Friday, February 13, 2026

ยกแขนไม่ขึ้น… สัญญาณเตือนเส้นเอ็นไหล่ขาด ที่หลายคนคิดว่าแค่เมื่อย

 

ยกแขนไม่ขึ้น… สัญญาณเตือนเส้นเอ็นไหล่ขาด ที่หลายคนคิดว่าแค่เมื่อย

“หมอครับ แค่หยิบของบนหลังตู้ ทำไมมันเจ็บแปลบจนน้ำตาเล็ดขนาดนี้?”

นี่คือประโยคยอดฮิตที่ผมได้ยินบ่อยมากในห้องตรวจ หลายคนทนปวดไหล่มาเป็นปีๆ ซื้อยากินเองบ้าง แปะกอเอี๊ยะบ้าง เพราะเข้าใจไปเองว่า “ก็แค่ไหล่ติด” หรือ “แค่ออฟฟิศซินโดรม” แต่ความจริงที่น่าตกใจคือ ผลเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (MRI) มักเฉลยว่า “เส้นเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด” ไปเรียบร้อยแล้วครับ

วันนี้ผมจะพาทุกคนไปทำความเข้าใจกับเจ้าโรค “เส้นเอ็นไหล่ขาด” แบบเจาะลึก แต่เข้าใจง่าย เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องทนปวดฟรี และรักษาได้ทันท่วงทีก่อนที่แขนจะใช้งานไม่ได้ครับ


เคสจริงจากห้องตรวจ: ป้านวลกับความเข้าใจผิดว่า “แค่ไหล่ตึง”

ป้านวล (นามสมมติ) อายุ 62 ปี เดินเข้ามาหาหมอด้วยท่าทางเกร็งไหล่ขวาอย่างเห็นได้ชัด ป้าเล่าว่าเริ่มปวดไหล่มา 3 เดือนแล้ว ตอนแรกก็คิดว่าเพราะทำงานบ้านหนักไปหน่อย ไปนวดแผนโบราณมา 5 ครั้ง แรกๆ เหมือนจะดี แต่หลังๆ เริ่มแย่ลง

“ตอนนี้ป้าหวีผมเองไม่ได้แล้วหมอ ติดกระดุมเสื้อชั้นในข้างหลังก็ไม่ได้ ยิ่งตอนกลางคืนนะ นอนตะแคงทับข้างที่ปวดไม่ได้เลย มันปวดตื้อๆ จนสะดุ้งตื่นทุกคืน”

พอผมลองให้ป้านวลยกแขนขึ้น ป้าต้องเอาแขนซ้ายช่วยพยุงแขนขวาขึ้นไป พอผมปล่อยมือ แขนป้าก็ตกลงทันทีเหมือนไม่มีแรง นี่แหละครับคือสัญญาณอันตรายที่บอกว่านี่ไม่ใช่แค่กล้ามเนื้ออักเสบธรรมดา


เส้นเอ็นไหล่ขาดคืออะไร?

ลองจินตนาการว่าหัวไหล่ของเราเหมือนกับ “ลูกบอลในเบ้า” ที่มีความคล่องตัวสูงมาก เราหมุนแขนได้รอบทิศทางเพราะมีเส้นเอ็นกลุ่มหนึ่งที่ชื่อว่า “โรเตเตอร์ คัฟฟ์” (Rotator Cuff) ทำหน้าที่เหมือน “สายบังเหียน” 4 เส้นที่คอยดึงและประคองให้ลูกบอลกลิ้งอยู่ในเบ้าได้อย่างมั่นคง

เมื่อเราอายุมากขึ้น หรือใช้งานซ้ำๆ เจ้าสายบังเหียนนี้จะเริ่ม “เปื่อย” เหมือนยางยืดที่ถูกใช้งานมานานจนย้วย หรือเหมือนผ้าที่ค่อยๆ ขาดออกจากกันทีละนิด (Fraying) จนสุดท้ายถ้ามันรับแรงกระชากไม่ไหว หรือเสื่อมสภาพสุดขีด มันก็จะ “ขาดออกจากกระดูก” ทำให้เราสูญเสียแรงในการยกแขนหรือหมุนแขนไปนั่นเองครับ


สาเหตุและกลไกการเกิดโรค: ทำไมถึงขาด?

หลายคนสงสัยว่า “ฉันไม่ได้อุบัติเหตุรุนแรงนะ ทำไมถึงขาดได้?” หมอขอสรุปสาเหตุหลักๆ ดังนี้ครับ:

  1. ความเสื่อมตามวัย (Degeneration): นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งครับ เมื่ออายุเกิน 50 ปี เลือดที่ไปเลี้ยงเส้นเอ็นจะน้อยลง ทำให้เอ็นซ่อมแซมตัวเองได้ยากขึ้น
  2. การใช้งานซ้ำๆ (Overuse): ใครที่ต้องยกแขนเหนือศีรษะบ่อยๆ เช่น ช่างทาสี ครูที่เขียนกระดาน หรือแม้แต่แม่บ้านที่เช็ดกระจกถูบ้านบ่อยๆ เส้นเอ็นจะถูกเสียดสีกับกระดูกจะงอยไหล่ (Acromion) ทุกครั้งที่ยกแขน นานวันเข้าก็เหมือนหินฝนสายธนูจนขาดครับ
  3. หินปูนเกาะเส้นเอ็น: บางครั้งร่างกายสร้างกระดูกงอกหรือหินปูนไปจิ้มแทงเส้นเอ็นจนอักเสบและขาดในที่สุด
  4. อุบัติเหตุ: ล้มเอาแขนยันพื้น หรือยกของหนักผิดท่ากะทันหัน

เช็กด่วน! 5 อาการเตือนว่าเส้นเอ็นไหล่คุณอาจจะขาดแล้ว

  • ปวดลึกๆ ในไหล่: มักปวดมากตรงหัวไหล่ด้านนอก ร้าวลงมาถึงต้นแขน
  • ปวดตอนกลางคืน: เป็นอาการเด่นเลยครับ นอนตะแคงทับไม่ได้ หรืออยู่เฉยๆ ตอนดึกก็ปวดจนนอนไม่หลับ
  • แขนอ่อนแรง: ยกแขนขึ้นลำบาก หรือยกได้แต่ไม่มีแรงถือของ แม้แต่ขันน้ำหรือไดร์เป่าผมก็รู้สึกหนัก
  • มีเสียงดังในข้อ: เวลาขยับไหล่รู้สึกเหมือนมีอะไรขัด หรือมีเสียง “กึกกัก” ในข้อ
  • เอื้อมมือไปข้างหลังไม่ได้: เช่น เอื้อมหยิบของเบาะหลังรถ หรือเอื้อมถูหลังตอนอาบน้ำไม่ได้

ขั้นตอนการตรวจ: หมอรู้ได้อย่างไรว่าขาด?

เวลามาหาหมอ เราไม่ได้แค่ถามอาการครับ แต่จะมีขั้นตอนดังนี้:

  • การตรวจร่างกาย (Physical Exam): หมอจะทดลองขยับแขนคุณในท่าต่างๆ มีท่าเฉพาะที่เรียกว่า "Drop Arm Test" คือยกแขนคุณขึ้นแล้วให้คุณค่อยๆ วางลง ถ้าแขนตกลงทันทีแสดงว่าเอ็นขาดแน่นอน
  • การเอกซเรย์ (X-ray): วิธีนี้จะดู "กระดูก" ครับ เพื่อดูว่ามีกระดูกงอกไหม หรือหัวกระดูกแขนเลื่อนขึ้นผิดตำแหน่งหรือเปล่า แต่เอกซเรย์ธรรมดาจะมองไม่เห็นเส้นเอ็นครับ
  • การตรวจอัลตราซาวด์ (Ultrasound): สะดวก รวดเร็ว และแม่นยำพอสมควร หมอสามารถเห็นรอยฉีกขาดของเส้นเอ็นได้ทันทีขณะตรวจ
  • การทำ MRI (Magnetic Resonance Imaging): นี่คือ "มาตรฐานสูงสุด" ครับ เครื่องนี้จะเห็นชัดเลยว่า เอ็นขาดกว้างแค่ไหน ขาดกี่เส้น กล้ามเนื้อฝ่อหรือยัง เพื่อใช้ในการวางแผนรักษาที่แม่นยำที่สุด

แนวทางการรักษา: ไม่ต้องกลัวการผ่าตัดเสมอไป

การรักษาเส้นเอ็นไหล่ขาดในปัจจุบันก้าวหน้าไปมาก และไม่ได้จบที่การผ่าตัดทุกคนครับ

1. การรักษาโดยไม่ผ่าตัด (สำหรับเคสที่ขาดไม่มาก หรือผู้สูงอายุที่กิจกรรมไม่เยอะ)

  • การปรับพฤติกรรม: งดการยกของหนักเหนือศีรษะ
  • ยาแก้ปวดและลดอักเสบ: เพื่อลดการอักเสบของเส้นเอ็นที่เหลืออยู่
  • การทำกายภาพบำบัด: สำคัญมาก! เพื่อฝึกกล้ามเนื้อมัดอื่นๆ ให้มาช่วยทำงานแทนเส้นเอ็นที่ขาดไป
  • การฉีดยาด้วยอัลตราซาวด์ (Ultrasound-Guided Injection): หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางเพื่อฉีดยาลดอักเสบ หรือสารสกัดพลาสมาเข้มข้น (PRP) เข้าไปตรงจุดที่เอ็นมีปัญหาอย่างแม่นยำ ช่วยลดปวดและกระตุ้นการซ่อมแซมได้ดีกว่าการฉีดแบบสุ่มครับ

2. การรักษาด้วยการผ่าตัด (สำหรับเคสที่เอ็นขาดชัดเจน ปวดมาก หรือทำกายภาพแล้วไม่ดีขึ้น)

  • สมัยนี้เราใช้ “การผ่าตัดส่องกล้อง” (Arthroscopic Repair) ครับ แผลเล็กมากเท่ารูกุญแจ 3-4 รู เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว ไม่ต้องตัดกล้ามเนื้อเหมือนสมัยก่อน หมอจะเข้าไปเย็บเอ็นที่ขาดให้ติดกับกระดูกเหมือนเดิม

พยากรณ์โรค: จะกลับมาเป็นปกติไหม?

คำถามที่ทุกคนอยากรู้คือ “จะหายขาดไหม?”

ถ้าตรวจเจอเร็วและรักษาถูกวิธี โอกาสกลับมาใช้งานแขนได้เกือบ 100% มีสูงมากครับ แต่ต้องเข้าใจว่าเส้นเอ็นที่เย็บไปต้องใช้เวลา “เชื่อมติด” กับกระดูกประมาณ 3-6 เดือน ดังนั้นความใจเย็นและการทำกายภาพอย่างต่อเนื่องคือหัวใจสำคัญ

หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษา เส้นเอ็นที่ขาดจะค่อยๆ หดสั้นลงเรื่อยๆ จนเย็บไม่ติด และกล้ามเนื้อจะกลายเป็นไขมัน (ฝ่อ) ซึ่งถึงตอนนั้นอาจต้องผ่าตัดใหญ่เปลี่ยนข้อไหล่เทียมแทนครับ


ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

หากปล่อยให้ปวดเรื้อรัง อาจเกิดภาวะ “ไหล่ติด” (Frozen Shoulder) ซ้อนทับได้ เนื่องจากเราปวดจนไม่กล้าขยับไหล่ ทำให้เยื่อหุ้มข้อหนาตัวและตึงเปี๊ยะ ทีนี้ล่ะครับการรักษาจะยิ่งซับซ้อนและใช้เวลานานขึ้นเป็นเท่าตัว


สรุป

อาการปวดไหล่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และไม่ใช่แค่เรื่องของความเมื่อยล้าเสมอไป หากคุณมีอาการปวดเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ หรือเริ่มรู้สึกว่าแขนไม่มีแรง อย่าปล่อยไว้ครับ การตรวจเช็กแต่เนิ่นๆ ช่วยให้เราวางแผนรักษาได้ง่าย และไม่ต้องทนทุกข์กับความเจ็บปวดนานเกินความจำเป็น


ด้วยความปรารถนาดี ข้อมูลข้างต้นเป็นการให้ความรู้ทั่วไปเพื่อให้ผู้อ่านได้สังเกตอาการเบื้องต้น หากท่านมีอาการปวดรุนแรงหรือกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและรับการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #เส้นเอ็นไหล่ขาด #ไหล่ติด #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #ยกแขนไม่ขึ้น #กายภาพบำบัด #ผ่าตัดส่องกล้องข้อไหล่ #HealthTips #ปวดคอบ่าไหล่ #RotatorCuff


References

  1. Lazarides AL, et al. (2023). Rotator Cuff Tears: Diagnosis and Management. Journal of Bone and Joint Surgery. (อัปเดตแนวทางการวินิจฉัยและการรักษาเส้นเอ็นไหล่ฉีกขาด ทั้งการใช้ยา การทำกายภาพ และการผ่าตัดส่องกล้อง)
  2. Koyonos L, et al. (2024). The Role of Ultrasound in Orthopedic Diagnosis. Clinics in Sports Medicine. (สรุปประสิทธิภาพของการใช้อัลตราซาวด์ในการตรวจวินิจฉัยโรคทางกระดูกและข้อที่แม่นยำและประหยัดเวลา)
  3. Maman E, et al. (2022). Natural History of Nonoperative Management of Rotator Cuff Tears. American Journal of Sports Medicine. (ศึกษาการดำเนินโรคของเส้นเอ็นไหล่ขาดในผู้ป่วยที่ไม่ได้ผ่าตัด และความเสี่ยงของการเกิดกล้ามเนื้อฝ่อ)
  4. Hess SA. (2023). Rehabilitation Protocols after Rotator Cuff Repair. International Journal of Sports Physical Therapy. (รวมขั้นตอนการทำกายภาพบำบัดที่ได้ผลดีที่สุดหลังการรักษาโรคเส้นเอ็นไหล่)
  5. Thai Orthopedic Association (2024). Clinical Practice Guidelines for Shoulder Pain. (แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยปวดไหล่ในบริบทของประเทศไทย โดยราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย)

No comments:

Post a Comment