Wednesday, January 28, 2026

ปวดไหล่จนยกแขนไม่ขึ้น! นึกว่าแค่เส้นยึด แต่ที่ไหนได้... "เอ็นไหล่อักเสบแถมพ่วงอาการฉีกขาด" ปล่อยไว้เสี่ยงไหล่ติดถาวร

 

ปวดไหล่จนยกแขนไม่ขึ้น! นึกว่าแค่เส้นยึด แต่ที่ไหนได้... "เอ็นไหล่อักเสบแถมพ่วงอาการฉีกขาด" ปล่อยไว้เสี่ยงไหล่ติดถาวร

"คุณหมอคะ แค่จะหยิบของหลังรถ หรือเอื้อมมือไปรูดซิบชุดเดรสข้างหลัง ทำไมมันเจ็บจี๊ดจนน้ำตาเล็ดแบบนี้คะ?"

นี่คือประโยคแรกที่ "คุณอารี" (นามสมมติ) หญิงวัย 50 ปีที่ดูสุขภาพดีท่านหนึ่งบ่นให้ผมฟังในห้องตรวจ พร้อมกับเอามือกุมไหล่ซ้ายไว้แน่น เธอเล่าว่าเริ่มปวดมาหลายเดือน ตอนแรกคิดว่านอนทับแขนตัวเอง หรือไม่ก็แค่ "ไหล่ติด" ตามประสาคนวัยเลข 5 เลยไปนวดแผนโบราณอยู่หลายครั้ง แต่อาการกลับแย่ลง จนล่าสุดแค่ยกแขนขึ้นสระผมยังทำไม่ได้

เมื่อผมตรวจร่างกายเบื้องต้นและส่งทำ MRI (การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) ผลที่ออกมาทำให้เราเข้าใจทันทีว่าทำไมการนวดถึงไม่ช่วย เพราะมันไม่ใช่แค่กล้ามเนื้อตึงครับ แต่ผล MRI ระบุชัดเจนว่ามี "เอ็นหัวไหล่อักเสบ (Supraspinatus Tendinitis)" ร่วมกับ "เส้นเอ็นขอบเบ้าไหล่ฉีกขาด (Anterior Glenoid Labrum Tear)"

วันนี้ผมเลยอยากถือโอกาสเล่าเรื่องนี้ให้ฟังแบบละเอียด เพราะผู้หญิงวัย 50+ เป็นกันเยอะมาก และหลายคนรักษาผิดจุดจนลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ครับ


เจาะลึกความจริง: ทำไมไหล่เราถึงพังได้ขนาดนี้?

หัวไหล่ของเราเปรียบเสมือน "ข้อต่อที่หมุนได้รอบทิศทางมากที่สุดในร่างกาย" ครับ แต่นั่นหมายความว่ามันต้องพึ่งพาเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อหลายมัดช่วยกันดึงไว้เพื่อให้ข้อต่อมั่นคง

  1. เอ็นหัวไหล่อักเสบ (Supraspinatus Tendinitis): เจ้าเส้นเอ็นมัดนี้อยู่ด้านบนสุดของหัวไหล่ มีหน้าที่หลักคือช่วยเรา "กางแขน" ครับ พอเราอายุมากขึ้น หรือใช้งานซ้ำๆ เช่น ยกของหนัก หิ้วตะกร้าจ่ายตลาด หรือแม้แต่ท่าทางตอนทำงานบ้าน เส้นเอ็นนี้จะเริ่มเสื่อมสภาพและเกิดการอักเสบ เหมือนหนังยางที่เริ่มเปื่อยและมีรอยถลอก
  2. เอ็นขอบเบ้าไหล่ฉีกขาด (Labrum Tear): "แลบรัม" (Labrum) คือกระดูกอ่อนที่บุอยู่รอบเบ้าไหล่ ทำหน้าที่เหมือน "ขอบล้อ" ที่ช่วยไม่ให้ลูกบอลหัวกระดูกต้นแขนหลุดออกจากเบ้า พอตัวนี้ฉีกขาด (โดยเฉพาะด้านหน้าหรือ Anterior) จะทำให้ข้อไหล่ไม่มั่นคง เวลาขยับจะรู้สึกกึกกัก หรือเจ็บแหลมๆ ในข้อ

อาการแบบไหน... ที่บอกว่าคุณกำลังแย่?

คนไข้ส่วนใหญ่มักจะมาด้วยอาการคล้ายๆ กัน ดังนี้ครับ:

  • เจ็บเวลาใช้งานเฉพาะท่า: โดยเฉพาะการยกแขนพ้นระดับไหล่, การไพล่หลัง, หรือเอื้อมไปหยิบของที่เบาะหลังรถ
  • ปวดตอนกลางคืน: หลายคนนอนตะแคงทับข้างที่ปวดไม่ได้เลย หรือปวดจนสะดุ้งตื่นตอนดึก
  • แขนอ่อนแรง: รู้สึกแขนไม่มีแรงยกของหนัก ทั้งที่เมื่อก่อนทำได้สบาย
  • มีเสียงในข้อ: เวลาหมุนไหล่จะรู้สึกเหมือนมีอะไรขัดๆ หรือมีเสียงกึกกักในไหล่

เส้นทางการตรวจ: ทำไมต้อง MRI?

เวลามาหาหมอกระดูก เราจะเริ่มจากการ "ตรวจร่างกาย" ก่อนครับ หมอจะจับแขนคุณบิดไปมาในท่าเฉพาะเพื่อดูว่าเจ็บตรงไหน แต่การจะยืนยันให้ชัดเจนว่า "ขาด" หรือแค่ "อักเสบ" การเอกซเรย์ธรรมดามักจะมองไม่เห็นครับ เพราะเอกซเรย์เห็นแค่กระดูก

เราจึงต้องใช้ MRI (Magnetic Resonance Imaging) ซึ่งเป็นการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าถ่ายภาพเนื้อเยื่ออ่อน ทำให้หมอเห็นเส้นเอ็นที่อักเสบ เห็นรอยฉีกขาดของขอบเบ้าไหล่ได้อย่างละเอียดเหมือนส่องกล้องเข้าไปดูจริงๆ ช่วยให้วางแผนการรักษาได้แม่นยำครับ


แนวทางการรักษา: ไม่ต้องตกใจ... ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องผ่า!

สำหรับการอักเสบของเอ็น Supraspinatus และการฉีกขาดของขอบเบ้าไหล่ในวัย 50 ปี เรามักเริ่มจากวิธี "ประคับประคอง" ก่อนเสมอครับ

1. การปรับพฤติกรรม (สำคัญที่สุด):

  • งดการยกของหนักเหนือศีรษะ
  • งดการสะพายกระเป๋าหนักข้างเดียว
  • หลีกเลี่ยงท่าที่ต้องเอื้อมมือไปด้านหลังสุดแขน

2. การใช้ยา:

  • กลุ่มยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เพื่อลดอาการปวดและบวมในข้อ
  • ยาแก้ปวดกลุ่มอื่นๆ เช่น Tylenol.

3. การฉีดยาลดการอักเสบ: ในกรณีที่ปวดมากจนรบกวนชีวิตประจำวัน หมออาจพิจารณาฉีดยาเข้าจุดที่มีการอักเสบ โดยปัจจุบันเราใช้ Ultrasound (อัลตราซาวด์) นำทางครับ วิธีนี้จะช่วยให้หมอเห็นปลายเข็มชัดเจนว่าเข้าไปตรงจุดที่มีปัญหาเป๊ะๆ เพิ่มความแม่นยำและลดภาวะแทรกซ้อนได้ดีกว่าการคลำจุดฉีดแบบสมัยก่อนมาก

4. การทำกายภาพบำบัด (หัวใจของการหายขาด): เป้าหมายคือ "ยืด" ส่วนที่ติด และ "สร้าง" กล้ามเนื้อรอบข้างมาช่วยพยุงครับ


คู่มือบริหารไหล่ด้วยตัวเอง (สำหรับเคสเอ็นอักเสบและขอบเบ้าฉีก)

การทำกายภาพต้องนุ่มนวลนะครับ "อย่าฝืนจนเจ็บจี๊ด" ให้ทำแค่รู้สึกตึงๆ ก็พอ

  • ท่าที่ 1: ท่าแกว่งแขน (Pendulum Exercise) ยืนก้มตัวเล็กน้อย มือข้างที่ปกติจับโต๊ะพยุงไว้ ปล่อยแขนข้างที่ปวดทิ้งดิ่งลงพื้นตามสบาย แล้วค่อยๆ แกว่งเป็นวงกลมเล็กๆ เหมือนลูกตุ้มนาฬิกา ทำ 10 รอบ แล้วหมุนกลับอีก 10 รอบ (ท่านี้ช่วยลดการยึดติดของข้อไหล่โดยไม่เพิ่มแรงกดทับ)
  • ท่าที่ 2: ท่าปีนกำแพง (Wall Crawl) ยืนหันหน้าเข้าหากำแพง ใช้นิ้วมือข้างที่ปวดค่อยๆ ไต่กำแพงขึ้นไปให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้จนรู้สึกตึง ค้างไว้ 10 วินาทีแล้วค่อยๆ ไต่ลงมา ทำซ้ำ 5-10 ครั้ง
  • ท่าที่ 3: ท่าเพิ่มความแข็งแรง (Isometric Exercise) ยืนข้างกำแพง งอศอก 90 องศา ให้หลังมือแนบกำแพง จากนั้นออกแรงดันมือไปทางกำแพง (เหมือนจะกางแขนออก) แต่แขนไม่ต้องเคลื่อนที่ ค้างไว้ 5 วินาที ทำ 10 ครั้ง ท่านี้ช่วยสร้างกล้ามเนื้อโดยที่ไม่ต้องขยับข้อไหล่ที่อักเสบ

พยากรณ์โรค: จะกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมไหม?

ส่วนใหญ่แล้ว หากปฏิบัติตามคำแนะนำและทำกายภาพอย่างต่อเนื่อง อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 6-12 สัปดาห์ครับ

  • โอกาสหายขาด: สูงมากครับ หากการฉีกขาดไม่รุนแรงและกล้ามเนื้อรอบข้างแข็งแรงพอ
  • โอกาสกลับเป็นซ้ำ: มีครับ ถ้าเรากลับไปใช้งานหนักแบบเดิม หรือกล้ามเนื้อสะบักไม่แข็งแรง
  • ภาวะแทรกซ้อน: ถ้าปวดแล้วไม่ยอมขยับเลย จะนำไปสู่ภาวะ "ไหล่ติด (Frozen Shoulder)" ซึ่งจะรักษายากและใช้เวลานานกว่าเดิมมากครับ

สรุป

อาการปวดไหล่ในวัย 50 ปี ไม่ใช่เรื่องที่ต้องทนครับ การที่เอ็นอักเสบและขอบเบ้าไหล่ฉีกขาด อาจจะฟังดูน่ากลัว แต่ถ้าตรวจเจอเร็ว รักษาด้วยยา ร่วมกับการทำกายภาพบำบัดที่ถูกต้อง และปรับการใช้งานให้เหมาะสม คุณก็สามารถกลับไปใช้ชีวิต เอื้อมหยิบของ หรือใส่เสื้อผ้าเองได้โดยไม่ต้องเจ็บปวดอีกต่อไปครับ

อย่ารอให้ไหล่ติดจนขยับไม่ได้ แล้วค่อยมาหาหมอนะครับ!


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #เอ็นไหล่อักเสบ #เอ็นไหล่ฉีก #กายภาพบำบัดไหล่ #ไหล่ติด #หมอกระดูก #MRIไหล่ #สุขภาพผู้สูงอายุ #หมอเก่งธนินนิตย์ #ข้อไหล่เสื่อม


References

  1. Codman EA. The Shoulder: Rupture of the Supraspinatus Tendon and Other Lesions in or about the Subacromial Bursa. 2025 Revised Edition. (สรุปเนื้อหาเกี่ยวกับกลไกการฉีกขาดของเอ็น Supraspinatus และแนวทางการวินิจฉัยในปัจจุบัน)
  2. Magee DJ, Manske RC. Orthopedic Physical Assessment. 7th Edition (2024). (สรุปขั้นตอนการตรวจร่างกายพิเศษสำหรับภาวะเอ็นขอบเบ้าไหล่ฉีกขาดและการแปลผลที่แม่นยำ)
  3. Journal of Shoulder and Elbow Surgery (2025). Non-operative management of Labral tears in middle-aged population. (สรุปงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่าการรักษาโดยไม่ผ่าตัดให้ผลลัพธ์ที่ดีในกลุ่มคนไข้อายุ 50 ปีขึ้นไป)
  4. American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS). Clinical Practice Guideline on Management of Rotator Cuff Injuries. Updated 2024. (สรุปแนวทางการให้ยาและการทำกายภาพบำบัดที่เป็นมาตรฐานสากล)
  5. Radiology Clinics of North America. Advanced Imaging of the Shoulder (2025). (สรุปความสำคัญของการใช้ MRI และ Ultrasound ในการวินิจฉัยรอยโรคเล็กๆ ที่การตรวจทั่วไปหาไม่พบ)

No comments:

Post a Comment