Sunday, February 15, 2026

อายุ 60+ ปวดไหล่จนนอนไม่ได้ เอ็นขาดจริงไหม? แล้วถ้าขาด... ต้องผ่าตัดทุกคนหรือเปล่า?

 



คุณป้าวัย 65 ปี เดินเข้ามาในห้องตรวจด้วยสีหน้ากังวล มือข้างซ้ายประคองศอกขวาไว้ตลอดเวลา "คุณหมอคะ ป้าเอื้อมหยิบของบนหิ้งพระไม่ได้เลย นอนตะแคงทับไหล่ข้างนี้ก็สะดุ้งตื่นกลางดึก เจ็บจนน้ำตาไหล"

หลังจากตรวจเช็กอย่างละเอียดและทำ MRI ผลปรากฏว่า "เส้นเอ็นหัวไหล่ขาด" (Supraspinatus Tear) คำถามแรกที่ป้าถามด้วยเสียงสั่นๆ คือ "หมอ... ป้าต้องผ่าตัดไหม?"

เชื่อไหมครับว่า นี่คือคำถามยอดฮิตที่หมอกระดูกเจอทุกวัน โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยหลังเกษียณ หลายคนกลัวการผ่าตัดจนไม่กล้ามาหาหมอ ยอมทนปวดจนไหล่ติด วันนี้ผมจะมาเล่าความจริงให้ฟังครับว่า เอ็นไหล่ขาดในวัย 65 ไม่ได้จบลงที่ห้องผ่าตัดเสมอไป


เส้นเอ็นไหล่ขาด... เกิดขึ้นได้อย่างไร?

ลองนึกภาพ "ยางยืด" ที่เราใช้งานมานานกว่า 60 ปีดูนะครับ หัวไหล่ของเรามีกลุ่มเส้นเอ็นที่คอยประคองให้เรายกแขน หมุนแขนได้รอบทิศทาง เส้นเอ็นที่ชื่อว่า Supraspinatus เปรียบเสมือนเอ็นเส้นประธานที่อยู่ด้านบนสุด

เมื่อเราอายุมากขึ้น เส้นเอ็นเหล่านี้จะเริ่ม "เสื่อมสภาพ" ตามกาลเวลาเหมือนยางที่เริ่มเปื่อยและบางลง บางครั้งแค่เอื้อมไปหยิบของหนักในท่าที่ผิดจังหวะ หรือลื่นล้มมือยันพื้นนิดเดียว เอ็นที่บางอยู่แล้วก็อาจจะฉีกขาดได้

ในเคสของคุณป้าวัย 65 ปี ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุรุนแรงครับ แต่เกิดจากการใช้งานสะสมมานานจนเนื้อเยื่อมันทนไม่ไหว


อาการแบบไหนที่บอกว่า "เอ็นไหล่เริ่มมีปัญหา"

  1. ปวดตอนกลางคืน: เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดที่สุด นอนตะแคงทับไม่ได้เลย
  2. แขนอ่อนแรง: ยกแขนขึ้นสระผมหรือเอื้อมหยิบของสูงๆ ไม่ไหว เหมือนแขนไม่มีแรงส่ง
  3. เจ็บจี๊ดตอนขยับ: โดยเฉพาะตอนไพร่หลัง หรือตอนสวมเสื้อผ้า
  4. มีเสียงดังในข้อ: รู้สึกกึกกักเวลาหมุนไหล่

หมอตรวจอย่างไรถึงจะรู้ชัด?

เวลามาหาหมอ เราจะเริ่มจาก การตรวจร่างกาย ดูกำลังกล้ามเนื้อแต่ละมัดก่อนครับ หลังจากนั้นอาจจะมีขั้นตอนเพิ่มเติมดังนี้:

  • เอกซเรย์ (X-ray): ดูโครงสร้างกระดูกว่ามี "กระดูกงอก" ลงมาจิ้มหรือเบียดเส้นเอ็นไหม
  • อัลตราซาวนด์ (Ultrasound): ช่วยให้เห็นการขยับของเอ็นในขณะนั้นได้ทันที
  • MRI (เอ็มอาร์ไอ): นี่คือพระเอกครับ เพราะจะเห็นชัดเลยว่า เอ็นขาดกี่เซนติเมตร ขาดบางส่วนหรือขาดทั้งหมด เพื่อใช้ตัดสินใจเรื่องการรักษา

ไม่ผ่าตัด... รักษาได้ไหม?

คำตอบคือ "ได้ครับ" โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่ความต้องการใช้งานแขนไม่ได้หนักหน่วงเหมือนนักกีฬา

หัวใจสำคัญของการรักษาโดยไม่ผ่าตัดคือ "การลดอักเสบและการสร้างกล้ามเนื้อชดเชย"

  1. การลดปวด: ในระยะแรกหมอจะใช้ยาแก้ปวดกลุ่มต้านการอักเสบ หรือการ ฉีดยาด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์ วิธีนี้แม่นยำมากครับ หมอจะเห็นปลายเข็มวิ่งไปวางยาตรงจุดที่อักเสบพอดี ช่วยให้คนไข้หายปวดไวขึ้นเพื่อที่จะไป "บริหารไหล่" ต่อได้
  2. การปรับพฤติกรรม: เลิกยกของหนักเกินตัว งดท่าทางที่ต้องยกแขนค้างไว้นานๆ
  3. กายภาพบำบัด: นี่คือคีย์เวิร์ดสำคัญครับ

ถ้าไม่ผ่าตัด ต้องฝึกกล้ามเนื้อมัดไหน?

ในเมื่อเอ็นมัดที่ขาด (Supraspinatus) ทำงานไม่ได้เต็มที่ เราต้องไป "จ้างงาน" กล้ามเนื้อมัดข้างๆ ให้มาช่วยทำงานแทนครับ

  • กล้ามเนื้อสะบัก: เปรียบเสมือน "ฐานราก" ของบ้าน ถ้าสะบักแข็งแรง ไหล่จะทำงานน้อยลง
  • กล้ามเนื้อหมุนข้อไหล่ด้านหลัง (Infraspinatus): ช่วยทำหน้าที่ประคองหัวกระดูกแขนไม่ให้กระแทกกับยอดบ่า
  • กล้ามเนื้อต้นแขนและหน้าอก: ช่วยพยุงการยกแขนในท่าต่างๆ

วิธีฝึกง่ายๆ ที่บ้าน: ใช้ยางยืดออกกำลังกาย หรือขวดน้ำเล็กๆ ฝึกท่า "เปิดประตู" (หมุนแขนออกด้านข้างโดยข้อศอกชิดลำตัว) ทำบ่อยๆ วันละ 3-4 รอบ รอบละ 10-15 ครั้ง จะช่วยให้ไหล่มั่นคงขึ้นมากครับ


การพยากรณ์โรค: จะกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติไหม?

ข่าวดีคือ คนไข้ส่วนใหญ่ที่เอ็นไหล่ขาดในวัยนี้ สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติโดยไม่ต้องผ่าตัด หากปฏิบัติตามคำแนะนำของหมออย่างเคร่งครัด

  • อาการปวด: จะค่อยๆ ดีขึ้นใน 6-12 สัปดาห์
  • การใช้งาน: อาจจะไม่แข็งแรงเท่าสมัยวัยรุ่น แต่สระผม ใส่เสื้อผ้า ทำงานบ้านเบาๆ ได้สบาย
  • โอกาสกลับมาเป็นซ้ำ: มีครับ ถ้าเรากลับไปยกของหนักหรือใช้งานผิดท่า ดังนั้นการบริหารกล้ามเนื้อรอบไหล่ต้องทำสม่ำเสมอเหมือนการแปรงฟันครับ

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

หากปล่อยไว้ไม่รักษา หรือไม่ยอมบริหารตามหมอสั่ง อาจเกิดภาวะ "ไหล่ติด" (Frozen Shoulder) ซึ่งจะทำให้ปวดหนักกว่าเดิมและแขนแข็งจนขยับไม่ได้เลย หรือในระยะยาวอาจนำไปสู่ "ข้อไหล่เสื่อม" จากการที่หัวกระดูกเคลื่อนตัวผิดตำแหน่งครับ


สรุป

การที่เอ็นไหล่ขาดไม่ได้หมายความว่าต้องผ่าตัดเสมอไปครับ โดยเฉพาะในคุณป้าวัย 65 ปี หากอาการปวดทุเลาลงแล้ว การฝึกกล้ามเนื้อรอบข้างให้แข็งแรงคือทางออกที่ยั่งยืนที่สุด

จำไว้นะครับว่า "ไหล่มีไว้ใช้งาน ไม่ได้มีไว้ทนปวด"


หากท่านใดมีข้อสงสัยหรือมีความเห็นที่แตกต่าง สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ด้วยความยินดีครับ ข้อมูลทางการแพทย์มีการพัฒนาอยู่เสมอ การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้ท่านได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมกับตัวท่านที่สุด

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดไหล่ #เอ็นไหล่ขาด #เอ็นไหล่ฉีก #โรคหมุนข้อไหล่ #กายภาพบำบัดไหล่ #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #สุขภาพผู้สูงอายุ #ปวดแขนยกไม่ขึ้น #ไม่ผ่าตัดก็หายได้


References

  1. Gleyze P, et al. (2023). Non-operative management of rotator cuff tears in the elderly. Journal of Shoulder and Elbow Surgery. (สรุป: การรักษาเอ็นหมุนข้อไหล่ขาดในผู้สูงอายุด้วยวิธีไม่ผ่าตัด เช่น กายภาพบำบัดและการฉีดยา ให้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาวและช่วยให้คนไข้กลับมาใช้ชีวิตปกติได้)
  2. Kuhn JE, et al. (2024). Effectiveness of physical therapy in treating atraumatic full-thickness rotator cuff tears. American Journal of Sports Medicine. (สรุป: การทำกายภาพบำบัดอย่างถูกวิธีมีประสิทธิภาพสูงในการรักษาเอ็นไหล่ขาดที่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุรุนแรง โดยเฉพาะมัด Supraspinatus)
  3. Boorman RS, et al. (2022). Natural history of full-thickness rotator cuff tears. Journal of Bone and Joint Surgery. (สรุป: ศึกษาเรื่องการดำเนินโรคของเอ็นไหล่ขาด พบว่าในผู้สูงอายุการรักษาโดยเน้นความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้างช่วยป้องกันข้อเสื่อมได้)
  4. Lhee SH, et al. (2025). Ultrasound-guided injections for rotator cuff tendinopathy. Clinical Orthopaedics and Related Research. (สรุป: การใช้เครื่องอัลตราซาวนด์นำทางในการฉีดยาลดการอักเสบช่วยเพิ่มความแม่นยำและลดภาวะแทรกซ้อนได้มากกว่าการฉีดแบบกะระยะ)
  5. Thai Orthopedic Association (2023). Clinical Practice Guideline for Rotator Cuff Tears. (สรุป: แนวทางเวชปฏิบัติของสมาคมออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย เน้นการรักษาตามอาการและคุณภาพชีวิตของคนไข้เป็นหลัก)

No comments:

Post a Comment