ฉีดยาไหล่อันตรายไหม? ความจริงที่คุณไม่เคยรู้... เกี่ยวกับเข็มและการรักษาที่ตรงจุด
“หมอครับ... อย่าฉีดยาให้ผมเลยนะ ผมกลัวยาไปกัดกระดูก กลัวไตพัง แล้วเข็มมันจะไปโดนเส้นประสาทไหม?”
นี่คือความกังวลอันดับหนึ่งที่ผมเจอในห้องตรวจครับ คนไข้จำนวนมากยอมทนปวดไหล่จนยกแขนไม่ขึ้น นอนไม่ได้มาเป็นปี ๆ เพียงเพราะคำว่า “กลัวการฉีดยา” ความเชื่อเดิม ๆ ที่ว่าการฉีดไหล่จะทำให้กระดูกผุหรืออันตรายถึงขั้นพิการ ยังคงฝังรากลึกอยู่ในใจของใครหลายคน
วันนี้ผมจะขอทำหน้าที่เป็น “หมอเก่ง” มากระซิบความจริงที่เทคโนโลยีปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว เพื่อให้คุณตัดสินใจรักษาได้อย่างสบายใจครับ
เคสจริงจากห้องตรวจ: คุณลุงสมศักดิ์กับ "ความกลัวที่เกือบทำให้ไหล่พัง"
คุณลุงสมศักดิ์ (นามสมมติ) อายุ 65 ปี มีอาการเอ็นไหล่อักเสบเรื้อรังจนเริ่มมีหินปูนเกาะ ลุงทนกินยาแก้ปวดจนโรคกระเพาะถามหา แต่พอหมอแนะนำให้ฉีดยา ลุงส่ายหน้าหนีทันที "ลุงกลัวเข็มไปจิ้มมั่ว ๆ แล้วโดนเอ็นขาดมากกว่าเดิม"
สุดท้ายพอไหล่ลุงติดจนใช้ชีวิตไม่ได้ ผมเลยขออนุญาตลุง "ทำให้ดูผ่านจอ" โดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทาง พอคุณลุงเห็นเข็มเดินทางไปถึงจุดที่อักเสบอย่างแม่นยำโดยไม่โดนส่วนอื่นเลย ลุงถึงยอมฉีด และเชื่อไหมครับ... วันรุ่งขึ้นลุงโทรมาบอกว่า "รู้งี้ฉีดไปนานแล้วหมอ ไม่เจ็บอย่างที่คิดเลย"
อธิบายความจริง: ฉีดแบบเดิม VS ฉีดแบบใหม่ (ภาษาชาวบ้าน)
- สมัยก่อน (Blind Injection): หมอจะใช้มือคลำกระดูกแล้วคาดคะเนตำแหน่งเพื่อจิ้มเข็มเข้าไป วิธีนี้มีโอกาสที่ยาจะไม่ลงจุดอักเสบ หรือเข็มอาจไปโดนเส้นเอ็นที่เปื่อยอยู่แล้ว ทำให้คนไข้เจ็บและกังวล
- สมัยนี้ (Ultrasound-Guided): เหมือนหมอมี "ตาทิพย์" ครับ เราใช้เครื่องอัลตราซาวด์มองเห็นโครงสร้างข้างใน ทั้งเส้นเอ็น เส้นเลือด และเส้นประสาทแบบเรียลไทม์ เราจะเห็นเข็มเดินทางไป "วางยา" ไว้ตรงจุดที่อักเสบเป๊ะ ๆ ทำให้เจ็บน้อยลงมากและปลอดภัยกว่าเดิมหลายเท่า
ฉีดอะไรลงไป? อันตรายจริงหรือ?
สิ่งที่คนไข้กลัวที่สุดคือ "สเตียรอยด์" ครับ แต่หมออยากให้เข้าใจข้อเท็จจริง 2 ข้อนี้:
- ปริมาณน้อยมาก (Low Dose): การฉีดเข้าข้อไหล่ เราใช้สเตียรอยด์ในปริมาณที่น้อยมากเมื่อเทียบกับการกินยา ยาจะออกฤทธิ์เฉพาะจุดที่อักเสบ และไม่วิ่งไปทำลายไตหรือกัดกระดูกเหมือนที่หลายคนเข้าใจ หากอยู่ในความดูแลของแพทย์เฉพาะทาง
- ทางเลือกใหม่ (NSAIDs & Regenerative): ปัจจุบันเรามีการใช้ยาลดอักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) หรือแม้แต่การใช้พลาสมาเข้มข้น (PRP) จากเลือดคนไข้เองมาฉีดเพื่อซ่อมแซม โดยไม่ใช้สเตียรอยด์เลยในรายที่กังวลครับ
กลไกการทำงาน (Pathogenesis): ทำไมฉีดแล้วถึงหายปวด?
เมื่อเส้นเอ็นไหล่อักเสบ ร่างกายจะหลั่งสารที่ทำให้เจ็บปวดออกมาคั่งอยู่ในซอกแคบ ๆ ของข้อไหล่ การกินยาต้องรอให้ยาซึมผ่านกระแสเลือดไปถึงไหล่ ซึ่งมักจะได้ปริมาณยาไม่เพียงพอ
การฉีดนำทางด้วยอัลตราซาวด์คือการ "ส่งหน่วยกู้ภัยไปดับไฟที่ต้นเพลิง" ยาปริมาณน้อยจะเข้าไปลดการบวมและหยุดการหลั่งสารอักเสบในทันที เมื่อความบวมลดลง เส้นเอ็นก็จะไม่ถูกกระดูกหนีบ ทำให้ความเจ็บปวดหายไปอย่างรวดเร็วครับ
ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยก่อนฉีด
หมอไม่ได้ฉีดให้ทุกคนนะครับ เราต้องผ่านขั้นตอนเหล่านี้ก่อน:
- Ultrasound Scan: ดูความรุนแรงของโรค เอ็นขาดไหม หรือมีหินปูนขวางอยู่หรือเปล่า
- Physical Exam: ทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
- Lab/X-ray: ในบางรายอาจต้องดูภาพรวมของกระดูกร่วมด้วย
ความเสี่ยงที่ต้องระวัง (พยากรณ์โรค)
ไม่มีหัตถการใดที่ไม่มีความเสี่ยง 100% ครับ แต่โอกาสเกิดน้อยมาก เช่น:
- การติดเชื้อ: ป้องกันได้ด้วยความสะอาดและการทำปราศจากเชื้ออย่างเคร่งครัด
- น้ำตาลในเลือดสูงชั่วคราว: ในคนไข้เบาหวานต้องคุมน้ำตาลให้ดีก่อนฉีด
- การกลับมาปวดซ้ำ: หากไม่ปรับพฤติกรรม (เช่น ยังนอนตะแคงทับไหล่) อาการก็อาจกลับมาได้อีก
สรุป
การฉีดยาไหล่ในปัจจุบัน “ไม่อันตรายอย่างที่คิด” หากทำโดยผู้เชี่ยวชาญที่ใช้เครื่องอัลตราซาวด์ระบุตำแหน่ง ยาปริมาณต่ำจะช่วยให้คุณหลุดพ้นจากวงจรความปวดได้อย่างรวดเร็ว เพื่อที่คุณจะได้เริ่มฝึกกายภาพบำบัดและกลับมาใช้งานแขนได้ตามปกติครับ
ด้วยความปรารถนาดี บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อลดความกังวลและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการรักษาทางการแพทย์สมัยใหม่ หากคุณมีอาการปวดไหล่เรื้อรัง อย่าปล่อยทิ้งไว้จนเส้นเอ็นฝ่อลีบ การปรึกษาแพทย์เฉพาะทางจะช่วยให้คุณได้รับทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญดูกระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ฉีดยาไหล่ #อัลตราซาวด์นำทาง #เอ็นไหล่อักเสบ #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #ฉีดไหล่อันตรายไหม #รักษาปวดไหล่ #ความรู้สุขภาพ #UltraSoundGuided #ShoulderPain
References
- Daniels EW, et al. (2024). The Accuracy of Ultrasound-Guided Versus Blind Injections in the Shoulder. American Journal of Sports Medicine. (ยืนยันความแม่นยำของการใช้อัลตราซาวด์ที่สูงถึง 95-100% เทียบกับการจิ้มแบบเดิม)
- Laucis NC, et al. (2023). Safety and Efficacy of Low-Dose Corticosteroid Injections for Rotator Cuff Tendinopathy. Journal of Bone and Joint Surgery. (งานวิจัยสรุปความปลอดภัยของการใช้ยาปริมาณต่ำเฉพาะจุด)
- Hassan S, et al. (2023). Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drug (NSAID) Injections vs Corticosteroids for Shoulder Impingement. Arthroscopy Journal. (การเปรียบเทียบผลการรักษาด้วยยาทางเลือกกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์)
- American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS) (2024). Patient Guide: What to Expect from a Shoulder Injection. (แนวทางปฏิบัติและการเตรียมตัวสำหรับคนไข้ที่จะรับการฉีดยาข้อไหล่)
- Thai Orthopedic Association (2025). Standard Protocols for Image-Guided Musculoskeletal Injections. (มาตรฐานการรักษาด้วยการฉีดยานำทางด้วยภาพของประเทศไทย)
No comments:
Post a Comment