Thursday, January 1, 2026

**เอ็นไหล่ขาด... ปล่อยไว้ไม่รักษา นานไปจะกลายเป็น "ข้อไหล่เสื่อม" จริงไหม?**

 

เอ็นไหล่ขาด... ปล่อยไว้ไม่รักษา นานไปจะกลายเป็น "ข้อไหล่เสื่อม" จริงไหม?

"หมอครับ... ลุงปวดไหล่มา 5-6 ปีแล้ว ตอนแรกหมอบอกว่าเอ็นไหล่ฉีก ลุงก็ไม่ได้รักษาอะไร เพราะเห็นว่ายังพอยกแขนได้ ทนๆ เอา แต่มาปีนี้มันไม่ไหวแล้วครับ ยกช้อนกินข้าวยังปวดร้าวไปหมด แถมไหล่มันดูฟีบๆ ผิดรูปด้วย ลุงเป็นอะไรครับ?"

คุณลุงบุญส่ง (นามสมมติ) วัย 72 ปี นั่งกุมไหล่ด้วยสีหน้าเจ็บปวด แกเล่าให้หมอฟังด้วยความเสียดายว่า "รู้งี้รักษากันตั้งแต่ตอนนั้นก็ดี" เพราะตอนนี้อาการมันลุกลามไปไกลกว่าแค่เส้นเอ็นขาดแล้วครับ

หลายคนมักมีความเชื่อผิดๆ ว่า "เอ็นไหล่ขาด ถ้าทนได้ ก็อยู่กับมันไปเถอะ ไม่ต้องทำอะไร"

แต่ความจริงทางการแพทย์ที่น่ากลัวคือ หากเราปล่อยให้เอ็นไหล่ขาดขนาดใหญ่ทิ้งไว้นานๆ โดยไม่ดูแล มันเหมือนระเบิดเวลาครับ ที่จะนำไปสู่ภาวะที่เรียกว่า "ข้อไหล่เสื่อมสภาพจากเส้นเอ็นขาด" (Cuff Tear Arthropathy) ซึ่งรักษายากกว่า ซับซ้อนกว่า และทรมานกว่าตอนแรกหลายเท่า

วันนี้หมอจะพามาดู "จุดจบ" ของเส้นเอ็นที่ถูกทิ้งขว้าง และวิธีป้องกันไม่ให้เราต้องเดินไปถึงจุดนั้นครับ

กลไกหายนะ: จาก "เอ็นขาด" กลายเป็น "ข้อเสื่อม" ได้อย่างไร?

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ให้จินตนาการว่าข้อไหล่เราเหมือน "ลูกบอลกับเบ้า" (Ball and Socket)

  • หัวกระดูก (ลูกบอล): วางอยู่บนเบ้าตื้นๆ
  • เส้นเอ็นไหล่ (Rotator Cuff): เปรียบเสมือน "มือที่คอยกดลูกบอล" ให้อยู่กึ่งกลางเบ้าตลอดเวลาเวลาเราขยับแขน

เมื่อเส้นเอ็นขาดและทิ้งไว้นานๆ จะเกิดอะไรขึ้น?

  1. ลูกบอลหลุดศูนย์ (Imbalance): เมื่อไม่มีเส้นเอ็นคอยกดหัวกระดูกไว้ กล้ามเนื้อมัดใหญ่ (Deltoid) จะดึงหัวกระดูก "ยกตัวลอยขึ้น" ไปชนกับเพดานกระดูกด้านบน (Acromion)
  2. การเสียดสี (Friction): ทุกครั้งที่คุณขยับแขน หัวกระดูกจะครูดกับเพดานกระดูกไปเรื่อยๆ เหมือนกระดาษทรายขัดไม้
  3. ข้อเสื่อม (Arthritis): เมื่อขัดสีกันนานเป็นปีๆ ผิวกระดูกอ่อนจะหลุดร่อน กระดูกเริ่มสึกกร่อน ผิดรูป และกลายเป็น "ข้อไหล่เสื่อม" ในที่สุด

ภาวะนี้เราเรียกว่า Cuff Tear Arthropathy (CTA) ซึ่งเป็นขั้นกว่าของโรคไหล่ครับ

สัญญาณเตือน: อาการแบบไหนที่บอกว่า "เริ่มเสื่อมแล้ว"?

ถ้าคุณรู้ตัวว่าเอ็นไหล่ขาดมานาน แล้วเริ่มมีอาการเหล่านี้ ต้องระวังให้มากครับ

  • ปวดรุนแรงตลอดเวลา: แม้แต่นั่งเฉยๆ หรือตอนนอนหลับ ก็ปวดจนน้ำตาซึม (ต่างจากตอนแรกที่จะปวดเฉพาะตอนยกแขน)
  • เสียงบดในข้อ (Crepitus): เวลาขยับไหล่ จะได้ยินเสียงดัง ครืดๆ เหมือนหินบดกันชัดเจน
  • ยกแขนไม่ขึ้นเลย (Pseudoparalysis): แขนไม่มีแรง เหมือนเป็นอัมพาต จะยกแขนต้องใช้มืออีกข้างช่วยจับยก
  • ไหล่ผิดรูป: กล้ามเนื้อรอบไหล่จะลีบฝ่อจนเห็นกระดูกปูดโปนชัดเจน

ทางเลือกในการรักษา: เมื่อมาถึงจุดนี้ เราทำอะไรได้บ้าง?

ถ้าปล่อยจนเป็นข้อไหล่เสื่อมจากเอ็นขาด (CTA) แล้ว การเย็บซ่อมเส้นเอ็นแบบธรรมดา "มักจะทำไม่ได้แล้ว" ครับ เพราะเส้นเอ็นจะหดตัว ลีบ และเปื่อยยุ่ยจนเย็บไม่ติด แถมกระดูกก็สึกไปแล้ว

ทางออกจะมี 2 ทางหลักๆ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและอายุของคนไข้ครับ

1. การรักษาแบบประคับประคอง (Non-Surgical) เหมาะสำหรับคนที่อาการยังไม่รุนแรงมาก หรือไม่พร้อมผ่าตัด

  • ยา: ยาลดอักเสบ หรือยาแก้ปวดที่ออกฤทธิ์แรงขึ้น
  • กายภาพบำบัด: เน้นการบริหารกล้ามเนื้อสะบักและกล้ามเนื้อรอบนอก (Deltoid) ให้แข็งแรงเพื่อช่วยพยุงไหล่แทนเอ็นที่หายไป
  • การฉีดยา: ฉีดสเตียรอยด์ลดอักเสบเป็นครั้งคราว เพื่อลดความทรมาน

2. การผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่เทียมชนิดย้อนกลับ (Reverse Total Shoulder Arthroplasty) นี่คือ "ไพ่ใบสุดท้าย" และเป็นทางรอดที่ดีที่สุดสำหรับโรคนี้ครับ

ปกติการเปลี่ยนข้อไหล่ เราจะใส่ลูกบอลที่ต้นแขน แต่สำหรับโรคนี้ เราจะ "สลับด้าน" ครับ เอาลูกบอลไปไว้ที่เบ้า และเอาเบ้ามาไว้ที่ต้นแขนแทน (จึงเรียกว่า Reverse หรือ ย้อนกลับ)

  • ทำไมต้องย้อนกลับ? เพื่อเปลี่ยนกลไกการทำงาน ให้เราสามารถยกแขนได้โดย "ไม่ต้องง้อเส้นเอ็นไหล่เส้นเดิม" (ที่ขาดไปแล้ว) แต่ไปใช้แรงจากกล้ามเนื้อไหล่มัดใหญ่ (Deltoid) แทน
  • ผลลัพธ์: คนไข้จะหายปวด และกลับมายกแขนได้ดีขึ้นมาก สามารถใช้ชีวิตประจำวัน ตักข้าว อาบน้ำ ได้เองอีกครั้ง

บทเรียนสำคัญ: กันไว้ดีกว่าแก้

สิ่งทีหมออยากจะสื่อสารที่สุด ไม่ใช่ความเก่งกาจของการผ่าตัด แต่คือ "อย่าปล่อยให้ตัวเองไปถึงจุดนั้น" ครับ

  1. อย่าเมินอาการปวด: ถ้าปวดไหล่เรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ ให้รีบตรวจ
  2. รู้เร็ว รักษาได้: ถ้าตรวจเจอว่าเอ็นขาดตั้งแต่เนิ่นๆ เราสามารถเย็บซ่อมได้ง่าย หรือแค่กายภาพบำบัดก็อาจจะเพียงพอ ไม่ต้องรอให้ข้อเสื่อม
  3. ติดตามอาการ: ถ้าหมอบอกว่าเอ็นขาดแต่ยังไม่ต้องผ่าตัด คุณต้อง "มีวินัย" ในการบริหารไหล่ และกลับมาเอกซเรย์ติดตามอาการตามนัด เพื่อดูว่าหัวกระดูกมันยกตัวขึ้นไปชนเพดานหรือยัง

สรุป

"เอ็นไหล่ขาด" หากปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลาหลายปี มีโอกาสสูงมากที่จะกลายเป็น "ข้อไหล่เสื่อมสภาพ" (Cuff Tear Arthropathy) ซึ่งจะทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลงอย่างมาก

อย่าวางใจว่าวันนี้ยังยกแขนได้ แล้ววันหน้าจะเหมือนเดิม การดูแลรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับร่างกายเราครับ

ดูแลไหล่วันนี้ เพื่อให้แขนคู่นี้ยังใช้งานได้ดีในวัย 80 ครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ข้อไหล่เสื่อม #เอ็นไหล่ขาดเรื้อรัง #CuffTearArthropathy #เปลี่ยนข้อไหล่เทียม #ReverseTotalShoulder #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดไหล่เรื้อรัง #ผู้สูงอายุ #ผ่าตัดไหล่ #คลินิกกระดูกเชียงใหม่


เอกสารอ้างอิง

  1. Neer CS 2nd, Craig EV, Fukuda H. Cuff-tear arthropathy. J Bone Joint Surg Am. 1983;65(9):1232-1244.
  2. Ecklund KJ, Lee TQ, Tibone J, Gupta R. Rotator cuff tear arthropathy. J Am Acad Orthop Surg. 2007;15(6):340-349.
  3. Nam D, Mauney JR, Kwon YW. Biomechanics of the reverse shoulder arthroplasty. J Shoulder Elbow Surg. 2012;21(2):168-175.
  4. Visutisiri K, Kraiwanawat B. Cuff Tear Arthropathy: Pathophysiology, Classification, and Treatment. J Med Assoc Thai. 2018.
  5. American Academy of Orthopaedic Surgeons. Arthritis of the Shoulder. OrthoInfo. [Updated 2021].

No comments:

Post a Comment