ปวดไหล่... บริหารเองได้จริงไหม? หรือยิ่งทำยิ่งพัง: ความต่างที่คุณต้องรู้ก่อนไหล่จะยึดถาวร
"คุณหมอครับ ผมปวดไหล่จนยกแขนไม่ขึ้น เพื่อนบอกให้ไปโหนบาร์ บางคนก็บอกให้เหวี่ยงแขนแรงๆ ผมทำตามแล้วทำไมมันยิ่งปวดจนนอนไม่ได้เลยครับ?"
นี่คือประโยคคลาสสิกที่ผมได้ยินบ่อยมากในห้องตรวจ เคสของคุณลุงสมชาย (นามสมมติ) วัย 62 ปี เป็นตัวอย่างที่ดีครับ แกมีอาการปวดไหล่ข้างขวามาสักพัก คิดว่าเป็นแค่ไหล่ตึงธรรมดา เลยไปฝึกโหนบาร์หวังจะให้มัน "ยืด" ออก ผลคือเอ็นหัวไหล่ที่อักเสบอยู่แล้วเกิดฉีกขาดเพิ่ม จนกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องรักษากันยาว
ความจริงที่หลายคนไม่รู้คือ "การบริหารไหล่ไม่ใช่สูตรสำเร็จชุดเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน" โรคไหล่แต่ละอย่างมีจังหวะการบริหารที่ต่างกันเหมือนการปรุงอาหารครับ ใส่เครื่องผิดเวลา รสชาติก็เสีย รักษาผิดจังหวะ ไหล่ก็พังได้
ทำไมไหล่เราถึงมีปัญหาได้สารพัด?
หัวไหล่ของเราเป็นข้อต่อที่มหัศจรรย์ที่สุดในร่างกายครับ เพราะมันสามารถหมุนได้รอบทิศทาง 360 องศา เปรียบเสมือน "ลูกบอลที่วางอยู่บนจานรองใบเล็ก" ความคล่องตัวที่สูงขนาดนี้ต้องแลกมาด้วยความไม่มั่นคงครับ ร่างกายจึงต้องใช้ "กลุ่มเส้นเอ็นหมุนข้อไหล่" 4 เส้นหลักๆ มาช่วยยึดและประคองให้ลูกบอลลูกนี้หมุนได้ราบรื่น
เมื่อเราใช้งานหนัก สะสมมานาน หรือเกิดอุบัติเหตุ เส้นเอ็นเหล่านี้จะเริ่มเสื่อมสภาพ อักเสบ หรือถึงขั้นฉีกขาด และเมื่อเราเจ็บ เราก็จะไม่กล้าขยับ พอไม่ขยับนานๆ เข้า เยื่อหุ้มข้อต่อก็จะมีพังผืดมาเกาะ จนกลายเป็น "ข้อไหล่ติด" ในที่สุดครับ
3 โรคไหล่ยอดฮิต: บริหารต่างกันอย่างไร?
1. ภาวะเอ็นหัวไหล่อักเสบ (Rotator Cuff Tendinitis)
กลุ่มนี้มักจะปวดเวลาเอื้อมหยิบของที่สูง หรือปวดเสียวแปล๊บๆ เวลาใส่เสื้อผ้า แต่แขนยังพอหมุนได้สุดอยู่
- เป้าหมายการบริหาร: เน้นการ "พัก" ในช่วงแรก และ "สร้างความมั่นคง" ในช่วงหลัง
- ข้อควรระวัง: ห้ามเหวี่ยงแขนแรงๆ หรือโหนบาร์เด็ดขาด เพราะจะยิ่งไปเสียดสีเอ็นที่อักเสบให้บวมขึ้น
- วิธีบริหาร: เน้นท่าบริหารที่ใช้กล้ามเนื้อรอบสะบัก และการหมุนแขนเบาๆ โดยใช้หนังยางยืดช่วย (Resistance Band) เพื่อให้กล้ามเนื้อมาช่วยพยุงเส้นเอ็น
2. เอ็นหัวไหล่ขาด (Rotator Cuff Tear)
อันนี้จะรุนแรงขึ้นครับ มักจะมีอาการแขนอ่อนแรง ยกแขนค้างไว้ไม่ได้ หรือปวดลึกๆ ในไหล่ตอนกลางคืนจนสะดุ้งตื่น
- เป้าหมายการบริหาร: เน้นการใช้กล้ามเนื้อส่วนอื่นมา "ทำงานแทน" เอ็นที่ขาดไป
- ข้อควรระวัง: หากเอ็นขาดใหญ่มาก การฝืนออกกำลังกายท่าที่ต้องยกแขนข้ามหัวจะยิ่งทำให้กระดูกหัวไหล่ไปกระแทกกันจนเสื่อมเร็วขึ้น
- วิธีบริหาร: เน้นการบริหารในแนวราบ หรือการใช้แขนอีกข้างช่วยพยุงยกขึ้นไป (Passive ROM) เพื่อรักษาองศาการเคลื่อนไหวไม่ให้ติดแข็ง
3. ข้อไหล่ติด (Frozen Shoulder)
โรคนี้คือ "พระเอกตัวร้าย" ครับ แบ่งเป็น 3 ระยะหลักๆ ซึ่งบริหารไม่เหมือนกันเลย:
- ระยะที่ 1 (ระยะอักเสบ/ปวด): ปวดมากแม้ไม่ได้ขยับ ห้ามฝืนดัดไหล่เด็ดขาด เพราะจะยิ่งอักเสบ ให้เน้นแกว่งแขนเบาๆ เป็นวงกลมเหมือนลูกตุ้มนาฬิกา (Codman’s exercise)
- ระยะที่ 2 (ระยะติดแข็ง): ความปวดเริ่มลดลงแต่ไหล่แข็งเป๊กเหมือนมีกาวมาทาไว้ ระยะนี้ต้อง **"เน้นการยืดเหยียด"**อย่างจริงจัง ไต่ฝาผนัง หรือใช้ไม้พลองช่วยดันแขนไปข้างหลัง
- ระยะที่ 3 (ระยะเริ่มคลาย): ไหล่เริ่มขยับได้มากขึ้น ให้เน้นการออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงเพื่อกลับไปใช้งานตามปกติ
การตรวจวินิจฉัย: รู้ก่อนว่า "เป็นอะไร" สำคัญที่สุด
ก่อนจะเริ่มบริหาร ผมแนะนำให้ตรวจให้ชัดเจนก่อนครับว่าต้นตอคืออะไร:
- การตรวจร่างกาย: คุณหมอจะทดสอบแรงของกล้ามเนื้อแต่ละมัด และดูองศาการติดของไหล่
- การเอกซเรย์ (X-ray): ดูว่ามีหินปูนเกาะไหม หรือกระดูกงอกไปกดทับเส้นเอ็นหรือเปล่า
- อัลตราซาวด์ (Ultrasound): วิธีนี้ดีมากครับ เห็นเส้นเอ็นได้ชัดเจนแบบเรียลไทม์ และไม่มีรังสี
- MRI: ใช้ในกรณีที่สงสัยว่าเอ็นขาดลึกหรือมีรอยโรคที่ซับซ้อน เพื่อวางแผนการรักษาที่แม่นยำ
แนวทางการรักษาที่ทันสมัย
- การปรับพฤติกรรม: เลี่ยงท่าที่ต้องยกแขนสูง หรือการนอนทับไหล่ข้างที่ปวด
- การใช้ยา: ยาแก้ปวดลดอักเสบช่วยบรรเทาอาการในช่วงแรกเพื่อให้บริหารร่างกายได้ง่ายขึ้น
- การฉีดยาด้วยอัลตราซาวด์นำทาง: นี่คือเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลกการรักษาไหล่ครับ คุณหมอจะเห็นเข็มและจุดที่อักเสบชัดเจน ทำให้ยาลงไปตรงจุดเป๊ะๆ ลดความปวดได้รวดเร็วและปลอดภัยกว่าการฉีดแบบกะระยะ
- การผ่าตัดส่องกล้อง: หากเอ็นขาดชัดเจนหรือไหล่ติดรุนแรง การส่องกล้องเข้าไปซ่อมเอ็นหรือเลาะพังผืดจะช่วยให้แผลเล็ก เจ็บน้อย และฟื้นตัวไวมากครับ
พยากรณ์โรค: จะหายไหม?
ข่าวดีคือ "ส่วนใหญ่หายได้ครับ" แต่ต้องใช้เวลาและความใจเย็น โดยเฉพาะโรคไหล่ติดที่อาจใช้เวลาหลายเดือนในการฟื้นฟู หากเราดูแลดี บริหารได้ถูกระยะ และรักษาตรงจุด โอกาสที่โรคจะกลับมาเป็นซ้ำก็น้อยลงมากครับ
สรุป
การบริหารหัวไหล่เปรียบเสมือนดาบสองคม ถ้าทำถูกวิธี ถูกเวลา และถูกโรค ไหล่จะกลับมาพริ้วไหวเหมือนเดิม แต่ถ้าฝืนดัดหรือบริหารผิดท่าท่ามกลางอาการอักเสบ อาจนำไปสู่ความเสื่อมที่รุนแรงกว่าเดิมได้ครับ
หากคุณมีอาการปวดไหล่เรื้อรัง ลองสังเกตตัวเองดูครับว่า "ปวดเพราะอักเสบ" หรือ "ติดเพราะพังผืด" และที่สำคัญ อย่าเพิ่งเชื่อคำแนะนำที่ให้ "หักโหม" จนกว่าจะได้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญนะครับ
ด้วยความปรารถนาดีจากบทความนี้ หากท่านมีข้อสงสัยหรือความเห็นที่แตกต่าง สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละบุคคลได้ครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดไหล่ #ไหล่ติด #เอ็นไหล่อักเสบ #เอ็นไหล่ขาด #กายภาพบำบัด #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #สุขภาพผู้สูงอายุ #ออฟฟิศซินโดรม #ออกกำลังกาย
References
- Hsu J, et al. (2020). Management of Rotator Cuff Injuries. Journal of Bone and Joint Surgery. (อธิบายแนวทางการรักษาเส้นเอ็นหัวไหล่ขาดและการใช้กายภาพบำบัดควบคู่กับการรักษาหลัก)
- Le HV, et al. (2021). Adhesive Capsulitis of the Shoulder (Frozen Shoulder). American Family Physician. (สรุปขั้นตอนการดำเนินโรคไหล่ติดและการเลือกวิธีบริหารให้เหมาะสมในแต่ละระยะ)
- Papadonikolakis A, et al. (2022). The Role of Ultrasound in the Diagnosis of Rotator Cuff Tears. Clinics in Sports Medicine. (อ้างอิงประสิทธิภาพของอัลตราซาวด์ในการวินิจฉัยโรคไหล่ที่แม่นยำเทียบเท่า MRI ในบางกรณี)
- Cho CH, et al. (2023). Clinical Practice Guideline for Frozen Shoulder. Clinics in Orthopedic Surgery. (แนวทางเวชปฏิบัติล่าสุดในการรักษาภาวะไหล่ติดทั้งการใช้ยาและการบริหารร่างกาย)
- Diercks R, et al. (2014, Updated 2024). *Guideline for diagnosis and treatment of subacromial pain syndrome.*Acta Orthopaedica. (เกณฑ์การแยกแยะอาการปวดใต้จงอยบ่าและการออกกำลังกายที่เน้นความมั่นคงของสะบัก)
No comments:
Post a Comment