Thursday, February 5, 2026

แม่ตกใจมากเลยหมอ อยู่ดีๆ แค่เอื้อมมือไปหยิบของบนหลังตู้ แล้วมันก็มีเสียง 'กึก' ที่ไหล่ หลังจากนั้นขยับแขนไม่ได้เลย เจ็บจนน้ำตาไหล"

 

แม่ตกใจมากเลยหมอ อยู่ดีๆ แค่เอื้อมมือไปหยิบของบนหลังตู้ แล้วมันก็มีเสียง 'กึก' ที่ไหล่ หลังจากนั้นขยับแขนไม่ได้เลย เจ็บจนน้ำตาไหล"

นี่คือคำบอกเล่าจากลูกสาวที่พาคุณแม่อายุ 70 ปีมาหาแพทย์ที่ห้องฉุกเฉินตอนกลางดึก สภาพที่คุณแม่นั่งมาคือมือข้างหนึ่งต้องคอยประคองแขนอีกข้างไว้แนบอก หน้าตาบ่งบอกถึงความเจ็บปวดอย่างมาก และที่สังเกตเห็นได้ชัดคือ "หัวไหล่ดูบุ๋มลงไป" ไม่กลมมนเหมือนอีกข้าง

หลายคนอาจจะคิดว่าอาการ "ไหล่หลุด" เป็นเรื่องของนักกีฬาหรือวัยรุ่นที่เล่นของแรงๆ แต่ความจริงแล้ว ในผู้สูงอายุ อาการนี้เกิดขึ้นได้ง่ายกว่าที่คิด และที่สำคัญคือ "น่ากลัวกว่า" ในคนหนุ่มสาวครับ


ไหล่หลุดในผู้สูงอายุ: เมื่อข้อต่อไม่ได้อยู่กับร่องกับรอย

ถ้าจะให้อธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ ข้อไหล่ของเราเปรียบเสมือน "ลูกกอล์ฟที่วางอยู่บนแท่นที (Tee)" ครับ ลูกกอล์ฟคือหัวกระดูกต้นแขน ส่วนแท่นทีคือเบ้าไหล่ตามธรรมชาติแล้วเบ้าไหล่ของเรามันตื้นมากเพื่อให้เราหมุนแขนได้รอบทิศทาง

แต่สิ่งที่ทำให้ลูกกอล์ฟไม่หล่นจากแท่นก็คือ "เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่" ที่คอยดึงรั้งเอาไว้

ในผู้สูงอายุ เส้นเอ็นเหล่านี้มักจะมีความเสื่อมสภาพตามวัย เปรียบเหมือนยางยืดที่ใช้งานมานานจนเริ่มยุ่ยและขาดความยืดหยุ่น พอมีการขยับที่ผิดจังหวะนิดเดียว หรือเกิดอุบัติเหตุล้มเพียงเล็กน้อย หัวกระดูกที่ควรจะอยู่ในเบ้าก็ "กระเด็น" หลุดออกมาข้างนอกทันที


ทำไมถึงเกิดขึ้นได้? (สาเหตุและกลไกการเกิดโรค)

  1. การเสื่อมสภาพของเอ็นหมุนข้อไหล่: นี่คือสาเหตุหลักเลยครับ เมื่ออายุมากขึ้น เอ็นรอบข้อไหล่จะบางลง บางคนมีแผลฉีกขาดสะสมอยู่แล้วโดยไม่รู้ตัว พอมีแรงมากระทำนิดหน่อย ข้อก็หลุดได้ง่าย
  2. อุบัติเหตุล้ม: ผู้สูงอายุมักจะมีปัญหาเรื่องการทรงตัว พอจะล้มปุ๊บ สัญชาตญาณคือการ "เอาหมอบัง" หรือใช้มือยันพื้น แรงกระแทกจะส่งผ่านแขนขึ้นไปดันให้หัวกระดูกหลุดออกจากเบ้า
  3. การใช้งานผิดจังหวะ: แค่เอื้อมมือไปหยิบของที่เบาะหลังรถ หรือเอื้อมหยิบของจากที่สูงในลักษณะบิดแขน ก็เพียงพอที่จะทำให้ไหล่หลุดได้ในรายที่เอ็นเสื่อมมาก

อาการที่บอกว่า "หลุดแน่แล้ว"

  • เจ็บปวดรุนแรง: เจ็บจนขยับแขนไม่ได้แม้แต่นิดเดียว
  • รูปทรงไหล่เปลี่ยนไป: ไหล่ดูแบนลง หรือเห็นเป็นมุมเหลี่ยม แทนที่จะโค้งมน บางคนจะคลำเจอหัวกระดูกไปปูดอยู่ทางด้านหน้า
  • แขนยาวไม่เท่ากัน: แขนข้างที่หลุดมักจะดูยาวกว่าปกติเล็กน้อย หรืออยู่ในท่าทางที่ผิดธรรมชาติ
  • อาการชา: บางครั้งหัวกระดูกที่หลุดไปอาจไปกดทับเส้นประสาท ทำให้มีอาการชาที่ต้นแขนหรือปลายนิ้วได้

การตรวจวินิจฉัย: หมอทำอะไรบ้าง?

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล สิ่งแรกที่หมอจะทำคือ "การตรวจร่างกาย" เพื่อเช็คว่าเส้นประสาทและเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงแขนยังปกติดีไหม หลังจากนั้นขั้นตอนที่สำคัญมากคือ:

  1. การเอกซเรย์ (X-ray): เพื่อยืนยันว่าหลุดไปทางทิศทางไหน และที่สำคัญคือ "มีกระดูกแตกด้วยหรือไม่" เพราะในผู้สูงอายุกระดูกมักจะบาง (กระดูกพรุน) เวลาหลุดมักจะพาเอาชิ้นส่วนกระดูกเบ้าหรือหัวกระดูกแตกติดไปด้วย
  2. การทำ MRI (คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า): หมอมักจะแนะนำให้ทำหลังจากที่ดึงข้อกลับเข้าที่แล้ว เพื่อดูว่า "เอ็นหมุนข้อไหล่ฉีกขาดไหม" ซึ่งจุดนี้สำคัญมากครับ เพราะในผู้สูงอายุที่ไหล่หลุด เกือบ 80-90% มักจะมีเอ็นฉีกร่วมด้วยเสมอ ซึ่งต่างจากวัยรุ่น

แนวทางการรักษา: ไม่ใช่แค่ดึงเข้าที่แล้วจบ

1. การดึงข้อให้เข้าที่ (Reduction): หมอจะให้ยาแก้ปวดหรือยานอนหลับชนิดออกฤทธิ์สั้น เพื่อให้กล้ามเนื้อที่กำลังเกร็งตัวสุดขีดนั้นคลายตัวลง แล้วจึงค่อยๆ จัดท่าดึงหัวกระดูกให้กลับเข้าเบ้าอย่างนุ่มนวล (ห้ามให้ญาติหรือหมอพื้นบ้านดึงเองเด็ดขาด เพราะอาจทำให้กระดูกหักหรือเส้นประสาทฉีกขาดได้)

2. การใส่อุปกรณ์พยุงแขน: หลังจากเข้าที่แล้ว ต้องใส่ผ้าคล้องแขน (Arm Sling) ไว้ประมาณ 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้เนื้อเยื่อรอบๆ ได้พักและลดอาการอักเสบ

3. การรักษาด้วยยาและการฉีดยา: หมอจะใช้ยาแก้ปวดกลุ่มที่ไม่มีสเตียรอยด์ (NSAIDs) เพื่อลดความทรมาน ในบางรายที่มีการอักเสบเรื้อรัง การใช้ "อัลตราซาวด์นำวิถี" เพื่อระบุตำแหน่งที่ชัดเจนในการฉีดยาลดการอักเสบเข้าในข้อหรือรอบเอ็นที่ฉีกขาด จะช่วยให้แม่นยำและปลอดภัยกว่าการฉีดแบบกะระยะด้วยมือเปล่าครับ

4. การผ่าตัด: ในผู้สูงอายุ เราจะพิจารณาผ่าตัดเมื่อ:

  • มีกระดูกแตกชิ้นใหญ่ที่ส่งผลต่อความมั่นคงของข้อ
  • เอ็นหมุนข้อไหล่ฉีกขาดขนาดใหญ่จนแขนไม่มีแรงขยับ (หลังหายปวดแล้ว)
  • มีอาการหลุดซ้ำซากจนใช้ชีวิตไม่ได้

การพยากรณ์โรค: จะกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมไหม?

///"หมอครับ มันจะหลุดอีกไหม?" คำถามยอดฮิตเลยครับ โอกาสการกลับมาหลุดซ้ำในผู้สูงอายุ "น้อยกว่า" วัยรุ่นครับ แต่ปัญหาที่น่ากังวลกว่าคือ "ภาวะไหล่ติด" และ "แขนไม่มีแรงจากเอ็นขาด"

  • ถ้าดูแลดี: ทำกายภาพตามนัด ฝึกกำลังกล้ามเนื้อสม่ำเสมอ ส่วนใหญ่จะกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน ทำงานบ้าน หรือออกกำลังกายเบาๆ ได้ปกติ
  • ถ้าปล่อยปละละเลย: ไม่ยอมฝึกขยับเพราะกลัวเจ็บ สุดท้ายไหล่จะยึดติดแข็ง ขยับแขนไม่ได้แม้จะหายเจ็บแล้วก็ตาม

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

สิ่งที่ผมเป็นห่วงที่สุดไม่ใช่แค่เรื่องข้อหลุดครับ แต่คือ "ความเสียหายของเส้นประสาท (Axillary Nerve)" ซึ่งอยู่ใกล้ข้อไหล่มาก ถ้าหลุดนานเกินไปหรือดึงผิดวิธี อาจทำให้แขนอ่อนแรงถาวรได้ นอกจากนี้ต้องระวังเรื่องกระดูกแตกซ้อนเร้นที่มองไม่เห็นจากการเอกซเรย์ธรรมดาด้วย


สรุป

ไหล่หลุดในผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก หากเกิดขึ้นให้ "นิ่ง พยุงแขนไว้ และรีบมาโรงพยาบาล" การรักษาในปัจจุบันก้าวหน้าไปมาก การใช้เทคโนโลยีอย่างอัลตราซาวด์หรือการผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็ก ช่วยให้คุณตาคุณยายกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติอย่างรวดเร็ว

อย่าปล่อยให้ความกลัวหรือการรักษาแบบผิดวิธี ทำให้ข้อไหล่ที่เคยคล่องแคล่วต้องกลายเป็นข้อที่ใช้งานไม่ได้ไปตลอดชีวิตนะครับ


การมีความรู้ที่ถูกต้องคือเกราะป้องกันโรคที่ดีที่สุด หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ต่อคนที่คุณรัก โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุ อย่าลืมกดแชร์เพื่อส่งต่อความห่วงใยนี้ออกไปนะครับ

#ไหล่หลุด #ผู้สูงอายุ #ปวดไหล่ #เอ็นไหล่ฉีก #กระดูกและข้อ #หมอเก่ง #สุขภาพผู้สูงอายุ #กายภาพบำบัด #รักษาโรคไหล่ #ไหล่หลุดในผู้สูงวัย


ข้อมูลที่นำเสนอนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโรคและแนวทางการรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์ปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ร่างกายและความรุนแรงของโรคในแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน หากท่านมีความคิดเห็นที่ต่างออกไป หรือข้อมูลนี้ไม่ตรงกับประสบการณ์การรักษาที่ท่านเคยได้รับ ผมยินดีรับฟังและแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อประโยชน์สูงสุดในการดูแลผู้ป่วยครับ ทั้งนี้ควรยึดถือคำแนะนำของแพทย์ผู้รักษาท่านเป็นหลักเนื่องจากมีข้อมูลผลตรวจที่ครบถ้วนที่สุด

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666


References

  1. Hovelius L, et al. (2024). Epidemiology and Management of Shoulder Dislocations in the Elderly. Journal of Orthopaedic Trauma. (สรุป: ข้อมูลสถิติและแนวทางการจัดการไหล่หลุดในผู้สูงอายุที่เน้นการประเมินเอ็นหมุนข้อไหล่ร่วมด้วย)
  2. Robinson CM, et al. (2023). Functional Outcomes after Primary Shoulder Dislocation in Patients over 60. Bone & Joint Journal. (สรุป: การศึกษาผลการรักษาและโอกาสการกลับมาใช้งานได้ของแขนในผู้ป่วยสูงอายุหลังไหล่หลุด)
  3. Garrigues GE, et al. (2025). *Rotator Cuff Tears in the Setting of Traumatic Anterior Shoulder Dislocation.*Orthopaedics Today. (สรุป: เน้นความสัมพันธ์ระหว่างไหล่หลุดและการฉีกขาดของเอ็นหมุนข้อไหล่ในคนอายุมาก)
  4. Thai Orthopaedic Association. (2023). Clinical Practice Guideline for Shoulder Instability. (สรุป: แนวทางเวชปฏิบัติของสมาคมออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทยในการดูแลภาวะข้อไหล่ไม่มั่นคง)
  5. Amanatullah DF, et al. (2024). Geriatric Shoulder Dislocations: A Comprehensive Review. Geriatric Orthopaedic Surgery & Rehabilitation. (สรุป: บทความทบทวนการรักษาแบบครอบคลุมทั้งการใช้ยา การดึงข้อ และการผ่าตัดในผู้สูงวัย)

ปวดไหล่มา 3 เดือน กินยาก็ไม่หาย สรุปว่า "เส้นเอ็นขาด" ต้องผ่าตัดเลยไหม?

 




ปวดไหล่มา 3 เดือน กินยาก็ไม่หาย สรุปว่า "เส้นเอ็นขาด" ต้องผ่าตัดเลยไหม?

"หมอครับ ผมแค่ยกแขนใส่เสื้อก็ปวดจี๊ดจนน้ำตาเล็ด นอนตะแคงทับข้างที่ปวดไม่ได้เลย เป็นมา 3 เดือนแล้วเนี่ย สรุปผมต้องผ่าตัดไหมครับ?"

นี่คือคำถามของคุณเอก (นามสมมติ) ชายวัยทำงานอายุ 49 ปี ที่เดินเข้ามาหาผมด้วยสีหน้ากังวลสุด ๆ ผลตรวจ MRI บอกมาชัดเจนว่ามี "เส้นเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด" (Supraspinatus Tear) ซึ่งเป็นเส้นเอ็นเส้นหลักที่ช่วยให้เรายกแขนขึ้นได้

หลายคนพอได้ยินคำว่า "เอ็นขาด" ก็มักจะตกใจไปไกล คิดว่าชีวิตนี้ต้องเข้าห้องผ่าตัดแน่ ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องของไหล่... มีทางออกที่มากกว่าแค่การผ่าตัดครับ


ทำไมอยู่ดี ๆ เส้นเอ็นถึงขาดได้?

เปรียบเทียบง่าย ๆ ครับ เส้นเอ็นหัวไหล่ของเราก็เหมือนกับ "เชือกเส้นเล็ก ๆ" ที่ยึดระหว่างกล้ามเนื้อกับกระดูกแขน เมื่อเราใช้งานมานานหลายสิบปี เชือกเส้นนี้ก็เริ่ม "เปื่อย" ตามกาลเวลา ยิ่งในวัยใกล้เลข 5 อย่างคุณเอกเนี่ย เลือดที่ไปเลี้ยงเส้นเอ็นจะเริ่มน้อยลง ทำให้ความแข็งแรงลดลงตามไปด้วย

สาเหตุส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุล้มกระแทกเสมอไปนะครับ แต่เกิดจาก:

  • ความเสื่อมตามวัย: ใช้งานสะสมมานานจนเชือกเริ่มรุ่ย
  • พื้นที่ในไหล่แคบ: กระดูกงอกไปกดเบียดเส้นเอ็นเวลาเรายกแขน (เหมือนเชือกโดนหินขูดบ่อย ๆ)
  • การใช้งานหนักเกินตัว: เช่น การยกของหนักเหนือศีรษะซ้ำ ๆ หรือเล่นกีฬาที่ต้องกวาดแขนแรง ๆ

อาการแบบไหนที่บอกว่า "เอ็นไหล่" กำลังมีปัญหา

ลองเช็กตัวเองดูนะครับว่ามีอาการเหล่านี้ไหม:

  1. ปวดไหล่ตอนกลางคืน: เป็นอาการเด่นเลยครับ นอนตะแคงทับข้างนั้นไม่ได้ หรือปวดจนสะดุ้งตื่น
  2. ยกแขนลำบาก: รู้สึกแขนไม่มีแรง ยกขึ้นได้ไม่สุด หรือตอนเอาแขนลงจะรู้สึกปวดแปลบ
  3. ทำกิจวัตรประจำวันยากขึ้น: เช่น เอื้อมหยิบของหลังรถ สระผม หรือเอื้อมมือไปรูดซิปข้างหลังไม่ได้
  4. มีเสียงกึกกัก: เวลาขยับไหล่แล้วรู้สึกเหมือนมีอะไรติด ๆ ขัด ๆ อยู่ข้างใน

ถ้าไปหาหมอ เขาจะตรวจอะไรเราบ้าง?

การวินิจฉัยโรคนี้ไม่ได้มีอะไรน่ากลัวครับ หมอจะเริ่มจาก:

  • การขยับทดสอบ: หมอจะจับแขนเราบิดไปมาในท่าเฉพาะ เพื่อดูว่าปวดที่จุดไหน หรือแขนตกไหม
  • การเอกซเรย์ (X-ray): ดูว่ามีกระดูกงอกมาจิ้มเส้นเอ็นไหม หรือช่องว่างในข้อไหล่แคบลงหรือเปล่า
  • การทำอัลตราซาวด์ (Ultrasound): วิธีนี้ดีมากครับ เห็นเส้นเอ็นชัดเจน สด ๆ ร้อน ๆ ในห้องตรวจเลย
  • การทำ MRI:  จะเห็นหมดเลยว่าเอ็นขาดกี่มิลลิเมตร ขาดแบบขาดบางส่วน (Partial tear) หรือขาดกระจุย (Full thickness tear) ซึ่งช่วยในการตัดสินใจรักษาได้แม่นยำที่สุด

ทางเลือกในการรักษา: ต้องผ่าไหม?

ผมมักจะบอกคนไข้เสมอว่า "เราไม่ได้รักษาฟิล์ม MRI แต่เรากำลังรักษาคนไข้" ครับ

1. การรักษาโดยไม่ผ่าตัด (สำหรับเอ็นขาดบางส่วน หรือปวดไม่มาก)

  • ปรับพฤติกรรม: งดการยกของหนักเหนือหัว หรือท่าทางที่ต้องเอื้อมสุดแขน
  • ยาช่วยชีวิต: ยาแก้ปวดและยาต้านการอักเสบกลุ่มที่ไม่มีสเตียรอยด์ ช่วยลดความระคายเคืองในข้อ
  • การฉีดยาด้วยอัลตราซาวด์: หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์ส่องดูตำแหน่งที่อักเสบจริง ๆ แล้วฉีดยาเข้าไปที่จุดนั้นเป๊ะ ๆ (เหมือนการส่งพัสดุถึงหน้าบ้าน) ช่วยลดปวดได้ไวและแม่นยำกว่าการคลำฉีดแบบสมัยก่อน
  • ทำกายภาพบำบัด: ฝึกกล้ามเนื้อรอบ ๆ ไหล่ให้แข็งแรงขึ้น เพื่อมาช่วยพยุงแทนเส้นเอ็นที่ขาดไป

2. เมื่อไหร่ที่ต้อง "ผ่าตัด"? หมอจะพิจารณาการผ่าตัดในกรณีเหล่านี้ครับ:

  • การรักษาข้างต้นผ่านไป 3-6 เดือนแล้ว แต่อาการปวดไม่ดีขึ้นเลย
  • เส้นเอ็นขาดขนาดใหญ่ (มากกว่า 3 ซม.) หรือขาดหลุดออกจากกระดูกโดยสิ้นเชิง
  • แขนอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด จนใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้
  • เป็นคนที่ต้องใช้แรงแขนมาก ๆ ในการทำงานหรือเล่นกีฬา

ปัจจุบันเราไม่ได้ผ่าแบบเปิดแผลใหญ่เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะครับ แต่เป็นการ "ผ่าตัดผ่านกล้อง" แผลจะเล็กเท่ารูเจ็บน้อย ฟื้นตัวไว และกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็วขึ้น


พยากรณ์โรค: จะกลับมาหายเป็นปกติไหม?

ข่าวดีคือ "ส่วนใหญ่กลับมาใช้งานได้ดีเกือบ 100%" ครับ หากได้รับการรักษาที่ถูกต้องและทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอ

  • ถ้าไม่ผ่า: อาการปวดจะค่อย ๆ ลดลง แต่ต้องดูแลเรื่องท่าทางไปตลอด เพื่อไม่ให้เอ็นที่รุ่ยอยู่นั้นฉีกเพิ่ม
  • ถ้าผ่า: หลังผ่าต้องคล้องแขนไว้ประมาณ 4-6 สัปดาห์ และฝึกบริหารตามลำดับ โดยรวมจะใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือนเพื่อกลับไปออกแรงหนัก ๆ ได้อีกครั้ง

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง: คือ "ไหล่ติด" ครับ ถ้าเราปวดแล้วไม่ยอมขยับเลย พังผืดจะมาเกาะจนไหล่ขยับไม่ได้ คราวนี้งานยากกว่าเดิมแน่นอน


สรุป

การที่เอ็นไหล่ขาดในวัย 49 ปี ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย และ "ไม่จำเป็นต้องจบที่การผ่าตัดเสมอไป" ครับ การประเมินอย่างละเอียดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และการทำกายภาพบำบัดอย่างถูกวิธี มักจะช่วยให้คุณกลับไปยกแขนใส่เสื้อ หรือนอนหลับฝันดีได้เหมือนเดิม

หากใครมีอาการปวดไหล่เรื้อรัง อย่าปล่อยทิ้งไว้จนไหล่ติดนะครับ การรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ มักจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเสมอ


ทความนี้เขียนขึ้นเพื่อมอบความรู้ทั่วไปให้แก่สาธารณชน ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้เป็นการวินิจฉัยหรือระบุแผนการรักษาเฉพาะเจาะจงสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เนื่องจากสภาพร่างกายและโรคประจำตัวของแต่ละท่านมีความแตกต่างกัน หากท่านมีอาการปวดไหล่หรือสงสัยว่ามีอาการผิดปกติ โปรดเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัยและการรักษาที่เหมาะสมที่สุดครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #เอ็นไหล่ฉีก #เอ็นไหล่ขาด #กระดูกและข้อ #หมอเก่ง #รักษาไม่ต้องผ่าตัด #กายภาพบำบัด #ไหล่ติด #สุขภาพผู้สูงอายุ #ออฟฟิศซินโดรม


References

  1. Hsu J, Keener JD. Natural History of Rotator Cuff Disease and Indications for Surgery. J Shoulder Elbow Surg. 2024;33(1):145-152.
    • สรุป: อธิบายเกี่ยวกับการดำเนินโรคของเอ็นไหล่เสื่อมตามธรรมชาติ และเกณฑ์ที่แพทย์ใช้พิจารณาว่าเมื่อไหร่ควรผ่าตัดหรือไม่ผ่าตัด
  2. Liaw V, Hevesi M, Schumaier AP, et al. Nonoperative Management of Rotator Cuff Tears: A Review of Current Concepts. JBJS Rev. 2023;11(5).
    • สรุป: รวบรวมแนวทางการรักษาเอ็นไหล่ฉีกโดยวิธีไม่ผ่าตัด เช่น การใช้ยา การฉีดยา และการบริหารกล้ามเนื้อที่ได้ผลดีที่สุดในปัจจุบัน
  3. Kim YK, Jung KH, Kim JW, et al. Comparison of Clinical Outcomes of Ultrasound-Guided Injections for Rotator Cuff Disorders. Clinics in Orthopedic Surgery. 2022;14(2):210-218.
    • สรุป: การศึกษาวิจัยที่ยืนยันว่าการฉีดยาโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทาง ให้ผลการรักษาที่แม่นยำและลดอาการปวดได้ดีกว่าการฉีดแบบทั่วไป
  4. Cui M, Gao Y, Cui J, et al. Effectiveness of Physical Therapy for Partial Rotator Cuff Tears: A Meta-Analysis. Medicine (Baltimore). 2025;104(2):e36780.
    • สรุป: บทวิเคราะห์ที่แสดงให้เห็นว่าการทำกายภาพบำบัดอย่างถูกวิธี สามารถช่วยให้คนไข้เอ็นไหล่ขาดบางส่วนกลับมาใช้งานแขนได้ดีโดยไม่ต้องผ่าตัด
  5. Longo UG, Candela V, Berton A, et al. Surgical vs Non-surgical Management of Rotator Cuff Tears: A Systematic Review. J Clin Med. 2024;13(4):1125.
    • สรุป: เปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่างการผ่าตัดกับการไม่ผ่าตัด เพื่อช่วยให้คนไข้ตัดสินใจเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับรูปแบบการใช้ชีวิต