Friday, February 13, 2026

5 พฤติกรรมที่ทำให้เส้นเอ็นไหล่เสื่อมเร็วโดยไม่รู้ตัว… เลิกด่วนก่อนแขนยกไม่ขึ้น!

 



5 พฤติกรรมที่ทำให้เส้นเอ็นไหล่เสื่อมเร็วโดยไม่รู้ตัว… เลิกด่วนก่อนแขนยกไม่ขึ้น!

“หมอครับ ผมยังไม่แก่นะ ทำไมเอ็นไหล่ถึงจะขาดได้?”

นี่คือคำอุทานที่หมอเจอบ่อยมากครับ เมื่อหมอแจ้งผลตรวจว่าเส้นเอ็นไหล่เริ่มเปื่อยหรือมีรอยฉีกขาด หลายคนเข้าใจว่า “ความเสื่อม” เป็นเรื่องของคนอายุ 70-80 ปีเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง พฤติกรรมการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันนี่แหละครับ ที่เป็นตัวเร่งให้เส้นเอ็นไหล่ของเรา “แก่ก่อนวัย” อย่างน่าตกใจ

วันนี้หมอเก่งจะมาแฉ 5 พฤติกรรมใกล้ตัวที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่จริงๆ แล้วมันคือการทำร้ายเส้นเอ็นไหล่แบบผ่อนส่ง ใครที่เริ่มปวดไหล่ขัดๆ ต้องอ่านให้จบนะครับ!


เคสจริงจากห้องตรวจ: คุณต้นกับพฤติกรรม "ไถมือถือจนไหล่พัง"

คุณต้น (นามสมมติ) หนุ่มวัยทำงานอายุ 38 ปี มาพบหมอด้วยอาการปวดลึกๆ ในไหล่ซ้าย เขาบอกว่าไม่ได้เล่นกีฬาหนัก และไม่ได้อุบัติเหตุอะไรเลย แต่ผลอัลตราซาวด์กลับโชว์ให้เห็นว่าเส้นเอ็นไหล่ (Rotator Cuff) มีรอยเปื่อยและเริ่มอักเสบเรื้อรัง

พอหมอซักประวัติลึกลงไป พบว่าคุณต้นมีพฤติกรรมชอบนอนตะแคงไถมือถือบนเตียงก่อนนอนทุกคืน ครั้งละ 1-2 ชั่วโมง โดยเอาไหล่ข้างซ้ายยันน้ำหนักตัวไว้ นี่แหละครับคือ "คนร้ายตัวจริง" ที่ค่อยๆ ฝนเส้นเอ็นให้บางลงจนเกือบขาดโดยที่คุณต้นไม่รู้ตัวเลย


อธิบายความจริง: เส้นเอ็นไหล่ก็เหมือน "ยางยืด" (ภาษาชาวบ้าน)

เส้นเอ็นไหล่ของเรามีลักษณะเหมือนยางยืดที่คอยดึงรั้งข้อต่อให้มั่นคงครับ ทุกครั้งที่เราทำพฤติกรรมผิดๆ มันเหมือนเราเอายางยืดไปถูเข้ากับขอบปูนแหลมๆ (ซึ่งก็คือกระดูกจะงอยไหล่ของเรานั่นเอง)

แรกๆ ยางอาจจะแค่ถลอก แต่ถ้าถูทุกวัน วันละหลายชั่วโมง ยางก็จะเริ่มเปื่อยและขาดออกจากกันในที่สุดครับ


5 พฤติกรรมอันตราย... เร่งเอ็นไหล่ให้เสื่อมเร็ว

1. นอนตะแคงทับไหล่ข้างเดิมซ้ำๆ การนอนตะแคงทับไหล่ข้างเดียวเป็นเวลานานๆ จะทำให้เลือดไปเลี้ยงเส้นเอ็นได้น้อยลง (Ischemia) และแรงกดจากน้ำหนักตัวจะบีบให้เส้นเอ็นถูกกดทับกับกระดูกโดยตรง ใครที่ชอบนอนตะแคงเล่นมือถือหรือนอนทับแขนตัวเอง ต้องระวังให้ดีครับ

2. ยกของหนักในท่าที่แขนอยู่ไกลตัว หลายคนเวลาหยิบของหนักๆ เช่น ตะกร้าผ้าหรือถุงกอล์ฟ มักจะเอื้อมไปหยิบไกลตัว ท่านี้จะทำให้เส้นเอ็นไหล่ต้องรับแรงกระชากมหาศาลเพื่อพยุงน้ำหนักแขนที่ยื่นออกไป เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เอ็นไหล่ฉีกขาดกะทันหัน

3. สะพายกระเป๋าหนักข้างเดียวเป็นประจำ เทรนด์กระเป๋าสะพายข้างที่อัดแน่นไปด้วยโน้ตบุ๊กและของใช้ จะทำให้กล้ามเนื้อบ่าและไหล่ต้องเกร็งตัวตลอดเวลาเพื่อพยุงกระเป๋า ส่งผลให้เกิดภาวะ "ไหล่ห่อ" และทำให้ช่องว่างในข้อไหล่แคบลง จนเกิดการเสียดสีของเส้นเอ็น

4. การนั่งทำงานในท่า "ไหล่ห่อ คอยื่น" (Forward Head Posture) เมื่อเราก้มหน้าเล่นมือถือหรือนั่งหลังค่อมทำงาน สะบักของเราจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ทำให้องศาของข้อไหล่ผิดเพี้ยนไป ทุกครั้งที่คุณขยับแขนในท่านี้ เส้นเอ็นจะถูกกระดูกจะงอยไหล่ "หนีบ" ตลอดเวลา (Impingement)

5. ออกกำลังกายท่าเดิมซ้ำๆ โดยไม่ยืดเหยียด โดยเฉพาะสายเวทเทรนนิ่งที่เน้นเล่นกล้ามอก (Chest) แต่ไม่บริหารกล้ามเนื้อสะบักด้านหลัง จะทำให้ความสมดุลของข้อไหล่เสียไป กล้ามเนื้อด้านหน้าจะดึงให้ไหล่ห่อเข้า และทำให้เส้นเอ็นด้านบนถูกเสียดสีเรื้อรัง


การตรวจเช็ก: จะรู้ได้อย่างไรว่าเริ่มเสื่อม?

หากคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้และเริ่มมีอาการ “เสียวแปลบ” เวลาใส่เสื้อยืด หรือเอื้อมหยิบของเบาะหลังรถ หมอแนะนำให้รีบตรวจครับ:

  • Physical Exam: หมอจะทดสอบแรงของกล้ามเนื้อไหล่แต่ละมัด
  • Ultrasound: วิธีนี้ดีมากสำหรับเช็กความเปื่อยของเอ็น (Degenerative change) เห็นผลทันที ไม่ต้องรอนาน
  • MRI: หากอาการเป็นมาก หมอจะดูความลึกของรอยฉีกขาดเพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนเอ็นจะขาดกระจุยครับ

แนวทางการป้องกันและรักษา: แก้ไขก่อนสาย

  1. ปรับสรีระ: นั่งยืดอก ดึงสะบักไปด้านหลัง เพื่อเปิดช่องว่างให้เส้นเอ็นไหล่เดินสะดวก
  2. ท่าบริหารเปิดไหล่: ฝึกยืดกล้ามเนื้อหน้าอกและเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบสะบัก
  3. การรักษาด้วยคลื่นกระแทก (Shockwave Therapy): หากเอ็นเริ่มเสื่อม การใช้คลื่นกระแทกจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเส้นเลือดใหม่มาเลี้ยงเส้นเอ็น ช่วยให้เอ็นที่เปื่อยกลับมาแข็งแรงขึ้นได้ครับ
  4. การใช้ Ultrasound นำทางเพื่อซ่อมแซม: ในกรณีที่อักเสบเรื้อรัง หมอสามารถฉีดสารบำรุงหรือพลาสมาเข้มข้น (PRP) เข้าไปที่เส้นเอ็นโดยตรงเพื่อซ่อมแซมรอยเปื่อยครับ

สรุป

เส้นเอ็นไหล่ไม่ได้ขาดเพราะอายุเสมอไป แต่ขาดเพราะ “พฤติกรรม” ที่เราสะสมมานานครับ การปรับเปลี่ยนท่าทางและการหมั่นสังเกตสัญญาณเตือนจากร่างกาย จะช่วยให้คุณรักษาข้อไหล่ให้แข็งแรงและใช้งานได้ดีไปจนถึงวัยสูงอายุครับ


ด้วยความสุภาพ บทความนี้มุ่งเน้นเพื่อให้ความรู้เบื้องต้นในการดูแลสุขภาพ หากคุณมีอาการปวดเรื้อรังหรือสงสัยว่ามีความผิดปกติของข้อไหล่ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้องครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #เอ็นไหล่เสื่อม #พฤติกรรมเสี่ยง #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #ออฟฟิศซินโดรม #นอนตะแคงปวดไหล่ #สุขภาพ #กายภาพบำบัด #PreventiveMedicine


References

  1. Lewis J, et al. (2024). Rotator Cuff Tendinopathy: Navigating the Diagnosis-Management Maze. Journal of Orthopaedic & Sports Physical Therapy. (อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการใช้งานในชีวิตประจำวันกับการเสื่อมของเส้นเอ็นไหล่)
  2. Michener LA, et al. (2023). Subacromial Impingement Syndrome: Posture and Pathogenesis. Clinics in Sports Medicine. (งานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่าสรีระที่ผิดสุขลักษณะส่งผลต่อการกดทับเส้นเอ็นไหล่โดยตรง)
  3. Koo S, et al. (2023). Sleep Position and Its Association with Shoulder Pain. Journal of Clinical Sleep Medicine. (การศึกษาผลกระทบของการนอนตะแคงต่อการไหลเวียนเลือดในเส้นเอ็นหัวไหล่)
  4. Gwilym SE, et al. (2022). Degenerative Changes in the Rotator Cuff: An Ultrasound Perspective. Skeletal Radiology. (บทบาทของการใช้อัลตราซาวด์ในการตรวจพบความเสื่อมของเส้นเอ็นในระยะเริ่มต้น)
  5. Royal College of Orthopaedic Surgeons of Thailand (2025). Workplace Ergonomics for Shoulder Health. (คำแนะนำเรื่องการจัดท่านั่งและพฤติกรรมเพื่อสุขภาพไหล่ที่ดีในคนวัยทำงาน)

No comments:

Post a Comment