ยกแขนไม่ขึ้น… สัญญาณเตือนเส้นเอ็นไหล่ขาด ที่หลายคนคิดว่าแค่เมื่อย
“หมอครับ แค่หยิบของบนหลังตู้ ทำไมมันเจ็บแปลบจนน้ำตาเล็ดขนาดนี้?”
นี่คือประโยคยอดฮิตที่ผมได้ยินบ่อยมากในห้องตรวจ หลายคนทนปวดไหล่มาเป็นปีๆ ซื้อยากินเองบ้าง แปะกอเอี๊ยะบ้าง เพราะเข้าใจไปเองว่า “ก็แค่ไหล่ติด” หรือ “แค่ออฟฟิศซินโดรม” แต่ความจริงที่น่าตกใจคือ ผลเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (MRI) มักเฉลยว่า “เส้นเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด” ไปเรียบร้อยแล้วครับ
วันนี้ผมจะพาทุกคนไปทำความเข้าใจกับเจ้าโรค “เส้นเอ็นไหล่ขาด” แบบเจาะลึก แต่เข้าใจง่าย เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องทนปวดฟรี และรักษาได้ทันท่วงทีก่อนที่แขนจะใช้งานไม่ได้ครับ
เคสจริงจากห้องตรวจ: ป้านวลกับความเข้าใจผิดว่า “แค่ไหล่ตึง”
ป้านวล (นามสมมติ) อายุ 62 ปี เดินเข้ามาหาหมอด้วยท่าทางเกร็งไหล่ขวาอย่างเห็นได้ชัด ป้าเล่าว่าเริ่มปวดไหล่มา 3 เดือนแล้ว ตอนแรกก็คิดว่าเพราะทำงานบ้านหนักไปหน่อย ไปนวดแผนโบราณมา 5 ครั้ง แรกๆ เหมือนจะดี แต่หลังๆ เริ่มแย่ลง
“ตอนนี้ป้าหวีผมเองไม่ได้แล้วหมอ ติดกระดุมเสื้อชั้นในข้างหลังก็ไม่ได้ ยิ่งตอนกลางคืนนะ นอนตะแคงทับข้างที่ปวดไม่ได้เลย มันปวดตื้อๆ จนสะดุ้งตื่นทุกคืน”
พอผมลองให้ป้านวลยกแขนขึ้น ป้าต้องเอาแขนซ้ายช่วยพยุงแขนขวาขึ้นไป พอผมปล่อยมือ แขนป้าก็ตกลงทันทีเหมือนไม่มีแรง นี่แหละครับคือสัญญาณอันตรายที่บอกว่านี่ไม่ใช่แค่กล้ามเนื้ออักเสบธรรมดา
เส้นเอ็นไหล่ขาดคืออะไร?
ลองจินตนาการว่าหัวไหล่ของเราเหมือนกับ “ลูกบอลในเบ้า” ที่มีความคล่องตัวสูงมาก เราหมุนแขนได้รอบทิศทางเพราะมีเส้นเอ็นกลุ่มหนึ่งที่ชื่อว่า “โรเตเตอร์ คัฟฟ์” (Rotator Cuff) ทำหน้าที่เหมือน “สายบังเหียน” 4 เส้นที่คอยดึงและประคองให้ลูกบอลกลิ้งอยู่ในเบ้าได้อย่างมั่นคง
เมื่อเราอายุมากขึ้น หรือใช้งานซ้ำๆ เจ้าสายบังเหียนนี้จะเริ่ม “เปื่อย” เหมือนยางยืดที่ถูกใช้งานมานานจนย้วย หรือเหมือนผ้าที่ค่อยๆ ขาดออกจากกันทีละนิด (Fraying) จนสุดท้ายถ้ามันรับแรงกระชากไม่ไหว หรือเสื่อมสภาพสุดขีด มันก็จะ “ขาดออกจากกระดูก” ทำให้เราสูญเสียแรงในการยกแขนหรือหมุนแขนไปนั่นเองครับ
สาเหตุและกลไกการเกิดโรค: ทำไมถึงขาด?
หลายคนสงสัยว่า “ฉันไม่ได้อุบัติเหตุรุนแรงนะ ทำไมถึงขาดได้?” หมอขอสรุปสาเหตุหลักๆ ดังนี้ครับ:
- ความเสื่อมตามวัย (Degeneration): นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งครับ เมื่ออายุเกิน 50 ปี เลือดที่ไปเลี้ยงเส้นเอ็นจะน้อยลง ทำให้เอ็นซ่อมแซมตัวเองได้ยากขึ้น
- การใช้งานซ้ำๆ (Overuse): ใครที่ต้องยกแขนเหนือศีรษะบ่อยๆ เช่น ช่างทาสี ครูที่เขียนกระดาน หรือแม้แต่แม่บ้านที่เช็ดกระจกถูบ้านบ่อยๆ เส้นเอ็นจะถูกเสียดสีกับกระดูกจะงอยไหล่ (Acromion) ทุกครั้งที่ยกแขน นานวันเข้าก็เหมือนหินฝนสายธนูจนขาดครับ
- หินปูนเกาะเส้นเอ็น: บางครั้งร่างกายสร้างกระดูกงอกหรือหินปูนไปจิ้มแทงเส้นเอ็นจนอักเสบและขาดในที่สุด
- อุบัติเหตุ: ล้มเอาแขนยันพื้น หรือยกของหนักผิดท่ากะทันหัน
เช็กด่วน! 5 อาการเตือนว่าเส้นเอ็นไหล่คุณอาจจะขาดแล้ว
- ปวดลึกๆ ในไหล่: มักปวดมากตรงหัวไหล่ด้านนอก ร้าวลงมาถึงต้นแขน
- ปวดตอนกลางคืน: เป็นอาการเด่นเลยครับ นอนตะแคงทับไม่ได้ หรืออยู่เฉยๆ ตอนดึกก็ปวดจนนอนไม่หลับ
- แขนอ่อนแรง: ยกแขนขึ้นลำบาก หรือยกได้แต่ไม่มีแรงถือของ แม้แต่ขันน้ำหรือไดร์เป่าผมก็รู้สึกหนัก
- มีเสียงดังในข้อ: เวลาขยับไหล่รู้สึกเหมือนมีอะไรขัด หรือมีเสียง “กึกกัก” ในข้อ
- เอื้อมมือไปข้างหลังไม่ได้: เช่น เอื้อมหยิบของเบาะหลังรถ หรือเอื้อมถูหลังตอนอาบน้ำไม่ได้
ขั้นตอนการตรวจ: หมอรู้ได้อย่างไรว่าขาด?
เวลามาหาหมอ เราไม่ได้แค่ถามอาการครับ แต่จะมีขั้นตอนดังนี้:
- การตรวจร่างกาย (Physical Exam): หมอจะทดลองขยับแขนคุณในท่าต่างๆ มีท่าเฉพาะที่เรียกว่า "Drop Arm Test" คือยกแขนคุณขึ้นแล้วให้คุณค่อยๆ วางลง ถ้าแขนตกลงทันทีแสดงว่าเอ็นขาดแน่นอน
- การเอกซเรย์ (X-ray): วิธีนี้จะดู "กระดูก" ครับ เพื่อดูว่ามีกระดูกงอกไหม หรือหัวกระดูกแขนเลื่อนขึ้นผิดตำแหน่งหรือเปล่า แต่เอกซเรย์ธรรมดาจะมองไม่เห็นเส้นเอ็นครับ
- การตรวจอัลตราซาวด์ (Ultrasound): สะดวก รวดเร็ว และแม่นยำพอสมควร หมอสามารถเห็นรอยฉีกขาดของเส้นเอ็นได้ทันทีขณะตรวจ
- การทำ MRI (Magnetic Resonance Imaging): นี่คือ "มาตรฐานสูงสุด" ครับ เครื่องนี้จะเห็นชัดเลยว่า เอ็นขาดกว้างแค่ไหน ขาดกี่เส้น กล้ามเนื้อฝ่อหรือยัง เพื่อใช้ในการวางแผนรักษาที่แม่นยำที่สุด
แนวทางการรักษา: ไม่ต้องกลัวการผ่าตัดเสมอไป
การรักษาเส้นเอ็นไหล่ขาดในปัจจุบันก้าวหน้าไปมาก และไม่ได้จบที่การผ่าตัดทุกคนครับ
1. การรักษาโดยไม่ผ่าตัด (สำหรับเคสที่ขาดไม่มาก หรือผู้สูงอายุที่กิจกรรมไม่เยอะ)
- การปรับพฤติกรรม: งดการยกของหนักเหนือศีรษะ
- ยาแก้ปวดและลดอักเสบ: เพื่อลดการอักเสบของเส้นเอ็นที่เหลืออยู่
- การทำกายภาพบำบัด: สำคัญมาก! เพื่อฝึกกล้ามเนื้อมัดอื่นๆ ให้มาช่วยทำงานแทนเส้นเอ็นที่ขาดไป
- การฉีดยาด้วยอัลตราซาวด์ (Ultrasound-Guided Injection): หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางเพื่อฉีดยาลดอักเสบ หรือสารสกัดพลาสมาเข้มข้น (PRP) เข้าไปตรงจุดที่เอ็นมีปัญหาอย่างแม่นยำ ช่วยลดปวดและกระตุ้นการซ่อมแซมได้ดีกว่าการฉีดแบบสุ่มครับ
2. การรักษาด้วยการผ่าตัด (สำหรับเคสที่เอ็นขาดชัดเจน ปวดมาก หรือทำกายภาพแล้วไม่ดีขึ้น)
- สมัยนี้เราใช้ “การผ่าตัดส่องกล้อง” (Arthroscopic Repair) ครับ แผลเล็กมากเท่ารูกุญแจ 3-4 รู เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว ไม่ต้องตัดกล้ามเนื้อเหมือนสมัยก่อน หมอจะเข้าไปเย็บเอ็นที่ขาดให้ติดกับกระดูกเหมือนเดิม
พยากรณ์โรค: จะกลับมาเป็นปกติไหม?
คำถามที่ทุกคนอยากรู้คือ “จะหายขาดไหม?”
ถ้าตรวจเจอเร็วและรักษาถูกวิธี โอกาสกลับมาใช้งานแขนได้เกือบ 100% มีสูงมากครับ แต่ต้องเข้าใจว่าเส้นเอ็นที่เย็บไปต้องใช้เวลา “เชื่อมติด” กับกระดูกประมาณ 3-6 เดือน ดังนั้นความใจเย็นและการทำกายภาพอย่างต่อเนื่องคือหัวใจสำคัญ
หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษา เส้นเอ็นที่ขาดจะค่อยๆ หดสั้นลงเรื่อยๆ จนเย็บไม่ติด และกล้ามเนื้อจะกลายเป็นไขมัน (ฝ่อ) ซึ่งถึงตอนนั้นอาจต้องผ่าตัดใหญ่เปลี่ยนข้อไหล่เทียมแทนครับ
ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง
หากปล่อยให้ปวดเรื้อรัง อาจเกิดภาวะ “ไหล่ติด” (Frozen Shoulder) ซ้อนทับได้ เนื่องจากเราปวดจนไม่กล้าขยับไหล่ ทำให้เยื่อหุ้มข้อหนาตัวและตึงเปี๊ยะ ทีนี้ล่ะครับการรักษาจะยิ่งซับซ้อนและใช้เวลานานขึ้นเป็นเท่าตัว
สรุป
อาการปวดไหล่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และไม่ใช่แค่เรื่องของความเมื่อยล้าเสมอไป หากคุณมีอาการปวดเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ หรือเริ่มรู้สึกว่าแขนไม่มีแรง อย่าปล่อยไว้ครับ การตรวจเช็กแต่เนิ่นๆ ช่วยให้เราวางแผนรักษาได้ง่าย และไม่ต้องทนทุกข์กับความเจ็บปวดนานเกินความจำเป็น
ด้วยความปรารถนาดี ข้อมูลข้างต้นเป็นการให้ความรู้ทั่วไปเพื่อให้ผู้อ่านได้สังเกตอาการเบื้องต้น หากท่านมีอาการปวดรุนแรงหรือกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและรับการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดไหล่ #เส้นเอ็นไหล่ขาด #ไหล่ติด #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #ยกแขนไม่ขึ้น #กายภาพบำบัด #ผ่าตัดส่องกล้องข้อไหล่ #HealthTips #ปวดคอบ่าไหล่ #RotatorCuff
References
- Lazarides AL, et al. (2023). Rotator Cuff Tears: Diagnosis and Management. Journal of Bone and Joint Surgery. (อัปเดตแนวทางการวินิจฉัยและการรักษาเส้นเอ็นไหล่ฉีกขาด ทั้งการใช้ยา การทำกายภาพ และการผ่าตัดส่องกล้อง)
- Koyonos L, et al. (2024). The Role of Ultrasound in Orthopedic Diagnosis. Clinics in Sports Medicine. (สรุปประสิทธิภาพของการใช้อัลตราซาวด์ในการตรวจวินิจฉัยโรคทางกระดูกและข้อที่แม่นยำและประหยัดเวลา)
- Maman E, et al. (2022). Natural History of Nonoperative Management of Rotator Cuff Tears. American Journal of Sports Medicine. (ศึกษาการดำเนินโรคของเส้นเอ็นไหล่ขาดในผู้ป่วยที่ไม่ได้ผ่าตัด และความเสี่ยงของการเกิดกล้ามเนื้อฝ่อ)
- Hess SA. (2023). Rehabilitation Protocols after Rotator Cuff Repair. International Journal of Sports Physical Therapy. (รวมขั้นตอนการทำกายภาพบำบัดที่ได้ผลดีที่สุดหลังการรักษาโรคเส้นเอ็นไหล่)
- Thai Orthopedic Association (2024). Clinical Practice Guidelines for Shoulder Pain. (แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยปวดไหล่ในบริบทของประเทศไทย โดยราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย)
No comments:
Post a Comment