทางทุก 45 นาที: หากต้องนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ ให้ลุกขึ้นยืดเหยียดกล้ามเนื้อ บิดสะบัก แบะไหล่ เพื่อพักและลดแรงกดทับที่กระดูกคอ
บริหารสร้างกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่: ออกกำลังกายเบา ๆ ด้วยการใช้ยางยืดบริหารกล้ามเนื้อหมุนข้อไหล่และสะบักสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งเพื่อเพิ่มความมั่นคงของข้อต่อ
ควบคุมระดับน้ำตาลและดูแลสุขภาพองค์รวม: ตรวจสุขภาพประจำปีและคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดพังผืดอักเสบรัดข้อไหล่
ปรับท่านอนและหมอนหนุนคอให้เหมาะสม: เลือกหมอนที่รองรับส่วนโค้งของกระดูกคอได้อย่างพอดี ไม่สูงหรือต่ำเกินไป เพื่อป้องกันหมอนรองกระดูกคอเสื่อมก่อนวัย
หลีกเลี่ยงการกระชากหรือฝืนดัดไหล่แรง ๆ: เมื่อมีอาการตึงปวด ห้ามให้ใครช่วยดึงหรือกระชากแขนอย่างรุนแรงเด็ดขาดเพื่อป้องกันเอ็นฉีกขาดเฉียบพลัน
ไขข้อข้องใจ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการกางไหล่ไม่ได้
Q: อาการกางไหล่ไม่ได้และมีอาการปวดร้าวลงมาที่แขนร่วมด้วย อันตรายไหม?
หมอเก่งตอบ: อันตรายและควรมาพบแพทย์โดยเร็วครับ อาการปวดคอร้าวลงแขนร่วมกับกางไหล่ไม่ได้มักเป็นสัญญาณชัดเจนว่าเกิดจากหมอนรองกระดูกคอเสื่อมกดทับเส้นประสาท ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้จนเส้นประสาทเสียหายหนัก อาจทำให้แขนอ่อนแรงถาวรได้ครับ
Q: ถ้ากางแขนไม่ได้ จำเป็นต้องตรวจ MRI ทุกเคสเลยหรือไม่?
หมอเก่งตอบ: ไม่จำเป็นต้องทำทุกเคสครับ ในขั้นตอนแรกหมอจะทำการตรวจร่างกายและแยกโรคเบื้องต้นก่อน หากสงสัยภาวะข้อไหล่ติดธรรมดา สามารถเริ่มต้นรักษาด้วยยาและทำกายภาพบำบัดได้เลย แต่หากรักษาแล้วไม่ดีขึ้น หรือตรวจร่างกายพบสัญญาณของเอ็นขาดขนาดใหญ่หรือเส้นประสาทถูกกดทับ การตรวจ MRI จะจำเป็นมากเพื่อวางแผนการรักษาที่ตรงจุดครับ
Q: ปวดไหล่กางแขนไม่ได้นานแค่ไหน ถึงควรมาพบแพทย์เฉพาะทาง?
หมอเก่งตอบ: หากมีอาการปวดตึงต่อเนื่องเกิน 2-3 สัปดาห์ พักการใช้งานหรือทานยาแก้ปวดเบื้องต้นแล้วอาการไม่ทุเลา หรือเริ่มรู้สึกว่าแขนไม่มีแรงกางยก หมอแนะนำให้มาพบแพทย์เฉพาะทางโรคกระดูกและข้อทันทีครับ ไม่ควรรอจนไหล่ติดล็อกแน่นหรือกล้ามเนื้อลีบ เพราะจะทำให้ระยะเวลาในการรักษายาวนานและยากขึ้นมากครับ
บทสรุปและสิ่งสำคัญที่ต้องจดจำ
อาการกางไหล่ไม่ได้ เกิดได้จาก 3 โรคหลักที่มีกลไกต่างกันคือ เส้นเอ็นฉีกขาด ข้อไหล่ติดอักเสบ และหมอนรองกระดูกคอเสื่อมทับเส้นประสาท
การแยกโรคเบื้องต้นสามารถทำได้โดยการดูการเคลื่อนไหว หากคนอื่นช่วยจับยกแขนแล้วลอยขึ้นได้แปลว่าข้อไหล่ไม่ได้ติด ปัญหาอาจอยู่ที่เอ็นหรือคอเสื่อม
พฤติกรรมการนั่งทำงานออฟฟิศ ท่าทางคอยื่น และการยกของเหนือศีรษะซ้ำ ๆ คือปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดรอยโรค
ผู้ป่วยส่วนใหญ่มากกว่า 80-90% สามารถรักษาให้หายดีและกลับมาใช้งานแขนได้ปกติโดยไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัดใหญ่
การวินิจฉัยที่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้นและการรักษาเฉพาะจุด เช่น การทำกายภาพบำบัดที่ตรงโรค หรือการฉีดยาโดยใช้อัลตราซาวด์นำทาง คือกุญแจสำคัญสู่การหายขาด
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
“เราเชื่อว่า ‘ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ’
หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง
เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง”
#ปวดไหล่ #กางไหล่ไม่ได้ #ไหล่ติด #เส้นเอ็นไหล่ฉีกขาด #กระดูกคอเสื่อม #หมอนรองกระดูกทับเส้น #ปวดคอร้าวลงแขน #อัลตราซาวด์ข้อไหล่ #กายภาพบำบัดข้อไหล่ #ออฟฟิศซินโดรม #ปวดคอ #ปวดหลัง #ปวดเข่า #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ThaninnitClinic #ShoulderPain #RotatorCuffTear #FrozenShoulder #CervicalRadiculopathy #Orthopedics
References
Edwards P, Ebert J, Joss B, Bhabra G, Ackland D, Wang A. Exercise rehabilitation in the non-operative management of rotator cuff tears: a review of the literature. Int J Sports Phys Ther. 2016 Apr;11(2):279-301. PMID: 27104061.
บทความปริทัศน์ทางการแพทย์ที่รวบรวมหลักฐานเชิงประจักษ์เกี่ยวกับการทำกายภาพบำบัดและการบริหารกล้ามเนื้อทดแทนในผู้ป่วยที่มีภาวะเส้นเอ็นหมุนข้อไหล่ฉีกขาดโดยไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัด
Ramirez J. Adhesive Capsulitis: Diagnosis and Management. Am Fam Physician. 2019 Mar 1;99(5):297-300. PMID: 30811157.
แนวทางการวินิจฉัยและดูแลรักษาภาวะข้อไหล่ติดอักเสบในเวชปฏิบัติทั่วไป นำเสนอความสำคัญของประวัติการดำเนินโรค ระยะต่าง ๆ ของโรค และการรักษาที่ไม่ใช่วิธีการผ่าตัด
Eubanks JD. Cervical radiculopathy: nonoperative management of neck pain and radicular symptoms. Am Fam Physician. 2010 Jan 1;81(1):33-40. PMID: 20052961.
การศึกษาแนวทางการวินิจฉัยแยกโรคและรักษาภาวะรากประสาทคอถูกกดทับจากกระดูกคอเสื่อม ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการปวดร้าว อ่อนแรงกางแขนไม่ได้ โดยเน้นการรักษาแบบประคับประคอง
Aly AR, Rajasekaran S, Ashworth N. Ultrasound-guided shoulder injections are more accurate and more effective than blind injections: a systematic review of randomized controlled trials. Br J Sports Med. 2015 Aug;49(16):1041-9. PMID: 25686657. DOI: 10.1136/bjsports-2014-093763.
งานวิจัยวิเคราะห์อภิมานที่ยืนยันว่าการฉีดยารักษาบริเวณข้อไหล่โดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางมีความแม่นยำสูงและให้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่าการฉีดยาแบบคลำตำแหน่งธรรมดา
Mitchell C, Adebajo A, Hay E, Carr A. Shoulder pain: diagnosis and management in primary care. BMJ. 2005 Nov 12;331(7525):1124-8. PMID: 16282408. DOI: 10.1136/bmj.331.7525.1124.
วารสารทางการแพทย์ฉบับมาตรฐานที่ให้หลักการวินิจฉัยแยกโรคสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปวดไหล่และขยับแขนไม่ได้ โดยใช้ประวัติและการตรวจร่างกายอย่างเป็นระบบ
No comments:
Post a Comment