Thursday, February 5, 2026

แม่ตกใจมากเลยหมอ อยู่ดีๆ แค่เอื้อมมือไปหยิบของบนหลังตู้ แล้วมันก็มีเสียง 'กึก' ที่ไหล่ หลังจากนั้นขยับแขนไม่ได้เลย เจ็บจนน้ำตาไหล"

 

แม่ตกใจมากเลยหมอ อยู่ดีๆ แค่เอื้อมมือไปหยิบของบนหลังตู้ แล้วมันก็มีเสียง 'กึก' ที่ไหล่ หลังจากนั้นขยับแขนไม่ได้เลย เจ็บจนน้ำตาไหล"

นี่คือคำบอกเล่าจากลูกสาวที่พาคุณแม่อายุ 70 ปีมาหาแพทย์ที่ห้องฉุกเฉินตอนกลางดึก สภาพที่คุณแม่นั่งมาคือมือข้างหนึ่งต้องคอยประคองแขนอีกข้างไว้แนบอก หน้าตาบ่งบอกถึงความเจ็บปวดอย่างมาก และที่สังเกตเห็นได้ชัดคือ "หัวไหล่ดูบุ๋มลงไป" ไม่กลมมนเหมือนอีกข้าง

หลายคนอาจจะคิดว่าอาการ "ไหล่หลุด" เป็นเรื่องของนักกีฬาหรือวัยรุ่นที่เล่นของแรงๆ แต่ความจริงแล้ว ในผู้สูงอายุ อาการนี้เกิดขึ้นได้ง่ายกว่าที่คิด และที่สำคัญคือ "น่ากลัวกว่า" ในคนหนุ่มสาวครับ


ไหล่หลุดในผู้สูงอายุ: เมื่อข้อต่อไม่ได้อยู่กับร่องกับรอย

ถ้าจะให้อธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ ข้อไหล่ของเราเปรียบเสมือน "ลูกกอล์ฟที่วางอยู่บนแท่นที (Tee)" ครับ ลูกกอล์ฟคือหัวกระดูกต้นแขน ส่วนแท่นทีคือเบ้าไหล่ตามธรรมชาติแล้วเบ้าไหล่ของเรามันตื้นมากเพื่อให้เราหมุนแขนได้รอบทิศทาง

แต่สิ่งที่ทำให้ลูกกอล์ฟไม่หล่นจากแท่นก็คือ "เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่" ที่คอยดึงรั้งเอาไว้

ในผู้สูงอายุ เส้นเอ็นเหล่านี้มักจะมีความเสื่อมสภาพตามวัย เปรียบเหมือนยางยืดที่ใช้งานมานานจนเริ่มยุ่ยและขาดความยืดหยุ่น พอมีการขยับที่ผิดจังหวะนิดเดียว หรือเกิดอุบัติเหตุล้มเพียงเล็กน้อย หัวกระดูกที่ควรจะอยู่ในเบ้าก็ "กระเด็น" หลุดออกมาข้างนอกทันที


ทำไมถึงเกิดขึ้นได้? (สาเหตุและกลไกการเกิดโรค)

  1. การเสื่อมสภาพของเอ็นหมุนข้อไหล่: นี่คือสาเหตุหลักเลยครับ เมื่ออายุมากขึ้น เอ็นรอบข้อไหล่จะบางลง บางคนมีแผลฉีกขาดสะสมอยู่แล้วโดยไม่รู้ตัว พอมีแรงมากระทำนิดหน่อย ข้อก็หลุดได้ง่าย
  2. อุบัติเหตุล้ม: ผู้สูงอายุมักจะมีปัญหาเรื่องการทรงตัว พอจะล้มปุ๊บ สัญชาตญาณคือการ "เอาหมอบัง" หรือใช้มือยันพื้น แรงกระแทกจะส่งผ่านแขนขึ้นไปดันให้หัวกระดูกหลุดออกจากเบ้า
  3. การใช้งานผิดจังหวะ: แค่เอื้อมมือไปหยิบของที่เบาะหลังรถ หรือเอื้อมหยิบของจากที่สูงในลักษณะบิดแขน ก็เพียงพอที่จะทำให้ไหล่หลุดได้ในรายที่เอ็นเสื่อมมาก

อาการที่บอกว่า "หลุดแน่แล้ว"

  • เจ็บปวดรุนแรง: เจ็บจนขยับแขนไม่ได้แม้แต่นิดเดียว
  • รูปทรงไหล่เปลี่ยนไป: ไหล่ดูแบนลง หรือเห็นเป็นมุมเหลี่ยม แทนที่จะโค้งมน บางคนจะคลำเจอหัวกระดูกไปปูดอยู่ทางด้านหน้า
  • แขนยาวไม่เท่ากัน: แขนข้างที่หลุดมักจะดูยาวกว่าปกติเล็กน้อย หรืออยู่ในท่าทางที่ผิดธรรมชาติ
  • อาการชา: บางครั้งหัวกระดูกที่หลุดไปอาจไปกดทับเส้นประสาท ทำให้มีอาการชาที่ต้นแขนหรือปลายนิ้วได้

การตรวจวินิจฉัย: หมอทำอะไรบ้าง?

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล สิ่งแรกที่หมอจะทำคือ "การตรวจร่างกาย" เพื่อเช็คว่าเส้นประสาทและเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงแขนยังปกติดีไหม หลังจากนั้นขั้นตอนที่สำคัญมากคือ:

  1. การเอกซเรย์ (X-ray): เพื่อยืนยันว่าหลุดไปทางทิศทางไหน และที่สำคัญคือ "มีกระดูกแตกด้วยหรือไม่" เพราะในผู้สูงอายุกระดูกมักจะบาง (กระดูกพรุน) เวลาหลุดมักจะพาเอาชิ้นส่วนกระดูกเบ้าหรือหัวกระดูกแตกติดไปด้วย
  2. การทำ MRI (คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า): หมอมักจะแนะนำให้ทำหลังจากที่ดึงข้อกลับเข้าที่แล้ว เพื่อดูว่า "เอ็นหมุนข้อไหล่ฉีกขาดไหม" ซึ่งจุดนี้สำคัญมากครับ เพราะในผู้สูงอายุที่ไหล่หลุด เกือบ 80-90% มักจะมีเอ็นฉีกร่วมด้วยเสมอ ซึ่งต่างจากวัยรุ่น

แนวทางการรักษา: ไม่ใช่แค่ดึงเข้าที่แล้วจบ

1. การดึงข้อให้เข้าที่ (Reduction): หมอจะให้ยาแก้ปวดหรือยานอนหลับชนิดออกฤทธิ์สั้น เพื่อให้กล้ามเนื้อที่กำลังเกร็งตัวสุดขีดนั้นคลายตัวลง แล้วจึงค่อยๆ จัดท่าดึงหัวกระดูกให้กลับเข้าเบ้าอย่างนุ่มนวล (ห้ามให้ญาติหรือหมอพื้นบ้านดึงเองเด็ดขาด เพราะอาจทำให้กระดูกหักหรือเส้นประสาทฉีกขาดได้)

2. การใส่อุปกรณ์พยุงแขน: หลังจากเข้าที่แล้ว ต้องใส่ผ้าคล้องแขน (Arm Sling) ไว้ประมาณ 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้เนื้อเยื่อรอบๆ ได้พักและลดอาการอักเสบ

3. การรักษาด้วยยาและการฉีดยา: หมอจะใช้ยาแก้ปวดกลุ่มที่ไม่มีสเตียรอยด์ (NSAIDs) เพื่อลดความทรมาน ในบางรายที่มีการอักเสบเรื้อรัง การใช้ "อัลตราซาวด์นำวิถี" เพื่อระบุตำแหน่งที่ชัดเจนในการฉีดยาลดการอักเสบเข้าในข้อหรือรอบเอ็นที่ฉีกขาด จะช่วยให้แม่นยำและปลอดภัยกว่าการฉีดแบบกะระยะด้วยมือเปล่าครับ

4. การผ่าตัด: ในผู้สูงอายุ เราจะพิจารณาผ่าตัดเมื่อ:

  • มีกระดูกแตกชิ้นใหญ่ที่ส่งผลต่อความมั่นคงของข้อ
  • เอ็นหมุนข้อไหล่ฉีกขาดขนาดใหญ่จนแขนไม่มีแรงขยับ (หลังหายปวดแล้ว)
  • มีอาการหลุดซ้ำซากจนใช้ชีวิตไม่ได้

การพยากรณ์โรค: จะกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมไหม?

///"หมอครับ มันจะหลุดอีกไหม?" คำถามยอดฮิตเลยครับ โอกาสการกลับมาหลุดซ้ำในผู้สูงอายุ "น้อยกว่า" วัยรุ่นครับ แต่ปัญหาที่น่ากังวลกว่าคือ "ภาวะไหล่ติด" และ "แขนไม่มีแรงจากเอ็นขาด"

  • ถ้าดูแลดี: ทำกายภาพตามนัด ฝึกกำลังกล้ามเนื้อสม่ำเสมอ ส่วนใหญ่จะกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน ทำงานบ้าน หรือออกกำลังกายเบาๆ ได้ปกติ
  • ถ้าปล่อยปละละเลย: ไม่ยอมฝึกขยับเพราะกลัวเจ็บ สุดท้ายไหล่จะยึดติดแข็ง ขยับแขนไม่ได้แม้จะหายเจ็บแล้วก็ตาม

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

สิ่งที่ผมเป็นห่วงที่สุดไม่ใช่แค่เรื่องข้อหลุดครับ แต่คือ "ความเสียหายของเส้นประสาท (Axillary Nerve)" ซึ่งอยู่ใกล้ข้อไหล่มาก ถ้าหลุดนานเกินไปหรือดึงผิดวิธี อาจทำให้แขนอ่อนแรงถาวรได้ นอกจากนี้ต้องระวังเรื่องกระดูกแตกซ้อนเร้นที่มองไม่เห็นจากการเอกซเรย์ธรรมดาด้วย


สรุป

ไหล่หลุดในผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก หากเกิดขึ้นให้ "นิ่ง พยุงแขนไว้ และรีบมาโรงพยาบาล" การรักษาในปัจจุบันก้าวหน้าไปมาก การใช้เทคโนโลยีอย่างอัลตราซาวด์หรือการผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็ก ช่วยให้คุณตาคุณยายกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติอย่างรวดเร็ว

อย่าปล่อยให้ความกลัวหรือการรักษาแบบผิดวิธี ทำให้ข้อไหล่ที่เคยคล่องแคล่วต้องกลายเป็นข้อที่ใช้งานไม่ได้ไปตลอดชีวิตนะครับ


การมีความรู้ที่ถูกต้องคือเกราะป้องกันโรคที่ดีที่สุด หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ต่อคนที่คุณรัก โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุ อย่าลืมกดแชร์เพื่อส่งต่อความห่วงใยนี้ออกไปนะครับ

#ไหล่หลุด #ผู้สูงอายุ #ปวดไหล่ #เอ็นไหล่ฉีก #กระดูกและข้อ #หมอเก่ง #สุขภาพผู้สูงอายุ #กายภาพบำบัด #รักษาโรคไหล่ #ไหล่หลุดในผู้สูงวัย


ข้อมูลที่นำเสนอนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโรคและแนวทางการรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์ปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ร่างกายและความรุนแรงของโรคในแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน หากท่านมีความคิดเห็นที่ต่างออกไป หรือข้อมูลนี้ไม่ตรงกับประสบการณ์การรักษาที่ท่านเคยได้รับ ผมยินดีรับฟังและแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อประโยชน์สูงสุดในการดูแลผู้ป่วยครับ ทั้งนี้ควรยึดถือคำแนะนำของแพทย์ผู้รักษาท่านเป็นหลักเนื่องจากมีข้อมูลผลตรวจที่ครบถ้วนที่สุด

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666


References

  1. Hovelius L, et al. (2024). Epidemiology and Management of Shoulder Dislocations in the Elderly. Journal of Orthopaedic Trauma. (สรุป: ข้อมูลสถิติและแนวทางการจัดการไหล่หลุดในผู้สูงอายุที่เน้นการประเมินเอ็นหมุนข้อไหล่ร่วมด้วย)
  2. Robinson CM, et al. (2023). Functional Outcomes after Primary Shoulder Dislocation in Patients over 60. Bone & Joint Journal. (สรุป: การศึกษาผลการรักษาและโอกาสการกลับมาใช้งานได้ของแขนในผู้ป่วยสูงอายุหลังไหล่หลุด)
  3. Garrigues GE, et al. (2025). *Rotator Cuff Tears in the Setting of Traumatic Anterior Shoulder Dislocation.*Orthopaedics Today. (สรุป: เน้นความสัมพันธ์ระหว่างไหล่หลุดและการฉีกขาดของเอ็นหมุนข้อไหล่ในคนอายุมาก)
  4. Thai Orthopaedic Association. (2023). Clinical Practice Guideline for Shoulder Instability. (สรุป: แนวทางเวชปฏิบัติของสมาคมออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทยในการดูแลภาวะข้อไหล่ไม่มั่นคง)
  5. Amanatullah DF, et al. (2024). Geriatric Shoulder Dislocations: A Comprehensive Review. Geriatric Orthopaedic Surgery & Rehabilitation. (สรุป: บทความทบทวนการรักษาแบบครอบคลุมทั้งการใช้ยา การดึงข้อ และการผ่าตัดในผู้สูงวัย)

No comments:

Post a Comment