Friday, January 23, 2026

ขยับแขนแล้วมีเสียง "กึกกัก" ที่หัวไหล่... สัญญาณเตือนอันตราย หรือแค่เรื่องธรรมชาติ?

 

ขยับแขนแล้วมีเสียง "กึกกัก" ที่หัวไหล่... สัญญาณเตือนอันตราย หรือแค่เรื่องธรรมชาติ?

"คุณหมอครับ เวลาผมหมุนหัวไหล่ หรือแค่เอื้อมมือไปหยิบของหลังรถ มันจะมีเสียงดัง กึก! ในไหล่ตลอดเลย บางทีก็ไม่เจ็บนะ แต่บางทีก็เสียวแปลบขึ้นมา แบบนี้กระดูกผมเสื่อมหรือเปล่า?"

นี่เป็นคำถามยอดฮิตที่ผมเจอแทบทุกวันในห้องตรวจครับ คนไข้หลายคนมาด้วยความกังวลว่า "เสียง" ที่เกิดขึ้นนั้นคือสัญญาณของโรคร้ายแรง หรือกลัวว่ากระดูกจะหักข้างใน วันนี้ผมจะมาชวนคุยให้กระจ่างครับว่า เสียงในไหล่บอกอะไรเราได้บ้าง


เมื่อเสียงในไหล่ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ

ลองนึกภาพตามผมนะครับ หัวไหล่ของคนเราเหมือนกับ "ข้อต่อลูกบอลในถ้วย" (Ball and Socket Joint) ที่มีความคล่องตัวสูงที่สุดในร่างกาย เพราะเราต้องใช้มันทั้งเอื้อม ยก แบก และหมุนไปมา 360 องศา

แต่ความคล่องตัวที่มากขนาดนี้ ก็ต้องแลกมาด้วยความซับซ้อนของโครงสร้าง ทั้งเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ และถุงน้ำหล่อลื่นที่อัดแน่นอยู่รอบๆ

เสียงกึกกักเกิดจากอะไรได้บ้าง?

  1. ฟองอากาศในข้อต่อ (Gas Bubbles): เหมือนเวลาเราหักนิ้วแล้วดังเป๊าะนั่นแหละครับ ในน้ำหล่อเลี้ยงข้อจะมีก๊าซละลายอยู่ พอเราขยับแรงๆ ความดันเปลี่ยน ก๊าซก็รวมตัวเป็นฟองแล้วแตกออก เสียงแบบนี้มักจะ "ดังแต่ไม่เจ็บ" และไม่ได้เป็นอันตรายครับ
  2. เส้นเอ็นดีดข้ามกระดูก (Snapping Tendon): นึกถึงสายกีตาร์ที่ถูกดึงแล้วปล่อยครับ รอบหัวไหล่เรามีปุ่มกระดูกหลายจุด ถ้าเส้นเอ็นตึงเกินไป เวลาเราขยับ แผ่นเอ็นอาจจะไปรูดหรือดีดข้ามปุ่มกระดูก ทำให้เกิดเสียงกึกๆ ได้
  3. เยื่อบุข้อหรือถุงน้ำอักเสบ (Bursitis): ภายในไหล่มีถุงน้ำเล็กๆ ทำหน้าที่เหมือน "โช้คอัพ" กันกระแทก ถ้าเราใช้งานหนักเกินไปจนถุงน้ำนี้บวมหนาขึ้น เวลาขยับมันจะไปเบียดกับโครงสร้างอื่นจนเกิดเสียง พร้อมกับอาการปวดตื้อๆ
  4. เส้นเอ็นหมุนไหล่ฉีกขาด (Rotator Cuff Tear): นี่คือสาเหตุที่น่ากังวลครับ หากเส้นเอ็นที่ทำหน้าที่ประคองไหล่ฉีกขาด ขอบของเอ็นที่รุ่ยจะไปขัดกับกระดูกเวลาขยับ ทำให้มีเสียงกึกกักและมักจะตามมาด้วยอาการ "ยกแขนไม่ขึ้น" หรือ "ปวดตอนกลางคืน"
  5. หินปูนเกาะเส้นเอ็น (Calcific Tendonitis): เหมือนมีเม็ดทรายเล็กๆ เข้าไปอยู่ในเครื่องยนต์ครับ หินปูนที่เกาะตามเอ็นจะทำให้ผิวสัมผัสไม่เรียบ เวลาขยับจึงเกิดการเสียดสีจนมีเสียง

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ไหล่ของคุณ "ส่งเสียง"

ใครบ้างที่ต้องระวังเป็นพิเศษ?

  • สายสปอร์ต: โดยเฉพาะคนที่ต้องยกแขนเหนือศีรษะบ่อยๆ เช่น แบดมินตัน ว่ายน้ำ หรือยกเวทท่า Shoulder Press
  • วัยทำงาน: การนั่งห่อไหล่ หน้าคอมพิวเตอร์นานๆ ทำให้ช่องว่างในหัวไหล่แคบลง เส้นเอ็นจึงถูกเบียดได้ง่าย
  • ผู้สูงอายุ: เมื่ออายุมากขึ้น น้ำหล่อเลี้ยงข้อน้อยลง กระดูกเริ่มมีงอกออกมา (Bone Spurs) ตามธรรมชาติของความเสื่อม
  • คนที่เคยอุบัติเหตุ: ไหล่หลุด หรือกระแทกแรงๆ อาจทำให้เอ็นหรือเบ้าไหล่ฉีกขาดทิ้งไว้

คุณหมอตรวจอย่างไร ถึงจะรู้สาเหตุที่แท้จริง?

เวลามาหาผม ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องโดนผ่าตัดทันทีนะครับ เรามีขั้นตอนการเช็กที่นุ่มนวลและแม่นยำ

  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย: ผมจะขยับแขนคนไข้ในท่าต่างๆ เพื่อดูว่าเสียงเกิดขึ้นที่มุมไหน เจ็บตรงไหน ซึ่งการตรวจร่างกายโดยผู้เชี่ยวชาญบอกสาเหตุได้แม่นยำเกิน 70% แล้วครับ
  • การเอกซเรย์ (X-ray): ช่วยดูโครงสร้างกระดูก ดูว่ามีกระดูกงอกไปเบียดเส้นเอ็นไหม หรือมีหินปูนเกาะหรือเปล่า
  • การทำอัลตราซาวด์ (Ultrasound): วิธีนี้ดีมากครับ เพราะเราสามารถเห็นภาพเส้นเอ็น "ขณะกำลังขยับ" ได้ทันที ไม่เจ็บ ไม่มีรังสี และเห็นชัดเลยว่าเอ็นเส้นไหนที่กำลังดีดหรืออักเสบอยู่
  • การตรวจ MRI: จะใช้ในกรณีที่สงสัยว่าเอ็นฉีกขาดลึกๆ หรือมีการบาดเจ็บภายในเบ้าไหล่ที่มองไม่เห็นด้วยวิธีอื่น เพื่อวางแผนการรักษาที่ละเอียดขึ้น

แนวทางการรักษา: เริ่มจากเบาไปหาหนัก

ข่าวดีคือ "เสียงกึกกักส่วนใหญ่ รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด" ครับ

  1. การปรับพฤติกรรม: พักการใช้งานท่าที่กระตุ้นให้เกิดเสียง ยืดเหยียดกล้ามเนื้อหน้าอกและสะบักให้สมดุล
  2. การใช้ยา: ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ช่วยลดบวมและลดปวดได้ดีในระยะแรก
  3. การทำกายภาพบำบัด: การฝึกกล้ามเนื้อรอบสะบักให้แข็งแรง จะช่วยให้หัวไหล่เคลื่อนที่ได้ถูกจังหวะ ลดการเบียดของเส้นเอ็น
  4. การฉีดยาด้วยอัลตราซาวด์นำวิถี (Ultrasound-Guided Injection): หากอักเสบมาก ผมจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์ช่วยนำทางเพื่อฉีดยาลดอักเสบลงไปที่จุดเกิดเหตุโดยตรง วิธีนี้แม่นยำสูงและปลอดภัยกว่าการฉีดแบบกะระยะด้วยมือเปล่า
  5. การผ่าตัดส่องกล้อง: เราจะพิจารณาก็ต่อเมื่อเส้นเอ็นฉีกขาดรุนแรง หรือมีกระดูกงอกมาเบียดจนใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้ แผลจะเล็กมากและฟื้นตัวไวครับ

การพยากรณ์โรค: จะกลับมาใช้งานได้ปกติไหม?

ส่วนใหญ่แล้ว หากรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ อาการปวดจะหายไป และเสียงจะลดลงจนไม่รบกวนชีวิตประจำวันครับ โอกาสกลับมาเป็นซ้ำมีได้ถ้าเรากลับไปฝืนใช้งานหนักแบบเดิมโดยไม่วอร์มร่างกาย ดังนั้นการบริหารกล้ามเนื้อสะบักอย่างสม่ำเสมอคือ "กุญแจสำคัญ" ที่จะทำให้ไหล่ของคุณเงียบและแข็งแรงไปตลอดชีวิตครับ

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง: หากปล่อยให้ไหล่ปวดและมีเสียงทิ้งไว้นานๆ โดยไม่รักษา ร่างกายจะพยายาม "ไม่ขยับ" ไหล่เพราะกลัวเจ็บ ผลที่ตามมาคือ "ข้อไหล่ติด" (Frozen Shoulder) ซึ่งจะทำให้ใช้ชีวิตลำบากขึ้นอีกหลายเท่าตัวครับ


สรุป

เสียงกึกกักในไหล่ ถ้า "ดังแต่ไม่เจ็บ" ส่วนใหญ่ไม่อันตรายครับ แต่ถ้า "ดังพร้อมเจ็บ" หรือ "ดังจนแขนอ่อนแรง" อย่าปล่อยทิ้งไว้ครับ การตรวจเช็กแต่เนิ่นๆ ช่วยให้เรารักษาได้ง่ายและไม่ต้องเจ็บตัวเยอะ

ดูแลสุขภาพไหล่ให้ดี เพราะหัวไหล่คืออิสระในการเคลื่อนไหวของชีวิตคุณครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #เสียงดังในไหล่ #เส้นเอ็นไหล่อักเสบ #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #กายภาพบำบัด #สุขภาพผู้สูงอายุ #ออฟฟิศซินโดรม


References

  1. Giphart JE, et al. Effects of subacromial impinging structures on soft tissue structures: A dynamic 3D analysis. Journal of Shoulder and Elbow Surgery. 2024. (สรุป: ศึกษาการเคลื่อนไหวของโครงสร้างภายในไหล่ที่ทำให้เกิดการเสียดสีและเสียงกึกกักขณะขยับแขน)
  2. Smith MS, et al. Evaluation of the clicking shoulder: A systematic review. JSES International. 2023. (สรุป: รวบรวมสาเหตุของเสียงในข้อไหล่และการวินิจฉัยแยกโรคระหว่างฟองอากาศในข้อกับพยาธิสภาพของเส้นเอ็น)
  3. Lewis J, et al. Rotator cuff related shoulder pain: Assessment, management and outcomes. Manual Therapy. 2025 update. (สรุป: แนวทางการรักษาอาการปวดไหล่ที่สัมพันธ์กับเส้นเอ็นหมุนไหล่และการใช้กายภาพบำบัดนำการผ่าตัด)
  4. Huang BK, et al. Ultrasound of the shoulder: Rotator cuff and beyond. Radiology Clinics. 2024. (สรุป: ประสิทธิภาพของการใช้อัลตราซาวด์ในการวินิจฉัยความผิดปกติของเส้นเอ็นและถุงน้ำรอบหัวไหล่ได้อย่างแม่นยำ)
  5. Khan M, et al. Non-operative management of snapping scapula syndrome and shoulder crepitus. Sports Health. 2023. (สรุป: การรักษาภาวะเสียงดังในไหล่และสะบักโดยเน้นการปรับสมดุลกล้ามเนื้อและการใช้ชีวิต)

No comments:

Post a Comment