Thursday, January 22, 2026

ผ่าตัดเย็บเอ็นไหล่ไปแล้ว... ทำไมยังปวดเหมือนเดิม? หรือหมอเย็บไม่ดี? หรือเอ็นขาดซ้ำ?"

 



ผ่าตัดเย็บเอ็นไหล่ไปแล้ว... ทำไมยังปวดเหมือนเดิม? หรือหมอเย็บไม่ดี? หรือเอ็นขาดซ้ำ?"

นี่คือความในใจของคนไข้ชายวัย 50 ปี ที่นั่งอยู่ตรงหน้าผม ด้วยสีหน้าที่มีแต่ความกังวลและผิดหวัง


เรื่องเล่าจากห้องตรวจ: คุณศักดิ์ชัยกับไหล่เจ้าปัญหา

"คุณศักดิ์ชัย" (นามสมมติ) ผู้บริหารวัย 50 ปี มาหาผมด้วยอาการไหล่ขวาปวดเรื้อรัง แกเล่าว่าเมื่อ 6 เดือนก่อน ได้รับการผ่าตัดส่องกล้องเย็บซ่อมเส้นเอ็นหัวไหล่ที่ฉีกขาด (Rotator Cuff Repair) จากโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

"ตอนแรกผมดีใจนึกว่าจะหายขาดครับหมอ แต่ผ่านมาครึ่งปีแล้ว มันยังปวดตื้อๆ ตลอดเวลา ยกแขนสุดก็เจ็บ นอนทับก็ปวด บางทีปวดร้าวลงแขนจนตื่นกลางดึก... ผมกังวลว่าที่เย็บไปมันหลุด หรือผมทำอะไรผิดไปหรือเปล่า?"

ผมฟังแล้วเข้าใจความรู้สึกเลยครับ การผ่าตัดคือความหวัง แต่เมื่อผลลัพธ์ไม่เป็นอย่างที่คิด ความเครียดจึงตามมา วันนี้หมอเก่งจะมาไขข้อข้องใจว่า "ผ่าแล้วทำไมยังปวด" ให้กระจ่างครับ


ความจริงที่คุณต้องรู้: การผ่าตัดคือ "การซ่อม" ไม่ใช่ "การเสก"

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนครับว่า การผ่าตัดเย็บเส้นเอ็นไหล่ เปรียบเหมือน "การเย็บผ้าที่ขาดให้ติดกัน" หมอเย็บเสร็จแล้วก็จริง แต่ "เนื้อเยื่อร่างกายต้องใช้เวลาสมานตัวเอง"

อาการปวดหลังผ่าตัดเป็นเรื่องปกติในช่วง 1-3 เดือนแรก แต่ถ้าผ่านไป 6 เดือนแล้ว "ยังปวดตลอดเวลา" หรือ "ปวดเท่าเดิม" แสดงว่าต้องมีสาเหตุที่ซ่อนอยู่ครับ


เจาะลึก: 5 สาเหตุหลัก ที่ทำให้ "เย็บแล้วยังปวด"

ทำไมผ่าแล้วไม่หาย? สาเหตุที่เป็นไปได้มีดังนี้ครับ:

1. ภาวะข้อไหล่ติดหลังผ่าตัด (Post-operative Stiffness) (พบบ่อยที่สุด)

นี่คือจำเลยเบอร์ 1 ครับ! ร่างกายคนเราเมื่อมีการผ่าตัด จะมีการสร้างพังผืดขึ้นมาสมานแผล หากเราไม่ได้ทำกายภาพบำบัดยืดเหยียดที่เพียงพอ หรือ "กลัวเจ็บจนไม่กล้าขยับ"

  • อาการ: ยกแขนไม่ขึ้น ติดขัด ปวดตึงมาจากการรั้งของเยื่อหุ้มข้อ (Capsule) ไม่ใช่ปวดจากเอ็นที่เย็บ

2. เส้นเอ็นไม่สมาน หรือ ขาดซ้ำ (Non-healing / Re-tear)

แม้จะเย็บแน่นหนาด้วยไหมและหมุดอย่างดี แต่ปัจจัยทางร่างกายก็มีผลครับ

  • สาเหตุ: คุณภาพเส้นเอ็นเดิมเปื่อยยุ่ยมาก (ในคนอายุเยอะ), สูบบุหรี่, เป็นเบาหวาน, หรือเผลอไปยกของหนักก่อนกำหนด
  • อาการ: ปวดแปล๊บที่จุดเดิม แรงยกแขนไม่มี (อ่อนแรง) เหมือนตอนก่อนผ่า

3. ปัญหาจากเส้นเอ็นไบเซพ (Biceps Pathology)

บางครั้งตัวการร้ายไม่ใช่เส้นเอ็นหลักที่เย็บ แต่เป็น "เส้นเอ็นลูกน้อง" (Long head of Biceps) ที่พาดผ่านหัวไหล่ ซึ่งอาจมีการอักเสบหรือฉีกขาดร่วมด้วย แต่ไม่ได้จัดการในการผ่าตัดครั้งแรก หรือเกิดอักเสบขึ้นมาใหม่จากการใช้งาน

  • อาการ: ปวดด้านหน้าหัวไหล่ ร้าวลงกล้ามเนื้อแขนหน้าร่วมด้วย

4. ปวดจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่ไหล่ (Referred Pain)

บางทีไหล่เราปกติดีแล้ว แต่ที่ปวดร้าวลงมาคือ "กระดูกคอเสื่อมทับเส้นประสาท"

  • อาการ: ปวดร้าวจากคอลงบ่า ลงไหล่ และมักจะมีอาการชามือร่วมด้วย ขยับคอแล้วปวดไหล่แปล๊บๆ

5. หมุดยึดเอ็นมีปัญหา (Anchor Issues)

เป็นกรณีที่พบน้อย เช่น หมุดกระดูกที่ใช้ยึดเส้นเอ็นมีการถอนตัว หรือโผล่ออกมาครูดกับกระดูก หรือร่างกายมีปฏิกิริยาต่อต้านวัสดุ (ซึ่งปัจจุบันหมุดส่วนใหญ่เป็นวัสดุละลาย หรือพลาสติกพิเศษ ปัญหานี้จึงพบน้อยลงมาก)


แนวทางการตรวจวินิจฉัย: จะรู้ได้ยังไงว่าเป็นเพราะอะไร?

หมอจะไม่เดาครับ แต่จะตรวจให้ชัวร์ด้วยขั้นตอนดังนี้:

  1. ตรวจร่างกายละเอียด: เช็คองศการเคลื่อนไหว (ถ้าขยับไม่ได้เลย = ไหล่ติด), เช็คกำลังกล้ามเนื้อ (ถ้าไม่มีแรง = เอ็นอาจมีปัญหา), เช็คกระดูกคอ
  2. เอกซเรย์ (X-ray): ดูตำแหน่งหมุด ดูภาวะกระดูกงอกใหม่ หรือดูว่ามีหินปูนเกาะไหม
  3. เอ็มอาร์ไอ (MRI) หรือ อัลตราซาวด์: อันนี้คือ "ตาทิพย์" ที่ดีที่สุด จะบอกได้เลยว่า เส้นเอ็นที่เย็บไป "ติดดีไหม" หรือ "ขาดซ้ำ" หรือมีน้ำในข้อ (อักเสบ) มากน้อยแค่ไหน

แนวทางการรักษา: ต้องผ่าใหม่ไหม?

ข่าวดีคือ "ส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัดใหม่" ครับ การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ตรวจพบ:

  • ถ้าเป็น "ไหล่ติด" (Stiffness):
    • กายภาพบำบัดคือพระเอก: เน้นการดัด ยืด องศาไหล่ (อาจเจ็บหน่อยแต่ต้องทน เพื่อให้พังผืดคลายตัว)
    • ยากิน/ฉีด: ให้ยาต้านการอักเสบ หรือฉีดสเตียรอยด์เพื่อลดบวม ลดปวด ให้ทำกายภาพได้ง่ายขึ้น
  • ถ้า "อักเสบเรื้อรัง" (Inflammation):
    • พักการใช้งานหนัก ปรับท่าทาง
    • ใช้เครื่องมือทางกายภาพ เช่น อัลตราซาวด์, เลเซอร์ความถี่สูง (PMS/Shockwave) ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
  • ถ้า "เอ็นขาดซ้ำ" (Re-tear):
    • ต้องมาคุยกันครับ ถ้าขาดไม่เยอะ อาจใช้การฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP) ช่วยซ่อม
    • แต่ถ้าขาดกว้างและอ่อนแรงมาก อาจต้องพิจารณา "ผ่าตัดซ่อมแซมรอบสอง (Revision Surgery)" หรือในกรณีที่เอ็นเปื่อยมากจนเย็บไม่ได้ อาจต้องใช้การผ่าตัดย้ายเส้นเอ็น หรือเปลี่ยนข้อไหล่เทียม (ในผู้สูงอายุมาก)

การพยากรณ์โรค: จะกลับมาหายไหม?

สำหรับคุณศักดิ์ชัย และคนวัย 50+ ที่เจอปัญหานี้ ผมอยากให้กำลังใจครับ

  • ความอดทนคือกุญแจ: การฟื้นตัวของเส้นเอ็นใช้เวลา 6-12 เดือน
  • วินัยสำคัญที่สุด: คนที่ขยันทำกายภาพตามหมอสั่ง (ทั้งที่ รพ. และที่บ้าน) 90% อาการดีขึ้นจนกลับไปใช้ชีวิตปกติได้โดยไม่ต้องผ่าซ้ำ

สรุป

อาการปวดไหล่หลังผ่าตัดเย็บเส้นเอ็น เกิดได้จากหลายสาเหตุ "ไม่ใช่แค่เรื่องเย็บไม่ติด" แต่ส่วนใหญ่เกิดจาก **"ไหล่ติด"**หรือ "การฟื้นฟูที่ไม่ถูกจังหวะ"

อย่าเพิ่งถอดใจ อย่าเพิ่งโทษตัวเอง ให้กลับไปปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้ หรือหาความเห็นที่สอง เพื่อตรวจ MRI ให้ชัดเจน "รู้สาเหตุที่แท้จริง รักษาตรงจุด หายปวดได้แน่นอนครับ"

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่หลังผ่าตัด #เย็บเอ็นไหล่แล้วไม่หาย #ไหล่ติด #ผ่าตัดส่องกล้องไหล่ #กายภาพบำบัดไหล่ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #RotatorCuffRepair #ปวดไหล่เรื้อรัง


References

  1. Lädermann A, et al. Stiffness after rotator cuff repair. EFORT Open Rev. 2016;1(5):161-167. (อธิบายสาเหตุหลักของอาการปวดหลังผ่าตัด ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากภาวะไหล่ติดและการจัดการ)
  2. Nam D, et al. Factors associated with tendon re-tear after arthroscopic rotator cuff repair. *J Shoulder Elbow Surg.*2018;27(10):1913-1921. (ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เอ็นขาดซ้ำ เช่น อายุ โรคประจำตัว)
  3. Cho NS, et al. Persistent pain after rotator cuff repair: causes and management. Clin Orthop Surg. 2020;12(1):1-10. (รวบรวมสาเหตุของอาการปวดเรื้อรังหลังผ่าตัด แนวทางการวินิจฉัยและการรักษา)
  4. Carbonel I, et al. Pain after arthroscopic rotator cuff repair: what are we missing? Arthroscopy. 2019;35(5):1320-1327. (พูดถึงสาเหตุอื่นๆ ที่อาจมองข้าม เช่น ปัญหาของเอ็นไบเซพ หรืออาการปวดร้าวจากคอ)
  5. American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS). Management of Rotator Cuff Injuries Clinical Practice Guideline. 2019. (แนวทางมาตรฐานในการดูแลรักษาผู้ป่วยบาดเจ็บเส้นเอ็นไหล่)

No comments:

Post a Comment