Thursday, January 1, 2026

"ไม่ผ่าตัด = ข้อไหล่เสื่อมในอนาคต" สมการนี้จริงเสมอไปไหม? เคลียร์ชัดๆ กับความกังวลของคนเอ็นไหล่ขาด

 

"ไม่ผ่าตัด = ข้อไหล่เสื่อมในอนาคต" สมการนี้จริงเสมอไปไหม? เคลียร์ชัดๆ กับความกังวลของคนเอ็นไหล่ขาด

"หมอครับ... ผมงงไปหมดแล้ว วันก่อนหมอบอกว่าเอ็นไหล่ขาดของผมไม่ต้องผ่าตัดก็ได้ ให้ทำกายภาพเอา แต่พอผมไปอ่านเจออีกบทความ เขาบอกว่าถ้าเอ็นขาดแล้วปล่อยทิ้งไว้ จะกลายเป็นข้อไหล่เสื่อม... สรุปว่าถ้าผมไม่ผ่าตัด ผมก็ต้องนั่งรอให้ไหล่เสื่อมเหรอครับ?"

คุณนพ (นามสมมติ) วัย 55 ปี ถามหมอด้วยน้ำเสียงเครียดและสับสน แกถือโทรศัพท์มือถือที่เปิดบทความเรื่อง "ข้อไหล่เสื่อมจากเอ็นขาด" ค้างไว้ ในใจคงกำลังชั่งน้ำหนักระหว่าง "ความกลัวมีดหมอ" กับ "ความกลัวไหล่พังในอนาคต"

หมอเชื่อว่านี่คือ "คำถามคาใจ" ของคนไข้จำนวนมากครับ เป็นเหมือนทางแยกที่ตัดสินใจไม่ถูก เพราะข้อมูลดูเหมือนจะขัดแย้งกันเอง

ความจริงคือ "ทั้งสองเรื่องเป็นเรื่องจริงครับ แต่..." (มีคำว่า 'แต่' ตัวใหญ่ๆ เลย)

มันไม่ได้เป็นสมการเส้นตรงที่ว่า เอ็นขาด -> ไม่ผ่า -> ไหล่เสื่อม เสมอไปครับ มันมีตัวแปรสำคัญที่เรียกว่า "ความสมดุล" และ "การดูแล" มาคั่นกลางอยู่

วันนี้หมอจะมาไขข้อข้องใจนี้ให้กระจ่าง เพื่อให้คุณนพและทุกท่าน สบายใจและเลือกทางเดินการรักษาได้อย่างมั่นใจครับ

ความจริงข้อที่ 1: เอ็นไหล่ขาด ทำให้เกิดข้อเสื่อมได้จริง (The Risk)

อย่างที่หมอเคยเล่าให้ฟังครับว่า เอ็นไหล่ (Rotator Cuff) ทำหน้าที่เหมือนมือที่คอย "กด" หัวไหล่ให้ลูกบอลอยู่กึ่งกลางเบ้า

ถ้าเอ็นขาดขนาดใหญ่ (Massive Tear) แล้วเรา "ปล่อยปละละเลย":

  1. ไม่มีใครคอยกดหัวไหล่
  2. กล้ามเนื้อมัดใหญ่ (Deltoid) จะดึงหัวไหล่ลอยขึ้นไปชนกระดูกด้านบน
  3. เกิดการเสียดสีนานนับปี จนกระดูกสึก และกลายเป็นข้อเสื่อม (Cuff Tear Arthropathy)

นี่คือฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุด (Worst-case scenario) ซึ่งมักเกิดขึ้นในคนที่ "เอ็นขาดขนาดใหญ่มาก" และ "กล้ามเนื้อรอบข้างไม่แข็งแรง" ครับ

ความจริงข้อที่ 2: ไม่ผ่าตัด ก็ไม่ได้แปลว่าจะต้องเสื่อมเสมอไป (The Solution)

คำถามที่คุณนพสงสัยคือ "ถ้าหมอไม่ผ่าเย็บซ่อมให้ แล้วอะไรจะมาป้องกันไม่ให้ไหล่ผมเสื่อมล่ะ?"

คำตอบคือ "กล้ามเนื้อที่เหลืออยู่" ครับ

ลองจินตนาการว่าหัวไหล่เราเหมือน "กระโจม" ที่มีเชือกขึง 4 ทิศ (เอ็นไหล่ 4 เส้น)

  • สมมติว่าเชือกเส้นหน้าขาดไป 1 เส้น (Supraspinatus tear)
  • ถ้าเชือกอีก 3 เส้นที่เหลือ (Anterior, Posterior subscapularis, Infraspinatus) ยังแข็งแรงดี
  • และเสากลาง (กล้ามเนื้อ Deltoid) ทำงานได้สมดุล

กระโจมก็ยังตั้งอยู่ได้โดยไม่ล้มครับ!

หลักการของการรักษาแบบไม่ผ่าตัด (Conservative Treatment) คือการ "ฝึกทหารที่เหลืออยู่ ให้แข็งแกร่งพอที่จะทำงานแทนทหารที่ตายไป"

ตราบใดที่เราสามารถรักษาสมดุล (Force Couple) ของหัวไหล่ไว้ได้ หัวกระดูกก็จะไม่ลอยขึ้นไปชนเพดาน และ "ข้อไหล่ก็จะไม่เสื่อม" หรือเสื่อมช้าลงมากๆ จนแทบไม่มีผลกับชีวิตในช่วงอายุของเราครับ

เช็กลิสต์: คุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยง "เสื่อม" หรือ "รอด"?

ไม่ใช่ทุกคนที่เอ็นขาดแล้วจะจบสวยหรือจบไม่สวย หมอใช้เกณฑ์เหล่านี้ประเมินครับว่าใครควรรักษาแบบไหน

กลุ่ม A: ความเสี่ยงสูงที่จะเป็นข้อเสื่อม (อาจต้องพิจารณาผ่าตัด)

  • อายุน้อย (ต่ำกว่า 50-55 ปี): เพราะต้องใช้งานไหล่ไปอีกนานหลายสิบปี โอกาสที่เอ็นจะขาดกว้างขึ้นและข้อเสื่อมในอนาคตมีสูง
  • เอ็นขาดจากอุบัติเหตุรุนแรง: เช่น รถล้มแล้วแขนยกไม่ขึ้นทันที
  • ขาดขนาดใหญ่ (Massive Tear) หลายเส้น: เชือกขาดไป 2-3 เส้น ทีมสำรองอาจจะรับมือไม่ไหว
  • งานที่ต้องยกแขนสูงตลอดเวลา: ช่างซ่อมฝ้า, นักกีฬาแบดมินตัน

กลุ่ม B: ความเสี่ยงต่ำ (สามารถรักษาแบบไม่ผ่าตัดได้ปลอดภัย)

  • ผู้สูงอายุ (65-70 ปีขึ้นไป): ความเสื่อมตามวัยเป็นเรื่องปกติ การใช้งานไม่ได้หนักหน่วง โอกาสพัฒนาไปจนถึงขั้นข้อเสื่อมรุนแรงมีน้อยกว่า
  • เอ็นขาดขนาดเล็กหรือปานกลาง: เชือกขาดแค่เส้นเดียว หรือแค่ฉีกรุ่ยๆ
  • ไม่มีอาการ หรืออาการน้อย: สามารถยกแขนได้สุด (Active Motion Preserved) แสดงว่าระบบสมดุลยังทำงานดีอยู่
  • ตอบสนองต่อกายภาพดี: ฝึกกล้ามเนื้อแล้วอาการปวดหายไป ใช้งานได้ปกติ

สรุป: ไม่ผ่าตัด = มีความเสี่ยงใช่ไหม?

คำตอบแบบตรงไปตรงมาคือ "ใช่ครับ มีความเสี่ยงมากกว่าคนเอ็นไม่ขาด"

เปรียบเหมือนรถที่ยางแบนไป 1 เส้น แต่เรายังขับประคองไปได้โดยใช้ 3 ล้อที่เหลือ มันย่อมมีความเสี่ยงที่จะเสียศูนย์มากกว่ารถปกติ

แต่! ความเสี่ยงนี้ "บริหารจัดการได้" ครับ

ถ้าคุณเลือกทางเดิน "ไม่ผ่าตัด" คุณต้องมี "ข้อแลกเปลี่ยน" คือ:

  1. วินัยในการกายภาพ: คุณต้องออกกำลังกายกล้ามเนื้อไหล่ให้แข็งแรง "ตลอดชีวิต" (ไม่ใช่ทำแค่เดือนเดียวแล้วเลิก) เพื่อให้กล้ามเนื้อช่วยพยุงข้อ
  2. การติดตามอาการ (Follow-up): ต้องมาเอกซเรย์ดูปีละครั้ง ว่าหัวกระดูกมันเริ่มลอยขึ้นหรือยัง ถ้าเริ่มลอย เราอาจต้องเปลี่ยนแผน
  3. ปรับพฤติกรรม: เลี่ยงงานหนักที่ต้องยกเหนือศีรษะ

เมื่อไหร่ที่ต้องเปลี่ยนใจมาผ่าตัด?

ถ้าเรารักษาแบบไม่ผ่าตัดไปสักพัก แล้วเจอสัญญาณเหล่านี้:

  • ปวดมากขึ้นเรื่อยๆ กินยาก็ไม่หาย
  • แขนเริ่มไม่มีแรง ยกไม่ขึ้น
  • เอกซเรย์แล้วเห็นหัวกระดูกเริ่มเคลื่อนตัวสูงขึ้น

หมอจะแนะนำให้ "ผ่าตัดเย็บซ่อม" ทันที ก่อนที่มันจะกลายเป็นข้อเสื่อมถาวรครับ แต่ถ้าดูแลดีๆ คนไข้ส่วนใหญ่ของหมอ (โดยเฉพาะผู้สูงอายุ) สามารถอยู่กับเอ็นที่ขาดได้จนตลอดอายุขัยโดยที่ไหล่ไม่พังครับ

บทส่งท้าย

อย่าให้ความกลัวคำว่า "ข้อเสื่อม" ทำให้เราตื่นตระหนกจนรีบผ่าตัดโดยไม่จำเป็น แต่ก็อย่าชะล่าใจจนปล่อยปละละเลย

การที่หมอบอกว่า "ไม่ต้องผ่าตัด" ไม่ได้แปลว่า "ไม่ต้องทำอะไรเลย" แต่มันแปลว่า "เราจะมาร่วมมือกันสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง เพื่อสู้กับความเสื่อม" ต่างหากครับ

การตัดสินใจอยู่ที่ความเข้าใจ เลือกทางที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์และร่างกายของคุณที่สุดครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#เอ็นไหล่ขาด #ไม่ผ่าตัดไหล่ #ข้อไหล่เสื่อม #CuffTearArthropathy #กายภาพบำบัดไหล่ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดไหล่เรื้อรัง #ทางเลือกการรักษา #สุขภาพผู้สูงอายุ #คลินิกกระดูกเชียงใหม่


เอกสารอ้างอิง

  1. Yamaguchi K, Tetro AM, Blam O, Evanoff BA, Teefey SA, Middleton WD. Natural history of asymptomatic rotator cuff tears: a longitudinal analysis of asymptomatic tears detected sonographically. J Shoulder Elbow Surg. 2001;10(3):199-203.
  2. Keener JD, Galatz LM, Teefey SA, et al. A prospective evaluation of survivorship of asymptomatic degenerative rotator cuff tears. J Bone Joint Surg Am. 2015;97(2):89-98.
  3. Hsu J, Keener JD. Natural History of Rotator Cuff Disease. Curr Rev Musculoskelet Med. 2015;8(1):58-64.
  4. Burks H, Werner BC, Griffin JW, et al. Natural History of Rotator Cuff Tears: A Systematic Review. Arthroscopy. 2019.
  5. Neer CS 2nd, Craig EV, Fukuda H. Cuff-tear arthropathy. J Bone Joint Surg Am. 1983;65(9):1232-1244.

image.png

No comments:

Post a Comment