ปวดไหล่นรกแตกตอนตี 2? อาจไม่ใช่ผีอำ แต่เป็น "Calcific Tendinitis" มารู้จักโรคนี้กัน
"อยู่ดีๆ ก็ปวดไหล่จี๊ดขึ้นมา! ปวดจนน้ำตาไหล ยกแขนแทบไม่ได้ ทั้งที่ไม่ได้ไปยกของหนัก หรือกระแทกอะไรมาเลย... มันเกิดอะไรขึ้นครับหมอ?"
คนไข้หลายคนที่เดินกุมไหล่หน้าตาตื่นเข้ามาหาหมอ มักมาด้วยอาการปวดแบบ "เฉียบพลันและรุนแรง" ครับ บางคนปวดตอนกลางคืนจนสะดุ้งตื่น นอนต่อไม่ได้ กินยาแก้ปวดก็เอาไม่อยู่
พอหมอจับไปเอกซเรย์ดู ก็พบจำเลยตัวสีขาวๆ เกาะเด่นอยู่บนเส้นเอ็นหัวไหล่... ใช่แล้วครับ มันคือ "หินปูนเกาะเอ็นไหล่" หรือในชื่อทางการแพทย์ว่า Calcific Tendinitis นั่นเอง
หลายคนตกใจว่า "ฉันไปกินแคลเซียมเยอะไปเหรอ?" หรือ "กระดูกงอกทิ่มเนื้อหรือเปล่า?" ใจเย็นๆ ครับ วันนี้หมอเก่งจะพาไปทำความรู้จักเจ้าก้อนหินปริศนานี้ ว่ามันมาจากไหน ทำไมมันถึงปวดนรกแตกขนาดนี้ และเราจะเอามันออกไปได้ยังไงครับ
Calcific Tendinitis คืออะไร? (ไม่ใช่กระดูกงอกนะ!)
ต้องแยกให้ออกก่อนครับ ระหว่าง "กระดูกงอก" (Bone Spur) กับ "หินปูนเกาะเอ็น" (Calcific Deposit)
- กระดูกงอก: เกิดจากความเสื่อม กระดูกค่อยๆ งอกแหลมออกมาทิ่มเนื้อ (เหมือนหินงอกหินย้อย)
- หินปูนเกาะเอ็น (โรคนี้): เกิดจากเซลล์ภายในเส้นเอ็นไหล่ (Rotator Cuff) เกิดการ "แปลงร่าง" ผิดปกติ เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็น "ผลึกแคลเซียม" ฝังอยู่ในเนื้อเส้นเอ็นครับ
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ: เหมือนเรามี "ยาสีฟัน" (แคลเซียมเหลวๆ) ไปแทรกอยู่ใน "เชือก" (เส้นเอ็น) พอนานวันเข้า ยาสีฟันนั้นก็แห้งแข็งกลายเป็น "ชอล์ก" หรือก้อนหิน แข็งๆ ฝังอยู่ในเชือกครับ
ทำไมมันถึง "ปวดนรกแตก"? (ความลับของระยะโรค)
โรคนี้มีความแปลกประหลาดอยู่อย่างหนึ่งครับ คือ "ตอนเป็นก้อนหินแข็งๆ อาจจะไม่ปวด... แต่ตอนก้อนหินกำลังจะละลาย กลับปวดสุดๆ!"
วงจรชีวิตของโรคนี้มี 3 ระยะครับ:
- ระยะก่อตัว (Forming Phase): ร่างกายเริ่มสะสมแคลเซียม ตอนนี้มัก "ไม่ค่อยปวด" ครับ อาจจะแค่รู้สึกขัดๆ นิดหน่อย
- ระยะพัก (Resting Phase): หินปูนจับตัวเป็นก้อนแข็งเหมือนชอล์ก ระยะนี้อาจจะปวดแบบตื้อๆ รำคาญๆ เวลาขยับไหล่ หรือนอนทับ เพราะก้อนหินมันไปเบียดเนื้อเยื่อ
- ระยะดูดซึม (Resorptive Phase) ** <-- ไคลแมกซ์อยู่ตรงนี้ครับ! วันดีคืนดี ร่างกายจะส่งสัญญาณว่า "ก้อนนี้คือสิ่งแปลกปลอม ต้องกำจัด!" ร่างกายจะส่งเลือดและเซลล์อักเสบมาล้อมรอบก้อนหินปูน เพื่อละลายและดูดซึมมันกลับไป กระบวนการนี้ทำให้เกิดแรงดันมหาศาลภายในเส้นเอ็น และสารเคมีจากการอักเสบจะฟุ้งกระจาย ทำให้เกิดอาการ "ปวดบวมแดงร้อน อย่างรุนแรงและฉับพลัน" ครับ
แปลกแต่จริง: ยิ่งปวดมาก แสดงว่าร่างกายกำลังพยายามกำจัดหินปูนออกไปครับ (เจ็บแต่จบ)
อาการแบบไหน สงสัยโรคนี้?
- ปวดไหล่ฉับพลัน: อยู่ๆ ก็ปวดจี๊ดขึ้นมา โดยไม่มีสาเหตุอุบัติเหตุ
- ปวดตอนกลางคืน: เป็นเอกลักษณ์เลยครับ ปวดจนนอนไม่ได้ หรือตื่นมากลางดึก
- ขยับแขนไม่ได้: เพราะปวดมากจนเกร็ง หรือก้อนหินปูนไปขัดจังหวะการหมุนของไหล่ (Mechanical Block)
- จุดกดเจ็บ: มีจุดที่กดแล้วเจ็บจี๊ดชัดเจนบริเวณหัวไหล่ด้านหน้าหรือด้านข้าง
ใครบ้างที่เป็นกลุ่มเสี่ยง?
- วัยทำงาน: อายุ 30 – 50 ปี (ไม่ได้เกิดจากความแก่เสมอไป)
- ผู้หญิง: พบมากกว่าผู้ชาย
- โรคประจำตัว: คนที่เป็นเบาหวาน หรือ ไทรอยด์ มีโอกาสเป็นได้มากกว่าคนทั่วไป
- ไม่เกี่ยวกับการกินแคลเซียมเม็ด หรือดื่มนมเยอะนะครับ สบายใจได้
การรักษา: เอาออกยังไงดี?
ข่าวดีคือ โรคนี้ "หายเองได้" ครับ (ร่างกายดูดซึมไปเอง) แต่ปัญหารคือ "มันปวดจนรอไม่ไหว" หมอจึงมีวิธีช่วยดังนี้ครับ
1. สายประคับประคอง (ช่วงปวดจัดๆ)
- ยาแก้ปวดลดอักเสบ (NSAIDs): ช่วยบรรเทาปวดได้ดี
- การประคบเย็น: ช่วยลดบวมและอักเสบในระยะเฉียบพลัน
- กายภาพบำบัด: ใช้เครื่องอัลตราซาวด์ หรือเลเซอร์ เพื่อลดปวดและคลายกล้ามเนื้อที่เกร็งตัว
2. สายไฮเทค (Shockwave Therapy)
- การใช้ "คลื่นกระแทก" (Shockwave) ยิงเข้าไปที่ก้อนหินปูนโดยตรง แรงกระแทกจะไปทำให้ก้อนหินปูนแตกตัวเป็นชิ้นเล็กๆ และกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเส้นเลือดใหม่มาดูดซึมเศษหินปูนออกไปได้เร็วขึ้น
3. สายเจาะดูด (Ultrasound-guided Barbotage)
- ถ้าก้อนใหญ่ หรือปวดไม่หาย หมอจะใช้อัลตราซาวด์สแกนหาก้อน แล้วใช้เข็มจิ้มเข้าไป จากนั้นใช้น้ำเกลือล้างและ "ดูดเอาแคลเซียม" ออกมา (ออกมาเป็นผงขาวๆ เหมือนยาสีฟันเลยครับ)
- วิธีนี้ลดแรงดันในเส้นเอ็นได้ทันที อาการปวดมักจะหายเป็นปลิดทิ้งหลังทำ
4. สายผ่าตัด (Arthroscopic Surgery)
- ใช้ในกรณีที่ก้อนใหญ่มาก แข็งมาก หรือรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่หาย หมอจะส่องกล้องเข้าไปสะกิดเอาก้อนหินปูนออก และเย็บซ่อมเส้นเอ็นให้เรียบร้อย
สรุป
อาการปวดไหล่จาก "หินปูนเกาะเอ็น" (Calcific Tendinitis) เป็นโรคที่สร้างความทรมานมาก แต่ "รักษาหายขาดได้" และมักไม่กลับมาเป็นซ้ำที่เดิมครับ
หากคุณมีอาการปวดไหล่รุนแรงตอนกลางคืน อย่าทนนอนปวด หรือคิดว่าเป็นแค่ไหล่ติดธรรมดา ให้รีบมาเอกซเรย์ดูสักนิด ถ้าเจอเจ้าก้อนขาวๆ นี้ เราจะได้จัดการมันให้ถูกวิธี แล้วคุณจะกลับมานอนหลับสบายได้อีกครั้งครับ
ด้วยความปรารถนาดี บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดไหล่ #หินปูนเกาะเอ็นไหล่ #CalcificTendinitis #Shockwave #เจาะดูดหินปูน #ไหล่ติด #รักษากระดูกเชียงใหม่ #Barbotage
References
- Uhthoff HK, Loehr JW. Calcific tendinopathy of the rotator cuff: pathogenesis, diagnosis, and management. J Am Acad Orthop Surg. 1997;5(4):183-91. (The classic paper describing the stages of the disease).
- Suzuki K, Arruda A, DeAndrade K, et al. Calcific Tendinitis of the Shoulder: A Review of Current Concepts. Clin J Sport Med. 2014;24(6):439-44.
- Louwerens JK, Sierevelt IN, van Noort A, et al. Evidence for ultrasound-guided needling of calcific tendinitis of the shoulder. Cochrane Database Syst Rev. 2014;(8):CD010174. (Evidence supporting the needle lavage/barbotage technique).
- Darrieutort-Laffite C, Le Goff B. Calcific tendinopathy of the shoulder: From pathophysiology to treatment. Joint Bone Spine. 2017;84(1):29-34.
No comments:
Post a Comment